Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 27 : Egg

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    15 ก.ย. 58

Episode 27 Egg

 

          ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่เดินเคียงข้างไปพร้อมกับหญิงสาวพลางชี้นู่นชี้นี้ กลายเป็นที่จับตามองของเหล่าผู้เล่นภายในเมืองมาซากิ แม้กระทั่งคนของดินแดนนี้ก็ยังลอบแอบมองบุคคลทั้งสองที่เดินเคียงข้างกันด้วยสายตาที่คละความรู้สึกกันออกไป ร่างสูงสง่าของเด็กหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีนิลเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษจากเหล่าผู้เล่นสาวเล็กสาวน้อยในเมืองมาซากิ แต่พวกเธอก็ต้องเป็นอันถอยหล่นออกมาไม่กล้าทักทายทำความรู้จักกับเด็กหนุ่ม เมื่อเห็นว่าร่างสูงระหงของหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างกายคือผู้เล่นหญิงสายนักสู้ที่มีชื่อเสียงพอสมควรในเมืองนี้  

 

            นิ้วมืออันเรียวยาวของหญิงสาวถูกยกขึ้นมาจับที่หูของเธอชั่วครู่ ก็หันไปหาเด็กหนุ่มที่เดินอยู่ข้างๆ

           

            “มาร์รอก่อนนะ แคนมันติดต่อมาน่ะ”

            “ครับ”เด็กหนุ่มตอบรับ ก่อนจะหยุดเดินและมองสำรวจรอบๆเมืองรอไปแทน

 

            [Sound only]

             “แกเป็นยังไงบ้างตายหรือยัง แล้วคุณมาร์ล่ะ คุณมาร์เป็นยังไงบ้าง”ปลายสายเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเป็นห่วง

            “ตกลงแกเป็นห่วงฉัน หรือเป็นห่วงผู้ชายกันแน่ย่ะ”น้ำมนต์กล่าวประชดประชัน

            “ผู้ชาย”ผู้เป็นเพื่อนรักของเธอ ตอบแบบไม่ลังเลสักนิด

            “ไอ้แคนนนนน”

            “บอกแล้วไงว่าฉันเป็นผู้หญิงอย่าเรียก ไอ้ ถ้าแกเรียกอีกฉันจะงอนแก ว่าแต่แกอยู่ไหนเนี้ย ฉันคิดว่าแกตายแน่ เลยมารอที่จัตุรัสกลางเมืองนานแล้วนะ”

            “แกรักฉันมาก แคน ฉันรู้ล่ะ”

            “เลิกประชดแล้วบอกสักทีได้ไหมย่ะ”

                “โอเคๆ ฉันอยู่ในย่านการค้า น่าจะอยู่ใกล้ๆกับที่ทำการกิลด์ขวานทองมั้ง”

            “พอดีเลย คุณคทาอยากพบเธอน่ะ เดี๋ยวฉันจะไปรอเธอที่นั่นแล้วกัน อยากฟังรายละเอียดด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

            “อืม โอเค ว่าแต่แกไปได้ยินมาจากใครว่าฉันมีเรื่องที่ร้านอาหาร”

            “อือๆ เดี๋ยวค่อยคุยกันที่นั่นแล้วกัน ฉันขี้เกียจเดินไปคุยไป”

            “ก็ได้ เจอกันที่กิลด์”

               

                หญิงสาวกดตัดการสนทนาไป ก่อนจะหันมาหาเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ทั้งที่เจ้าตัวยังยืนอยู่ที่เดิมก็ยังพยายามสอดส่องสายตาไปมาด้วยความสนใจสิ่งรอบข้าง

 

            “คือน้ำมีธุระนิดหน่อยน่ะ เลยจะต้องไปที่ทำการของกิลด์ขวานทองก่อนถ้ายังไงมาร์จะไปด้วยกันหรือเปล่า”น้ำมนต์เอ่ยถาม

