#ล่ากระต่าย (Be with you) #อูซอบ #หลินฮุน

ตอนที่ 8 : Chapter.8 Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 พ.ย. 60



CHAPTER 8






การสอบผ่านพ้นไปแบบไม่ค่อยราบรื่นนัก เพราะผมตะบี้ตะบันอ่านหนังสือแค่ตอนใกล้สอบเพียงไม่กี่วัน ประกอบกับจูดี้ก็ป่วย ไอ้จีฮุนยังปั่นหัวเรื่องชอบไม่ชอบจูดี้อีก  เล่นเอาผมหัวหมุนติ้วๆอย่างสับสน แต่ก็นะ การสอบก็ผ่านไปแล้ว ผมก็ยังไม่ตายด้วย ตอนนี้แค่ทำใจให้สบายๆแล้วรอผลสอบดีกว่า

 

ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงปิดเทอมก็ว่าได้ นักศึกษาหลายคนที่บ้านอยู่ต่างจังหวัด ก็มีการมีทะยอยกลับบ้านตัวเองกัน ส่วนผมก็ยังคงทำตัวเป็นคนกรุงโซลไม่ยอมกลับไปปูซานสักที

 

จริงๆผมไม่กลับไปที่นั้นนานมาแล้วหล่ะ พ่อกับแม่ของผมก็ไปทำงานที่สิงค์โปกันหมด ไม่รู้จะกลับปูซานไปหาใคร กลับไปก็นึกถึงแต่ฮยองซอบเปล่าๆ ยิ่งเห็นถนนหน้าโรงเรียนเก่ายิ่งปวดใจ เพราะตรงนั้นเป็นที่ที่ฮยองซอบจากผมไปด้วยอุบัติเหตุ

 

ยิ่งกว่านั้นผมยังต้องอยู่ที่มหาวิทยาลัยเพราะขาดคะแนนกิจกรรมอีกเยอะ เลยต้องเก็บกิจกรรมกีฬา กิจกรรมเลือกเสรีให้ครบไปก่อน ส่วนกิจกรรมวิชาการกับกิจกรรมมหา'ลัยต้องรอเก็บกับน้องๆที่จะเข้ามหาลัยปีหน้าแทน เพราะกิจกรรมเหล่านั้นไม่เปิดให้ทำตอนsummer นึกไปก็สมเพชตัวเองไม่น้อย


 

 

วันหยุดยาวแบบนี้ผมเลยพาจูดี้ไปเที่ยวสักหน่อย โปรแกรมก็ไม่มีอะไรมาก แค่ไปเที่ยวสวนสนุก ต่อด้วยไปดูหนังที่ห้างเท่านั้นเอง

 วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผมเป็นคนชวนอื่นไปเที่ยว เพราะปกติการไปเที่ยวหรือออกไปนอกหอตัวเองไกลๆไม่เคยมีอยู่ในความคิดผมเลย ก่อนหน้านี้ผมมักจะเป็นฝ่ายโดนลากไปเที่ยวมากกว่า

 

การเที่ยวของผมกับจูดี้ค่อนข้างเด็กน้อยมาก ไปสวนสนุกกันทั้งทีเจ้ากระต่ายก็เอาแต่กลัวเครื่องเล่นเเทบทุกอย่าง ในที่สุดก็ต้องมานั่งเล่นรถไฟคุณปู่กับม้าหมุนแทน

 

ส่วนการดูหนังเจ้าจูดี้ก็เลือกที่จะดูการ์ตูนเจ้าหญิงเจ้าชายอะไรของเขาก็ไม่รู้เพราะผมเผลอหลับไป มารู้ตัวอีกที ก็เจอฉากดราม่าตอนใกล้จบ จนได้ยินเสียงสะอื้นกันทั้งโรง ซึ่งเป็นเด็กๆกับผู้ปกครองกันเกือบทั้งโรง เจ้าจูดี้เนี่ยก็ร้องไห้หนักไม่แพ้เด็กๆคนอื่นร้องไห้น้ำตาไหลจะเช็ดน้ำตากับเจคเก็ตผมอีก การ์ตูนไรว่ะหลอกหลองผู้บริโภคชัดๆ ต้นเรื่องลั้นลาอยู่ดีๆ ท้ายเรื่องดึงดราม่าไปซะได้

 

 

 

 

 ไหนๆก็มาห้างแล้ว เจ้าจูดี้ก็ยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ ผมเลยใช้โอกาสนี้พาเจ้ากระต่ายตัวยุ่งไปซื้อโทรศัพท์ซะเลย ตอนแรกก็กะว่าจะซื้อโทรศัพท์แบบปุ่มกดให้ เพราะเจ้าจูดี้จะได้ไม่ต้องเล่นเน็ตกลัวจะไปชิทแชทกับใคร เจ้าเด็กนี่ยิ่งซื่อๆอยู่กลัวถูกหลอกเอา

แต่ท้ายที่สุดก็ได้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆไปจนได้ เพราะพนักงานก็เชียร์ขาดใจ ส่วนเจ้าจูดี้ก็ดูจะสนใจเอามากๆ ทำตาลุกวาวทุกครั้งที่พนักงานขายเสนอ พอบอกว่าจะไม่ซื้อแบบนั้นให้ก็ทำท่างอแงใส่ บอกว่าจะเอาไว้ดูรายการย้อนหลัง และสัญญาว่าจะไม่โทรหาหรือแชทกับคนที่ไม่รู้จักพร่ำเพรื่อ



ก่อนกลับหอก็ต้องแวะไปหาจีฮุนที่คอนโดควานลินสักหน่อย เพราะมันบ่นๆว่าเหงาจั้งเหล่ยอยู่คอนโดคนเดียว แฟนก็ต้องไปค้างที่บริษัทเป็นอาทิตย์แล้วเพราะต้องซ้อมหนัก ก่อนจะเดบิวในเร็วๆนี้

 

 

คอนโดของเขาตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำฮัน ถือว่าเป็นแหล่งธุรกิจเลยก็ว่าได้ ใครที่มีคอนโดอยู่แถวนี้ถือว่าต้องกระเป๋าหนาไม่น้อย เพราะค่าครองชีพแถวนี้มันค่อนข้างสูง

ห้องควานลินก็อยู่ตั้งชั้น9 สูงชิปหาย ลำบากมากผมกับจูดี้ต้องเดินขึ้นบันไดกันจนหอบแฮ่ก เพราะจูดี้มันขึ้นลิฟต์ไม่ได้ บอกให้ผมขึ้นลิฟต์ไปก่อนแล้วเจอกันที่ชั้น9 แต่ผมปล่อยให้เป็นยังงั้นไม่ได้หรอก เลยต้องเดินไปด้วยกัน

 

 

 

"นี่ พอได้โทรศัพท์ใหม่มาเนี่ย ก็เอาแต่จ้องตลอดเลยนะ"

อูจินบอกจูดี้ ที่เอาแต่เล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ด้วยความความเห่อ ถึงแม้ต้องเดินขึ้นบันไดตั้ง9ชั้น ก้ไม่มีทีท่าจะว่าเหนื่อเพราะยังเห่อของใหม่อยู่ ส่วนอูจินนี่เหงื่อซกจนเสื้อเปียกไปหมดแล้ว

 

"ได้โทรศัพท์แล้วอย่าไปคุยกับใครพร่ำเพรื่อนะ"

