Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 29 : Respect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    17 ต.ค. 58

Episode 29 Respect

 

            เส้นลำแสงสีดำแล่นตัดผ่านห้วงนภาลัยยามราตรีที่ประดาประดับด้วยแสงดาวระยิบระยับ หากแต่ในความเป็นจริงแล้วแสงแห่งดวงเดือนแม้น้อยนิดก็สามารถสาดส่องเพียงพอให้มองเห็นถึงร่างจริงภายใต้ลำแสงสีนิลที่พุ่งตัดผ่านห้วงอากาศอันเวิ้งว่างได้ ว่าแท้จริงแล้ว ภายใต้ลำแสงสีดำนั้นคืออมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนกขนาดเกือบสิบเมตรที่กำลังกระพือปีกปีกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยขนของปักษานิลที่กลมกลืนกับพื้นเวหายามราตรีเช่นนี้

 

            ร่างกายขนาดมหึมาของเทพอสูรวิหคสามขาการาสุเทนกุที่มีรูปร่างเฉกเช่นเดียวกันกับคนปกติ หากแต่ศีรษะกลับกลายเป็นหัวของวิหคที่มีจะงอยสีเหลืองอ่อนที่แลดูคมกริบกับดวงตาที่คมน่าเกรงขามไม่แพ้กันเป็นลักษณะเด่น ร่างกายที่เต็มไปด้วยขนนกสีดำถูกซ้อนทับด้วยชุดเกราะซามูไรญี่ปุ่นที่มีสีขาวและสีเทาเสียส่วนใหญ่ ด้านหลังของเทพวิหคมีขาอีกข้างที่งอกยื่นออกมาแม้จะมีขนาดเล็กกว่าสองขาหน้า

 

            “ช่วยอธิบายเรื่องราวแบบคร่าวๆได้หรือเปล่าครับ หรือจะให้ดี ก็ขอทั้งหมดเลยก็จะดีมาก” ผู้ถูกลักพาที่กำลังอยู่ในฝ่ามือของเทพวิหคเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบมาตลอดตั้งแต่ตอนที่โดนจับตัวมาแต่แรกจนถึงตอนนี้

            “แทนที่จะหวาดกลัวกลับมีสติและครุ่นคิด รวมถึงหาข้อมูลเพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สมแล้วที่เป็นท่าน องค์ราชันย์ ท่านเป็นอย่างที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิดขอรับ”น้ำเสียงอันสุขุมเต็มไปด้วยความเคารพเอ่ยขึ้น

 “นามของข้าท่านคงได้ยินแล้ว แต่ข้าใคร่ขอเอ่ยแนะนำตัวอีกครั้ง นามของข้าคือ วิหคสามขา การาสุเทนกุ เทพอสูรชินโตแห่งเซเปียส เป็นเกียรตินักที่ได้พบท่านองค์ราชันย์ แล้วก็ต้องกล่าวขออภัยที่ตัวข้าต้องกระทำการอุกอาจนำตัวท่านมานะขอรับ”

           

            /องค์ราชันย์ ไม่ใช่สิ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน/

            “มีเรื่องด่วนอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยถามคำถามออกไป ถึงจะอยากจะซักถามความคล้องใจที่เกิดขึ้น แต่เหตุด่วนสำคัญต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เพราะฟังจากน้ำเสียงและอาการเร่งรีบของการาสุเทนกุแล้วแสดงว่าต้องมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

 

และมันต้องเกี่ยวกับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย...

 

“รายละเอียดนั่นตัวข้าเองก็ไม่ทราบอะไรมากนักขอรับ รู้แต่เพียงว่ามีเทพอสูรจากแดนอื่นแอบลักลอบเข้ามาตอนที่ท่านซูซาโนะโอะกำลังไปตรวจการอาณาเขตทางด้านทิศตะวันออกของเซเปียส สหายข้าอาสาที่จะไปช่วยตรวจสอบอาณาเขตเพื่อป้องกันเทพอสูรตนอื่นที่อาจบุกรุกเข้ามาอีก จึงไหว้วานตัวข้าให้มาอารักขาตัวท่านแทน เพราะถึงแม้เราจะยังไม่รู้เป้าหมายของเทพอสูรพวกนั้นแน่ชัด แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เป้าหมายจะเป็นตัวท่านขอรับ ที่ข้ารู้ก็มีเพียงเท่านี้ขอรับ”

