Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 58 : Episode 58 Desert dungeon (ดันเจี้ยนทะเลทราย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

Phase 2 Episode 58 

 

       ริเสะเริ่มต้นจากการซ่อมแซมเจ้าดาบพูดได้เพลนทิเวียที่มาร์เวลลัสได้รับมาจากการเปิดกล่องวีไอพีซึ่งสภาพของมันตอนนี้ก็เรียกได้ว่ายับเยินจนไม่ต้องให้ช่างตรวจสอบดูก็รู้ได้ทันทีว่ามันเสียหายหนักมากซึ่งความเสียหายนี้เกิดจากการที่มันถูกใช้คู่กับคุโรมุรามาซะในการเคลียร์วิหารอสูรรัตติกาลนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วริเสะยังแนะนำว่าเขาควรจะตีบวกและเลื่อนระดับของเพลนทิเวียเลยด้วยเพื่อให้ความทนทานของมันเพิ่มขึ้นและยังเป็นการเพิ่มความสามารถของมันด้วย เด็กสาวตีบวกสิบและเลื่อนขั้นเจ้าดาบพูดได้จนกลายเป็นดาบระดับหกพร้อมกับค่าสถานะใหม่ของมัน

 

--------------------------------------------

ชื่อ : เพลนทิเวีย

ประเภท : อาวุธ (ดาบระดับ 6)

ความสามารถ : มีระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถพูดคุยกับผู้เล่นได้ สามารถพูดล่อหลอกหรือยั่วยุศัตรูได้ เพิ่มพลังโจมตี 4,000 หน่วย

ทักษะติดอาวุธ : ไม่มี

เงื่อนไขสวมใส่ : สายอาชีพนักรบระดับ 30 ขึ้นไป

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : ได้รับจากกล่องสุ่มไอเทมของผู้เล่นวีไอพี

--------------------------------------------

         

ค่าสถานะธรรมดาที่สุดในหมู่ดาบแปลกๆที่เขามี แต่เรื่องความสามารถที่พูดได้นี่ก็แรร์ใช่เล่น มาร์เวลลัสไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากนัก มีเพื่อนร่วมทางช่างจ้อ การผจญภัยก็อาจจะสนุกขึ้นกว่าที่คิดก็ได้ เด็กหนุ่มผมดำสวมใส่มันไว้ที่เอวคู่กับดาบดาร์กแพนเทอร์ ก่อนจะยื่นไอเทมชิ้นอื่น ๆที่มาร์เวลลัสใช้ไปตรวจสอบความทนทานและซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ที่น่าประหลาดใจคือไอเทมระดับสิบของเขาทั้งสองชิ้นมีค่าความทนทานเป็นอนันต์ ริเสะสันนิษฐานว่านี่อาจเป็นคุณสมบัติขิงไอเทมระดับสิบก็ได้ แต่ก็แค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น

 

“เป็นอะไรที่น่าทึ่งจริง ๆนะคะ” ช่างทำอาวุธสาวเอ่ยเมื่อมองไปที่ไอเทมระดับสูงที่สุดที่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะได้มีบุญได้เห็นของจริง

“ผมเองก็อยากรู้จริง ๆว่ามันคืออะไรกันแน่ เจ้าสองชิ้นนี้มันดูเต็มไปด้วยปริศนาเต็มไปหมด”

“ถ้าเป็นอาจารย์อาจจะรู้อะไรก็ได้นะคะ แต่ก็...” เด็กสาวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

 

ปรมาจารย์สายช่างทำอาวุธของแบล็คสมิธนั้นหายตัวไปในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่อาวุธที่สร้างโดยเหล่าแบล็คสมิธเริ่มระเบิดตัวเองทิ้งอย่างลี้ลับ ผู้เล่นส่วนมากรู้ได้โดยสัญชาตญาณเกมเมอร์ว่านี่คือภารกิจลับ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครพบเบาะแสของภารกิจนี้เลย พร้อมกับชื่อเสียงของอาถรรพ์อาวุธระเบิดที่แพร่กระจายไปทั่วจนแบล็คสมิธทั่วหน้าพากันซวยไปหมด รายที่แย่ก็เลิกเป็นแบล็คสมิธไปเลย บางรายแบบริเสะก็ประคับประคองไปอย่างยากลำบาก ต้องเอาเงินที่ล่ามอนสเตอร์หรือทำภารกิจได้มาจุนเจือร้านเพื่อให้อยู่รอดต่อไป

 

“ถ้ายังไงเริ่มหลอมกันเลยแล้วกันนะคะ...”

