Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 26 : Friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    9 ก.ย. 58

Episode 26 Friend

 

        “มันก็มีเหตุผลอยู่นิดหน่อยคะ”หญิงสาวในชุดนักสู้เอ่ยขึ้น

            “เหตุผล?

            “คือที่จริงสาเหตุมันมาจากน้ำเองคะ แคนมันแค่ติดร่างแหไปด้วยเท่านั้นเอง น้ำเป็นคนเลือกที่จะไม่เข้าร่วมกิลด์เองเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในกิลด์ขวานทอง”

            “ช่วยขยายความหน่อยได้หรือเปล่าครับ”

            “ผู้เล่นจากเซิร์ฟอื่นคะ ค่อนข้างมาจากหลายที่อยู่เหมือนกัน บางครั้งก็มาจากสมาพันธ์ ใหญ่ๆ พวกนั้นจะชอบข่มขู่แล้วก็ทำร้ายผู้เล่นไทยเป็นประจำ”

            “แล้วมันเกี่ยวกับที่คุณน้ำมนต์บอกว่าไม่เข้ากิลด์เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกยังไงเหรอครับ”

        นักสู้สาวถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ “พอดีตอนที่น้ำมาที่เมืองนี้ใหม่ๆ เกิดไปเจอผู้เล่นจากเซิร์ฟอื่นที่กำลังทำร้ายผู้เล่นไทยอยู่ น้ำทนดูไม่ได้เลยพลั้งมือเข้าไปอัดเจ้าพวกนั้นซะเละ จากวันนั้นน้ำก็เลยถูกมองว่าเป็นศัตรูของพวกแบบนั้นไปน่ะคะ เพราะงั้นถ้าน้ำเข้ากิลด์ขวานทองล่ะก็ ทั้งกิลด์ขวานทองและสมาพันธ์ปีกแห่งไทก็คงจะพลอยตกเป็นเป้าหมายไปด้วย ดีไม่ดีมันอาจจะใช้น้ำเป็นข้ออ้างเพื่อทำร้ายคนในกิลด์หรือเพื่อก่อสงครามก็ได้”

            “แย่เลยนะครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจเธอ       

            เธอส่ายหน้าช้าๆ“ไม่เป็นไรหรอกคะ ถึงยังไงการที่น้ำไม่เข้ากิลด์ก็ช่วยทำให้ไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาด้วย จะได้ช่วยเหลือผู้เล่นคนอื่นๆได้ แล้วก็จะได้อัดเจ้าพวกบ้าแบบนั้นได้อย่างสบายใจด้วย”เธอเอ่ยขึ้นก่อนจะทำท่าชกอากาศสองสามครั้ง

            “เข้มแข็งจังเลยนะครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมกับยิ้มเป็นกำลังใจให้เธอ “แล้วพอจะรู้สาเหตุที่พวกนั้นชอบทำร้ายผู้เล่นไทยหรือเปล่าครับ ผมว่าพวกนั้นน่าจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างอยู่ก็ได้”

            หญิงสาวมีท่าทีจับคางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “น้ำคิดว่าสาเหตุอาจจะมาจากความขัดแย้งระหว่างพวกนั้นกับกิลด์กุหลาบอัสนีก็ได้นะคะ แต่แค่เดานะคะแค่เดา คุณมาร์เองก็คงจะพอได้ยินมาบ้างสินะคะเรื่องของเธอคนนั้นที่เป็นหัวหน้ากิลด์กุหลาบอัสนี”หญิงสาวเอ่ย

            “คุณน้ำมนต์หมายถึง จักพรรดิไร้มงกุฎ กุหลาบอัสนี โรส สินะครับ”

            “ใช่คะ เป็นหนึ่งในผู้เล่นหญิงเพียงสามคนที่ได้ขึ้นแท่นเป็นระดับจักพรรดิ แถมยังเป็นผู้เล่นไทยอีกต่างหาก ทั้งความแข็งแกร่งของเวทสายฟ้า ทั้งความงดงาม ทั้งความเป็นผู้นำของเธอ เป็นสิ่งที่สุดยอดมากเลยล่ะคะ”น้ำมนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชมปราบปลื้มอย่างเห็นได้ชัด

           

            อาหารที่สั่งถูกนำเสิร์ฟวางเรียงรายเต็มทั้งโต๊ะของมาร์เวลลัสและน้ำมนต์ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มลงมือทานอาหาร

 

