คัดลอกลิงก์เเล้ว

Final Fantasy XV [OC] My dad's gone forever

โดย kiritsutaru

เมื่อใดที่พ่ออยู่ข้างหลังจงรู้ตัวว่าต้องพึ่งพาตนเอง เมื่อพ่อชราภาพขอแค่ให้ได้รู้ว่าหมดหมน้าที่ ถึงคราที่ลูกต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเพียงลำพัง เมื่อพ่อไม่อยู่จงขอให้ลูกรู้ว่า พ่อจะอยู่กับลูกเสมอ

ยอดวิวรวม

113

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


113

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 เม.ย. 62 / 01:45 น.
นิยาย Final Fantasy XV [OC] My dad's gone forever Final Fantasy XV [OC] My dad's gone forever | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
......เมื่อใดที่พ่ออยู่ข้างหลังจงรู้ตัวว่าต้องพึ่งพาตนเอง......

.
.
 ......เมื่อพ่อชราภาพขอแค่ให้ได้รู้ว่าหมดหมน้าที่ ......

.
.
......ถึงคราที่ลูกต้องก้าวเดินไปข้างหน้า......

.
.
......ไปพร้อมกับใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่พ่อ......

.
.
......เมื่อพ่อไม่อยู่จงอย่าได้ร้องไห้ขอให้ลูกรู้ว่า......
.
.
 ......พ่อจะอยู่กับลูกภายในใจเสมอ......
.
.
......รักและคิดถึงเสมอ......
.
.
......ลูกรักของพ่อ......





ฟังกันยาวๆ 2
ป.ล.คนละเพลงนะ
ป.ล.2 มันเป็นเพลงในเพลลิสไรต์นะ
B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 เม.ย. 62 / 01:45



......ไหนดูสิเราลองให้ฉันมาเล่าต่อจากครั้งที่แล้วดีมั้ย หลายคนคงจะคิดว่าเรื่องมันสั้นๆแล้วตัดจบ ก็นะ มันไม่ใช่แนวฉัน ฉันเลยอยากจะมาเล่าต่อ ก่อนที่คุณพ่อจะไป หลายคนคงรู้ว่าไปไหน แต่ความหมายไม่ได้เป็นแบบนั้นซะทีเดียว เอาเถอะเข้าเรื่องดีกว่า......



หลังจากที่ออกมาจากลูซิสคุณพ่อพาฉันไปที่ 'เลทไซลั่มก่อนที่จะถึงตัวเมืองคุณพ่อพาฉันมาที่'ฟาร์มโจโคโบะ'ก่อนฉันและคุณพ่อเล่นกับโจโคโบะ แถมคุณพ่อก็บอกจะสอนฉันขี่โจโคโบะอีกด้วย 'ระวังนะ อย่าเผลอไปดึงขนมันเชียวคุณพ่อบอกและคอยจับเจ้าโจโคโบะขนสีขาวนุ่มเอาไว้ แล้วก็พาเดินรอบๆฟาร์มโจโคโบะ จนในที่สุดฉันก็ขี่โดยที่ไม่ต้องให้คุณพ่อจับ

 

เราอยู่ที่นั่นซักพักจนถึงตอนเที่ยงฉันและคุณพ่อก็เดินทางไปที่เลทไซลั่มต่อคุณพ่อบอกว่ามีคนรู้จักอยู่ที่นั้น พอขับรถออกมาจากฟา์รโจโคโบะคุณพ่อก็ขับตรงไปยังเลทไซลั่มทันที 

 

ระหว่างที่กำลังเดินทางฉันเห็นหินที่มีรูปร่างโค้งเหมือนกับสะพานอันใหญ่ยักษ์ 'คุณพ่อคะหินนั่นเหมือนกับที่กัลดินเลยฉันพูดแล้วหันไปหาตุณพ่อ แต่คุณพ่อแค่ยิ้มกลับมาเท่านั้น เมื่อผ่านจุดนั้นมาแล้วก็มาตรงอุโมงเราะตามเชิงเขามันดูสวยงามมากๆในตอนนั้น 

 

