-THAT SMILE- #ยิ้มหวานของหมอ

ตอนที่ 4 : CHAPTER 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,365 ครั้ง
    11 มิ.ย. 62


 [ 4 ]

 

 

 

หลังจากปล่อยให้เตรียมตัวมาพักใหญ่

ในที่สุด สงครามมันก็เกิดขึ้นจริงๆแล้วครับ – การสอบมิดเทอมนั่นเอง

 

ตอนนี้ผมกำลังพักอ่านหนังสือแล้วมาเล่นมือถือเพื่อผ่อนคลาย

ก่อนจะเห็นไอ้เหี้ยเบอร์ 1 อัพรูปหน้ากวนตีนๆของมัน กับแคปชั่น..

 

 

มิดเทอมมหาโหดโตรมหาประลัย ฆ่านิสิตตายล้างบางทั่วปฐพีหมีหมาหมูปิ้กกาจูยังต้องฮาราคีรี -

 

 

เห็นแล้วมันอดเม้นไม่ได้...

 

'ตัวเหี้ยยังไม่ตายว่ะ กูเห็นมันอัพรูปอยู่'

  

เม้นเสร็จก็รู้สึกหายเหนื่อยหายง่วงขึ้นมานิดหน่อย เพราะได้กวนตีนเพื่อน

พอสไลด์หน้าจอไล่ลงมาเรื่อยๆ ผมก็เจอรูปไอติมแมคนั่มที่มีฉากหลังเป็นหนังสือกับแคปชั่นสั้นๆ

 

 

สอบไปดิ -

 

 

เห็นแล้วหลุดยิ้มเลยครับ -- ยิ้มหวานนั่นเอง...

  

สู้ๆดิ-

 

เม้นเสร็จก็วางมือถือหันไปหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่ใกล้ๆมาดื่มได้นิดหน่อย ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเตือนจากโทรศัพท์ดึงขึ้นมา

 

*กูอยู่บ้านไม่ไหวแล้วไอ้เหี้ย!!

*อ่านไม่เข้าหัวเลย

*ไปหาที่นั่งอ่านไป

*ลากกันไปทั้งฝูงนี่แหละแม่งงง

 

ไอ้คนที่เพิ่งโดนผมด่าในไอจีไปเมื่อกี้แหละครับ แม่งไลน์มา

แม่ง อ่านประโยคแรกกูคิดว่ามึงทะเลาะกับพ่อ...

เอาจริงๆ - วันไหนที่ผมไม่ไปม.นี่ ไลน์ผมเด้งเพราะมันมากกว่ายิ้มหวานอีก

ส่งมากวนเรื่อยๆเป็นระยะๆ

แต่ถ้าเงียบไปก็เป็นอันรู้กันว่าคงไปเข้าฟิตเนสตามเรื่องตามราวของมัน

 

นึกๆดูแล้วที่มันชวนนี่ก็เข้าท่าดีอยู่ ผมเองก็เบื่อๆเหมือนกัน

อ่านหนังสือที่บ้านมันง่วงนะครับ เตียงอยู่ใกล้แค่นี้เอง เผลอแป๊บเดียวก็พุ่งลงไปนอนได้แล้ว

อันตรายโคตร...

 

*เอาดิ

*เดี๋ยวกูไปรับไอ้แว่นเอง

  

ผมเหลือบมองนาฬิกาแล้วสรุปร้านกับเวลาให้มันเสร็จสรรพครับ

  

*4 โมงเจอกัน

  

*อ้าวสัด

*ทำไมร้านนั้น

*ปกติมึงชอบไปสยามกิตต์

 

*ก็มึงบอกจะอยู่ดึก

 

*ตามยิ้มหวานไปก็บอกพ่อหนุ่ม~~

*ไอจีเค้ากูก็ตามเหอะ

*สู้ๆดิ

*ฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิ

 

*สัด

*ใครให้มึงตามไอจีเค้าห้ะะ

 *เหี้ยยยยยยย

 *มึงมันตัวเหี้ย

 

*สี่โมงเจอกันคร้าบบบ

*น้องหมออินละละละเลิ้บบบบ~~~

 

ผมหมดแรงจะต่อปากต่อคำกับมันแล้วครับ -_-

โทรบอกไอ้โคนันเสร็จก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำอีกสักรอบเรียกความสดชื่น

 

ลงไปบอกพ่อกับแม่ พร้อมถามยัยน้องสาวว่าจะเอาขนมอะไรแถวสยามไหมผมจะได้ซื้อมาฝาก แต่คงได้กินพรุ่งนี้เช้า เสร็จภารกิจผมก็ขับรถออกจากบ้าน

 

 

,

 

 

ฝ่ารถติดกับไอ้โคนันกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็มาถึงครับ

ร้านแน่นตามคาดเนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงสอบ แถมร้านนี้ยังเปิด 24 ชั่วโมง

พวกนิสิตเลยชอบมาฝังตัวกันแบบข้ามวันข้ามคืน

แต่โชคดีที่ไอ้ 2 คนนั้นมันมาถึงก่อนแล้วเจอที่นั่งดีๆว่างอยู่พอดี

ผมเข้ามาในร้านปุ๊บก็เห็นพวกมันกำลังยืดคอส่องสาวได้ที่เลย มาถึงก็ยังไม่สนใจหนังสืออะไรกันหรอกครับ ของกินแม่งเต็มโต๊ะ

 

วางของไว้กับพวกมันเสร็จเรียบร้อยผมก็ทำเป็นเดินไปสั่งกาแฟ

...แล้วก็มองหายิ้มหวานไปด้วย

 

บอกแล้วว่าคนๆนี้หาตัวไม่ยาก มองผ่านๆรอบเดียวก็เจอครับ

ผมเห็นเขานั่งอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิมนั่นแหละ

ท่าทางเหมือนติวกันจริงจังมาก หน้าตาเคร่งเครียดสุดๆ

 

