Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 47 : Peace (ความสงบสุข?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 216 ครั้ง
    19 มี.ค. 59

Episode 47 Peace (ความสงบสุข?)

 

       แม้นจะร้างผู้คนจนความคึกคักลดลงไปบ้าง แต่บรรยากาศภายในตัวเมืองสีแดงก็ยังคงมีผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อขายสินค้าหรือจับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระต่างๆ กระจายอยู่มากมายพอสมควร แต่ถึงยังไงก็ตามหัวข้อที่เหล่าผู้เล่นหรือแม้แต่เอ็นพีซีมักจะสนทนากันเสียส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการพาดพิงไปที่สงครามการแย่งชิงปราสาทที่กำลังเกิดขึ้น

 

ในขณะที่สงครามที่กำลังปะทุอยู่กลายเป็นจุดสนใจของเหล่าผู้เล่นส่วนใหญ่ อีกด้านหนึ่ง ณ ภายในตัวเมืองคาเอเดะ ภาพของชายหนุ่มสองคนก็กลายเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษของเหล่าผู้คนภายในตัวเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นสาวๆ ที่ถึงกับมองตาค้างกับภาพที่พวกเธอได้พบเห็นอยู่ตรงหน้า

 

            ชายหนุ่มคนแรกไม่ได้สนใจสิ่งใดรอบตัวเป็นพิเศษนัก นอกจากจ้องมองไปยังแผนที่ในหน้าต่างระบบของตน เพื่อเดินตามแผนที่ไปยังอาคารแห่งหนึ่งที่เป็นเป้าหมายของตนเอง

           

            ในขณะที่ชายอีกคนที่เดินตามอยู่ด้านหลังกลับมีทีท่าระแวดระวังแลซ้ายแลขวาไปมาด้วยท่าทีที่เด่นชัดมาก จนอาจจะแลดูผิดสังเกตกว่าปกติ

 

            “เลิกทำท่าทางแบบนั้นสักทีสิครับคุณเทน มันดูมีพิรุธนะครับ เดี๋ยวเขาก็สงสัยกันหมดหรอก”เด็กหนุ่มที่เดินนำหน้ากล่าวขึ้นทั้งที่สายตายังคงจ้องมองไปยังแผนที่อยู่

            “แต่ว่า...”

            “เทพอสูรคงไม่บุกมาโจมตีตอนนี้หรอกนะครับ หรือถ้าบุกมาจริงๆ เราก็น่าจะรู้ตัวก่อนอยู่ดี ทำท่าทางแบบนั้นคนเขาจะสงสัยกันซะเปล่าๆ นิ่งๆแล้วคอยจับความเคลื่อนไหวของศัตรูที่อาจเกิดขึ้นน่าจะดีกว่านะครับ” มาร์เวลลัสเอ่ยอธิบาย

 

            อาจจะจริงอยู่ที่สำหรับพวกเทพอสูรแล้ว มนุษย์ก็คงจะมีสถานะอะไรไม่ต่างไปจากมดแมลงตัวหนึ่งที่สามารถกำจัดไปให้พ้นทางได้อย่างง่ายดาย แต่การที่อยู่ในเมืองเช่นนี้ก็จะทำให้มดแมลงที่ว่ารวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งต่อให้เป็นเทพอสูรก็ตาม ถ้าหากเจอฝูงแมลงเช่นนี้ก็คงใช่ว่าจะสามารถตัดรำคาญไปได้โดยง่าย

 

            ถึงแม้ในยามสงบสุขมนุษย์ก็มักจะถวิลหาความขัดแย้งในหมู่กันเองด้วยหลายปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างจนเฉียดใกล้ความหายนะมาหลายร้อยพันครั้ง แต่ถ้าหากมีภัยพิบัติที่รบกวนความเป็นไปของพวกตน พวกเขาก็จะรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อจัดการสิ่งเหล่านั้นลง มันคือ กงล้อความซ้ำซากที่หมุนวนไปมามิมีวันเปลี่ยนแปลง

 

