Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 57 : Episode 57 Secret (ความลับ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 190 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

*ปั่นนิยายสองเรื่อง นิยายคนอื่นที่ดองก็ยังอ่านไม่จบ เทอมก็ใกล้เปิด 555


Phase 2 Episode 57

 

       กองไฟง่ายๆถูกก่อขึ้นอย่างลวกๆโดยมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งจ้องมองเปลวไฟข้างหน้าด้วยความกังวลนานัปการ ไม่นานนักชายคนหนึ่งก็เดินมาหาเธอในสภาพเปียกโชก ก่อนจะยื่นหน้ากากที่หลุดหายไปในน้ำซึ่งตัวเขาพึ่งจะไปงมหามาให้เธอ

 

          เด็กสาวรับไว้พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่ว่างเปล่าและวางมันไว้ข้างๆตัวเพราะจะเอามาสวมใส่เพื่อปกปิดตอนนี้ก็คงสายเกินไปแล้ว ความเงียบงันเข้าปกคลุมคนทั้งสองจนได้ยินเสียงร้องของจิ้งหรีดอย่างชัดเจน

 

พวกมังกรเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ...เด็กหนุ่มคิดพร้อมกับจ้องมองไปยังทิศทางที่พวกมังกรเคลื่อนไป เฮ้อ... ยังไม่ได้ขอลายเซ็นเลยอะ...

 

          “คุณมาร์รู้จักชั้น... ชั้นหมายถึงชั้นในโลกจริงที่ชื่อว่าริสะสินะคะ...” ริเสะเอ่ยทำลายความเงียบ

          “เพื่อนสนิทผมคลั่งคุณมากเลยครับ ผมเองก็ไม่ค่อยได้ฟังเพลงเท่าไหร่ แต่พึ่งจะมารู้นี่ละครับว่าเพลง ดรีม ซอว์ด(Dream Sword) ที่ใช้โปรโมทยูเอฟโอเป็นเพลงที่คุณแต่งเอง...”

          “ขอบคุณมากนะคะที่ชอบ” เธอเอ่ยอย่างแผ่วเบา

 

          โยโซระ ริสะ หรือแฟนเพลงมักจะเรียกเธอว่าลิซ่าคือนักร้องเพลงร็อคเฮฟวี่เมทัลที่กำลังมีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันนี้ ตัวจริงที่มาร์เวลลัสเคยเห็นในเอ็มวีที่มีอัปโหลดอยู่บนเว็บบอร์ดผู้เล่นคือหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่มีตาเหลียวแหลมคู่สวยซึ่งมักจะเขียนขอบตาสีดำไว้และมีฟันเขี้ยวที่ดูไปแล้วท่าทางของเธอก็คล้ายกับลูกแมวอย่างบอกไม่ถูก เธอไว้ทรงผมสั้นดิปที่มีปลายผมเป็นสีฟ้า ควบคู่กับการแต่งตัวสไตล์พั้งค์ร็อกแบบสมัยใหม่เป็นจุดเด่น แฟนคลับหรือที่เรียกว่าสาวกถึงกับเปรียบว่าเสียงของเธอมันกรีดลึกไปถึงวิญญาณในทุก ๆเมโลดี้ แน่นอนว่ามีคนครหาค่อนข้างมากเมื่อบริษัทเจ้าของเกมจ้างเธอมาแต่งเพลงให้เกมแฟนตาซีซึ่งมันขัดกับสไตล์ของเธออย่างถึงที่สุด แต่เมื่อเพลงโปรโมทที่เธออัดเสียงเอง มิกซ์ซาวด์เอง ควบคุมการทำเอ็มวีเอง ทำทุกอย่างดัวยตัวเองถูกปล่อยออกมา ด้วยงานคุณภาพของเอ็มวี เนื้อหาและดนตรี ประกอบกับชื่อเสียงของเธอและตัวเกม เพลง ดรีม ซอว์ดก็ทะยานขึ้นบิลบอร์ดและรายการจัดอันดับเพลงยอดนิยมของประเทศต่าง ๆทันทีที่ปล่อยออกไปและยังกลายเป็นหนึ่งในท็อปสิบเพลงที่มียอดวิวสูงที่สุดในโลกอีกด้วย โดยเพลงนี้ทำออกมาทั้งเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