“ทำไมถึงเป็นผมล่ะครับ”เด็กหนุ่มในในชุดคลุมสีนิลกล่าวขึ้นทั้งที่ยังครุ่นคิด

 

“เรื่องนั้น ก็เพราะ... องค์ราชันย์หาอะไรเกาะไว้ให้แน่นๆนะขอรับ”คำตอบของคำถามขาดห้วงลงพร้อมกับร่างของเทพอสูรจ้าวเวหาที่บินเบี่ยงไปด้านขวาอย่างรวดเร็วโดยไม่รั้งรอให้เด็กหนุ่มทำตามคำที่บอกเลยแม้แต่น้อย

 

มาร์เวลลัสกำลังจะเอ่ยถามสาเหตุแต่แทนคำตอบที่เขาจะได้รับ เสียงดังแหวกอากาศของบางสิ่งดังออกมา พร้อมกับการปรากฏของก้อนลูกพลังสีม่วงที่พุ่งเข้าใส่ตัวเขาและการาสุเทนกุราวกับลูกกระสุนปืน

 

ร่างสีนิลอันงามสง่าของเทพอสูรจ้าวเวหาบินฉวัดเฉวียนซ้ายขวาหลบการโจมตีกลางอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่สุดท้ายไม้เท้าที่มีด้านหนึ่งเป็นหอกสีเงินจะถูกเรียกออกมาจากอากาศอันว่างเปล่า และตวัดฟันใส่ก้อนพลังงานสองลูกสุดท้ายอย่างรวดเร็ว

 

ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม

เสียงระเบิดของก้อนพลังโจมตีดังขึ้นติดต่อกัน

 

“ชิ แย่แล้วสิแบบนี้”การาสุเทนกุเอ่ยขึ้น

 

ความหวาดหวั่นยังไม่ทันจบลงอาณาเขตรอบตัวของเด็กหนุ่มและเทพวิหคก็พลันปรากฏโดมแสงสีฟ้าอ่อนที่กินรัศมีราวหนึ่งกิโลเมตรตั้งแต่พื้นดินจนถึงแม้กระทั่งท้องฟ้า

 

“ขออภัยจริงๆขอรับ องค์ราชันย์ เพราะข้าประมาทมากเกินไป จนไม่ทันระวังอาณาเขตที่พวกมันสร้างขึ้น”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ตอนนี้ผมว่าลงไปข้างล่างก่อนน่าจะดีกว่านะครับ ถ้าต้องต่อสู้กันจริงๆล่ะก็ คุณการาสุเทนกุวางผมลงจะต่อสู้ได้ดีกว่านะครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยอย่างใจเย็น เขาคาดเดาสถานการณ์ว่าโดมแสงนี้อาจจะเป็นอาณาเขตป้องกันที่เกิดขึ้นจากฝีมือของผู้โจมตีเมื่อชั่วครู่ และการกระทำแบบนี้เองเป็นข้อยืนยันว่าคงไม่ใช่การมาอย่างเป็นมิตรแน่นอน

 

“ชาญฉลาดนักองค์ราชันย์ อย่างที่ราชันย์กล่าว การาสุเทนกุเอ๋ย ลงมาข้างล่างเสียดีกว่าเจ้าผู้เดียวมิมีทางทลายอาณาเขตที่ข้าสร้างขึ้นร่วมกับสหายต่างแดนได้หรอก”เสียงชายหนุ่มอันแข็งกร้าวเอ่ยขึ้นจากด้านล่าง ทั้งที่ห่างจากพื้นดินหลายสิบกิโลเมตรแต่เสียงที่พวกเขาทั้งสองได้ยินกลับดังอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ

“เฟนริล”เทพวิหคสีนิลเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างครึ่งวิหคจะค่อยๆลอยตัวลงจากท้องฟ้าอย่างเชื่องช้า

 

เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือบุคคลปริศนาสามคนยืนอยู่บนพื้นดินมิต่างอะไรกับมนุษย์ปกติทั่วไปหากแต่สัญชาตญาณและความคิดของเด็กหนุ่มกลับบ่งบอกว่าพวกเขาเหล่านี้มิมีทางใช่มนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับแลดูดุร้ายน่าหวาดหวั่น สวมชุดเกราะแบบไวกิ้งสีเงินที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อขนสัตว์บางชนิดที่มีสีเทาอีกที่ ก้าวมาข้างหน้าเป็นคนแรกก่อนจะใช้มือขวายกไปปิดที่อกข้างซ้ายพร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อย “นามของข้าคือเฟนริล เทพอสูรนอร์สแห่งไมการ์ บุตรแห่งโลกิ ขอคารวะองค์ราชันย์ เป็นเกียรติยิ่งนักที่ได้พบท่าน”

