Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 34 : Chain Break (ทลายโซ่ตรวน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    29 พ.ย. 58

Episode 34 Chain Break

                                                                                                                              

          “การป้องกันเป็นเป้าหมาย กระบวนท่าที่ใช้คือเส้นทาง เจ้าต้องเลือกสรรหนทางที่เจ้าคิดว่าดีที่สุดเพื่อจะไปยังเป้าหมาย...”คำสาธยายยาวเหยียดลอยมาตามสายลมจากปากชายผู้หนึ่งที่บัดนี้ในมือปรากฏแท่งไม่ไผ่ขนาดพอเหมาะที่กำลังทำหน้าที่ต่างดาบเพื่อใช้สอนเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์

          “ครับ!” เด็กหนุ่มขานรับทั้งที่ยังตั้งสมาธิปัดป่องการโจมตีออกไปหลายสิบครั้ง ถึงแม้ตอนนี้สมาธิทั้งหมดจะถูกใช้ไปเพื่อเพ่งเล็งกับการโจมตีของผู้อาจารย์อยู่ก็ตาม แต่หูเอง ถึงแม้จะฟังแบบผ่านๆก็สามารถทำหน้าที่จับใจความสำคัญจดจำไว้และปฏิบัติตาม

 

            การฝึกฝนของสองศิษย์อาจารย์ผ่านไปหกวันอย่างรวดเร็ว ซึ่งรูปแบบการฝึกที่ผู้เป็นอาจารย์คิดค้นขึ้นก็ต้องถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการใหญ่นับตั้งแต่วันแรกของการฝึก ซึ่งไม่ใช่ว่ารูปแบบเดิมแย่หรือใช้การไม่ได้ แต่มันมีสาเหตุมาจากความเหมาะสมกับศักยภาพความสามารถของมาร์เวลลัสต่างหาก ตัวเขานั้นมีพรสวรรค์ในด้านการทำเข้าใจความรู้ที่มาจากการอ่านด้วยตนเองหรือได้รับคำอธิบายอย่างละเอียดจนใช้นิยามคำว่าศึกษาทฤษฎีได้ และยังรวมไปถึงการนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นมาปฏิบัติจริงได้แทบในทันที และด้วยเหตุนั้นเองการเรียนของเด็กหนุ่มจึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นการอธิบายรายละเอียดไปด้วยต่อสู้ไปด้วยแทน

 

          การฝึกด้วยการเดินทางไปตักน้ำบนเนินเขาของมาร์เวลลัสเองก็ยังคงไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นที่เป็นรูปธรรมได้เช่นเดิม ถึงแม้จะผ่านมาแล้วหกวันก็ตาม การโจมตีของพวกอสูรและสัตว์อสูรในป่าที่เป็นทางผ่านไปยังเนินเขา เด็กหนุ่มก็ยังคงหลบได้บ้างไม่ได้บ้างตามเคย แต่ก็ยังสามารถหนีรอดมาได้ทุกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ โดยในช่วงวันหลังๆมานี้พวกสัตว์อสูรที่ไล่ล่าตัวเขาดูเหมือนจะค่อนข้างหงุดหงิดที่เป้าหมายของพวกตนสามารถหนีรอดไปได้ทุกครั้ง ถึงแม้จะกลับมาในสภาพสะบักสะบอมมากก็ตาม

 

            ช่วงเวลาอิสระที่ผู้เป็นอาจารย์มอบให้ตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงเจ็ดโมงเช้าของอีกวัน มาร์เวลลัสก็เลือกที่จะใช้มันเพื่อนั่งจดช็อตโน๊ตส่วนที่สำคัญๆเป็นพิเศษที่อาจารย์สอนในแต่ละวันไว้ ก่อนจะมานั่งทวนทั้งหมด และหันไปฝึกดาบคนเดียวด้วยความว่าไม่อยากปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไปอย่างไร้ประโยชน์  โดยในบางครั้งอาจารย์ที่ยืนดูอยู่ห่างๆก็จะส่งเสียงแนะนำมาในบางจุดเพื่อให้เด็กหนุ่มนำมาปรับปรุง

 

            ทุกอย่างดูราบรื่นดีถึงแม้จะไม่มีอะไรที่ดีเด่นเป็นพิเศษอย่างที่ควรจะเป็น แต่เหนืออื่นใดปัญหาใหญ่ที่มีอยู่ก็ยังคงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้...