 

          มาร์เวลลัสจ้องมองคนตรงหน้าที่แทบจะไม่ต่างจากตัวจริงที่เคยเห็นในเอ็มวีมากนัก สิ่งที่แตกต่างกับตัวเธอในเกมก็น่าจะตรงที่เธอไม่ได้ท่าขอบตาและไม่ได้ย้อมปลายสีผม ซึ่งมันก็ดูน่ารักสมเป็นสาวญี่ปุ่นคนหนึ่งอยู่ดี      

 

          เด็กสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ เหตุผลที่เธอต้องปกปิดตัวเองส่วนหนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับเหตุผลของคนดังทั่ว ๆไปที่อยากหลีกเลี่ยงความวุ่นวายจากชื่อเสียง แต่เหตุผลอีกอย่างคือสายอาชีพที่เธอเลือกเล่นและอยากเล่นในเกมๆนี้ แค่เธอคิดว่าแฟนคลับราชินีเจ-เมทัลจะรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าคนที่พวกเขานับถือบูชาประดุษเทพอยากจะเล่นเป็นนักฝึกสัตว์น่ารักๆแค่คิดเธอก็กลัวว่าพวกเขาจะผิดหวังในตัวเธอแล้ว

 

          “ชั้นกราบเถอะนะคะคุณมาร์ จะให้ชั้นทำอะไรก็ได้ อย่าเอาความลับเรื่องนี้ไปบอกกับใครเลยนะคะ ชั้นขอร้อง...” เด็กสาวกล่าวอย่างอับจน

 

ถึงเธอจะเชื่อว่านิสัยของคนตรงหน้าไม่น่าจะใช้คนปากสว่างหรือหากินกับความลับของคนอื่น แต่ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นอนและเธอเองก็พึ่งจะรู้จักเขาได้แค่วันเดียวเท่านั้น จะให้ริเสะเชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์ในทันทีมันก็คงเป็นไปไม่ได้

 

“ครับ ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายผมจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ” มาร์เวลลัสเอ่ยตอบทันควันและด้วยท่าทางจริงจัง ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ริเสะสบายใจขึ้นเลย

“ชั้นคงจะบังคับอะไรคุณไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องนี้แดงออกไปมันจะกระทบกับความเชื่อใจของแฟนคลับชั้น และชั้นอาจจะต้องลบอวาตาร์ตัวนี้เพื่อเริ่มเล่นใหม่ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นชั้นขอละนะค่ะ ชั้นไม่อยากจากกับคาบูแล้วก็อิกกี้ และตอนนี้ก็ยังมีเมอร์ฟี่ที่คุณมาร์ให้ชั้นมาอีก ชั้นอยากอยู่กับพวกเขาแบบนี้ตลอดไปจริง ๆนะคะ” เด็กสาวกัดริมฝีปากด้วยความลำบากใจ

“......” มาร์เวลลัสจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความลำบากใจไม่ต่างกัน

 

เขารู้ตัวดีว่าตัวเองคงไม่เอาความลับของคนอื่นไปพูดต่อและเขาก็สัญญากับเธอไปแล้ว สัญญาที่ทำไม่ได้ก็คือการโกหกล่วงหน้าและไนต์เป็นคนที่ไม่เคยโกหกใคร ถ้าจะให้ต้องโกหกเขาก็ขอเงียบและไม่พูดอะไรดีกว่า ซึ่งปัญหาในตอนนี้คือถึงเขาจะรับปากเธอยังไง จะให้ริเสะเชื่อใจคนที่พึ่งเจอกันวันแรกมาร์เวลลัสก็เข้าใจเธอว่ามันเป็นไปไม่ได้

 

“ถ้างั้นเรามาทำสัญญาจ้างกันดีมั้ยครับ”

“สัญญาจ้าง?” เธอกล่าวอย่างงุนงง สัญญาจ้างเกี่ยวอะไรกับความลับของเธอ

“สัญญาแต่งตั้งคุณริเสะเป็นช่างซ่อมอาวุธส่วนตัวไงครับ อารมณ์มันก็คล้ายๆกับหมอประจำตัวหรืออะไรพวกนั้น ซึ่งในกรณีนี้ก็คือคุณริเสะจะต้องรับหน้าที่เป็นช่างซ่อมแซมอาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ของผมเวลาที่ผมต้องการซ่อมอะไรประมาณนั้นอะครับ” มาร์เวลลัสกล่าว