"เราจะโทรหาใครได้อ่ะ เรามีแค่อูจินคนเดียว"

ทำไมเขินว่ะ เขาแค่หมายความว่าตอนนี้มีเบอร์ของเราแค่คนเดียวไม่ใช่เหรอ

"ถ้าจะเล่นโซเชี่ยวห้ามแอดเฟรนใครพร่ำเพรื่อนะ ถึงจะชอบถ่ายรูปก็ห้ามโพสรูปตัวเองลงโซเชี่ยวเข้าใจป่ะ"

 "อื้มๆ"

จูดี้ตอบกลับไปโดยที่ตัวเองก็เอาแต่จ้องจอโทรศัพท์

"เล่นอะไรวะ" อูจินชะโงกหน้าไปดูบนจอมือถือของจูดี้ อ๋อเล่นcandy crushอยู่นี่เอง

"นี่ เล่นอะไรให้มันมีลิมิตนิดนึง" อูจินหยิบโทรศัพท์มาใส่ในกระเป๋าตัวเองทันที เข้าใจนะว่ากำลังเห่อ แต่มัวแต่สนใจโทรศัพท์จนไม่สนคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ เจ้าจูดี้เมื่อโดนขัดใจก็ทำหน้ายู่ใส่ทันที

 

 


ห้องควานลินนี่โคตรจะไฮโซอ่ะมีกล้องหน้าห้องด้วย เพื่อคนข้างในห้องจะได้ดูผ่านกล้องว่าใครมาหาหรือเปล่า


"เข้ามาก่อน" จีฮุนเปิดออกมา ลมเย็นๆจากแอร์ได้ปะทะร่างกายที่ร้อนและหงุดหงิดให้ใจเย็นได้นิดหน่อย อูจินพาจูดี้เข้าห้องไปอย่างคุ้นเคยเพราะเคยมาที่นี่ตั้งหลายครั้งแล้ว ส่วนเจ้าจูดี้มาเป็นครั้งแรก

 

"เขาไม่ให้ควานลินกลับบ้านเลยเหรอ" อูจินเป็นคนถามเมื่อเห็นหน้าคนห่างผัว ที่ทำหน้าเหงาจะเป็นจะตายทั้งๆที่เพื่อนก็มาหา และยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ตั้งสองคน

"เห็นบอกต้นเดือนหน้าน่ะ คงจะให้กลับแปบๆ"

 

 

จีฮุนพาไปโซนห้องครัวที่โต๊ะอาหารยาวอยู่ใกล้ๆกับโซฟาดูทีวี แหมสถานที่มันช่างเหมาะกับการจัดปาร์ตี้จริงๆ

"เออ กูทำไก่ทอดไว้เยอะเลย ช่วยๆกินกันนะ" 

ไม่ทันให้แขกได้นั่งเก้าอี้ดี จีฮุนก็ยกเอาไก่ทอดเกาหลีออกมาเสริฟ แถมยังมีจกบัลขาหมูเกาหลีอีก เห็นอาหารที่มันทำแล้วไม่แปลกใจเลยทำไมช่วงนี้ถึงอวบขึ้นขนาดนี้

 

 

"กินคนเดียวมึงจะทำทำไมเยอะเเยะวะ"

"ก็กูเคยตัวนี่ มึงก็รู้นี่กูชอบทำอาหาร พอทำกินคนเดียวมันก็ไม่ใช่ไง กูเลยทำเตรียมให้พวกมึงเนี้ย กินเป็นเพื่อนกูหน่อย"

"น่ากินดีนี่ นี่ถ้ามีอะไรเย็นๆกินด้วยนะ โอโหว  สวรรค์"อูจินพูดพร้อมทำมือคล้ายๆยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงน้ำมหัศจรรย์ที่ทำให้เมา และมันส์

 

"เออ มึงรอกูแปบ"

เดินเข้าไปในครัวพร้อมเปิดตู้เย็นอันใหญ่ที่มีขวดน้ำเมาดีไซน์สวยๆมาบนโต๊ะสามขวด

 

"เชี่ย มึงเอาแชมเปญ กับไวน์องุ่นออกมาเลยเหรอวะ อลังการเว่อร์"

"ของควานลินน่ะ"

"ไอ้เด็กนี่กินอะไรแบบนี้ด้วยเหรอวะ"

"แดกๆไปอย่าถามมาก"

"มึงเอาไปเก็บเหอะ กูลงไปซื้อโซจูข้างล่างก็ได้" อูจินไม่กล้ากินของคนอื่นโดยไม่รับอนุญาตเท่าไหร่ โดยเฉพาะของแพงๆซะด้วย

"กินเหอะ ควานลินมันชอบซื้อเก็บไว้ไม่ค่อยกินหรอก มีแต่กูนี่เเหละที่กินจนจะเป็นลำยองละ"


"เหรอ โอเค งั้นกูก็จัดไป" อูจินไม่รอช้ารินไวน์องุ่นใส่แก้วทันที เปรี้ยวปากนานละ


"แล้วจูดี้กินไหม" จีฮุนหันไปถามแขกอีกคนที่เอาแต่ยิ้มแป้นแล้น 

จูดี้ส่ายหน้า แล้วอูจินก็เสริมทันที

"กินได้ไงเล่า คนไม่เคยกินนี่กินนิดเดียวก็คอพับแล้ว อีกอย่างมันก็ท้องไส้ไม่ค่อยดี กินไปก็ปวดท้องเปล่าๆ"

"อืมงั้นดื่มอะไรดีอ่ะ น้ำอัดลมป่ะ"

และจูดี้ก็เอาแต่ส่ายหน้าเหมือนเดิม

"ไอ้นี่นี่ กูบอกว่าท้องไส้มันไม่ค่อยดี มึงก็ยังจะให้กินน้ำอัดลมอีก นี่มีน้ำผลไม้อะไรป่ะ แบบน้ำส้มงี้"

"มีนะ น้ำองุ่นอ่ะ ควานลินซื้อไว้เยอะเลยมันชอบกินน้ำองุ่น"

"นับดิ วันนี้จีฮุนพูดถึงควานลินกี่ครั้ง" อยากจะแหมไปถึงดวงจันทร์ คำก็ควานลินสองคำก็ควานลิน นี่แหละคนติดผัว2017

"เดี๋ยวไปเอาแปบรอเดี๋ยวนะจูดี้" 

จีฮุนทำเป็นไม่สนใจเสียงนกเสียงกา หันมาบอกจูดี้ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อเอาน้ำองุ่นออกมา แล้วบริการรินน้ำใส่แก้วอย่างดิบดี

"ค่าเปิดขวดเท่าไหรครับพนักงานเสริฟ นี่ผมให้ทิปได้ป่ะ บริการดีจังเลย" อูจินแกล้งหยอกจีฮุนให้โมโห แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะจีฮุนไม่เล่นด้วย


 "ติ๊ด"

เสียงข้อความในโทรศัพท์ของจีฮุนดังขึ้น ทำให้คนที่ได้ยินเสียงรีบพุ่งมาดูจนน้ำในแก้วหกออกมานิดหน่อย

 

"โอ๊ะ" 

ที่แท้ก็เสียงข้อความแจ้งเตือนแอปพลิเคชั่นธรรมดา จีฮุนก็รีบวิ่งมาดูนึกว่าเป็นควานลินซะอีก เสียเวลาจริงๆ


