Fic Naruto Angel heart หัวใจนางฟ้า

ตอนที่ 9 : บทที่ 7 พบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ภายในห้องฉุกเฉิน เหล่าหมอและพยาบาลต่างพยายามรักษาชีวิตๆหนึ่งของเด็กสาววัยสิบห้า ที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงโดนลูกหลงจากแก๊สระเบิด โชคดีที่พี่ชายช่วยชีวิตกันได้ทัน

อิทาจิในตอนนี้กำลังรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินพร้อมกับซาโซริ และคิชิโร่ ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้เจอกันนาน

“นายหายไปไหนมา”

“เอาไว้บอกทีหลัง ให้ยัยตัวเล็กออกจากห้องฉุกเฉินก่อน”

เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ทีมแพทย์ก็เข็นเตียงที่มีร่างบางผมสีชมพูที่ตอนนี้มีผ้าพันแผลไว้ครอบตาขวา เครื่องช่วยหายใจครอบปากไว้ ผ้าแผลพันไหล่ขวา สายน้ำเกลือ และยา ระโยงรยางค์เต็มไปหมด  

หมออาวุโสท่านหนึ่งออกมา

คิชิโร่เข้าไปถามอาการ”อาการน้องสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ”

“เด็กพ้นขีดอันตรายแล้วครับ  อาการก็ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนไม่มากแต่ต้องสังเกตอาการต่อไป แผลที่ไหล่ขวาที่โดนเหล็กแหลมทิ่มนั้นก็ไม่ได้หนักหนาอะไร เพราะเหล็กแทงไม่ลึก ความจริงคุณไม่ควรดึงเหล็กที่เสียบออกโดยพลการนะครับ เพราะเด็กจะเสียเลือดมากอาจช็อคตายได้                                                                โชคดีที่มาส่งหมอทัน”

 “แล้วเรื่องตาขวาล่ะครับ”

“อืมจะว่ายังไงดีล่ะครับ เป็นเคสที่แปลกมาก เส้นเลือดในตาแตกแต่ตาไม่ยักกะบอด ปกติคนที่โดนแบบนี้ ตาน่าจะบอดแล้ว ก็ถือว่าเป็นโชคของเด็กคนนั้นนะครับ”

“ครับ”ว่าจบคิชิโร่ก็ส่งบางอย่างให้

“ไปกันเถอะ”ชายหนุ่มเดินตามกลุ่มพยาบาลที่ทำหน้าที่เข็นเตียงผู้ป่วยไปยังห้องพักฟื้น

ซาโซริงุนงงง ที่คิชิโร่ส่งเช็คเงินสดให้กับหมอไปทำไม เค้าตาไวพอที่จะเห็นมูลค่าของเงิน มันไม่ใช่น้อยๆเลยสักนิด ต่อให้เค้าล่าค่าหัวนินจาสามคนก็ไม่ได้เท่านั้นเลย

พอมาถึงห้องพักผู้ป่วย ถือว่าดูดีกว่าประตูภายนอกมาก มันดูหรูหราสะดวกสบายราวกับโรงแรมดีๆระดับสามดาวเลยทีเดียว นอกจากเตียงผู้ป่วยแล้วยังมีเตียงเล็กๆสำหรับญาติอีกสองเตียง

เมื่อพยาบาลออกไปหมดแล้ว คิชิโร่ นำเก้าอี้ออกมาวางไว้ข้างๆเตียงผู้ป่วยที่ตอนนี้ ร่างที่กำลังนอนอยู่ไม่ได้สติ โดยมีเครื่องช่วยหายใจครอบไว้ พอชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้

อิทาจิก็ตั้งคำถามทันที”นายหายไปไหนมา”

“ไม่บอก”

อิทาจิหน้าหงิกไอ้หมอนี่กวนทีนตูแล้ว”ชั้นรู้ไม่ได้เลยรึไง”

“อย่ารู้เลย ชั้นรู้เรื่องตระกูลหมดแล้ว ขอบใจที่ฆ่าพ่อของชั้นให้นะ เพื่อน”

ซาโซริแปลกใจกับคำพูดอันไร้เยื่อใยของคิชิโร่มาก”ทำไมนาย”

“ไม่ขอตอบนะ แต่บอกไว้อย่างถ้าหมอนั่นไม่ฆ่าพ่อของชั้น ชั้นอาจต้องลงมือเอง  เจ้านั่นน่ะมันทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยสุดๆไว้น่ะ”

ซาโซรินั้นพอรู้มาว่าตระกูลอุจิวะ มีทายาทตัวเต็งที่จะขึ้นเป็นผู้นำหลักๆอยู่สามคนคือ อิทาจิ ที่เป็นบุตรชายของฟุงาคุ ผู้นำอุจิวะ สองคือซิชุย อุจิวะที่มีเนตรที่แข็งแกร่ง และสุดท้าย คิชิโร่ อุจิวะที่เก่งที่สุด เค้าได้ยินมาว่าเก่งจนเข้าขั้นอัจฉริยะ แต่ต่อมาก็หายออกไปจากแคว้น เมื่อมาเจอตัวจริงเค้ารู้สึกว่าอิทาจิกับคิชิโร่ ไม่ค่อยมีเค้าเหมือนเท่าไหร่ ผิดกับน้องชายอุจิวะ ซาสึเกะที่มีใบหน้าที่คล้ายกันมากแต่ผิดที่ คิชิโร่มีผิวขาวซีดเหมือนกับร่างที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในตอนนี้

จะบอกเด็กสาวคนนี้เป็นญาติของคิชิโร่ รึก็ไม่น่าใช่เพราะรูปร่างหน้าตาไม่ใช่คนเอเชียเลย แถมยังเอ่ยเป็นภาษต่างชาติได้คล่องราวกับเจ้าของภาษา

ความสงสัยในตัวผู้มาใหม่กับเด็กสาวผมสีหวานเริ่มมีมากขึ้นในใจของซาโซริ มากยิ่งขึ้น

ดูท่าเจ้าหมอนี่จะเป็นผู้ใช้พลังพิเศษพวก สายฟ้า สินะ

“อุจิวะเนี่ย อันตรายจริงๆ”และยัยตัวเล็กนี่ด้วย อันตรายจริงๆ

เฮือก!’

ซาสึเกะลืมตาตื่นขึ้น

“ตื่นแล้วสินะจ๊ะ”เสียงหวานที่คุ้นเคยร้องทัก

ชายหนุ่มชันกายขึ้นก็พบว่า คนเบื้องหน้าคือซากุระที่กำลังยิ้มหวานและ ในสภาพไร้รอยขีดข่วน”นี่เธอ

ร่างบางยิ้มหวาน”จำกันไม่ได้เหรอ

ซาสึเกะเบิกตากว้าง คนตรงหน้าจะเหมือนซากุระแทบทุกอย่างทั้งน้ำเสียงและรูปร่างหน้าตา เรียกได้ว่าเหมือนกันทุกระเบียบนิ้ว หากแต่คำพูดกิริยาท่าทางและสภาพปัจจุบันต่างหากทีเด่นชัด ว่ามันไม่ใช่!