อุโมงอิฐที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม เมื่อมองเห็นทางข้างหน้าที่เป็นทางเข้าเมืองในตอนนั้นฉันมีความรู้สึกหลากหลาย เช่น ตื่นเต้น ดีใจฯ ฉันอยากเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ให้นานที่สุด   พอมาถึงส่วนในเมืองเลทไซลั่มคุณพ่อและฉันเดินมาหาที่พักก่อนอันดับแรกและเผอิญว่าคนรู้จักของคุณพ่อก็อยู่ที่นี้เช่นกัน 

 

เมื่อเข้ามาในโรงแรมเพื่อที่จะเช็กอินก็มีชายคนหนึ่งกล่าวทักทายคุณพ่อ 'อ้าวไงไม่เจอกันนานนะ เดเลียชายคนนั้นทักทายคุณพ่อก่อนที่คุณพ่อจะตอบกลับ 'ไงครับคุณ'เจอร์เรดไม่เจอกันนานนะครับ'ฉันคิกอยู่ว่านี่น่าจะเป็นคนรู้จักของคุณพ่อ 

 

คุณพ่อและคุณเจอร์เรดคุยกันอยู่ซักพักคุณพ่อหันมาหาฉันก่อนจะบอกว่า 'ลูกแนะนำตัวหน่อยสิคุณพ่อก็บอกให้ฉันแนะนำตัวกับคุณเจอร์เรด 'หนู เดฟโฟดิล อควาริเจีย ค่ะฉันแนะนำตัวตามที่คุณพ่อบอก คุณเจอร์เรดที่เห็นฉันแนะนำตัวด้วยท่าทีที่ขี้อายจึงพูดว่า 'แหมเดเลียลูกนานเนี่ยเหมือนกับแอร์เทียจริงๆคุณเจอร์เรดที่เห็นว่าฉันเหมือนกับคุณแม่ แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณแม่เองก็ขี้อาย ฉันได้แต่ยิ้มรับฝืดๆ 

 

พอขึ้นมาชั้นสองที่ฉันกับคุณพ่อพักอยู่เมื่อเข้ามาในห้องแล้วฉันก็พอดีเหลือบไปเห็นกับระเบียงเข้าฉันจึงรีบวิ่งไปที่ระเบียงเพื่อที่จะดูวิวรอบๆเมือง คุณพ่อที่เห็นฉันยืนอยู่ที่ระเบียงก็ถามว่า 'อยากไปเดินเล่นในเมืองมั้ยลูกคุณพ่อถามพรางขยี้หัวฉันเบาๆ ฉันเงิยหน้ามองคุณพ่อก่อนจะตอบว่า 'ค่ะคุณพ่อฉันตอบและยิ้มออกไปด้วยความจริงใจ 

 

บางครั้งฉันก็คิดว่าถ่าเสียคุณพ่อไปอีกคนฉันจะอยู่ยังไงกันนะ เมื่อออกมานอกโรงเเรมแล้วบรรยากาศข้างนอกเป็นวิวทิวทัดที่สวยนะแต่มันใกล้จะมืดแล้ว ในตอนนั้นฉันมองนู่นมองนี่ไปทั่วจนคุณพ่อก็พาเดินดูจนทั่วเหมือนกัน 

 

หลังตะวันลับฟ้าก็นะ คุณพ่อบอกว่าเลทไซลั่มเหมาะแก่การเที่ยวตอนกลางคืนมากๆ ฉันคิดว่าคงเพราะเเสงสีต่างๆที่ประดับตามบ้านเรือนและตลาดสดที่มีของขายตลอด กว่าจะกลับได้ก็กินเวลาไปเกือบดึกแล้ว พอเข้าห้องพักมาคุณพ่อก็บอกให้ฉันไปอาบน้ำทันที พอฉันอาบน้ำเสร็จฉันก็เข้านอนทันที ในตอนนั้นฉันรู้สึกเพลียมากๆ

 

เช้ารุ่งสางในวันที่สองของการอยู่ในเลทไซลั่ม มันก็ค่อนข้างที่จะสนุกพอตัวนะที่เลทไซลั่มปกติฉันเป็นคนที่เรียนรู้เร็วนะแถมความจำดีซะด้วย ฉันจึงขอคุนพ่อออกไปเดินเล่นซักหน่อยก็เป็นไปตามที่คาดคุณพ่ออนุญาตให้ฉันไปได้แต่ก็บริเวณใกล้นี้เท่านั้น

 

