-THAT SMILE- #ยิ้มหวานของหมอ

ตอนที่ 23 : CHAPTER 21 [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 603 ครั้ง
    30 ม.ค. 59



- 21 - 


ยิ้มหวานไปญี่ปุ่นได้ 5 วันแล้วครับ

ถามว่าผมเหงามั้ย มันก็ไม่ถึงกับเหงาซะทีเดียวนะ แต่รู้สึกเหมือนชีวิตในแต่ละวันมีสีสันน้อยลง มันไม่สนุกเท่าเดิมเพราะขาดคนมาคอยชวนเล่นโน่นเล่นนี่

ห้าวันที่ผ่านมาผมโดนไอ้พวกนี้ลากไปเมามาแล้วสองครั้ง หนึ่งในนั้นผมต้องเลี้ยงตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าถ้าจีบยิ้มหวานติดผมจะเลี้ยงเหล้าพวกมัน ส่วนอีกวันโดนลากออกไปเฉยๆ แบบไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ก็ไม่มีกิจกรรมอะไรแปลกใหม่มากไปกว่าการตื่นเช้า ใส่หูฟังเปิดเพลงดังๆ ขึ้นบีทีเอสไปเรียน กลับบ้านนอน และรอข้อความที่อีกฝ่ายจะส่งมาบ้างทางไลน์ ถ้าเจอสัญญาณไวไฟ ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งที่เขาส่งมามักจะเป็นรูปถ่าย รูปเจ้าตัวบ้าง ของกินบ้าง พร้อมกับคำบรรยายสั้นๆ

เลิกเรียนเเสร็จพวกผมก็แวะไปกินส้มตำแถวราชเทวีก่อนจะก็มารวมตัวกันที่บ้านไอ้เบอร์สอง เพื่อจะติวหนังสือเพราะพรุ่งนี้มีสอบย่อย คำว่า 'สอบย่อย' ฟังดูดีโคตรครับ แต่สอบก็คือสอบ จะใหญ่หรือย่อยแม่งก็สอบปะวะ
...แค่คิดก็อยากจะแกล้งตาย

พวกผมหยุดพักกันตอน 3 ทุ่ม และไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งพักแบบเปื่อยๆ กันอยู่ในห้อง มีแค่ไอ้เบอร์สองที่ออกไปโทรหาแฟนมันเหมือนทุกที

เพราะไม่มีอะไรจะทำ ผมเลยหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าแชทที่ผมคุยกับยิ้มหวานเอาไว้  ไล่ดูเห็นรูปภาพมากมายที่เขาส่งมาตั้งแต่วันแรกแล้วก็ต้องหลุดขำออกมาตอนที่เจ้าตัวส่งรูปอูนิมาให้ผมแล้วพิมพ์ตามมาว่า

*จู๋หอยเม่นของหมอไง

ผมนั่งดูไปเรื่อยๆ จนถึงรูปล่าสุดที่เป็นป้ายหน้าช็อปไนกี้ พร้อมข้อความที่พิมพ์มาว่า

*ช็อปที่สาม
*ยังคงไม่มี
*มันมีแต่ไซส์เราว่ะ
*น่าซื้อไปใส่ให้หมออิจฉาเนอะ
*แล้ววันต่อมาหมอก็เอารองเท้าเราไปใส่ดินละปลูกต้นไม้เลย
*5555


พอจะเข้าใจอยู่หรอกครับ เพราะรุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่
ผมไปถามตามช็อปแถวสยามกี่ที่ก็หมดตลอด ซื้อไม่เคยทันคนอื่น -_-

*555 ต๊องว่ะยิ้ม
*ไม่เจอก็ไม่เป็นไร เรารอซื้อที่ไทยก็ได้
*เที่ยวให้สนุก


นี่คือข้อความล่าสุดที่เราคุยกัน หลังจากนั้นเขาก็หายไปเลยตลอดช่วงบ่าย
พอไม่มีอะไรจะทำต่อผมก็กดล็อกหน้าจอมือถือ
กำลังจะโยนมันกลับลงไปในกระเป๋าแล้วครับ ถ้าข้อความของเขาไม่เด้งขึ้นมาก่อน เกือบไปแล้วเหอะ ผมปิดเสียงมือถือไว้ด้วย ถ้าทักมาหลังจากนี้แป๊บนึงก็ไม่ได้คุยกันละ

*ก๊อกๆๆ
*นอนยัง?
*อ่านหนังสือเปล่า?