 

แบล็คสมิธสาวรับชิ้นส่วนของดาบเริ่มต้นไปและเริ่มตั้งเตาหลอมเพื่อเตรียมหลอมมันเป็นอาวุธใหม่ทันที มาร์เวลลัสเองก็สนใจเพราะเคยเห็นแต่ในสารคดีและหนังสือที่อ่านเกี่ยวกับการตีดาบ ไม่รู้ว่าในยูโธเปียจะทำเหมือนของจริงแค่ไหนจึงตั้งใจนั่งดูริเสะที่เริ่มหลอมอยู่เงียบๆ

 

“มาร์เวลลัสชอบฟังเพลงแบบไหนเหรอ” เธอกล่าวทั้งที่มือและดวงตายังคงจดจ่ออยู่กับการทำงาน

“เอ๋... ไม่ใช่ว่าต้องใช้สมาธิมาก ๆตอนทำหรอกเหรอครับ”

“ชั้นเป็นประเภทใช้อารมณ์มากกว่าสมาธิน่ะ ก็นะ... ก็เป็นศิลปินนิ”

“ว้าว...” มาร์เวลลัสเอ่ยอย่างทึ่งๆ เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่พออีกฝ่ายบอกแบบนั้นเจ้าของผมสีดำเลยตอบกลับไป “ผมไม่ค่อยมีหัวด้านดนตรีหรอกครับ มีอะไรให้ฟังก็ฟังไปตามนั้น”

“แล้วเล่นเครื่องดนตรีอะไรเป็นบ้างมั้ยคะ”

“ก็มี.. กีต้าร์ ไวโอลิน เปียโน ฟลูต แซกโซโฟน...”

“ไหนบอกว่าไม่มีหัวด้านดนตรีไงค่ะ” ริเสะแทรกขึ้นอย่างด้วยความประหลาดใจนิดๆ นี่ต่อสู้เก่งไม่พอยังจะมีความสามารถด้านดนตรีอีกงั้นเหรอ คนตรงหน้านี้ชักจะทำเธอประหลาดใจขึ้นเรื่อย ๆ

“แหะๆ” เด็กหนุ่มหัวเราะกลบเกลื่อน จะบอกว่าอ่านคู่มือเลยเล่นเป็นมันก็ดูโม้เกินไป(ถึงจะจริงก็เถอะ) แต่เอาเข้าจริง ๆถึงเล่นเป็นได้มาร์เวลลัสก็รู้สึกว่ามันไม่เพราะเท่าตอนที่เขาฟังคนอื่นเล่นนัก อาจจะเพราะตัวเองไม่ได้มีอารมณ์ร่วมหรือสุนทรีไปกับดนตรีที่ตัวเองเล่นก็เป็นได้

“ชั้นน่ะเริ่มต้นจากที่รวมกลุ่มกับคนอื่นที่ผ่านการเดบิวต์มาด้วยกันแล้วก็ยุบไปเพราะไม่ค่อยได้รับความนิยมน่ะค่ะ ก็อย่างว่า วงไอดอลในญี่ปุ่นมีเป็นร้อย จากนั้นชั้นก็ผันไปร้องเพลงหลากหลายแบบจนในที่สุดก็ลองฟอร์มวงขึ้นมากับเพื่อนที่มหาลัย ปรากฎว่าชั้นชอบมันสุดๆไปเลยละค่ะ ที่ชอบที่สุดก็คงเป็นการร้องเพลงเมทัล มันเหมือนเราได้ปลดปล่อยลูกบ้าและอารมณ์ขุ่นมัวทุก ๆอย่างที่อัดแน่นอยู่ในใจออกไปผ่านเสียงดนตรีและแฟนคลับก็รับฟัง เข้าใจ และร่วมระบายมันไปพร้อม ๆกัน หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะคะกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ เรื่องเรียนก็ทิ้งไม่ได้แถมเขาก็ไม่ค่อยจะชอบหรือยอมรับเพลงแนวนี้ที่ผู้หญิงร้องอีก แต่ก็ชอบนี่ค่ะจะให้ยอมแพ้ก็คงไม่ได้”