            /โรสงั้นหรอ อืม พูดถึงชื่อนี้แล้วก็คิดถึงยัยนั่นขึ้นมาเลยแฮะ ไม่ได้ติดต่อไปหาหลายปีแล้วสิ/

           

                เด็กหนุ่มสลัดความคิดออกไปก่อนจะตักปลาสามรสขึ้นมาเคี้ยว พร้อมกับจ้องมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังทานอาหารอยู่โดยไม่รู้ว่ามาร์เวลลัสมองอยู่

           

            น้ำมนต์เป็นหญิงสาวที่สูงราวๆ 170 เซนติเมตรซึ่งถือว่าเป็นผู้หญิงที่สูงมากในสายตาของเด็กหนุ่ม เธอมีใบหน้าสวยใสแบบสาวไทยกับผิวสีแทนนิดๆ ผมยาวถึงไหล่สีดำออกสีแดงนิดหน่อยจากการตากแดดที่หยิกเป็นลอนถูกปล่อยไว้ยุ่งๆเซอร์ๆ ในขณะที่ผมด้านหลังถูกมัดไว้อย่างลวกๆ รูปร่างที่ดูเพรียวคล่องแคล่วทำให้เธอดูเหมือนนางแบบบนปกนิตยสาร ซึ่งองค์ประกอบโดยรวมนั้นทำให้เธอดูเป็นหญิงสาวหุ่นดีที่ดูสวยแบบสบายๆ  

 

                “บ้าเอ้ย ไม่น่าพูดถึงเลย”เสียงหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มที่นั่งมองอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง

            “มีอะไรเหรอครับ”

            “ขอโทษนะคะ ดูเหมือนจะทำให้รสชาติอาหารกร่อยซะแล้ว”น้ำมนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

 

            ไวกว่าที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยถาม จู่ๆก็มีกลุ่มผู้เล่นนับสิบคนเดินเขามาในร้านอาหาร เหล่าลูกค้าภายในต่างรู้สาเหตุการมาของคนเหล่านี้ดี ก็ต่างหลบหนีออกไปจากร้านอาหารอย่างรวดเร็วจนหายไปหมดเหลือเพียงแค่กลุ่มผู้เล่นกับมาร์เวลลัสและน้ำมนต์เท่านั้น

 

            ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มยืนเอามือไพล่หลังเชิดหน้าอย่างหยิ่งยโส โดยไม่พูดสิ่งใดในขณะที่เหล่าผู้เล่นที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างก็มีแววตาคุกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด

 

            “รีบก้มหัวขอขมาซะ ก่อนจะไม่มีโอกาส”ลูกน้องด้านหน้าเอ่ยขึ้น

            “ทำไมฉันต้องทำ”น้ำมนต์พูดพร้อมกับยักไหล่

            “แกทำร้ายฉันจนบาดเจ็บหนักขนาดนี้โดยไม่มีเหตุผล ยังจะมาถามอีกว่าทำไม”ผู้เล่นที่เป็นคู่กรณีแหวกฝูงพรรคพวกออกมา ก่อนจะตะโกนใส่หญิงสาว

            “ไม่มีเหตุผล?”เธอเอ่ยขึ้นด้วยอาการที่ดูเดือดดาลไม่แพ้กัน “นายบังคับให้เพื่อนฉันวิ่งไปล่อเจ้าหมีโฉดในป่าให้ตามเขามาเพื่อให้พวกนายจัดการมัน แต่พอสู้ไม่ได้นายก็ผลักเพื่อนฉันไปเป็นโล่แล้วหนีมาจนเขาถูกฆ่าตาย นายยังบอกว่าฉันไม่มีเหตุผลอีกหรอ และอีกอย่างนะฉันก็ไม่ได้ทำร้ายนายหนักขนาดนั้นด้วย ชื่อฉันที่เป็นสีเหลืองเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดี”เธอเอ่ยขึ้นอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ

            “มันไม่ใช่คนในกิลด์หรือสมาพันธ์เดียวกันกับแกซะหน่อย โอ๊ะ จริงด้วยสิลืมไปว่าแกไม่มีกิลด์อยู่ ใช้คำว่าอะไรนะ เอิ่ม.. สังคมรังเกียจสินะ ไอ้กะเทยสองเพศนั้น ฉันไม่นับเป็นคนล่ะกัน”คู่กรณีอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยขึ้นอย่างล้อเลียน ในขณะที่ทั้งกลุ่มต่างหัวเราะลั่นอย่างสะใจ