แต่ยังก่อนครับ ยังไม่แสดงตัวก่อนว่ามาโผล่ที่นี่ รอจังหวะแป้บนึง

 

ได้กาแฟกับขนมติดมือมานิดหน่อยก็เริ่มกินไปพลางโม้ไปพลางอยู่พักใหญ่ ก่อนจะได้ฤกษ์ติวกัน

โดยคนที่เป็นความหวังของทุกคนคือไอ้แว่นโคนันนั่นเอง

ผมนั่งอยู่ไกลจากมันที่สุดครับ ฟังสิ่งที่มันพูดไปด้วย ทบทวนความรู้ในหัวสมองของตัวเองไปด้วย เจอบางจุดที่ผมทำตกหล่นไปเหมือนกันนะ แล้วบางที่ผมก็ช่วยเสริมให้มัน เหมือนมาแลกเปลี่ยนกันมากกว่า

ออกมาติวกันแบบนี้ในคืนสุดท้ายนี่มันดีกว่านั่งจับเจ่าอยู่ที่บ้านจริงๆนั่นแหละ

 

ผมนั่งฟังไปเรื่อยๆครับ จดเพิ่มเติมบ้างนิดหน่อย

แล้วอยู่ดีๆโทรศัพท์ของผมก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา

 

“ปิดโทรศัพท์ด้วยครับนิสิต~”

 

ไอ้แว่นครับ มันทำเสียงล้อเลียนอาจารย์ท่านนึง คือแกเป็นคนซีเรียสกับเสียงโทรศัพท์มาก

แล้วพวกที่ลืมปิดเสียงก็จะซวยมีคนโทรเข้ามาตอนคาบแกตลอด คาบอื่นก็ไม่มีบ่อยขนาดนี้

ทำเอาอาจารย์แกอารมณ์เสียอยู่ประจำ

 

ผมเงยหน้ามองมัน กดปิดเสียง แล้วยักคิ้วข้างเดียวใส่แม่ง ก่อนจะเช็คมือถือดู

 

*มาได้ไงเนี่ย?????

 

ยิ้มหวานครับ – เห็นกันแล้วแน่ๆ

ผมหันหลังไปทางโต๊ะที่เขานั่งอยู่ ก่อนจะเห็นเจ้าตัวนั่งเท้าคางส่งยิ้มจนตาโค้งมาทางผม

พอสบตากัน เขาก็ยกมือขึ้นมาทักทายกันเบาๆ

 

ผมเองก็โบกมือกลับไปแบบไม่ค่อยรู้ตัว ก่อนจะก้มหน้าตอบไลน์

 

*เห็นแค่หลังยังจำได้?

 

*ใครบอก

*ได้ยินสาวอักษรโต๊ะข้างๆเม้ากันต่างหาก

 

พอเลยหน้าขึ้นมาอีกที ผมก็เห็นว่าเขาชี้นิ้วหัวแม่มือไปทางกลุ่มสาวๆที่นั่งติดกับโต๊ะเค้าพอดีครับ

 

*โดนถ่ายรูปอัพลงโซเชียลเต็มไปหมด

*ยังไม่รู้ตัวอีก

 

เอาจริงๆก็รู้ตัวแหละครับ...

ตอนไปยืนต่อคิวซื้อกาแฟก็รู้อยู่ว่ามีคนแอบถ่ายรูป แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสนะ ถ้าไม่ได้เอาไปทำอะไรไม่ดี

แต่พอเริ่มติวหนังสือ ก็ไม่สนใจใครอีกแล้วครับ (นอกจากจะมีใครบางคนทักไลน์มาแบบตอนนี้)

 

ผมเองก็ไม่รู้จะตอบเขายังไง เลยส่งสติ๊กเกอร์ไอ้ตัวผมทองๆที่มันชอบเก็กหล่อไปให้

แล้วก็เห็นว่าเขาหัวเราะรับ

 

*กลับไปติวไป

*เพื่อนเขม่นแล่ววว

 

อ่านจบปุ๊บก็รู้สึกเลยครับว่ามีอะไรบางอยากฟาดหัวเข้าเต็มๆ น่าจะเป็นชีทหรือสมุดของใครสักคน

แม่ง – โบกกูเฉย.....

หันกลับไปเลยเห็นว่าเป็นไอ้แว่นที่ยืนขึ้นแล้วเอื้อมมือมาฟาดผมจากอีกฝั่งนึงของโต๊ะ

 

“หมั่นไส้ว่ะแม่ง!"

 

ส่วนไอ้เบอร์ 1 กับเบอร์ 2 นี่กำลังยืดคอแอบอ่านไลน์ผมอย่างเอาเป็นเอาตายครับ

แม่ง... บรรพบุรุษมึงเป็นยีราฟเหรอ? ทำคอยาวกันอยู่นั่น!

 

พอมองกลับไปทางด้านหลังอีกที ผมก็เห็นว่าเขากำลังหัวเราะเยาะผมครับ

ตลกใหญ่ละ -_-

เหมือนคนอื่นๆที่โต๊ะเขาจะลุกไปซื้อของกินเพิ่มกันมั้ง

เหลือเขาอยู่ที่โต๊ะกับเพื่อนผู้หญิงที่ผมเห็นว่าอยู่ด้วยกันบ่อยที่สุด สวยเลยแหละ ตัวสูงพอๆกันเลย

คือเขาก็ไม่เตี้ยนะ กะเอาด้วยสายตาผมว่าน่าจะ 175+ แต่ไม่ถึง 180

 

สักพักผมก็เห็นผู้หญิงคนนั้นเอาข้อศอกมาจิ้มยิ้มหวานครับ จิ้มแรงด้วย

จิ้มเสร็จก็ทำท่าจะเอื้อมมือมาแย่งโทรศัพท์เขาไปแบบไม่จริงจังเท่าไหร่ ก่อนจะพูดแซว

อีกคนก็พยายามเถียงกลับซะด้วย แต่ดูยังไงก็แพ้...