 

ริเสะไม่ได้มีช่วงเวลาที่จะได้พูดเรื่องส่วนตัวของเธอแบบนี้มากนัก เพราะในชีวิตจริงไม่เรียนก็ต้องทำงาน บางครั้งก็เดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็ยังมี อยู่ในเกมก็จะกลายเป็นริเสะแบล็กสมิธสาวภายใต้หน้ากากที่ไม่มีใครรู้จักและไม่สามารถพูดเรื่องพวกนี้กับใครได้ เพื่อนที่โรงเรียนหรืออดีตเพื่อนร่วมวงที่เคยสนิทกันก็แทบจะไม่ได้คุย เพราะต้องปากกัดตีนถีบหาเงินเอาชีวิตรอดในแดนอาทิตย์อุทัยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันที่สูง คนที่จะตามล่าความฝันในดินแดนแบบนั้นถ้าไม่ดังติดกระแสก็จะกลายเป็นเพียงเด็กที่ไม่รู้จักโตและค่อยๆกลืนหายไปกับกระแสสังคมราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

 

“แม่นักดนตรีช่างฝัน...” มาร์เวลลัสยิ้มอย่างอ่อนโยน ส่วนคนโดนชมกึ่งแซวก็เกือบฟาดค้อนทุบเหล็กผิดจังหวะ

 

มาร์เวลลัสชอบฟังเวลาที่คนอื่นเล่าความฝันจากใจของพวกเขาออกมา ไม่ว่าความฝันที่ว่าจะเพ้อฝันหรือไร้สาระสำหรับบางคนหรือไม่มีทางเป็นจริงไปได้เขาก็ยังชอบมันอยู่ดี มันเหมือนกับทำให้มาร์เวลลัสรู้ว่ายังคงมีคนอีกมากมายที่พยายามที่จะวิ่งตามความฝัน

 

ความฝันที่แม้ตอนนี้เขาก็ยังคงหาของตัวเองไม่เจอ...  

 

          ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะหามันเจอที่โลกแห่งนี้ก็ได้...

 

          ระหว่างนั้นก็ขอพบเจอและรับฟังความฝันของเหล่าผู้คนไปพลางๆก่อนแล้วกัน...

 

          ใบหน้าของริสะดูสดชื่นขึ้นเล็กน้อยที่ได้ระบาย ความลับแตกก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องดีซะทีเดียว เธอเงียบและดวงตาจดจ่อตั้งสมาธิไปกับการตีโดยไม่ได้ชวนมาร์เวลลัสคุยอีก เด็กหนุ่มจึงยิ้มบาง ๆ และลุกออกมาจากห้องหลอมอย่างเงียบๆและกลับมาที่โซฟารับแขกพร้อมกับหยิบเอาตำราเก่าๆที่ซื้อตั้งแต่เมืองเริ่มต้นขึ้นมาอ่าน เขาก็อยากให้ระดับการเรียนรู้ภาษายูโธเปียโบราณมันถึงร้อยและสมบูรณ์เพื่อจะได้รู้ว่าจะมีอะไรตามมาหรือไม่อยู่หรอก แต่ที่เจ้าหนอนหนังสือสนใจมากกว่าคือหนังสือเล่มนี้กำลังจะบอกเล่าเรื่องราวใดให้เขาฟังกันแน่ เมื่อเปิดอ่านวนไปหลายรอบเพื่อรอริเสะจนระดับทักษะมาถึงห้าสิบ ตัวอักษรที่อ่านออกและใจความของเนื้อหาก็ค่อยๆปรากฎมาทีละเล็กทีละน้อยราวกับจิ๊กซอว์

 