“แกคือใครกันแน่!

ร่างบางก้มหน้า รอยยิ้มหวานกลายเป็นยิ้มเหี้ยม น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทุ้ม“แสดงว่าสติยังครบดีอยู่สินะ”

ร่างกายของอุจิวะหนุ่มที่ยังคงชาอยู่ผสมกับความหวาดกลัวต่อจิตสังหารที่คนตรงหน้าแผ่ออกมาทำให้ขยับตัวไม่ได้

“กะแกคือใคร”

“พูดไม่เพาะเลยนะ เอาล่ะจะบอกให้”ร่างบอบบางของซากุระก็แปรเปลี่ยน เป็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสีดำรัดกุม ผมสีฟาง ผิวขาว ตาสีมรกต”ชั้นก็คือ นาเมะงุจิ คัทสึยะ คนที่แกอยากเจอยังไงล่ะ เอาล่ะ ลุกไหวไหม พาชั้นไปหาโอโรจิมารุได้แล้วนะ”

“นายมีธุระอะไรกับโอโรจิมารุล่ะ”

“ไม่เกี่ยวกับนาย”

“แล้วซากุระล่ะ เธออยู่ที่ไหน!

“ไม่ต้องห่วง คิชิโร่น่ะ รักยัยหนูมาก อิทาจิเองดูแล้วน่าจะเอ็นดูยัยหนูพอดู ไม่โดนทำร้ายให้เจ็บตัวแน่ สองคนนั้นน่ะมันเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าแกนะ เจ้าหนู อย่าคิดใช้เนตรวงแหวน ไม่งั้นชั้นควักตาแกออกมาขยี้เล่นแน่ ชั้นสู้กับคนตระกูลอุจิวะมาหลายคน และลุงโอโรจิมารุอีกนะ ”

ซาสึเกะจำต้องยอมนำทางเพราะตอนนี้เสียเปรียบอีกฝ่ายในเรื่องพละกำลังมาก เพราะคนตรงหน้าสามารถดึงตัวเค้าให้ลุกขึ้นได้ด้วยมือข้างเดียวแบบไม่เหลือบ่ากว่าแรงเลยสักนิด และอีกอย่างหน้าที่เค้าก็เสร็จสิ้นแล้ว

คนที่เดินตามหลังฉีกยิ้ม”ท่าทางสายฟ้าของเจ้านั่นจะแรงมากเลยสินะ แต่นั่นน่ะ เท่าที่ชั้นเห็น หมอนั่นเพลามือสุดแล้ว”

“นายรู้จักกับซากุระได้ยังไง”

คัทสึยะหรี่ตามองคนรุ่นน้อง”ไม่ใช่เรื่องของแก  แต่แกอยากเจอชั้นไม่ใช่รึ ก็ได้เจอแล้วไง จะพูดถึงเด็กคนนั้นไปทำไม อยากโดนฆ่ามากรึ?”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วอย่างฉงน”ทำไม”

“เด็กคนนั้นน่ะ อาจจะอยากฆ่าแกก็ได้นะ สำหรับเนโม่น่ะ ตอนนี้กำลังหลับ”ใบหน้าของคัทสึยะปรากฏรอยยิ้มอันแสนวิปริต” เพราะงั้นคนที่อยู่ในตอนนี้คือยัยหนูน้อยของชั้นนะ เจ้าหล่อนน่ะ คงอยากจะฆ่าแกสุดๆไปเลยแหละ แถมญาติพี่น้องของเด็กคนนั้นอีก ถ้าเจอแก พวกนั้นอาจจะบดแก อ๋อ ไม่สิ อาจจะเผาชนิดที่ไม่เหลือซากเลยก็ได้ คิกคิกคิก มันน่าตื่นเต้นไปเลยใช่มั้ย พาชั้นไปหาโอโรจิมารุได้แล้ว อย่ามั่วเสียเวลาเลยน่า”สีหน้าของคัทสึยะค่อยๆเป็นปกติ”ความอดทนของชั้นมันมีจำกัดนะ”

อุจิวะหนุ่มเดินทางต่อไป แล้วเอ่ยถามลอยๆ“นายรู้จักเธอดีสินะ”

“ต้องรู้จักอยู่แล้ว การที่ชั้นไม่สามารถกลับไปโคโนฮะได้ มันทำให้ชั้นได้เจอกับเด็กคนนั้นพร้อมกับเจ้าบ้านั่น

“ทำไมนายและ หมอนั่นถึงไม่กลับโคโนฮะล่ะ”

“ชั้นน่ะอยากกลับนะ แต่มันกลับไม่ได้ แต่คิชิโร่น่ะไม่อยากกลับ และไม่คิดจะกลับด้วย”

“ทำไม”

“เรื่องบางอย่าง ก็อย่ารู้เลย มันจะทำให้แกเสื่อมศรัทธาต่อตระกูลตัวเองซะเปล่าๆ”

ซาสึเกะหันมาประจันหน้า”แกหมายความว่ายังไง!

คัทสึยะยิ้มเย็น”อำนาจน่ะ ลองอยู่ใกล้มัน หรือสัมผัสมันดูสิ มันคือสิ่งที่น่าหลงใหล มันยากที่จะถอนตัวออกมานะ แกน่ะยังอ่อนต่อโลกเยอะ”นิ้วเรียวของคัทสึยะจิ้มเอาที่หน้าผาก พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“สำหรับชั้น แกมันก็แค่เด็กเล่นมีดเท่านั้นแหละ หึ!”ว่าจบก็ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากใส่เด็กหนุ่มเต็มแรง จนร่างนั้นล้มหงาย”เดินทางต่อซะ ชั้นไม่มีเวลามาก”

หลังจากที่โดนขู่ปนจะฆ่า ซาสึเกะก็พาคัทสึยะมาถึงที่ฐานลับของโอโรจิมารุจนได้

“เธอพายัยเด็กคนนั้นมาจนได้”คำแรกที่โอโรจิมารุทักทาย ทำเอาซาสึเกะต้องหันมามอง ปรากฏว่าคนที่อยู่ข้างๆกลายเป็นซากุระที่กำลังยิ้มหวาน

หากแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจากปากของร่างบางนั้นหาใช่ซากุระไม่“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ดูน่าสมเพชขึ้นเยอะเลยนะครับ ท่านลุง”

“น้ำเสียงนี้ อย่าบอกนะว่า”

ร่างของซากุระก็ค่อยๆกลายมาเป็นร่างสูงโปร่งของคัทสึยะ ที่ตอนนี้มีสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“เพียงแค่ลุงต้องการจักระของนินจาแพทย์ กลับกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ช่างแย่จริงๆนะ”