 

            “ที่เจ้าทำเขาเรียกว่า นั่งขัดสมาธิแล้วข่มตาหลับ ไม่ใช่การนั่งสมาธิ”อาจารย์เอ่ยขึ้นหลังจากลองปล่อยให้เด็กหนุ่มนั่งสมาธิด้วยตัวเองอยู่สักพัก

           

เด็กหนุ่มที่ฟุ้งซ่านอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วถือโอกาสลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนั่งทนข่มตาให้หลับมาเป็นเวลานานมากในความรู้สึก ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วพึ่งผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีก็ตาม

 

“อาจารย์มีเคล็ดลับอะไรมั้ยครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยถามอย่างจนใจ

“เฮ้อ ข้าก็ลืมคิดไป...”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยความเข้าใจ

 

มาร์เวลลัสได้แต่เกาหัวด้วยความอับจน เดิมที่เขาก็เป็นพวกสมาธิสั้นที่นั่งอยู่เฉยๆไม่ได้ จึงมักจะต้องสรรหากิจกรรมต่างๆมาทำ แต่เมื่อในกรณีที่ต้องนั่งอยู่เฉยๆสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้จึงมีแต่การนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนติดเป็นนิสัยไปในที่สุด และสาเหตุสำคัญอีกอย่างคือเขาเติบโตที่ประเทศอเมริกาซึ่งแน่นอนการนั่งสมาธิไม่ค่อยจะมีให้เห็นสำหรับที่นั้น  และสุดท้ายถึงแม้ว่าจะย้ายกลับมาที่ไทยแต่โรงเรียนมัธยมที่เขาเรียนอยู่ก็เป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีการนับถือศาสนาที่หลากหลาย การฝึกนั่งสมาธิจึงไม่ได้ถูกทางโรงเรียนบังคับหรือฝึกสอนให้แต่อย่างใด ประสบการณ์นั่งสมาธิที่เขามีจึงเท่ากับศูนย์...

 

หรือเปล่านะ...

     

“ช่วยไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาสอนแม้กระทั้งการนั่งสมาธิ”ผู้เป็นอาจารย์เอ่ยขึ้นพร้อมนั่งขัดสมาธิลงหน้าเด็กหนุ่มและเริ่มสอนหลักการของการนั่งสมาธิพื้นฐานในทันที

 

การนั่งสมาธิที่แทบหายไปในหน้าประวัติศาสตร์ปัจจุบัน เพราะจำนวนผู้ปฎิบัติลดหย่อนลงตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่โลกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วแบบวันต่อวัน แต่ ณ โลกแห่งนี้... การนั่งสมาธิเองก็ยังถือว่ามีอยู่มากและเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ เพราะมันถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยฝึกสมาธิ และช่วยพัฒนาขีดความสามารถของสมองในด้านต่างๆให้พัฒนาเพิ่มมากขึ้น และด้วยเหตุที่ว่านั้นเองผู้เป็นอาจารย์จึงอยากที่จะให้มาร์เวลลัสได้ฝึกฝนเป็นประจำ แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องฝึกเป็นประจำคงต้องเอาไว้ก่อน

 

การฝึกสอนของสองศิษย์อาจารย์เลยผ่านไปจนถึงสี่โมงเย็นที่เป็นเวลาสิ้นสุดการฝึกของวัน หลังจากพร่ำสอนจนปากเปียกปากแฉะ หนึ่งวันก็ผ่านไป...