          เรื่องราวคร่าวๆนั้นเริ่มจากร่ายถึงประวัติของผู้เขียนตั้งแต่เกิดแต่ไม่ได้บอกชื่อของเขา แล้วจึงเข้าสู่ช่วงที่ตื่นเต้นที่สุดที่เจ้าตัวผู้เขียนเริ่มออกเดินทางผจญภัยเพื่อศึกษาโลกด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีทั้งอาวุธหรือวิชาต่อสู้ ฟังดูบ้าเอามาก ๆแต่เขาก็รอดมาได้ตลอดด้วยการใช้ปัญญาและความรู้ที่มีอยู่และหามาได้ เนื้อหาแทบไม่ต่างอะไรกับนิยายแฟนตาซีเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ ทว่ามันก็เกิดขึ้นกับเขาจริง ๆทุกอย่าง(ในโลกเกมที่เป็นโลกจริงของเขา)

 

การที่มีตัวอักษรอีกมากมายที่อ่านไม่ออกในเนื้อเรื่องที่กำลังตื่นเต้นกลายเป็นความลี้ลับที่ชวนให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งการค้นหาส่วนที่หายไป บวกกับโรคหนอนหนังสือใฝ่รู้ยิ่งฉุดให้มาร์เวลลัสเปิดอ่านหน้าหนังสือรอบแล้วรอบเล่าอย่างบ้าคลั่ง ระดับการการเรียนรู้ภาษายูโธเปียโบราณเพิ่มขึ้นทีละหนึ่งในแต่ละรอบที่เปิดครบ แต่พอมาร์เวลลัสเข้าใจและลองเดาคำถัดไประดับการเรียนรู้ภาษายูโธเปียโบราณก็พุ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจกว่าเดิมขัดกับหลักของการเพิ่มระดับทักษะที่ยิ่งสูงก็ยิ่งเพิ่มได้ยาก แต่คราวนี้กลายเป็นเพิ่มยากตอนต้นแล้วตอนปลายยิ่งง่ายขึ้นเรื่อยๆ 81 ...85...90...98... นี่อาจเป็นทักษะแรกของมาร์เวลลัสที่กำลังจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

 

แต่...

 

“เสร็จแล้ว!!!!” ริเสะตะโกนลั่นร้านจนมาร์เวลลัสยังสะดุ้งเพราะกำลังตั้งสมาธิอ่านอยู่ เด็กหนุ่มจ้องมองหนังสือสลับกับประตูเข้าห้องหลอม ก่อนจะถอนหายใจและเก็บหนังสือเข้ากระเป๋ามิติเพื่อเดินไปยังห้องหลอม ทว่ามันก็เปิดออกมาก่อนพร้อมกับเด็กสาวที่กำลังอุ้มดาบเล่มหนึ่งไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้างอย่างทุลักทุเล

 

มาร์เวลลัสเข้าไปช่วยเธอและพบว่าน้ำหนักของมันที่ว่าหนักสำหรับนักฝึกสัตว์กลับกำลังพอดีสำหรับผู้เล่นสายนักรบที่มีค่าพลังกายต่ำ(เมื่อเทียบกับคนอื่น)ของมาร์เวลลัสได้พอดิบพอดี

 

*ค่าพลังกาย มีผลต่อพลังชีวิต พลังโจมตีกายภาพ พลังป้องกันกายภาพ และความเร็วความคล่องตัว ยิ่งมากยิ่งเพิ่มให้ทั้งสี่ค่าสถานะของผู้เล่น และยังมีผลต่อการสวมใส่อุปกรณ์หรือใช้ไอเทมบางอย่างด้วย

 

ด้ามจับเป็นทรงกระบอกสี่เหลี่ยมมุมมน ปลายด้ามจับเป็นรูปพีระมิดที่มียอดแหลมสั้นๆ ส่วนปลายอีกด้านที่เป็นที่คั่นดาบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ด้านยาว(เส้นแนวนอน)ยาว 30 เซนติเมตรแต่ด้านกว้าง(เส้นแนวตั้ง)ยาวเพียง 10 เซนติเมตร ทั้งสามส่วนเป็นสีดำสนิทราวกับเป็นชิ้นเดียวกัน ใบดาบมีความกว้างพอๆกับที่คั่นดาบแต่ความยาวอาจจะเกือบหรือเกินหนึ่งเมตรไปเลยก็ได้ โดยมีปลายแหลมเป็นรูปสามเหลี่ยม ใบดาบทั้งหมดเป็นสีเงินแต่กลางใบดาบทั้งสองด้านมีลวดลายคล้ายแถบบาร์โค้ดห่างบ้าง ชิดบ้าง ยาวไปถึงปลายดาบที่เป็นสามเหลี่ยมก็หยุดลง