             

            แต่ทั้งกลุ่มก็ต่างหยุดเสียงหัวเราะลงในทันที เมื่อคอของผู้เล่นที่เอ่ยเย้ยหยันก่อนหน้านี้ถูกจี้อยู่ด้วยปลายคมดาบสีขาว โดยดาบที่เป็นด้านคมด้านหนึ่งอยู่ห่างจากคอผู้เล่นที่ยืนเชิดหน้าเหมือนหัวหน้าของกลุ่มแค่ไม่กี่มิลเท่านั้น

 

            “พวกคุณควรให้เกียรติสุภาพสตรีมารดรเพศให้มากว่านี้นะครับ แถมควรมีมารยาทกว่านี้ในขณะที่คนอื่นกินข้าวอยู่ด้วย และสุดท้ายควรให้เกียรติและเคารพเพศที่สามอันเป็นสิทธิและความรู้สึกส่วนตัวของแต่ละคนด้วยเช่นกัน”เด็กหนุ่มในชุดสีนิลเอ่ยเสียงเรียบผิดวิสัย

             

            อันที่จริงเขาเองก็ไม่อยากมีปัญหาหรือต้องมาข่มขู่ใครแบบนี้นัก แต่เมื่อนั่งฟังเรื่องราวมาตั้งแต่ต้นจนถึงเมื่อกี้อยู่นานแล้วเขาก็อดไม่ได้จริงๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงเขามักจะถูกสั่งสอนเสมอให้เคารพและให้เกียรติสุภาพสตรีอันเป็นมารดรเพศผู้ให้กำเนิด และถึงแม้จะไม่ได้รับการสั่งสอนใดๆ ด้วยตัวเขาเองก็พึงระลึกได้เสมออยู่แล้วในเรื่องนี้ และเรื่องเพศที่สามเองที่ถึงแม้จะไม่ได้รับการสอนแต่ตัวเขาเองก็เข้าใจและเคารพในความคิดความรู้สึกส่วนตัวของกลุ่มคนนี้เหล่านี้เสมอ เพียงแค่แตกต่างจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด ใช่ว่าจะผิดเสมอไป...

 

                “ไม่ใช่เรื่องของแกไอ้หนู วางดาบลงซะ ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน แกไม่รู้หรือไงว่าในเมืองเป็นเขตปลอดภัย” ชายผู้ที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น ทั้งที่ใจยังคงสับสนและตกตะลึงกับความเร็วของดาบที่ตอนนี้จ่ออยู่ห่างคอไปนิดเดียวอย่างหวาดๆ

            “ก็ใช่ครับ แต่ผมแค่อยากแก้ความเข้าใจผิดของพวกคุณในบางเรื่องนิดหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าเพื่อนของน้ำมนต์ล่ะก็ คนที่ถือสิ่งนี้อยู่ในมือก็คนหนึ่งล่ะครับที่เป็นเพื่อนเธอ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆแบมืออีกข้างที่วางอยู่บนโต๊ะออก เผยให้เห็นแท่งคริสตัลสีแดงที่อยู่ภายในมือ

            “วอร์สโตน”ผู้เล่นในกลุ่มอริเอ่ยขึ้น

           

            /แค่ลองซื้อมาเล่นๆไม่คิดว่าจะได้ใช้จริงเลยนะเนี้ย/มาร์เวลลัสคิด ในตอนที่มาร์เวลลัสซื้อคริสตัลเคลื่อนย้ายจากร้านค้าของระบบในเมืองคาเอเดะ ก็เห็นว่ามีวอร์สโตนถูกวางขายไว้ด้วยเลยลองซื้อมาเล่นๆสักก้อนหนึ่งเท่านั้นไม่ได้คิดจะเอาไปใช้งานอะไรอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน  

 

            “ได้ยินว่าคริสตัลพวกนี้ค่อนข้างเปรอะบางนะครับ แถมระยะจ่อๆแบบนี้ถ้าเกิดผมมือลื่นขึ้นมาคงเป็นปัญหาแน่”

“แกจะเอายังไง”หัวหน้ากลุ่มเอ่ยถาม

“ก็ไม่เอาไงทั้งนั้นล่ะครับ แค่พวกคุณกลับไปแล้วให้ผมกับเพื่อนของผมกินข้าวต่อก็แค่นั้น”มาร์เวลลัสเอ่ยอย่างไม่ร้อนใจใดๆ