*อ่านอยู่
*ที่นั่นห้าทุ่มละปะ
*กลับโรงแรมยัง?


*แล้ว ^ ^


สิ่งที่ตามมาหลังข้อความคือรูปของเขาที่เอาผ้าห่มปิดหน้าไว้ครึ่งนึงและกำลังนอนอยู่บนเตียงครับ
เห็นอย่างนั้นผมเลยตอบกลับไป


*ไปนอนไป
*เที่ยวมาทั้งวัน


*ไล่ว่ะ
*แป๊บดิ มีเรื่องจะถาม
*พรุ่งนี้ดึกๆ ว่างเปล่า

*ไม่ได้ไล่ ทำไมอะ?
*ว่างกับบางเรื่อง
*กับบางเรื่องก็ไม่ว่าง


*กวนตีนนะน้อง
*ไม่ว่างใช่มั้ย
*พี่จะให้มารับที่สนามบินอ่ะ
*ไม่มาเนอะ
*บ๊ายบาย ฝันดี

*ยิ้ม!!!

*อย่ากวนดิ
*ง่วงอ่ะ จะนอน

*แฟนเว้ยยย
*กลับมาก่อน
*แลนดิ้งกี่โมง?


*55555555
*สี่ทุ่มครึ่ง
*ตกลงว่างใช่ปะ?

*จะขับรถออกไปรอตั้งแต่ตอนนี้แล้วเนี่ย

*เกินไปเหอะ!
*ไปอ่านหนังสือไป
*เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันละ



ผมยังไม่ทันจะได้คุยกับยิ้มหวานจนจบ อยู่ดีๆ ก็มียางลบลอยมาจากอีกฝั่งนึงของห้อง เห็นตัวหนังสือที่เขียนเป็นชื่ออยู่บนนั้นก็พบว่ามันเป็นของไอ้เบอร์สอง คือพวกผมใช้ยางลบยี่ห้อเดียวกัน วันก่อนแม่งสลับกันมั่วชิบหาย

ชิบหายกว่าตรงที่ทุกคนยืนยันว่าของตัวเองคืออันที่ใหม่ที่สุด และไม่มีใครอยากได้อันที่เหลืออยู่ครึ่งก้อนเลย คือมึงเถียงกันเรื่องยางลบจริงจังเป็นสิบนาที ก่อนจะแก้ปัญหาด้วยการจับสลากแจกยางลบกันใหม่ และเขียนชื่อลงไปบนก้อนของตัวเองเป็นสักขีพยาน

และแน่นอนครับ ที่ทุกคนกำลังรับรู้กันอยู่นี่
คือเรื่องราวของนักศึกษาแพทย์ปี 2 นั่นเอง...

ผมมองตรงไปยังทิศทางที่ยางลบลอยมา พอเห็นว่าพวกมันสามคนกำลังมองมาทางนี้แล้วทำหน้ากวนตีนมาให้กัน ผมก็ถามออกมา

“มองหน้ากูทำไม?”

“ไหน...ใครมองหน้าครับ กูมองตีน"

ไอ้เบอร์หนึ่งตอบออกมาก่อน โดยมีไอ้โคนันตบท้ายอย่างสร้างสรรค์

“มันบอกว่ามึงหน้าส้นตีน...”

ขอบคุณสำหรับความสามัคคี...


