Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 31 : Weakness (จุดอ่อน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    29 พ.ย. 58

Episode 31 Weakness

 

          “เรียบร้อยแล้วค่ะ สมาพันธ์ลำนำวิหค และกิลด์นกฮูกพเนจรภายใต้สังกัดทำการลงทะเบียนเข้าศึกแย่งชิงปราสาทเมืองคาเอเดะเสร็จสิ้น ศึกชิงปราสาทจะเริ่มในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า กรุณาเตรียมความพร้อมด้วยนะคะ”หญิงสาวในชุดสูทสีดำ ที่มีเอกลักษณ์เด่นเป็นหน้ากากแบบยุโรปตะวันตกสีขาวที่มีรอยยิ้มและดวงตาแต่งแต้มบนหน้ากาก และจุดเด่นที่เป็นที่เพ่งเล็งเหนืออื่นใดคือข้อความตัวอักษรสีดำที่ข้างแก้มของหน้ากากที่เขียนไว้ว่า ‘GM 5647581’

            “ขอบคุณมากครับ”ชายหนุ่มในชุดนักสู้เอ่ยขึ้น ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากที่ทำการของจีเอ็ม

 

 

            “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”นักบวชสาวร่างเล็กเอ่ยทักขึ้นเป็นคนแรก

            “อืม..”หัวหน้าสมาพันธ์ขานรับทั้งที่ขมวดคิ้วครุ่นคิด

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าวะ ไอ้กิง”ชายหนุ่มในชุดจอมเวทสีขาวเอ่ยถามผู้เป็นเพื่อน

            “เออนั้นดิ มีอะไรวะทำหน้าซะซีเรียสเชียว”นักรบหนุ่มในชุดเกราะเงินเอ่ยขึ้นบ้าง

            “นอกจากเรากับไอ้พวกตัวตลก ยังมีอีกสองกิลด์ที่ลงชื่อเข้าตีปราสาท”

            “เฮ้ย ได้ไงวะ ในเมืองคาเอเดะไม่มีกิลด์ที่ใหญ่พอจะท้าตีปราสาทได้นอกจากพวกเรากับพวกไอ้ราฟาแล้วนี้หว่า”นักรบหนุ่มโวยขึ้น

            “ใจเย็นก่อนไอ้ค้อนบ้า อย่าโวยวายสิ ฉันหนวกหู”

            “กิงนายมีข้อสันนิษฐานมั้ย”หญิงสาวนักเวทที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นกับหัวหน้าสมาพันธ์ของเธอ

            “ก็ไม่แน่ใจ แต่เท่าที่ตอนไอ้เรียวคารายงานว่ามีผู้เล่นแปลกหน้าที่มาจากส่วนในของทวีปเข้ามาในเมืองคาเอเดะมากขึ้น ฉันก็เอ๊ะใจแล้วว่ามันแปลกๆ แต่ก็ไม่ทันได้ตรวจสอบหรือสนใจ แต่พอตอนที่จีเอ็มบอกฉันว่ามาลงชื่อเป็นกลุ่มที่สี่ ก็เลยลองถามจีเอ็มดูเขาก็บอกแค่ว่าเป็นกิลด์ที่ตั้งอยู่มานานหนึ่งเดือนในเกมอย่างถูกต้อง จำนวนสมาชิกก็ครบตามที่กำหนดไว้”หัวหน้าสมาพันธ์เอ่ยอธิบาย

            “ตั้งกิลด์ขึ้นในเมืองโดยใช้สมาชิกแค่น้อยๆคน หลังจากนั่นพอระบบเปิดให้ลงทะเบียนขอตีปราสาทก็สั่งให้สมาชิกที่เตรียมไว้ให้สมัครเข้ากิลด์ที่ตั้งขึ้น เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย”ฝ่ายข้อมูลเอ่ยขึ้น

            “คงงั้น แผนทื่อๆแต่กลับมีประสิทธิภาพสูง โดยใช้ช่องโหว่ของระบบให้เป็นประโยชน์”กิงเอ่ยขึ้นอย่างปลงๆ