            “เรื่องนั้นทราบแล้วล่ะขอรับ แต่อันที่จริงแล้ว... ข้าเพียงแค่มิค่อยชอบเมืองของพวกมนุษย์สักเท่าไหร่”

            เท้าของเด็กหนุ่มหยุดลงอย่างกะทันหันก่อนจะหันกลับมามองเทพวิหคในร่างมนุษย์ “จะกลับไปรออยู่ที่นอกเมืองก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวอีกสักพักผมก็จะตามไปทีหลังเอง”

            “ได้ไงกันล่ะขอรับ ถ้าข้าไม่อยู่แล้วใครจะคอยปกป้องท่านมาร์ล่ะ”

            “ผมน่ะไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็ไม่ต้องฝืนใจทำหรอกนะครับ ของที่ไม่ชอบมันห้ามกันไม่ได้”

            “ไม่เป็นไรขอรับ ข้ายินดี”

           

            เมื่อเห็นว่าเป็นการป่วยการที่จะโต้แย้งต่อ มาร์เวลลัสจึงไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากกล่าวขอบคุณในความเป็นห่วงของเทพวิหค ก่อนจะหันหลังกลับและมุ่งตรงไปยังเป้าหมายต่อไป

 

            ตลอดทางมานี้มาร์เวลลัสไม่ได้พูดหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษนัก เพราะพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่แผนที่สลับกับการวิเคราะห์ข้อมูลบางอย่างที่จดบันทึกไว้ ยังดีที่ผู้คนภายในเมืองส่วนใหญ่ไปชมศึกชิงปราสาทที่กำลังเกิดขึ้นกันจนเกือบหมด ทำให้ทางเดินค่อนข้างโล่งและปลอดผู้คนจนเขาไม่ต้องกังวลว่าจะไปเดินชนใครเข้ารึเปล่า ซึ่งแตกต่างกับการาสุเทนกุที่ชำเลืองมองซ้ายมองขวาเป็นระยะๆ จึงสังเกตเห็นว่าถึงจะไม่ทำตัวน่าสงสัยพวกเขาทั้งสองคนก็เป็นที่สนใจของผู้คนภายในเมืองอยู่ดี โดยเฉพาะเหล่าสาวๆที่ส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้เทพวิหคจนเจ้าตัวถึงกับรู้สึกอึดอัดขึ้นมา ซึ่งแรกๆการาสุเทนกุก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก จนกระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งขยิบตาให้ ทำเอาเทพแห่งท้องนภาถึงกับขนลุกอย่างหาสาเหตุไม่ได้

            /เพราะงี้ไง ข้าถึงมิอยากสุงสิงกับมนุษย์.../

 

            หลังจากเดินผ่านเหล่าฝูงชน และเสียงซุบซิบบางอย่างที่มีคำว่าเมะว่าเคะซึ่งเทพวิหคไม่เข้าใจมาได้ ไม่นานนักบุรุษทั้งสองก็เดินทางจนมาถึงสถานที่อันเป็นเป้าหมายของพวกเขา ซึ่งอันที่จริงน่าจะเป็นแค่ของมาร์เวลลัสคนเดียวซะมากกว่า โดยสถานที่แห่งนี้ก็คือสถานที่สำคัญที่ผู้เล่นทุกคนย่อมรู้จักกันดี

 

            อาคารนักผจญภัย

 

            หน้าต่างระบบที่ถูกแยกออกมาหลายสิบบานถูกปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจอันยืดยาวของนักดาบหนุ่ม ก่อนที่เจ้าตัวจะปรับอารมณ์และเดินเข้าไปในอาคารเพื่อทำตามความต้องการต่อไป

           

            “ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านนักผจญภัย ดิฉันชื่อเลน่า มีธุระอะไรให้ดิฉันรับใช้รึเปล่าเจ้าคะ”เมื่อก้าวเข้าไปในตัวอาคาร เสียงทักทายของหญิงสาวที่เคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นในทันที

           