 

ด้วยความสมจริงของโลกเสมือนยูโธเปียที่เชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน บางครั้งมันจึงคอยรับหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับติดต่อทำธุรกิจหรือที่จัดประชุมกับคนในโลกจริงซึ่งอยู่ทางไกลกัน ด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้จึงมีการนำนักกฎหมาย นักการเมือง นักบัญชี หรือสายอาชีพอื่น ๆมาบรรจุเป็นจีเอ็มเฉพาะทางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่กลุ่มคนเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่นการร่างหนังสือสัญญา การรับเป็นพยายานในการเซ็นสัญญา ล่าสุดแม้แต่อียู(EU)ก็ยังเคยใช้ยูโธเปียเป็นสถานที่ประชุมที่พึ่งผ่านพ้นไป การทำสัญญาระหว่างผู้เล่นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆจึงมักเกิดขึ้นบ่อย ๆเพื่อป้องกันการเล่นตุกติก อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างนักเพราะคนในเกมมักจะกลัวการเอาการเล่นสนุกๆในเกมไปพาดไว้บนกฎหมายที่ทำให้ตนเสียงคุกเสี่ยงตาราง

 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความลับของชั้นเหรอคะ” ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าจะทำสัญญาเก็บความลับเธอยังพอเข้าใจ(ถึงเธอจะไม่รู้ว่าจะทำสัญญาแบบนั้นได้หรือไม่ก็ตาม)แต่สัญญาจ้างช่างส่วนตัวมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้

“ถ้าคุณริเสะยอมรับปากว่าจะเป็นช่างซ่อมให้ผม ผมก็มีความลับที่จะแลกกันเก็บกับคุณครับ ผมสาบานได้ว่าถึงความลับของคุณริเสะจะดังกระฉ่อนมาก แต่ความลับที่ผมจะบอกรับรองว่าทำให้ผมใช้ชีวิตในเกมนี้ลำบากพอๆกับคุณริเสะแน่... ทีนี้เราก็มีเครื่องมือต่อรองไม่ให้อีกฝ่ายเอาความลับของตัวเองไปเปิดเผยแล้วนะครับ”

“ยังไงชั้นก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนิคะ” เธอกล่าวด้วยเสียงจำยอม แต่พอจ้องมองไปยังดวงตาสีดำขลับของอีกฝ่ายเธอจึงได้รู้ชัดเจนว่ามาร์เวลลัสทำไปเพื่อความสบายใจของเธอ “ขอโทษนะคะ ทั้งที่คุณมาร์ทำเพื่อความสบายใจของชั้นเองแท้ๆ” คราวนี้เธอจ๋อยสนิทและรู้สึกผิดจังๆ

“ถ้างั้นผมขอเพิ่มเงื่อนไขอีกอย่างแล้วกันนะครับ”

“หา???ว่าแล้วเชียว... เธอคิดในใจ

“คุณริเสะครับ”

“ค่ะ?

“รบกวนช่วยมาเป็นช่างซ่อมอาวุธส่วนตัว...” มาร์เวลลัสยื่นมือข้ามกองไฟไปในขณะที่ริเสะก็ค่อยๆยื่นมือเข้าไปจับมือของคนตรงหน้าแบบงงๆ

“และช่วยมาเป็นเพื่อนของผมด้วยนะครับ”

 

ริเสะทำหน้าอึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากของเด็กสาวจะยกยิ้มขึ้นมาประดับบนใบหน้า

 

“ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะคุณนายจ้าง...”

 

................................................................................