 

โดยที่มาร์เวลลัสก็ยังคงนั่งสมาธิไม่ได้เช่นเคย...

 

            “วันนี้พอแค่นี้ก่อน มาร์เวลลัส”อาจารย์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

            เด็กหนุ่มที่ลืมตาขึ้น ได้แต่เพียงนั่งเงียบๆ ด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง สิ่งที่อาจารย์สอน ตัวมาร์เวลลัสนั้นเข้าใจเป็นอย่างดีถึงหลักการของมัน แต่ว่าปัญหาคือเขาหยุดคิดไม่ได้จริงๆ พยายามทำจิตใจให้ว่างๆสบายๆได้สักพัก ความคิดก็พลันแล่นเข้ามาในหัวเขาซะดื้อๆ ทำตั้งไม่รู้กี่ครั้งผลก็เหมือนเคยจนตัวเขาเองก็ชักหน่ายๆ จนถึงขั้นหงุดหงิด และรำคานตัวเองเลยด้วยซ้ำ...

 

            แล้วอาจารย์ล่ะ เขาจะไม่หงุดหงิดมากไปกว่าเราหรือยังไง...

 

            “ผมขอโทษครับอาจารย์”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด

            “เจ้ามิผิดหรอก เจ้าลูกศิษย์” ท่านอาจารย์ส่ายหน้า “มันคือเรื่องของจิตใจ ถ้าจะให้เปรียบก็คงคล้ายกับการจับม้าป่าที่พยศมาฝึก ซึ่งแน่นอนมันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นธรรมดา จริงอยู่ที่บางคนสามารถฝึกทำสมาธิได้ง่าย และและเข้าสู่ปิติที่ลืมเลือนซึ่งความรู้สึกนึกคิดต่างๆไป จนเหลือเพียงว่างเปล่าภายในจิตใจที่แสนสงบ แต่การที่มันเป็นไปได้ยากสำหรับเจ้ามันก็ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง”

            “ข้อดี?”มาร์เวลลัสทวนคำด้วยความสงสัย

            “เจ้าเด็กโง่”มืออันหยาบกร้านแต่แฝงด้วยความเอ็นดูขยี้ศีรษะเด็กหนุ่มเบาๆ “ข้อดีของมันก็คือ ถ้าเจ้าก้าวข้ามมันไปได้ เจ้าก็จะเข้มแข็งและแข็งแกร่งขึ้นอีกก้าวยังไงล่ะ อุปสรรคน่ะมีไว้เพื่อสร้างให้ชีวิตที่ก้าวข้ามมันไปได้ สามารถเชิดหน้าได้อย่างภาคภูมิ จำไว้”

            “ครับ!”เด็กหนุ่มขานรับด้วยน้ำเสียงที่ฮึกเหิมขึ้นอีกครั้ง

 

             หลังจากวันนั้นบุรุษทั้งสองก็ยังคงพยายามกันต่อไป ผู้เป็นอาจารย์ก็พยายามพร่ำสอนโดยไม่ปริปากบ่นใดๆ ส่วนเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์ก็ตั้งใจฟังคำสอนต่างๆและพยายามทำตามอย่างไม่ลดละความพยายามเช่นกัน

 

            ทุกอย่างผ่านพ้นไปนานจนกลับสู่สถานการณ์ปัจจุบัน ท่อนไม้ไผ่ในมือถูกลดลง ก่อนที่ผู้เป็นอาจารย์จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงโทนเดิมที่มาร์เวลลัสคุ้นเคยตลอดหกวัน

 

            “พักได้ มาร์เวลลัส”

 

            การกินอาหารมื้อเที่ยงผ่านไปอย่างเรียบง่ายและรวดเร็ว ก่อนที่มาร์เวลลัสจะยกชาขึ้นมาดื่มครั้งสุดท้าย และยืนขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เป็นอาจารย์ที่ยังนั่งจิบชาอยู่ไม่น้อย

 

            “ช่วงนั่งสมาธิวันนี้ ถ้ายังไงผมขอลองพยายามด้วยตัวเองได้หรือเปล่าครับ”

            “อืม... ตามใจเจ้าแล้วกัน ถ้ายังไงก็ลองเปลี่ยนสถานที่นั่งสมาธิดูด้วย” ไม่มีเสียงทัดทานใดๆปรากฏขึ้น ตรงกันข้ามผู้เป็นอาจารย์กลับอนุญาตและแนะนำจนมาร์เวลลัสยังแปลกใจ

            “ครับ อาจารย์!