“เมื่อกี้ เธอไม่ได้ใช้คาถาแปลงร่างนี่นา”

“ใช่ครับ นั่นคือสาเหตุที่ผมกลับโคโนฮะไม่ได้ “ ชายหนุ่มตรงเข้ามา

 คาบูโตะตั้งท่าจะโจมตีแต่โอโรจิมารุห้ามไว้ “ไม่ต้อง เค้าไม่ทำอะไรชั้นหรอก”

คัทสึยะเอามือไปจับที่บ่าของชายที่หน้าซีด แล้วถ่ายทอดจักระให้ส่วนหนึ่ง นั่นทำให้ สีหน้าของโอโรจิมารุดีขึ้นมาก

ซาสึเกะกับคาบุโตะ ตะลึง เพราะนั้นเป็นแค่จักระเศษเสี้ยวของชายหนุ่มคนนั้นเอง

“หมดธุระของผมแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ ลุง ระวังตัวเอาไว้ให้ดีนะครับ เจ้าลูกเจี๊ยบที่เลี้ยงไว้มันจะแว้งกัดเอา หรือไม่ เจ้าบ้านั่นก็อาจจะมาจัดการก็ได้”

เด็กหนุ่มผมสีฟางหันหลัง”ลาก่อน นี่ครั้งสุดท้ายที่ลุงจะได้พบหน้าผม”ว่าจบร่างของคัทสึยะก็หายไป

โอโรจิมารุยิ้มเย็น”ร่างแยก

“อะไรนะครับ”คาบุโตะถามทันที

“มันเป็นนิสัยของเจ้าเด็กนั่นน่ะ เค้าไม่ชอบมาหาชั้นตรงๆหรอก แต่เค้าก็ยังเก่งเหมือนเคยนะ สามารถใช่ร่างแยกในระยะไกลได้ขนาดนี้ ชั้นเพิ่งมารู้เอาตอนหายตัวไปเนี่ยแหละ”

คาบุโตะเลิกคิ้ว”ยังไงครับ เท่าที่ดู มันก็เหมือนกับหายตัวไปปกตินิ”

“เค้าใช้คาถาลวงตาพลางอีกทีน่ะสิ”

ซาสึเกะพยักหน้า”จริง ชั้นสัมผัสได้ ว่าแต่ทำไม ต้องทำอะไรยุ่งยากแบบนั้น”

“มันเป็นนิสัยส่วนตัวน่ะ นี่แสดงว่าร่างจริงอยู่ไกลจากที่นี่มาก เพราะถ้าร่างแยกอยู่ห่างจากร่างจริงยิ่งไกลเท่าไหร่จะดูออกง่ายมากเท่านั้น เพราะร่างแยกนั้นว่ากันตามจริงแล้ว มันก็ถูกร่างจริงควบคุมเอาเนี่ยแหละ ต่อให้เนียนแค่ไหนถ้าอยู่ห่างจากระยะควบคุมก็จะโดนจับได้ แต่ พลังจักระของเจ้าเด็กนั่นก็สุดยอดเทียบได้กับพวกขีดจำกัดสายเลือดเลยนะเนี่ย แถมเค้าสามารถใช้ร่างแยกทำเนียนได้ เก่งกว่าพวกหน่วยลับเลยทีเดียว ไม่เสียที่ซึนาเดะ จิไรยะ ท่านรุ่นสาม และชั้น ร่วมฝึกเจ้าเด็กนั่น พร้อมกับเด็กคนนั้นนะ”

ซาสึเกะหันไปถาม”ใครอีกล่ะ”

“อุจิวะ คิชิโร่ ชั้นไม่ได้สอนเค้าหรอก ชั้นแค่ดู คนที่ฝึกก็คือท่านรุ่นสาม เด็กคนนั้นมีพลัง พรสวรรค์ ที่มากมาย จนน่าหลงใหล แต่ไม่รู้สินะ ถ้าสองคนนั้นยังอยู่โคโนฮะ คนใดคนหนึ่งก็อาจจะขึ้นเป็นโฮคาเงะไปแล้ว ก็ได้ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุนั่นซะก่อนนะ”

“อุบัติเหตุ ?”นินจาแพทย์หนุ่มทวนคำ

โอโรจิมารุเอนหลังบนเก้าอี้ที่มีงูตัวใหญ่อยู่ข้างหลัง ด้วยท่าทางสบายๆ“หลายปีก่อน สองคนนั้น เจออุกกาบาตตกใส่ จากนั้นไอ้สองหน่อนั่นมันก็ทำตัวแปลกไป ไอ้คนที่เงียบอยู่แล้วก็เงียบเข้าไปใหญ่ ไอ้คนที่เริงร่ามันก็เงียบขรึม หลังจากนั้น เจ็ดปีก่อนคิชิโร่ ก็พาใครบางคนมาที่หมู่บ้านโคโนฮะ ใช่ใช่ เด็กที่ชื่อ ฮารุโนะ ซากุระ ยังไงล่ะ หลังจากนั้น สองคนนั้นก็ไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็นอีกเลย ว่าแต่ ซาสึเกะ เธอให้ คัทสึยะ มาด้วยได้ยังไง เจ้าเด็กนั่นมัน ดื้อ มันร้าย การที่เธอสามารถพาเจ้าเด็กนั่นมาได้โดยที่ ตัวอยู่ครบสามสิบสองแบบนี้ ดีที่แค่ฟกช้ำ”

อุจิวะหนุ่มเลี่ยงที่จะพูดความจริง“ใช้เหยื่อล่อน่ะ” ความจริงแผลฟกช้ำไม่ได้มาจากหนุ่มผมสีฟางสุดอัจฉริยะ แต่มาจาก ไอ้ตัวร้าย ผมสีชมพูต่างหาก ตีนหนักชะมัด

“เหยื่อ?”