            เธอเป็นหญิงสาวที่จัดได้ว่าน่ารักคนหนึ่ง ที่แม้โครงหน้าของเธอจะเป็นแบบคนเอเชีย แต่เส้นผมของหล่อนกลับเป็นสีทองสว่างจ้าที่ช่วยขับความน่ารักสดใสในตัวเธออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แววตาสีดำสนิทที่แสนน่ารักซุกซนถูกปิดทับด้วยแว่นตาเลนส์ใสบางๆ ใบหน้าขาวเนียนบวกกับจมูกได้รูปรับเข้ากับริมฝีปากอ่อนสีชมพูได้อย่างดิบดี เธอสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแบบผู้หญิงที่มีโบสีแดงมัดอยู่ที่ใต้คอปกของเสื้อ สวมกระโปรงสีน้ำตาลเข้มที่ยาวเลยเข่าขึ้นมาพอสมควรและมีสายรัดที่เกี่ยวกับกระโปรงไว้พาดผ่านขึ้นมาบนเสื้อไปจนถึงด้านหลัง ถุงน่องสีดำ กับรองเท้าส้นสูงสีแดง บ่งบอกดีกรีความน่ารักเซ็กซี่ได้อย่างมาก

 

            หากใครมาเห็นเข้าครั้งแรกคงจะโดนดาเมจความน่ารักของเธอเล่นงานไปแล้วแน่ๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนักที่ผู้ชายคนตรงหน้าของเธอตอนนี้ดันเป็นประเภทตายด้านและซื่อบื้อ   

           

            “มาส่งมอบภารกิจครับ”

            “รับทราบเจ้าค่ะ รอสักครู่นะคะ”กล่าวจบเธอก็เรียกหน้าต่างเจ้าหน้าที่ของตนเองออกมา และกดนู่นกดนี่อยู่สักพัก “ขอทราบชื่อด้วยเจ้าค่ะ”

            “มาร์เวลลัส ครับ”

            “คุณมาร์เวลลัสๆๆๆ เอ่อ... ไม่พบชื่ออ่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมาร์เวลลัสได้ลงทะเบียนนักผจญภัยไว้หรือยังคะ”

            “ยังเลยครับ ขอโทษทีนะครับทีผมลืมบอกไป”

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แล้วคุณมาร์เวลลัสต้องการที่จะลงทะเบียนเลยหรือเปล่าคะ”

            “ครับ”

            “ถ้างั้นขอความกรุณาหยิบนามบัตรออกมาจากหน้าต่างระบบด้วยนะคะ เพื่อที่ดิฉันจะได้นำใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกรอกข้อมูล”

           

            มาร์เวลลัสเรียกหน้าต่างระบบของตนเองออกมา ก่อนที่จะทำท่าหยิบไปที่รายละเอียดส่วนตัวที่อยู่ข้างๆ กับอวาตาร์แบบย่อส่วนของตนเอง ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้นามบัตรออกมาและส่งมันให้กับเลน่า

 

            “ผู้เล่น มาร์เวลลัส ระดับ 46 ฉายา... ”หญิงสาวกำลังจะเอ่ยทวนตามธรรมเนียมการลงทะเบียน แต่เมื่อเห็นฉายาของมาร์เวลลัส เธอก็อยู่ในอาการนิ่งค้างไปในทันที

 

ซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของมาร์เวลลัสนัก เพราะจากคำพูดที่ขาดหายไป กับอาการที่อึ้งค้างไปแบบนั้นเขาก็คงจะเดาได้ไม่ยากว่าเธอเห็นอะไร

 

“ขออภัยที่เสียมารยาทค่ะ ขอทวนอีกครั้งนะคะ ผู้เล่น มาร์เวลลัส ระดับ 46 ฉายา ผู้สืบทอดแห่งปรมาจารย์ดาบคู่ สินะคะ”เธอชักสีหน้ากลับมาเป็นปกติ ก่อนจะทำหน้าที่ต่ออย่างรวดเร็ว

            “ครับ ถูกต้องครับ”

           

