คัดลอกลิงก์เเล้ว

Final Fantasy XV [OC] My pre-start story

โดย kiritsutaru

ฉันอยากจะเล่าบางอย่าางที่ฉันไม่เคยที่จะเล่าให้ใครฟังและในวันนี้ฉันจะเล่าให้ฟังเอง

ยอดวิวรวม

272

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


272

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 มิ.ย. 61 / 22:07 น.
นิยาย Final Fantasy XV [OC] My pre-start story Final Fantasy XV [OC] My pre-start story | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
พวกคุณคงมีเรื่องที่อัดอั่นมามากมายแล้วพวกคุณเคยคิดที่จะเล่าให้ใครได้รับรู้รึป่าวล่ะ
.
.
.
หลายคนน่ะใช่พวกคุณคุณมักจะเล่าให้เพื่อนที่สนิทไม่ก็พี่น้อง
.
.
.
แต่บางคนน่ะไม่พวกอาจจะยังเก็บมันไว้คนเดียวไม่บอกใคร
.
.
.
แต่ลึกๆแล้วคุณก็อยากจะบอกล่ะสิ
.
.
.
งั้นว่างๆลองมาเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ
.
.
.
สำหรับคนที่ไม่อยากบอกก็เก็บไว้ละกัน




ฉันได้ละทิ้งชื่อ เดฟโฟดิลอควารีเจีย  และได้ใช้ชื่อใหม่  เดฟโฟดิล อิซูเนีย  แต่ฉันก็ยังคงใช้ชื่อว่าเดฟโฟดิลตามเดิม



คุยๆๆ:นี่เป็นการนำมารีใหม่หลังจาหที่ไรต์ได้ลบอันเก่าออกนะแล้วก็เปลี่ยนชื่อเรื่องด้วยนะ ส่วนทางด้านเนื้อเรื่องก็อาจจะเหมือนๆเดิมหน่อยแล้วก็จะมีบางส่วนเปลี่ยนไปหน่อยๆ ง่ายๆไม่อยากเขียนใหม่หมดจ้า ปล.ตัวไรต์ก็เหมือนเดิมค่ะพูดไม่เก่ง อ่านให้สนุกนะคะ ถ้าไม่ดีตรงไหนก็เม้นบอกได้น้า




ฟังแก้เบื่อเหมือนเดิมจ้า 



ยาวๆ 1 ช.ม.



E
R
L
I
N
 Tiny White Pointer 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 มิ.ย. 61 / 22:07


......ตัวฉันน่ะมีเรื่องที่อัดอั่นมานานนับสิบกว่าปีที่ฉันไม่ได้เล่าใหใครฟัง......

......และแล้วันที่ฉันต้องเล่าก็มาถึงวันธรรมดาและเหตุการต่าง......

 


ย้อนกลับไปตอนที่ฉันยังอยู่ 'อัลทิสเซีย' เมืองหลวงของ 'อัคคอร์โด' ตั้งแต่จำความได้ฉันก็อยู่ที่นั้นแล้ว ตอนฉัน 4 ขวบ วันนั้นเป็นวันที่ฝนตดปลอยๆจนทำให้อากาศค่อนข้างชื้น ฉันเคยถาทพ่อกับแม่ว่า 'ทำไมหนูถึงชื่อเดฟโฟดิลเหรอคะ' พวกท่านหันมายิ้มให้แล้วบอกว่า 'เพราะพ่อและเเม่ ได้พบกันครังแรกที่ทุ่งดอกเดฟโฟดิลไงละจ๊ะ' 

 

ฉันไม่เคยได้เห็นดอกเดฟโฟดิลของจริงเลยซักครั้งที่อัลทิสเซียแทบจะไม่มีให้เห็นเลยละ มีแต่คุณพ่อที่วาดรูปดอกเดฟโฟดิลให้ดูเท่านั้นตอนฉันเห็นครั้งแรกมันดูสวย มีทั้งสีเหลือง และ สีขาว มันทำให้ฉันเหมือนต้องมนไม่อาจละสายตาจากมันได้เลยละ และคุณพ่อก็วาดอีกรูปหนึ่งฉันดูคุณพ่อค่อยๆวาดรูปไปเรื่อย 

