ตอนที่ 4 : ตอนที่ 003

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

เสียงออดได้ดังขึ้นที่เป็นสัญญาณว่า หมดเวลาคาบเรียนหรือหมดเวลาได้ดังขึ้น

กริ้ง กริ้ง กริ้งงงง

11.40

ขณะหลังที่เสียงออดได้ดังขึ้น บางคนก็ลุกขึ้นเก็บกระเป๋า บางคนก็ไปจับกลุ่มคุย บางคนก็ยังนั่งหยอกล้อกันอยู่ แต่มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ยังหลับคาโต๊ะอยู่ ในขณะที่ทุกคนต่างพร้อมที่จะกลับบ้าน

“ฟริส ตื่นได้แล้วนี้นายจะหลับไปถึงไหนเนี่ย”

“หืมม....ขอต่ออีก 10 นาที”

“ไม่ได้! ฟริสถ้านายไม่ตื่น เดียวคนในโรงอาหารจะเยอะ ฉันขี้เกียจต่อแถวนานนะ” โรสกล่าวออกมาโดยที่พยายามจะปลุกให้ฟริสตื่นขึ้นมา

“อ่าๆตื่นก็ตื่น” ฟริสพูดขึ้นมาแล้วลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนที่จะบิดตัวไปมา

“งั้นไปกันเถอะ แล้วก็ทีหลังถ้าไม่อยากต่อแถวก็ทำข้าวกล่องมาสิ”

“อืมๆเป็นความคิดที่ดีน่ะ งั้นนายก็เอามาเป็นเพื่อนฉันด้วยละ”

“หืม...แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยละ”

“ก็เพราะนายเป็นเพื่อนของฉันไงละ” โรสกล่าวกับฟริส โดยที่โรสนั้นกล่าวออกมาด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย และก็ได้สบตากับนัยน์ตาสีฟ้าของฟริสเข้า นัยน์ตาสีชมพูกับสีฟ้าได้สบเข้าหากัน ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง

“หลบไปไอพวกโสโครกทั้งหลาย หลบไป!

แต่ไม่นานมากนักก็มีเสียงโวกเวกโวยวายดังขึ้นมา ทำให้โรสและฟริซต่างรู้สึกตัว และหลบหน้าหนีกันทั้งคู่

‘ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆละ’ ฟริสคิดในใจ ก่อนจะละความสนใจกับมาที่เสียงโวยวายและมองไปที่เขาคนนั้น

‘มองเขาใกล้ขนาดนี้ เขาก็หล่ออยู่เหมือนกันน่ะ ว้าย! นี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย’ โรสส่ายศรีษะไปมาเพื่อที่จะไล่ความคิดของตนเองออก

แต่ยังไม่ทันที่โรสจะสบัดความคิดนั้นออก ก็โดนใครไม่รู้ชนไปที่ไหล่ของโรสอย่างจัง

โอ้ยย!

โรสโดนชนอย่างจัง จนจะเซ่ลงไปกับพื้น แต่ก่อนที่โรสจังล้มลงพื้นฟริซที่มีปรสาทสัมผัสที่ดี จึงได้พุ่งเข้าไปรับตัวได้อย่างทันถ้วงที

ฟึบ

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม โรส”ฟริซถามโรสทันที เมื่อโรสได้มาอยู่ในออมกอดของฟริซ

“ไม่เป็นไร” โรสพูดออกมาด้วยใบหน้าที่แดง เหมือนลูกตำลึงสุก

“ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”

“ปะ ปะ ป่าวฉันสบายดี แล้วเมื่อไหร่นายจะปล่อยฉัน”

“อะ โทดที” ฟริซกล่าวออกมาและประคองให้โรสลุกขึ้นมาทันที ก่อนที่ฟริซจะให้ไปทางที่คนที่ชนโรสก่อนจะละความสนใจมาที่โรส

“เดียวเราจะไปช้ากัน แล้วก็ชั้นขี้เกียจจะยืนต่อแถวนาน ถ้าหากเธอยังยืนนิ่งอยู่อย่างนี้”

โรสไม่กล่าวอะไรออกมา เพราะตอนนี้โรสกำลังตกอยู่ในผวังความรู้สึกของตัวเองอยู่ และเดินตามฟริซโดยที่โรสก็เดินตามหลังมาติดๆ แต่ไม่นานมากนักฟริซก็หยุดเดิน ทำให้โรสที่เดินอยู่ด้านหลังชนกับแผ่นหลังของฟริซทันที