            “อืม... เดี๋ยวผมจะตามไปทีหลังแล้วกันนะครับ พอดีว่าอยากจะเดินดูของอีกสักหน่อย”ถึงจะสงสัยว่าน้ำมนต์จะไปทำอะไรที่กิลด์ขวานทอง แต่เด็กหนุ่มก็เลือกที่จะไม่ถามอะไร เพราะหลังจากที่เขาตามเธอไปทีหลังก็คงรู้เอง

            “โอเค งั้นน้ำไปก่อนนะ”หญิงสาวเอ่ยลาก่อนจะเดินออกไป

 

            “เอาล่ะ ไปดูอะไรก่อนดีนะ แต่จะว่าไปเรายังไม่ไปเอาแผนที่เมืองเลยนี้หว่า”มาร์เวลลัสพูดกับตัวเองก่อนจะเอามือทุบหัวเบาๆให้กับความขี้ลืมของตนเอง สุดท้ายก็เลยตัดสินใจที่จะเดินไปยังจัตุรัสกลางเมืองแทน โดยอาศัยการสอบถามจากผู้คนในเมืองจนในที่สุดก็มาถึงและบันทึกแผนที่ได้ในที่สุด

 

            /มาไกลเอาเรื่องเลยนะเนี้ย/มาร์เวลลัสคิด

           

            เขาเดินย้อนกลับไปในทิศทางเดิมโดยไม่เร่งรีบนัก สายตาก็สอดส่องมองหาไอเทมแปลกๆที่น่าสนใจเป็นพิเศษกว่าชิ้นอื่น แต่กลับกลายเป็นว่าอะไรก็น่าสนใจไปหมด จนกิเลศที่เรียกว่าความอยากรู้ช่างรุนแรงจนสนับสนุนความคิดให้เด็กหนุ่มซื้อมันซะทุกอย่างเท่าที่จะซื้อได้ไปเลย แต่ติดปัญญาคือเงินที่เขามีไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยสักเท่าไหร่ เพราะหมดไปกับค่ากระเป๋าหนังคาดเอวสีดำใบใหม่ที่ต่อให้ใช้โปรโมชั่นนำของเก่ามาเป็นส่วนลดก็ยังแพงหูฉี่อยู่ดี

 

            /เหลืออยู่ราวๆหนึ่งหมื่นยูธสินะ นี้ถ้าไม่ได้เงินจากเธอช่วยก็คงซื้อเจ้ากระเป๋านี้ไม่ได้แน่/มาร์เวลลัสคิดอย่างปลงๆ

 

เขาลงทุนซื้อกระเป๋าที่มีช่องสำหรับเก็บไอเทมสามร้อยช่องที่เป็นปริมาณสูงสุดที่เขาจะมีเงินซื้อได้ เพราะขี้เกียจที่จะต้องมาเปลี่ยนกระเป๋าบ่อยๆ โชคยังดีที่ดูเหมือนว่าฟ้าจะยังเมตตาให้ราคาของเจ้ากระเป๋านี้ลบจำนวนเงินที่เขามี แล้วยังเหลือเงินติดตัวอยู่อีกหนึ่งหมื่นกว่ายูธ

 

            “โฮ น่าสนใจแฮะ”มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้นเมื่อมาหยุดเท้าลงที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง

 

            อาคารสไตล์โมเดิร์นสีฟ้าที่ค่อนข้างดูแปลกตามากที่ตั้งแทรกอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารแบบญี่ปุ่นโบราณเช่นนี้ ผนังด้านหน้าของร้านถูกกั้นด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน หน้าร้านถูกประดับตกแต่งด้วยรูปสัตว์ต่างๆที่ดูน่ารักมากมายหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกๆที่ไม่มีให้เห็นในโลกจริงซะส่วนใหญ่

               

            มาร์เวลลัสเปิดประตูเข้าไปในร้านด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่ก็ต้องเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ก้าวเดินเข้ามาในร้าน

           

            กิ้งๆ

 