 

หญิงสาวในชุดรัดรูปมันเงาสีน้ำเงินที่โชว์สัดส่วนอันแสนยั่วยวนอย่างเปิดเผย บวกกับใบหน้าขาวใสที่งดงามและแสนยั่วยวนไม่ต่างกันเป็นผู้ก้าวขึ้นมาเป็นคนที่สอง เธอมองมาทางเด็กหนุ่มก่อนจะระบายรอยยิ้มที่แสนเย้ายวนใส่เด็กหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง เธอทำความเคารพด้วยท่าเดียวกันกับเฟนริลก่อนที่ริมฝีปากสีแดงเด่นจะเอ่ยออกมา“นามของข้าคือ แอสโมดิวส์ เทพอสูรคาทอลิกแห่งเอนเดส ตัวแทนบาปแห่งราคะ ขอคารวะองค์ราชันย์ เป็นเกียรตินักที่ได้พบท่าน”

 

บุคคลสุดท้ายคือบุรุษในชุดนักรบแบบอินเดียสีทองที่ถูกสวมไว้เหนือร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเผยให้เห็นร่างอันล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เล็ดลอดจากการปิดบังออกมา เขามีใบหน้าที่เชิดสง่าองอาจและดุดันที่ถูกย้อมประดับบนใบหน้าคมเข้มแบบชายหนุ่มอินเดีย “นามแห่งข้าคือเมฆนาท เทพอสูรรามายณะแห่งฮิมป์ บุตรแห่งราวณะผู้เกรียงไกร ขอคาราวะองค์ราชันย์ เป็นเกียรติที่ได้พบท่าน”

“ถ้าจะคารวะเจ้าก็จงก้มศีรษะของเจ้าลงด้วยเมฆนาท การกล่าวแต่มิกระทำเป็นสิ่งที่ถือว่าไม่เคารพองค์ราชันย์” เสียงเข้มถูกเปล่งออกมาจากกายหยาบของเทพอสูรวิหคสามขาในร่างมนุษย์

 

การาสุเทนกุในตนนี้สวมใส่ชุดเกราะซามูไรเหมือนเมื่อตอนร่างเทพอสูร หากแต่ตอนนี้ร่างกายทั้งหมดกลับกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญที่มีใบหน้าแบบเอเชียที่แสนหล่อเหลาเยือกเย็น กับผมสีนิลเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มที่ยาวกว่าเล็กน้อยช่วยเสริมความดูดีของการาสุเทนกุขึ้นไปอีก

 

“มิจำเป็น”เสียงแข็งถูกกล่าวออกมาจากปากของชายหนุ่มในชุดนักรบอินเดีย

 

การาสุเทนกุมิได้สนใจท่าทีและคำพูดของเมฆนาทอีกและเปลี่ยนมาอยู่ยืนด้านหน้าของเด็กหนุ่มเพื่อคอยคุ้มกันแทน ก่อนจะกวาดสายตามองเหล่าผู้บุกรุกทั้งสามด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

 

“เมื่อคารวะเสร็จก็จงกลับแดนของเจ้าไปเสีย เฟนริล แอสโมดิวส์ เมฆนาท การกระทำของพวกเจ้าถือเป็นการขัดต่อกฎส่วนรวมที่ประพฤติปฏิบัติมาแต่อดีตกาล โทษทัณฑ์ที่พวกเจ้าจะได้รับนั่นรุนแรงนักจงกลับไปเสีย”

“มิมีผู้ใดลงทัณฑ์พวกข้าได้ เจ้าก็รู้การาสุเทนกุ ถ้าระดับเทพผู้นำคิดจะลงโทษพวกข้าล่ะก็ ผู้เป็นผู้นำแห่งพวกข้าเองก็มีกำลังมากพอที่จะต่อต้านกลับไป ดูสิว่าสนธิสัญญาสันติฝ่ายใดจะเป็นผู้ฉีกมันเสียก่อน”เฟนริลเอ่ยพร้อมกับเหยียดยิ้มชั่วร้ายใส่

“ใจเย็นเถิดพวกเจ้าทั้งหลาย”หญิงสาวเพียงผู้เดียวกล่าวขัดขึ้น ก่อนจะก้าวเดินออกมายืนเผชิญหน้าอีกครั้งโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มอย่างไม่วางสายตา “ท่านสง่างามยิ่งกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก องค์ราชันย์ ข้าอยากทำความรู้จักกับท่านให้มากกว่ายิ่งนัก ถ้าท่านรอดไปได้...”