            “แบบนั่นมันโกงกันนี้หว่า”ค้อนกัมปนาทเอ่ยลั่นทำเอาผู้คนรอบข้างหันมามองเขาทันที

            “เงียบหน่อยไอ้สมองค้อน”เรียวคาเอ่ยขัดขึ้น แล้วกลับไปจดจ่อกับการติดต่อทางเสียงของระบบกับบุคคลปริศนาอีกครั้ง

            “เราทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ถึงจะบอกจีเอ็มก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ศึกของเราจะเริ่มในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า บอกจีเอ็มไปแล้วสมมุติว่าเขารับปากว่าจะปรับปรุงให้ก็คงเป็นชาติ เพราะกฎการตีปราสาทมันใช้ทั้งทวีป ถ้าจะแก้ไขก็คงจะต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ที่คงไม่ทันสองอาทิตย์หน้าชัวร์”กิงเอ่ยขึ้น ในระหว่างที่ลงทะเบียนเขาก็ไตร่ตรองเรื่องต่างๆไปด้วยจนผลสุดท้ายก็แน่ใจแล้วว่าไม่มีทางแก้ไขอะไรได้

            “มีข่าวดีกับข่าวร้ายพวกแกจะเอาข่าวไหนก่อน”เรียวคาเอ่ยขึ้นหลังจากตัดการติดต่อออกไป

            “ดีก่อน ร้ายไว้ทีหลังเถอะ เซ็ง”นักรบหนุ่มเอ่ยขึ้น ทำเอาเหล่าเพื่อนๆหันมามองเขาด้วยความแคลงใจในตรรกะประมาณว่า เขาต้องเอาข่าวร้ายก่อนไม่ใช่หรือไง

            “ที่เราต้องสู้ด้วยจริงๆมีแค่สองกลุ่ม ไม่นับเอ็นพีซีการ์เดื้ยนนะ”

            “ข่าวร้ายล่ะ”นักบวชสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับเหล่าเพื่อนที่รอฟังอยากตั้งใจ

            “สองกิลด์ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกัน และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งสองกิลด์คือสมาพันธ์จ้าววิถีผู้พิชิต และไม่ต้องห่วงเรื่องความโชคร้าย เพราะที่ไมการ์มีผู้เล่นที่โดนใช้วิธีนี้ก่อนเราซะอีก”

            “เวร... ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย แกจะให้เลือกเพื่อ”

 

            หน่วยข่าวสารแห่งสมาพันธ์ลำนำวิหคยักไหล่ใส่ผู้เป็นเพื่อน จนคนโดนยักไหล่ใส่แทบจะชักดาบออกมาตรงนั่น

 

            “เมืองชายขอบแบบเรายังโดนเล็งเป็นเป้างั้นหรอเนี้ย การแข่งขันรุนแรงขึ้นมากเลยสินะ สมาพันธ์นั้นเองก็เป็นของจักพรรดิไร้มงกุฎด้วย เบื่อพวกคนใหญ่คนโตจริงๆ”จอมเวทสาวเอ่ยขึ้น ก่อนจะถอนหายใจอย่างกลุ้มๆ

            “กลุ้มไปก็ไม่ได้อะไร ไปเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆดีกว่า ทำเท่าที่ทำได้และยืดอกรับผลอย่างภาคภูมิ นั้นล่ะวิถีอัศวินของฉัน”ค้อนกัมปนาทเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยี่หระต่ออุปสรรคข้างหน้า   

           

            เหล่าสมาชิกที่เหลือต่างส่ายหน้าพยายามทำท่าให้เหมือนเอือมระอาในตัวเพื่อนแบบสุดๆ แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆปรากฏที่ริมฝีปากของเหล่าสหายร่วมสมาพันธ์

 

            รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากจอมเวทสาวก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปหานักบวชหญิงร่างเล็กเพียงคนเดียวในกลุ่ม

 

