เมื่อราชาปีศาจกลายเป็นสุนัข the king of the dog

ตอนที่ 6 : ไข้หวัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ม.ค. 59

ฮัลโล

ฉันติดฝนกลับบ้านไม่ได้ มารับที

นายอยู่ไหน

ป้ายรถเมล์ ทางไปโรงเรียน

ใกล้แค่นี้เอง เดินมาสิยะ

ไม่เอา พรุ่งนี้ฉันมีสอบไม่อยากเป็นหวัด

ฉันไปไม่>>ตู๊ดดดดดดดดดดดดดด!” รู้สึกว่านี่จะเป็นบทสนทนาสุดท้ายระหว่างหมีน้อยกับผม ก่อนที่ผมจะวูบหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และตอนนี้ในหัวของผมมันก็เต้นตุบ! ตุบ! แถมยังรู้สึกมึนๆอย่างบอกไม่ถูก ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความยากลำบาก เพราะหัวมันทึบจนไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้มาตกอยู่ในสภาพนี้ ก็เมื่อวานผมช่วย….!!จริงสิเพราะพวกนั้น แต่ไม่ทันที่ผมจะได้คิดต่อก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางหน้าประตูห้อง

“แพน ตื่นแล้วใช่ไหม ออกมาทีฉันรีบไปโรงเรียน” ผมลุกขึ้นจากเตียงอย่างงงๆก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง เมื่อประตูเปิดออก ผมก็พบเข้ากับเจ้าของเลื่อนผมสีชมพี่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยเหมือนหมาหน้าย่นอยู่ตรงหน้าผมพอดี

“เมื่อวาน นายไปทำอะไรมา”

“ช่วยเพื่อน ทำโครงงาน”

“แล้วทำไมถึงเมา” ผู้หญิงตัวเล็ก(สำหรับผมนะ)ที่สูงแค่ 165 ยื่นกอดอกทำท่าเข้มเหมือนพวกเจ้าหนี้ที่มารีดไถ่เงินจากลูกหนี้ไม่มีผิดและมันดูตลกมากกว่าน่ากลัว เพราะงั้นผมเลยไม่เคยกลัวพี่สาวตัวเองเลยสักครั้ง

“เงียบทำไม” เธอถามขึ้นมาอีกเมื่อเห็นว่าผมนิ่งไป ยัยนี่จะรูไหมนะ ว่าที่ผมเงียบไปก็เพราะคิดเรื่องของเธอนั้นแหละ แต่ไอ้ที่ว่าทำไมเมื่อวานถึงเมามาก็พอจะเดาได้ละ ว่าฝีมือใครที่พวกบ้านั้น รวมหัวกันมอมเหล้าผมผ่านเครื่องดื่มรสหวานจัดเลยไม่รู้สึกถึงเหล้า เพราะผมเองก็ไม่เคยดื่มมาก่อน พวกนั้นเลยวางแผนกันอย่างโจงแจ้ง แต่ผมก็ติดกับเข้าจนได้

“ฉันคุยกับนายอยู่นะแพนไม่ได้คุยกับตัวเอง!” หมีน้อยเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา แต่ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง ถ้าจะให้บอกว่าเพื่อนมอมเหล้าไม่น่าอายตายเลยหรอ

“เปล่า” และนี่คือคำตอบของผม

“อะไรนะ!

“ไม่มีอะไร วันนี้ฉันไม่ไปโรงเรียนละกัน บาย” พูดจบผมก็ปิดประตูห้องทันที ผมนั่งรออยู่ในนั้นจนมั่นใจแล้วว่า หมีน้อยออกจากบ้านไปเรียบร้อย ผมจึงค่อยออกมาจากห้องนอน ผมรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ที่ตอบหมีไปแบบนั้นแต่ว่าเรื่องบางเรื่องผมก็ไม่อยากให้เธอรู้ ผมไม่ใช้เด็กน้อยคนเก่าที่ติดพี่สาวยิ่งกว่าอะไรอีกแล้ว เมื่อก่อนผมพึ่งเธอมามาก คราวนี้ผมจะเป็นที่พึ่งให้เธอเอง

………………………….บรรยายโดย ราชาปีศาจร่างสุนัข ลูซัส………………………………….