 

ร่างของนักรบหนุ่มในชุดไวกิ้งกระโจนเข้าใส่พร้อมกับร่างกายที่เปล่งแสงสีเงินพิศวงขึ้นทั่วร่าง กายที่แปรเปลี่ยนและขยายใหญ่ขึ้น จนเมื่อแสงสีเงินเริ่มเจือจางลงก็พลันปรากฏหมาป่าสีเงินขนาดมหึมาที่ร่างกายประดับประดาไปด้วยเกราะแบบไวกิ้งสีเงินที่แสนงดงาม

 

ลำแสงสีดำพุ่งหมุนเป็นเกลียวสว่านขึ้นสู่ท้องนภา ก่อนที่ปีกที่คลุมร่างกายอยู่จะถูกสะบัดออกสร้างกระแสลมพายุพัดพาไปทั่วทั้งบริเวณ ขนนกสีดำนับร้อยลอยเด่นอยู่กลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์

 

“ห้วงระบำปีกปักษา”

 

ขนนกนับร้อยที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศพุ่งเข้าสู่ร่างของเฟนริลราวกับห่าลูกธนู แต่ถึงอย่างไรการโจมตีท่านี้ก็เป็นการโจมตีวงกว้างที่มีพลังทำลายต่ำ เทพอสูรระดับอย่างจ้าวหมาป่าแห่งตำนานนอร์สย่อมป้องกันได้เป็นธรรมดา ลูกพลังงานสีม่วงพวยพุ่งออกมาจากปากอันเต็มไปด้วยคมเขี้ยวอันแหลมคมนับสิบลูก มันพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกลับขนนกสีนิลท่าโจมของการาสุเทนกุและทำลายทิ้งอย่างง่ายดาย

 

แต่ฉับพลันร่างสีนิลของเทพวิหคก็บินแหวกฝุ่นควันจากการปะทะเข้าใส่เฟนริล ก่อนจะตวัดหอกสีเงินอาวุธคู่กายใส่หมายจะตัดเศียรเทพอสูรนอร์สผู้นี้เสียให้สิ้น แต่อีกครั้งที่เฟนริลก็กระโจนถอยหลบเลี่ยงการโจมตีได้อีกครั้งด้วยความเร็วของเทพอสูรจ้าวแห่งหมาป่า

 

“ข้าคิดว่าเจ้าเพียงจะมาคารวะเสียอีกนะ เฟนริล กล้ามากที่หันคมเขี้ยวใส่องค์ราชันย์เช่นนี้”

“หามิได้ ตัวข้าเพียงต้องการจะทดสอบฝีมือขององค์ราชันย์ก็เพียงเท่านั้นมิมีความปรารถนาร้ายใดเลยแม้แต่น้อย”

“มุสา”การาสุเทนกุเอ่ยขึ้น พร้อมกับตั้งท่าที่จะเตรียมจะพุ่งเข้าใส่เฟนริลอีกครั้ง

“คุณการาสุเทนกุ ใจเย็นก่อนครับ อย่าหลงกลคำยั่วยุของศัตรู”เด็กหนุ่มในชุดสีนิลที่นิ่งเงียบครุ่นคิดเพียงคนเดียวมาสักพักเอ่ยขึ้นเพื่อเรียกสติการาสุเทนกุ “ทางนั้นมีสาม แต่ทางเรามีสองแถมคนที่สู้ได้จริงๆยังมีแค่คุณคนเดียวด้วย เราต้องคิดอย่างใจเย็นนะครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยต่อ ผู้เล่นระดับแนวหน้าของเกมยังสู้กับระดับเทพอสูรไม่ได้ แล้วเขาที่เป็นผู้เล่นใหม่เลเวล 37 ยิ่งคงไม่ต้องพูดถึง