                เสียงกระดิ่งที่กระทบประตูร้านดังขึ้น แต่นั่นก็ไม่สามารถที่จะดังสู้ได้แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับเสียงของเหล่าสัตว์ภายในร้าน ที่นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เด็กหนุ่มก้าวเข้ามา พวกมันก็ต่างประสานใจส่งเสียงร้องสอดประสานจนคนฟังแทบจะแก้วหูฉีก เจ้าของร้านกับลูกน้องอีกสองคนต่างวิ่งอลหม่านจัดการกับเหล่าสัตว์ จนผ่านไปราว 3 นาที เด็กหนุ่มก็อดทึ่งไม่ได้ที่คนในร้านสามารถจัดการได้สำเร็จโดยไม่ใช้กำลังเลยสักนิด

 

            ไม่ต้องบอกก็รู้สาเหตุของความวุ่นวาย...

 

            “ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้า ไม่ทราบว่าสนใจสัตว์เลี้ยงแบบไหนคะ”เจ้าของร้านเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

            “เอ่อ มีรายการแนะนำบ้างไหมครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเพราะตัวเขาไม่รู้รายละเอียดอะไรเกี่ยวกับร้านขายสัตว์เลี้ยงเลย

            “โอเคค่ะ รอบตัวที่คุณลูกค้าเห็นอยู่ตอนนี้คือ โซนสัตว์เลี้ยงแบบปกติ ที่คุณลูกค้าสามารถพบเจอได้ในโลกแห่งความเป็นจริงค่ะ แม้กระทั่งสัตว์ป่าก็ยังมีขายนะคะ”เจ้าของร้านเอ่ยอธิบาย

 

                เด็กหนุ่มพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ แม้ตอนท้ายที่บอกว่า สัตว์ป่าก็ยังมีขาย จะรู้สึกฟังดูขัดๆ แต่พอคิดดูแล้วก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจนัก เพราะสำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่ที่มาจากโลกแห่งความจริงต่างก็คิดว่าพวกมันเป็นเพียงข้อมูลอิเล็คโทรนิคเท่านั้น แถมพอพวกมันตายก็สามารถที่จะเกิดใหม่ได้ตามระบบ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ เพราะประชาชนแห่งดินแดนนี้ และสัตว์ธรรมดาเมื่อตายแล้วล้วนไม่สามารถที่จะเกิดใหม่ได้อีก แม้กระทั่งเด็กหนุ่มเองก็พึ่งรู้เรื่องนี้ จากคำบอกเล่าของลิโอะ

 

            เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มมีทีท่าเข้าใจ เจ้าของร้านสาววัยกลางคนก็เอ่ยอธิบายต่อ

 

            “สำหรับด้านในของร้านจะเป็นโซนของของสัตว์เลี้ยงประเภทอสูรคะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างและอาจมีความสามารถแปลกๆไม่เหมือนสัตว์ปกติ โดยโซนนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมพอสมควรในหมู่ผู้เล่นคะ”เจ้าของร้านเอ่ย ก่อนจะผายมือไปด้านหลังและชักชวนให้มาร์เวลลัสเข้าไปชมโซนด้านใน

 

            เด็กหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีดำก็เดินตามไปอย่างว่าง่ายเพราะส่วนตัว นี้ก็เป็นส่วนที่เขาสนใจมากที่สุดของร้านอยู่แล้ว

 

            “ไม่มีสัตว์อสูรเหรอครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้น ทั้งที่สายยังมองสำรวจดูอสูรแปลกๆภายในร้าน

 

                “ต้องขออภัยจริงๆคะ ที่จะต้องตอบว่าไม่มี” หญิงสาวเจ้าของร้านเอ่ย “ระดับสัตว์อสูรค่อนข้างที่จะจับเป็นได้ยากคะ ยากจนเทียบไม่ติดกับการจับสัตว์หรืออสูร แถมกว่าจะทำให้พวกมันเชื่องได้ก็ยากและใช้เวลานานพอสมควรเลยด้วย”


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะพยักหน้ากับตัวเองเบาๆ โดยที่นิ้วมือข้างหนึ่งยื่นเข้าไปในกรงเพื่อหยอกล้อกับเจ้ากระรอกบินประหลาด