            “โดนเลยใช่ไหมล่ะ”เสียงกระซิบเบาๆทำเอาสาวร่างเล็กถึงกับหน้าแดงแจ๋ ในขณะที่เรียวคาที่อยู่ใกล้ๆก็แอบหยุดยิ้มออกมาเล็กน้อยและเดินออกไป โดยมีกิงเดินตามไปทั้งที่ยังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่

           

            จอมเวทสาวเดินผ่านเพื่อนไปด้วยท่าทีเฉยเมยราวกับไม่ได้พูดอะไรที่กลายเป็นการทิ้งทุ่นระเบิดไว้ให้เพื่อนสาว

           

“คิดว่าเท่แล้วเชียว แล้วเธอคิดว่าไง เนส ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เท่ไปเลยใช่เปล่า”นักรบหนุ่มค้อมกัมปนาทเอ่ยขึ้น พร้อมกับทำท่าเก๊กหล่อแบบสุดๆใส่นักบวชสาว

 

ปึก

ปลายรองเท้าของนักบวชสาวนามเนสหรือชื่อเต็มว่าจาเนสเตะกระแทกไปที่หน้าแข้งของผู้เก๊กหล่ออย่างจัง จนเจ้าตัวถึงกับร้อง โอ๊ย และยกหน้าแข้งขึ้นมากุมอย่างรวดเร็ว

 

“ไม่รู้ย่ะ”

สาวร่างเล็กเดินออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งความฉงนสงสัยไว้ให้นักรบหนุ่มด้านหลัง

 

“อะไรวะ”ค้อมกัมปนาทยกมือขึ้นมาเกาหัวอย่างงงๆ

 

 

อีกด้านหนึ่ง ณ เซเปียสเขตชายขอบตะวันออกสุดบนท้องฟ้าที่ถูกฉาบด้วยสีแดงของแสงแรกสุริยา ที่ถ้าหากมีสายตาดีมากพอ จะพบว่ามีร่างประหลาดของเทพวิหคสีนิลที่บินผ่านท้องฟ้ายามแรกของวันผ่านไป

 

“สรุปก็คือ แต่เดิมมันไม่ใช่ ดวงตาต้องสาป แต่เป็น ดวงตาเวท ที่ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพชนจอมเวทท่านหนึ่ง แต่หลังจากนั่นมันก็ถูกขโมยไปและถูกใส่คำสาปเข้าไปในดวงตาอย่างงั้นใช่หรือเปล่าครับ”มาร์เวลลัสกล่าวสรุปผล หลังจากที่เขาเซ้าซี้การาสุเทนกุให้เล่าให้ฟังอยู่ตลอดเวลาจนสุดท้ายเทพวิหคก็ยอมแพ้และเล่าแต่โดยดี

 

ชื่อในระบบเรียกว่า ดวงตาแห่งการสาปแช่ง แต่สำหรับเหล่าผู้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งนี้ที่รู้ถึงกิตติศัพท์ความสามารถของดวงตานี้จะเรียกมันสั้นๆว่า ดวงตาต้องสาป ซึ่งแต่เดิมมันก็ไม่ใช่อะไรที่เป็นในเชิงลบแบบนี้นัก เพราะมันถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทผู้หนึ่งที่ต้องการจะใช้ดวงตาดวงนี้เพื่อศึกษาเวทมนตร์ แต่หลังจากสร้างได้ไม่นานมันก็ถูกขโมยไปด้วยจอมเวทสายมืดและใส่คำสาปอันตรายทั้ง 13 ลงไปในดวงตาทำให้นับแต่นั้นเป็นต้นมาดวงตานั่นจึงกลายเป็นสิ่งต้องสาปอย่างในปัจจุบัน

 

“ขอรับ เท่าที่เขาผู้นั้นบอกเล่าข้ามาก็มีเพียงเท่านี้”

“เขา?