รู้สึกว่าบ้านของมนุษย์จะวุ่นวายมากสำหรับราชาปีศาจที่ไม่เคยมาเยียบแดนมนุษย์อย่างข้า เพราะเมื่อกี้ข้าก็พึ่งเห็นหญิงสาวผมสีชมพูที่ชื่อว่าหมีน้อยเดินกระแทกเท้าออกจากบ้านไป ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง อันที่จริงน่าจะบอกว่าพยายามจะกระแทกเท้ามากกว่า เพราะข้อเท้ายังบวมมากจนแทบเดินไม่ได้ แต่ก็ฝืนไปสถานที่ ที่เรียกว่าโรงเรียนอยู่อีก ข้าได้ยินนางบอกว่ามีน้องชายแต่ข้ายังไม่เคยเจอคนที่นางบอกว่าเป็นน้องชายเลยสักครั้ง ข้าหมายถึงตอนที่ยังมีสติอยู่นะ รู้สึกว่าเมื่อกี้ ข้าได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านในตัวบ้านคงจะเป็นน้องชายของหมีน้อยแน่นอน ข้าเลยเลือกLocationที่ดีที่สุดของบ้าน เพื่อให้น้องชายของหมีน้อยสังเกตเห็น และจุดที่ข้าเลือกก็คือ บนเครื่องซักผ้า นั้นเอง ไม่จำเป็นต้องชมข้าหรอกว่าข้ามันฉลาดพราดเปลืองแค่ไหน เพราะทุกคนต้องสักผ้าน้องชายของหมีน้อยก็เหมือนกัน หวังว่าน้องชายของนางจะฟังที่ข้าพูดเข้าใจนะ

1 ชั่วโมงผ่านไป

บางทีข้าอาจคำนวณผิดไปนิด ไม่นึกเลยว่าผู้ชายจะอาบน้ำนาน

2 ชั่วโมงต่อมา

บางทีน้องชายของหมีน้อยอาจกำลัง แต่งตัวอยู่

3 ชั่วโมงต่อมา

เขาต้องกินข้าวแน่เลย ข้าเองก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกัน

6 ชั่วโมงผ่านไป

ไอ้เด็กนรกนี่ มันไม่ซักผ้าหรือไงฟะ!!!!!

ข้ารีบกระโดดลงจากเครื่องซักผ้าทันที และตรงไปยั่งห้องนั่งเล่น ข้ารอมาตั้ง 6 ชั่วโมงไม่ยอมโผล่ออกมาซักที อย่าหาว่าข้าเป็นคนไม่มีความอดทนเชี่ยวนะ รอนานขนาดนี้ไปหาเองคงง่ายกว่าถ้าข้ายังอยู่ในร่างราชาบ่านี้ ข้าคงสั่งเด็ดหัวเจ้าน้องชายของหมีน้อยไปแล้ว พอข้าเดินมาห้องนั่งเล่นก็เห็นกล่องตู้เวทมนต์กำลังถูกเปิดอยู่และบนก้าวอี้นวมยาวๆ ที่ปัจจุบันเป็นที่นอนของข้าก็มีร่างของชายคนหนึ่งในชุดที่กางเกงและเสื้อเหมือนกันกำลังนอนอยู่ข้าเดาว่ามันคงเป็นชุดที่พวกมนุษย์ใส่นอนกันถ้าเป็นของโลกปีศาจจะเป็นอีกแบบ สำหรับเชื้อพระวงศ์อย่างข้าชุดนอนหรูกว่านี้หลายขุมนัก

“อะแหมๆ” เสียงข้าเอง ใครว่าร่างสุนัขทำเสียงอะแหมไม่ได้

“ใคร!!!” ดูสีหน้าของน้องชายหมีน้อยที่พอหันมาเจอข้าก็ทึ้งจนตาค้าง อาจเป็นเพราะความสง่าของข้างั้นมั้ง

“สวัสดีข้าชื่อ ลูซัส เรียกว่า ลูซ ก็ได้”

“หมาพูดได้!!