- - - -


เย็นวันต่อมา ผมเลิกเรียนตอน 4 โมงตามเวลาปกติ และขึ้นบีทีเอสกลับบ้านทันที จนถึงกับโดนแม่ทักว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่เห็นลูกชายกับพระอาทิตย์พร้อมๆ กัน และทันทีที่ผมบอกกันว่าเดี๋ยวคืนนี้จะออกไปนอนบ้านเพื่อน ก็ยังไม่วายโดนคุณคนสวยบ่นกลับมาแบบขำๆ

หลังจากจัดการมื้อเย็นแบบครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งสี่คนเสร็จเรียบร้อย ผมก็ขึ้นมาบนห้องนอน นั่งอ่านหนังสือทบทวนสิ่งที่เรียนมาอยู่ในห้อง รอสักพักจนกระทั่งใกล้เวลาที่จะออกจากบ้าน ผมก็อาบน้ำใส่เสื้อบาสที่ได้มาตอนแข่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ก่อนจะเก็บชุดสำหรับใส่ไปเรียนพรุ่งนี้ใส่กระเป๋า

เตรียมพร้อมจะไปนอนคอนโดเขาเรียบร้อยแล้วครับ เจ้าของห้องยังไม่ชวนเลยสักคำ
หมอไงจะใครล่ะ -_-

จนกระทั่งเกือบๆ สามทุ่ม ผมหยิบแจ็คเก็ตขึ้นมาใส่ ถือเป้ใบนึงขับรถออกจากบ้านแล้วตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิทันที
พอรู้ตัวว่าไปถึงก่อนเวลาประมาณนึง ผมก็เลยไปนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟแล้วไลน์ไปบอกคนที่ผมรออยู่ว่าผมมาถึงแล้ว เปิดมือถือเมื่อไหร่ก็ติดต่อกันได้เลย

ผมนั่งใส่หูฟังกลบเสียงวุ่นวานจากรอบข้าง ก่อนจะอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ สักพักก็มีข้อความเข้ามาครับ

*ถึงแล้ว ^^

เขาพิมพ์มาแค่นั้น ก่อนจะตามมาด้วยรูปภาพของหมายเลขประตูที่เจ้าตัวยืนอยู่

เห็นอย่างนั้นผมก็ลุกขึ้น เก็บของใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านไปโดยที่ติดมอคค่าเย็นในมือไปด้วย ตอนที่เดินไปมันก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่พอสังเกตเห็นว่าเขาอยู่ตรงไหนเท่านั้นแหละ ผมนี่ตัวแข็งเหมือนอยู่ๆ ก็โดยจับเข้าตู้แช่เซเว่นไปซะอย่างนั้น

ยิ้มหวานอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ แค่เดินไปอีกไม่ถึงสิบก้าวเท่านั้น เราก็จะได้เจอกัน...
ดูเหมือนจะโรแมนติก เหมือนฉากในหนังฝรั่งใช่ปะล่ะ?

แต่ความจริงคือเขาไม่ได้อยู่คนเดียว... รอบตัวเขามาทั้งพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาและใครก็ไม่รู้หมดห้อมล้อมอยู่เต็มไปหมด เอาจริงๆ เห็นแว้บแรกผมถึงกับหยุดเดินไปโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเดินเข้าห้องปกครองคงจะเป็นอย่างนี้แหละมั้ง...

ผมยืนถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าจะเข้าไปเลยดีไหมหรือจะนั่งรอเขาตรงนี้แล้วบอกว่ามาถึงแล้วดี
ระหว่างที่ความคิดกำลังตีกันวุ่นวายอยู่นั้น ผมก็ก้าวเท้าไปข้าวหน้าเพื่อจะเดินต่อไป แต่พอคิดว่าอย่าเข้าไปเลย ผมก็ก้าวถอยหลัง ถอยไปถอยมาอยู่สักพัก รู้ตัวอีกทีก็อยากขอเพลงสุนทราภรณ์เบาๆ ซะหน่อย จะได้รู้สึกเหมือนกำลังเต้นลีลาศกลางสนามบิน หนึ่ง สอง สาม สี่~ไอ้สัด! ตลกพอยัง?

แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ คนที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็หันมาทางนี้แล้วโบกมือมาให้กัน จนผมได้แต่อุทาน 'ชิบหาย...' ในใจ
ไม่ต้องคิดแล้วครับ ไม่ต้องเต้นลีลาศแล้วด้วย ทักกันขนาดนี้ก็ต้องบุกแล้วปะวะ!

ผมรู้ตัวเองว่ากำลังยิ้มเด๋อๆ แล้วก็เดินตรงไปหาเขา ก่อนจะยกมือไหว้พ่อแม่และญาติๆ ของเขาทุกคน ยิ้มหวานหน้าเหมือนพ่อนะ แต่รอยยิ้มกว้างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวกลับได้รับมาจากแม่ เขามีพี่สาวตัวเล็กๆ ที่หน้าคล้ายกันแถมยังน่ารักอยู่พอตัวอีกต่างหาก

ระหว่างที่ผมกำลังเงียบอยู่นี่ คนตรงหน้าก็หันไปพูดกับพ่อแม่เพื่อแนะนำผมให้ทุกคนรู้จักแบบสั้นๆ สั้นมาก....

“นี่ไงเพื่อนที่บอกว่าจะมารับ"

พอพูดออกไปอย่างนั้นผมก็ได้ยินแม่เขาบ่นใส่เจ้าตัวว่าให้เพื่อนขับรถมารับดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ได้ไง ก่อนจะได้ยินเจ้าตัวตอบกลับไปว่าเพื่อนน่าจะนอนที่คอนโด แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ออกไปเรียนด้วยกัน
ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ผมก็ต้องกลับมาทำหน้ากลั้นฟินอีกครั้ง...
ฉลาดจังเลยแฟน!

หลังจากนั้นไม่นานผมก็ต้องรับหน้าที่เฝ้ากระเป๋าใบใหญ่ของยิ้มหวาน และให้เจ้าตัวเดินไปส่งพ่อแม่และญาติๆ ขึ้นรถแวนที่มารอรับอยู่
สักพักเขาก็เดินกลับมา และลากใบใหญ่กับถุงช้อปปิ้งสามใบโตๆ ที่วางอยู่บนกระเป๋ากลับไปถือเอง ก่อนจะหันมายิ้มให้กันจนตาโค้งเป็นสระอิ ระหว่างที่เราเดินออกจากประตูมา

“โดนนินทาด้วยรู้ตัวปะ?”

ได้ยินอย่างนั้นผมก็หันไปมองแล้วเลิกคิ้วถาม รอให้เขาพูดต่อ

“แม่เราบอกว่าเพื่อนหล่อดี พี่สาวบอกว่าไม่ได้หล่อมากขนาดนั้นแค่ขายาวเฉยๆ"

พูดจบอีกฝ่ายก็หันมาหัวเราะใส่กัน จนผมต้องยกมือขึ้นวางบนผมเขาแล้วขยี้เบาๆ

“แล้วตอบไปว่าไง"

“เราบอกว่าหน้าแบบนี้เฉยๆ เหอะ ที่มอมีเยอะแยะ แล้วก็สูงกว่าเราแค่สองสามเซ็นเอง"

พูดจบก็หันมายักคิ้วใส่จนผมต้องแกล้งผลักหัวเขาเล่น แล้วตอบกลับไป

“ก็จริงอ่ะ คนหล่อกว่าเรายังมีอีกเยอะ ยิ่งขายาวกว่าเราก็ยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่"

“....”

“แต่เราอ่ะ มีคนเดียวนะ"

ผมพูดแล้วส่งสายตาไปให้คนที่เดินเข็นกระเป๋ามาข้างกัน พอเราสบตากันเข้า เขาก็แยกเขี้ยวกลับมา 

“เรา...ซื้อตั๋วกลับไปญี่ปุ่นอีกรอบตอนนี้ทันมั้ย?”