            “มาร์เวลลัส”เสียงเอ่ยของอาจารย์ ทำเอาเท้าของเด็กหนุ่มที่กำลังหันหลังเดินออกไปหยุดลง และหันมามองด้วยความสงสัย

            “มีอะไรเหรอครับ อาจารย์”

            นักดาบหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จงฟังเสียงจากสายลม พวกเขาจะนำทางตัวเจ้า เอ้า ไปได้แล้ว!

 

            มาร์เวลลัสยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความงุนงงชั่วครู่ แต่ก็พยักหน้ารับก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆเดินหายลับไปจากสายตาของชายหนุ่ม ที่ยังคงนั่งจิบชาช้าๆอย่างไม่อนาทรร้อนใจใดๆ

           

            “มีเรื่องอะไรก็บอกมา จะมัวซ่อนตัวอยู่ทำไม”ชายหนุ่มเจ้าของสถานที่เอ่ยขึ้น

            “ซ่อนจิตจากการรับรู้ของท่านช่างเป็นเรื่องยากเสียจริง”บุรุษปริศนาที่กอดอกยืนพิงต้นไม้เอ่ยขึ้น

            “เจ้ามาทำอะไรที่นี้”

            “ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของสิ่งนั้น ก็เลยมาหาผู้ที่เก็บมันไว้เช่นเจ้า”

            “ทั้งที่ห่างไกลแต่ก็ยังสัมผัสได้ พลังอำนาจของมันยังน่าเกรงข้ามเช่นเคยสินะ”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับชำเลืองสายตาคล้ายจะมองไปยังบางสิ่งที่อยู่ในกระท่อม

            “เพราะเจ้าหนุ่มนั้นหรือเปล่า”

            “เจ้าก็มองออกสินะ”

            “อ่า... มันคงตอบสนองต่อสัตว์ร้ายที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้าหนุ่มคนนั้น สัตว์ร้ายเฉกเช่นเดียวกับเจ้า”

           

 

ห่างไปไม่ไกลจากกระท่อมมากนัก มาร์เวลลัสที่กำลังมองหาสถานที่นั่งสมาธิก็พบเข้ากับเป้าหมายที่ต้องการ เขาสอดส่องสายตาเพื่อสำรวจว่ามีอสูรหรือสัตว์อสูรเผ่นพ่านอยู่แถวนี้หรือเปล่า ซึ่งเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีเด็กหนุ่มก็กระโดดข้ามพุ่มไม้และตรงไปยังลำธารเล็กๆที่มีน้ำตกอยู่ห่างไปไม่ไกล เขากระโดดขึ้นไปบนโขดหินเรียบๆที่อยู่กลางลำธาร

 

“ถ้าจะฝึกวิชาก็ต้องที่แบบนี้สินะ”มาร์เวลลัสเอ่ยเบาๆกับตัวเอง

 

เขานั่งลงขัดสมาธิบนโขดหิน ก่อนจะหลับตาลงอย่างแผ่วเบา

 

/อาจารย์พยายามเพื่อเราขนาดนั้น ถึงคราวที่เราจะต้องพยายามด้วยตัวเองบ้าง/ความคิดคำนึงครั้งสุดท้ายไหลผ่านในห้วงจักษุของเด็กหนุ่ม

 

