Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 20 : Eye

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 302 ครั้ง
    11 ก.ย. 58

Episode 20 Eye

 

 

            ‘ผู้เล่น มาร์เวลลัส สังหาร เทพอสูร อีคิดนา ระดับ 155 ได้รับค่าประสบการณ์... ระดับเลื่อนเป็น 28 29 30…37 ค่ะ

 

เสียงจากระบบดังขึ้นบอกถึงระดับของเด็กหนุ่มที่เลื่อนขึ้นอย่างมหาศาลมากเมื่อเทียบกับผู้เล่นปกติทั่วไป การสังหารเทพอสูรที่ล้วนมีระดับ 100 ขึ้นไปนั้น ความเป็นไปได้ที่จะต่อสู้และเอาชนะเทพอสูรนั้นต้องใช้คำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้เล่นทั่วไป ต่อให้ขนผู้เล่นกันมาเป็นหมื่นคน ก็ทำได้แค่สูสีหรือไม่ก็เป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อให้เทพอสูรได้เท่านั้น  

 

ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่แน่นอนว่าผู้เล่นที่สังหารได้จะต้องได้รับค่าประสบการณ์ที่เยอะเป็นธรรมดา บวกกับค่าประสบการณ์ของการเป็นผู้เล่นวีไอพีอีก 25% และท้ายที่สุดคือค่าประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมดในตอนนี้ มาร์เวลลัสที่เป็นผู้เล่นเดี่ยวอิสระที่ไม่ได้เข้าปาร์ตี้กับใครจึงทำให้เขาไม่ต้องหารค่าประสบการณ์ที่ได้รับ แต่ก็ยังคงต้องหารกับลิโอะที่อยู่ในกำไลอยู่ดี แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยเพราะพญาราชสีห์หนุ่มที่อยู่ในกำไลในครั้งนี้ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไร ซึ่งเด็กหนุ่มเองก็คงจะไม่ภูมิใจสักเท่าไหร่นัก เพราะการตายของอีคิดนาหาใช่เพราะฝีมือที่แสนจะไร้ความสามารถของเขาไม่

 

และเขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะต่อสู้หรือเป็นศัตรูกับเธอเลย

 

มาร์เวลลัสหาได้มีความสุขใจขึ้นมาประดับบนใบหน้าไม่ ความรู้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังไม่ทันจะจางหายไป ความรู้สึกประหลาดใจจนอึ้งค้างไปก็หันมาเล่นงานเขาซ้ำอีก

 

อีคิดนา คือหนึ่งในชื่อตัวละครที่ปรากฏในหนังสือเกี่ยวกับเทวะตำนานกรีก-โรมันที่เขามักจะเคยอ่านหนังสือพบเป็นประจำ โดยก่อนหน้านี้เขามัวแต่เพ่งสมาธิความสนใจทั้งหมดไปที่การพยายามช่วยเหลือเธอ จนไม่ทันได้สังเกตลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอไป

 

/เดี๋ยวนะๆ ถ้าเธอคืออีคิดนา เธอก็น่าจะอยู่ที่ทวีปกีเซอร์ แต่ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่เซเปียสแห่งนี้ล่ะ แต่.../มาร์เวลลัสกำลังจะครุ่นคิดต่อ แต่ฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้เสียก่อน

 

ดวงตาสีนิลราวกับความมืดมิดของเด็กหนุ่มค่อยๆถูกปิดลงด้วยเปลือกตา มวลอากาศรอบกายค่อยๆถูกสูบผ่านเข้าสู่ร่างกายของมาร์เวลลัส ก่อนที่ก้อนอากาศอีกก้อนที่กะจุกอัดแน่นอยู่ภายในปอดจะค่อยๆถูกระบายออกมาอย่างยืดยาว ดวงตาที่เคยปิดสนิทพลันกลับมาลืมขึ้นอีกครั้ง  

         

          ในตอนนี้ต่อให้เขาพยายามครุ่นคิดอะไรไปมากมายเพียงใด ก็จะรั้งแต่จะเพิ่มความสงสัยที่เขาในตอนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ให้เพิ่มขึ้นมาซะเปล่าๆ

 