“ก็ยัยนั่นแหละ ซากุระ พอดี เห็นว่าหมอนั่นมันติดต่อกับเธอ เลยใช้เป็นเหยื่อล่อ”ที่จริงเราเนี่ยแหละเกือบจะกลายเป็นเหยื่อให้ยัยนั่นเชือดทิ้ง

นินจาผิวซีดยิ้มอย่างภูมิใจ”เก่งขึ้นนี่ หัดใช้เหยื่อล่อแล้วนะ ไปพักเถอะเธอเหนื่อยมามากแล้ว

ขณะเดียวกัน

คิชิโร่ ยังคงนั่งเฝ้าร่างที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียง จนไม่ได้นอน มา1 คืนเต็มๆ ถึงแม้ว่าอาการของร่างที่นอนบนเตียงจะหายดีถึง 75% จนกลุ่มหมอที่ทำการรักษาต้องแปลกใจ ทั้งๆที่อาการสาหัสขนาดนั้นกลับหายได้ ภายในไม่กี่ชั่วโมง งานนี้เค้าจ่ายเงินปิดปากคนทั้งโรงพยาบาลไม่ให้พูดถึงเด็กคนนี้ และให้ลบประวัติการรักษา สำหรับเค้ากลับไม่ค่อยแปลกใจซักเท่าไหร่ เพราะกลุ่มผู้ใช้พลังพิเศษ สายเลือดแท้อย่างเด็กสาวคนนี้ น่าจะมีความสามารถอื่นนอกจากการใช้พลังได้มากกว่าผู้ใช้พลังแบบเค้า เพราะนอกจากพลัง จะไม่หายไปเมื่อไม่ได้ใช้พลังนานถึงเจ็ดปีกว่าๆ  แต่เท่าที่เค้าดู พลังของเด็กสาวนอกจากเพลิงสีดำแล้ว ก็มีพลังสนามแม่เหล็ก ที่ร้ายกาจไม่แพ้กัน แต่พลังที่สามนี่สิ เดาไม่ได้เลยจริงๆ

“นายพักบ้างเถอะ”อิทาจิ เอ่ยขึ้น

“ไม่ล่ะ ชั้นนอนไม่ลง”

ซาโซริที่เพิ่งตื่นเอ่ยถาม “จะคอยสังเกตยัยเด็กนั่นรึไง”

อิทาจิหันควับ นินจาผมแดงเอ่ยต่อ “หรือไม่ แกกลัวว่ายัยเด็กนั่นจะอาละวาดรึ”

คิชิโร่ยิ้มเย็น “ไม่ใช่ ชั้นแค่อยากจะให้เค้าเห็นหน้าชั้นเป็นคนแรกก็เท่านั้น ก็เท่านั้น เราไม่ได้เจอกันนานตั้งหลายปีเลยทีเดียว”

อิทาจิเอ่ยถามทันที “นายรู้ตั้งแต่แรกแล้วสินะว่าเด็กคนนี้ เป็นผู้ใช้พลังพิเศษ”

“แน่นอน เด็กคนนี้เป็นผู้ใช้พลังพิเศษสายเลือดแท้ ซะด้วย”

“สายเลือดแท้ หมายความว่ายังไง?”

“ชั้นพูดที่นี่ไม่ได้หรอก มันเสี่ยงเกินไป”

นินจาผมแดงยักไหล่ “เห็นด้วย ที่นี่หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนี่นา”

คิชิโร่ยิ้มเย็น “อีกอย่างนะ ดูเหมือนว่าเจ้าชายใกล้จะมาถึงแล้ว ชั้นว่าเราควรเตรียมตัวเผ่นก่อนดีกว่า”

อิทาจิขมวดคิ้ว “จะบ้ารึไงเด็กคนนี้ยังไม่ฟื้นเลย แล้วนาย”

“ร่างกายของเด็กคนนี้หายดีเกือบ 100%แล้ว เราสามารถพาเธอหนีไปได้ ไม่เป็นไร”

อิทาจิต้องยอมรับว่า มันจะเป็นจริงอย่างที่ลูกพี่ลูกน้องของตนพูดก็เถอะ แต่ในตอนนี้ ร่างที่นอนอยู่ยังไม่ได้สติเลย เมื่อคืนก็โดนแสงแทงทะลุตาขวาจังๆ

“นายกำลังหนีอะไร ทำไมต้องพาเด็กคนนี้หนีด้วย”

“ไม่บอก ค่ำนี้ เราจะออกจากโรงพยาบาล พร้อมกับคัทสึยะ”

“หมอนั่นจะมาเหรอ”

“แน่นอน”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นราวกับเป็นรหัส คิชิโร่ รีบไปเปิดทันที

“ไง เจ้าหญิงตื่นบรรทมรึยัง”

อิทาจิตาโต นั่นคือ คัทสึยะ “นาย

ผู้มาใหม่ทักทายด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อ”ไง ไม่ได้เจอกันนานนะ สบายดีไหม”

อิทาจิพูดไม่ออก คิชิโร่ตรงเข้ามาหาร่างที่นอนแน่นิ่งบนเตียง

คัทสึยะมองอยู่ครู่“อาการก็ดีขึ้นนะ รอสักหน่อยได้มั้ยล่ะ กว่าเจ้าชายจะมา เราก็มีเวลาเผ่นเหลือเฝือ”

คิชิโร่เอ่ยลองภูมิเพื่อนซี้“มั่นใจจังเลยนะ”

“ก็แน่ล่ะ ชั้น ทำร่องรอยลวงแล้วนี่นา ฝีมือชั้นยังไม่ขึ้นสนิมนะ”

“ก็ดีไป”คิชิโร่ เข้าไปกุมมือนิ่มของร่างที่ยังไม่ได้สติ “มือนี่อุ่นดีจัง”

คัทสึยะที่ยังทำหน้าตาเหม็นเบื่อเอ่ยลอยๆ”ไอ้โลลิค่อน”

“ชั้นไม่ได้เป็นนะเว้ย!!

คัทสึยะทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วเปลี่ยนประเด็น “เหนื่อยจริงๆ กว่าจะเร่งมาที่นี่”

“ชิ”

 

……..

ซากุระรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาว ที่มีประตูอยู่หลายบาน เธอมองซ้ายแลขวา เพื่อดูว่าที่ๆ ที่เธออยู่คือที่ไหน

“ปล่อยชั้นออกไปที!!!

เสียงแหลมที่คุ้นเคยดังลั่น เสียงนั้นดังมาจากประตูบานตรงหน้าเธอ

เด็กสาวแข็งใจตรงไปเปิด ก็พบเด็กสาวผมดำยาวอบู่ในกรงขัง เธอกำลังพยายามที่จะแหกกรงเหล็กหนา สภาพของเธอไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่คลุ้มคลั่ง

สาวผมดำหยุดการกระทำที่จะแหกกรงแล้วมองผู้มาใหม่

 “เจอกันอีกแล้ว”สาวผมดำแสยะยิ้ม

“ใช่ เธอคือใครกันแน่”

“เนโม่ ชั้นคือจิตใจของเธอ”

ซากุระจึงเปลี่ยนประเด็น”ทำไมเธอถึงโดนขังอยู่ในกรงล่ะ”

“เจ้าคนๆนั้น มันขังชั้น”

“ใคร?”