ตั้งแต่ไปครั้งนี้ ควานลินและเด็กฝึกคนอื่นๆก็โดนยึดโทรศัพท์ เพราะจะให้ทุ่มเทกับการซ้อม เมเนเจอร์จะอนุญาตให้โทรได้บ้างเป็นครั้งคราวในเวลาที่กำหนด จึงตัดเรื่องที่จีฮุนจะโทรหาควานลินไปได้เลยเพราะโทรไปก็ไม่รู้ว่าควานลินจะว่างเมื่อไหร่ ต้องรอให้แฟนของตัวเองโทรมาเท่านั้น ปกติเขาจะปล่อยเด็กฝึกใช้โทรศัพท์ตอนประมาณห้าทุ่มกว่าๆ จีฮุนเลยเอาแต่รอให้โทรหา สายตาก็จ้องแต่มือถือหลายครั้งมาก

 

"นี่ จะอะไรนักหนากับโทรศัพท์ กูเห็นมึงเอาแต่จ้องหลายรอบแล้วนะ รอแฟนโทรเหรอ"

"เปล่าสักหน่อย"


"นี่ดูไว้นะ นี่แหละเขาเรียกว่าคนติดโทรศัพท์ มึงอย่าเป็นแบบนั้นนะ" อูจินหันมาพูดกับจูดี้ที่วันนี้พูดน้อยกว่าปกติ สงสัยไม่ค่อยคุ้นที่ เลยต้องกระตุ้นให้สนุกๆกันหน่อย

"กูไม่ได้ติดโทรศัพท์"จีฮุนเถียงทันควัน

"เออ กูพูดผิด มึงติดผัว"

"นี่กูไม่อนุญาตให้มึงใช้โทรศัพท์จนเกินพอดีนะ ห้ามติดโทรศัพท์" และก็หันไปย้ำกับจูดี้อีกครั้ง

"นับดิ อูจินห้ามมึงเล่นโทรศัพท์กี่ครั้ง" 


"นี่ห้ามติดโทรศัพท์ ห้ามติดแฟน ถ้าคนนั้นไม่ใช่กู"

"โอ๊ะ อูจิ้นนนนน" 

 "หมายความว่าไงเหรออูจิน"

จีฮุนกับจูดี้พูดออกมาแทบจะพร้อมกัน ส่วนอูจินก็ทำหน้ากวนใส่ไม่ตอบที่จูดี้ถามสักที



ติ๊ด ติ๊ด

ไม่ทันที่จะขยี้คำพูดอูจินได้มากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์จากคนที่รอก็ดังขึ้น จีฮุนรีบคว้าโทรศัพท์เพื่อรับสายแทบจะทันที

 

"ฮัลโหล"

("รับสายไวจังเลย กำลังรอสายผมอยู่ใช่ไหมละ?") ควานลินพูดเสียงทะเล้น เพราะทุกครั้งที่โทรมาจีฮุนก็รับสายเร็วเสมอ นี่ก็สองวันแล้วที่ไม่ว่างโทรหา จีฮุนน่าจะรอรับสายอยู่แน่ๆ

"เปล่า พี่กำลังเล่นเกมน่ะ เลยรับสายเร็ว"

"โอโหจีฮุนพอเเฟนโทรมาก็รีบพุ่งหลาวไปรับเลยนะ" อูจินแกล้งพูดเสียงดังเพื่อให้ควานลินได้ยินด้วย ซึ่งก็ได้ผล

("ฮ่าๆๆๆ อยู่กับพี่อูจินเหรอ")

"มึงหุบปากเลยอูจิน" จีฮุนหันไปค้อนใส่อูจินเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปคุยในห้องนอนแทน

 

"นี่ซ้อมเสร็จแล้วเหรอ"

("ยังหรอกเขาให้พัก และใช้โทรศัพท์ได้เเปบนึง")

"แล้วก็ต้องกลับไปซ้อมต่ออีกเหรอ"

("อืม เหนื่อยอ่ะ พี่ฮุนมาให้กอดหน่อยดิ")

"นี่พูดอะไรที่มันเป็นไปได้หน่อยได้ไหม"

("พี่ได้รับเสื้อที่ผมส่งให้ยัง") ก่อนหน้านี้มีพัสดุจากควานลินส่งมา เป็นชุดสูทสีชมพูไซส์ของจีฮุนเลย ว่าจะถามอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยเลย

"อืม พี่ว่าจะถามอยู่พอดีเลย ส่งให้พี่ทำไม"

("พี่จำไม่ได้เหรอวันเสาร์นี้วันอะไร")

"กำลังจะพูดถึงวันเกิดตัวเองอยู่ใช่ไหม" จีฮุนจำได้เป็นอย่างดีว่าวันเสาร์นี้เป็นวันเกิดควานลิน นี่ก็แอบไปฝึกทำเค้กกะจะทำให้ควานลินในวันเกิดสักหน่อย

("อืม")

"แล้วบริษัทให้กลับบ้านไหม"

"เขาไม่ให้กลับอ่า"

"เหรอ" จีฮุนถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย

("แต่นั้นแหละ เหตุผลที่ผมซื้อเสื้อให้พี่ไง")

"ยังไง"

("บริษัทจะจัดงานวัดเกิดให้ พี่ต้องไปให้ได้นะ ใส่เสื้อที่ผมซื้อนั้นให้ด้วย”)

“พี่จะไปยังไง พี่ไม่รู้จักใครเลยนะ”

("แค่พี่รู้จักผมคนเดียวก็พอแล้ว”)

“มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นนะควานลิน พี่ทำตัวไม่ถูกหรอก”

(“ไม่มีอะไรหรอกพี่ มีแค่พวกเด็กฝึกด้วยกัน กับเพื่อนที่โรงเรียนแค่สองสามคนเอง พี่ไม่ต้องห่วงนะ คนอื่นเขาก็พาแฟนเขามาด้วยทั้งแหละ”)

“แล้วพี่จะไปในฐานะอะไร”

(“แฟนผมไง ถ้าพี่ต้องการ ผมจะเปิดตัวพี่กับเพื่อนๆก็ได้”)

“ไม่ได้นะควานลิน”

(“เห็นไหม ก็มีแต่พี่นี่แหละที่ไม่ยอมเปิดตัว”)

(“นี่พี่ครับ เมเนฯเรียกแล้วผมต้องไปซ้อมต่อแล้วอ่ะ แล้วเจอกันในงานนะ ผมจะรอ”)

“ย่าส์ พี่ยังไม่บอกเลยว่าจะไป”

(“ไปแน่ครับผมรู้ เพราะพี่คิดถึงผมยังไงละ บายนะครับ”) 

 ควานลินวางสายไปโดยยังไม่ทันคุยกันรู้เรื่องด้วยซ้ำ เจ้าเด็กนี่เป็นคนที่ออกเผด็จการนิดๆเหมือนกัน ชอบให้จีฮุนทำอะไรตามใจอยู่เรื่อย

จีฮุนเดินไปหยิบเสื้อที่ควานลินซื้อให้มาดูอีกครั้งด้วยท่าทางลังเล ก่อนจะหยิบติดมือไปนั่งเหม่อที่โต๊ะอาหาร ซึ่งตอนนี้มีจูดี้นั่งอยู่คนเดียว

 