สายลมเอื้อยๆที่เคยหยุดลงและหายไปพลันกลับมาพัดพาอย่างไร้ซึ่งที่มา แต่ที่แปลกออกไปคือสายลมที่ว่าเพียงแค่พัดพารอบตัวเด็กหนุ่มราวกับสวมกอดร่างสง่าไว้ภายใต้อ้อมแขนที่เกิดจากห้วงอากาศอันเคลื่อนที่

 

เสียง ซ่าๆ จากสายวารีที่เทสาดและพัดพามาจากชั้นหินที่สูงชัน เสียงนกน้อยและเหล่ามวลสรรพสัตว์ที่ส่งเสียงร้องระงมราวระฆังแห่งสรวงสวรรค์ เสียงขัดสีของแมกไม้นานาที่สายลมชักพาให้ขัดกัน เหล่าเสียงทั้งหมดทั้งมวลไหลสู่โสตประสาทจนอาจฟังไพเราะคล้ายเพลงกล่อมสู่ห้วงนิทราอันน่าค้นหา แต่เสียงๆหนึ่งกลับเป็นเสียงขับกล่อมและนำพาให้เด็กหนุ่มเข้าสู่ห้วงแห่งความสงบอย่างแท้จริง...

 

...อย่าพยายาม อย่าข่มใจ เราและเธอคือความว่างเปล่า สงบนิ่ง เยือกเย็น ไร้ซึ่งสิ่งใด ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก ไม่ต้องกังวลสิ่งใด ซ่อนเรื่องสงสัยทั้งหมดไว้ภายใต้ก้นบึ้งของจิตใจที่ยากจะหยั่งถึง ไม่ก็ลบมันไปซะ ที่อยู่กับเธอตอนนี้ นอกจากพวกเราแล้ว ไม่มีสิ่งใดอีก...

 

เสียงสะท้อนแว่วกังวานในโสตประสาทของเด็กหนุ่มอย่างไร้ซึ่งที่มาและสาเหตุ มันแล่นสะท้านไปทั่วร่างพลางกับทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพลันเจือจางลง แต่สิ่งที่แปลกออกไปคือ ความเคลือบแคลงใจที่มักเกิดขึ้นกลับอันตรทานเหือดหายไป

 

...ดีแล้ว ผู้เป็นที่รักของเรา...

 

ห้วงแห่งการคำนึงอยู่ขาดสะบั้นในพริบตา ความว่างเปล่าอันหยุดนิ่งเกาะกุมไปทั่วจิตใจอันไร้สติสัมปชัญญะใดๆมาเจือปน

 

...ที่นี้คือก้นบึ้งของจิตใจ เรากำลังสื่อสารกับเธออยู่ ไม่ต้องแปลกใจที่เธอตอบไม่ได้ หรือถามอะไรไม่ได้ ที่เราสื่อสารกับเธอตอนนี้คือสื่อสารด้วยจิต สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นการรับฟังอยู่ตอนนี้เองก็ไม่ใช่การรับฟังอย่างที่เธอเข้าใจเช่นกัน ในตอนนี้เธอกำลังแปลสิ่งที่ฉันสื่อออกไปให้เป็นสิ่งที่จิตใจของเธอเข้าใจได้  ซึ่งสำหรับครั้งแรกก็ถือว่าดีมากแล้ว ตอนนี้เธอจะยังไม่สามารถที่จะสื่อสารกลับมาหาพวกเราได้ ทำได้แค่รับรู้สารที่เราสื่อออกไปเท่านั้น...