 

จนกระทั่งคุณพ่อวาดเส็จ ดอกเดฟโฟดิล สีขาวนวลสองดอกดอกแรกมีเกสรสีแดงสด ส่วนดอกที่สองเป็นสีขาวนวลเช่นกันแต่ว่าที่เกสรกับเป็นสีส้มอ่อนๆแทนอยู่คู่กันกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา ภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส คุณพ่อบอกว่า 'ดอกไม้แต่ละดอกสามารถเป็นตัวแทนของคนเราได้ ถ้าเรายังเด็กก็เท่ากับต้นอ่อนของดอกไม้ และถ้าหากเราแก่ก็เท่ากับดอกไม้ที่กลีบกำลังร่วงลงเรื่อยๆ และถ้าหากเราตายก็เท่ากับดอกไม้ที่ไร้ดอก ชีวิตคนเราด็เหมือนกับดอกไม้'คุณพ่อเล่าให้ฉันฟัง 

 

ทุกครั้งที่คุณพ่อเล่าอะไรให้ฟังคุณพ่อจะเล่าให้เหมือนกับนิทานหรือนิยายตลอด จนฉันเองก็เริ่มสนใจในเรื่องพวกนี้ขึ้นมาบ้างและฉันก็ชี้ไปที่ดอกเดฟโฟดิลสีขาวเกสรสีแดงว่าแล้วถามคุณพ่อว่า ' แล้วดอกนั้นเป็นตัวแทนของใครเหรอคะ'ฉันถามคุณพ่อออกไปเพื่อถามถึงเจ้าของของดอกไม้ คุณพ่อยิ้มกลับมาและไม่ตอบ คุณพ่อได้แต่อมยิ้มพรางลูบหัวฉันพรางก่อนที่ฉันจะถามคุณพ่ออีกว่า 'แล้วอีกดอกละคะคุณพ่อ'ฉันถามถึงเจ้าของของดอกไม้สีขาวบริสุทอีกดอก คุณพ่อเลือกที่จะไม่ตอบอีกครั้ง และในวันนั้นฉันก็ไม่ถามคุณพ่อเรื่องนี้อีก

 

และอีกสองวันถัดมาที่บ้านของฉันที่เป็นร้านดอกไม้ได้รับสั่งทำช่อดอกไม้แบบพิเศษและใหญ่กว่าของปกติ และในตอนนั้นคนที่มาสั่งทำช่อดอกไม้เป็นคนที่ฉันรู้จักเขามีชื่อว่า'ทาร์ต'เขาเป็นลูกของคนที่พ่อและแม่รู้จักและฉันเองก็เช่นกัน เขามีอายุที่มากกว่าฉันอยู่ประมาณ 5 ปีได้ บ้านเราทำการค้าขายกับบ้านของพี่ทาร์ตมาตั้งแต่ฉันจำความได้ บ้านของพี่ทาร์ตเขาเปิดร้านเบเกอรี่ ส่วนชื่อทาร์ของพี่เขาก็ย่อมาจาดทาร์ตไข่

 

ในตอนนั้นพี่ทาร์ตมาที่บ้านฉัน ฉันเลยขอให้พี่ทาร์ตอยู่เล่นเป็นเพื่อน ปกติฉันจะอยู่บ้านมากกว่าเลยไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก ส่วนคุณพ่อและคุณแม่ไม่อยู่ คุณแม่ออกไปซื้อของ คุณพ่อไปรอรับดอกไม้ที่ท่าเรือฉันจึงอยู่บ้านคนเดียว 