 

ผมเห็นแล้วได้แต่ขำ ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไปทางไลน์

 

เพื่อนล้อว่ะ

 

อ่านจบเขาก็มองมาทางนี้พร้อมทำหน้าเคืองใส่

ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงเบาๆดังมาจากทางด้านหลัง

 

“มึงซิ่วเลยมั้ย? ซิ่วไปถาปัตย์วันนี้เลยมั้ยสัดด"

 

“ซิ่วหน้ามึงสิ!”

 

แวะมาด่าพวกมันกลับ ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายเขา

ในที่สุดผมก็ได้หันกลับมาแบบจริงจังสักที

 

ติวต่อแล้วๆ

 

ไลน์บอกกันสั้นๆ และพบว่าเนื้อหาที่พวกมันติวอยู่ก็ไม่ได้ไปไหนไกลจากเดิมแม้แต่น้อย

 

สรุปตอนที่กูหันไปเล่นกับยิ้มหวาน

พวกมึงหยุดติวแล้วเสือกกูอยู่งั้นสินะ?

 

 

,

 

 

ติวต่อกันไปอีกพักใหญ่ครับ มองออกไปข้างนอกอีกทีท้องฟ้าก็มืดแล้ว เลยตัดสินใจพักกันก่อน

ดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่ามันผ่านไปสามชั่วโมงกว่าแล้ว...

 

ไอ้เบอร์ 1 กับไอ้แว่น ลุกไปเข้าห้องน้ำกันครับ ทิ้งผมกับไอ้เบอร์ 2 ให้นั่งอยู่ที่โต๊ะ

ผมหันไปหายิ้มหวานอีกทีก็เห็นว่าเจ้าตัวฟุบลงไปกับโต๊ะเรียบร้อยแล้ว แต่น่าจะยังไม่หลับ

 

เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแกล้ง ผมส่งสติ๊กเกอร์หมีบราวน์นอนอ่านหนังสือไปให้

และนั่นทำให้เขาเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ใกล้ๆแล้วกดอ่านครับ

 

ง่วง~~~

กินป๊อบคอร์นเข้าไป ท้องอืดว่ะ

 

ผมหลุดขำเลย นี่กี่ขวบแล้วเนี่ย?

 

กินกาแฟมั้ย

 

*ไม่อ่ะ

*วันนี้ แก้วละ

 

เห็นเขานอนฟุบหน้าแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มมือถือตอบไลน์ผมครับ ท่าทางจะง่วงจริงๆ

เห็นอย่างนั้นผมก็ส่งสติ๊กเกอร์โอเคกลับไปให้ พอเห็นว่าผมไม่ส่งอะไรตอบกลับไปแล้ว เจ้าตัวก็นอนต่อครับ

 

เขาเลยไม่เห็นว่าตอนนี้ผมลุกขึ้น พร้อมกับหันไปบอกไอ้เบอร์ 2 ว่า

เดี๋ยวกูมา...

 

ผมหายไปประมาณ 5 นาที และกลับมาพร้อมอะไรบางอย่างในมือ

 

พอมองกลับมาก็เห็นว่าไอ้ 2 คนที่ไปห้องน้ำกลับมาแล้ว ตอนนี้เป็นไอ้เบอร์ 2 ที่หายไป

แต่...แทนที่ผมจะเดินกลับโต๊ะตัวเอง ตอนนี้ผมกลับเดินตรงไปยังโต๊ะที่ยิ้มหวานนั่งอยู่

 

เขายังนั่งฟุบหน้าอยู่เหมือนเดิม...

แล้วก็เป็นเพื่อนเขา ที่ตาไวพอจะหันมาเห็นผมตั้งแต่ยังเดินไม่ถึงโต๊ะด้วยซ้ำ

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มมุมปากมาให้ ก่อนจะกลับไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ

 

จนกระทั่งผมเดินมาถึงโต๊ะของเขา

แล้วสะกิดเบาๆให้คนที่ฟุบหน้าอยู่ลุกขึ้นมา รอบนี้เหมือนเจ้าตัวจะหลับไปจริงๆเลย

เขาเงยหน้าขึ้นมา ดึงหูฟังที่ใส่อยู่ออกแล้วมองหน้ากันแบบงงๆ

....ก่อนที่ผมจะวางชอคโกแลตปั่นลงไปตรงหน้าเขา

 

“ไม่อยากกินกาแฟก็กินชอคโกแลตปั่นไปก่อน"

 

เหมือนคนที่ง่วงนอนอยู่จะตาสว่างขึ้นตอนที่ได้ยินผมพูด

ยิ้มหวานชี้แก้วชอคโกแลต แล้วก็วกปลายนิ้วนั้นกลับมาชี้ตัวเอง

เห็นอย่างนั้นผมก็พยักหน้ารับ เพื่อยืนยันให้เขามั่นใจ 

แต่เขาก็ยังนิ่งครับ...

เพิ่งตื่นด้วยมั้งสมองเลยประมวลผลช้า

สุดท้ายผมเลยยกแก้วขึ้นยื่นไปให้ เล็งให้ปลายหลอดอยู่ใกล้ๆริมฝีปากของเขา

คราวนี้ได้ผล  เขายกมือขึ้นมาจับแก้วตรงส่วนปลายที่ผมไม่ได้จับเอาไว้ แล้วก้มหน้าลงมาดูดช็อคโกแลตเข้าไป 1 คำ

ระหว่างนั้นผมก็ยังไม่ได้ปล่อยมือออกมา เพราะไม่แน่ใจว่าเขาถือแก้วเอาไว้แล้ว หรือว่าแค่เอามือมาแตะไว้เฉยๆ

ปล่อยแล้วเกิดคว่ำนี่มีเฮครับ สมุดเล็คเชอร์วางอยู่ตรงหน้าเลย ถัดไปเป็นแม๊คแอร์ลูกรักเค้าล่ะ

 

“จับแก้วดีๆ ระวังหกใส่ของ...”