ได้ยินอย่างนั้นผมก็หลุดขำ ก่อนจะยื่นแขนไปกอดคอเขา

“อย่าไปเลย...คิดถึง"

“อย่าเวอร์น่า คิดถึงอะไร เราก็ไลน์หาตลอดเหอะ"

เขาตอบพลางมองกันด้วยหางตา จนผมต้องใช้มือข้างที่กอดคอเขาอยู่หยิกแก้มเข้าให้ แล้วพูดต่อ

“ไลน์มันดึงแก้มกันแบบนี้ได้ที่ไหนล่ะ ฮื้ออ..."

ระหว่างที่พูดอยู่นี่อีกฝ่ายก็หันหน้ามา ก่อนจะอ้าปากทำท่าจะงับนิ้วกันจนผมต้องรีบปล่อยมือออก

เดินเล่นกันไปเรื่อยๆ สักพักเราก็มาถึงรถกันสักที

ช่วงดึกๆ รถไม่ค่อยเยอะเท่าตอนกลางวัน แถมยังขับรถสนุกกว่าด้วยครับ ใช้เวลาเดินทางไม่นานเราก็มาถึงคอนโด คนที่เดินทางข้ามทะเลมาจัดการวางกระเป๋าเดินทางเอาไว้กลางห้องนอนก่อนจะหนีไปอาบน้ำ ทิ้งผมเอาไว้คนเดียว

รอสักพักเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนลายสก๊อตเข้ากันพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่บนไหล่ และเส้นผมที่ยังไม่แห้งสนิท  เขาเดินตรงลงมานั่งลงรูดซิปเปิดกระเป๋าเดินทาง ผมเดินไปนั่งข้างๆ กันแล้วถามออกมาพร้อมกับยื่นมือข้างนึงไปหยิบผ้าขนหนูบนไหล่เขามาวางไว้บนหัว ใช้ปลายนิ้วมือนวดเบาๆ ให้ผ้าซับน้ำของจากผมของเขา

“ไม่เหนื่อยเหรอเนี่ย?”

“ไม่อ่ะ ไปกับรุ่นใหญ่ขนาดนั้น บอกเลยทัวร์สโลว์ไลฟ์สุดๆ วันเดียวที่เหนื่อยคือวันที่เรากับพี่แล้วก็หลานอีกคนนึงแยกมาช้อปปิ้ง กับไปโตเกียวดิสนีย์แลนด์"

เขาพูดพลางหยิบโน่นหยิบนี่ไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยิบกล่องรองเท้าอาดิดาสออกมาจากถุงและยื่นกล่องใบนั้นมาให้กัน

“อ่ะ..."

“ฮะ?”

ผมรับมาอย่างงงๆ กำลังจะปฏิเสธเลยว่าของฝากราคาแพงขนาดนี้ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ

แต่พอเปิดกล่องออกดูสิ่งที่เห็นก็ทำเอาผมลืมเรื่องที่จะพูดไปจนหมด...ตรงหน้าผมมีรองเท้ารุ่นที่อยากได้มากๆ มันคือไนกี้ที่นอนอยู่ในกล่องอาดิดาส... ดูแปลกประหลาดจนต้องหันกลับไปมองคนที่หันมาทางนี้อยู่แล้ว พอเราสบตากัน อีกฝ่ายก็แลบลิ้นมาให้ผมพร้อมกับยิ้มกว้างๆ เหมือนจะถูกใจที่หลอกกันได้สำเร็จ

“เราขอสลับกล่องรองเท้ากับพี่อะ ดีนะที่ยัดลงไปได้"

“แล้วไหนบอกหาไม่เจอ?”

“เราบอกไม่ครบไง หาไม่เจอที่ช็อปแรก แต่พอไปอีกช็อปนึง ก็เจอเลย"

“น่ารักเอ้ย!”

ผมพูดพลางยื่นมือไปขยี้หัวเขาเล่นผ่านผ้าขนหนูอีกที ก่อนจะโดนเจ้าตัวบ่นเข้าให้

“เพิ่งจับรองเท้าแล้วมาขยี้หัวเราเนี่ยนะ?!”