ส่วนมากเวลาที่ฉันอยู่คนเดียวฉันมักจะไปที่ร้านมาร์โก้ของคุณลุงแวสแคมบ่อยๆไม่ก็ไปเล่นที่บ้านของพี่ทาร์ตน่ะ แต่ส่วนใหญ่พี่ทาร์ตจะมาบ้านฉันมากกว่า ที่พี่เขามาบ้านฉันส่วนมากเพราะเขากลัวว่าฉันจะเถลไถลไกลเลยชอบมาบ้านฉันเองซะส่วนใหญ่ ก็นะฉันยิ่งเป็นคนที่ชอบเถลไถลซะด้วย


ทุกๆครั้งที่พี่ทาร์ตมาที่บ้านของฉันพี่เขาชอบเอาขนมปังหรือไม่ก็พายมาฟากและที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นคับเค้ก บางครั้งกินไม่หมด็เอาแช่ตู้ไว้บ้าง จนเกือบทุกวันที่ฉันได้กินแต่พายกับคับเค้ก แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะออกจะชอบซะด้วยซ้ำ 


'พี่ทารต์ เข้ามาก่อนสิคะ' หลังจากที่ฉันพูดจบพี่ทารต์ก็เดินเข้ามาใยบ้านฉันพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาล ใช่นั่นคือสิ่งที่ฉันเห็นเป็นประจำทุกครั้งที่พี่ทาร์ตมาบ้านฉัน และบางครั้งฉันเองก็แอบชอบเขานะแต่มันคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่หรอกนะ


เมื่อก่อนฉันเป็นเด็กที่ขี้สงใสและซนที่สุด และอาจจะเป็นสาเหตุที่คุณแม่ของฉันตาย



......คำตอบบางเรื่องจำต้องค้นหาด้วยตนเองบ้าง......

 

   



ตอนฉัน 6 ขวบ วันนั้นก็เหมือนวันธรรมดาวันหนึ่งที่ดูจะไม่ธรรมดา

ฉัน คุณพ่อ และคุณแม่ ตกลงกันว่าอีกสามวันเราจะไปเที่ยวกันที่'เมืองท่ากัลดิน'

ที่เมืองท่ากัลดิลเป็นท่าเรือข้ามฟากของลูซิส และ อัลทิสเซีย คุณพ่อบอกว่าอาหารทะเลที่นั้นอร่อยมากถึงจะแพงไปหน่อยแต่ก็อร่อย 

 

คุณพ่อเล่าเรื่องทุกๆที่ที่พ่อไปไม่ว่าจะในป่าในเขาแม่น้ำลำครองคุณพ่อจะเล่าให้ฉันฟังทั้งหมด บางครั้งฉันก็คิดว่าพ่อเป็นนักผจนภัยบ้าง บางครั้งฉันก็คิดว่าพ่อเป็นฮีโร่ของทุกคนแต่งานจริงๆของคุณพ่อคือ คิงเกลฟส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติเลยทีเดียวละ คุณพ่อเล่าว่าการได้ปกป้องกษัตริย์รีจิสเป็นงานที่ลำบากแต่คุณพ่อก็ไม่เคยกลัวที่จะสละชีวิตเพื่อกษัตริย์รีจิสแม้แต่น้อย 

 

และเมื่อถึงวันที่เราเดินทางไปยังเมืองท่า ขณะที่เรากำลังนั่งเรือเพื่อที่จะไปกัลดินนั้นฉันเล่นสนจัดจนตกลงจากเรือที่แล่นด้วยความเร็วที่ดูยังก็ไม่น่ารอด ฉันคิดโทษตัวเองเสมอว่าตัวเองไม่น่าเล่นสนจนตกลงไปในน้ำ ถ้าฉันไม่ตกลงไปแม่ฉันคงไม่ต้องมาตาย 

 