“ใช่ข้าพูดได้และดีใจด้วยที่เจ้าฟังข้าเข้าใจ แต่ว่าข้าไม่ใช่หมา”

“หรือเรา ยังไม่ส่างเมาเวลาคนเมาเขาเห็นตัวบ้าอะไรแบบนี้เป็นตัวเป็นเลยหรอว่ะ” พูดจบก็หันกลับไปดูไอ้เจ้าตู้เวทมนต์ ที่ใช้ตัวย่อข้างล้างว่า TV ต่อ

“เจ้าคนไร้มารยาทกล้าดียังไงถึงได้หันหน้าหนีข้า”

“นี่! ตัวละครในจินตนาการของฉัน ช่วยหยุดพูดก่อนได้ไหมคนกำลังปวดหัวอยู่”

“ตัวละครบ้าบอคอหอยทอกกรบ อะไรของเจ้า ข้าคือราชาปีศาจแห่งโลกปีศาจ

“ครับ ครับ ราชาถ้าเช่นนั้นก็เชิญท่านขึ้นมานั่งบนโซฟากันข้าเถิด ยืนเห่าอยู่ตรงนั้นเสียเกียรติหมด”

“ถึงแม้เจ้าจะดูเหมือนหลอกด่าข้า แต่ก็เข้าใจอะไรเร็วดีหนิ” ข้าเดินเข้าไปใกล้สิ่งที่เรียกว่าโซฟาก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งข้างน้องชายของหมีน้อย ที่เมื่อวานเหมือนนางจะบอกข้าว่าชื่ออะไรแพๆสักอย่าง

“เจ้ายังคิดว่าข้า เป็นจินตนากรอยู่ไหม” อะไรแพๆหันหน้ามาทางข้าพรางทำสายตาเยือกเย็นที่ชาตินี้ยังไม่เคยมีใครทำใส่ข้ามาก่อน

“แน่นอน” ไอ้เด็กตอบก่อนจะหันหน้าไปทาง ทีวี เหมือนเดิม

“งั้นก็แล้วแต่ รอถามพี่สาวของเจ้าเอาเองล่ะกัน อะไรแพๆ”

“รู้เรื่องมีน้อยด้วยหรอทั้งๆที่เป็นแค่จินตนาการแท้ๆ ว่าแต่อะไรคือ อะไรแพๆ?

“ชื่อเจ้าไม่ใช่รึไง”

“ฉันชื่อ แพน ไม่ใช้อะไรแพๆ”

“ออ ข้าเข้าใจแล้ว แพนสินะ ว่าแต่ชื่อเจ้าย่อมาจากอะไรหรอ เมื่อวานเหมือนพี่เจ้าจะบอกแล้วแต่ข้าลืม” เด็กนี่ดูเหมือนจะไม่ชอบชื่อเต็มตัวเองเสียเท่าไหร่ เพราะพอถามจบก็หันหน้าหนีทันที

“ช่างเถอะ”

“แพนเค้ก?

“จะบ้าหรอ! นั้นมันชื่อผู้หญิง”

“ถ้าเจ้าไม่บอกข้าจะ เรียกเจ้าว่า แพนเค้ก” สีหน้าของแพนเค้ก (แค่ทดลองเรียกชื่อ น้องชายนางเอกไม่เป็นตุ๊ดแน่นอน รับประกัน 2 ปี) ดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เด็กคนนี้อาจเป็นพวกรู้สึกอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมดก็

“แพนด้า พอใจรึยัง”

“อุบ! ฮ่าๆๆๆๆ แล้วนี่คือชื่อผู้ชายหรือไง”

“หยุดหัวเราะได้แล้ว! นายละเป็นหมาฝรั่งแต่อยู่เมืองไทยไม่น่าชื่อลูซัสนะ เอาเป็นสุชาติเป็นไง”

“อย่าเลยๆ มันไม่เหมาะกับข้าหรอก”

“เหอะ! งั้นก็หยุดหัวเราะซะ เพราะงี่ไงฉันถึงไม่ค่อยชอบหมา” พูดไม่ทันขาดคำไอ้ตัวที่ไม่ใช้หมาที่กลมยิ่งกว่าลูกฟุตบอลก็เดินเยื่องย่างอย่างขี้เกียจมาที่โซฟา ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนตักของเจ้าแพนอย่างรวดเร็ว ข้าว่ามันกระโดดขึ้นได้ไม่ติดพุงก็ดีแค่ไหนแล้ว

“แมวรึ กินดีอยู่ดีกว่าเจ้าของอีก มนุษย์นี่แปลกนักเลี้ยงสัตว์ดีกว่าตัวเอง”

“นายคงไม่กัดเจ้าหมีน้อยสินะ” เจ้าเด็กแพนถามพรางเอามือลูบขนแมวที่ดูเหมือนนุ่มแต่ยิงลูบก็ยิ่งร่วงเหมือแมวที่ถูกคีโม (การรักษามะเร็งระยะสุดท้าย)

“ไม่อยู่แล้ว แต่ว่าเมื่อกี่เจ้าเรียกชื่อแมวว่าอะไรนะ”