“ตกลงพวกฉันจะไป”

 

พอมันเอาดาบออกไป เอาวอร์สโตนออกมาใช้แล้วพวกแกก็ลงมือฆ่าพวกมันซะชายหนุ่มเอ่ยในช่องสนทนาระหว่างปาร์ตี้ พวกลูกน้องที่ได้ยินต่างก็ลอบยิ้มกับคำสั่งที่ได้รับ

 

แต่ดูจะไม่เป็นอย่างที่พวกมันคาดไว้นัก เพราะเด็กหนุ่มเองก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดจะดูไม่ออกและคาดเดาไม่ได้ แถมยังเห็นพวกมันบางคนแอบลอบยิ้มเยาะอยู่ด้วยมาร์เวลลัสจึงแน่ใจในความคิดของเขาทันที

/ต้องเปลี่ยนแผน/

 

“น้ำมนต์ พวกเขามาจากของกิลด์หรือสมาพันธ์ไหนเหรอครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยถามทั้งที่ดาบยังจ่ออยู่ที่คอของบุคคลทั้งสอง

หญิงสาวที่นั่งนิ่งมานานสักพัก สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะจ้องไปที่สัญลักษณ์บนชุดของกลุ่มผู้เล่น “ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนของสมาพันธ์ยักษ์แสดนะคะ”

“แกถามชื่อสมาพันธ์พวกฉันทำไม”หัวหน้ากลุ่มเอ่ยถาม

“เอาไว้เล่าอวดคนอื่นน่ะครับ”

“อวดอะไร”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างพยายามควบคุมอารมณ์โกรธจากคำพูดอันแสนกำกวมของเด็กหนุ่ม

“จะได้ไปอวดได้ไงครับ ว่าผมสามารถเอาดาบจ่อผู้เล่นจากสมาพันธ์ยักษ์แสดได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว”

“แกเล่นที่เผลอต่างหาก”

“แหมๆ ให้ผู้เล่นเดี่ยวไม่มีชื่อเสียงเอาดาบจ่อที่คอได้ถึงสองคนโดยที่ป้องกันและรับรู้ไม่ได้ ไม่คิดว่าแบบนี้มันเสียชื่อเสียงเหรอครับ”เด็กหนุ่มพูดด้วยทีท่าสบายๆ

“แก”ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อดาบและวอร์สโตนต่างทำท่าที่จะทำหน้าที่ของตนเอง

“ถ้าผมลดดาบลงแล้วจะฆ่าผมก็ได้ครับ ผมไม่ว่าอะไร เพราะถึงยังไงเดียวพวกคุณก็คงจะได้เจอผมอีกแน่ครับ แต่แค่เจอชื่อผมในกระทู้เด็ดร้อนฉ่าในบอร์ดผู้เล่นแทนนะครับ เขียนว่าอะไรดีล่ะ เอาเรื่องแพ้ผู้เล่นหญิงคนเดียว จนต้องเอาพวกมาสิบกว่าคนเพื่อข่มขู่ดีไหม หรือจะเอาเรื่องที่ให้ผู้เล่นหญิงมาก้มหัวขอขมาดี แต่เรื่องที่บังคับให้ผู้เล่นไปล่อสัตว์อสูรออกมาแล้วไม่มีความสามารถที่จะจัดการจนต้องเอาผู้เล่นคนเดิมเป็นโล่แล้วพวกตัวเองหนีมาก็น่าสนใจนะครับ หรือจะเอาเรื่องสดๆร้อนๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นที่ว่า บอกว่าจะไม่เอาเรื่องแต่สุดท้ายก็ตระบัดสัตย์ลูกผู้ชายฆ่าผู้เล่นทิ้งดีล่ะครับ ”

“ไม่มีใครเชื่อแกหรอกเว้ย”หัวหน้ากลุ่มเอ่ยตะโกนออกมาอย่างเหลืออดเต็มที

“ไม่ครับ มีคนเชื่อแน่ๆ ผู้เล่นหลายๆคนในเมืองนี้คงจะรู้ความบาดหมางระหว่างพวกคุณกับน้ำมนต์ดี แถมมีผู้เล่นในร้านอาหารแห่งนี้ที่เห็นเหตุการณ์อยู่พอสมควรเลยด้วย อย่างน้อยก็คงกระพือข่าวได้พอสมควรล่ะครับ จะเป็นยังไงนะ ถ้าเกิดสมาพันธ์บัญญัติเทวะรู้เรื่องนี้เข้า”