“เดี๋ยวเธอก็รู้ ฟังสิ คนๆนั้นกำลังเรียกเธออยู่”

เด็กสาวผมชมพูลองเอียงหูฟังบ้าง เสียงเพลงหวานๆนั้น มันคือบทเพลงที่เธอชอบ น่าจะมาบรรเลงโดยเปียโนออร์แกนขนาดใหญ่ที่ถูกใครสักคนบรรเลงกันอย่างเพลิดเพลินจากที่ไหนสักที่

“เพาะจัง”

“ตามหาเค้า แล้วเธอก็จะรู้ทุกอย่าง แต่ระวังเอาไว้ด้วย อย่าไว้ใจใครนะ”

“ขอบใจ ชั้นไปล่ะ”

“อย่าได้ไว้ใจใครเชียว

คำพูดสุดท้ายของสาวผมดำนั้น ทำให้เธอได้คิด ในตอนนี้ ไม่มีใครที่เธอสามารถไว้ใจได้เลย สักคนเดียว

“อือ

ร่างที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับ คิชิโร่ที่ไม่ได้หลับ รีบกุมมือบางไว้

ซากุระลืมตามา ก็พบกับเพดานสีขาวที่แปลกตาและมือขวานั้นรู้สึกอุ่นเสียเหลือเกิน พอหันไป

“พี่

คิชิโร่ทำได้แต่ยิ้ม ความรู้สึกในตอนนี้มันไม่สามารถเอ่ยออกมาได้

ขณะที่ดวงตาสีมรกตนั้นเริ่มมีน้ำตาไหล”พี่คิชิโร่ จริงๆด้วย”

เด็กสาวลุกกอดคอ เจ้าของนามคิชิโร่ ทันที เด็กสาวร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสาร

“อึก หนูไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย”

“ใช่แล้ว คนดี นี่คือความจริง”

ทั้งคู่ผงะกัน คิชิโร่ปาดน้ำตาให้ร่างบาง “โตขึ้นเยอะเลยนะ สวยขึ้นด้วย”

คนถูกชมหน้าขึ้นสี สองแก้มเป็นสีกุหลาบสวย โดยไม่ต้องแต่งแต้ม มันช่างน่ามอง และน่าหลงใหลเสียเหลือเกิน

“แล้วที่นี่คือ”

“โรงพยาบาลจ้ะ ตอนนี้ตัวเล็กของพี่ ปลอดภัยแล้วนะ”

“ลืมพวกเราไปแล้วเหรอ”

คิชิโร่หันขวับใส่ จ้องเพื่อนซี้ตาเขียว

“พี่คัทสึยะ”

“ไง ยัยตัวเล็ก โตขึ้นนะ”

เด็กสาวยิ้มให้ ก่อนจะหันไปหาคิชิโร่ “พี่จะพาหนูกลับโคโนฮะไหม?”

“ไม่แล้ว พี่จะพาเราไปอยู่กับพี่ ดีใจไหม อยู่ด้วยกันสองคน”

คำว่า อยู่ด้วยกันสองคน ทำเอาซากุระ หน้าแดงก่ำ คิดไปไกล แบบนี้หมายความว่า

“พอเลยไอ้โลลิค่อน!

คัทสึยะ เข้ามาดึงเพื่อนซี้ออกมา “ขอพี่ตรวจดูหน่อยนะ ตัวเล็ก”

“ค่ะ”

คัทสึยะ ตรวจชีพจรของเด็กสาว”ปกติดี รู้สึกยังไงบ้าง”

“เฉยๆค่ะ”

“ตาขวาล่ะ”

ซากุระนิ่ง คัทสึยะเอามือปิดตาซ้ายของเด็กสาว “เห็นชัดไหม”

ซากุระมองด้วยตาขวา ก็พบว่ามันยังสามารถเห็นได้ปกติ “ปกติค่ะ”

สี่หนุ่มชะงักกับคำตอบ

อิทาจิอะไรกัน ก็เมื่อคืนโดนแทงตาขวาเลือดทะลักเลยนี่นา...

ซาโซริจึงเข้าไปใกล้พลางชูนิ้วออกมาสองนิ้ว “นี่กี่นิ้ว”

“สองนิ้วน่ะสิ”

หนุ่มผมแดงเปลี่ยนจำนวนเป็นกำหมัด”กี่นิ้ว”

“นายกำหมัด ถามทำไม”

คิชิโร่ขมวดคิ้วนี่เป็นความสามารถของพวกสายเลือดแท้รึ หรือเป็นเพราะว่าแสงนั่นไม่ได้กะจะทำร้ายเธอ แต่ใช้เพื่อสะกดความคลุ้มคลั่งไว้

อิทาจินึกถึงตอนที่เด็กหนุ่มผมชมพูสวมหน้ากากใช้ดาบแสงแทงทะลุอก แต่เด็กสาวกลับไร้บาดแผล พอเดาได้เลยว่า นั่นจะทำให้เธอไม่คลุ้มคลั่งเป็นเนโม่ อีกแน่

ทางที่ดีไม่ควรจะยั่วโมโหหรือทำให้เจ็บตัวน่าจะดีที่สุดแฮะ

คัทสึยะเอามือออกจากตา”หายดีแบบนี้ก็ เดินทางได้แล้วนะ”

“แต่หนูไม่มีชุดอ่ะ”

ติชิโร่ยิ้มยิงฟัน“คนสวย เดี๋ยวพี่จัดให้”

หลังจากที่เด็กสาวฟื้น คิชิโร่ก็เรียกหมอให้มาตรวจ ผลออกมาช่างน่าแปลกใจ ที่เด็กสาวแข็งแรงเป็นปกติทุกอย่าง จึงให้ออกจากโรงพยาบาล

ก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล คิชิโร่ได้เอาเงินจำนวนมหาศาลอุดปากผ..โรงพยาบาลให้ปิดเรื่องของเด็กสาวเอาไว้ สร้างความแปลกใจให้กับซาโซริมาก

ท่าทางจะเป็นคนสำคัญพอดูเลย

คิชิโร่หันไปหาญาติกับเพื่อนผมแดง”เราแยกทางกันตรงนี้น่าจะดีกว่านะ”

ซาโซรินึกสนุก ว่ายัยเด็กตัวเล็กจะมีอะไรพิเศษอีก”ขอร่วมทางไปด้วยไม่ได้รึไง”

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว คัทสึยะเห็นว่าเพื่อนจะจัดการเก็บคนโดยไม่จำเป็น

“ให้สองคนนี้ตามมาก็ไม่เสียหายอะไร ดีเสีย เวลามีอะไรก็ถีบมันเป็นโล่ท่าจะดี อีกอย่าง อิทาจิเองก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ชั้นจะช่วยรักษาให้ ไม่งั้นตานายได้บอดแน่

อิทาจิหัวเราะในลำคอ”สมกับเป็นอัจฉริยะเลยนะ จับไหล่แค่ครั้งเดียว”

คิชิโร่สบถเบาๆ”เดินทางกันซะที”ว่าแล้วก็อุ้มซากุระไว้ในอ้อมแขน

“วางเด็กลงเลย เดี๋ยวเป็นง่อยกันพอดี”คัทสึยะเข้าไปแย่งร่างในอ้อมแขนหากแต่อีกฝ่ายไม่ยอม