คุณพ่อให้เงินติดตัวฉันมาบ้างแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี ฉันก็เลยเดินดูในตลาดไปเรื่อยๆ ฉันเลยตัดสินใจออกไปแถวๆริมถนนบ้าง แถวริมถนนเองก็มีคนเยอะอยู่พอสมควร ฉันเดินมาตรงจุดชมวิวที่เป็นหน้าผา จากตรงนั้นก็สามารถมองเห็นได้ไกลมากๆเห็นแม้กระทั่งฟาร์มโจโคโบะที่อยู่ไกลลิบ

 

หลังจากที่ฉันดูวิวอยู่นานฉันก็คิดว่าจะกลับไปที่โรงแรมแต่ก่อนจะถึง ฉันดันเหลือบไปเห็นกับร้านร้านนึงเท่าที่ฉันดูจากตรงที่ฉันยืนอยู่น่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ฉันเลยคิดที่จะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ในร้ายก็มีแต่ของที่ระลึกของเลทไซลั่มที่ไม่ซ้ำกัน ฉันดูอยู่นานในที่สุดฉันก็เลือกได้ มันคือสโนว์บอลขนาดเท่าสองฝ่ามือฉัน ข้างในเป็นรูปของทางเข้าเมื่องอัลทิสเซียที่มีรายระเอียดที่ค่อนข้างเหมือนอยู่มาก

 

'พี่สาวชอบอันนี้เหรอในตอนนั้นอยู่ๆก็มีเด็กผู้หญิงผมสีบลอนดวงตาสีเขียวตัวเธอสูงประมาณจะมูกฉันเข้ามาถาม 'เธอมาจากไหนน่ะ เด็กน้อยฉันถามเด็กคนนั้น ทันทีที่ฉันพูดว่าเด็กน้อยเด็กคนนี้ทำหน้าแก้มป่องแล้วพูดว่า 'หนูไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะหนูน่ะอายุ7ขวบแล้วเด็กคนนั้นทำท่าทางโกรธใส่ 

 

ฉันพอเข้าใจนะเวลาโดนเรียกว่าเด็กน้อยทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่เด็กแล้วแต่ถึงอย่างนั้นแต่ฉันก็ไม่ค่อยสนใจอยู่ดี'แล้วเจ้าของร้านล่ะ'ฉันถามด้วยหน้าตาที่เฉยชาและไม่สนใจเด็กคนนั้น'เดี๋ยวหนูไปเรียกให้'เด็กคนนั้นเปลี่ยนสีหน้าแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว

 

พอผ่านไปไม่นานนักเด็กคนนั้นก็เดินมาพร้อมกับหญิงสาวที่ทั้งสีผมและสีตาเหมือนกับเด็กคนนั้น

'แม่หนูจะซื้ออันไหนจ๊ะเลือกได้เลยคุณน้าเจ้าของร้านพูดด้วยความเป็นมิตร 'หนูเลือกได้แล้วล่ะค่ะฉันตอบแล้วยกสโนว์บอลขึ้นให้คุณน้าเจ้าของร้านดู 

 

'แม่หนูเนี่ยชอบเมืองอัลทิสเซียเหรอจ๊ะคุณน้าเจ้าของร้านถามพรางลูบหัวฉันเบาๆ 'บ้านเกิดหนูน่ะค่ะ แล้วเท่าไหรเหรอคะฉันถามแล้วหันมาสนใจในรายระเอียดของข้างในสโนว์บอลต่อ 'น้าเอาแค่ 50 gil ก็พอจะคุณน้าเจ้าของร้านบอก ฉันก็ยื่นเงินให้ตามที่คุณน้าบอก 'ขอบคุณที่อุดหนุนจ่ะ ไว้ว่างก็มาเล่นกับบีเรียบ้างนะ บีเรียไม่ค่อยจะมีเพื่อนน่ะคุณน้าเจ้าของร้านบอก 


ตอนนั้นฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้อยู่ที่นั่นนานรึป่าว พอซื้อของเสร็จฉันก็กลับไปที่โรงเเรมในเวลานั้นเองก็เกือบที่จะมืดแล้วเหมือนกัน ฉันเดินเข้าไปในโรงแรมก็เห็นคุณพ่อและคุณเจอร์เรดนั่งคุนกันอยู่ 

 