 

ผมพูดพลางใช้มืออีกข้างนึงที่ว่างอยู่หยิบสมุดขึ้นมาวางหลบไปข้างๆ ถึงจะปล่อยมือออก

 

“ถือได้ๆ - ขอบคุณนะ ^ ^”

 

คนที่ดูเหมือนจะเริ่มตื่นเต็มตาขึ้นมาแล้วตอบผมเบาๆ ก่อนจะรับแก้วไปถือไว้เอง

แล้วเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ผมเต็มๆครับ – ใจเต้นแรงไปอีก...

 

ผมยืนดูเขาจัดโน่นจัดนี่บนโต๊ะให้เข้าที่อยู่สักพัก พอเรียบร้อยผมก็บอกลาเขาสั้นๆ แล้วก็หันหลังเดินกลับมา

แอบยิ้มขำตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนยิ้มหวานพูด แล้วเจ้าตัวก็เถียงกลับไปไม่เต็มเสียง

 

เค้ารู้ด้วยว่ะ ว่ามึงไม่กินวิปครีม จีบมึงแน่ๆ"

 

เงียบน่า!”

 

 

พอเดินกลับมาที่โต๊ะตัวเอง ผมก็รู้ชะตากรรมเลย ว่าไอ้พวกเพื่อนเวรแม่งตั้งท่าจะแซวอยู่แล้ว

ก็ได้แต่ปล่อยให้พวกมันแซวไปครับ นาทีนี้ ไม่เหลืออะไรจะปิดบังแม่งละ

รอให้พวกมันแซวเสร็จผมก็ได้เวลา หยิบสมุดขึ้นมาโบกกบาลให้ไปคนละที

สมน้ำหน้าสัด! อยากมาโบกกูก่อนดีนัก!

 

เล่นกันนิดๆหน่อยๆก็ได้เวลาติวต่อครับ

พวกผมทวนวิชาที่จะสอบพรุ่งนี้เป็นรอบสุดท้าย แล้วก็จัดวิชาของวันถัดไปต่อเลย

สอบ 2 วิชาเช้ายันบ่ายต้องอ่านตุนไว้เยอะๆ

 

พอเป็นวันสอบมันไกลตัวเข้าหน่อยพวกมันก็ชิวกันกว่าเดิม

ตอนนี้ไอ้เบอร์ 2 แม่งก็ไปหลบมุมคุยโทรศัพท์กับแฟนมันแล้วครับ - ดีจริงๆพวกมึง

 

ระหว่างนั้นผมก็หันไปมองยิ้มหวานเรื่อยๆ เหมือนเขาจะฟื้นคืนชีพแล้วนะ

ตอนนี้กลับมานั่งคุยงานกับเพื่อน บรรยากาศดูเหมือนจะประชุมกันอยู่

มองลงไปเห็นชอคโกแลตปั่นที่ผมซื้อให้ก็หมดแก้วเรียบร้อยแล้ว ก็แอบดีใจเบาๆ

นิดนึงก็ขอเหอะ...

 

ปล่อยชิวกันไปเกือบครึ่งชั่วโมง สักพักพวกผมก็กลับมานั่งอ่านกันต่อในสภาพของกินเต็มโต๊ะ แบบอ่านไปกินไป

คราวนี้เน้นอ่านพวกวิชาที่ไม่ได้ลงด้วยกันไปเงียบๆ (แต่เสียงเพลงจากหูฟังไอ้เบอร์1 แม่งดังมากเหมือนอยู่ในผับ) กะว่าอีกสักพักจะแยกย้ายกันกลับบ้านครับ เพราะนี่ก็ห้าทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว เผลอแป๊บเดียวก็จะข้ามวันละ

 

พวกผมก็นั่งอ่านกันไปแบบสงบๆ ดูตั้งใจมากครับ แต่ความจริงคือเริ่มหมดแรงจะกวนตีนกันเอง

จนกระทั่งไอ้เบอร์ 2 มันสะกิดเรียกผม พอหันไปมองก็เห็นว่ายิ้มหวานกำลังโดนเพื่อนลากมาทางนี้

 

คนเดิมเลยครับ ที่สูงๆสวยๆ ผมยาวๆ แต่ตอนนี้รวบผมขึ้นไปมัดเป็นทรงยุ่งๆ

ผมเห็นไอ้เบอร์ 1 แม่งมองเค้าตาค้างไปแล้ว...

 

หมอ!”

 

เรียกทีเดียวหันทั้งโต๊ะครับผม

เล่นเอาเพื่อนยิ้มหวานอึ้งไปเลย -- ผมเองยังแอบขำ

แปลกตรงไหน?

ก็นี่หมอทั้งโต๊ะ! แถมยังเรียกซะเสียงดังขนาดนั้น ทุกหมอก็หันหมดสิครับ

 

“เอ้ย! โทษทีๆ หมอคนนี้ๆ"

 

และแล้วผมเป็นผู้ถูกเลือก...

 

ผมมองยิ้มหวานที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ข้างหลังเพื่อนอีกที แล้วได้แต่สงสัย

ก่อนจะมองกลับมายังผู้หญิงท่าทางเปรี้ยวๆที่ดูเหมือนจะนิสัยห้าวไม่เข้ากับหน้าโคตรๆ แล้วถาม...

 

“มีอะไรเหรอ?”

 

“จะกลับยังอ่ะ?”

 

งงครับบอกเลย... งงแบบตอบคำถามไม่ถูก

อะไรวะเนี่ย?

 

“อีกสักพักมั้ง อืม... ไม่นานหรอก..."

 

“ดีเลย!"

เขาพูดแล้วยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาดีดนิ้วเป๊าะ!