“นี้นายทำไมถึงหยุดเดินละ ทีหลังจะหยุดก็บอกกันก่อนสิ” โรกล่าวออกมาโดยที่แก้มของโรสทั้งสองข้างต่างป่องออกมาด้วยความน่ารัก

ฟริซที่เห็นเช่นนั้นก็ขำเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา

“ฉันไม่รู้ทางนิ แล้วจะพาเธอไปอย่างไงละ”

=_=

โรสไม่มีคำที่จะพูดเถียงกับฟริซออกเลย จึงจำใจเดินนำหน้าพาฟริซไปที่โรงอาหารของ โรงเรียน

ณ โรงอาหารของโรงเรียนชิโด้

ไม่นานมากนักฟริซกับโรสก็มาถึงโรงอาหารของโรงเรียน เมื่อฟริซมาถึงก็มองไปรอบๆโรงอาหารทันที

‘โรงอาหารที่นี้ใหญ่จริงๆ สมกับเป็นโรงเรียนอันดับ 1 ของประเทศจริงๆ’

โดยที่โรงอาหารของชิโด้นั้นมันมีขนาดใหญ่มาก ขนาดที่ว่าจุคน 30000 คนได้เลยทีเดียว มีร้านอาหารมากมายทั้ง เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อไก่ เนื้อแกะ เนื้อจระเข้ จนไปถึงเนื้อเสือก็ยังมี และดูเหมือนว่าโรงเรียนนี้จะไม่แบ่งชนชั้นสะด้วย(หมายถึงระดับชั้นเรียน)

“อืม....กินอะไรดีน่า” โรสเอียงคอถามฟริซโดยที่มือก็แตะไปที่หัวของตนคลายกำลังคิดอะไรอยู่

“อืม...งั้นฉันกินสปาเกตตี้แล้วกัน แล้วนายละ?”

“ฉันคงกินข้าวไข่เจียวแหละ” (กินไงจังพระเอกเรา)

“อืมๆ งั้นเอาไว้เจอกันที่โต๊ะนั้นน่ะ”

ฟริซไม่ตอบแต่กลับพยักหน้าให้หับโรสก่อนที่จะแยกกันไปสั่งอาหารที่ตนได้คิดเอาไว้ ไม่นานมากนักฟริซก็เดินไปสั่งอาหารเสร็จแล้ว ฟริซก็เดินไปที่โต๊ะที่คิดว่าเป็นโต๊ที่โรสชี้ จึงเดินอาหารไปวางไว้ที่โต๊และนั่งเล่นโทรศัพท์รอโรส ไม่สิต้องเรียกว่ากำลังดูภารกิจที่กำลังจะได้รับต่างหาก

ไม่นานมากนักก็มีกลุ่มนักเรียนชาย 5 คนเดินมาที่โต๊ะของฟริซที่กำลังรอโรสสั่งอาหารอยู่

“เฮ้ย! นี้แกไม่รู้หรือไงว่านี้มันที่ของใคร”

ฟริซเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้ามองผู้มาใหม่ หรือผู้ชายผมสีทอง เพราะก่อนหน้านี้ฟริซกำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่

“หืมม....” ฟริซเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ครางในลำคอเล็กน้อย เพราะว่าไอ้คนที่มาหาเรื่องฟริซอยู่ มันเป็นคนเดียวกันกับที่เดินชนโรสจนเกือบล้ม แต่ฟริซก็ไม่ได้พูดอะไรก็นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อโดยไม่ได้สนใจอะไร

“เห้ย! ไอ้หน้าหล่อ แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรอว่ะ นี้มันที่ของฉัน” ผู้ชายผมสีทองก็ยังพูดกับฟริซ และไล่ฟริซไปเลื่อยๆ เมื่อฟริซเห็นว่าผู้ชายผมสีทอง มันน่ารำคาญเลยพูดออกมา

“ไสหัวไปส่ะ” ฟริซพูดออกมาโดยที่ไม่ได้มองหน้าผู้ชายสีทอง

<นาโนตรวจสอบประวัติของมันมา>

<ค่ะนายท่าน>

<กำลังค้นหา. . . กำลังประมวลผล>

<เสร็จสิ้น>

วิ้บ

ปรากฎข้อมูลของผู้ชายผมสีทองขึ้นมาในหัวของฟริซอย่างรวดเร็ว

“ฮืม…” เมื่อข้อมูลถูกส่งเข้ามาภายในหัวของฟริซแล้ว ทำให้ฟริซถึงกับขมวดคิ้ว
<เคน กัตตนุ วิหคปักษา>

‘ทำไมนามสกุลมันคุ้นๆ’

“เฮ้ยไอหน้าหล่อ นี้แกไม่ได้ยินหรอว่ะ”