ในตอนที่ตกลงในน้ำมันลึกลงเรื่อยๆและเรื่อยๆจนสุดท้ายก็มือสนิด ในตอนนั้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองตายหรือยังฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในน้ำ และฉันเหมือนเห็นบางอย่าง บางอย่างที่ส่องประกาย เมื่อฉันมองไปที่เเสงเพียงน้อยนิดในความมืดมัวที่สาดส่องมาที่ฉัน เมื่อเข้าไปใกล้ๆมันกลับกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างไกลแสนไกลมันกลับมีดอกเดฟโฟดิลที่คุณพ่อเคยวาดให้ดูบ่อยๆ ดอกสีขาวเกสรสีแดงสดและสีขาวบริสุทไร้สีเจือนปนมีเพียงสองดอกที่ฉันเห็นมันเหมือนกับในรูปวาดของคุณพ่อไมม่ผิด อยู่เคียงคู่กันอย่างโดดเดี๋ยวราวกับถูกทอดทิ้ง 

 

พอรู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ตอนฉันฟื้นขึ้นมาคุณพ่อมองฉันด้วยสายตาที่เศร้าสร้อยฉันไม่รอช้าที่จะถามคุณพ่อว่า 'คุณพ่อคะเป็นอะไรไปเหรอคะ แล้วคุณแม่ละ'ฉันถามไปโดยที่ไม่รู้อะไรเลยไม่รู้แม้กระทั่งว่าคุณแม่น่ะตายไปแล้วคุณพ่อไม่ตอบความจริงคุณพ่อกอดฉันก่อนที่จะตอบว่า 

'แม่เขานน่ะไปแล้วละลูก ต่อจากนี้..ฮึก...เราต้อง..ฮึก...อยู่กันแค่สองคนแล้วนะ'

ในตอนนั้นฉันที่ยังมไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักกลับถามคุณพ่อกลับไปว่า 'แล้วคุณแม่จะกลับมาไหมคะ'คุณพ่อไม่ตอบคุณพ่อร้องไห้หนักมากจนฉันเอกก็ปลอบคุณพ่อไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณแม่จากไปแล้ว จากไปทั้งๆที่ยังไม่ล่ำลาเลยแม้แต่นิดเดียวจนกระทั่ง 

 

มีวันหนึ่งฉันก็รู้ด้วยตัวเองว่าคุณแม่ตาย ดูจากสายตาของคุณพ่อแล้วมันก็พอจะเดาออกเล็กน้อยนะ ฉันรู้รู้อยู่แล้วว่าตนเหตุคือตัวฉันเองฉันดูจากอาการซึมเศร้าของคุณพ่อแต่คุณพ่อกลับไม่บอกทำได้เพียงแค่โกหกไปวันๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ฉันก็ไม่เคยยกโทษให้ตัวเองเลยแม้แต่เศษเสี้ยว ฉันไม่เคยให้อภัยตัวเองจนฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตายด้านไปซะแล้วไม่มีทั้ง อารมณ์ ความสุข ร้องไห้หรือหัวเราะฉันกลายเป็นคนไร้อารมโดยสิ้นเชิง

 

แต่พอนานๆฉันเห็นว่าคุณพ่อดูไม่มีความสุขฉันกลัว กลัวว่าคุณพ่อจะที้งฉันไปและหลังจากนั้นฉันก็พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ร่าเริง แจ่มใสจนคุณพ่อเองก็แปลกใจที่ฉันทำใจได้เรื่องคุณแม่ที่เสียไปแต่ใจจริงแล้วมันเสียใจจนเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆฉันแค่ไม่อยากให้คุณพ่อเสียใจไปมากกว่านี้เท่านั้นเอง ฉันจึงต้องเสแสร้ง การที่ต้องเสียคุณแม่ไปมันเจ็บปวดที่ต้องมาทุกข์ทรมาร 


......บุปผาที่มอดไหม้ไม่อาจจะกลับเป็นดังเดิมได้......