“จีฮุนเป็นไรหรือเปล่า” จูดี้ถามด้วยความเป็นห่วง

“เปล่าหรอก”

“แต่สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

“อูจินไปไหนอ่ะ” จีฮุนพยายามเปลี่ยนเรื่อง โดยแกล้งถามถึงคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย

“ไปเข้าห้องน้ำหน่ะ”

“อืม”

“นี่น้ำองุ่นของเราใช่ไหม” จูดี้ไม่รู้ว่าจีฮุนรินน้ำให้ตัวเองแก้วไหนจึงถามขึ้นเพื่อให้แน่ใจ

“จีฮุน”

“หือ อ๋อ เอ่อ ใช่ๆ”

เมื่อจีฮุนยืนยันว่าใช่ เจ้าจูดี้หยิบขึ้นมาดื่มทันที คอแห้งอยากกินน้ำองุ่นนานละ แต่รู้สึกได้ว่ารสชาติมันแปลกๆไปเหมือนองุ่นเน่าเลย ฝาดๆลิ้น กลิ่นฉุนๆด้วย

“จีฮุน”

“หือ”

“น้ำองุ่นนี่ หมดอายุแล้วเหรอ”

“จะหมดอายุได้ยังไง เพิ่งซื้อไม่กี่วันนี่เอง”

นั่นสินะ สงสัยลิ้นเราไม่ดีเอง จูดี้หยิบเอาไก่ทอดไปจานหนึ่งแล้วกินควบคู่กับน้ำองุ่นแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวี ที่อยู่ไม่ไกลนัก เพราะใกล้ถึงเวลารายการโปรดเข้าแล้ว ช่วงนี้เจ้ากระต่ายค่อนข้างติดซีรีย์มาก

คนตัวเล็กดูโทรทัศน์ไปด้วยกินไก่กับน้ำองุ่นไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน จะว่าไปน้ำองุ่นนี่พอกินกับไก่ทอดแล้วอร่อยเหมือนกันนะ

 

 

 

 


 

“อ้าวไอ้จูดี้หลับซะแล้ว” อูจินที่เพิ่งออกจากห้องน้ำก็เห็นสภาพของเจ้ากระต่ายน้อยกำลังหลับตาพริ้มหน้าทีวี

“อ้าวหลับไปตอนไหนอ่ะ” จีฮุนที่เพิ่งได้สติ ก็เพิ่งเห็นเหมือนกัน

“กูถามมึง ไม่ใช่ให้มึงมาถามกูกลับ”

 

“สงสัยถึงเวลานอนของมันแล้วมั้ง”

“เหรอ คืนนี้นอนที่นี่ไหม”

“ไม่เอา นอนที่อื่นกูนอนไม่หลับ”

 

“จูดี้ๆตื่นๆ กลับไปนอนต่อที่บ้าน” อูจินนั่งลงบนโซฟาที่จูดี้กำลังนอน ก่อนเขย่าร่างคนที่กำลังหลับสบายให้ตื่น

“อื้มมมม” ได้ยินเสียงอูอี้ออกมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้จูดี้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด คนตัวเล็กเลื่อนหัวตัวเองไปนอนบนตักอูจิน

“นี่หลับสบายไปนะมึง” อูจินก้มหน้าไปพูดใกล้ๆ พร้อมขยี้ผมเบาๆ

 

“ตกลงยังไง” จีฮุนถามขึ้น

“อะไรยังไง”

“เรื่องมึงกับจูดี้”

“ก็ดี”

“ไม่ก็ดีสิ ที่กูเคยถามมึง มึงยังไม่ตอบกูเลยนะ ตกลงมึงชอบจูดี้หรือเปล่า”

“ก็

“ก็” จีฮุนย้ำพูดเพื่อกระตุ้นให้พูดเพราะอูจินอึกอักชักช้ามาก ทีเรื่องอื่นทำเป็นปากไว เรื่องนี้ทำเป็นไปไม่เป็น โธ่เอ้ยอูจิน

“ชอบ.... ชอบมาก”

“เชี่ย ในที่สุดมึงก็ยอมพูด" จีฮุนตาลุกวาวเพราะไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าอูจินจะพูด คิดว่าคงปากแข็งไปอีกนาน ที่ไหนได้ ยอมรับมาหน้าซื่อๆเลย  

"นี่เสียดายไอ้ตินไม่อยู่ด้วย ไม่งั้นมันคงดีใจจนน้ำตาไหล ยิ่งกว่ามีคนมาขอมันแต่งงานอีกแน่ๆ” พูดถึงอูจินกับจูดี้ก็อดคิดถึงอีกคนไม่ได้ คนที่เชียร์อูจินจูดี้หนักมากจริงๆ ยิ่งกว่าการสอบของตัวเองอีก

“หึ ไอ้ติน นี่มันเชียร์กูกับจูดี้อยู่เหรอ”

“ฮ่าๆๆๆ”

“มึงจำได้ไหม คราวก่อนมันก็ชิปกูกับมึง เป็นไงหล่ะ มึงมีผัวซะงั้น เรือมันล่มเลยไหมละ”

“มึงก็พูดไป”

“นี่มันยังไม่เข็ดอีก มาเชียร์กูกับจูดี้”



“มึงรู้ไหม คนเราชิปคนอื่นเพราะอะไร” จีฮุนเปลี่ยนเสียงพูดเป็นโหมดจริงจัง ทั้งๆที่ประเด็นที่พูดก็ไม่ใช่เรื่องน่าจะจริงจังกันขนาดนี้

..” อูจินส่ายหัวเพราะไม่รู้ว่าจีฮุนจะมาไม้ไหน

“เพราะมันอยากเห็นมึงมีความสุขไง กูก็เหมือนกัน กูก็อยากให้มึงมีความสุขเหมือนกัน เพราะกูรักมึงไง

ทั้งไอ้ตินไอ้ซึงฮยอก มันก็อยากเป็นเพื่อนมึงมากนะ กูว่ามันก็ดีนะถึงเรามีเพื่อนน้อย แต่ถ้าพวกเราหวังดีต่อกันมันก็ดีไม่ใช่เหรอ”

“อืม กูรู้ คงผิดที่กูเองที่ชอบปิดกั้นตัวเอง แต่ต่อไปนี้กูรู้แล้วนะ ว่ามีคนร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันน่ะมันดีมากแค่ไหน

เจ้าจูดี้ก็เหมือนกัน” อูจินมองคนที่นอนบนตักตัวเองด้วยอาการหุบยิ้มไม่ได้ มือหนาๆลูบผมคนที่หลับไม่รู้ตัว

“ตั้งแต่กูยอมเปิดให้จูดี้เข้ามาในชีวิตกู กูก็มีความสุขมาก เรียกว่าโคตรมีความสุขเลยดีกว่า”

อูจินเชื่อเสมอว่า การมีความผูกพันธ์กับใครสักคน ยิ่งมีมากยิ่งมีความทุกข์ ไหนจะตัวเองคิดมากเรื่องคนอื่น ไหนคนอื่นจะคิดมากเรื่องเรา ถ้าตอนนี้มีความสุขก็ต้องกังวลว่าความสุขตัวเองจะจบไปในสักวัน 