“เยือกเย็นเสียจริงนะองค์ราชันย์ แค่ท่านยืนต่อหน้าพวกเราแล้วไม่มีอาการหวาดกลัวก็น่าแปลกใจมากพอแล้ว แต่ถึงขนาดยังคงความเยือกเย็นไว้ได้ทั้งที่เป็นสถานการณ์แบบนี้ เกิดมาก็พึ่งจะเจอมนุษย์เช่นท่านเป็นคนแรก”เมฆนาทเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจการต่อสู้ของทั้งสอง

มาร์เวลลัสถอนหายใจออกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ผมว่าทั้งสามคนกลับดินแดนของตัวเองไปดีกว่านะครับ จากที่ฟังดู เหมือนว่ามันจะผิดกฎอะไรด้วย ทำแบบนี้คงไม่ดีมั้งครับ” ถึงความเป็นไปได้ที่จะเจรจาสำเร็จจะต่ำกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ลองดูก็ไม่จะเสียหายอะไร

“นั่นสินะ ถ้างั้นข้าก็คงขอตัวลาตรงนี้ล่ะนะ”แอสโมดิวส์กล่าวขึ้นทำเอาเหล่าบุรุษที่เหลือทั้งสี่ต่างมองหน้าเธออย่างงุนงง “เป้าหมายของข้ามีเพียงแค่มาคารวะองค์ราชันย์เท่านั้น นายเหนือหัวแห่งข้ายังมิต้องการที่จะตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับท่านในตอนนี้ องค์ราชันย์”

“ในตอนนี้สินะครับ”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอันแสนยั่วยวนของหญิงสาว “ส่วนตัวข้าเองก็มิอยากพลาดโอกาสสำคัญบางอย่างไปเสียด้วย การได้ตั้งครรภ์กับองค์ราชันย์อาจจะน่าสนใจกว่าการได้ต่อสู้กับตัวท่านเสียอีก”

            “ผมไม่สู้กับผู้หญิงหรอกครับ ส่วนอันหลังนี้ยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ”เขาเอ่ยขึ้นอย่างงงๆกับคำพูดของบาปแห่งราคะ

 

เธอยิ้มพร้อมกับส่ายศีรษะก่อนที่ร่างอรชรแสนเย้ายวนจะเปล่งแสงสีน้ำเงินเจิดจ้าชั่วครู่ก็กลายเป็นละอองแสงจางหายไป

 

“ทำอะไรตามอำเภอใจตัวเองเสียจริง”

“ดีแล้ว เฟนริล นางอยู่ ก็คงเกะกะถ่วงแข้งถ่วงขาเสียเปล่าๆ”เมฆนาทเอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างกายจะเปล่งสีมรกตเจิดจ้าและขยายขนาดขึ้นอย่างใหญ่โต

 

ร่างของยักษากายมรกตเกือบสามสิบเมตรปรากฏขึ้นหลังจากแสงจางสีลง เกราะสีทองแบบอินเดียอันวิจิตรงดงามสง่าถูกสวมทับมัดกล้ามของร่างกายสีมรกต กระบองยักษ์ที่ประดาประดับด้วยลวดลายที่งดงามไม่แพ้กันถูกแกว่งไปมาพร้อมกับเท้าที่ถูกสาวเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มและเทพวิหคสามขาเรื่อยๆ

 

“ไหวรึเปล่าครับ”

“คงยากขอรับ แค่ระดับทางนั้นตัวเดียวข้าก็รับมือยากเอาการอยู่แล้ว”การาสุเทนกุเอ่ยขึ้นก่อนจะควงอาวุธคู่กายในมือหนึ่งรอบและชี้ปลายหอกอันแหลมคมใส่ศัตรู

“ทิ้งผมไว้แล้วหนีไปเถอะครับ”

 

เทพอสูรจ้าวเวหาแห่งเซเปียสหันมาจ้องเบื้องล่างของตนที่มีร่างในชุดสีดำยืนอยู่ด้วยความแปลกใจ

 

“จะให้คนที่พึ่งรู้จักกันมาบาดเจ็บล้มตายเพราะปกป้องตัวเอง แบบนั้นมันไม่ใช่แนวทางของผมครับ การที่แอสโมดิวส์ไม่อยู่แบบนี้ แปลว่าอาณาเขตก็น่าจะลดทอนพลังลงด้วย น่าจะฝ่าออกไปได้ ไปเถอะครับ ผมจะเป็นตัวล่อให้เอง เป้าหมายของพวกเขาคือผมอยู่แล้วด้วย ผมตายก็ฟื้นใหม่ได้เร็ว แต่คุณการาสุเทนกุสิแย่กว่า กว่าจะฟื้นคุณก็คงลำบากมากเลยด้วย”