 

 

ตอนฉัน 8 ขวบ ฉันเริ่มที่จะปรับตัวให้ปกติได้พอตัวแล้ว และวันหนึ่งพ่อที่เคยเป็นคิงเกลฟมาก่อน ก็ถูกเรียกตัวไปยังลูซิสอีกครั้ง ฉันคิดว่าอยากจะไปลูซิสซักครั้งเพื่อว่าจะได้เห็นดอกเดฟโฟดิลของจริง ฉันจึงอ้อนคุณพ่อไปด้วยคุณพ่อถึงจะไม่อยากให้ไปก็ตามทีเถอะ จนสุดท้านเราก็ไปกันทั้งสองคนฉันตื่นเต้นที่จะได้ไปลูซิสครั้งเเรก นั้นเป็นครั้งแรกที่ได้ไปที่ที่ไกลกว่า กัลดิล และเป็นครั้งแรกที่จะได้เจอกับ 'กษัตริย์ ริจิส

 

เมื่อเข้าเขตเมืองฉันเห็นตึกมากมายในเขตเมือง ในตอนนั้นฉันรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นมันชั่งสวยงามต่างกับที่ฉันเคยเห็นประจำเมืองที่ดูก้าวหน้าและไร้ที่ติและกว้างใหญ่ผู้คนมากมายเดินกันตามท้องถนน และแสงไฟที่เจิดจ้านั้นไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียงต่างๆมันทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่อยากจะกลับบ้านตัวเองเละละ คุณพ่อเองก็น่าจะรู้ แต่ยังไงๆฉันก็ต้องกลับอัลทิสเซียอยู่แล้วบ้านเกิดนี่นา

 

ตอนอยู่ต่อหน้าราชารีจิสก็แอบเกร็งอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ไม่คิดว่าท่านรีจิสจะเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วอบอุบขนาดนี้ ตอนเจอหน้ากันครั้งแรกฉันด็เอาแต่หลบอยู่หลังคุณพ่อตลอด เหมือนกับเด็กที่ขี้อายมากๆ จนท่านรีจิสหลุดขำออกมาเล็กน้อย แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ท่านจะหัวเราะเพราะดูยังไงก็เด็กที่ขี้อายมากๆเท่านั้นเอง ท่านรีจิสบอกว่าถ้าคุยกับคุณพ่อเสร็จจะพาฉันไปรู้จักกับ 

'องค์ชายน็อคทิส

 

เมื่อคุณพ่อกับกษัตริย์รีจิสคุยกับคุณพ่อเสร็จคุณพ่อก็ขอแยกตัวไปทำหน้าที่ก่อนจึงเหลือแต่ฉันกับกษัตริย์เท่านั้น พวกเราไปยังห้องที่องค์ชายน็อคทิสอยู่ เมื่อพวกเราทาถึงห้องที่องค์ชายน็อคทิสอยู่ ก่อนจะเข้าไปกษัตริย์รีจิสบอกว่า 'น็อคทิสเขาไม่ค่อยจะมีเพื่อนซักเท่าไหร่นัก ได้ยินว่าเธอเองก็ไม่มีเพื่อนเหมือนกันละสิ ช่วยเป็นเพื่อนเล่นให้เขาหน่อยนะ'ฉันเพียงแค่พยักหน้ารับ ฉันพอเข้าใจนะเวลาไม่มีเพื่อนก็ต้องเล่นคนเดียวมันเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยว 

 

กษัตริย์รีจิสเดินเข้าไปก่อนที่ฉันจะค่อยๆเดินตามเข้าไปข้างใน องค์ชายน็อคทิสหันมามองพวกเราก่อนที่จะพูดว่า 'ท่านพ่อฮะใครเหรอ'องค์ชายน็อคทิสเอ่ยถามกษัตริย์รีจิส 'เพื่อนใหม่ลูกไง'กษัตริย์รีจิสพูดกัยองค์ชายน็อคทิสและหันมาหาฉันอีกครั้งก่อนจะพูดว่า 'เธอเองก็แนะนำตัวสิ'ฉันได้แต่พยักหน้าและค่อยๆเดินไปตรงหน้าขององค์ชายน็อคทิสและแนะนำตัวเองตามที่กษัตริย์รีจิสบอก