            เด็กหนุ่มออกแรงยืนขึ้นพร้อมกับคว้าเอาไอเทมที่ดรอปจากอีคิดนาขึ้นมา มันเป็นเสื้อคอวีแขนยาวสีดำทั้งตัวที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดอสรพิษสีเงินตั้งแต่ไหล่ซ้ายลงมาจนถึงอกซ้าย หรือก็คือปิดบริเวณหัวใจทั้งหมด เขายัดเสื้อตัวดังกล่าวลงในกระเป๋าพร้อมกับถุงผ้าปริศนาที่อีคิดนาให้ไว้ก่อนจะหันกลับไปมองยังโคนต้นไม้ที่หญิงสาวผู้นั้นเคยนอนพิงอยู่

 

            ในการเดินทางที่เรียกว่าชีวิต ไม่ว่าจะสำคัญแค่ไหน ไม่ว่าจะสูญเสียไปสักเท่าไหร่ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ทำได้ก็คือต้องก้าวเดินต่อไปเท่านั้น

 

ใบหน้าของเด็กหนุ่มหันกลับมายังทิศทางอันเป็นจุดหมาย ก่อนที่สองเท้าจะเริ่มก้าวเดินออกไปอีกครั้ง

 

            มาร์เวลลัสใช้เวลาเดินทางนานเอาการ ก็เดินกลับมาจนถึงจุดที่เขาก่อไฟทิ้งไว้เป็นผลสำเร็จ ยังดีที่แสงจันทร์ในวันข้างขึ้นนั้นยังพอส่องสว่างเพียงพอให้เด็กหนุ่มมองเห็นเค้าลางของควันไฟที่ก่อไว้

 

            ใจเขาเองก็อยากจะปลดผนึกให้ลิโอะออกมาอยู่เป็นเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าอาการหวาดกลัวของเจ้าสิงโตหนุ่มจะหายกลับเป็นปกติหรือยัง จึงเลือกที่จะให้เจ้าลิโอะพักผ่อนอยู่ในกำไลควินวี่ไปก่อน

 

            ร่างของเด็กหนุ่มกลับมาลงบนขอนไม้อีกครั้ง ก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบออกมาเพื่อดูเวลา ซึ่งมันก็ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า มาร์เวลลัสจึงเลือกที่จะตรวจไอเทมต่างๆที่เขาได้รับมาไม่นานมานี้

 

            ไอเทมชิ้นแรกที่มาร์เวลลัสหยิบขึ้นมาก็คือเสื้อที่ดรอปมาจากอีคิดนา โดยเมื่อใช้คำสั่งตรวจสอบก็พบว่ามันเป็นไอเทมระดับ 8 เหมือนเกราะอสูรสัตว์สีนิลทั้งสามส่วนของเขา มันมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันขึ้นมานิดหน่อย และช่วยเพิ่มความเร็วความคล่องตัวด้วย แถมตัวเสื้อเองยังมีความทนทานสูงพอสมควร

  

            /ผมขอใช้เสื้อตัวนี้นะครับ คุณอีคิดนา ผมจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด/เด็กหนุ่มคิด ก่อนจะเรียกใช้คำสั่งสวมใส่เสื้อของเขาก็ถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อตัวดังกล่าว

 

            ชิ้นต่อมาคือหินที่ดรอปมาจากหมีศิลาเด็กหนุ่มหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้

            “จริงด้วย การเกิดใหม่ตามวัฏจักร แสดงว่าเดี๋ยวคุณอีคิดนาเองก็ต้องฟื้นกลับมาสินะ เราลืมไปได้ไงเนี้ย” มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้นมาอย่างยินดีก่อนจะฉีกยิ้มร่า และหันกลับมาจดจ่อกับการตรวจสอบไอเทมอีกครั้ง

 

            การเกิดใหม่ตามวัฏจักรเป็นคำ ที่ลิโอะใช้สอนให้มาร์เวลลัสเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดใหม่ของอสูร สัตว์อสูร เทพอสูร มังกร หรือแม้กระทั่งบรรพชน ว่าเมื่อตายไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม เมื่อครบกำหนดเวลาก็จะกลับฟื้นคืนมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ระดับก็จะลดลงคล้ายๆกับผู้เล่น ยิ่งระดับสูงก็จะยิ่งเกิดได้ช้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่โลกนี้ก็อาจสามารถเปลี่ยนแปรและพลิกผันได้เสมอด้วยปัจจัยที่คาดไม่ถึง เพราะยูโธเปียแห่งนี้คือโลกแฟนตาซีที่อาจมีเรื่องประหลาดและอัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอ

 

            ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้ลิโอะก็เลยถือโอกาส สอนให้มาร์เวลลัสปรับทัศนคติความคิดอันแสนปวกเปียกของตัวเองใหม่ เกี่ยวกับคำที่ว่า ไม่จำเป็นต้องกินก็ไม่จำเป็นต่อสู้ โดยอธิบายเกี่ยวกับการพัฒนาระดับของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกแห่งนี้ว่าจะมาจากปัจจัยหลายๆอย่าง ตัวอย่างก็มี ระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ การฝึกฝน การต่อสู่ และการฆ่าชีวิตอื่น ซึ่งในตอนนั้นเองพญาราชสีห์นิลกาลก็เลือกที่จะกล่าวถึงเฉพาะการฆ่าสังหารชีวิตอื่น

 

            จริงอยู่ที่ไม่จำเป็นต้องกินอะไรพวกข้าก็อยู่ได้ แต่ถ้าอยากแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วก็คงจำเป็นต้องที่จะต้องสู้และสังหารผู้อื่น แน่นอนว่าเหตุผลที่ข้าและลูกฝูงออกมาต่อสู้ปกป้องพวกเหมือนกับแม่ลูกกวาง ไม่ใช่เพราะเหตุผลอ่อนๆแบบเจ้า หากเป็นการต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่ายที่แม้มีระดับต่างกันเพียงใดยินยอมพร้อมใจที่จะต่อสู้ทั้งสองฝ่ายพวกข้าก็จะมิก้าวก่ายใดๆ แต่ในกรณีที่ข้าต่อสู้กับพวกนั้น ข้าคงไม่ต้องอธิบายเหตุผลกับเจ้าๆก็คงจะเข้าใจสินะ ในโลกนี้ไม่ใช่โลกในอุดมคติที่แสนดีและมีความสุข ถ้าเจ้าไม่ต่อสู้ เจ้าก็จะไม่มีวันที่จะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้หรอก เจ้าเด็กอมมือ

           

มาร์เวลลัสในตอนนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาเองถึงจะยึดมั่นในหนทางที่ตัวเองเลือกเพียงใด แต่ก็ไม่ใช่คนหัวรั้นที่ถึงขนาดไม่ยอมรับฟังคำติเตือนของผู้อื่น ในวันนั้นเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะต่อสู้ แต่ก็ขอเป็นเพียงแค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้นก็พอ

 

            ก้อนหินที่ดรอปได้จากหมีศิลานั้นเป็นวัตถุดิบระดับ 4 ที่สามารถนำไปทำอาวุธหรือชุดเกราะได้ ซึ่งเมื่อดูแล้วว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษมาร์เวลลัสก็เก็บมันลงไว้ในกระเป๋าตามเดิม

           

และแล้วก็มาถึงหนึ่งไอเทมจ้าวปัญหา ดาบเล่มสีดำกับทองถูกชักออกมาจากฝัก ก่อนที่คำสั่งตรวจสอบจะถูกเรียกใช้กับมัน หน้าต่างรายละเอียดก็พลันปรากฏขึ้นมา

 

ชื่อ : ?

ประเภท : อาวุธ (ดาบระดับ ?)

ความสามารถ : ใช้ประกอบควบคู่กับทักษะของอาชีพเสริมผู้นำทัพ

ทักษะติดอาวุธ : ไม่มี

เงื่อนไขสวมใส่ : ต้องเป็นผู้มีอาชีพเสริมผู้นำทัพเท่านั้น ที่สามารถใช้งานได้

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : ?

 

            มาร์เวลลัสแทบจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูทักษะในทันทีที่อ่านรายละเอียดจบ แต่ก็พยายามหักห้ามใจไว้ และหันมาวิเคราะห์เกี่ยวกับดาบเล่มนี้ก่อนอย่างเยือกเย็น

 

            /ไม่มีชื่อ ไม่มีระดับ ไม่มีประวัติ จะกวนกันก็ให้มีขอบเขตหน่อยสิ/ มาร์เวลลัสส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ /ไม่มีบอกการเพิ่มค่าสถานะอะไรเลยสักอย่าง แสดงว่าพลังโจมตีของดาบเล่มนี้ขึ้นอยู่กับพลังโจมตีของเราสินะ/

 

            “เรียกแกว่า โนเนม(No Name) ก่อนแล้วกัน”มาร์เวลลัสตั้งชื่อมันขึ้นมาใช้เรียกแทนไปก่อน เพื่อให้สะดวกในการเรียกดาบเล่มนี้