ซึ่งแน่นอนมันเกิดจากใจเราทั้งนั้น

ทำไมเราไม่อยู่ปัจจุบัน แค่ปัจจุบันมีความสุขกับใครสักคนก็พอแล้ว 


“มึงเห็นหรือยัง การที่มึงกล้าพูดในสิ่งที่มึงรู้สึกลึกๆ มันไม่ได้ทำให้มึงเสียฟอร์มเลย หนำซ้ำยังทำให้มึงยิ้มไม่หุบแบบนี้อีก”

” ท่าจะจริงอย่างที่จีฮุนพูด จนถึงตอนนี้อูจินยังหุบยิ้มไม่ได้เลย หรือในอาหารที่ให้กินเมื่อกี้มันใส่อะไรลงไปหรือเปล่า


“นี่เอาอย่างนี้ไหม ว่างๆเราชวนไอ้ตินไอ้ซึงไปปาร์ตี้หอมึงดีไหม เดี๋ยวกูจะขโมยไวน์แพงๆของควานลินไปปาร์ตี้ด้วย”

“โนๆ ห้องกูปลอดอบายมุขโว้ย กูไม่ชอบให้ไปเมาที่ห้องกู เดี๋ยวห้องกูเละหมด”

“จ้าๆ คนเจ้าระเบียบ หน้ามึงนี่ไม่เหมาะกับคนเจ้าระเบียบเลยนะ”

“ชมใช่ไหม”

“เออชม ถ้าปาร์ตี้แบบมีความเมาด้วยมาจัดที่หอกูก็ได้ โอเคป่ะ”

“เออๆ เรื่องของมึง”

 

 

“เสื้อสวยนี่” อูจินเหลือบเห็นเสื้อในมือจีฮุนก็อดที่จะทักไม่ได้ เห็นถือไว้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

“ใช่ไหมล่า นี่ควานลินซื้อมาให้เลย”

“ขอกูดูชัดๆหน่อยสิ”

จีฮุนลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ พร้อมโชว์เสื้อให้อูจินเห็นชัดๆ

“ไอ้ควานลินนี่เซ้นดีนะ แต่งตัวก็เก่ง แถมยังซื้อเสื้อให้แฟนเก่งอีกต่างหาก นี่เหมาะกับมึงเหมือนกันนะ แต่กูว่ามันอลังการไปอ่ะ ไม่เหมาะออกไปซื้อของที่เซเว่นเลย”

“นี่มันชุดออกงานโว้ย ไอ้โง่”

จีฮุนรวบเสื้ออย่างลวกๆ ก่อนก็นั่งถอนหายใจเหมือนเดิม

 

“นี่หน้ามึงไม่เหมือนคนดีใจที่ได้ของจากแฟนเลยนะ”

“นี่หน้ากูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เออ ออกชัดอยู่ เพราะหน้ามึงอ้วนไง”

“ไอ้นี่นี่ กูหมายหน้าออกอาการชัดโว้ยไอ้บ้า”

“เออๆ กูล้อเล่นมั้ย ว่าแต่มึงมีเรื่องอะไรกับควานลินหรือเปล่า”

“ไม่หรอก มันแค่เรื่องไร้สาระน่ะ”

“เล่ามา”

“ก็วันเสาร์นี้วันเกิดมันใช่ป่ะ แล้วบริษัทมันก็จะจัดงานให้”

“ให้กูเดา ควานลินซื้อเสื้อนี้ให้มึง แล้วให้มึงไปงานด้วยถูกไหม”

“แสนรู้นี่”

“กูไม่ใช่หมา เดี๊ยะๆ”

“กูลังเลว่าจะไปดีไหม คืองานนี้นอกจากควานลินกูก็ไม่รู้จักใครแล้วอ่ะ มึงก็นึกออกใช่ไหม ว่าถ้าสมมุติกูชวนมึงไปกินข้าว แล้วเพื่อนที่กูพาไปด้วยมึงก็ไม่รู้จัก แบบมึงก็จะแบบทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”

“อื้อ”

“นั่นไง กูเลยไม่ค่อยอยากไป”

“นี่ถ้ามึงไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไป ไม่ต้องไปตามใจมันให้มาก” จีฮุนถอนหายใจทันทีเมื่อฟังข้อแนะนำจากเพื่อน คือเป็นแบบนี้ตลอด เอะอะก็จะเอาให้ตัดให้ขาดเลยชับชับชับตลอด เลยไม่อยากปรึกษาเพราะอย่างนี้เเหละ


“แต่ถ้าไม่ได้เจอวันงานก็จะไม่ค่อยได้เจอแล้วนะ ช่วงนี้ควานลินซ้อมหนัก แล้วอีกอย่างเขายังอุตส่าห์ซื้อเสื้อให้กูอีก”

“มึงนี่ก็เข้าใจควานลินทุกอย่างเลยนะ มึงก็ควรให้เขาเข้าใจมึงบ้าง ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆนะ แต่ถ้ามึงเอาแต่ตามใจมันมันก็จะขอมึงในเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อยๆ และมันก็จะโง่ไม่เข้าใจมึงไปตลอด”

 

 

“ควานลินนี่น่าอิจฉาอะไรอย่างนี้ มีแต่คนรัก” จู่ๆจูดี้ที่ไม่รู้ว่ารู้สึกตัวตอนไหนพูดออกมา คนตัวเล็กยันตัวเองลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางมึนๆ หน้าแดงหูก็แดงไปหมด

“พูดอะไรของมึงนี่จูดี้”

“เปิดเพลงหน่อยสิ ห้ายยยมันๆๆนะ” จูดี้พูดเรื่อยเปื่อยเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่อง

“ตื่นแล้วเหรอ” จีฮุนถาม

“ตื่นๆๆ ตื่นเต้นๆๆๆ เต้นๆ”


“ละเมอเหรอ” จีฮุนพูดกับอูจิน

“นี่มึงเมาเหรอ” ฮูจินพูดพร้อมยื่นจมูกไปดมใกล้ๆ “เชี่ย กลิ่นเหล้านี่”


“ไอ้จีฮุน มึงมอมเหล้าจูดี้กูเหรอ”

“เฮ้ย เปล่า แต่เดี๋ยวนะ” จีฮุนหยิบแก้วที่วางโต๊ะเตี้ยๆใกล้โซฟาที่จูดี้นอน

“เชี่ย มันเผลอกินไวน์ไปแน่ๆ เมื่อกี้มันก็ถามกูนะว่ารสชาติน้ำองุ่นเปลี่ยนไป กูก็ไม่ได้เอะใจอะไรไง บ้าจริง”

“อ้าว ไฮ้จีฮุน นี่ก็เมาแล้วเห็นไหม ท้องมันก็ไม่ค่อยดีพรุ่งนี้ปวดท้องขึ้นมาทำไง”


“จีฮุนทำยางงงงี้ได้งายย” จูดี้ท้าวสะเอวถาม

“เออ กูขอโทษ”

“ไปจูบผู้ชายกลางสวนสาธารณะได้งายย ไม่อายเหรอ” 

ปึ้ง 

อะไรของมันวะ รู้ได้ไง หรือว่าเมาแล้วนิมิตเห็นภาพในมิติอดีตได้ น่ากลัวอ่ะจูดี้

“ไอ้จูดี้นี่มันเมาจนเลอะเทอะใหญ่ละ” จีฮุนแกล้งพูดเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นอูจินมองแขม็งมาทางตัวเอง


“มันไม่เลอะเทอะหรอก กูก็รู้มาแบบนี้เหมือนกัน”