“เขาผู้นั้น อีกไม่นานองค์ราชันย์จะต้องได้พบแน่นอนขอรับ”   

มาร์เวลลัสพยักหน้ารับ “แล้วคุณอีคิดนาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้หรือครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางลูบไปที่ดวงตาซ้ายอย่างไม่รู้ตัว

“นางแค่ขโมยมาอีกทอดขอรับ แต่ทำเพื่ออะไรก็มิมีผู้ใดทราบ อาจจะเพราะนางอัปจนหนทางแล้วจริงๆ ก็เป็นได้ขอรับ”

“คุณการาสุเทนกุหมายถึง เรื่องที่ไทฟอนถูกภูเขาไฟเอทนาทับไว้หลังจากทำสงครามกับซุสใช่หรือเปล่าครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยออกไป ตามตำนานของอีคิดนาที่เด็กหนุ่มเคยอ่านนับว่ามีตำนานเกี่ยวกับเธอน้อยมาก แต่พอเอาไปเสริมกับตำนานของไทฟอนสวามีของนางก็น่าจะคิดได้ว่าเรื่องนี้อาจมีส่วนอยู่บ้างก็เป็นได้

 

“ถูกต้องแล้วขอรับ แต่... ท่านรู้ได้อย่างไรหรือขอรับ ปกติมนุษย์ไม่น่าจะรู้เรื่องนี้นี้ขอรับ องค์ราชันย์ อืม... แต่สำหรับคนต่างโลกเช่นท่านก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกสินะขอรับ”การาสุเทนกุเอ่ยถามแต่สุดท้ายก็วกกลับมาเป็นการคุยกับตนเอง

 

มาร์เวลลัสฟังโดยไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงจ้องมองไปยังการาสุเทนกุอย่างครุ่นคิด

 

/เอไอหรอ หรือว่าคนมาแสดงกันแน่ ไม่สิ สีหน้า แววตา น้ำเสียง อารมณ์ที่สื่อออกมา ท่วงท่า การกระทำ มันดูสมจริงมาก สมจริงจนเกินการแสดง จะว่ามีอารมณ์ร่วมก็จะเป็นไปซะทุกคนเลยอย่างงั้นหรอ? ประชากรเฉลี่ยของโลกในปัจจุบันคือเจ็ดพันล้านคน (อ้างอิงจากประชากรเฉลี่ยปี 2015 ด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงเวลานั่นซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงปรับปรุงหลายประเทศที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่ 1 ทำให้อัตราการเสียชีวิตมากขึ้นจากอดีตยังคงถูกคงไว้ การควบคุมการมีบุตรก็เช่นกัน ประชากรจึงไม่เพิ่มเท่าที่ควรครับ : Desolate_Knight) จากโฆษณาเชิญชวนของยูโธเปียบอกว่ามีไอดีผู้ใช้กว่าสามพันล้านคนหรือก็คือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก แล้วจะหาคนมารับบทเอ็นพีซีได้เพียงพอต่อประชากรในยูโธเปียได้งั้นหรอ? ด้วยประชากรแค่สี่พันล้านคนที่เหลืออยู่เนี้ยนะ ไหนจะติดเรื่องปัญหาในด้านอื่นๆอีก เอ็นพีซีในโลกนี้ล้วนก็สามารถพูดคุยและโต้ตอบได้เป็นธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับเป็นคนจริงๆซะด้วย จะว่าเอไอก็มันจะเกินขีดจำกัดเกินไปหรือเปล่า แอลยังไม่มีกระบวนการคิดที่สลับซับซ้อนได้ขนาดนี้เลย ไหนจะความสัมพันธ์ต่อกัน ความรู้สึกที่มีต่อกันในด้านต่างๆ ถ้าซับซ้อนขนาดนี้เราก็นึกออกแค่เธอคนเดียวเท่านั้น โฮป เอไอที่เป็นความหวังของมนุษยชาติ แต่แค่เธอคนเดียวก็ใช้ความจำหลายล้านล้านล้านล้านล้านเทระไบท์แล้วในการรวบข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์ แล้วพวกเขาล่ะมีกันเป็นล้านคนในโลกนี้จะใช้ความจำจากไหนที่มีปริมาณขนาดนั้น พวกคุณเป็นอะไรกันแน่... เหล่าผู้มีชีวิตในยูโธเปีย/มาร์เวลลัสครุ่นคิดหนักพลางเหลือบมองไปยังการาสุเทนกุ และนึกถึงเอ็นพีซีคนอื่นๆที่เขาเคยพบ