 

เป็นเวลาอีกนานกว่าที่เจ้าไวเวิร์นจะฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นริเสะและมาร์เวลลัสที่ทำสัญญากันแล้วโดยให้จีเอ็มร่างสัญญาจ้างให้จึงใช้คริสตัลเคลื่อนย้ายกลับเมืองเกียวโตแทน โดยริเสะก็กลับมาใส่หน้ากากอีกครั้ง ทั้งสองแวะไปที่ร้านอาหารเพื่อสั่งข้าวกล่องเอากลับมากินที่ร้านอาวุธของริเสะสองคนและพูดคุยเรื่องต่าง ๆไปด้วยโดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่มาร์เวลลัสจะลืมไม่ได้

 

“แล้วความลับที่ว่าคือ?” เธอกล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้นที่ปิดไว้ไม่มิด ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอไม่อยากรู้ว่าความลับของหนุ่มหล่อตรงหน้าคืออะไร

“ริเสะสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูความทนทานของอาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ได้ใช่มั้ย” ทั้งคู่ตัดสินใจว่าเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ควรจะใช้คุณใช้ท่านให้มันดูห่างไกล

“นะ.. แน่นอนสิ” เด็กสาวกล่าวตอบ พออีกฝ่ายเรียกชื่อเธอห้วน ๆมันทำให้เธอรู้สึกเขินพอสมควร “ค่าความทนทานเป็นค่าสถานะของอุปกรณ์สวมใส่ที่มีแต่แบล็คสมิธหรือช่างซ่อมอาวุธเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความลับเหรอ”

 

มาร์เวลลัสเดินไปเช็คประตูร้านอย่างดีก่อนจะกลับมาเปิดกระเป๋ามิติและะหยิบเอาไอเทมจำนวนหนึ่งออกมาท่ามกลางความสงสัยและประหลาดใจของแบล็คสมิธสาว

 

ริเสะก้มมองไอเทมแล้วรู้สึกคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูกจนเมื่อเธอใช้ทักษะตรวจสอบของช่างทำอาวุธ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างและอ้าปากค้างไปหลายนาทีกับระดับและความสามารถของไอเทม ก่อนที่ภาพถ่ายทอดสดและภาพวิดิโอการต่อสู้ตัวเต็มและถูกตัดต่อซึ่งกำลังระบาดไปทั่วโซเชียลเกี่ยวกับผู้เล่นคนหนึ่งจะผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ชัดจนเธอแทบไม่เชื่อสายตัวเอง เธอมองสลับระหว่างไอเทมบนโต๊ะและเจ้าของๆมันหลายสิบรอบ ก่อนที่เธอจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมานวดขมับ

 

“โอเค.....” เธอสูดหายใจเข้าเต็มปอดและผ่อนหายใจออกช้า ๆ “ชั้นขอยืนยันนะคะ มาร์เวลลัสคือจักพรรดิอสูรเขาเดียว....”

“ครับ”

“คือคนที่จัดการกับผู้เล่นและเอ็นพีวีการ์เดี้ยนไปหลายพันคนด้วยตัวคนเดียว”

“ครับ”

“คือคนที่ถล่มปราสาทเมืองคาเอเดะด้วยสกิลสุดอลังการ...”     

“เอ่อ...ครับ...”

“ขอเวลาให้ชั้นตั้งสติแปบหนึ่งนะ” เธอพูดพร้อมกับยกแก้วน้ำที่ไม่มีน้ำขึ้นดื่มอีกสี่ห้าครั้ง

 

ดูเหมือนคงอีกสักพักสินะ... มาร์เวลลัสคิด ไอเทมที่เขาเอามาให้เธอตรวจสอบและเป็นการให้คำตอบของคำถามก็คือ ดาบผนึกร้อยอาณัติ ดาบคุโรมุรามาซะ ชุดเกราะทั้งสามชิ้นที่ได้มาจากลิโอะ หน้ากากอสูรรัตติกาล และเสื้อคลุมจักรพรรดิมนตรา

 

--------------------------------------------

ชื่อ : หน้ากากอสูรรัตติกาล

ประเภท : เครื่องประดับ (ระดับ 8)

ความสามารถ : เปลี่ยนสีผมของผู้ใช้เป็นสีขาว ปกปิดชื่อผู้ใช้จากการตรวจสอบด้วยไอเทมระดับแปดหรือต่ำกว่าได้และสามารถปกปิดชื่อจากคำสั่งหรือทักษะตรวจสอบของผู้อื่นทุกระดับ