'หม่อมฉัน เดฟโฟดิล อควารีเจีย พะยะค่ะองค์ชายน็อคทิส'ฉันแนะนำตัวไปแล้วแต่ดูองค์ชายจะไม่ปลื้มซักเท่าไหร่นักก่อนจะพูดว่า 'แค่ น็อค เฉยๆ'พอองค์ชายไม่สิน็อคพูดแบบนั้นออกมาฉันก็เลยหายสงใสในทันที'ก็ได้แต่ว่าเรียก น็อคโตะ ได้รึป่าวจะ'ฉันถามน็อคโดยไม่ใช้ราชาศัพท์ น็อคแค่พยักหน้าเบาก่อนที่กษัตริย์รีจิสจะปล่อยให้ฉันเล่นอยู่กับน็อคตามลำพังกษัตริย์รีจิสอาจจะคิดว่าถ้าปล่อยไปซักพักเดียวน็อคก็จะหลับไปเอง 

 

ฉันต้องอยู่ที่ลูซิสนาน2เดือนคุณพ่อมีงานมาเรื่อยๆจนฉันเองก็ไม่ค่อยได้เจอพ่อเลยแต่ไม่เป็นไรยังมีน็อคคอยเล่นเป็นเพื่อนฉันเลยไม่รู้สึกเหงาเลย และในบางครั้งกษัตริย์รีจิสก็ให้คุณคอร์ฝึดการต่อสู้ฉันเราเลยพอสนิทกันอยู่ พอฉันอยู่ที่นี้นานๆไปจนมารู้ตัวอีกทีนั้นก็ผ่านมา1ปีแล้วที่อยู่ลูซิส ฉันรู้สึกว่าอยู่นานๆไปจนเหมือนที่นี่จะกลายเป็นบ้านตัวเองไปซะแล้วละ


 ส่วนเรื่องของการใช้ดาบและมีดสั้นฉันก็พอจะเก่งขึ้นมาบางจนกษัตริย์รีจิสเองก็ชมเชยฉัน ที่ฉันฝึกการต่อสูได้เก่งภายในเวลาหนึ่งปี คงเพราะได้ครูฝึกดีด้วย

 

หลังจากวันนั้นไม่นานฉันและพ่อก็ต้องกลับอัลทิสเซียน็อคไม่ยอมให้ฉันกลับง่ายๆฉันเลยต้องให้ของที่ระรึกไว้ให้ มันเป็น พวงกุญเเจโจโคโบะตัวเต็มวัยสีดำและมีรูปแกะสลักของน็อคกำลังขี่มันอยู่ 

 

วันหนึ่งระหว่างที่ฉันและคุณพ่อไปเดินซื้อของในห้างและดันไปเจอร้านรับสั่งทำพวงกุญแจฉันเลยขอให้คุณพ่อสั่งทำพวงกุญแจมาสองอัน โจโคโบะสีดำและขาวสีขาวเป็นรูปของฉันที่ขี่โจโคโบะอยู่เหมือนกันพวงกุญแจทั้งสองอันมีขนาดขนาดเท่าฝ่ามือของฉัน

 

ฉันพูดว่า 'เก็บไว้ดีๆละอย่าให้หายนะน็อคโตะ'น็อคพยักหน้ารับฉันหยิบอีกอันออกมาโจโคโบะสีขาวที่คู่กันกับของน็อคก่อนที่ฉันและคุณพ่อจะเดินออกจากวังอันหรูหราแห่งลูซิสไป 

 

แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะก้าวผ่านประตูน็อคก็วิ่งมากอดฉันจากด้านหลัง ใบหน้าของน็อคมีน้ำตาทรึมเล็กน้อยแล้วเขาก็พูดว่า 'สัญญานะว่าจะมาอีก'น็อคพูดฉันหันหน้าไปหาเขาแล้วย่อตัวลงให้หน้าของฉันเท่ากับน็อค ฉันยกมือขึ้นแล้วชูนิ้วก้อยและพูดว่า 'อื้ม สัญญาสิ ถ้าผิดสัญญาพี่จะทำทุกอย่างที่น็อคโตะขอเลย'ฉันพูดด้วยหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง 

