ตอนที่ 5 : ตอนที่ 004

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 พ.ค. 62



กริ้งงงงงงง! เป็นเสียงออดที่ดังขึ้นอีกครั้ง

“นี้ฟริซ นายจะหลับไปถึงไหนกันเนี่ย”

“ฮืมมม....ขอต่ออีกสักนิดนึง”

“ไม่ได้นะฟริซ ตอนนี้เลิกเรียนกันแล้ว”

“ขออีกแปปนึงสิ …”

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพยายามปลุกกัน ก็มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาทั้งสอง โดยที่ในกลุ่มนั้นมีผู้ชาย 2 คนกับผู้หญิงอีก 3 คนเดินเข้ามา แต่ละคนล้วนมีหน้าตาที่สามารถกระชากใจหนุ่มสาวกันได้เลยทีเดียว

กลุ่มนักเรียนนั้นค่อยๆ เดินเข้ามาหาฟริซ และเมื่อพวกเขาเดินมาถึงแล้วผู้ชายที่เดินตามมาด้วยก็พูดทักกับโรสทันที

“ไงโรส จะไปกันเลยรึป่าว” ก่อนที่เขาจะเหลือบตามองไปที่ฟริซ ก่อนจะเอ่ยถามโรสด้วยความสงสัย

“แล้วนั้นใครนะ ไม่แนะนำให้เรารู้จักกันบ้างหรอ”ชายคนนั้นกล่าวออกมา ก่อนที่จะมีผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มก็พูดเสริมขึ้นมา

“นั้นสิ! จะไม่แนะนำแฟนเธอให้พวกเรารู้จักกันบ้างหรอ”

เมื่อโรสได้ยินเช่นนั้นก็รีบหันมาที่ผู้หญิงที่พูดแซวกับตนด้วยใบหน้าที่แดง

“แฟน เฟิน บ้าอะไรละริน นะ …นี้เพื่อนใหม่ที่พึ่งเข้ามาเรียนในวันนี้ไงเล่า”

โรสพูดแก้ขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย

“แล้ว~ ทำไมเธอต้องหน้าแดงด้วยละโรส”

“นะ หน้าฉันแดงหรอ สะสงสัยจะอากาศร้อนมั้ง อะ ใช่แล้วอากาศมันร้อน”

โรสพูดขึ้นมาด้วยความเขินอายอย่างมากพลางปิดหน้าของตนด้วย ก่อนที่จะมีผู้หญิงอีกคนนึงพูดขึ้นมา

“นี้พวกเธออย่าไปแกล้งโรสสิ แล้วก็โรสสรุปคนนั้นเขาคือใครหรอเห็นนอนหลับไม่สนใจอะไรเลย”

“อะ อ้อเขาชื่อฟริซเป็นนักเรียนที่พึ่งเข้ามาใหม่วันนี้นะ” โรสพูดแนะนำฟริซทันที เมื่อมีเพื่อนของตนเปลี่ยนประเด็นให้กับตน

เมื่อโรสพูดจบก็หันไปปลุกฟริซต่อจนฟริซได้ตื่นก่อนที่จะยกหน้าที่มีความหล่อเหลาขึ้นมาจนคนในกลุ่มต่างสตันกันทันที่เมื่อเจอภาพที่ฟริซปัดผมขึ้น

และเมื่อฟริซมองไปรอบๆก็เจอกับกลุ่มนักเรียนที่กำลังยืนมองฟริซด้วยสายตาที่กำลังค้าง ก่อนที่โรสจะเรียกสติของทุกคนกลับมา

“ฮัลโหลทุกคน มีใครอยู่ไหม” โรสกล่าวเรียกสติทุกคนพลางโบกมือผ่านหน้า ก่อนที่สติทุกคนจะกลับมา

“ฟริซนี้เพื่อนๆของฉันที่อยู่ต่างห้องกัน” โรสกล่าวกับฟริซทันทีเมื่อเห็นฟริซมองไปที่เพื่อนของตนด้วยความสงสัย ผิดกับในใจของฟริซที่ตอนนี้กำลังลอบตรวจสอบและระมัดระวังกับเพื่อนกลุ่มนี้ ก่อนที่โรสจะชี้ไปเพื่อนผู้หญิงคนแรกที่เอ่ยแซวโรส

“นี้ริ…” ยังไม่ทันที่โรสจะพูดจบก็โดนรินพูดแทรกขึ้นมา

“ฉันรินค่ะ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของโรสและก็โสดน่ะคะ”

รินมีสีผมเป็นสีดำยาวไปจนถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีน้ำตาลผิดกับสีผิวของรินที่ขาวใสราวกับ LED ความสูงเพียง 160 ซมทำให้ดูรวมๆแล้วก็น่ารักเลยทีเดียว

รินพูดออกมาอย่ารวดเร็ว และไม่มีความเขินอายแม้แต่น้อยก่อนที่ทุกคนจะถูกความเงียบเข้าปกคลุม และในใจของทุกคนก็คิดเหมือนกันว่า

‘เร็วไป!’