            หลังจากที่มาร์เวลลัสกล่าวยืนยันเสร็จ เธอก็ทำการกรอกข้อมูลต่างๆลงไปในหน้าต่างคำสั่งของเธออยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงส่งแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้เขาอ่านรายละเอียดก่อนจะลงชื่อรับทราบและยืนยันการลงทะเบียน

           

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ”เธอกล่าวขึ้น พร้อมกับส่งบัตรสีน้ำตาลเล็กๆมาให้เด็กหนุ่ม “นี่คือบัตรประจำตัวนักผจญภัยนะคะ ตอนนี้อาจจะยังเป็นแค่ระดับเริ่มต้น แต่ถ้าหากเก็บสะสมแต้มไปเรื่อยๆจากการทำภารกิจต่างๆ ก็จะสามารถเพิ่มระดับของบัตรได้ แล้วก็จะทำให้ได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องต่างๆเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่วนวิธีเก็บบัตรก็ง่ายๆค่ะ เพียงแค่นำบัตรไปทาบที่ข้อมูลส่วนตัวในหน้าต่างระบบก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ มีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรหรือเปล่าคะ”

 

            มาร์เวลลัสจัดการถามเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ อีกเล็กน้อย เช่น เรื่องแต้มที่จะได้รับจากการภารกิจ สิทธิพิเศษ และรายละเอียดอื่นๆอีกนิดหน่อย ก็กล่าวขอบคุณ และเริ่มเข้าสู่เป้าหมายหลักในการมาในครั้งนี้

 

            “ถ้ายังไงผมขอส่งมอบภารกิจเลยแล้วกันนะครับ”

            “รับทราบเจ้าค่ะ กรุณาหยิบไปที่ภารกิจที่ต้องการส่งมอบมาจากหน้าต่างระบบเลยนะคะ มันจะกลายเป็นใบประกาศแจ้งรายละเอียดโดยอัตโนมัติเองค่ะ”

 

เธอบอกวิธีการ ซึ่งนักดาบหนุ่มก็ทำตามอย่างว่าง่ายและส่งมอบใบประกาศที่ว่าให้เธอ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะต่างกับตอนที่เขาส่งมอบภารกิจให้ซายะนักปรุงยาอยู่พอสมควร

 

เมื่อได้รับแผ่นกระดาษไปก็เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวถึงกับอึ้งด้วยอาการตกตะลึงอีกครั้ง สำหรับผู้เล่นแล้วจะเห็นใบประกาศแจ้งเป็นเพียงแผ่นกระดาษที่เขียนรายละเอียดต่างๆไว้เท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่คอยให้บริการรับส่งภารกิจเช่นเลน่าเธอจะมีทักษะพิเศษที่เรียก อ่านความทรงจำ ซึ่งจะทำให้สามารถทราบรายละเอียดแบบสังเขปที่ถูกบันทึกไว้ในใบประกาศได้

 

ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้เธอก็มองเห็นรายละเอียดเกือบทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน...

 

“ภารกิจ การสำรวจแผนที่และการจัดการเคลียร์วิหารอสูรรัตติกาลระดับ S เสร็จสิ้นแล้วค่ะ” เมื่อกล่าวจบเสียงจากระบบก็ดังขึ้นเพื่อบ่งบอกค่าประสบการณ์ที่ได้รับ และแต้มของบัตรนักผจญภัยที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งมันก็ทำให้เขาต้องนำบัตรนักผจญภัยส่งคืนให้แก่เลน่าเพื่อเปลี่ยนจากบัตรเริ่มต้นสีน้ำตาล เป็นบัตรระดับ 2 สีเหลือง แถมแต้มยังเฉียดบัตรระดับ 3 ไปเล็กน้อยอีกด้วย

 

แต่ที่ทำให้มาร์เวลลัสถึงกับตาโตเป็นไข่ห่านก็คือถุงเงินที่พนักงานสาวมอบให้ต่างหาก  ซึ่งเมื่อเช็คจำนวนเงินดูก็ทำให้เจ้าตัวถึงกับร้องลั่น “400,000 ยูธ!