คุณพ่อที่เห็นว่าฉันกลับมาแล้วพร้อมกับของติดมือมาด้วยก็เลยถาม 'เดฟโฟดิลมาแล้วเหรอลูก เป็นไงเดินเล่นสนุกมั้ยคุณพ่อถามแล้วอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนตัก 'คุณพ่อคะเราจะกลับวันไหนเหรอค?' ฉันถามออกไปแล้วก้มมองสโนว์บอลที่พึ่งซื้อมาไม่นานมานี้ 'ลูกอยากกลับแล้วเหรอคุณพ่อถาม ฉันไม่ตอบเพียงแต่ส่ายหน้าไปมาเพื่อเป็นการบอกว่าไม่กับคุณพ่อ 'อย่างงั้นเหรอ เราจะกลับก็อีกสามวันคุณพ่อตอบแล้วลูบหัวฉันเบาๆ 

 

ส่วนฉันที่ได้คำตอบแล้วก็เดินไปที่ริมระเบียงแล้วมองวิวข้างนอกที่ค่อยๆถูกปลกคลุมด้วยความมืด และในตอนนั้นเองฉันก็คิดเล่นๆไปว่า 'ถ้าหากว่าไม่มีเเสงของดวงอาทิตย์แล้วจะเป็นยังไงกันนะฉันก็คิดไปเรื่อยเปื่อยอยู่นาน 

 

พอมารู้ตัวอีกทีดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว ฉนั้นหากเมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า ดวงจันทราก็จะมาแทนที่ ก็เหมือนกับที่ฉันเคยได้ยินมา มีแสงย่อมมีความมืด มีเกิดย่อมความตาย มีความชุ่มชื้นย่อมมีความแห้งแล้ง  ใช้นั่นคือวัฏจักรของโลกที่เราอาศัยอยู่เรื่อยมา แล้วในตอนนั้นเองหลังจากที่ฉันยืนอยู่ระเบียงจนเพลินคุณพ่อก็เรียกฉันไปอาบน้ำและนั่นคือทั้งหมดของวันที่สองในเมืองเลทไซลั่ม


'เดฟโฟดิลตื่นได้แล้วลูก เราต้องไปแล้วนะ' ในตอนนั้นฉันต้องตื่นขึ้นเพราะเสียงของคณพ่อที่ปลุกฉัน ฉันสลึมสลือตื่นขึ้นมาด้วนความงัวเงียแล้วตอบกลับไปว่า 'พ่อคะนี่พึ่งวันที่สามเองนะ' ฉันถามออกไป ที่จริงมันเหลือตั้งอีกสองวันจริงมั้ย 


ฉันลุกขึ้นจากเตียงพรางขยี้ตาเล็กน้อบแล้วเดินเข้าหน้องน้ำไปอย่างงัวเงีย ตอนนั้นฉันเองก็ยังสงใสว่าทำไมเราตั้งแต่เช้ามืด ฉันเข้าไปอาบน้ำอยู่สักพัก ก็ออกมาจากห้องน้ำ ฉันเดินไปที่เตียงแล้วนั่งลง ฉันหันไปที่เตียงที่คุณพ่อนอน ก็เห็นกับกล่องไม้ที่คุณแม่ให้ไว้เปิดอยู่ ฉันก็กะจะลองไปแตะดูนิดหน่อย เมื่อมือของฉันแตะกับสร้อยทุกอย่างก็ มืดดับลง


ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยเคว้งคว้างในอากาศ และภาพทุกอย่างก็ตัดมาที่อัลทิสเซียเป็นบริเวณอนุสาวรีย์ของ 'บิสมาร์ค' ราชาแห่งฝูงปลา มีคนสองคนผู้ชายและผู้หญิงอีกคนที่น้าตาดันคล้ายกับฉันกำลัง ทเลาะกันอยู่  ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาทะเละเรื่องอะไรกันแต่ว่า


เพียะ


พวกเขาดูจะทะเลากันค่อนข้างที่จะเเรงอยู่ถึงขั้นที่ต้องมีการทำร้ายกัน ผู้ชายคนนั้นตบเข้าที่ใบหน้าของผู้หญิงที่หน้าเหมือนกับฉันเข้าเต็มๆ แต่ผู้หญิงคนนั้นจะไม่พูดอะไรแล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปจากบริเวณนี้ทันทีแล้วทุกอย่างก็ค่อยๆเลือนหายไปทีละนิดเหลือแต่คว่มมืด