 

“จริงด้วย คุณการาสุเทนกุยังไม่ได้เล่าเหตุผลที่ต้องใช้สรรพนามแทนผมว่า องค์ราชันย์ เลยนะครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้น ถึงเรื่องที่ค้างคาใจก่อนหน้านี้จะยังไม่เคลียร์ก็ตามแต่เขาก็ต้องการที่จะทราบข้อมูลเรื่องอื่นๆเพิ่มให้มากกว่านี้อยู่ดี

“ถึงแล้วขอรับ”การาสุเทนกุเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นที่หมายที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้

 

ทำเอาข้อสงสัยของเด็กหนุ่มหลุดหายไปในพริบตาซึ่งก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นความตั้งใจของเจ้าตัวหรือเปล่าที่ทำเช่นนี้...

 

แต่กลับผิดคาดไป ที่เด็กหนุ่มที่มองตามไปยังทิศที่เทพวิหคบอกยังคงจดจำมันได้เป็นอย่างดี

 

            /หวังว่าคุณคงไม่ได้ตั้งใจเบี่ยงประเด็นนะครับ คุณการาสุเทนกุ/มาร์เวลลัสคิด พอเอาเข้าจริงเขาก็อดสังเกตไม่ได้ ว่าการาสุเทนกุนั่นพยายามตั้งใจถ่วงเวลาเพื่อไม่ให้เขาถามเรื่องนี้อยู่หรือเปล่า เพราะเรื่องดวงตาต้องสาปที่สามารถสรุปได้สั้นๆ การาสุเทนกุกลับเล่าเสียยืดยาวโดยไม่จำเป็นจนกินเวลาราวหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางครั้งนี้จนเกือบหมด

 

            ร่างขนาดใหญ่ของเทพวิหคสามขา โรยตัวลงจากท้องฟ้าอยากช้าๆจนเท้าสัมผัสกับพื้นอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ร่างกายจะเปล่งแสงสีดำเจิดจ้าเปลี่ยนสู่ร่างมนุษย์ที่ยังคงความดูดีไว้เช่นเดิมอีกครั้ง

  

            “ท่าน...”การาสุเทนกุกำลังจะเอ่ยเรียกแต่เสียงก็หยุดลงพร้อมกับร่างบุรุษผู้หนึ่งที่เปิดประตูกระท่อมเก่าซอมซ่อออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด

            “เจ้าเองรึ การาสุเทนกุ ข้านึกว่าผู้ใดเสียอีก”ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้ออกมาจากกระท่อมกล่าวอย่างเรียบเฉย

            “เป็นเกียรติที่ได้พบขอรับ ไม่เจอกันนานตั้งแต่...”

            “ไม่ต้องเท้าความให้มากหรอก มีสิ่งใดจึงต้องมาพบข้ารึ”บุรุษปริศนาเอ่ยขัดขึ้น ก่อนจะเหลือบตามองมายังเด็กหนุ่มชั่วครู่อย่างไม่ใส่ใจนัก

           

            การาสุเทนกุเอ่ยเล่าเรื่องความเป็นมาอย่างย่อๆให้ชายตรงหน้าฟังอยู่ชั่วครู่ พร้อมกับร้องขออาศัยที่นี้เพื่อให้เด็กหนุ่มได้หลบซ่อน ชายหนุ่มกลางคนฟังจบก็พยักหน้ารับและหันมาจ้องเขม็งที่เด็กหนุ่มจนมาร์เวลลัสทำตัวไม่ถูก

 

            “นาม...”