“อยากอุ้มนี่นา”

สองยื้อแย่งร่างเล็กกันนาน

“อึดอัด”

 จนนินจาผมแดงต้องร้องห้าม”พอเถอะ เด็กมันจะตายซะก่อน”

คิชิโร่ยอมให้ซากุระเดินไปโดยที่ตนนั้นจูงมือไป

เค้าแทบจะไม่ห่างจากยัยตัวเล็ก จนสร้างความหมั่นตับไตไส้พุงแก่ผู้ร่วมทางที่เหลือ

อิทาจิทำหน้าเอือมระอา ซาโซริอดไม่ได้จึงบ่นเบาๆ”จะตัวติดไปไหนฟะ”

คัทสึยะทำหน้าเหม็นเบื่อ”ไม่ได้เจอกันนาน ยัยเด็กผีพอเรามาหา ก็ถามหาแต่เจ้าบ้านั่น พอเจอเราไม่เห็นดีใจอะไร*U&_*&#_&@

ฮิทาจิกับซาโซริทำตาปริบๆ

ส่วนซากุระที่เดินจูงมือคิชิโร่ เดินนำหน้าอยู่นั้น เธอได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจนและมัน หนวกหูมาก!

“พี่คะ”

“จ๋าจ้ะ”

“อุ้มหนูไปได้ไหม หนูเมื่อยแล้ว”

“ได้จ้ะ”คิชิโร่ก็อุ้มร่างบางในท่าเจ้าหญิง แล้วนำหน้าไปไกลโดยมีเสียงของคัทสึยะดังไล่หลัง

“ไอ้โลลิค่อน!!!

อิทาจิปลง”คัทสึยะ นายหึงเด็กคนนั้นเหรอ”

“ไม่ใช่เว้ย!

ซาโซริถามบ้าง”น้อยใจ?”

“ไม่ใช่เลยเว้ย!!”นินจาแพทย์หนุ่มตวาดลั่น ใบหน้าหล่อคมแดงระเรื่อถึงใบหู

นินจาผมแดงแสนจะหมั่นไส้”นายนี่มันซึนจริงๆ”ยัยเด็กนั่นเสน่ห์แรงดีนะ เราเองก็ชักจะหลงซะแล้วสิ

ความน่ารักที่สดใสราวกับฤดูใบไม้ผลิ

ความเฉิดฉายดุจดั่งดวงตะวัน

ความอารีคือแม่พระ

แต่ภายในนั้นกลับซ่อน

เพลิงนรกอันน่าสะพรึง

จิตสังหารอันบ้าคลั่ง

ทั้งหมดนั่นคือ

ความงามอันบ้าคลั่งที่ทุกสิ่งหลงใหลและมอดไหม้ ทั้งหมดนั่นก็คือเธอ

ฮารุโนะ ซากุระ

ซากุระที่อยู่ในอ้อมอกของคิชิโร่เกิดรู้สึกเสียวสันหลัง พอมองหลังก็ยังไม่มีใครตามมา ก็สบายใจสบายหู เพราะเสียงซุบซิบที่เธอได้ยินอย่างชัดเจน

เด็กสามองดูวิวไปรอบๆที่มีแต่ป่าสองข้างทาง

แต่เดินทางไปไม่เท่าไหร่ ก็มีโจรห้าคนอาวุธครบมือ

หนึ่งในนั้นมองมาที่ร่างผมชมพูอย่างกระลิ้มกระเลี่ย”พี่ชาย แฟนสวยดีนี่ ขอยืมหน่อยสิ”

สายตาของคิชิโร่กลับนิ่งสงบ “ตัวเล็ก อย่ากรี๊ดนะ ขอสิบวิ”ว่าจบ เค้าก็วางเธอลง

“โจรตายไปสักหน่อย คงไม่มีใครสน

เหล่าโจรรู้สึกขนพองสยองเกล้าอย่างประหลาด

lightning

ตูม!!

กระแสสายฟ้าได้เข้ามาเผาร่างของโจรบาปหนาชนิดที่เป็นตอตะโก

ซากุระมองภาพเหตุการณ์นั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่ใช่กลัวจนพูดไม่ออก แต่เพราะเธอรู้ตัวดี ว่าตัวเธอเองนั้นไม่ต่างจากคิชิโร่เลย อาจจะหนักกว่าเพราะเธอมีพลังถึงสามอย่างเลยนี่นา แถมยังจะเคยเกือบฆ่าคนมาแล้ว เธอฆ่าได้แน่ ฆ่าคนได้แน่เธอมั่นใจ ถึงตัวเธอจะไม่อยากฆ่าแต่อีกคนน่ะไม่เลย

“กลัวพี่เหรอ”

“ไม่ได้กลัว หนูต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถาม”

คิชิโร่นึกแปลกใจกับร่างบางตรงหน้า

ซากุระแบสองมือ ไฟสีดำขนาดย่อมก็ปรากฏ “หนูมีพลังแบบนี้ หนูน่ะ อาจจะฆ่าพี่ก็ได้นะคะ”

“แล้วยังไง พี่เองก็มีพลังสายฟ้าอย่างที่เห็น เราไม่ต่างกันหรอก เราอยู่ด้วยกันได้ พี่สัญญา พี่จะปกป้องเราเองนะ พี่ไม่อยากให้มือคู่นี้ต้องมาเปื้อนเลือด พี่เชื่อว่าเราฆ่าคนได้นะแต่พี่ไม่อยากให้เราทำ เราน่ะ ไร้เดียงสาเกินไป”

ซากุระหน้าขึ้นสี ก่อนจะมองไปที่ด้านหลัง”กรี๊ดดดดด!!!!!!!

คิชิโร่หันไปก็ตกใจสุดขีดเช่นกัน!!!

เพราะรังสีอำมหิตอาฆาตที่ตามทั้งคู่มา

ชายหนุ่มไม่รอช้าช้อนร่างบางขึ้นสู่อ้อมแขนแล้วโกยอ้าว

“ไอ้บ้า!!

การเดินทางนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ทั้งหมดเดินทางมาถึงเมืองอามิกิ ที่อยู่ใกล้กับท่าเรืออามิกิ คิชิโร่จัดการเช่าบ้านพักหลังเล็กๆเอาไว้ ก่อนจะพาแม่ตัวเล็กไปซื้อเสื้อผ้าของใช้ให้เด็กสาว

ชายหนุ่มได้ให้เจ้าของร้านนำชุดต่างๆมาให้เด็กสาวและเค้าเลือก

ในขณะที่ซากุระกำลังเอาเสื้อไหมพรมสีขาวแขนยาวมาทาบตัว

“ตัวเล็ก ลองชุดนี้สิ”

เด็กสาวหันไปก็มีสีหน้าปั้นยากเพราะชุดที่อีกฝ่ายถือคือชุดกี่เพ้าแขนกุดฝ่าข้างสีแดงสด แถมเปิดเนินอกนิดๆอีก

ทำเอาหนุ่มผมสีฟางโวย”ไอ้บ้า!!นี่จะเข้าหน้าหนาวแล้วนะเว้ย!! มันโป๊ไป!!