             “แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีขายนะคะ”เจ้าของร้านพูดขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มหันมามองเพื่อรอฟังด้วยความสนใจ “ถ้าเป็นร้านขายสัตว์เลี้ยงที่อยู่ใกล้ๆกับศูนย์กลางทวีปล่ะก็ มีขายอย่างแน่นอนเลยคะ โดยเฉพาะเมืองหลวงของทวีปที่ต้องมีขายอย่างไม่ต้องสงสัย”

 

                เด็กหนุ่มพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจอีกครั้ง ความเจริญย่อมกระจายตัวอยู่รอบเมืองหลวงเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว

 

/ชักอยากไปที่เมืองหลวงดูซะแล้วสิ/

 

            “ส่วนเรื่องเพิ่มสัตว์เลี้ยงคงต้องเอาไว้ก่อนล่ะนะ”เขาเอ่ยกับตัวเองเบาๆพร้อมกับชักนิ้วมือออกจากกรง แต่เจ้ากระรอกบินกลับใช้สองเท้าหน้าของมันเกาะนิ้วเด็กหนุ่มไว้แน่น “เฮ้อ” เขาถอนหายใจอย่างยืดยาวก่อนจะหันมาหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้าน

                “เจ้านี้ เท่าไหร่เหรอครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยถาม

            คำถามของเขาทำให้หญิงสาวเจ้าของร้านฉีกยิ้มร่าอย่างยินดี ก่อนจะบอกราคากับเด็กหนุ่ม “2,000 ยูธค่ะ”เธอเอ่ยอย่างเบิกบานใจ

 

            แต่ในทางตรงกันข้าม คำตอบที่ได้รับกลับสร้างความรู้สึกที่ต่างกันสุดขั้วให้กับเด็กหนุ่มแทน เจ้าตัวที่รอฟังอยู่แอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อกใหญ่ เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดแรงกับตัวเองก่อนจะหันมามองเจ้ากระรอกบินที่บัดนี้ทำท่าเอียงคอตาโตได้อินโนเซ้นท์สุดๆใส่เขา

 

             “ผมขอซื้อเจ้าตัวนี้ล่ะครับ”เขาเอ่ยอย่างปลงๆ แต่ฉับพลันดวงตาสีนิลกลับไปสบเข้ากับบางสิ่งเสียก่อน “นั่นอะไรหรอครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของร้านที่มีบางสิ่งตั้งอยู่

 

            มาร์เวลลัสค่อนข้างคุ้นเคยกับรูปร่างของมันเป็นอย่างดี เพราะเป็นของที่มีพื้นเพมาจากประเทศของเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของเขา มันก็คือตู้กาชาปองนั่นเอง แต่ค่อนข้างต่างหน่อยตรงขนาดอันใหญ่โตของมัน ซึ่งถือว่าน่าแปลกใจไม่น้อยที่ตัวมาร์เวลลัสกลับไม่ทันสังเกตเห็นมันมาก่อน อาจะเพราะส่วนหนึ่งเขากำลังจดจ่อสนใจอยู่กับอีกด้านหนึ่งของร้านมากกว่า

 

            “ตู้ Egg Gashapong ค่ะ เป็นตู้ที่เหมือนกับกาชาปองในโลกจริงทุกอย่าง แต่ที่ได้จากตู้จะเป็นไข่จากอสูร ซึ่งไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะอสูรที่ฝักออกมาจากไข่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอสูรทั่วไปที่มีขายในร้านขายสัตว์เลี้ยงค่ะ”เจ้าของร้านอธิบาย

                “น่าสนใจแฮะ”มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้นด้วยสายตาทอประกายความอยากรู้อยากเห็น

 

                เด็กหนุ่มเดินสาวเท้าไปยังตู้ที่ว่า ก่อนจะยืนอ่านรายละเอียดที่ติดอยู่กับตู้เพียงชั่วครู่ ก็ล้วงหยิบเอาเหรียญหนึ่งร้อยยูธขึ้นมาหยอดที่ช่อง และหมุนลูกบิดหนึ่งครั้ง เสียงของบางสิ่งที่กลิ้งลงมาจากด้านบนของเจ้าตู้กาชาปองก็เรียกความสนใจให้มาร์เวลลัสจดจ่อกับสิ่งที่กำลังจะปรากฏตรงหน้า ไม่นานนักตรงช่องสำหรับหยิบก็พลันปรากฏ...