“เจ้าหมีน้อย”

“นั้น ชื่อพี่สาวเจ้าไม่ใช้รึไง”

“ก็ใช่”

“แล้วพี่เจ้าไม่ว่ารึ ที่เอาชื่อนางมาตั้งให้แมวแบบนี้”

“ว่า”

“พวกเจ้านี่ เป็นพี่น้องกันยังไง หรือที่ทำแบบนี้เพราะอยากเร่งให้พี่สาวเจ้าแต่งงานแล้วออกจากบ้านไปใช่ไหม ข้าเข้าใจเพราะเจ้าก็โตเป็นหนุ่มแล้วคงอยากอยู่บ้านคนเดียว”

“ไม่เห็นเกี่ยว ฉันไม่ได้อยากให้ยัยนั้นแต่งงานสักหน่อย”

“แต่อายุพวกเจ้าก็น่าจะ 17-18 แล้ว ถ้ายังไม่แต่งงานจะลำบากเอานะ”

“พูดเรื่องอะไรของนาย แล้วถ้างั้นนายแต่งงานแล้วหรือไง”

“ยัง”

“นายอายุเท่าไหร่”

“ถ้านับแบบมนุษย์ก็น่าจะประมาณ 20 เห็นจะได้”

“ออ ระวังจะลำบากเอานะ”

“ไม่หรอก ข้าน่ะจะช้าหรือเร็วก็ต้องถูกจับแต่งงานอยู่แล้ว”

“นั้นสินะราชา คงมีผู้หญิงให้เลือกแต่งเยอะล่ะสิ”

“ก็ไม่เท่าไหร่เพราะถูกจำกัดในเครือญาติอยู่น่ะ” พอพูดจบก็ดูเหมือนสีหน้าของเจ้าแพนด้า จะช็อกมากเพราะจากที่เมื่อกี่กำลังลูบขนแมวตอนนี้กลายเป็นดึงขนแมวแทน

“ญาติ?!!!

“ตกใจเหมือนพี่สาวของเจ้าไม่มีผิด สำหรับมนุษย์มันแปลกรึ”

“ก็ค่อนข้าง ถ้าเราแต่งงานกันในเครือญาติจะทารกที่เกิดมาจะไม่สมบูรณ์ เพราะโครโมโซมมันใกล้กันเกินไปอาจทำให้เกิดโรคทางพันธุกรรมได้ง่าย แต่ถ้าเป็นญาติที่ห่างกันมากๆก็ไม่น่าจะมีปัญหา”

“ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าใจที่เจ้าพูดแต่สรุปมันไม่ได้สินะ”

“ไม่เชิงว่าไม่ได้ แต่ถ้าไม่กังวลเรื่องเด็กที่เกิดมา หรือ คำนินทาจากคนอื่นก็ไม่มีปัญหา”

“แต่พวกข้า ถ้าแต่งงานกับญาติห่างๆไม่เป็นไร แต่ยิ่งสายเลือดใกล้กันเท่าไหร่อายุขัยของเด็กที่เกิดมาก็ยิ่งลดลงเท่านั้น”

“โลกของนายเนี่ยน่าอยู่ดีนะ ถ้ามันมีจริงก็ดี”

“นี่เจ้ายังคิดว่าเป็นจินตนาการอีกหรอ!” ข้าเงื้อมมือ (เท้าหน้า) ขึ้นกะจะพาดหัวไอ้เด็กเหลือขอนี่สักป๊าบ แต่ก็มีเสียง ดิ้งด่อง! ขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เจ้าแพนเลยลุกขึ้นเดินหนีข้าไปที่หน้าประตูจนได้

……………………………….แพนด้า………………………………………

ผมค่อยๆเปิดประตูออกช้าๆ ที่จริงผมอยากให้ประตูมีตาแมวจะได้ส่องดูว่าใครมา เพราะถ้าเป็นเพื่อนของยัยหมีน้อยหรือผม พวกนั้นอาจรู้ได้ว่าพวกเราเป็นพี่น้องกันถ้ามีใครรู้เขาจริงๆ คนที่ลำบากที่สุดคงจะเป็นหมีน้อยนั้นแหละ แต่ว่าใครมานะนี่มันพึ่งบ่ายสามเอง