คำตอบที่ผมให้เขากลับไปคือการยักไหล่ แล้วกลับมามองรองเท้าคู่เก่งอย่างมีความสุข ปล่อยให้อีกฝ่ายแยกของที่ซื้อมาออกเป็นกองๆ ไปเงียบๆ ก่อนที่สักพักก็มีตุ๊กตาตัวเล็กๆ ลอยมาตกลงตรงหน้า

“อ่ะของฝาก!”

ผมหันไปมองคนพูด ก่อนจะเห็นว่าเขาหยิบตุ๊กตาตัวเล็กๆ อีกตัวขึ้นมาตรงหน้าตัวเอง
มันคือตัว...ตัวอะไรวะเนี่ย? เดาเอาว่าน่าจะเป็นกระรอก....-__- ผูกโบว์ไทสีดำซะด้วย

ไอ้กระรอกสองตัวในมือผมกับเขานี่หน้าตาคล้ายกันสุดๆ แต่ตัวในมือผมมีสีเข้มกว่าและถือส้อมอันใหญ่ ส่วนตัวที่อยู่ในมือเขาสีอ่อนและถือโดนัทขนาดเกินตัว ผมเคยเห็นหน้าไอ้ตัวนี้ครับ รู้แค่ว่ามันอยู่ในตระกูลดิสนีย์ แต่ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร...

“มันชื่อตัวอะไรแล้วนะ?”

“ไอ้ตัวในมือหมออ่ะชื่อชิพ"

น้ำเสียงที่เขาบอกกัน ทำเอาผมรู้สึกเหมือนตัวเองมีความผิดที่จำชื่อไอ้สองตัวนี้ไม่ได้

“ส่วนตัวนี้ชื่อเดล ของเรา"

น่ารักโว้ย!!
ยังครับ... ยังไม่ทันได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายความรู้สึกแน่นๆ ที่อัดอยู่ในใจ คนตรงหน้าก็ยื่นมือมาให้ผมแล้วพูดออกมา

“เอากลับมานี่ก่อน"

ได้ยินอย่างนั้นปุ๊บผมก็ดึงไอ้ตุ๊กตาพวงกุญแจเข้าหาตัวทันที จนเขาต้องพูดซ้ำ

“เอามาก่อนแป็บนึง หวงอะไรเนี่ย"

ผมยอมยื่นไอ้กระรอกตัวเท่าฝ่ามือกลับไปให้คนตรงหน้า ก่อนจะเห็นอีกฝ่ายชูมันขึ้นมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“นี่ชิพ...”

อืม...แล้วไงวะ?
ไม่ทันที่ผมจะได้ถามว่าแล้วไงต่อ อีกฝ่ายก็เอาไอ้ตัวที่ชื่อชิพนั่นไปซ่อนไว้ข้างหลังแล้ว ก่อนจะพูดออกมา

“นี่...ชิพหาย!"

.

...

......

........

............

................ -_-


เงียบกริบ...
ยิ้ม อะไรของยิ้มวะ

พอเขาเห็นว่าผมทำหน้านิ่งรับมุกตลกที่เจ้าตัวหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาเขาก็ยื่นตุ๊กตากลับมาให้ผม ก่อนจะถามด้วยหน้าหงอยๆ

“ไม่ตลกเหรอ?”

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วพูดต่อ

“เพิ่งมาจากญี่ปุ่นใช่มั้ย? เอาไป 100 เยนแล้วไปเล่นตรงโน้นนะ”

“แรงอ่ะ! เอาชิพไปเลย แล้วเอารองเท้าคืนมาด้วย!”