บรื้น


เสียงของรถที่กำลังแล่นทำให้ฉันตื่นและเมื่อรู้สึกตัวอีกทีฉนก็นั่งอยู่บนรถของคุณพ่อซะแล้ว ฉันมองออกไปนอกกระจกฉันคิดว่าอีกไม่นานน่าจะถึงปั๊มน้ํามันแฮมเมอร์เฮด 'อ้าว! ตื่นแล้วเหรอตัวแสบ' คุณพ่อพูดแล้วลูบหัวฉันเบาๆ 'นึกว่าจะนอนต่อจนถึงอินซอมเนียซะอีก' คุณพ่อพูดแล้วมองออกไปข้างหน้าอย่างอารมณ์ดี


สิ่งที่ฉันต้องการคือรอยยิ้มมากกว่าความเสร้าของคุณพ่อ นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณพ่อจะไม่ทิ้งฉันไว้ตามลำพัง ไม่ว่าจะยังไงคุณพ่อก็จะยืนอยุู่่ข้างฉันเสมอ


และในเวลาต่อมาพวกเราก็มาถึงวังซิทาเดล เมื่อก้าวเข้ามาทุกๆคนที่ฉันรู้จักก็กล่าวทักทาย ไม่ว่าจะคนใช้ ทหารยาม หลายคนที่ฉันรู้จักต่างกล่าวทักทาย และคนที่ต้องการเจอฉันมากที่สุดก็มาถึง


'พี่กลับมาแล้ว!!!'


เสียงของน็อคดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่กัมลังวิ่งเข้ามาหาฉัน ฉันรับเขาแล้วกอดเขาเอาไว้แน่นเหมือนไม่จากจะปล่อยให้ไปไหนทั้งนั้น แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปเล่นกันเหมือนๆกับทุกทีที่เคยทำกันในเวลาก่อนที่ฉันจะออกไป


พวกเรามานั่งเล่นอยู่ในสวนสักพัก ฉันก็หยิบสโนว์บอลที่ข้างในเป็นปราสาทของเมืองอัลทิสเซียที่มีรายระเอียดที่เหมือนจริงแบบสุดให้กับน็อคเป็นของขวัญกลับมาจากเลทไซลั่ม 'อะไรเหรอฮะ' น็อคถามในมือยังคงถือสโนว์บอลไว้อยู่


'ปราสาทของอัลทิสเซียน่ะ ซื้อมาให้เป็นของขวัญ' ฉันตอบพลางยิ้มให้กับเขา 'ว้าวสวยจังฮะ' เขาพูดพร้อมกับสายตามี่ลุกวาวด้วยความตื่นเต้น 'แต่ของจริงสวยกว่านี้อีกนะ' ฉันบอก จากนั้นเราก็คุยเรื่องของอัลทิสเซียจนถึงเย็น


และในเช้าวันต่อมาฉันก็ได้ตามหาพ่อของฉันตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาสายๆของวัน ฉันหาคุณพ่อเท่าไหร่ก็หาไม่เจอฉันจึงถอดใจแล้วกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เมื่เข้ามาฉันเดินไปที่เตียงก็พบกับจดหมายกับกล่องที่ใช้เก็บสร้อยของคุณแม่ไว้


ข้อความในจดหมายเขียนไว้สั้นๆว่า 

'ช่วงนี้ลูกอาจจะไม่เจอพ่อสักพักนะ เพราะว่าพ่อต้องไปปฏิบัตืงานในบริเวณชายแดน กว่าจะกลับก็อีกนาน เดฟโฟดิลลูกดูแลตัวเองได้นะ พ่อรักลูรักลูก แล้วก็อย่าดื้ล่ะเดฟโฟดิล

                                                                                                                             จากพ่อ'


นั่นเป็นข้อความสุดท้ายที่ได้รับจากคุรพ่อและหลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้เจอคุณพ่ออีกเลย จนเวลาผ่านไปครึ่งปีเศษๆ ในที่สุดฉันก็ได้ข่าวจากคุณพ่อเสียที แต่ทว่ามันกลับกลายเป็นข่าวร้ายที่ฉันจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด


'เดเรีย อควารีเจีย ได้เสียชีวิตไปขณะปฏิบัติหน้าที่'


พอได้ยินข่าวนั้น สิ่งแรกที่ฉันทำคือหนีให้พนจากความจริง ฉันเชื่อว่าคุณพ่อจะยังคงมีชีวิตอยู่ ฉันในตอนนั้นฉันมักบอกกับตัวเองว่ามันก็แค่ฝันร้าย และสุดท้ายฉันก็ทนรับความจริงไม่ไหวฉันจึงเลือกที่จะหนี


'แต่ว่า'


ถ้าฉันเลือกที่จะหนี คนอื่นๆละ ทุกคนที่รู้จักก็คงแล้วฉันควรที่จะเลือกอะไรดีล่ะระหว่าง  


"เลือกที่จะหนีความจริง"


'กับ'


"อยู่เพื่อที่จะรับความจริง"


ในตอนนั้นฉันทั้งสับสนและหวาดกลัวไปหมดไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไหนดี ไม่รู้ว่าควรที่จะเลือกสิ่งไหนดี ไม่รู้ว่าควรที่จะเลือก ทางใดดี ในตอนนั้นในหัวมันตีกันไปหมด ฉละสิ่งสุดท้ายที่ฉันเลือกคือ


"หนีความจริง"


และเมื่อเลือกได้แล้ว ฉันจึงรอเวลา รอและรอจนกว่าจะดึกพอที่ฉันจะสามารถหนีออกไปได้โดยไม่มีใครเห็นหนือจับตัวฉันได้ ฉันเลือกที่จะหยอบกล่องใส่ร้อยและจดหมายของคุณพ่อไปด้วยกับฉัน ฉันคิดในตอนนั้นว่า จะไม่มีใครได้เจอฉันอีก


ฉันใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหนีออกมาจากภายในวังซิทาเดลได้ ฉันเลือกที่จะลัดเลาะเข้าไปตามซอกตึกใหญ่ แล้วสุดท้ายฉันก็แวะนั่งพักข้างๆกับถังขยะอันใหญ่เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนัก และฝนเจ้ากรรมก็ดันตกลงมาอีด


ในตอนนั้นฉันทั้งหนาวและเหงา ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ฉันได้แต่นั่งปลงตกอยู่ข้างๆถึงขยะใบใหญ่รอจนกว่าฝนเจ้ากรรมี่จะหยุดตกแล้วฉันจะได้ไปต้อสักที ไม่นานฉันก็เพลิอหลับไป แต่เมื่อพอตื่นมาอีกที ฝนเจ้ากรรมก็ยังคงตกอยู่เช่นเดิม ทุกสายตาที่เดินผ่านมองฉันด้วยสายตาสมเพชและเวทนา คงจะคิดว่าขอทานข้างถนนล่ะสิ


ฉันนั่งกอดเข่าคดตัวหลังแนบชิดกับถังขยะเหล็กใบใหญ่ที่แสนจะเย็นเชียบ ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปซักพัก จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ๆกับฉัน เขาแต่งตัวดูประหราด ผมสีไวน์ดูยุ่งเหยิง ดวงตาสีทองดูน่าค้นหา มาพร้อมกับร่มคันใหญ่สีดำสนิท


เขาจ้องมองมาที่ฉันอยู่ซักพักแล้วเขาก็พูดขึ้นว่า 'ว่าไงแม่หนูน้อยไม่มีที่ไปอย่างงั้งหรอ เธอคงจะหนาวนะ...ที่ต้องมาอยู่ที่นี้ ไปอยู่กับฉันไหมละ...แม่หนูน้อย' ชายแปลกหน้าถามฉันด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น 'อื้อ' ฉันตอบไปแบบไม่คิดเพราะยังไงฉันก็ไม่มีที่จะไปอยู่แล้ว


และฉันก็ได้เจอกับครอบครัวใหม่และพ่อบุณธรรมของฉัน


...............................................................................................................................


แหมน๊านนานกว่าจะมาลงได้เป็นไงก็บอกด้วยนะคะ อย่าลืมไปอ่าน Darkness swallowed กันด้วยเน่อเม้นด้วยน้าาาาาาาา ไปล่ะจ้าาาาาาาาา

E
R
L
I
N
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ kiritsutaru จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น