“สวัสดีค่ะเอ๊ะ!” ถึงจะตกใจที่เจอครูนักศึกษาที่เรียนภาษาไทยด้วยแต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือสภาพของหมีน้อยที่ถูกอุ้มท่าเจ้าหญิงอยู่ในอ้อมแขนของครู ผมไม่ทันพูดอะไรอยู่แขนมันก็ไปช้อนตัวพี่สาวที่ตอนนี้ดูเหมือนคนสติใกล้จะหลุดเต็มทีจากแขนครูมา ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ครูของผมแบกหมีน้อยไหวเพราะแกก็ดูล้ำบึกมาก พอผมอุ้มหมีน้อยไว้ไม่นานไอร้อนก็ซึมผ่านชุดนักเรียนออกมาปะทะกับแขนผมทันที

“วางหมีน้อยบนหลังฉันสิ” เสียงหนาดังมาจากด้านล่าง ผมก้มลงไปก็เห็นเจ้าหมาดำยักษ์ยืนมองหน้าผมอยู่ ผมเลยบรรจงวางหมีน้อยลงบนหลังของมันเพราะตัวมันใหญ่มากเลยคิดว่าน่าจะแบกเธอไหว พอผมวางเสร็จเจ้าหมาก็เดินไปทันที ว่าแต่หมาในจินตนาการเนี่ยมันแตะต้องได้ด้วยหรอ

“คือ” ผมหันไปทางต้นเสียงทันทีก็เห็นครูนักศึกษาทำหน้างงหนักกว่าเดิม

“ครูเห็นหมาไหมครับ”

“เห็นจ๊ะ ตัวมันใหญ่ดีนะ” สีหน้ายังดูตกใจมาก งั้นก็แปลว่ามันมีตัวตนจริงหรอเนี่ย>>>>คุยตั้งนานพึ่งรู้

“ถ้ายังไง ครูเข้ามาข้างในก่อนไหมครับ”

“ไม่ดีกว่าจ๊ะ ครูไปก่อนนะ” พูดจบครูก็ปิดประตูบ้านให้ผมทันที ที่จริงผมควรเป็นคนปิดมากกว่ารึเปล่านะ หวังว่าครูจะไม่เข้าใจผิดเรื่องผมกับหมีน้อยหรอก ใช่ไหม

……………..พิเศษ…………..ครูนักศึกษาฝึกงาน………………………………

สวัสดีค่ะทุกคน ฉันเป็นครูฝึกงานี่ตอนนี้อายุ 25 ปี ฉันเป็นครูสอนภาษาไทยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และตอนนี่ฉันกำลังช็อกสุดขีดที่เห็นว่านักเรียนที่ตัวเองสอนอย่างแพนด้านักเรียนดีเด่นที่ได้ข่าวว่าอยู่อันดับต้นๆของเด็กดี เด็กเก่งฉลาด เด็กด็อกเตอร์ หรืออะไรเทือกนี้มาอยู่บ้านกับนักเรียนหญิงรุ่นพี่ ม.6 ที่ฉันพึ่งจะเดินมาส่ง และนางก็วูป!!ไปตอนกำลังเปิดรั่วบ้านพอดี ถ้ามองในแง่ดีก็อาจจะเป็นพี่น้องกัน แม้คนนึ่งจะผมชมพูและอีกคนจะผมดำ ก็ตามที ถ้ามองในแง่ร้ายก็ชายหญิงหนีพ่อแม่มาอยู่ด้วยกัน 2ต่อ 2 และเหตุผลที่นางเป็นไขก็คงจะเป็น เล่น Something อะไรสักอย่างกลางสายฝนเมื่อคืน โอ้!!!ไม่ ฉันคิดบ้าอะไรกันแน่ยังไงซะถ้า พรุ่งนี้ทั้งคู่มาโรงเรียนคงต้องเรียกมาถาม ให้รู้เรื่อง!!!

…………………………ราชาปีศาจร่างสุนัข………………………………………..

น้องชายของเจ้าเนี่ยคุยกับผู้หญิงท่าทางแข่งแรงคนนั้นนานจังเลยนะ ปล่อยข้านั่งเฝ้าอยู่ตั้งนานสองนาน ถึงข้าจะคิดเอาในใจแต่ดูเหมือนผู้หญิงที่ทำท่าจะสลบแหลมิสลบแหลอยู่ตอนนี้จะเข้าใจที่ข้าพูด

ผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นครูที่โรงเรียนน่ะเสียงที่ฟังดูเหมือนคนใกล้ตายของนางทำให้หัวใจของข้าเต้นรั่วอย่างหวาดหวั่น ทำไมกันมนุษย์ช่างปลอบบางนัก