“ใช่ค่ะ รางวัลสำหรับการเคลียร์ดันเจี้ยนขนาดกลางที่เป็นภารกิจระดับ S ได้ อยู่ที่ราวๆ 200,000 – 500,000 ยูธ ซึ่งในครั้งนี้การเคลียร์แผนที่ภายในวิหาร คิดเป็นเงิน 150,000 ยูธ การเคลียร์ดันเจี้ยนเป็นคนแรก คิดเป็นเงิน 50,000 ยูธ และการจัดการเคลียร์มอนสเตอร์ไปจนถึงชั้นสุดท้ายคิดเป็นเงิน 200,000 ยูธ รวมเบ็ดเสร็จ 400,000 ยูธค่ะ แต่ถ้าหากในกรณีที่เป็นดันเจี้ยนขนาดใหญ่ที่มีระดับ ตั้งแต่ A ขึ้นไป ก็จะมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลยิ่งกว่านี้อีกนะคะ”เธอเอ่ยอธิบาย โดยที่แอบขัดแย้งในใจว่าฝ่ายที่ควรจะตกใจน่าจะเป็นเธอเองซะมากกว่า

 

/หน้าตาก็เป็นคนซื่อๆ ไม่น่ามีพิษมีภัยแท้ๆ แต่ดันเป็นลูกศิษย์ของชายในตำนาน แถมเลเวลแค่ 40 กว่าๆ ที่ยังไม่มีอาชีพขั้นที่สองเลยด้วยซ้ำ แต่สามารถบุกไปเคลียร์ดันเจี้ยนขนาดกลางที่เป็นภารกิจระดับ เอส ได้ด้วยตัวคนเดียว สัตว์ประหลาดชัดๆ ไม่สิ ใช่คำนั้นก็ดูจะเป็นการดูถูกเขาเกินไป ใช้คำว่า ปีศาจ น่าจะดีกว่าล่ะมั้ง/

 

แม้จะเคลือบแคลงใจเพียงใดถึงความสามารถของเด็กหนุ่มคนตรงหน้า แต่ด้วยจรรยาบรรณของพนักงานองค์กรนักผจญภัย เธอจึงไม่ได้คิดจะถามหรือพูดอะไรที่เป็นการละลาบละล้วงเด็กหนุ่มจนเกินไป

 

เมื่อสติสัมปชัญญะที่เคยกระเจิดกระเจิงเริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง มาร์เวลลัสจึงเริ่มคิดไตร่ตรองเรื่องต่างๆอีกครั้ง ซึ่งเรื่องสำคัญที่สุดที่จะลืมไปไม่ได้เลยเป็นอันขาด ก็คือเรื่อง

 

ปากท้อง...

 

“เอ่อ.. คุณเลน่าครับ ที่อาคารนักผจญภัยเนี้ย เขาขายอาหารด้วยใช่หรือเปล่าครับ”

“แน่นอนสิเจ้าค่ะ จะรับอะไรดีล่ะ”

 

มาร์เวลลัสจัดแจงสั่งอาหารชุดใหญ่ราวกับจะเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่าง โดยที่การาสุเทนกุที่ยืนรออยู่ด้านนอกเองก็ถูกมาร์เวลลัสเรียกให้เข้ามาข้างใน ซึ่งเมื่อหลังจากที่สั่งรายการอาหารกับสาวน้อยเลน่าเสร็จ เธอก็บอกให้เขาไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนก็ได้ แต่ก่อนที่มาร์เวลลัสจะได้เดินไปยังที่นั่งที่หมายตาไว้ เขาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งเสียก่อน

 

“โอ้ แม่สาวน้อย”เสียงยียวนของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากทางเข้าของอาคารนักผจญภัยก่อนที่เจ้าตัวจะสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับพรรคพวกอีกสามสี่คน

ซึ่งคนถูกเรียกก็ได้แต่เอามือขึ้นมาปิดหน้า พร้อมกับส่ายศีรษะบ่งบอกอาการบอกบุญไม่รับอย่างชัดเจน “เลิกเรียกอย่างงั้นสักทีเถอะค่ะ คุณเค่อฟาน”