ทักษะติดอาวุธ : พิธีกรรมคืนไร้จันทร์ ความสามารถ ติดตัว : เพิ่มความสามารถในการมองเห็นในที่มืด 40 เปอร์เซ็นต์ เรียกใช้ : สร้างหมอกสีดำรัศมี 100 เมตรรอบตัวผู้เล่น ลดค่าการมองเห็นในที่มืดของศัตรูลง 20 เปอร์เซ็นต์

เงื่อนไขสวมใส่ : ต้องเป็นผู้ที่เคลียร์วิหารอสูรรัตติกาลเท่านั้น

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : สัญลักษณ์แทนตัวผู้นำลัทธิที่นับถือและบูชาเทพีแห่งราตรีของดินแดนอื่น

--------------------------------------------

 

ความสามารถของหน้ากากนี้บวกกับค่าสถานะด้านความเร็วและความสามารถของดาบคุโรมุรามาซะ ทำให้มาร์เวลลัสในตอนนั้นมีสถานะไม่ต่างอะไรกับผีร้ายผู้สังหารยามราตรี

 

--------------------------------------------

ชื่อ : เสื้อคลุมจักรพรรดิมนตรา

ประเภท : เครื่องประดับ (ระดับ 10)

ความสามารถ : เพิ่มพลังเวท 10,000 หน่วยความสามารถนี้ลดลงเนื่องจากอุปกรณ์ถูกล็อกอยู่

ทักษะติดอาวุธ : ไม่มีเนื่องจากอุปกรณ์ถูกล็อกอยู่

เงื่อนไขสวมใส่ : ต้องเป็นผู้มีอาชีพเสริมผู้นำทัพเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้

สถานะ : ล็อกอยู่

ประวัติ : หนึ่งในอาภรณ์สวมใส่ของราชันแห่งบรรพกาล

--------------------------------------------

 

ยินดีด้วยสำหรับไอเทมระดับสิบชิ้นที่สองทั้งที่ผู้เล่นคนอื่นยังไม่มีสักชิ้นและยังน่าจะเป็นชุดเซ็ตประจำอาชีพเสริมอีกด้วย ซึ่งต่อให้ความสามารถของมันลดลงเพราะยังล็อคไว้ แต่ค่าสถานะที่เพิ่มมาเมื่อสวมใส่มันก็ยังอยู่ในระดับติดปีกให้ผีร้ายบินฆ่าคนง่ายขึ้นดี ๆนี่เอง แค่มาร์เวลลัสจินตนาการว่าถ้าตนเองใส่ของพวกนี้ออกไปเดินเตร่และมีคนตรวจสอบไอเทมของเขาขึ้นมา เด็กหนุ่มก็พอจะรู้ได้เลยว่าจะเกิดสงครามระดับไหนขึ้นมาบนยูโธเปีย ดังนั้นนอกจากตอนที่ต้องรับมือกับศัตรูเต็มอัตราศึกเช่นรับมือกับเทพอสูรหรือศัตรูเป็นกองทัพ มาร์เวลลัสก็ไม่มีความตั้งใจที่จะเอาไอเทมพวกนี้มาใช้ถ้าไม่จำเป็น

 

นอกจากนี้ยังมีแหวนอีกวงที่เขาใช้ติดต่อสื่อสารกับการาสุเทนกุก่อนหน้านี้ ซึ่งอีกฝ่ายให้เขาเป็นของแทนน้ำใจและมิตรภาพระหว่างทั้งคู่ ซึ่งมันก็คือ

 

--------------------------------------------

ชื่อ : แหวนเพรียกวิหค

ประเภท : เครื่องประดับ (ระดับ 6)

ความสามารถ : ใช้ติดต่อสื่อสารกับเทพวิหคสามขาการาสุเทนกุได้ทุกที่ทุกเวลา

ทักษะติดอาวุธ : เพรียกวิหค ความสามารถ เรียกนกในบริเวณนั้นหรืออัญเชิญนกมาล้อมรอบผู้เล่น โอกาส 85 เปอร์เซ็นต์ที่นกที่เรียกมาจะเป็นอีกา