“หนวกหูบ่นเป็นแม่จ๋าไปได้ แบบนี้น่ารักกระชากใจดีออก และชุดนี้ก็เข้ากับตัวเล็กม๊ากมาก”ชายหนุ่มชูชุดอีกชุดที่เลือกไว้ มันคือชุดเดรสเปิดไหล่สีขาว กระโปรงยาวคลุมเข่า

“ไม่ได้!ไม่ได้ ชุดนี้ดีกว่า”ชุดที่คัทสึยะเลือกคือชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นคู่กับกระโปรงเอี๊ยมยีนส์ดูทันสมัย

หนุ่มหัวตั้งหน้าหงิก”แกเป็นอะไรกับเอี๊ยมหนักหนาวะ”

สองหนุ่มยังคงถกเถียงเรื่องชุดของเด็กสาว

อิทาจิและซาโซริ มองสองหนุ่มที่ถกเถียงกันเรื่องชุดของเด็กสาว หนุ่มแดงเหลือบไปเห็น ชุดกระโปรงสไตล์โกธิคโลลิต้าสีขาวดำ ก็นึกในใจว่าหากยัยเด็กหัวชมพูคนนี้ใส่ดู คงจะน่ารักแน่ ไม่สิหัวชมพูๆแบบนี้น่าจะขาวชมพู ไม่ก็ดำแดง พอนึกถึงสีดำและแดง มันทำให้เค้านึกถึงตอนที่ยัยเด็กนี่โดนปีศาจครอบงำ ขนตามตัวเค้ากลับลุกซู่ ด้วยความกลัว

สองหนุ่มถกเถียงกันอยู่นาน ก็สรุปได้ว่า ซื้อมันให้หมดแหละ ทำเอาเจ้าของร้านหน้าบานเพราะสองหนุ่มซื้อเสื้อผ้าให้เด็กสาวเป็นจำนวนมาก

ซากุระได้เลือกชุดๆหนึ่งเปลี่ยนใส่ทันที

เมื่อออกมา จากห้องลองชุด ชุดที่เธอเลือกเป็นชุดเสื้อไหมพรมสีขาวแขนยาว คอกลม เข้าคู่กับเอี๊ยมกางเกงขาสั้นทรงฟักทองสีดำ ดูทันสมัย คู่กับหมวกสีดำทรงฟักทอง และรองเท้าบู๊ทสีเดียวกันเข้สกับถุงเท้ายาวขาวสลับดำ ผมสีชมพูยาวปะบ่าหวีอย่างเรียบร้อย ใบหน้านั้นเจ้าของร้านได้กรุณาแต่งให้แบบอ่อนๆ ดูเก๋ไก๋ น่ารัก

หลังจากนั้นคิชิโร่ก็พาคณะเดินทางไปกินอาหารที่ร้านอาหารเล็กๆที่อยู่นอกเมือง

“ตัวเล็กอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม”

“ก็อยากได้ ของใช้ส่วนตัวอ่ะค่ะ”

คัทสึยะสะดุ้งเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าของใช้ส่วนตัวที่ว่าคืออะไร หน้าขาวๆจึงแดงก่ำ

ระหว่างกินข้าว สี่หนุ่มต่างสังเกตว่าเด็กสาวยังคงกินอาหารได้ตามปกติ ไม่มีท่าทีผิดปกติ

คัทสึยะขมวดคิ้วนิดๆ...ร่างกายดูปกติ สามารถรับสารอาหารได้ดี แต่ดูเหมือนจะมากไปหน่อยแฮะ สำหรับคนธรรมดา...เพราะปริมาณที่เด็กสาวกินไป เธอกินเยอะราวกับคนสามคน  เค้า เคยเห็นผู้มีพลังสายเลือดแท้ก็หลายคน คนเหล่านั้นจะกินอาหารมากเป็นพิเศษเพราะต้องการสารอาหารไปชดเชยกับพลังที่สูญเสียไป ในแต่ละครั้ง บางทีอาจจะเป็นเพราะความต้องการของผู้ใช้พลังแต่ล่ะคนก็ได้

แต่แล้วหลังจากกินอาหารเสร็จก็ต้องเกิดปัญหาขึ้นอีก เมื่อคิชิโร่กับคัทสึยะ ทะเลาะกันเรื่องที่จะไปเป็นเพื่อนเด็กสาวซื้อของใช้ส่วนตัว

อิทาจิกับซาโซริจำต้องอยู่เงียบๆส่วนซากุระทำหน้าเหม็นเบื่อ “งั้นหนูไปกับพี่อิทาจิก็ได้ค่ะ”เพราะเธอไม่อยากกับซาโซริหรอกเลยสักนิด และอิทาจิดูเป็นมิตรกับเธอดี

“ไม่ได้!”สองหนุ่มประสานเสียง

ใบหน้าที่เหม็นเบื่อแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง “ไม่ต้องกลัวหรอก หนูไม่ฆ่าใครแน่ ในตอนนี้นะ”

สี่หนุ่มหน้าซีด คัทสึยะจึงตัดบท “ไปกับพี่แหละ อย่าไปกวนอิทาจิเลย ร่างกายไม่แข็งแรง พวกนาย กลับที่พักไปซะ ชั้นพายัยหนูไปเอง”

หนุ่มผมฟางตรงเข้าไปจับมือลากเด็กสาวไป

คิชิโร่หันมาหาสมาชิกในทีมที่เหลือแต่ก็เห็นแต่อิทาจิ”หลงเสน่ห์ยัยหนูแล้วสินะ ไอ้หัวแดง...