และแล้วความเงียบจะหายไป โดยที่มีผู้หญิงคนนึงพูดแนะนำตนเองต่อ

“ฉัน ลิเรีย เป็นเพื่อนสมัย ม.ต้นของโรส” ลิเรียพูดจบก็เดินไปจับมือของฟริซ และเขย่าสักสองสามที

ลิเรียมีหน้าตาคล้ายกับตุ๊กตาเอามากๆ ดวงตากลมและโต นัยน์ตาเป็นสีชมพูอ่อนๆ ผมสีขาวราวกับว่าหัวไปจุมสีมา หรือมาจากเผ่าพันธุ์แวมไพร์ในหนังเลยก็ว่าได้ ส่วนสูงก็พอๆกับริน แต่รู้สึกว่าลิเรียจะตัวเล็กกว่ารินเล็กน้อย

“ฉัน อลิซน่ะ รู้จักกับโรสตอนที่ทำงานร่วมกันในสภาของ โรงเรียนน่ะ”

อลิซเป็นผู้หญิงสุดท้ายของกลุ่ม เธอมีลักษณะคล้ายกับผู้ใหญ่เอามากๆ อลิซมีผมสั้นสีทองยาวถึงประมาณไหล่ ดวงตาสีฟ้าอ่อน ใส่แว่นตาราวกับเด็กเนิรด์ ส่วนสูงสูงประมาณ 167 ซม. สูงกว่าลิเรียกับรินเล็กน้อย

“ส่วนฉันชื่อ คิริ เป็นลูกครึ่ง ครึ่งพ่อครึ่งแม่เอ้ย ครึ่งไทยครึ่งญี่ปุ่น ยินดีที่ได้รู้จักไอ้สุดหล่อ และอีกคนชื่อ เคียว เป็นเพื่อนฉันตั้งแต่ประถม เป็นคนเงียบๆนิดหน่อย และพวกเรารู้จักกับโรส ก็ผ่านยัยพวกนี้แหละ”

คิริ เป็นผู้ชายดูกวนเท้าเอามากๆ แต่ก็ดูหล่อด้วยเช่นกัน ด้วยผมสีดำที่ปาดข้าง และดวงตาสีน้ำตาล และความสูงที่สูงโปร่งประมาณ 184 ซม.จึงทำให้ดูเป็นรูปร่างนายแบบ (สูงกว่าฟริซ 4 ซม.)

ส่วนคนชื่อเคียว เป็นคนที่เงียบๆ ให้บรรยากาศมืดครึ้มด้วยผมที่ยาวปิดหน้าตาหมดจึงทำให้ความรู้สึกมืดครึ้ม ดวงตาสีน้ำตาล ส่วนสูงสูงประมาณ 178 ซม.

“ฉันฟริซ ยินที่ได้รู้จักทุกคน” ฟริซพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่กระชากใจสาวๆออกมาจนทำให้ทุกคนสตั้นกันไปอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็โดนโรสปลุกออกมาจากผวังเช่นเดิม

“โอ๊ะ! นี้มันสายแล้วทุกคนเดียวไปกันไม่ทันเอานะ” โรสกล่าวออกมาหลังจากที่โรสได้เรียกสติทุกคนกลับมา ก็ได้มองไปที่นาฬิกา

“ขอโทษน่ะฟริซ เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ เดียวพวกฉันต้องไปประชุมสถาโรงเรียนกันต่อ”

“ไม่เป็นไร พวกเธอรีบไปกันเถอะเ เดียวจะสายเอา”

“งั้นพวกฉันไปก่อนนะเจอกัน พรุ่งนี้แล้วก็อย่าลืมเอาข้าวกล่องมาด้วยละ”

ฟริซไม่ได้ตอบอะไร แต่พยักหน้าให้แทนก่อนที่จะโบกมือบัยบาย

“ฉันไปก่อนน่าฟริซ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” รินพูดออกมาพร้อมกับขยิบตาให้นึงทีก่อนจะเดินตามโรสไป และทุกคนต่างโบกมือลากับฟริซอย่างรวดเร็ว จนเดินออกไปน้องห้องเรียนจนหมด ก็จะเหลือนักเรียนบ้างกลุ่มที่ยังนั่งเล่นเกม นั่งคุยกันอยู่