            “มาร์เวลลัส ครับ”

            “เรื่องของเจ้าข้าเคยได้ยินมาบ้าง... แต่แปลกใจไม่น้อยที่เป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงเท่านี้”

            “ครับ คือผมได้รับคำแนะนำจากคุณยามาโมโตะว่าให้มาฝึกกับท่าน...”มาร์เวลลัสเว้นคำพูดไว้เพื่อให้อีกฝ่ายเติมชื่อ

            “ไม่ต้องสนใจชื่อของข้าหรอก มันไม่ได้สวยหรูน่าจดจำเท่านามของเจ้าในอนาคตหรอก”

/ถ้าเจ้าไม่ถูกกำจัดเสียก่อนนะ/ชายหนุ่มคิด

 

คำพูดของชายตรงหน้าทำเอาเด็กหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรก็ถูกพูดตัดบทขึ้นเสียก่อน

 

“ปกติข้าก็รำคาน และไม่สนใจพวกนักผจญภัยเช่นเจ้าหรอกนะ มาร์เวลลัส ”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “แต่ถ้าขนาดทำให้ยามาโมโตะสนใจในฝีมือของเจ้า จนแนะนำให้มาหาข้า เจ้าเองก็อาจจะมีดีอยู่บ้าง”

 

ร่างของชายหนุ่มเดินลับเข้าไปในกระท่อมชั่วครู่ก็ออกมาพร้อมกับดาบไม้โบคุโตะที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งเล่ม แตกต่างจากชิไนที่ทำจากการนำไม้ไผ่สี่แผ่นมามัดรวมกัน ดาบไม้เล่มหนึ่งถูกโยนมาให้มาร์เวลลัสอย่างงงๆจนเจ้าตัวถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

“เอ่อ...”

“หยิบดาบซะ ข้าจะทดสอบเองว่าเจ้ามีค่าพอหรือเปล่า หรือจะเอาดาบจริง”

“เปล่าๆครับ ผมเข้าใจตั้งแต่แรกแล้วครับ ที่อยากจะบอกคือ ผมใช้ดาบคู่”

“อ๋อ... มิน่าล่ะ เจ้าอ่อนยามาโมโตะถึงได้...”ดาบไม้ในมืออีกฝ่ายถูกโยนมาให้มาร์เวลลัสก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินไปหยิบท่อนไม้ขึ้นมาท่อนหนึ่งที่มีขนาดและความยาวพอเหมาะ “ข้ามีดาบไม้แค่สองเล่ม เจ้าเอาไปใช้แล้วกัน”

“แบบนั่นมัน...”

“ไม่ต้องห่วงไป มาร์เวลลัส ดาบของเจ้าจะถูกตัวข้าไม่ได้แม้แต่ปลายเส้นขนเดียว”ชายหนุ่มเอ่ยอย่างมั่นใจจนแสดงออกมาทางสายตา

 

เมื่อสบเข้ากับดวงตานั้นมาร์เวลลัสก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้อย่างจริงจัง เมื่อการาสุเทนกล่าวสัญญาณเริ่มร่างของทั้งสองนักดาบก็พุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครรั้งรอใคร

 

ตุบ

ร่างของเด็กหนุ่มจะถูกกระแทกด้วยท่อนไม้ที่หน้าผากอย่างจนล้มทั้งยืนในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีของการปะทะ

 

“ลุกขึ้น”ชายหนุ่มนักดาบเอ่ยขึ้น

“ครับ”มาร์เวลลัสกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่นทั้งที่ยังยังเจ็บอยู่และลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

 

 

“ลุกขึ้น”หลังจากผ่านไปสิบกว่านาทีชายหนุ่มนักดาบที่ไร้ซึ่งบาดแผลและรอยฟกช้ำใดๆก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง

“เอ่อ... ข้าว่าพอได้แล้วกระมังขอรับ นั่นก็ปาเข้าไปครั้งที่ 38 แล้วนะขอรับ”การาสุเทนกุเอ่ยขึ้น ก่อนที่เมื่อเห็นว่านักดาบกลางคนพยักหน้า เทพวิหคสีนิลก็เข้าไปประคองเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยอาการบวมและรอยฟกช้ำมากมายขึ้นมานั่ง