 

แค่เพียงเอ่ยชื่อสมาพันธ์บัญญัติเทวะขึ้นมาก็สร้างความหวาดกลัวให้เหล่าผู้เล่นจากสมาพันธ์ยักษ์แสดในทันที ปกติแค่เอ่ยเรื่องชื่อเสียงของกิลด์ของพวกตน พวกมันก็เกรงกลัวจะทำให้ชื่อเสียงเสียหายมากพออยู่แล้วเพราะหัวหน้าพวกมันค่อนข้างห่วงเรื่องหน้าตาทางสังคมอยู่พอสมควร แต่พอได้ยินว่าอาจลุกลามใหญ่โตจนต้องมีหนึ่งในสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งยูโธเปียยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ พวกมันก็หวาดกลัวขึ้นมาอย่างจับใจ

 

             /ได้ผลสินะ/มาร์เวลลัสแอบลอบยิ้มอย่างมีชัย

           

            “เอาดาบออกไปพวกฉันจะกลับแล้ว”

            “เชิญเดินถอยไปด้านหลังเลยครับ”

 

            เหล่าผู้เล่นนับสิบจากสมาพันธ์ยักษ์แสดต่างทยอยเดินถอยออกมาจากจุดเกิดเหตุอย่างแสนอับอาย มีเพียงหัวหน้ากลุ่มที่หยุดเดินและหันมามองเด็กหนุ่มอย่างเคียดแค้นชิงชัง “อย่าให้ฉันเจอแกที่อื่นถึงตอนนั้นแกจะได้เสียใจแน่ที่ทำแบบนี้ ไอ้หนู”

            “ผมชื่อ มาร์เวลลัสครับ ยินดีที่ได้พบเสมอ”เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับเหยียดยิ้มให้ ซึ่งท่าทีและคำพูดของเขาสร้างความเดือดดาลให้กับหัวหน้ากลุ่มเข้าไปอีก ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอดและเดินหลบออกไป

 

            /พึงสยบกองทัพและศาตราด้วยวาจาและความคิด/

 

            “กินข้าวต่อดีกว่าครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างไม่สนใจเรื่องก่อนหน้า ก่อนจะตักข้าวขึ้นมากินหนึ่งคำอย่างเอร็ดอร่อย

            “คุณมาร์ไปบอกชื่อแถมยังท้าทายพวกนั้นทำไมล่ะคะ อย่างนี้คุณมาร์ก็ต้องถูกเจ้าพวกนั้นตามล่าแน่”เธอเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงเด็กหนุ่ม

 

            มาร์เวลลัสกลืนข้าวลงไปก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่มเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้เธออย่างเคยทุกครั้งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

 

            “อย่าบอกนะคะว่าคุณมาร์ทำเพื่อเบี่ยงความสนใจของพวกนั้นมาที่ตัวเองแทนที่จะเป็นน้ำ”เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก

            “ผู้ชายที่ดีต้องไม่ปล่อยให้ผู้หญิงแบกรับปัญหาเพียงคนเดียวครับ ต่อให้เป็นแค่เศษฟางถ้าแบกรับแทนได้ผมก็จะทำ”มาร์เวลลัสเอ่ยออกไปตามตรงจากใจจริงโดยไม่ปิดบัง

 

            คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้หญิงสาวที่นั่งฟังถึงกับนิ่งค้างไป   ทั้งที่พึ่งเจอกันได้ไม่นานแต่ผู้ชายคนที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้กับยื่นมือเข้ามาช่วยเธอถึงสองเรื่องในระยะติดกันโดยไม่ห่วงไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเองสักนิด เธอคิดเสมอว่าโลกแห่งนี้คือโลกแห่งการหลอกลวงที่ทุกคนต่างแสวงหาหนทางแห่งการแย่งชิงอำนาจไม่รู้จบ แต่ในหมู่คนที่ว่ากลับมีคนดีๆแบบนี้ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น

           

            “ขอโทษนะคะเพราะน้ำแท้ๆ”เธอก้มหน้าด้วยความเสียใจ ตอนที่เพื่อนรักของเธออย่างแคนต้องติดร่างแหจากผลของการกระทำของเธอก็ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ยังเป็นคนดีๆคนนี้อีกคนที่ต้องมาตกกระไดพลอยโจนไปด้วย

           