           

            สุดท้ายคำตอบที่เขาได้รับก็มิสามารถที่แก้ไขความเคลือบแคลงใจของมาร์เวลลัสได้เท่าที่ควรเลยสักนิด เด็กหนุ่มได้แต่สายหน้าอย่างเบื่อหน่ายและเก็บดาบไร้ชื่อไว้ตามเดิม

             

            ทีแรกมาร์เวลลัสคิดจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบทักษะที่เขามี แต่ก็เกิดสะดุดใจกับถุงผ้าปริศนาที่เขาได้รับฝากไว้จากอีคิดนาซะก่อน ความคิดของเด็กหนุ่มแตกออกเป็นสองฝั่งในทันที ด้านหนึ่งก็บอกว่าให้เขาเปิดดูซะ ถึงยังไงอีคิดนาก็บอกให้เขาเอามันไปใช้ได้ แต่อีกด้านก็กลับบอกว่า ถึงจะอนุญาตก็เถอะแต่ดูของที่คนอื่นฝากไว้จะดีเหรอ เดี๋ยวคุณอีคิดนาเองก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว

 

“เอาวะ” มาร์เวลลัสเอ่ยขึ้น

 

จนแล้วจนรอดสุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็สนับสนุนให้เด็กหนุ่มเปิดมันออกในที่สุด เชือกที่ใช้มัดถุงผ้าถูกคลายออก ก่อนที่มาร์เวลลัสจะยกถุงผ้าขึ้นเพื่อเทสิ่งที่อยู่ภายในลงบนฝ่ามือ

 

สัมผัสแรกที่เขารู้สึกได้คือความรู้สึกอันเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง ความที่ว่าสิ่งนั้นเป็นมันและลื่นช่วยสนับสนุนคำว่าก่อนน้ำแข็งของเด็กหนุ่มได้เป็นอย่างดี มันมีรูปร่างที่มนและเป็นทรงกลมราวกับ

 

“ลูกตาคน” มาร์เวลลัสเอ่ยตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ แต่ก็ยังมีสติมากพอที่จะไม่โยนลูกตาดังกล่าวทิ้งไป

 

ใช่แล้ว สิ่งที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มคือดวงตาสีม่วงที่แววใสสุกสกาวราวกับอัญมณีที่มีเพียงข้างเดียว มาร์เวลลัสมองสิ่งอยู่ในมือด้วยอาการครุ่นคิด

/ทำไมถึงมอบของน่ากลัวแบบนี้ไว้กันนะ แถมกำชับว่าไม่ให้ถูกแย่งไปด้วย/มาร์เวลลัสคิด

 

ดวงตาข้างขวาของเด็กหนุ่มถูกปิดลง ก่อนที่ดวงตาประหลาดจะถูกยกขึ้นมามองด้วยตาซ้าย เนตรสีนิลอันดำขลับเพ่งมองไปยังรูม่านตาที่อยู่ภายใต้แววตาสีม่วงดวงนั้น

/แกเป็นอะไรกันแน่นะ/

 

ดวงตาในฝ่ามืออันขาวผ่องของเด็กหนุ่มพลันหลอมละลายลงราวกับก้อนน้ำแข็ง แต่สีของมันหาได้ใสบริสุทธิ์ดุจทิพย์วารีไม่ หากแต่เป็นสีแดงข้นของสายโลหิตที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทั้งที่มีขนาดเพียงแค่ฝ่ามือเท่านั้น

 

สายโลหิตสีทับทิมข้นพวยพุ่งเข้าสู่ตาซ้ายสีเงาที่เอาแต่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นโดยมิคิดทำสิ่งใดราวกับรั้งรอดูการพลันเปลี่ยนของมันอย่างจดจ่อ

 

“เฮ้ย” มาร์เวลลัสอุทานเสียงหลง

 

มือทั้งสองข้างที่ถูกยกขึ้นมาพยายามปัดและเช็ดเหล่าของเหลวสีแดงนั้นออกไปอย่างพัลวัน แต่ก็หาได้ส่งผลกระทบใดๆกับสิ่งนั้นได้ ดวงตาซ้ายของเด็กหนุ่มถูกอาบย้อมด้วยเลือดสีแดงสด ความรู้สึกขัดเจ็บ และปวดแสบปวดร้อนรุมเร้าทำร้ายดวงตาของเด็กหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า มือทั้งสองที่เปลี่ยนมากุมที่ดวงตาโดยหวังว่าจะบรรเทาความรู้สึกเช่นนี้ได้บ้าง ฟันที่ขบแน่นเข้าหากันเพื่อพยายามกัดฟันสู้กับความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้น ร่างสูงสง่าที่เคยนั่งพำนักอยู่บนขอนไม้กลายเป็นนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นธรณีอย่างแสนทรมาน เขาแทบไม่รู้เลยว่าสีแดงที่ไหลอาบลงมาจากตาเป็นเลือดของเขาเองหรือเจ้าดวงตาชั่วร้ายนี้กันแน่