“ท่าน...”หอกในมือถูกกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่กระตุกขึ้น“ได้ตายเพื่อคนเช่นท่านชีวิตนี้คงไม่มีสิ่งใดต้องเสียอีก แม้จะยังห่วงท่านเหนือหัวของข้าแต่ท่านผู้นั้นก็คงต้องเข้าใจเป็นแน่”

 

ไม่รั้งรอสิ่งใด ร่างสีนิลกระโจนออกไปราวกับคลื่นวายุโหม หอกของเทพวิหคการาสุเทนกุเข้าโรมรันฟาดฟัดกับกระบองของเมฆนาทอย่างรวดเร็ว เสียงปะทะและคลื่นลมแห่งการต่อสู้สาดสั่นกระจัดกระจายทั่วทั้งผืนพิภพบริเวณนั้น

 

กระบองและหอกถูกซัดเข้าใส่กันอย่างไม่กลัวตาย รวดเร็วจนดูเหมือนแกว่งมั่วๆ แต่แท้จริงแล้วกระบวนท่าที่ทั้งสองใช้ทั้งหมดในการต่อสู้กลับเป็นวิชาการต่อสู้ที่ทั้งสองต่างฝึกฝนและเก็บเกี่ยวผ่านประสบการณ์การต่อสู้มามากมายนับแต่อดีต

 

            การต่อสู้ของทั้งสองรวดเร็วและทรงพลังจนผืนดินและต้นไม้ทั้งบริเวณนั่นได้รับเสียหาย ก่อให้เกิดฝุ่นขึ้นคลุ้งตลบไปทั่วบริเวณ ร่างของหมาป่าเงินมิได้สนใจการต่อสู้ของทั้งสองแม้แต่น้อย เฟนริลกระโจนเข้าใส่และซัดอุ้งใส่เด็กหนุ่มที่ตัวเล็กกว่าตัวเองหลายสิบเท่าอย่างไร้ปราณี

 

            “โธ่เว้ย”มาร์เวลลัสย่อตัวลงและกระโดดม้วนไปด้านหลังอย่างรวดเร็วแต่ก็มิอาจทันการโจมตีของเฟนริลได้ มันแสยะยิ้มดูแคลนพร้อมกับอุ้งเท้าหน้าอีกข้างที่ถูกยกขึ้นมาซัดใส่เด็กหนุ่มที่ลอยอยู่อากาศอย่างแรง คมดาบสีนิลของดาร์กแพนเทอร์ถูกชักออกมาอย่างฉับพลัน ใบดาบทอประกายแสงสะท้อนของดวงจันทร์ถูกยกมาตั้งรับป้องกันอุ้งเท้าอันทรงพลังของเทพหมาป่า

 

            ตูม

ร่างในชุดคลุมสีนิลถูกกระแทกจนลอยละลิ่วเข้าชนกับต้นไม้จนหักโค่นลง

 

“จบแล้วสินะ”

 

 

กลับมาแล้วคิดถึงเข้าเปล่า

 

อ่านแล้วแปลกๆขออภัยนะครับ ไม่ได้เขียนนานมือตกเอาการ

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

  