 

 ตอนนั้นคำว่าเสแสร้งมันไม่อยู่ในหัวเลยมันมีอยู่สองเหตุผลที่ฉันไม่อยากเสเสร้ง เหตุผลแรกคำพูดนั้นมันออกมาจากใจจริงของฉัน ฉันไม่กล้าที่จะทำเสแสร้งทำเป็นยิ้มเพราะมันดูจะใจร้ายเกินไปสำหรับเขาที่ยังเด็กเกินไป และเหตุผลที่สอง ในสายตาฉันน็อตก็เป็นครอบครัวคนนึงเช่นกัน

 

น็อคยิ้มกว้างในคำตอบของฉันแล้วเขาก็เกี่ยวก้อยสัญญากับฉัน และหลังจากนั้นก็เป็นเวลาที่ฉันจะต้องไปจริงๆเสียที ฉันและคุณพ่อก้าวออกจากประตูและไม่ลืมที่จะโบกมือลาทุกคนที่อยู่ข้างใน

 

                                     ......ลาก่อนลูซิสแล้วฉันจะมาใหม่อีกครั้ง......



TBC. 


คุยนิดนึง สำคัญนะ

มาเข้าเรื่อง คือที่อู้ไปบางครั้งเพราะมาแต่งนี้แหละก็นะเห็นว่ามันสำคัญ(รึป่าว?)ก็เลยอยากให้ได้รู้จักกับเดฟฟี่น้อยที่น่าร้ากก(เห่อเด็ก)อิอิ คือที่เขียนขึ้นมาเนี่ยจริงว่าจะลงตั้งแต่เดือนที่แล้วนะ แต่ปัญหาเยอะมาก เผลอไปลบหมดบ้าง เผลอเอาอันนู้นไปใส่อันนี้บ้างจนปวดหัวเลยต้องลบเขียนใหม่ ถ้าใครทันอันแรกจะรู้เลยว่ามันต่างออกไปนิดหน่อย(จริงๆนะ) ส่วนถ้าใครถามว่า ทาร์ตเป็นใครก็ไม่ต้องห่วง ทาร์ตทั้งเข้มแข็งและอ่อยโยมมากกกกก และเป็นคนคนนึงที่ดูน่าไว้ใจที่สุ๊ด และไม่ต้องห่วงทาร์ตไม่แย่งเดฟฟี่จังไปจากเรคุงแน่นอน

เรวัส:เรียกใครเรคุงห๊ะ!!

ไรต์:อ่าวเรียกไม่ได้เหรอ?

เรวัส:ก็เออน่ะสิ ส่วนอีกอย่างใครบอกฉันชอบยัยเตี้ยนั่นกัน

ไรต์:อ้าว....ชอบเค้าก็บอกมาตรงๆเลยเส้

เรวัส:จะบ้ารึไงเธอ

ไรต์:ป่าวน้า แค่ร่าเริงเกินเหตุ และ บ็ายบาย ไร้สาระมาเยะอแล้ว เจอกันจ้า เรคุงก็บอกลาด้วยสิ

เรวัส:ก็ได้ แล้วเจอกันคราวหน้า see you again

ไรต์:แหมๆๆๆๆๆๆ หนุ่มอังกฤษปะเนี่ยเรา

เรวัส:ปล่าวซะหน่อย

ไรต์:แล้วเจอกันจ้า

เรวัส:แล้วเจอกัน



ไรต์:ของแถมก่อนจาก

เรวัส:ยังจะแถมอีกนะ

ไรต์:เอาน่าๆหน่อยเดียวเอง ว้าย//โดนลากคอเสื้อไป

บ๊ายบายทุกท่านแล้วเจอกัน เม้นกันเยอะๆน้าาาาา




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ kiritsutaru จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 01:11
    ชอบค่ะๆ><
    #1
    1
    • 16 กรกฎาคม 2561 / 22:00
      ขอบคุณจ้า มีกำลังใจทำต่อแล้วละค่ะ(^_^)
      #1-1