 

“พอได้แล้ว”มาร์เวลลัสตระโกนลั่น

 

กึก

มิใช้เสียงสิ่งใดที่หยุดลง แต่เป็นความคิดความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหมดที่เด็กหนุ่มได้รับต่างหากที่หยุดลง ดวงตาที่อดีตเคยถูกฉาบด้วยสีแดงน่าหวาดกลัว กลับคืนเป็นสีดำปกติอีกครั้ง

 

ผู้เล่น มาร์เวลลัส ผ่านเงื่อนไข ได้รับทักษะ ดวงเนตรแห่งการสาปแช่ง ค่ะ

 

เสียงจากระบบดังขึ้นบอกถึงทักษะใหม่ที่เกิดขึ้น โดยมาร์เวลลัสเชื่อในทันทีว่ามันมีสาเหตุมาจากดวงตาสีม่วงดวงนั้นอย่างแน่นอน                                                                                     

 

ขวดน้ำเปล่าและเสื้อแฟนซีตัวเก่าที่มาร์เวลลัสเคยใส่ถูกนำออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเทน้ำจากขวดลงชโลมทั่วทั้งใบหน้า และใช้เสื้อแฟนซีตัวที่ว่าเช็ดหน้าเพื่อล้างคราบเลือดออกไป

 

หน้าต่างระบบที่ถูกเรียกขึ้นมา และเปิดไปช่องทักษะอย่างรวดเร็วทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงใช้เสื้อตัวเดิมเช็ดคราบสายโลหิตออกไป หน้าต่างทักษะก็ปรากฏออกมา

  

ทักษะ

                        ทักษะติดตัว

                                    ดาบมือเดียว ระดับ 19

                                    รัศมีนักบุญ ระดับ 1(พิเศษ)

                                    การเรียนรู้ภาษายูโธเปียโบราณ ระดับ 36

                                    ดาบสองมือ ระดับ 50

                                    การศึกษาสมุนไพรศาสตร์ ระดับ 2

                        ตราราชันย์ ไม่มีระดับ

                        รีบอร์น ไม่มีระดับ

 

ทักษะใช้งาน

                                    พรรักษา ระดับ 1(พิเศษ)

การแปลงพลังเวทย์ ระดับ 51

                                    การแปลงพลังเวทย์อัคคี ระดับ 42

                                    การแปลงพลังเวทย์อัสนี ระดับ 37

                        การผนึกพลังเวทย์ ระดับ ระดับ 47

การผนึกพลังเวทย์อัคคี ระดับ 38

การผนึกพลังเวทย์อัสนี ระดับ 36

                        วิชชุมหาอัคคี ไม่มีระดับ

                        ซัมมอนเกท ระดับ 37 (พิเศษ)

 

ทักษะด้วยตนเอง

            เมตตาคุ้มครอง ระดับ 1 (พิเศษ)

ดวงตาแห่งการปลอบประโลม ระดับ 1 (พิเศษ)

ดวงเนตรแห่งการสาปแช่ง ไม่มีระดับ

 

            เพียงไม่ได้เปิดตรวจสอบสักพักใหญ่ก็มีทักษะต่างๆ ปรากฏขึ้นมามากมายยาวเหยียด มาร์เวลลัสเลือกที่จะข้ามการตรวจสอบทักษะการศึกษาสมุนไพรศาสตร์ที่เขาได้รับตั้งแต่ตอนที่เก็บสมุนไพรทั้งสามอย่าง และเปิดอ่านรายละเอียดทักษะที่พึ่งได้รับมาใหม่ที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกมา ทั้งที่ใจจริงอยากจะเปิดทักษะที่พึ่งได้มาสดๆร้อนๆก่อนเป็นทักษะแรก

           