ฟริซที่ยังอ่านข้อมูลในหัวอยู่ก็ต้องชะงักและเงยหน้ามามอง ผู้ชายผมทองหรือ เคนนั้นเอง

‘อย่างงี้นี้เอง’

ฟริซที่เห็นข้อมูลเสร็จก็เริ่มที่จะตอบโต้กับชายที่ชื่อเคน โดยที่มุมปากของฟริซประดับไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

“คุณได้จองโต๊ะไว้หรอครับ”

“จะจองหรือไม่จองนี้มันก็เรื่องของฉัน แกไม่มีสิทธิที่จะนั่งตรงนี้”

“ฮืมมม…เอาง่ายน่ะครับ คุณไม่ได้จองที่หรือได้ซื้อเก้าอี้ตัวนี้ แปลว่าทุกคนนั้นมีสิทธิที่จะนั่งได้ เพราะว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของที่ตรงนี้นิครับ”

ฟริซพูดออกมาโดยมชที่ไม่สนกับใบหน้าที่แดงก่ำของ เคนเลยแม้แต่น้อยและตอนนี้เอง ฟริซกับเคนก็เป็นจุดสนใจของโรงอาหารไปแล้ว ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ทั้งคู่ โดยที่มีใครเลยที่จะกล้าห้าม ส่วนโรสนั้นก็ยังยืนต่อแถวสั่งอาหารอยู่ โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังเกิดเรื่องบางอย่างอยู่กับเพื่อนของตนอยู่

“เฮ้ยๆ ดูนั้นดินั้นมันไอ้เจ้าเคน ไม่ใช่หรอว่ะ”

“เหมือนจะมีเรื่องกันอีกแล้วหรอว่ะ ไอ้เจ้าบ้านี้จะหยุดมีเรื่องสักวันไม่ได้หรือไงกัน”

“นี้แกดูนั้นสิ ไอ้เจ้าเคนนั้นมีเรื่องอีกแล้วละ และดูเหมือนว่าจะไปมีเรื่องกับคนหล่อตรงนั้นสะด้วย ขออย่าให้หน้าหล่อเขาเป็นอะไรไปเลยน่า”

“ไอลูกเจ้าของบริษัทนั้นหาเรื่องไปทั่วอีกแล้ว สงสารไอ้เจ้าหล่อตรงนั้นจัง”

“เจ้าหน้าหล่อนั้นด้วยซวยเข้าส่ะแล้ว”

เสียงซุบซิบมากมายต่างดังขึ้นไปทั่วโรงอาหาร ทำให้โรสที่กำลังสั่งอาหารอยู่ก็ได้ยินจึงลองมองไปทั่วๆว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะเห็น 2 คนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ และอีก 4คนยืนอยู่ข้างหลังของคนที่ยืน และเมื่อโรสมองไปคนที่กำลังนั่งอยู่ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าเป็นฟริซ ก่อนที่โรสจะรีบออกจากคิวและ ซิกแซ็กไปตามเด็กนักเรียนที่กำลังยืนกันเต็อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีใครคิดจะเข้าไปช่วยเลย ยกเว้นโรสที่กำลังรีบไปหาเพื่อนของตน

“เฮ้ยนี้แกฟังไม่รู้เรื่องหรอว่ะ ฉันบอกว่านี้ที่ฉันก็ที่ฉันดิว่ะ ยังยังจะยืนนิ่ง เฮ้ย!จัดมันให้เข็ดดิ”

เคนกล่าวกับเพื่อนของตนที่อยู่ข้างหลังหรือว่าสมุนของเคนนั้นแหละ ก่อนที่มันทั้ง 4 จะเดินไปข้างหน้าของเคน ส่วนใหญ่ทุกคนนั้นเป็นคนที่สูงแต่ไม่ได้มีร่างกายกำยำ เลยไม่ค่อยดูว่าหน้ากลัวสักเท่าไหร่ ฟริซจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปใกล้คนทั้งสี่

ไม่นานมากนัก ก็มีชายคนนึงวิ่งเข้ามาหาฟริซหวังว่าที่จะชกเข้าไปที่หน้าหล่อๆของฟริซ

ฟึบ

หมัดของคนนั้นเหมือนได้ต่อยไปที่อากาศเต็มๆ เพราะว่าฟริซนั้นได้เอี้ยวตัวหลบอย่างง่ายดาย ก่อนที่ฟริซจะจับมือที่ชกไปที่ความว่างเปล่า และเอามืออีกข้างไปจับที่ต้นคอของชายคนนั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยกเขาไปกระแทกที่ท้องของนักเรียนชายคนนั้นอย่างจัง