 

            “ก้อนหินหรอ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะหยิบสิ่งนั่นขึ้นมาอุ้มไว้อย่างยากลำบากเพราะน้ำหนักของมัน

            “ไข่ค่ะ แต่ดิฉันเองก็ไม่ทราบเช่นกัน ว่าเป็นไข่อะไร”เจ้าของร้านเอ่ยด้วยท่าทางสงสัยไม่ต่างจากเด็กหนุ่ม

            “ถ้างั้นเอาไว้ลุ้นตอนมันฝักแล้วกันครับ ถ้ายังไงขอซื้อไอเทมสำหรับผนึกด้วยนะครับ ขอเป็นกำไลที่ผนึกสัตว์เลี้ยงได้สองตัวเลยแล้วกัน”เด็กหนุ่มเอ่ยบอกกับเจ้าของร้าน ก่อนที่สาวเจ้าจะเดินออกไปเตรียมไอเทมผนึกให้ตามคำขอของเด็กหนุ่ม

 

            “ขอโทษที่พาไปไม่ได้ทุกคนนะ แต่เดี๋ยวก็ต้องมีเจ้านายใจดีมาช่วยซื้อพวกเจ้าไปเลี้ยงแน่ อดทนรอไปก่อนนะ”เด็กหนุ่มกล่าวให้กำลังใจกับเหล่าอสูรในร้านที่ตอนนี้ต่างมองเขาตาละห้อยอย่างน่าสงสาร ก่อนที่เจ้าตัวจะโบกมือลาพร้อมกับเสียงร้องเล็กๆของเหล่าอสูรที่ถูกเปล่งออกมาราวกับคำบอกลาเด็กหนุ่มเช่นกัน

           

            “นี้ค่ะ กำไลผนึกสัตว์เลี้ยง รวมราคากับอสูรกระรอกบินทั้งหมด 4,000 ยูธพอดี” เจ้าของร้านเอ่ยเสียงใสทั้งที่คนฟังคอตกเมื่อได้ยิน

 

            .....

 

            เด็กหนุ่มเดินออกมาจากร้านขายสัตว์เลี้ยงอย่างเหม่อลอย โดยที่หน้าต่างระบบยังคงถูกเปิดขึ้นมา ซึ่งรายละเอียดส่วนตัวเล็กๆ ช่องหนึ่งที่บอกว่า เงิน : 5,917’ยูธ เป็นตันเหตุของความเหม่อลอยในครั้งนี้

 

            มาร์เวลลัสได้สติกลับมาอีกครั้งจากสัมผัสเล็กๆจากอุ้งเท้าหน้าของเจ้ากระรอกบินประหลาดสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเขา ที่ร่างกายเต็มไปด้วยขนสีฟ้าอ่อนทั้งตัว และมีหางเป็นพวงฟูฟ่องถึงสามหางที่ตอนนี้โบกสะบัดไปมาและทำตาแป๋วใส่เขาอย่างน่าเอ็นดู

 

            “เมอร์ฟี่ นั่นคือชื่อของแก จากนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยล่ะ”มาร์เวลลัสบอกพร้อมกับใช้นิ้วชี้หยอกล้อเพื่อนใหม่ตัวน้อยของเขา

เขายังอดนึกขำไม่ได้ว่าเจ้าลิโอะจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าตัวเองมีน้องเป็นอสูรกระรอกบิน

 

            /เงินแค่นี้คงไม่ไหวล่ะนะ/เด็กหนุ่มคิดก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการไปหาน้ำมนต์แทนแต่ก็ฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้เสียก่อน /ตายล่ะหว่า แล้วที่ทำการกิลด์ขวานทองอยู่ไหนล่ะเนี้ย/

 