            ตราราชันย์ ไม่มีระดับ

            รายละเอียด

                        ของที่มีอำนาจอยู่ในอาญาสิทธิ์ของผู้นำทัพ จะถูกลงตราราชันย์ไม่สามมารถซื้อขาย แย่งชิง แลกเปลี่ยน ถ่ายโอนให้ผู้อื่นได้เด็ดขาด โดยตราจะเป็นผู้เลือกสิ่งที่จะลงตราด้วยตนเอง อนึ่งหลังจากตรวจสอบทักษะนี้แล้วทักษะจะเริ่มมีผลบังคับใช้งานในทันที

           

“หะ” เด็กหนุ่มอุทานขึ้น ก่อนจะลองตรวจสอบเหล่าไอเทมหลายสิบชิ้นก็พบว่าเป็นความจริง แต่เด็กหนุ่มเองก็ไม่ได้ใส่ใจนักและเปิดทักษะอื่นขึ้นมาดูต่ออย่างรวดเร็ว  

 

รีบอร์น ไม่มีระดับ

รายละเอียด

            ?

 

วิชชุมหาอัคคี ไม่มีระดับ

รายละเอียด

            สร้างเปลวเพลิงขึ้นมาโหมกระหน่ำรอบตัวดาบ ความรุนแรงและเวลาคงอยู่ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของพลังเวทที่แปลงและผนึกลงไป ระดับพลังทำลายพัฒนาตามระดับของผู้เล่น

 

ซัมมอนเกท ระดับ 37 (พิเศษ)

รายละเอียด

พัฒนาตามระดับผู้เล่น ใช้พลังเวทมหาศาลในการใช้งาน

 

ดวงเนตรแห่งการสาปแช่ง ไม่มีระดับ

                         รายละเอียด

                                    สุ่มสถานะติดคำสาปให้กับผู้ที่สบเข้ากับดวงตาข้างซ้าย เปิดใช้งานด้วยตนเองเมื่อดวงตานี้ต้องการ 

                                   

            มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมากุมขมับ ความรู้สึกนานามากมายที่เกิดขึ้นถาโถมเข้าใส่มาร์เวลลัส ทั้งความงุนงง ความแคลงใจ ความดีใจ ความประหลาดใจ ความเบื่อหน่าย ความไม่เข้าใจ  ความรู้สึกทั้งหมดทำให้เด็กหนุ่มเลือกที่จะปิดหน้าต่างระบบของตนลง และดึงดาบดาร์กแพนเทอร์ออกมาจากฝัก

 

            “เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ซ้อมดาบจนกว่าจะเช้าเลยแล้วกัน”เด็กหนุ่มเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่ใบดาบสีดำจะเริ่มกวัดแกว่งร่ายรำ

 

            การได้กวัดแกว่งดาบมันคงเป็นสิ่งเดียวในตอนนี้ที่จะช่วยทำให้จิตใจของเขาสงบได้ดีที่สุด

 

           

            “ใยท่านพี่ถึงมิให้การช่วยเหลือใดๆเล่า” ชายหนุ่มในชุดเกาะแบบญี่ปุ่นโบราณที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อฮาโอริสีน้ำเงินเข้มเอ่ยขึ้น ใบหน้าที่ดูสุขุมเยือกเย็นราวกับผืนสมุทรหันไปจ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง หากแต่จุดที่ทั้งสองยืนอยู่คือกลางเวหาที่มีเพียงสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านเท่านั้น

           

            หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามราวกับจันทรานวลผ่องมิได้หันเหลียวมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างแม้สักนิด ดวงตาสีดำขลับราวกับความมืดมิดแห่งยามราตรียังคงจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังวาดดาบไปมาในอากาศ

 

            “เพียงแค่สร้างอาณาเขตป้องกันมิให้พวกเทพอสูรจากแดนอื่นหาตัวตนขององค์ราชันย์พบ ก็เพียงพอแล้ว และอีกอย่างข้าว่าเจ้าไม่ควรจะมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ การที่เจ้าละเลยจนทำให้อีคิดนาแอบข้ามเขตแดนเข้ามา จนนำดวงตานั้นเข้ามาด้วย พวกมิคาเอลรู้เข้าคงเดือดดาลน่าดู ตอนนี้ที่เราทำได้มีเพียงปกป้องเขาและรอคำสั่งจากพระบิดาเท่านั้น” ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูเอ่ยขึ้นตำหนิผู้เป็นน้องชาย

 