            ความรู้สึกถึงแรงสั่นไหวเล็กๆข้างที่นั่งของเธอ เรียกให้หญิงสาวที่นั่งก้มหน้าน้ำตาคลอแต่ฝืนพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมา หันมามองร่างของชายหนุ่มผมสีดำที่พึ่งเปลี่ยนที่นั่งมานั่งข้างหญิงสาวแทน ความรู้สึกอุ่นๆของฝ่ามือขาวเนียนๆของเด็กหนุ่มจะถูกทาบและลูบลงบนศีรษะของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

 

            “ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะนะครับ แต่แม่ผมบอกว่าเวลาที่ผู้หญิงเสียใจแล้วผู้ชายไม่รู้จะปลอบยังไง ให้ทำแบบนี้”เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยด้วยท่าทีสงสัย จนหญิงสาวหลุดหัวเราะออกมาในท่าทางของเด็กหนุ่ม “ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เห็นอย่างนี้ผมก็ดูแลตัวเองได้นะ”

 

            “ขี้โม้ ขนาดมาที่เมืองน้ำยังเป็นคนนำทางมาเลย”น้ำมนต์เอ่ยขำๆ

           

            เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมใส่เธอแต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรออกไป ถึงแม้ว่าอันที่จริงเขาจะมาที่เมืองมาซากิแห่งนี้เองได้อยู่แล้ว เพราะเขาจำทิศทางได้ตั้งแต่ตอนที่ปีนต้นไม้อยู่แล้ว

 

            “แล้วจะทานต่อหรือเปล่าครับ”มาร์เวลลัสเอ่ยถาม

            “ไม่อ่ะคะ น้ำกินไม่ลงแล้ว”

            “ถ้างั้นไปเดินเที่ยวรอบๆเมืองเลยแล้วกันนะครับ”เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับลุกขึ้น ก่อนจะยื่นมือออกไปให้หญิงสาวจับ และออกแรงดึงเล็กน้อยให้เธอลุกขึ้น

 

            เขาปล่อยมือออกจากเธอก่อนจะเดินไปวางเงินที่เคาน์เตอร์ไว้เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของร้านหายไปไหน ก่อนที่ร่างทั้งสองจะเดินออกจากร้านไปปล่อยไว้เพียงความว่างเปล่าภายในร้านเท่านั้น

 

แต่ต่อมาไม่นานก็พลันปรากฏมือปริศนาสีขาวซีดข้างหนึ่งที่ยื่นออกมาจากใต้เคาน์เตอร์จ่ายเงินที่เต็มไปด้วยความมืด ก่อนจะคว้าไปที่เงินที่วางอยู่ราวกับงูฉก

 

 

            “เฮ้อ รอดไปทีหนึ่งว่าจะได้จ่ายค่าซ่อมร้านบานตะไทซะแล้ว”เจ้าของร้านปรากฏตัวออกมาจากใต้เคาน์เตอร์จ่ายเงินพลางถอนหายใจอย่าโล่งอก

 

 

 

 

แมนสุดๆสุภาพบุรุษโคตรๆ

ตอนต่อไปคงมาถี่ๆไม่ได้แล้วนะครับ วันนี้ผมทำการบ้าน พรุ่งนี้ก็ไปทำงานห้อง วันจันหน้าก็เปิดเรียนแล้วด้วยการบ้านยังไม่เสร็จหมดเลย ขออภัยจริงๆครับ