“เราก็ต้องไปทำงานของเราบ้างแล้ว”

ฟริซพูดจบก็ เดินออกจาห้องเรียนไปพร้อมกับกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ข้างหลัง ฟริซก็ได้เดินลงมาจากตึกก่อนจะพบกับผู้อำนวยการที่กำลังยืนรอฟริซตรงทางด้านจอดรถ

ไม่นานฟริซก็เดินมาหาผู้อำนวยการ ก่อนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจะพาฟริซไปที่ห้องประจำของผู้อำนวยการ โดยที่มีสายตาสาวๆจับจ้องไปที่ฟริซด้วย

ไม่นานมากนักทั้งสองก็มาถึงห้องผู้อำนวยการและต่างเดินเข้าไปในห้องเพียงแค่สองคน

ในห้องถูกตกแต่งไปด้วยของที่ค่อนข้างจะทันสมัย และก็จะมีโซฟาอยู่ตนงกลางห้อง มีโต๊ะทำงานประจำของผู้อำนวยการ

ฟริซก็เดินไปเลื่อยๆจนไปนั่ง บนเก้าอี้ประจำตัวของผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการหรือ กรอซก็โค้งให้กับฟริซทีนึงก่อนที่จะเดินไปยืนตรงกลางของห้อง

“ขออภัยครับคุณหนู ที่กระผมไม่สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นกับคุณหนู”

“ไม่เป็นไร ฉันจะมองข้ามเรื่องนี้ไป” ฟริซตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาต่างกับตอนที่ฟริซอยู่กับโรส

“มีอะไรอีกไหม”

“ไม่มีขอรับ”

หลังจากที่กรอซ พูดจบฟริซก็ได้ลุกจากที่นั่งก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง เพื่อตรงไปที่จอดรถโดยที่ปู่ดาสได้นำ มอเตอร์ไซค์ซ่อนไว้แถวโรงเรียน

ไม่นานมากนักฟริซก็ได้เดินมาถึงมอเตอร์ไซค์สีดำสนิท ทรงทันสมัยที่ปู่ดาสได้นำมาจอดไว้ เพราะว่าฟริซไม่ได้ให้ปู่ดาสมารับ จึงขอมอเตอร์ไซค์มาเพื่อเดินทาง

เมื่อฟริซมาถึงก็ได้เปลี่ยนชุดทันที และส่วมหมวกกันน็อคอย่างมิดชิด ให้กลายเป็นสีดำกลมกลืนไปกับสีรถอย่างรวดเร็วก่อนที่จะขึ้นไปขี่มอเตอร์ไซค์สีดำ

<โปรดยืนยันตัวตน>

ปรากฎเสียงผู้หญิงออกมาจากหมวกกันน็อคของฟริซ ฟริซก็ได้นำมือของตนไปที่แฮนด์จับ เพื่อที่จะสแกนรอยนิ้วมือ

<ยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น>

<ทำการเชื่อมต่อระบบระหว่าง MM 3 กับ Nanotech...>

<เสร็จสิ้นการเชื่อมต่อ Welcome My Boss>

หลังจากที่เสียงได้หยุดลง ฟริซก็ได้ขับมอเตอร์ไซค์หรือ MM3 ออกไป

บรึนๆ บรึนๆ

เสียงของท่อ MM3 หรือมอเตอร์ไซค์สีดำของฟริซได้ดังสนั่นจนครั้งไหนก็ตามที่ มอเตอร์ไซค์สีดำของฟริซได้วิ่งผ่านผู้คน ก็จะถูกสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่ฟริซที่ขับไปตามถนนด้วยความเร็วสูง

ไม่นานมากนักฟริซก็ได้มาถึงบ้านของตนเองสไตล์โมเดิร์น ก่อนที่จะนำรถไปจอดที่โรงรถของตนและเข้าไปภายในบ้านโดยที่มีเมดแอนนากับปู่ดาสมาตอนวเหมือนเดิมทุกครั้ง

“สวัสดี ครับ/ค่ะ คุณหนู”

ฟริซยิ้มตอบก่อนที่จะพูดตอบกลับ

“กลับมาแล้วครับ” ฟริซพูดออกมาโดยลากเสียงยาว ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วเปิดทีวี โดยยังส่วมชุดสีดำอยู่