 

เดสตินี่ ไชลด์(Destiny Child) ดาบระดับหก เป็นดาบที่ไม่มีอยู่ในเกมมาก่อน หรือก็คือชั้นพึ่งจะสร้างดาบเล่มใหม่ของเกมนี้ขึ้นมา...” ริเสะกล่าวด้วยท่าทีภูมิใจไม่น้อยแม้จะพยายามเก็บอาการไว้ “ชอบชื่อมันหรือเปล่า เพราะเป็นดาบเล่มแรกของเกมสิทธิ์ในการตั้งชื่อเลยเป็นของชั้น”

“ทำไมต้องเป็นเด็กล่ะครับ” มาร์เวลลัสขมวดคิ้วจ้องมองริเสะสลับกับดาบด้วยท่าทีงุนงง เห็นท่าทีสงสัยใคร่รู้ไม่ต่างกับเด็กของอีกฝ่ายแล้ว เด็กสาวก็ได้แต่หัวเราะตอบเบาๆโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด มาร์เวลลัสจึงย่นคิ้วใส่และตรวจสอบดาบเล่มใหม่ของตน

 

--------------------------------------------

ชื่อ : เดสตินี่ ไชลด์

ประเภท : อาวุธ (ดาบระดับ 6)

ความสามารถ : เพิ่มพลังโจมตี 2,500 หน่วย การโจมตีด้วยดาบเล่มนี้โอกาส 15 เปอร์เซ็นต์ที่จะสร้างความเสียหาย 120 เปอร์เซ็นต์ของพลังโจมตีกายภาพ(ความสามารถนี้ไม่แสดงเมื่อโจมตีด้วยเวท)

ทักษะติดอาวุธ : ไม่มี

เงื่อนไขสวมใส่ : สายอาชีพนักรบระดับ 40 ขึ้นไป

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : ดาบเล่มใหม่ของเกมสร้างโดยผู้เล่นแบล็คสมิธสาวฝีมือเยี่ยม ริเสะ

--------------------------------------------

 

มาร์เวลลัสตั้งใจว่าจะให้ริเสะตีบวกและเลื่อนระดับดาบเล่มนี้ให้ ทว่าเสียงจากระบบก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

“ผู้เล่น มาร์เวลลัส ผ่านเงื่อนไขภารกิจลับ อัญเชิญไปยังมิติสำหรับปฏิบัติภารกิจ หมายเหตุ ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธเนื่องจากเป็นภารกิจเนื้อเรื่อง ทำการอัญเชิญใน 5...4...”

 

“เฮ้อ...” คนโดนบังคับแบบงงๆถอนหายใจอย่างปลงตก ก่อนจะหันไปหาริเสะที่ไม่ได้ยินเสียงจากระบบของเขาและกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่มกันแน่ “ภารกิจลับครับ เดี๋ยวผมมา...”

“หา???

 

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ร่างของมาร์เวลลัสก็กลายเป็นละอองแสงหายไปต่อหน้าต่อตาเด็กสาวที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

“อะไรเนี้ย?!!

......................................................................

 

เมื่อเด็กหนุ่มเจ้าของผมสีดำลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ภาพที่เขาเห็นก็พลันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ท้องฟ้าสีแดงไร้เมฆราวกับหยาดเลือด และทะเลทราย... ทะเลทรายสีน้ำตาลที่ไม่มีแม้แต่หญ้าหรือพืชให้เห็นในระยะสายตาเลยแม้แต่ต้นเดียว กลับกันทะเลทรายที่เข้าเหยียบอยู่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสรรพอาวุธหลากหลายชนิดที่เสียบไปตามผืนทรายรอบตัวของมาร์เวลลัสและกระจายกันออกไปไกลสุดลูกลูกตาโดยไม่เห็นจุดสิ้นสุด อย่างไรก็ตามอาวุธแต่ละชิ้นอยู่ในสภาพทรุดโทรมเสียหายและเก่าจนเป็นสนิม

 