เมื่ออีกคนเห็นว่าเพื่อนของตนได้น็อคลงไปนอนล้มกับพื้น ด้วยความโกรธเมื่อเห็นเพื่อนของตนโดนน็อคจึงพากันวิ่งกรู เข้าไปหาหริซอย่างรวดเร็ว

ฟึบ ฟึบ ปึก อั๊ก ปึก ฟึบ อั๊ก ฟึบ ฟับ ปึก อั๊ก

เสียงอัดกระแทกของหมัดฟริส ที่ทำให้นักเรียนทั้ง 4 ต่างสลบอย่ารวดเร็วเหตุการณ์นี้เกิดอย่างรวดเร็วมาก ยังไม่ถึง 1 นาทีก็สามรถล้มคนทั้ง 4 ได้อย่างรวดเร็ว

“นี้ฟริซนายเป็นอะไรบ้างไหม”

โรสได้วิ่งเข้ามาหาฟริซอย่างรวดเร็ว และสำรวจฟริซด้วยความเป็นห่วงโดยที่ไม่สนคนที่ล้มอยู่กับพื้นเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ได้เป็นไรมากหรอก”

“แก!…แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร เรื่องในตอนนี้มันจะไม่จบแค่นี้หรอก” เคนพูดออกมาด้วยความโมโหเมื่อเห็นเพื่อนของตนไม่ได้เรื่อง

แต่ไม่นานมากนักก็มีครูมาช่วยหยุดเหตุการณ์นี้ไหว ไม่สิเรียนครูไม่ได้เพราะคนที่มานั้นคือ ผู้อำนวนการเองหรือก็คือ กรอซ วิคทินเองนั้นแหละ สุดท้ายเหตุการณ์ก็สงบลงส่วนคนที่เจ็บต่างถูกส่งไปที่โรงพยาบาล ถึงแม้ว่าฟริซจะออมมือ แต่เขาก็มีแรงมากกว่าคนปกติอยู่ดี ไม่สิมีแรงมากกว่านักสู้ชื่อดังเสียงอีก เพียงแค่ฟริซออมแรง จึงไม่แปลกที่นักเรียนชาย 4 คนลงไปนอนกับพื้น

หลังจากที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ฟริซและโรสก็ได้ทานอาหารกันจนเสร็จแล้วต่างก็พากันขึ้นไปเรียนช่วงบ่ายกันต่อ แต่เมื่อฟริซเข้ามาก็ต้องพบเจอกับสิ่งที่ต่างกับเมื่อตอนเช้าไป

“ว้าย! สามีของฉันกลับมาแล้ว เห็นไหมๆสามีของชั้นหล่อยังไม่พอ ยังมีศิลปะการต่อสู้อีกด้วย”

“สามีบ้านเธอสิ นั้นมันของฉันต่างหากเล่า”

“นี้ฟริสนายช่วยสอนศิลปะการต่อสู้ให้เราด้วยน่าของสองต่อสองน่า คิคิ”

เสียงของคนในห้องต่างพูดชมฟริสที่มีศิลปะการต่อสู้ บางคนก็ชมเพราะว่าเกลียดเจ้าเคน บางคนก็เปลี่ยนไปจากเกลียด กลายเป็นนับถือ จากอิจฉาริษยากลายเป็น ชื่นชม

แต่สุดท้ายทุกคนต่างเดินไปที่นั่งของตนเพราะว่าตอนนี้ได้เริ่มคาบเรียนแล้ว ส่วนโรสตอนนี้ก็กลายเป็นหนอนหนังสือไปแล้ว เพราะเธอได้เข้าสู่ตั้งใจเรียนมาก บางทีก็หันมาถามฟริซบ้าง เมื่อฟริซมองโรสในมุมนี้ก็ทำให้ใจของเขาเต้นมากกว่าครั้งไหน

‘นี้เราเป็นอะไรไปน่ะ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน’

แต่สุดท้ายฟริซก็ละความสนใจออกมาก่อนที่จะมองออกไปที่หน้าต่าง เพราะว่าที่ที่ฟริซนั่งได้นั่งติดกับหน้าต่าง ก่อนที่ฟรีซจะพึมพำบางอย่างออกมา

“ที่นี้ก็ไม่เลวเหมือน”

*********เรื่องนี้นานจะลงทีน่ะครับเพราะไปแต่งเรื่องอื่นก่อน ฝากติดตามกันด้วยน่ะครับ เรื่อง God of God ข้าคือผู้ที่จะอยู่จุดสูงสุด ฝากติดตามกันด้วยน่ะครับ: *********



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น