 

"หมอเอามันไปส่งบ้านให้หน่อยดิ"

 

มึงงง~~~~~”

 

อันแรกเพื่อนพูดครับ

ส่วนอันหลังเป็นเจ้าตัวที่ร้องออกมา ก่อนจะพยายามแกะแขนตัวเองออกจากกงเล็บของเพื่อน

กงเล็บจริงๆนะ เล็บยาวโคตรมาก -_-

 

ระหว่างที่ผมกำลังงงอยู่นั้น เพื่อนเขาก็รีบพูดต่อเลยครับ

 

“ก็วันนี้มันไม่ได้เอารถมา เราจะขับไปส่งก็มันก็ไม่ยอมให้ไป บอกว่าบ้านคนละทางกัน ไม่อยากให้ผู้หญิงขับรถไปกลับดึกๆคนเดียว มันเลยจะนั่งแทกซี่กลับ เราฝากมันกลับกับหมอได้ปะ?"

 

ผมนี่อึ้งไปเลย...

 

จริงๆก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ

แต่ตอนนี้ผมกำลังตลกคนที่ยืนทำหน้าจะร้องไห้อยู่ข้างหลังเพื่อน

ส่วนไอ้เพื่อนเชี่ยทั้ง  3 ของผมนี่ก็อึ้งแดกกับเพื่อนยิ้มหวานอยู่

รักชีวิตอย่าคิดเล่นกับสาวถาปัตย์ นะผมว่า

 

“ได้ๆ"

ผมตอบแบบยังไม่หายงงดีครับ แล้วขยับให้ข้างตัวมีที่ว่างมากขึ้น ก่อนอีก 3 คนมันจะขยับตาม

 

คือที่ๆผมนั่งอยู่มันเป็นแบบโซฟาที่โค้งเป็นวงกลม แล้วมีโต๊ะตรงกลาง

นั่งกันแค่ 4 คนเลยใช้พื้นที่กันแบบสบายๆ พอขยับนิดนึงก็นั่งเพิ่มได้อีกคนแบบไม่เบียดอะไร

 

“อ่ะ เชิญนั่งค่ะมึง มีรถกลับบ้านแล้ว โอเคนะ"

 

แล้วเจ้าตัวก็โดนเพื่อนลากมานั่งลงข้างๆผมครับ

ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะฟิน จะงง หรือว่าจะขำดี

แต่ตอนนี้หน้ามุ่ยๆของเขาชวนตลกที่สุด...

 

“กูไปละนะมึง กลับบ้านดีๆ ถึงละไลน์บอกกูด้วย"

 

“กูจะบอกแม่มึงว่ามึงทำกับกูแบบนี้~~”

 

ได้ยินปุ๊บผมก็หลุดขำ – นี่คือโหดที่สุดแล้วใช่มั้ยยิ้มหวาน?

 

“คิดว่ากูสน? บั๊ยย! ไปละ!”

 

หันไปมองข้างๆ ผมก็เห็นยิ้มหวานทำหน้าบึ้งมองตามเพื่อนจนออกจากร้านไป

แต่ถึงหน้าตาจะยับจะยุ่งจนดูไม่ได้ยังไง ในสายตาผม - ผมก็มองเขาได้แบบไม่รู้จักเบื่ออยู่แล้ว

พอมองกลับมาที่ไอ้ 3 คนนี้ ก็ดันรู้สึกได้ถึงความแตกต่างทางทัศนียภาพอย่างชัดเจน

กูพูดจริง...

 

พวกเวรนี่แม่ง ทำสีหน้าล้อเลียนผมรออยู่แล้วครับ

เห็นแล้วทนไม่ไหว จนต้องเขวี้ยงยางลบใส่หน้าไอ้เบอร์ 1 ไปทีนึง ข้อหน้าหน้ามึงอ้อนตีนที่สุด

 

ฆ่าพวกแม่งเสร็จเลยรู้ครับว่าตอนนี้ยิ้มหวานกำลังมองพวกผมแล้วยิ้มมาให้เขินๆนิดหน่อย

 

“อ่านตามสบายเลยนะ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเกรงใจเราด้วย"

 

พูดจบก็ยิ้มหวานแจกให้ทั้งวงเลยครับ

แม่ง! ไม่ต้องทำหน้าเคลิ้มเลยไอ้พวกเหี้ย!

 

ผมยกปากกาขึ้นชีหน้าพวกมันเรียงตัว นั่งจ้องจนแน่ใจว่าแม่งกลับไปจดจ่อกับหนังสือ ชีท มือถือ หรือ เป้ากางเกงตัวเอง คือมึงจะมองอะไรก็มองไป

แต่ห้ามมาเคลิ้มใส่ยิ้มหวานกู!

 

ไม่ทันไรโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่น...

เจ้าตัวหยิบมือถือขึ้นมาแล้วจิ๊ปากทีนึง ผมเดาเอาว่าต้องเป็นเพื่อนคนเมื่อกี้แน่ๆที่ไลน์มา

ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแอบเหลือบสายตาดูนิดหน่อย และพบว่าเป็นไลน์กรุ้ป – รอดตัวไป!

 

ช่วงนี้กำลังศึกษาคู่แข่งอยู่ครับ

ในมหาลัยเรา ผมว่าเขาดังมากๆระดับนึงเลย ดังขนาดนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีคนมาชอบเขาเยอะ

แต่จะมีสักกี่คนที่จีบเขาแบบจริงๆจังๆอย่างที่ผมทำอยู่...

 

ให้เดาเอาเองแบบมั่วๆ ผมว่าต้องเกินสิบอยู่แล้วอ่ะ!

 

คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย โดยที่ปลายสายตาของผมยังคงเห็นคนข้างๆพิมพ์ไลน์ใส่เพื่อนไม่หยุดเหมือนกำลังสู้กันทางตัวหนังสือ แบบไม่มีทางจบง่ายๆแน่นอน เพราะเหมือนจะเถียงกันอยู่ในไลน์กรุ๊ปซะด้วย

ใช้เวลาสักพักกว่าผมจะละความสนใจจากยิ้มหวานได้

 

ผมอ่านหนังสือไปเพลินๆพร้อมเพลงที่ดังออกมาจากหูฟังที่ใส่อยู่ครับ แล้วอยู่ดีๆ ไอโฟนของผมแม่งก็รันมาเจอเพลงโปรดที่สุดในช่วงนี้...