สองหนุ่มสาวเดินทางจนมาถึงร้านสะดวกซื้อ

“จะซื้อก็ซื้อ”

“ไม่ใช่ร้านนี้”

“เอ๊า แล้วอะไรล่ะ ที่ต้องการ”

เด็กสาวเอ่ยเสียงแผ่ว“ชุดชั้นใน”

ใบหน้าของคัทสึยะแดงก่ำ “ไปๆ”

“โธ่ นึกว่าอะไร”ซาโซริเอ่ยด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ

เด็กสาวโวยใส่ “แอบตามมาเหรอ”

“ใช่ ก็แค่อยากรู้ว่าเด็กอย่างเธอจะแผลงฤทธิ์อะไรอีก”

เด็กสาวชักสีหน้า ทำเอาซาโซริผงะเพราะรู้สึกกลัวเด็กคนนี้ขึ้นมา

สำหรับซากุระ รู้สึกไม่ดี เพราะถูกหาว่าเป็นปีศาจ คัทสึยะที่เห็นก็พอเดาได้ จึงเข้าไปจูงมือเด็กสาวให้เดินออกมา “ไปเร็ว อีกเดี๋ยวก็มืด เราจะได้พักนะยัยตัวยุ่ง”

“ค่ะ”

“อย่าไปสนคำพูดคนอื่น เราก็คือตัวเรานะ ยัยหนู”

คำปลอบใจของคัทสึยะทำให้เด็กสาวยิ้มออกมาได้ “ขอบคุณค่ะ”

ซาโซริที่ตามมาห่างๆก็นึกอยากจะตบปากตัวเองแรงๆก็เอาคราวนี้ เพราะดันไปพูดให้ยัยหัวชมพูซึมซะได้

คัทสึยะกับซาโซริได้มารอเด็กสาวที่ร้านขายชุดชั้นในสตรี

หนุ่มผมฟางจัดการขู่ทันที “กลับไปที่พัก แกเตรียมกัดฟันแน่นๆนะพ่อต่อยยับแน่”

พอซื้อชุดชั้นในเสร็จ คัทสึยะก็พาเด็กสาวกลับไปที่บ้านพัก ระหว่างทางก็ได้เห็นการแสดงที่กลุ่มยิปซีกำลังแสดงอยู่ มีผู้คนมากมายที่มาชม

ซากุระจึงชะโงกหน้าเข้าไปดู

แต่คัทสึยะก็พยายามจะดึงเด็กสาวให้ออกมาแต่ ใครบางคนเข้าถึงตัวเจ้าหล่อนเสียก่อน คนๆนั้นเข้าช้อนตัวเด็กสาวให้นั่งบนบ่า “พี่คิชิโร่”

ชายหนุ่มยิ้มให้ ความจริงเค้าสงสัย นึกอยากจะรู้ว่า ของใช้ส่วนตัวที่ว่าคืออะไร ที่แท้ชุดชั้นแต่เจ้าหล่อนเลือกแบบที่ไม่ถูกใจเค้าเอาเสียเลย แต่มันก็คือสิทธิ์ของยัยตัวเล็กล่ะนะ “ดูต่อเถอะ”

เด็กสาวได้เห็นการแสดงชัดขึ้น

....

อีกด้าน

อุจิวะ ซาสึเกะ ยืนอยู่ท่ามกลางกองเลือดสีแดงฉาน และซากงูขาวยักษ์ที่ถูกฟันขาดสองท่อน

“หมดธุระสักที”เด็กหนุ่มสะบัดดาบในมือ ทำให้คราบเลือดที่เปื้อนกระเซ็นไป”ลาก่อน โอโรจิมารุ”

เค้ารีบออกเดินทางโดยรีบไปรวบรวมพวกพ้องที่เค้าได้คัดเลือกเอาไว้

...ต้องรีบแล้ว...แต่ภาพของสาวผมชมพูที่โดนปีศาจครอบงำยังคงติดตา เค้าไม่นึกเลยว่า เธอจะกลายเป็นแบบนี้

กลับมาทางด้านซากุระ ที่คิชิโร่ได้พาอุ้มขึ้นบ่าพาดูละคร ก็ตัดสินใจพานั่งบนบ่ากลับที่พักเลย โดยที่ระหว่างทางไม่มีผู้คน

สำหรับซากุระ เธอรู้สึกคุ้นเคยที่แถบนี้มาก เหมือนเธอเคยมาที่นี่ มาที่นี่กับใครสักคน ใครสักคนที่เธอคุ้นเคย

คิชิโร่ลอบมองคนที่เค้าอุ้มขึ้นบ่า แววตาสีมรกตเริ่มฉายแววว่างเปล่าแลหม่นหมอง จนน่ากลัว

เพียงกระพริบตา แววตาของเธอก็กลับมาสดใส

เมื่อการแสดงจบ ชายหนุ่มต้องรีบพาเธอกลับที่พักโดยเร็ว

หลังจากมื้อเย็น

คิชิโร่ลอบมองแววตาของแม่ตัวเล็กอยู่ตลอดเวลา ...ก็ปกติดีนี่นา...สงสัยเราคิดมากไปเอง...

มื้อเย็นไม่ได้มีบทสนทนามากมายนักเพราะดูเหมือนว่าซากุระจะดูอ่อนล้าจากการเดินทางและร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ เธอผล๊อยหลับอย่างรวดเร็วเธอไม่รู้เลยว่า คัทสึยะลงทุนมานอนเฝ้าหน้าห้องของเธอความปลอดภัย

เด็กสาวหลับใหลด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข เพราะเธอได้ยินเสียงดนตรีที่ดังแว่วมาตามสายลม มันช่างไพเราะและช่วยเยียวยาเธอ ให้ร่างกายได้คลายจากความอ่อนล้า

...

หญิงสาวผมสีเงิน บลังก้ากำลังเฝ้ามอง ร่างสูงสง่าที่เปรียบเสมือนเจ้าชีวิตของเธอกำลังสำราญโดยการเล่นเปียโน ภาพนี้ช่างงดงามเสียเหลือเกิน

ทันทีที่ดนตรีบรรเลงจบ “ข้องใจเรื่องอะไรรึ บลังก้า”

หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ “คือ ดิฉันสงสัย ทำไมท่านถึงใช้ลองกีนุสกับไอรีน...

รอยยิ้มผุดขึ้นบนหน้าอันหล่อเหลา “ไม่จำเป็นต้องรู้”

“แล้วทำไมถึงใช้มันผนึกพลังของเธอล่ะคะ ทำไมไม่ผนึกแค่เนโม่ แบบนี้พลังก็เหลือแค่50%เท่านั้น”

“แค่นั้นก็เพียงพอ เธออยู่ไม่ไกลจากที่นี่แล้ว อีกไม่นาน เราจะได้พบกัน กลับไปทำหน้าที่ของเธอซะ”

บลังก้าโค้งเคารพก่อนจะออกจากห้องไป ร่างสูงสง่าหุบยิ้ม “คนโง่ ยังไงก็โง่อยู่วันยังค่ำจริงๆ”




ชอบก็มาเม้นบ้างนะคะ เดี๋ยวเรื่องอื่นจะทยอยอัพนะคะ ฟิคจะอัพถี่แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า คนอ่านเม้นเยอะแค่ไหนนะคะ ขอบคุณค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #7 Orrataisukjan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:25

    น้องกุจะได้คู่กันใครกันนะ!??

    #7
    0
  2. #3 _Kibz_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:12
    รอค่าาา
    เรื่องนี้ เกะจะได้คู่กับกุปะเนี่ย 555555 สู้ๆนะไรทท
    #3
    0
  3. #2 kanrayakorn46 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:39

    งืออ มาอัพอีกนะคะ≧∇≦

    #2
    0