            เขาได้แต่เกาหัวแกรกๆและเดินถามทางไปเรื่อยๆแบบเดิม จนโชคดีที่บังเอิญเจอเข้ากับผู้เล่นจากกิลด์ขวานทองเข้า ซึ่งพวกเขาจำมาร์เวลลัสได้เพราะตอนที่น้ำมนต์พาโดนชมส่วนต่างๆของเมือง ก็ได้แนะนำให้เด็กหนุ่มทำความรู้จักกับผู้เล่นทั้งที่สังกัดและไม่สังกัดกิลด์ขวานทองหลายคนภายในเมือง

           

            พวกเขาอาสานำทางเด็กหนุ่มจนมาถึงที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ใช้เป็นที่ทำการของกิลด์ขวานทอง ซึ่งเกิดจากการทำสัญญาเช่าที่กับเอ็นพีซีเจ้าของโรงแรม        

 

            มาร์เวลลัสเดินมายังห้องๆหนึ่งภายในโรงแรมที่สมาชิกกิลด์ขวานทองนำทางมา ก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้ง เสียงเชื้อเชิญจากด้านในก็เรียกให้เขาเข้าไป

 

            “สวัสดีครับ คุณมาร์เวลลัส ผมชื่อคทาเป็นหัวหน้ากิลด์ขวานทอง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”ชายหนุ่มในชุดจอมเวทสีน้ำเงินเข้มพนมมือไหว้ตามมารยาทของไทย ก่อนจะเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับแนะนำตัวอีกเล็กน้อย

            เด็กหนุ่มไหว้ตอบก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ คุณคทา”

            “ถ้ายังไงเชิญนั่งก่อนนะครับ”หัวหน้ากิลด์ขวานทองเอ่ยเชื้อเชิญ

            “ขอบคุณมากครับ”เขาเอ่ยขอบคุณก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวหนึ่งภายในห้องที่ตกแต่งแบบสบายแห่งนี้ ซึ่งนอกจากมาร์เวลลัสและคทาแล้วก็ยังมีผู้เล่นชายหญิงอีกหนึ่งคู่ที่เด็กหนุ่มคุ้นหน้าคุ้นตาดี

            “ผมทราบเรื่องทั้งหมดแล้วครับ ขอบคุณและขอโทษแทนน้องสาวผมด้วยนะครับที่ทำให้เดือดร้อน”คทาเอ่ยขึ้น ซึ่งก็ทำให้มาร์เวลลัสเข้าใจในสิ่งที่ค้างคาใจอยู่ในทันที          

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมเห็นว่าควรทำเท่านั้น”มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้น

            “ครับ แต่พูดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย”จอมเวทหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีที่โกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด “ถ้ากิลด์ ไม่สิถ้าผมเก่งกว่านี้เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น”

            “ไม่ใช่ความผิดของพี่หรอก เรื่องของน้ำเองก็ไม่เป็นไร น้ำดูแลตัวเองได้แถมมีไอ้แคนอยู่ด้วย”น้ำเอ่ยให้กำลังใจพี่ชาย

            “ใช่คะ แคนดี้จะคอยห้ามความบ้าดีเดือดของยัยนี้เอง เพราะฉะนั้นคุณคทาอย่าห่วงเลยนะคะ แต่ว่าเมื่อกี้แกเรียกฉันว่า ไอ้ ใช่ไหม ยัยน้ำ”

 

ประโยคหลังทำเอาอีกสามคนที่เหลือหลุดขำออกมาเล็กน้อย จนบรรยากาศตึงเครียดเริ่มสาลงทันตาเห็น ก่อนที่หญิงสาวเพียงคนเดียวภายในห้องจะหันมาหาเด็กหนุ่มผมสีนิลที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

 

            “ถึงยังไงเรื่องที่น้ำกับพี่คทาเป็นพี่น้องกัน ขอให้มาร์ช่วยปิดไว้ด้วยนะ”

            “ครับ ผมสัญญา”

            “แน่นะ”

            “แน่ครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยตอบอย่างยิ้มๆ

 