 

เพลงที่ผมอัพไอจีวันที่ยิ้มหวานมานั่งตรงข้ามกันเป็นครั้งแรก...

 

 

มองเธอทีไรสวยจนหัวใจของฉันแทบจะหยุด จนแทบจะละลาย

ฝืนใจตัวเองไม่มองเธอไม่ได้ เหมือนไม่รู้ตัว...

 

 

ผมมองไอ้โทรศัพท์ลูกรักที่ตั้งหน้าจอเป็นโลโก้บาสเก็ตบอลทีมโปรดแล้วแอบนึกชมมันในใจ

...ฉลาดนะมึงไอ้ลูกพ่อ

 


อยากอยู่ในฝันนานนานอีกสักหน่อย 
ใจตอนนี้คงลอยไปอยู่ที่เธอแล้วใช่ไหม ให้ฝืนเท่าไรก็คงไม่ได้
และไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร

นอกจากรักเธอ...

 

 

ฟังเพลงพลาง มองหน้ายิ้มหวานที่ยังคงก้มหน้าก้มตาแชทไลน์ไปด้วยยิ้มไปด้วยทั้งๆที่กำลังสู้กับเพื่อนแบบไม่ยอมแพ้

ก่อนผมจะสะดุ้งเพราะอะไรบางอย่างลอยมากระแทกสันจมูกเข้าอย่างจัง

 

พอสิ่งนั้นตกลงตรงหน้าผมเลยรู้ว่ามันคือยางลบก้อนที่ผมเขวี้ยงใส่เพื่อนไปเมื่อกี้

เงยหน้าไปมองคนที่จงใจประทุษร้ายกันเลยเห็นว่ามันนั่งเบะปากใส่ผมอยู่ด้วยความหมั่นไส้ถึงขีดสุด

ผมยักไหล่ให้มันแบบจงใจกวนตีน ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป

 

เวลาผ่านไปสักพักก่อนที่ผมจะขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง เบาะนุ่มให้ตายยังไง แต่นั่งนานๆมันก็เมื่อยครับ

ขยับตัวได้นิดนึงก็รู้สึกเหมือนแขนไปปัดโดนอะไรบางอย่าง จนมันตกตุ้บลงไปบนเก้าอี้

ทั้งผมและยิ้มหวานหันมามองไอ้ของชิ้นนั้นพร้อมกัน ก่อนจะเห็นว่ามันคือกระเป๋าสตางค์ของผมนั่นเอง

 

ผมหยิบไอ้กระเป๋าเจ้าปัญหาที่เคยสลับกับคนข้างๆไปแล้วรอบนึงขึ้นมา

ยังไม่เข็ดครับ -- คงอยากให้มันก่อเรื่องให้อีกสักรอบสองรอบล่ะมั้ง

ผมเลยยื่นมันไปให้เขาแล้วบอกเขาเบาๆ

 

“ฝากหน่อยดิ ไม่ได้เอากระเป๋าลงมา"

 

ไม่ได้โกหกนะเว้ย!

ผมเป็นงี้มาตั้งนานแล้วเหอะ ถ้าเอารถมา เวลาไปไหนผมจะไม่ค่อยชอบถือกระเป๋าครับ ทิ้งไว้ในรถหมดอ่ะ

ส่วนพวกของที่ต้องเอาลงมา เช่นกระเป๋าสตางค์ โทรศัพมท์มือถือนี่จะยัดทั้งหมดไว้ในกระเป๋ากางเกงพวกชีทกับกระเป๋าดินสอก็ถือมาแบบเปล่าๆนั่นแหละ สะดวกดี

 

ได้ยินผมบอกอย่างนั้นเขาก็ยิ้มรับ

ก่อนจะรับกระเป๋าผมไปหย่อนใส่กระเป๋าแพงๆใบโคตรใหญ่ที่เจ้าตัวสะพายมาแล้วกลับไปสู้กับเพื่อนทางไลน์ต่อด้วยความมุ่งมั่น

 

“หิวป่ะ?”

 

พอเริ่มรู้จักกันแบบนี้ เวลาที่เขามาอยู่ใกล้ๆ ผมจะทนไม่ไหวว่ะ

เหมือนอยากเข้าไปยุ่งอยากเข้าไปคุยด้วยตลอดเลย

จริงๆแล้วก็แอบเป็นห่วงด้วยแหละ เห็นนั่งอยู่ตั้งแต่ผมมา ไม่ค่อยจะลุกหายไปไหนนานๆ

เลยไม่รู้ว่ากินข้าวรึยัง

 

“ไม่หิวอ่ะ...”

 

“แล้วกินรึข้าวยัง?”

 

“ยังเลย”

 

พอได้ยินเขาตอบแบบนั้น ผมก็ดูกองของกินที่ไอ้พวกนี้มันซื้อมากันเยอะแยะ

ก่อนจะพบว่า – แม่งกินหมดไม่มีเหลือ -_-

 

ตอนนี้บนโต๊ะมีแค่ป๊อบคอร์นเป็นถังๆ ที่วางให้พวกมันล้วงมือลงไปโกยขึ้นมากิน

พอหันกลับมาก็เห็นว่าเขาส่งสายตาให้ผมอย่างรู้ทัน

 

“ไม่เอานะ"

 

อ๋อ ลืมไปว่าเจ้าตัวบ่นท้องอืดเพราะกินป๊อบคอร์นอยู่เมื่อตอนเย็น

 

“นั่งรอเบื่อป่ะ?”