 

...เราพึ่งจะสื่อสารกันครั้งแรกอาจจะติดขัดหน่อยนะ คงไม่ใช่เรื่องแปลก เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ตอนนี้มีพวกเราที่กำลังรอที่จะพบเธออยู่ งั้นเราขอเริ่มก่อนจากพวกเราที่อยู่ใกล้เธอที่สุดตอนนี้เลยล่ะกัน แต่ว่า ถ้าจะให้พวกเรามาที่ละพวก คงไม่หมดกันง่ายๆ เอาเป็นว่าพวกเราทั้งหมดขอกล่าวทักทายเธอ แล้วเจอกันนะพวกเราอีกพวกที่อยู่ห่างออกไปบอกมาน่ะ ทำความรู้จักกันแล้วเรียบร้อยแล้ว พวกเราคงต้องขอลาล่ะนะ เพราะมีอีกท่านที่รอพบเธออยู่ตอนนี้ พวกเราจะรอพบเธอนะ ลาก่อน...

 

...สวัสดี ถึงเป็นสิ่งเดียวกัน แต่เราเป็นอีกพวกนะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า เราขอยืมร่างกายของเธอหน่อยนะ แค่แขนข้างเดียวเท่านั้น และไม่ต้องห่วงเราแค่ยืมเป็นที่อยู่แต่จะไม่ส่งผลใดๆทั้งนั้นจนกว่าจะถึงเวลา แล้วเราก็จะหลับใหลเพื่อรอเธอ รอวันที่ทุกอย่างพร้อม ถึงตอนนั้นเธอก็จะรู้เอง...

 

“สายลมที่เป็นมิตรต่อทุกสรรพสิ่ง แทรกผ่านปฐพี ไหลผสานวารี หลอมรวมอัคนี เดินทางไปทุกหนแห่ง ภูเขา ลำธาร ป่าไม้ ฟากฟ้า มหาสมุทร แผ่นดิน”

“เด็กคนนั้นเป็นผู้มีเอกลักษณ์ธาตุจำเพาะลมสินะ แถมยังสูงถึงขั้นสื่อสารกันได้ มนุษย์ผู้เป็นที่รักของสายลมงั้นรึ...”

“แถมสายลมที่ว่ายังนำทางไปสื่อสารกับสิ่งอื่นอีก... แต่ช่างมันเถอะ เพราะสิ่งที่ข้าสนใจไม่ใช่สิ่งนั้นหรอก”ชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพยักพเยิดกับคู่สนทนาให้หันไปดูเด็กหนุ่มที่บัดนี้ลืมตาขึ้นแล้ว

“แววตาแบบนั้น...”

“โซ่ตรวนที่ตรึงสัตว์ร้ายไว้ ถูกทลายออกแล้ว”

 

 

 

 Happy New Month สุขสันต์วันหวยออก และเดือนแห่งการเปิดเทอม T^T

เปิดเทอมแล้วคาดว่าจะได้อัพตอนใหม่แค่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งนะครับ

  

 

   

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #825 Frame Master ch (@17122547a) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 14:55
    ถึงความคิดเห็นที่796 : นั้นมันเทียร์รูน!!
    #825
    0
  2. #796 NobuSana (@Aum2107) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 20:58
    แล้วพระเอกก็ได้เป็นศิษย์ของเหล่าสรรพธาตุ และได้รับอาชีพนักเต้น ถุ้ย
    #796
    0
  3. #675 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 15:26
    พูดงี้พระเอกจะเทพแล้วใช่ไหมม
    #675
    0
  4. #624 Tsukihana (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 07:33
    เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจ????
    #624
    0
  5. #493 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 11:43
    ว้าวๆๅๆๆๆ
    #493
    0
  6. #442 ชานม (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 22:31
    ขอบคุนจ้าาา

    รอยุน้าาาา
    #442
    0
  7. #437 wisetsing (@wisetsing) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 17:39
    รอตอนต่อไป
    #437
    0
  8. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 21:30
    #436
    0
  9. #434 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 16:09
    เอาใจช่วยมาร์นะคับ
    #434
    0
  10. #433 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 14:44
    สนุกดีครับ
    #433
    0
  11. #432 Fujiwara rie (@okiya0miki) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 14:22
    มาร์ชอบคิดเรื่อยเปื่อยเหมือนเราเลยอ่ะ 
    แล้วจะรอตอนต่อไปนะคะ 
    #432
    0