ข้าว่าเจ้าอย่าพยามพูดเลย เดี๋ยวจะเหนื่อยเปล่าๆ หน้าเจ้าซีดยิ่งกว่าแวมไพร์ในโลกของข้าอีก

ขอโทษนะ แต่ว่าลูซช่วยหายาแก้ปวดกับแก้ไข้มาให้ฉันหน่อยได้ไหม

ข้าจะไปบอกน้องชายเจ้าละกัน

ขอบใจข้าเดินออกมาจากห้องก็เห็นแพนด้า กำลังถือถังน้ำที่มีผ้าขาวแช่อยู่เดินมาที่หน้าประตู สีหน้าของเจ้าแพนดูแย่พอๆกับพี่สาวของเขาไม่มีผิดและที่สำคัญดวงตาของเจ้าเด็กอวดดีแดงก้ำเหมือนกับพึ่งจะ

เจ้าร้องไห้รึ ฮ่าๆๆๆๆ

ไม่ใช่!

เอาเถอะ คนเป็นไข้น่ะเขาไม่ตายกันหรอกข้าเคยเรียนจากโลกปีศาจมา วางใจได้

แล้วถ้ามันไม่ใช่ไข้ธรรมดาล่ะ นายจะรับผิดชอบหรือไง!

ถึงจะเป็นแบบนั้นก็รักษาทัน ข้าว่าตอนนี้พี่สาวเจ้าคงอยากได้ยามากกว่าถังน้ำแน่นอน

จริงสิ! ยาหมด แพนด้าวางทั้งน้ำลงบนพื้นอย่างแรงก่อนจะวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว

เดี๋ยว!!” ข้าหยุดเจ้าเด็กนั้นไว้ทันพอดี แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะหงุดหงิดมากที่ข้าเรียกไว้

มีอะไร!!” ข้าวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาเจ้าเด็กแพนทันที

ข้าขอเลือดเจ้าหน่อย

หีม!!?

ถ้าข้าได้ดื่มเลือดของอะไรก็จะสามรถแปลงเป็นสิ่งนั้นได้ ข้ากลัวว่าถ้าพี่เจ้าอาการทรุดหนักร่างสุนัขคงไม่สะดวกที่จะช่วยเท่าไหร

นาย พูดจริงหรอ

ถ้าไม่อยากให้พี่เจ้าเป็นอะไรไปตอนเจ้าไม่อยู่ก็รีบหน่อย

ฉันเชื่อนายได้หรือไง แล้วหน้านายจะเหมือนฉันไหม

ตอนนี้เจ้าอยู่ในสถานะที่จะพูดแบบนี้ได้หรือไง แล้วอีกอย่างข้าก็คือข้าจะแปลงเป็นอะไรก็คือราชาปีศาจอยู่ดี

เข้าใจแล้ว!” พูดจบเจ้าเด็กแพนก็ควักมีดออกมาจากกระเป๋ากางเกงทันที ไม่คิดมาเจ้านี่จะพกของแบบนี้ติดตัวด้วย เจ้าแพนยกมือขึ้นมาก่อนจะเอามีดจอไปที่นิ้ว แล้วเขาก็หยุด

ใช้เยอะไหมแพนถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ประมาณ ¼ ของแก้วช็อตเล็กๆ

ถ้างั้นที่นิ้วคงไม่พอพูดจบเขาก็เอามือจับที่ตัวมีดทันที

อ้าปากสิ

เจ้าเด็กบ้า เอานี่ข้ามีชามอาหารแมวของเจ้ามาลองจะให้ราชาอย่างข้าดื่มเลือดแบบนี้ได้ยังไง พูดจบเจ้าเด็กแพนก็บีบมีดสั้นจนแน่นก่อนจะค่อยๆรูดมือขึ้นช้าๆ เลือดสีแดงสดไหลลงมาเรื่อยๆจนกระทั้งได้ปริมาณที่ข้าต้องการ เขาวางมืดลงไว้ข้างชามก่อนจะเปิดประตูออกไปด้วยมืออีกข้าง

เจ้าไม่ทำแผลก่อนรึ

ไม่พูดจบเจ้าแพนด้าก็ปิดประตูทันที อย่าห่วงเลยข้าจะดูและพี่สาวเจ้าเอง

19 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มกราคม 2559 / 19:46
    แพนคงจะรักพี่สาวมากเลยสินะ
    #5
    0