“ขออีกครับ...”มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้น ทั้งที่ปากยังบวมเป้งอยู่

“พอเถอะขอรับ ท่านนักดาบหยั่งเชิงท่านองค์ราชันย์เรียบร้อยตั้งนานแล้วล่ะขอรับ แต่เห็นท่านบ้าจี้ขอต่อเรื่อยๆจึงปล่อยเลยตามเลย”

 

/แค่หยั่งเชิงเรานะเนี้ย.../มาร์เวลลัสคิด ก่อนจะก้มหน้างุดอย่างสมเพชตัวเอง

 

“ยังดีที่เจ้ามิได้แกว่งดาบมั่วซั่ว มาร์เวลลัส”ชายหนุ่มนักดาบที่พึ่งโยนกิ่งไม้ทิ้งไปเอ่ยขึ้น “แต่ว่า...”เขาถอนหายใจอย่างหน่ายๆใส่เด็กหนุ่ม

“วิถีดาบเป็นแบบแผนตายตัวแน่นอน ไร้ซึ่งการประยุกต์ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ การหลบหลีกก็ทำส่งเดชเฉพาะหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นเพื่อเอาตัวรอดไปแบบลวกๆ ไม่มีการอ่านทางการคู่ต่อสู้ รวมถึงไม่อ่านทางการโจมตีและการหลบหลีกอย่างทันท่วงที ชอบหลบสายตาคู่ต่อสู้จนกลายเป็นการพลั้งเผลอชั่วขณะและทำให้ไม่สามารถควบคุมสติฝ่ายตรงข้ามให้เกรงกลัวหวาดหวั่น และสุดท้ายดาบของเจ้ายังโลเลไม่เด็ดขาดอย่างที่ควรจะเป็น”

 

เด็กหนุ่มที่นิ่งฟังก้มหน้างุดอยู่หลังจากฟังจบก็มีอาการคอตกเพิ่มมาอีกอย่าง

 

“แสดงว่าเจ้าเองก็พอจะรู้ตัวอยู่สินะ เอาเถอะฝีมือของเจ้าในตอนนี้ถ้าเอาไปสู้กับพวกปลาซิวปลาสร้อยก็มิเป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าเจอคนที่แข็งแกร่งจริงๆข้าบอกเลยว่า รอดยาก...”นักดาบหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

 

ร่างของเด็กหนุ่มนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนที่ปากจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำอออกมาอย่างเจ็บใจ “ช่วยสอนดาบให้ผมด้วยเถอะครับ”

“เพราะ...”นักดาบหนุ่มเอ่ยสั้นๆ

“อยากเก่งขึ้นครับ”

“อ่อนไป ถ้าด้วยเหตุผลแค่นั้นเจ้าก็แกว่งแท่งเหล็กแบบนั่นต่อไปเถอะ”

 

ความเงียบเขาปกคลุมบุรุษทั้งสามจนได้ยินเสียงของสายลมรอบข้างที่พัดลู่ไปตามต้นไม้ใบหญ้าอย่างชัดเจน การาสุเทนกุยืนนิ่งหลับตามิกล่าวสิ่งใด ในขณะที่นักดาบหนุ่มเพียงแค่กอดอกจ้องมองเด็กหนุ่มที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่อย่างไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใด

 

“ทางข้างหน้า...”เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ “อุปสรรคที่ผมต้องพบเจอ จะต้องมากขึ้นและหนักขึ้นอย่างแน่นอน เพราะงั้นแค่น้อยนิด ก็ยังดี ผมอยากจะแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ”เสียงถอนหายใจอย่างยืดยาวของเด็กหนุ่มเรียกความสนใจของการาสุเทนกุให้ลืมตาขึ้น ในขณะที่ชายนักดาบเพียงแค่ยิ้มขึ้นที่มุมปาก

 

“ทางข้างหน้าของผม ดาบในมือผมจะฝ่าฟันมันไปเอง”

 

“เจ็ดวัน”ชายกลางคนเอ่ยขึ้นเรียกให้นักดาบหนุ่มที่เคยทระนงตนเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้า

 

“ข้าขอเวลาเจ็ดวัน”บุรุษนักดาบเอ่ยย้ำอีกครั้ง

 

 

“แล้วสมญานาม ปรมาจารย์ดาบคู่ จะเป็นของเจ้า...”