“มึงไปเห็นตอนไหน”

“กูไม่เห็นเอง แต่อาม่าที่รำไทเกกบอกกูมา ตอนกูกับจูดี้พาหมาไปเดินเล่น” ลืมคิดไปเลยว่าอูจินไปสวนบ่อยจนสนิทกับอากงอาม่าแถวนั้นหมด วันนั้นควานลินก็บอกเองว่ามีแค่คนแก่ไม่ต้องสนใจ เป็นไงละ นี่ไม่รู้จะมุดหน้าไว้ที่ไหนแล้ว

“มึงนี่ทำอะไรพะเจิดพะเจ้อ ไม่อายคนเฒ่าคนแก่เลยนะ เดี๋ยวอากงอาม่าใจแตกกันหมด”ใจแตกมันควรใช้กับเด็กๆไหม

 

“เอาเถอะๆ ไอ้จูดี้เมาแบบนี้มึงจะทำยังไง จะนอนที่นี่หรือกลับ”

“กลับ” อูจินพูดพร้อมแบกจูดี้ที่พูดอะไรก็ไม่รู้เจื้อยแจ้วไปหมดใส่หลังตัวเอง

“แล้วกลับป่านนี้ จะมีรถไหมละ?”

“คงมีแหละ ไม่น่าดึกเท่าไหร่”

“ไม่ดึกมึงสิ แหกตาดูนาฬิกาด้วยจะเที่ยงคืนแล้ว เอางี้ มึงขับรถควานลินก่อนละกันนะ” จีฮุนวิ่งเข้าในห้องนอนไม่นานก็ออกมาพร้อมยื่นกุญแจใส่มืออูจิน

“เออ ขอบใจ พรุ่งนี้กูขับรถมาคืนนะ”

“เออๆ แล้วแต่มึงเลย รถนี้ไม่ค่อยมีคนใช้ไหร่หรอก”

 

70%



ต่อ...




อูจินกับเจ้าจูดี้บนหลังเดินเข้ามาในห้องอย่างทุลักทุเล ตอนนี้คนที่เมาหลับลงไปอีกครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้เอาแต่พูดอะไรเจื้อยแจ้วตลอดทาง อูจินต้องทนนั่งฟังคำพูดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องไปเรื่อยๆ เมื่อเงียบลงก็แสดงว่าเจ้ากระต่ายได้หลับไปแล้ว

 

อูจินตัดสินใจวางจูดี้บนโซฟาหน้าทีวี ร่างกำยำบิดขี้เกียจพร้อมนวดแขนตัวเองเล็กน้อยเนื่องจากความเมื่อยล้าจากการแบกขึ้นบันไดตั้งสี่ชั้น

 

“ทำไมอูจินต้องผิดสัญญาด้วย”

“หืม...”

อูจินที่กำลังจะเดินไปเอาฟูกในตู้เสื้อผ้ามาปูให้จูดี้นอนเป็นอันต้องหยุดการกระทำ เมื่อกี้จูดี้เพ้อออกมา

บอกว่าผิดสัญญาเหรอ ไปสัญญาอะไรกันตอนไหน ไม่เห็นจำได้เลย

 

“อุตส่าห์อยากเจอ ทำไมถึงขี้ลืมนัก”

คำพูดที่พูดบนรถก่อนที่จะมาที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทั่วไป เช่นซีรีย์ที่ดู เรื่องนิสัยเล็กๆน้อยๆของอูจิน

แต่นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

เรื่องสัญญางั้นเหรอ

 

“จูดี้ๆ สัญญาอะไร” อูจินพยายามปลุกเพื่อที่จะคุยให้รู้เรื่อง

“พี่”

เจ้าจูดี้ที่สะลึมละลือเล็กน้อยยื่นมือมากอดคอคนที่บังอาจมาปลุก ใบหน้าแดงๆเนื่องจากฤทธิ์สุรายื่นเข้ามาใกล้ๆอูจิน

เจ้ากระต่ายทำปากจู๋ใส่อย่างเอาแต่ใจ นี่อ่อยกูเหรอ

อย่าคิดจะขโมยจูบแรกของกูไปนะ

แต่ทำไมเราถึงต้องเคลิ้มตามด้วย ทำไมเราต้องเอาแต่มองหน้าและมองแต่ปากเจ้าเด็กนี่ด้วย


แปะ

อูจินตบหน้าตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติ ก่อนจะพยายามแกะมือคนเมาออกไป เพราะกลัวตัวเองจะใจแตกไปมากกว่านี้

เจ้าจูดี้นี่อันตรายจริงๆ

อูจินดูเหมือนคนปากร้ายเย็นชาและไม่สนอะไร แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วก็เหมือนเด็กไร้เดียงสา ที่มักจะเพลี้ยงพล้ำเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้เสมอ

 

 

ถ้างั้นรอตรงนี้แหละ จะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้

อูจินลุกขึ้นเพื่อจะไปหยิบผ้ากับน้ำสะอาดมาเช็ดตัวให้ กลับต้องชะงักเมื่อได้ยินคนตัวเล็กหล่นลงมาจากโซฟา

 

            ตุ๊บ


            เดินกลับมาหาคนที่นอนคว่ำหน้าไปกับพื้น ช่างใจสักพักก่อนจะอุ้มเจ้าจูดี้ในท่าเจ้าสาวขึ้นไปนอนบนเตียงที่เขาหวงนักหวงหนา

 

            นี่คือครั้งที่สามที่จูดี้ได้นอนบนเตียงของเขา

              ครั้งแรกตอนจีฮุนมานอนด้วย

             ครั้งที่สองก็ตอนป่วย

             และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม

ไม่ใช่อะไรหรอก อูจินก็แค่คนธรรมาดาที่หวงเตียง ปกติเขาเป็นคนรักสะอาดมากจึงไม่ชอบให้ใครมานอนบนเตียงสีขาวของเขา  เขากลัวเตียงจะมีรอยสกปรก เพราะแม้กระทั้งตัวเองจะขึ้นเตียงแต่ละครั้งก็ต้องไปล้างเท้าให้สะอาดก่อนเสมอ

 

“ถ้าไม่ใช่คนสำคัญกูไม่ยอมให้นอนเตียงกูหรอก

         อูจินไม่ใช่คนโรคจิตนะ แต่จูดี้เวลาเมาก็น่ารักไปอีกแบบ ทั้งพูดมากทั้งขี้อ้อน และที่สำคัญช่วงที่เจ้าเด็กนี่เมา อูจินสามารถที่จะพูดอะไรก็ได้ที่อยากพูด

            “มึงน่ารักมาก รู้ตัวบ้างหรือเปล่า” 

         

อะ อึก

คนเมาที่น่ารักเมื่อกี้หายไปทันที เมื่อทำท่าทีว่าอยากจะอาเจียนเสียเต็มประดา

 

         “เฮ้ย อย่าอ้วกบนเตีย…”ไม่ทันพูดจบอาหารน้ำและน้ำย่อยก็ทยอยออกจากปากจูดี้ทันที อูจินทำอะไรไม่ได้ ห้ามก็ไม่ทัน ได้แต่มองภาพนาทีชีวิตนั้นอ้าปากค้าง

ที่บอกว่าเมาแล้วน่ารักขอถอนคำพูดด่วน

 