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #830 Solarbeam (@tambodin) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 14:19
    ทำไมไม่เปิดใช้ดวงตาคำสาป
    #830
    0
  2. #791 sarojboonyanun (@sarojboonyanun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:17
    ใช่เหมือนแพนเจียเลยพระเอกโง่ดักดานมากอะอ่อนแอเกินเข้ามาเล่นเกมแต่ไม่อยากฆ่าใคร
    #791
    0
  3. #619 Tsukihana (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 23:40
    ผมว่าพระเอกเข้าใจนะคับ ที่แอสโมดิวพูด จะรับคำก็ดูไม่เหมาะ พระเอกไม่ได้ลามก แต่จะปฏิเสธก็แมน ไม่ให้เกียติผู้หญิง เลยแกล้งตีมึนซะมากกว่านะผมว่า
    #619
    0
  4. #584 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:51
    ผมนี่ถึงกับเลื่อนขึ้นบนไปดูชื้อเรื่องใหม่เลยนึกว่าอ่าน แพนเจียอยู่ ฮาๆ (ขำๆ ครับ)
    #584
    0
  5. #488 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 10:31
    สนุกๆๆๆ
    #488
    0
  6. #393 my-kimberly (@my-kimberly) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 16:52
    คำผิด ข้องใจ
    เชยชม??
    นิสัยตัวเอกไม่คงที่??
    เหมือนจะฉลาดแต่ไม่เข้าใจตั้งครรภ์??
    ดูเยือกเย็นแต่ชอบสบถ?
    #393
    3
    • #393-2 my-kimberly (@my-kimberly) (จากตอนที่ 29)
      17 ตุลาคม 2558 / 20:26
      แอสโมก็สื่อตรงตัว ทำไมไม่เข้าใจ?
      ส่วนเรื่องนิสัย เราว่าตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ นิสัยหลายอย่างมันไปคนละทาง ไม่ไปในแนวเดียวกัน ถ้าสิ่งเร้าทำให้เกิดเป็นการกระทำ(ที่สื่อถึงนิสัย)ที่แตกต่างกันอย่างตรงข้าม อย่างนี้เรียกนิสัยไม่คงที่ ภาษาบ้านเราคือ ผีเข้าผีออก
      แล้วคอนเซ็ปพระเอกของไรต์เป็นแนวไหนอ่ะ
      #393-2
    • 18 ตุลาคม 2558 / 04:23
      พระเอกเป็นประเภทซื่อบื้อและอ่อนเรื่องผู้หญิงครับ(ประเภทว่าหลอกข่มขืนได้ง่ายๆ)เลยไท่เข้าใจ แถมยังชอบเข้าใจผิดเรื่องผู้หญิง
      นิสัยเปลี่ยนไปบ้างในบ้างเวลาเป็นธรรมดาครับ คนเราปกติก็ไม่มีใครอารมณ์และความรู้สึกคนที่ได้ตลอดเวลา ร้ายบ้าง ดีบ้าง ปะปนปรับเปลี่ยนกันไป
      #393-3
  7. #379 Fujiwara rie (@okiya0miki) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 13:07
    มาถึงก็ค้างเลยค่ะ ต่อเถอะนะคะ จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน (มาร์จังก็เก่งนะนั่น รับการโจมตีของเฟนริลได้แล้วยังไม่ตายน่ะ...มั้งนะ)
    #379
    0
  8. #372 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 19:00
    ค้างอะ รอตอนต่อไปครับ  
    #372
    0
  9. #371 spy_5555+ (@ploly_popo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 18:23
    อะไรอ่าา ตายแล้วเหรอ
    รออัพน๊าาา
    #371
    0
  10. #370 คนริมคลอง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:24
    รอตอนต่อไปครับ ขอบคุณครับ
    #370
    0
  11. #369 A-Langod (@alangod) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 09:42
    เฟนริลพูดจาได้น่าฆ่าจริงๆ
    #369
    0
  12. #368 วันชัย ทวนทอง (@waden) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 22:19
    มาแล้วววววสว
    #368
    0
  13. #365 รามิเรส (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 14:31
    ขอบคุนคับ
    #365
    0
  14. #364 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 14:20
    เป็นราชันต์ แต่เทพอสูรฝั่งตัวเองกลับส่งมาดูแลแค่นี้ จะสู้ไม่ไหวก็ไม่แปลก
    #364
    0
  15. #363 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 14:17
    สนุกดีครับ
    #363
    0
  16. #361 ลุงดิน (@prakrit) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 08:37
    ขอบคุณนะครับ
    กลับมาก็ดีกว่าปล่อยทิ้งร้าง
    ฝีมือตก-วัดจากอะไร?
    ลูกขยันน่าจะช่วยได้นะครับ
    เรียกสิงห์โต-ป่วยกับงูพิการออกมาช่วยสิ
    #361
    0
  17. #360 Kataiyai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 08:04
    ตำแหน่งนี้พระเอกเราได้แต่ใดมา
    #360
    0
  18. #359 The Golden Fleece (@fnaklggewrwrweq) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 06:02
    ขอบคุณครับ ^ ^
    #359
    0
  19. #358 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 04:25
    ตูงง ตูมึน ตูไม่เข้าใจว่ามันจะมาตีพระเอกทำดอยอะไร
    #358
    0