 

           

           

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 00:51
    เทพดาบคู่เลยดีกว่า
    #802
    0
  2. #794 NobuSana (@Aum2107) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 20:28
    ใช้ดาบคู่เทพๆที่นึกออกก็มีแต่ คิริโตะ น่ะ รึว่าท่านชื่อ คิริกายะ คาสึโตะ กัน
    #794
    0
  3. #621 Tsukihana (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 00:02
    7วัน ท่านอาจารย์ช่างเมพมั่ก อย่าลืมไข่สิคับ อยากรุ๊~
    #621
    0
  4. #490 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 11:04
    สูตรลัดเก่งเสร็จใน 7 วัน โว้ววว
    #490
    0
  5. #413 Nathwut (@hiruntubtim) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 13:41
    สนุกมากมาต่อไวไว
    #413
    0
  6. #412 my-kimberly (@my-kimberly) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 02:16
    จะเทพแล้ว!
    #412
    0
  7. #410 kimurakung (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 12:49
    อีกแค่ 7 วัน มาร์ของเราก็จะเก่งขึ้นแล้วววว
    #410
    0
  8. #409 Fujiwara rie (@okiya0miki) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 12:44
    ใช่มูซาชิรึเปล่าเนี่ย มาต่ออีกนะคะ ^^
    #409
    0
  9. #408 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 09:38
    สนุกมากครับ
    #408
    0
  10. #406 maysarin (@maysarin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 11:00
    ออกแนวดาร์กหน่อยๆ สนุกดีค่ะ
    #406
    0
  11. #405 นักอ่านเงามายา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 12:10
    น่าสนใจนะเเล้วตั้งชื่อเรื่องยังอะ
    #405
    0
  12. #404 คณิตสาด (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 06:57
    น่าสนใจนะคัฟตัวละครแนวนี้ออกดาร์คๆ
    #404
    0
  13. #403 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 21:20
    น่าสนใจครับ
    #403
    0
  14. #402 my-kimberly (@my-kimberly) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 20:12
    มังกรเป็นสัตว์เดียรัจฉาน...แต่แข็งแกร่งเป็นที่หวาดกลัวและหยิ่งในศักดิ์ศรี??
    #402
    1
    • 18 ตุลาคม 2558 / 04:27
      อารมณ์ประมาณหมาฉี่บอกอาณาเขตครับ แข็งแกร่ง แต่มักใช้อารมณ์และความรู้สึกตามสัญชาตญาณมากกว่าสติปัญญาอย่างสัตว์ประเสริฐ
      #402-1
  15. #401 Nathwut (@hiruntubtim) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 20:04
    สนุกมากเลยเกี่ยวกันเนื้อเรื่องไม่
    #401
    0
  16. #400 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 16:59
    แนวเกมส์ออนไลน์ # ท่าทางพระเอกจะไม่ใช่แนวใสๆ อ่อนต่อโลก น่าสนใจครับ
    #400
    0
  17. #399 violeteyes (@202m27945) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 15:01
    สนุกดีค่ะ
    #399
    0
  18. #398 ปฐพีเร้นลับ (@ttoo1515) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 14:43
    ใครล่ะเนี่ย
    #398
    0
  19. #397 bluesky (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 14:26
    กุ้ยที่ไหนล่ะเนี่ย
    #397
    0
  20. #396 Fujiwara rie (@okiya0miki) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 09:50
    สนุกดีค่ะ รอตอนใหม่อยู่นะคะ
    #396
    0
  21. #394 YorchKunG (@yorchkungz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 07:49
    สนุกดีครับ
    #394
    0