สุดท้ายนี้คือ ขอผลโหวตท่านผู้อ่านหน่อยนะครับ ระหว่าง เม่นแคระ กับ กระรอกบิน ชอบตัวไหนมากกว่ากัน เม้นไว้ด้านล่างเลยครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #739 Bloo_De (@Bloo_De) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 22:22
    เห้ย? ยักแสดได้ไงอ่ะ? คนอุดรโกรธนะเว้ย
    #739
    0
  2. #616 Tsukihana (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 22:36
    เม่นแคระงับ เพราะเปนสัตว์กลองของฮิบาริ เคียวยะ555 //แมนมั่ก ชักหมั่นไส้นิดๆ
    #616
    0
  3. #582 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:29
    ถึงจะช้าไป แต่ก็ขอบอกว่า เม่นแคระ ครับ
    เคยเลี้ยงอยู่น่ารักมาก 
    #582
    0
  4. #508 วีด (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 19:54
    ชอบเม่น เลี้ยงง่ายก่าเยอะ รอกบิน ไม่เชื่องมือ จบข่าว ถ้ามีเวลาพอก็ได้อะ
    #508
    0
  5. #485 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 09:46
    ช้าไปไหม ชอบกระรอกบิน
    #485
    0
  6. #455 Oliver K (@gsp-w11) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 09:46
    กะรอกบิน ครับ
    #455
    0
  7. #407 วิโรจน์ ศรเพชร (@virost) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 14:28
    ชอบ เม่นบิน. ครับ.
    #407
    0
  8. #351 ujean (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 16:19
    เม่นค่ะเม่น 😊
    #351
    0
  9. #323 A-Langod (@alangod) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 16:29
    อย่างหล่อเลยมาเวลลัส
    #323
    0
  10. #292 xzerox2 (@xZEROx) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 23:36
    เหอๆ เป็นคนยังงี้อนาคตคงตายอย่างเดียว สใใุตเดินไปเจอคนลุมจากกิลอื่นน่ะ แล้วก็ไปช่วย ทีนี้ ช่วยเสด ก็ไปมีเรื่องกะกิลอื่นอีกเพราะไปช่วยคนอื่น งี้มันไม่มีคนจองฆ่าตลอดเลยไง (ผมก็ชอบน่ะประเภทช่วยเหลืออ่ะ แต่ความคิดมันเหมือนเด็กเลยอ่ะ) แต่ก็สนุกดีครับ แค่อยากให้ตัวเอกมันมีความคิดโตกว่านี้หน่อย โลกสวยตลอดไม่ได้หรอกครับสังคมสมัยนี้ ยากแก่การอยู่รอด
    #292
    2
  11. #289 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 15:23
    สนุกครับ
    #289
    0
  12. #284 patiphanpinkham (@patiphanpinkham) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 10:36
    แมนๆ แบบนี้ก็ดีครับ แต่ ขอแค่แมนนะ อย่าให้ แมนด้วย งี่เง่าด้วยเป็นพอ 555
    #284
    0
  13. #282 Shi memoriaru (@0870702899) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 07:49
    กระบอกบินครับ ผม น่ารัก ตอนเหิน เท่มากกก
    #282
    0
  14. #281 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 21:45
    เม่นแคระค่ะ
    #281
    0
  15. #280 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 16:19
    จะมีปัญหาตามมามั้ยนะ
    #280
    0
  16. #278 แค่คนหัวฟูๆ (@tttchaittt) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 00:02
    กะรอก
    #278
    0
  17. #277 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 23:49
    กระรอกบิน 1 เสียง
    #277
    0
  18. #272 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 19:35
    กระรอกดิคร้าบ
    #272
    0
  19. #269 Takahiro Yuchi (@okiya0miki) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 18:00
    กระรอกบินค่ะ แล้วก็ไม่ลงบ่อยๆไม่เป็นไร ขอแค่อาทิตย์ละตอนสองตอนก็พอแล้วค่ะ ^^
    #269
    0
  20. #260 文君 (@whitememory) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 13:09
    เม่น เม่น น้องเม่น~~~
    #260
    0
  21. #259 yen0 (@dog8) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 11:21
    กระรอกคร้าบบบบบบบ.  ชอบมากๆๆๆๆๆ
    #259
    0
  22. #257 สายไฟสีฟ้า (@varavari) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 10:40
    สุภาพบุรุษเกินค่ะ
    ตัวละครหญิงในเรื่องแนวเกมออนไลน์ยิ่งแนวโน้มคิดเข้าข้างตัวเองว่าผช.เค้าชอบมากพอละ แถมใจง่าย เจอผช.ในเกมก็หลงรัก -_- บุ่ยยย

    ชอบกระรอกบิน ที่เป็น flying squirrel นะ ไม่เอาบ่างนะ ร่อนได้เหมือนกัน แต่ฟามน่ารักต่างกันเยอะะะ
    #257
    0
  23. #256 c sheba (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 09:34
    กระรอกบินค่ะ ขนฟู หางเป็นพวง ยิ่งตอนเหินลงมาจากต้นไม้นะ!? อย่างเท่ห์อ้ะ!!!
    #256
    0
  24. #255 Tarntarnz (@tarnz666) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 09:25
    กระรอกบิน ขนนุ่มๆ
    #255
    0
  25. #254 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 09:09
    แมนจิงๆนะ มาร์ เด่วก่ทำให้สาวเจ้าคิดไปไกลหรอก
    #254
    0