กริ๊ง...กริ๊ง... กริ๊ง...กริ๊ง...
ปรากฎเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดระหว่างที่ฟริซกำลังดูทีวี โดยมันแสดงขึ้นไปยังหน้าจอทีวีของฟริซ

“เปิดระบบภาวะระวัง” ฟริซพูดขึ้นมา ขณะที่แอนนากับปู่ดาสยังยืนอยู่หน้าประตูก่อนที่จะเดินไปยืนข้างๆจอทีวีหลังจากที่ฟริซได้พูดเปิดระบบ

<ทำการเข้าสู่ภาวะระวังตัวภายในเวลา 3...2...1>

สิ้นสุดเสียงของระบบจบลง ทั่วทั้งบ้านก็หรี่แสงให้มืดลงอย่างรวดเร็ว หน้าตาแต่ละบานต่างถูกบานเกล็ดปิดลงอย่างมิดชิด ประตูทุกบานของแต่ละห้องต่างถูกปิดเองอย่างอัตโนมัติ ก่อนที่จะมีกระแสไหลวิ่งผ่านประตูของแต่ละบานจนมันวิ่งผ่านไปทั่วทั้งห้องที่ฟริซอยู่

<ทำการเปิดการใช้งาน คลื่นรบกวน>

<เสร็จสิ้น>

หลังสิ้นสุดเสียงของระบบ ก็ปรากฎคนคนหนึ่งขึ้นมาบนจอทีวีขนาดใหญ่ โดยที่เขาคนนี้ส่วมชุดทางการพร้อมกับใบหน้าที่ดูแก่เล็กน้อยแต่ก็ยังมีความเป็นหนุ่มอยู่

“สวัสดีครับ ผู้บัญชาการสไกด์” ฟริซกล่าวออกมาด้วยท่าทีสบาย ด้วยน้ำเสียงที่คุยกับโรส

“อืม......สวัสดี”

“ท่านสบายดีไหมครับ”

“สบายดีบ้าอะไรละ!ครั้งก่อนที่เธอทำทิ้งไว้นะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้น่ะว่าเธอเป็นคนทำนะ”

“หืม...ท่านนี้เก่งเสียจริงที่ยังรู้ว่าใครอีก แล้วท่านจะทำยังไงต่อหรอครับ จะมาจับผมไปหรอ” ฟริซกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ยังสบาย แถมยังยิ้มให้กับผู้บัญชาการ

“ใครละจะไปกล้าจับเธอ ใครก็ไม่รู้เล่นไปถล่มองค์กรนักฆ่าที่ตั้งมาเป็นสิบๆปี ให้หายไปจากแผ่นดินนี้ภายในวันเดียว”

“ฮ่าๆๆ แล้วท่านโทรมาหาผมมีอะไรหรอครับ”

“ช่างเลือดร้อนเสียจริงเลย วัยรุ่นเป็นกันแบบนี้ทุกคนกันไหมเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ”

“....” ฟริซไม่ตอบอะไร

จนผู้บัญชาการสไกด์ ต้องไอกระแอมออกมา และสีหน้าก็เคร่งเครียดมากขึ้น

“งั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกัน เธอรู้จักองค์กรนี้ไหม” หลังสิ้นเสียงของผู้บัญชาการสไกด์ก็ปรากฎข้อมูลขึ้นบนจอทีวี พร้อมกับสัญลักษณ์บางอย่าง ที่เป็นงูกินหางตัวเองพร้อมกับรูปกระโหลกที่อยู่ตรงกลางของวง

“หืม...นี้มันองค์กรงูดำไม่ใช่หรอครับ มันเป็นเพียงองค์กรขนาดกลางที่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทั้งค้ามนุษย์ ค้าทาส ค้าอาวุธเถื่อน และหลายๆอย่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับองค์กรนี้หรอครับ”

“ใช่มันก็ทำเพียงแค่นั้นแหละเราก็มิได้สนใจอะไรหรอก หากมันไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับ องค์กรนี้หรอก”

ปรากฎข้อมูลบางอย่างอีกชุดนึงขึ้นมาอย่ข้างๆกับองค์กรงูดำ

“หรือว่า…”

“ใช่เป็นอย่างที่เธอคิดนั้นแหละ ทางสายข่าวกรองของเราได้บอกมาว่าองค์กรงูดำกับองค์กรนั้นได้พัฒนาอาวุธชีวภาพขึ้นมาร่วมกัน และดูเหมือนว่ามันสำเร็จ”