“ฮ่าๆๆ ล่อเล่นน่ะจ๊ะ ล่อเล่น พวกพี่ขอเหมือนเดิมนะ”

“รับทราบเจ้าค่ะ รอสักครู่นะคะ ขอเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้าทั้งสองท่านนี้ก่อน”กล่าวจบก็พยักพเยิดมาทางมาร์เวลลัส และการาสุเทนกุ

“โอเคจ๊ะ” ชายที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยตอบ “ถ้าข้าส่งเสียงดังไป ก็ขอโทษด้วยนะเจ้าหนุ่มทั้งสองคน”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยตอบ ในขณะที่เทพวิหคที่ยืนอยู่ข้างๆก็ดูไม่ได้มีท่าทีอะไรเลย จนดูท่าทางไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ

“อ่าๆ ถ้างั้นข้าขอตัวล่ะเจ้าหนุ่ม  เฮ้ย พวกเอ็งไปนั่งรอได้แล้ว ข้าสั่งอาหารให้แล้วเว้ย”พูดจบชายที่ชื่อเค่อฟานก็นำเพื่อนๆไปยังโต๊ะอาหาร ซึ่งโต๊ะที่ว่าก็ดันเป็นตัวเดียวกันกับที่มาร์เวลลัสเล็งไว้พอดี แต่เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร และเลือกที่จะไปนั่งที่โต๊ะตัวอื่นแทน

 

ไม่นานนักสารพัดอาหารก็ถูกนำมาจัดเรียงบนโต๊ะของมาร์เวลลัส โดยที่มีการาสุเทนกุนั่งมองอยู่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาว่าคิดอะไรอยู่กันแน่

 

“โฮ เจ้าหนุ่ม เอ็งไปตายอดตายอยากมาจากไหนวะเนี้ย”จะเป็นเสียงใครไปไม่ได้เลยนอกจากเค่อฟานคนเดิม เพิ่มเติมคือเขาพูดขึ้นมาโดยไม่เกรงใจเรื่องมารยาทเลยแม้แต่น้อย

“ฮ่าๆ ก็นิดหน่อยครับ พอดีผมพึ่งจะได้เงินมาจากการทำภารกิจนิดหน่อยน่ะครับ เลยว่าจะเลี้ยงฉลอง พร้อมกับเลี้ยงขอบคุณเพื่อนผมคนนี้ด้วย”เขากล่าวตอบด้วยท่าทีเป็นกันเองกับอีกฝ่าย โดยที่ประโยคหลังนั้น เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นแววตาที่สั่นระริกด้วยความตื่นตันของเทพวิหค “ถ้ายังไงจะมาร่วมโต๊ะกับพวกเราด้วยหรือเปล่าครับ ผมเลี้ยงเอง”

“เฮ้ย จะดีเหรอเจ้าหนุ่ม พวกข้าแต่ละคนกินอย่างกับควายเลยนะ”

“ยินดีเลยล่ะครับ คนยิ่งเยอะก็ยิ่งคึกคักดี”

“บ๊ะ ถ้าพูดอย่างงั้นพวกข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ”

“ข้าว่ามันเลยจุดที่ว่าเกรงใจมาตั้งแต่ที่เอ็งพูดแทรกขึ้นมาแล้วล่ะวะ”เพื่อนในกลุ่มเอ่ยเหน็บขึ้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 216 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #826 Frame Master ch (@17122547a) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:15
    ลั้นตรงประโยคสุดท้าย 555+
    #826
    0
  2. #790 Inw_Short (@Inw_Short) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 19:58
    นิสัยใจกว้างแบบนี้มักจะนำความชิบหายมาสู่ตนเอง
    #790
    0
  3. #688 Zaru_San (@gifuto546fc) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 22:54
    โอ้ แม่สาวน้อยนี่ดังมาแต่ไกล ถถถถถถ
    #688
    0