โธ่เอ้ย เตียงเลอะจนได้สบถเสียงดัง มือก็เก็บของไปปากก็บ่นไปไม่หยุด วันนี้อูจินต้องเหนื่อยมากกว่าทุกวันเพราะต้องทำความสะอาดห้องใหม่ เปลี่ยนผ้าปูเตียงและต้องเช็ดตัวคนเมาเจ้าปัญหานี่อีก

            ‘โลกนี้ช่างโหดร้ายยยยยย

 

 

 

 

 


 

            แสงแดดยามเช้า ตกกระทบเปลือกตาเต็มๆ จูดี้กระพริบตาถี่ๆเมื่อมีแสงแดดมาแยงตา ใครเปิดม่านเนี้ย


            คนตัวเล็กพยายามยันตัวเองขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆเนื่องจากเมาค้าง แถมยังรู้สึกแสบท้องนิดหน่อยด้วย ดวงตาที่ยังปรือๆมองไปรอบๆห้อง ห้องสะอาดที่คุ้นตา นี่มันห้องอูจินนี่นา

            เปลี่ยนผ้าปูเตียงใหม่ด้วย


            จูดี้พยายามนึกเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทำไมมันมึนๆนึกไม่ค่อยออกนะ จำได้แค่ว่าเมื่อคืนไปปาร์ตี้เล็กๆที่ห้องจีฮุนนี่นา กลับมาที่หอตอนไหนนะ

 

            ฝืนความปวดหัวเดินไปดูรอบห้องๆที่ไม่ได้กว้างนักก็ไม่เจออูจิน แล้วอูจินไปไหนกัน ไม่ได้อยู่ที่ห้องนี่นา หรือเมื่อคืนเรากลับบ้านคนเดียว

 

         ได้ยินเหมือนคนกำลังจะเปิดประตู เจ้ากระต่ายหันไปมองยังประตูทันที เป็นอูจินเดินเข้ามาในห้องพร้อมถุงใส่อาหารและแก้วกาแฟ

 

            “อ้าวตื่นแล้วเหรอ”

            อูจินเอาอาหารทั้งหมดวางบนโต๊ะเตี้ยหน้าโทรทัศน์แล้วจูงมือคนที่กำลังมึนๆให้มานั่ง

 

          “เอานี้ไปกินซะ จะได้หายเมาค้างอูจินยื่นแก้วกาแฟร้อนๆให้คนตัวเล็กทันที

 

          “อ๊ากขม อะไรเนี้ยทำหน้าพะอืดพะอมทันทีที่ดื่มกาแฟ ปากได้รูปเพยอออกมาเล็กน้อย มือน้อยๆปัดอากาศเข้าปากเพื่อช่วยให้หายขม

 

          “กูสั่งให้พนักงานชงเข้มๆเองหล่ะ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่ครีมจะได้หายเมาค้างไง กินไปเลยอย่าบ่น

“ไม่กินได้ได้ไหมอ่า เราไม่ได้เมาค้างแล้ว”

“ไม่เมาค้างอะไรของมึง เมื่อกี้เดินเซๆอยู่เลย”

“ก็ขมนี่นา”

 

“แล้วอูจินไม่กินหรอ” เจ้ากระต่ายเปลี่ยนเรื่องเผื่อจะได้ไม่ต้องกินกาแฟขมๆนี่

“กูจะกินทำไม กูไม่ได้เมา และกูก็ไม่เมาง่ายๆหรอก คอกูนี่แข็งยิ่งกว่าเหล็กซะอีก”

“แต่หน้าอูจินดูเพลียๆนะ ขอบตาลึกโบ๋เชียว”

“เฮ้อ” อูจินถอนหายใจแรงๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน

“กูเป็นอย่างนี้เพราะมึงนั่นแหละ”

“เราทำอะไรอูจินเหรอ”

“ไม่ทำอะไรมากหร๊อกกก แค่เมาแล้วอ้วกใส่เตียงกูเนี้ยแหละ กูเลยต้องเอาผ้าไปซัก ไหนจะต้องปูใหม่อีก ต้องเช็ดตัวมึงอีก”

“แหมมม มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“กูด่า ไม่ได้ชม” อูจินทนหมั่นเขี้ยวไม่ไหว ดีดหน้าผากเจ้าจูดี้ตอนเผลอไปหนึ่งที กวนดีนัก

 

อ๊ากกก เจ็บนะ

“พูดมาก โน่นกาแฟไปกินให้หมดไปมือชี้โบ้เบ้ที่กาแฟที่ถูกลืม

เจ้าจูดี้มองตามกาแฟที่อูจินบอก พร้อมทำหน้ายู่ใส่เพราะไม่อยากกิน นึกว่าอูจินจะลืมเรื่องกาแฟไปแล้ว อุตส่าห์เปลี่ยนเรื่อง

 

“กินเองดิ แบร่” แลบลิ้นใส่ก่อนจะวิ่งหนีเมื่ออีกคนทำท่าจะดีดหน้าผากอีกครั้ง

 

เจ้าจูดี้วิ่งไปไม่เท่าไหร่ก็โดนอูจินตามทัน มือทั้งสองของอูจินยื่นไปกั้นไม่ให้เจ้ากระต่ายหนีไปต่อได้ จูดี้ไม่มีทางหนีเพราะหลังชิดกับผนังห้อง ได้แต่ใช้ไม้ตายสุดท้าย คือทำหน้าอ้อนเข้าไว้


“มึงคิดจะหมิ่นอำนาจมืดอย่างกูเหรอ”

“เราขอโทษ เราแค่อยากแหย่เล่น”

“อ๋อออ  เดี๋ยวนี้มึงกล้าถึงขนาดมาแหย่เสืออย่างกูแล้วเหรอ” 

ยื่นหน้าไปกระซิบใกล้ๆเจ้ากระต่าย จนลมหายใจอุ่นๆรดลงที่ใบหน้า ทั้งสองหน้าใกล้กันมาก มากซะจนคนตัวแสบเดาได้เลยว่าเมื่อเช้าอูจินใช้ยาสีฟันยี่ห้ออะไร แต่จูดี้นะสิยังไม่ได้แปรงฟันเลยด้วยซ้ำ คิดไปก็เขินคุยกับอูจินตั้งนานไม่รู้ว่าเขาจะได้กลิ่นเหม็นปากบ้างไหม แต่ความอายที่มีก็ยังไม่เท่าความเขินกับการกระทำของอูจิน เขาคิดจะทำอะไรของเขานะที่ทำตัวใกล้กันขนาดนี้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเหมือนจะหลุดออกมาเลย


“เรื่องอ้วกใส่เตียงกูยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ”

ขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจพูดไปก็ปิดปากตัวเองไป นี่มันอะไรกันนะ ทำไมทำตัวไม่ถูกเลย

เอามือปิดปากทำไม เป็นอะไรไม่พูดเปล่ามือหนายิ่งจะดึงมือของจูดี้ออก ตาของเขาไม่สามารถละสายตาไปจากปากของคนตัวเล็กได้ นี่มันทนไม่ไหวแล้วนะ ยั่วกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

เรายังไม่ได้แปรงฟันมือก็ยังพยายามปิดปากตัวเองอยู่

 

นึกว่าอะไร ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องอายหรอกน่าพูดอย่างนั้นจึงยอมถอนมือออกง่ายๆ

 