            “ขออภัยท่านพี่ แต่การที่สัญลักษณ์แห่งการจุติของราชันย์ปรากฏขึ้น ทำให้ข้าหวาดเกรงการบุกรุกจากเทพอสูรแดนอื่น จนต้องวนตรวจสอบไปรอบเขตผืนสมุทรของเซเปียส จนนางแอบหลบหนีเข้ามายังเซเปียสในช่วงที่ข้าดูไม่ทั่วถึงจนได้” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

 

            มิมีเสียงแห่งการสนทนาใดปรากฏขึ้นมาอีก ดวงตาของบุคคลปริศนาทั้งสองยังคงจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่บัดนี้ยังคงวาดดาบไปมา

 

            แสงสีแดงแห่งสุริยันแรกอรุณรุ่งเผยปรากฏสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณจนกระทบเข้ากับใบหน้าของเด็กหนุ่มให้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงตามไปด้วยเช่นกัน กองไฟที่ถูกดับสนิทลงโดยเด็กหนุ่ม ส่งควันสีเทาขาวลอยขึ้นสูงสู่ห้วงอากาศ ก่อนที่เท้าทั้งสองจะออกก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ไหวหวั่นต่อทุกสรรพสิ่ง ซึ่งหากมีใครเฝ้ามองดูอยู่ก็คงดูราวกับว่าบุคคลผู้นี้กำลังเดินฝ่ากำแพงแห่งแสงสุริยา

 

            เป้าหมาย ณ ตอนนี้ คือการหวนกลับสู่เมืองคาเอเดะ...

 

 

 

ครบยี่สิบตอนสักที ตั้งแต่อังคารหน้า ร.ด. เข้าค่ายผมคงได้อัพบ่อยขึ้นนะครับ แต่บางทีอาจติดหาข้อมูลมาวางโครงเรื่องให้แน่นอน ชัดเจนขึ้น

 

           

 

           

           

           

 

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 302 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #932 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 17:07
    ขอถามหน่อย สกิล สองดาบ อยู่ไหนอะ ทำไมเห็นแต่ ดาบสองมือ มันคนละอย่างกันนะครับ สองดาบคือ

    ดาบสองเล่ม ถือดาบคนละข้าง

    ดาบสองมือ คือ ถือดาบเล่มเดียวด้วยมือทั้งสอง
    #932
    1
    • #932-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 20)
      2 ธันวาคม 2562 / 16:40
      ผมเข้าใจผิดเอง กดลบตรงไหน
      #932-1
  2. #859 ma20001 (@ma20001) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 22:29
    ไม่เอาชะนีะ
    #859
    0
  3. #724 peetnalao123 (@peetnalao123) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 23:27
    ลาก่อน 

    ขอบคุณสำหรับ

    นิยายดีๆ .....

    #724
    0
  4. #610 Tsukihana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 19:58
    สนุกแบบอึมครึม แต่ชอบคับ มีการแฝงแง่คิดด้วย
    #610
    0
  5. #511 kuy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 11:39
    พระเอกกากยจัง 20ตอนละยังไม่เห็นจะเก่งขึ้นสักนิดเลย
    #511
    0
  6. #479 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 20:48
    ทำไมเวลขึ้นน้อยจัง
    #479
    0
  7. #317 A-Langod (@alangod) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 09:21
    เกิดทักษาะมันทำงานขึ้นมาตอนไม่อยากมันจะไม่แย่เอาเหรอ
    #317
    0
  8. #273 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 20:34
    สงสัยต้องปิดตาข้างนั้นซะแล้ว
    #273
    0
  9. #182 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 14:28
    สาปเอง ควบคุมไม่ได้ เจริญล่ะงานนี้
    #182
    0
  10. #181 kimurakung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 08:37
    ดวงเนตรแห่งการสาปแช่งที่ได้มา ทำงานเองอะ ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยแฮะ
    #181
    0
  11. #180 j-teana (@j-teana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 07:57
    ต่อจากนี้ได้สนุกขึ้นอีกแน่
    #180
    0
  12. #179 ลุงดิน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 06:54
    เหม ...น่าจะรับอิคิดน่า เป็นผู้ติดตาม เหมือน เลโอะ นะ...แค่นั้นก็ไม่ต้องตายแล้วมั้ง

    เริ่มเข้มข้น น่าสนใจ

    ขอบคุณนะครับ
    #179
    1
  13. #178 กินะ (@kina05) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 04:52
    สนุกขึ้นเรื่อยๆ
    #178
    0