เขาพูดแล้วโยนตุ๊กตาตัวเล็กๆ มาตกลงตรงหน้าผมอีกรอบ จนผมต้องจับเท้ามันแล้วหยิบขึ้นมาแบบห้อยหัวก่อนจะพูดเจือเสียงหัวเราะ

"โอ๋...ชิพหายพ่อไม่รัก"

คนฟังได้ยินอย่างนั้นก็หันมาแยกเขี้ยวใส่กันก่อนจะกลับไปรื้อของต่อแล้วยื่นกล่องอะไรก็ไม่รู้มาให้กันอีกอันนึง

“นี่ขนม ของฝากบอยแบนด์หล่อสัดรัสเซีย"

ตามมาด้วยตุ๊กตาตัวพอๆ กันกับไอ้ชิพหายพ่อไม่รักที่นอนตายอยู่บนตักผมนี่แหละ
...คราวนี้รู้จักเว่ย มินนี่เม้าส์!

“อันนี้ของน้องสาว แล้วก็นี่ของพ่อกับแม่นะ"

ปิดท้ายด้วยกล่องใบเล็กๆ อีกใบที่ผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นชา ซึ่งมาพร้อมกับพลาสติกเป็นโครงสีๆ รูปการ์ตูน ที่เอาไว้ทำอะไรก็ไม่รู้ และถ้าไม่รู้ก็ควรจะถามใช่มั้ย?

"อันนี้อะไร?"

ผมถามพลางยกไอ้ของที่ว่าขึ้นให้เขาดู ก่อนจะได้คำตอบกลับมา

“พิมพ์คุ้กกี้ไง เอาไว้กดลงไปบนแป้งให้คุ้กกี้เป็นรูปต่างๆ หมอโง่อ่ะ"

นั่น...โดนเลยกู
ด่าผมเสร็จเขาก็หัวเราะถูกใจ ก่อนจะปิดกระเป๋ากลับแล้วยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจ

“เริ่มง่วงแล้วอ่ะ นอนดีกว่า หมอกลับบ้านใช่มั้ย บ๊ายบาย ขับรถดีๆ เนอะ"

พูดจบเขาก็หันมาโบกมือบ๊ายบายให้กันเต็มที่ก่อนจะลุกขึ้น โชคดีที่ผมไวกว่าเอื้อมมือไปคว้าเอวเขาเอาไว้ได้ทันแล้วดึงวืดเดียว
... หล่นลงมาอยู่ในตักกันเฉย

พอได้ยินอีกคนส่งเสียงออกมาเหมือนกำลังขัดใจ ผมก็หลุดหัวเราะพร้อมกับกอดเอวเขาแน่นเข้าแล้ววางคางเกยเอาไว้บนไหล่ก่อนจะพูดออกมา

“ไล่กันเฉย...”

เขาไม่ตอบ แต่ใช้ข้อศอกจิ้มเข้าที่ตัวผมเต็มๆ ก่อนจะหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ และนั่นก็ทำให้ปลายจมูกของผมกดลงไปบนแก้มเขา

พอรู้แบบนั้นเจ้าตัวก็รีบหันหน้ากลับไป ก่อนจะฝืนตัวพยายามลงจากตักผม ขยับตัวยุกยิกอยู่สักพักจนกระทั่งแน่ใจว่าอ้อมแขนที่รัดอยู่จะไม่ยอมปล่อยออกง่ายๆ เขาก็บ่นออกมา

“ปล่อยเร็ว ไม่นั่งแบบนี้"

ได้ยินอย่างนั้นหลุดขำแล้วคลายอ้อมแขนออกเพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายลุกขึ้นเดินไปหยิบไดร์เป่าผมในตู้ ก่อนจะหันกลับมามองทางนี้แล้วย่นจมูกให้กันพร้อมกับบ่นต่อ

“ไปแปรงฟันละมานอนได้แล้ว พรุ่งนี้เรียนเช้านี่"

ผมพยักหน้าแทนการรับคำ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป ล้างหน้าแปรงฟันอยู่ไม่นานก็กลับออกมา
ผมนั่งลงบนเตียงและเห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งไดร์ผมให้แห้งอยู่หน้ากระจก

เห็นอย่างนั้นผมเลยนั่งลงบนเตียง สักพักก็ยกมือขึ้นกอดอกแล้วมองแผ่นหลังตรงหน้าพร้อมกับนึกถึงตอนที่ได้แต่มองแล้วก็ไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จักไปด้วย

อยู่ดีๆ ผมก็นึกอยากจะเดินเข้าไปขอบคุณที่เขาไม่มีใคร จนถึงวันที่ผมกล้าพอที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปจีบเขา
ถ้าตอนนี้เขาไม่ใช่ 'ยิ้มหวานของผม' แต่เป็นยิ้มหวานของคนอื่นอยู่ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีช่วงเวลาดีๆ อย่างนี้กับใครคนอื่นได้อีกไหม...