            แคนและคทาที่ได้ยินการสนทนาของทั้งสองก็แอบสบตากันก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

            กลุ่มคนทั้งสี่ยังคงพูดคุยสนทนากันไปเรื่อยๆ ถึงส่วนใหญ่จะเป็นแคนที่งัดสารพัดเรื่องราวออกมาเล่าอย่างไม่หยุดหย่อนจนคนที่เหลือต่างซูฮกให้กับนาง แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่ดังอย่างต่อเนื่องมาจากด้านนอกก็เรียกความสนใจให้กับพวกเขา


            “ขออนุญาตครับ หัวหน้า”

            “เขามาเลย”หัวหน้ากิลด์เอ่ยตอบรับ

           

            ร่างของผู้เล่นสมาชิกกิลด์เข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็วจนเกือบเป็นกระโจนเข้ามา ก่อนจะหอบชุดใหญ่จนมาร์เวลลัสที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดยื่นน้ำให้ดื่มด้วยความเป็นห่วง

 

            สมาชิกของกิลด์เราที่ไปเก็บระดับที่ป่าทางด้านทิศใต้ของเมืองมาซากิ เจอเทพอสูรเข้าครับ”

           

            เด็กหนุ่มนามมาร์เวลลัสที่กำลังอึ้งค้างกับคำบอกเล่า ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า กงล้อแห่งชะตากรรมได้เริ่มหมุนปั่นเพื่อถักทอเส้นใยอันเป็นแก่นของเรื่องราวขึ้นแล้ว...

 

 

 _________________________________________________________________________________________________

ต่อจากสุภาพบุรุษเอ็งก็เป็นพ่อพระของสัตว์โลก เขียนเองหมั่นไส้เอง

อยู่ใกล้กันแล้วชักเลี่ยนได้เวลาจากกันแล้วมั้ง 

แก้ ตอนที่ 20 นะครับ การเกิดใหม่ผมใส่แค่ อสูร สัตว์อสูร เทพอสูร แล้วก็บรรพชน ลืมไปอันหนึ่งคือมังกร ตอนนี้แก้ใส่เพิ่มให้แล้วครับ

 

         สำหรับผู้อ่านที่พึ่งมาติดตามใหม่ที่ยังไม่เคยเห็นนะครับ หน้าต่างระบบ       

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #617 Tsukihana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 22:46
    ไข่อะไรน๊า~ อยากรู้จังงับ
    #617
    0
  2. #583 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:36
    เหมือนจะงานเข้าแล้ว มาร์เอ้ย
    #583
    0
  3. #486 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 09:59
    ติดตาม ที่ผนึกสัตว์เป็นเครื่องประดับแบบไหนอ่ะ
    #486
    0
  4. #423 Lotte Dittakan (@lotte9021) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 17:52
    อยากให้ไอเทมผนึกสัตว์เลี้ยงเกรดได้แทนที่จะซื้อ หลายชิ้น อัพเกรดเอาดีกว่านะ
    #423
    0
  5. #324 Hani_2109 (@smile21natnicha) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 19:41
    รอติดตามนะค้าา
    #324
    0
  6. #293 spy_5555+ (@ploly_popo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 16:19
    รออัพน๊าาา กำลัวหนุกเลย
    #293
    0
  7. #290 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 15:45
    สนุกครับ รอติดตาม
    #290
    0
  8. #287 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 12:30
    สนุกมากครับ
    #287
    0
  9. #286 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 12:03
    ค้างงงงงงงงงงง

    อัพต่อเร็วๆนะ
    #286
    0
  10. #285 kimurakung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 11:16
    จะเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้ควบคุมสัตว์เหรอมาร์ฯ ซื้อกระรอกบิน แถมจะฟักไข่ แล้วยังมีลิโอะ .. ดีไม่ดีจะได้เทพอสูรมาเป็นของแถม .. ระดับคงไม่ขึ้นแน่ๆ
    #285
    0
  11. #283 Windy Erika (@tyuioptotan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 09:35
    เทพอสูร :v พวกเทพนั่นรึเปล่านะ 
    #283
    0