มาร์เวลลัสมองซ้ายสลับขวาหลายรอบ ก่อนจะหันมาที่ด้านหลังและพบเขากับสิ่งแปลกประหลาดขนาดใหญ่ที่ปลายเสียบพื้นและตั้งหง่านสูงเกือบสามเมตร มันมีรูปร่างเป็นไม้กางเขนเหล็กที่สร้างจากดาบ หอก ขวาน และอาวุธชนิดต่าง ๆหลายร้อยชิ้นประสานกันขัดกันอย่างไร้ระเบียบ ที่กลางของไม้กางเขนมีร่างของบุรุษในสภาพทรุดโทรมเลือดอาบตัวกำลังถูกตรึงไว้โดยมีดาบปักเสียบกลางฝ่ามือทั้งสองข้าง เท้าทั้งสอง และหัวไหล่ทั้งสอง

 

ไม่ต้องให้ระบบอธิบายหรือสั่งการใด ๆ มาร์เวลลัสก็หาที่โล่งๆเป็นทางยาวและถอยไปด้านหลังก่อนจะออกตัวตัววิ่งและกระโจนขึ้นไปเกาะบนไม้กางเขนอย่างง่ายดาย

 

“ลุงครับ ลุงยังมีชีวิตอยู่มั้ย” เด็กหนุ่มตะโกนพร้อมกับเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆ

“........” ไม่มีเสียงตอบรับ

 

ผู้เล่นหนุ่มยกนิ้วอีกข้างที่ไม่ได้เกาะกางเขนไว้ไปอังใต้จมูกก็สัมผัสได้ว่าชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่พอเอาหูทาบอกฟังเสียงหัวใจเขาก็พบว่ามันเต้นเบามาก ๆจนแทบจะหยุดเต้นไปเสียดื้อๆตอนไหนก็ได้ เขาจึงควานไปที่เอวเพื่อหากระเป๋ามิติ

 

ทว่า...

 

กระเป๋ามิติของเขาไม่อยู่ หมายความว่านี่คือเงื่อนไขในภารกิจและภารกิจนี้เขาจะใช้ไอเทมอะไรไม่ได้ ในขณะมาร์เวลลัสก็ไม่แน่ใจว่าความสามารถของเสื้อผ้าที่ใส่อยู่จะยังทำงานอยู่หรือไม่

 

“พรรักษา...”

 

ไม่มีผลของทักษะเกิดขึ้น หมายความว่าก็ใช้งานไม่ได้เช่นกันในภารกิจนี้... เขาเหลือแต่ตัวเปล่า แม้แต่เดสตินี้ไชลด์ที่ถืออยู่ในมือก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ตามมาด้วย ทักษะใช้ไม่ได้และไอเทมก็ไม่มีให้ใช้ นี่มันภารกิจแบบไหนกันแน่

 

“ข้าง...หลัง...” เสียงของชายกลางคนผู้บาดเจ็บเอ่ยอย่างยากลำบาก ก่อนที่มาร์เวลลัสจะต้องปล่อยมือและทิ้งตัวลงมาข้างล่างและหันกลับมาเผชิญหน้าบางสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของเขาตอนนี้

 

สัญชาตญาณของมาร์เวลลัสทำงานโดยไม่ต้องใช้สมอง ภารกิจนี้มีเงื่อนไขสองอย่าง ปกป้องลุงข้างหลัง และตัวเขาเองก็ต้องรอดชีวิตจากมันด้วย

 

ฟิ้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #864 ma20001 (@ma20001) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 16:33
    ต่อสิรออ่าน
    #864
    0
  2. #863 Poyo_Chan (@Poyo_Chan) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 12:53

    จะใช่อาจารย์ของริเสะรึเปล่าน๊าาาาา

    #863
    0
  3. #860 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 23:18
    งงๆ แต่ก็จะรอต่อไปครับ
    #860
    0
  4. #855 ErictiesE (@ErictiesE) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 02:55

    น้ำเต็มๆ

    #855
    0
  5. #854 อควารีเน่ (@12012543) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:10

    รออออออออออออ
    #854
    0
  6. #853 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 11:42

    รอตอนต่อไปน้าาาาไรท์~
    #853
    0
  7. #852 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 11:16
    ขอบคุณคร้า..ยังติดตามและเป็นกำลังเสมอ สู้ๆนะคร๊า..
    #852
    0