ปรากฏคลิปวิดีโอนึงขึ้นมาบนจอทีวีของฟริซ มันเป็นคลิปที่แสดงถึงผลของการทดลองอย่างนึง ซึ่งเหมือนกับว่ามันเป็นการทดลองอาวุธชีวภาพที่ผู้บัญชาการบอก

จากคลิปดูเหมือนว่าจะมีคนนึงที่เป็นหนูทดลอง และถูกเขาคนนั้นก็ถูกฉีดอะไรบางอย่างที่มีของเหลวเป็นสีแดงสด และเมื่อเขาคนนั้นได้ถูกฉีดเข้าไปหมดก็ได้โวยวายเพิ่มมากขึ้น เส้นเลือดทั่วทังตัวต่างปูดขึ้นมาจนสามารถนับเส้นเลือดที่มีนับร้อยได้เลย ก่อนที่เขาคนนั้นจะร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

อ้ากกกกกก!

เสียงร้องของเขาคนนั้นร้องออกมาราวกับว่าเขาคนนั้นกำลังใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอะไรอย่างั้น ก่อนที่เสียงจะค่อยๆหายไปแทนด้วยเสียงหัวเราะที่น่าสยดสยอง

หึหึ!…

ก่อนที่เขาคนนั้นจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับกล้อง ก็ต้องพบกับหน้าตาที่อัปลักษณ์ ดวงตาเป็นสีดำ ร่างกายก็ผมอซีดลงจากเดิม ผิวที่ซีดลงจนเกือบกลายเป็นสีขาว มือที่มีขนาดใหญ่พร้อมกับมีกงเล็บขนาดยาวงอกออกมา

ในตอนนี้ราวกับว่าเขาคนนั้นเป็นปีศาจที่มีรูปร่างประหลาดและอัปลักษณ์ ก่อนที่เขาคนนั้นจะพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากเก้าอี้ที่กำลังล็อคเขาจนสำเร็จ และจากนั้นก็เกิดเสียงโวยวายพร้อมกับเสียงโหยหวนดังขึ้นมา ก่อนที่กล้องจะถูกทำลายและคลิปก็ได้จบไป

ฟริซที่กำลังมองวิดีโอนี้อย่างคิดวิเคราะห์ โดยที่ยังท่าทีสงบไว้เช่นเดิมก่อนที่จะกล่าวกับนาโนในใจ

<ตรวจสอบยานั้นมา>

<ค่ะ นายท่าน>

หลังจากที่ฟริซกล่าวกับนาโนเสร็จก็หันหน้ามาสนใจกับผู้บัญชาการ และกล่าวถามกับเขา

“อย่าบอกน่ะครับ ที่ท่านเอาขอ้มูลที่ลับสุดยอดนี้มาให้ผมดูแปลว่า…”

“ใช่ ฉันขอมอบหมายงานให้กับเธอ ไม่สิฉันขอร้องให้เธอขโมยอาวุธชีวภาพนั้นมาให้กับเราและทำลายอาวุธชีวะภาพอย่างอื่นทิ้ง ทางเรามีของตอบแทนให้เธอแน่นอน”

“ฮืม…ท่านคิดว่าจะมีอะไรที่ผมต้องการหรอครับ ไหนลองเสนอมาดูสิครับเพื่อผมจะสนใจ”

“แล้วเธอต้องการอะไรละ”

“อืม…อ้อ!ผมต้องการพื้นที่เขตอันตรายตั้งแต่ A1-A3ครับ”

“เอาไปสิ”

“ได้ง่ายจังเลยน่ะครับ”

“ก็เพราะที่นั้นมันไม่มีอะไรสำคัญกับเราแล้วดั้งนั้นเธอจะเอาไปก็ เอาละในเมื่อเธอขอในสิ่งที่เธอต้องการแล้วเธอก็ต้องทำงานให้สำเร็จด้วยละ มัจจุราชดวงตาฟ้า โค้ดซีโร่”

“รู้จักผมในนามนั้นด้วยหรอครับ งั้นเอาเป็นตกลงกันแล้วนะครับ”

ฟริซกล่าวออกไปก่อนที่จะตัดสายไป และบ้านของฟริซก็ได้ออกจากโหมดระวังภัย พร้อมกับข้อมูลที่นาโนสืบมาให้

“มีเรื่องสนุกให้ทำแล้วสินะ หึหึ”

ฟริซกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับว่ากำลังเจอเรื่องสนุกแล้ว

********ขออภัยที่อัพช้าครับ พอดีตอนนี้เปิดเทอมแล้วยังต้องจัดอะไรหลายๆอย่างให้เรียบร้อยครับ*********



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น