 

“ไม่เบื่อ – ถ้าเบื่อเดี๋ยวเล่นเกม"

 

เหมือนจะกลัวผมไม่เชื่อครับ เขาเลยกดเปิดเกม แล้วชูหน้าจอให้ผมดู

มันเป็นเกมที่ต้องเลื่อนบล๊อกไม้ที่มันอยู่ในสุดให้ออกตรงช่องที่เค้ากำหนดให้ได้

 

“อ่านต่อดิๆ"

 

มีการเอาข้อศอกที่อยู่ใกล้แขนผมมาสะกิดให้กลับไปอ่านหนังสือต่อด้วย

 

“โอเคๆ จะจบบทแล้ว แป๊บนึง"

 

ได้ยินอย่างนั้นเขาก็พยักหน้า แล้วส่งยิ้มให้ผมพร้อมบอกกันเบาๆ

 

“สู้ๆ"

 

มาบอกกันใกล้ขนาดนี้

ผมนี่อ่านยันเช้าได้แบบไม่ต้องแตะเอ็มร้อยสักขวดอ่ะบอกเลย -_-

 

 

- - - - - - - -

 

 

หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงพวกผมก็ออกจากร้านกัน

ไอ้โคนันที่ตอนเย็นมากับผมนี่ ไวมาก มึงโดดขึ้นรถไอ้เบอร์ 1 ก่อนเจ้าของรถอีก

เป็นอันรู้กันว่ามันปล่อยให้ผมกับคนข้างๆได้ไปด้วยกันแบบสองต่อสอง

(คือต่อให้มันอยากจะมากับผม -- คิดว่าผมจะยอมให้แม่งขึ้นรถไหมล่ะ?)

 

พอขึ้นรถมาเจ้าตัวก็รีบหยิบกระเป๋าสตางค์มาคืนผมก่อนเลยครับ กลัวติดกระเป๋าไปอีก

พรุ่งนี้ผมสอบ ส่วนเขาก็มีพรีเซนต์ ไม่ตลกแน่ๆ ถ้าใครสักคนต้องขับรถวนไปวนมาระหว่าง 2 คณะ ซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้กันสักนิด

 

พอเจอกระเป๋าสตางค์ที่คาดว่าน่าจะเป็นของผม เขาก็หันมาถามกัน

 

“ขอเปิดนะ จะดูว่าของใคร"

 

“อือๆ เปิดเลยๆ"

ผมตอบออกมา ระหว่างที่กำลังเอี้ยวตัวหันไปมองด้านหลังเพื่อถอยรถออกจากช่องที่จอดอยู่

 

“ถูกละ เราวางไว้นี่นะ"

 

เขาพูดพลางวางกระเป๋าสตางค์ผมไว้บนกระเป๋าถือแบนๆที่ผมเพิ่งเคยกองเอาไว้บนที่นั่งข้างคนขับ

แล้วตอนนี้มากองอยู่ตรงที่ว่างระหว่าง 2 เบาะแทน

 

“ใส่ลงไปในกระเป๋าให้ด้วยดิ"

 

ผมพูดออกมา แล้วหลุดยิ้มโดยไม่หันไปมองเขา ก็ขับรถอยู่ต้องมองถนนไหมล่ะ?

แต่ปลายสายตาก็เห็นตลอดว่ามียิ้มหวานยุกยิกๆอยู่ใกล้ๆ

 

“ไม่หิวแน่นะ"

 

“อืม”

 

“ข้างหน้ามีเซเว่น ไม่แวะนะ?”

 

“อื้อออ ตกลงใครหิวกันแน่เนี่ย?"

 

ได้ยินเขาพูดอย่างนั้นผมก็หัวเราะรับ แล้วรีบปฏิเสธ

 

“ไม่หิว ก็เห็นบ่นว่ายังไม่ได้กินอะไรเลยถาม"

 

“อืม เราไม่หิวจริงๆ"

 

เขาตอบกลับมา พร้อมกับที่ผมจอดรถเพราะติดไฟแดง แล้วหันมาถามเขา พร้อมรอยยิ้มมุมปาก

 

“ว่าแต่ -- บ้านอยู่ไหนเนี่ย?”

 

“เออ ลืมบอกเลย~”

 

เดี๋ยวก็พากลับบ้านซะนี่...

อย่าคิดว่าผมจะพูดออกไปครับ – ไม่มีทาง

 

ผมฟังเขาอธิบายทางไปบ้านคร่าวๆ แล้วก็ขับไปตามทางเรื่อยๆ

ดึกๆนี่สบายมาก รถไม่คอยติดเท่าไหร่

 

“ง่วงป่ะ?”

 

เขาถามผมขึ้นมาหลังจากเรานั่งเงียบๆกันไปสักพักครับ

เงียบจริงๆ ไม่รู้ทำไมไม่เปิดเพลงกัน -_-

 

“ไม่นะ ปกติป่านนี้ก็ยังไม่นอน"

 

“เที่ยวอยู่”

 

“รู้อีก"

 

แล้วเขาก็หัวเราะออกมา จนผมต้องรีบแก้ตัว

เห้ย – นี่มองผมเป็นคนแบบไหนวะเนี่ย?

 

“ไม่ได้เที่ยวบ่อยขนาดนั้นเหอะ"

 

“เหรอ....”

 

"ไม่เชื่ออีก"

 

“เปล๊า~~”

 

ปฏิเสธแต่เสียงสูงครับ – แสงไฟจากข้างทางที่ส่องเข้ามาทำให้ผมเห็นว่า คนที่กำลังหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาจากกระเป๋า กำลังอมยิ้มอยู่

 

มีความสุขจังว่ะ...

 

“เบื่อป่ะ? เปิดเพลงได้นะ"

 

“งั้นเปิดนะ"

 

บอกผมเสร็จเขาก็กดเปิดเครื่องเสียง แล้วถามผมต่อ

 

“เอาแผ่นไหนอ่ะ?”

 

“ตามใจเลย"

 

พอเปิดมาแผ่นแรกเป็นเพลงไทยแบบที่ได้ยินทั่วๆไปในวิทยุ เขาเลยไม่กดเปลี่ยนไปไหน

แต่ปรับลดเสียงให้เบาลงนิดนึง พร้อมกับที่ผมติดไฟแดงอีกรอบ

 

แล้วอยู่ดีๆในใจผมก็คิดไปถึงคำพูดของเพื่อนเขาที่ได้ยินที่ร้าน

ก่อนในใจจะนึกอยากถามขึ้นมา

 

“นี่...”