เงื่อนไขสวมใส่ : ต้องเป็นผู้ที่การาสุเทนกุมอบให้เท่านั้น

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : ของแทนน้ำใจและมิตรภาพระหว่างผู้เล่นมาร์เวลลัสและเทพวิหคสามขาการาสุเทนกุ

--------------------------------------------

 

          แน่นอนภายใต้ความดีใจที่ได้รับไอเทมดีๆมาใช้มันก็มาพร้อมกับความกังวลให้เด็กหนุ่มได้ครุ่นคิดทุกครั้ง หลายๆสิ่งมันประเคนเข้ามาราวกับเหมือนมีคนจงใจทำให้เขาเก่งขึ้นมีความพร้อมมากขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับอะไรบางอย่าง... อะไรบางอย่างที่เขาไม่น่าจะหวังพึ่งแค่ไอเทมและรอดชีวิตไปได้

 

          ส่วนสาเหตุที่มาร์เวลลัสยอมเปิดเผยเรื่องนี้ให้กับริเสะก็เพราะตามความเป็นจริงแล้ว อย่างที่ได้กล่าวไปว่าค่าความทนทานของอุปกรณ์คือค่าสถานะที่มีแต่ช่างซ่อมอาวุธเท่านั้นที่ตรวจสอบได้ หน้าที่ของผู้เล่นจึงเป็นการต้องหมั่นไปหาช่างซ่อมเพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ซึ่งก็เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในเกมและทำให้ผู้เล่นหันมาใส่ใจการเล่นอาชีพเสริมเพื่อสร้างความหลากหลายให้ยูโธเปียอีกทางหนึ่ง ทำให้นอกจากร้านค่าของระบบที่รับซื้อไอเทมทุกอย่างและขายไอเทมบางอย่าง อาหาร อาวุธ ยา เครื่องนุ่งห่ม ถ้าไม่มาจากผู้เล่นหรือเอ็นพีซีก็จะเป็นกิจการในโลกจริงที่ซื้อพื้นที่จากเจ้าของเกมมาเปิดร้าน ดังนั้นเมื่อมาร์เวลลัสต้องดูแลและซ่อมแซมไอเทมของตน เขาก็จำเป็นจะต้องไปที่ร้านของผู้เล่นหรือเอ็นพีซีอยู่ดี ซึ่งไม่ว่าทางไหนก็ไม่รับประกันว่าความลับของเขาจะไม่แตก ท้ายที่สุดเขาก็จำเป็นจะต้องมีช่างสักคนที่ไว้ใจได้และริเสะก็ลอยมาราวกับฟ้ามีตาและประทานมาให้ ถึงส่วนนี้มาร์เวลลัสจะรู้สึกแย่เพราะมันเหมือนกับเอาความลับหรือความลำบากของคนอื่นมาใช้ประโยชน์ แต่เพราะทั้งสองแลกเปลี่ยนกันไว้อย่างน้อยมันก็ยังถือว่าวิน-วินทั้งคู่  

 

          ริเสะยังคงล่องลอยไปความรู้สึกหลากหลายที่ต้องเผชิญ ใจหนึ่งเธอก็กังวลว่าตัวเองกำลังเอาตัวไปพาดกับอะไรบางอย่างที่ไม่ควรหรือไม่ แต่พอมองไปที่ใบหน้าของเพื่อนใหม่และหวนคิดไปถึงวีรกรรมที่เจ้าตัวทำไว้เธอก็ยอมรับความจริงได้และถึงเวลาที่เธอต้องทำหน้าที่แล้ว ถึงจะมีอะไรหลายๆที่สงสัยแต่ก็ปล่อยให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีกว่า เธอยังมีเวลารู้จักกับคนประหลาดกับเรื่องราวประหลาดๆของเขาคนนี้อีกเยอะ(มั้ง)

 

          “เรื่องอื่น ๆเอาไว้ก่อนแล้วกันนะคะ มาซ่อมอาวุธกันดีกว่า...”

 

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 190 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #851 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 22:35

    ไรท์มาต่อเร็วๆน้าาา~
    #851
    0
  2. #848 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:54
    ขอร้องละคะ อย่าหายไปนานได้ไหมคร๊าาาา เราลืมเนื้อเรื่องอ่ะ..ความจำปลาทองอ่ะ..
    #848
    0