เรื่องเมื่อคืนกูจะไม่โกรธมึงก็ได้

 

เย้ อูจินอ่าใจดีจังเจ้าจูดี้ยิ้มกว้าง อูจินยิ่งอดที่จะมองปากสวยนั่นไม่ได้

 

แต่ยังไงก็ต้องโดนทำโทษ” ตาของเขายังคงมองที่ปากของจูดี้ เมื่อเห็นดังนั้นเจ้ากระต่ายจึงเอามือปิดปากตัวเองอีกครั้ง

 

“คิดว่ากูจะจูบมึงเหรอ”

” เจ้าจูดี้ตกใจ เมื่ออูจินเหมือนจะอ่านใจตัวเองได้





“อืมก็คิดถูกแล้ว”

“อ๊ะ”ไม่ทันให้เจ้ากระต่ายได้เตรียมใจ อูจินเอาปากอุ่นๆของตัวเองลิ้มรสความหวานของปากเจ้ากระต่ายทันที ต่างคนก็ไม่คุ้นเคยกับการจูบได้แต่หน้าแดงหูแดงอย่างทำตัวไม่ถูก การจูบครั้งแรกมันติดง่ายกว่าที่คิด คงเป็นเพราะเราสองคนก็ต่างมีใจให้กันอยู่แล้ว ทุกอย่างมันไปตามสัญชาติญาณ จูดี้เผยอปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว ลิ้นซุกซนของอูจินก็เข้าไปตอบสนองข้างในปากอีกคนอย่างไม่รอช้า เจ้ากระต่ายเอนหัวไปขวาเล็กน้อยเมื่อมือของอูจินประคองแก้มทั้งข้างก่อนจะเปลี่ยนไปจับที่เอวบางๆไว้  ส่วนมือของเจ้ากระต่ายกลับทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหนดี ได้แต่กำชายเสื้ออีกคนแน่นจนเสื้อยับไปหมด

อูจินคว้ามือไปจับมือเล็กๆนั้นไว้ ก่อนจะเปลี่ยนประสานมือแน่น

 

การจูบผ่านไปยาวนาน อูจินถอนจูบออกมาเมื่อได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างพอใจแล้ว มือเขายังไม่ยอมปล่อยมือจูดี้ไปง่ายๆ จนถึงตอนนี้มือทั้งสองก็ยังประสานกันแน่น

 

จูดี้หัวเราะแห้งออกมาแล้วเงยหน้ามองอูจิน ก่อนจะก้มหน้าอีกครั้งด้วยอาการเขิน อูจินเองก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาเพราะเขินไม่ต่างกัน

อยู่ดีๆก็ทำตัวไม่ถูก

 

“จูดี้”

“วันหลังไม่ต้องเอาแต่จับชายเสื้อแล้ว กูยอมให้มึงจับมือกูได้ตลอดไป เอาตามที่มึงต้องการได้เลย”

อูจินชูมือที่ประสานกันขึ้นมา ตอนนี้ในมือเริ่มมีเหงื่อไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ถ้าอยากกอด มึงก็กอดกูได้ตลอดเวลาเลยนะ” เอาจริงๆอูจินก็อยากให้จูดี้ทั้งกอดทั้งจับมือตลอดเวลาเหมือนกัน สงสัยจะเสพติดมันไปแล้วมั้ง

” เจ้าจูดี้พยักหน้าเบาๆ ทั้งๆที่ยังคงก้มหน้าอยู่ จนอูจินต้องยื่นมือไปจับคางเพื่อให้อีกคนมองหน้าของเขา

“เป็นแฟนกันนะ”

 

F“อูจิน”

จูดี้เรียกอีกคนเบาๆ ไม่นึกมาก่อนว่าอูจินจะพูดคำนี้ อูจินขอเราเป็นแฟนเหรอ นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม อูจินรู้สึกเหมือนเราใช่ไหม

“เรารอคำนี้มานานแล้ว นึกว่าอูจินจะไม่ชอบเราซะอีก”

“แปลว่าตกลง”

“ก็อืมน่ะสิ”

“ฮ่าๆๆ” อูจินหัวเราะออกมาดังๆอย่างพอใจ รู้สึกเหมือนตัวเองได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เหมือนได้อยู่ท่ามกลางเมฆสีขาว หัวใจก็พองโตไปหมด 

คนตัวใหญ่กว่าคว้าเจ้ากระต่ายขี้อาย มากอดจนแน่น เจ้าจูดี้เองก็กอดตอบกลับมาเหมือนกัน

จากนี้ไปมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ชีวิตอูจินจะไม่ต้องจมอยู่กับความมืดแล้ว

ขอบคุณนะ ที่รักเหมือนกัน

มือหนาลูบผมสลับกับขยี้ไปมาก่อนจะบรรจงหอมเส้นผมคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู







#ล่ากระต่าย

เข้ามาคุยในแท็กซ์นี้ได้นะคะ เข้าไปอ่านทุกวันเลย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #214 kamlooo (@kamlooo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 18:37
    แอ๋~~~~
    #214
    0
  2. #194 seesathan (@seesathan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 21:17
    เขินแทนทั้งสองคนเลย จูดี้น่ารักมาก
    #194
    0
  3. #148 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 16:55
    งื้ออออเขินเด้อออออออ
    #148
    0
  4. #123 nymphbp (@hurry) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 06:43
    แงงงงงง เขินนนนนนนน
    #123
    0
  5. #108 Poonimlovelove (@Poonimlovelove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 23:29
    เขาเป็นแฟนกันแล้ววววววววว โหยยยยยยยย หุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ ????????????????????
    #108
    0
  6. #107 nphermsub (@nphermsub) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 20:02
    เขินนนนนน เป็นแฟนกันแล้ววววว จูดี้ตอนเมานี่น่ารักมากอะ 55
    #107
    0
  7. #106 PIMZONEEV (@Pimonsterr95_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 19:33
    เขินนนนน เเงงง หุบยิ้มไม่ได้เลยยยบ้าจริงง
    #106
    0
  8. #105 Empiresluv (@Empiresluv) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 06:06
    จูดี้สุดๆไปเลย
    #105
    0
  9. #104 ★ดวงดาว★ (@iamyeenny) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 04:01
    โอ้ยยย ฮาเด้ออ อากงอามา 555555 จูดี้ละเมอ จะเผลอพูดความจริงออกไปมั้ย ล่ะอูจินจะจำได้ตอนไหน
    #104
    0
  10. #103 เอพิเพิล (@apapplee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:48
    เมาได้น่ารักมากเลยอะ แงงงงง>< ชอบความของๆหลินก็เหมือนของของจีฮุนนน555555
    #103
    0
  11. #101 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 22:10
    เมาน่ารักมากเรยรู้กกกกก 555555555 ชอบความท้าวสะเอว น้องงงงงงงงงงงงง
    #101
    0
  12. #100 nzutd (@nzutd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 21:32
    จูดี้ตอนเมาน่ารักอะไรขนาดนั้นอ่ะ 55555555555555555
    #100
    0
  13. #99 nphermsub (@nphermsub) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 21:28
    จี้ไปงานวันเกิดหลินเหอะน้องเขาอยากให้ไป :) จูดี้เมาแล้วๆๆๆ จะเกิดไรขั้นมั้ยเนี่ย อูจินยิ่งไม่น่าไว้ใจอยู่
    #99
    0