 

เพราะผมเริ่มพูดออกมาเบาๆ คนที่นั่งเปิดอินสตาแกรมดูรูปไปเรื่อยๆเลยหันมามองหน้ากัน

แล้วถามด้วยเสียงเบาๆในคอ

 

“หื้อ?”

 

 

“โดนจีบอยู่ รู้ตัวใช่ปะ?”

 

 

ในช่วงที่ยังมีโอกาสเพราะรถติดไฟแดงอยู่

ผมพยายามมองสีหน้าของเขาอย่างละเอียด โดยมีไฟข้างทางเป็นตัวช่วย

ก่อนจะเห็นว่าเขาเม้มปากเข้า เหมือนจะเขิน เหลือบตามองมาทางผมนิดหน่อย ก่อนจะหลบสายตาไปทางอื่นแล้วมองกลับมาอีกครั้ง ริมฝีปากคู่นั้นขยับออก เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็หยุดไว้

 

...แล้วไฟเขียวแม่งก็มาทำลายทุกอย่าง

ผมต้องขับรถออกไปอีกครั้ง อย่างไม่มีทางเลือก

 

ความเงียบก่อตัวขึ้นมาชวนให้ผมหายใจไม่ทั่วท้องในช่วงเวลาที่แทรคในซีดีกำลังเปลี่ยนจากเพลงหนึ่ง ไปอีกเพลงหนึ่ง

 

และแล้วผมก็ได้ยินเสียงของเขาพูดออกมาแผ่วเบา

 

 

“รู้ดิ -- ไม่รู้ได้ไง"

 

 

 

tbc.

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.365K ครั้ง

3,197 ความคิดเห็น

  1. #3196 aunlovelyday45 (@aunlovelyday45) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 10:58
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png เขินหนักมากกก
    #3196
    0
  2. #3177 202950210 (@202950210) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 13:41
    โอ้ยย เขินมากแม่!
    #3177
    0
  3. #3170 คนที่ 12 นาฬิกา (@aimoat2548) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:14
    จิกไปสิมือนะ!!!
    #3170
    0
  4. #3141 Alice J (@alicej) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 11:45
    โอ้ยยยยยยย เขินมาก เขินตัวบิดเลย เขินจนสมองจะระเบิด ฮืออออ
    #3141
    0
  5. #3134 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 12:47
    น่ารักกกก
    #3134
    0
  6. #3130 psk9393 (@psk9393) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 06:55
    เขินมาก ไม่ไหวแล้ว
    #3130
    0
  7. #3127 ISixG2 (@92341453678999) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:13
    ว้ากกกกกกกกก !!!!!!!

    /ทุบโต๊ะ
    #3127
    0
  8. #3121 nam_porthip (@nam_porthip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 07:25
    อ๊ากกกกกกกกกกกก
    #3121
    0
  9. #3114 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 02:01
    เขินนนนนน
    #3114
    0
  10. #3111 tarun_ (@tarun_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:15
    น่ารักกกก เขินไม่ไหววว
    #3111
    0
  11. #3102 *AprIL* (@aprilrain) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 23:38
    โอ่ย คืออ่านไปยิ้มไปทั้งตอนอ่ะเอาจริง คือมันกร๊าวใจมากข่าาา
    #3102
    0
  12. #3058 PR4EW (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:43
    อ้ากกกก เขินนนนนนอนอนอนิน เขินมากค่ะ ฮือออ หากนนด
    #3058
    0
  13. #3057 PR4EW (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:36
    ยิ้มหวานคือน่ารักจริงๆค่ะ แงงงงงงงงงงงงงง คนอะไรทำไมน่ารักกกก
    #3057
    0
  14. #3029 t0840988874 (@t0840988874) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 17:55
    ปัจจุบันยังไม่รู้เลยว่าพระเอกกุชื่อไรร
    #3029
    0
  15. #3002 View_Aranya (@View_Aranya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 05:09
    จะไม่เรียกชื่อกันเลยหรอ ทั้งเรื่องไม่รู้ใครชื่ออะไร 55555
    #3002
    0
  16. #2979 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 18:52
    รู้กันๆ
    #2979
    0
  17. #2954 itimcone1230 (@itimcone1230) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 23:30
    อรั้ยยย
    #2954
    0
  18. #2940 SMACHA10 (@SBOW10) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 21:28
    เขินเลย ตัวบิดเป็นแรกแปดแล้วค่าาาทท
    #2940
    0
  19. #2932 PNM_มมม (@panimew04) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 18:00
    อ๋อยยย น่ารักกกกกกกกก เราตามมาจากเรื่อง เราจะจีบเฮีย คือดีมากกกกก เรื่องนี้ก็น่ารักไม่แพ้กันเลย ฮรือออออ
    #2932
    0
  20. #2929 deemag2524 (@deemag2524) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 14:18
    😋😋😋ผู้ชายอบอุ่น
    #2929
    0
  21. #2923 I'm kan. (@kanyakorn1409) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 16:04
    โว้ยยย โคตระน่ารักอ่ะ ฮื้อออ
    #2923
    0
  22. #2920 Rainy❤ (@Rainy1224) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 09:40
    โอ้ยไม่ไหวแล้ววววว
    #2920
    0
  23. #2912 HoneyBabby (@honeybeebeezy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 00:22
    าหกนปยไยยกยหวไวใปใใหบผบผงฟหงงปวเนจวหวห้เงกตพ_ยยวปวไป
    #2912
    0
  24. #2908 jonginshi88 (@jonginshi88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 17:44
    ขอใช้คำหยาบคอมเม้นหน่อยค่ะ.. น่ารักเ-้ยๆอ้ะะะะะะโอ้ยยยนน ทั้งหมอ ทั้งเด็กหมออออ ฮือออออ กุมใจ
    #2908
    0
  25. #2900 qupidys (@qupidzaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:58
    เขินจะตายแหล่ววววววว
    #2900
    0