สักพักคนที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้น เขาเอาโทรศัพท์กับแม็คบุ๊คไปเสียบชาร์จแบต และเดินกลับมาที่หน้ากระจกเหมือนเดิม เขาหยิบลิปมันขึ้นมาทา ก่อนจะปั๊มโลชั่นแล้วลูบลงไปที่แขนพร้อมกับบ่น

“ที่ญี่ปุ่นเริ่มหนาวแล้วเว่ย ไปถึงปุ๊บเราปากแตกเลยอะ แล้วตัวก็แห้งๆ ไปหมดเลย"

ผมส่งเสียงรับคำตอบกลับไปเบาๆ นั่งมองคุณชายเขาทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ แล้วจู่ๆ ผมก็ตัดสินใจเรียกชื่อเขาออกมาท่ามกลางความเงียบ

“...”

สิ่งที่ได้ยินทำเอาอีกฝ่ายชะงักมือไปในทันที เขาหันหลังกลับมามองหน้าผมด้วยสีหน้าแปลกใจ ริมฝีปากสีสดที่ดูวาวๆ ขยับเหมือนจะพูดอะไรตอบกลับ แต่ผมกลับพูดออกมาซะก่อน

“ยิ้มหวาน...”

คราวนี้อีกฝ่ายดูไม่แปลกใจเท่าตอนแรก เขาส่งยิ้มมาให้ผม 
ผมยิ้มรับและลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้เขา ยกมือขึ้นสัมผัสข้างแก้ม และใช้นิ้วหัวแม่มือลูบสัมผัสผิวนุ่ม ก่อนจะก้มหน้าลงไป กระซิบเบาๆ ชิดริมฝีปาก

“ยิ้มหวานของเรา"


END.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 603 ครั้ง

3,197 ความคิดเห็น

  1. #3185 p_ngungi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 20:24

    คำว่ายิ้มหวานของเรา มันแบ๊บบบบบบกระแทกใจดังปั้ก!

    #3185
    0
  2. #3164 priyatida_tt (@priyatida_tt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:09

    งุ้ยยยยยยย
    #3164
    0
  3. #3115 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:16
    แง้ น่ารักแบบไม่ต้องรู้จักชื่อเลยอ่ะ ชอบบบบบ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    #3115
    0
  4. #3109 มอคค่าน้อย (@bbestt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:33
    เขินง่ะ อ่านสองรอบเขืนสองรอย
    #3109
    0
  5. #3096 PR4EW (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 18:56
    อ่านไปยิ้มไปตลอดเลยค่ะคุณไรท์ อ่านจบแล้ว ;-; เรื่องนี้มีตั้งนานแลเวแต่เพิ่งได้อ่านเองค่ะ แง้ ขอบคุณคุณไรท์ที่ได้เขียนเรื่องดีๆให้เราได้อ่านนะคะ ภาษาสวยมากๆ อ่านลื่นมากๆเลย น่ารักที่สุดเลยล่ะค่ะ ประทับใจสุดๆเล้ย
    #3096
    0
  6. #3095 PR4EW (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 18:54
    แง้งงงงงง น่ารักมากๆเลยค่ะ น่ารักมากๆ เป็นฟิคที่ละมุนมากๆเลย ;-; เราชอบหมอที่หมอไม่เริ่มจีบยิ้มหวานแบบรุกแรงเกินไปอ่ะค่ะ แต่การทิ้งไอดีไว้มันน่ารักจริงๆนะคะ หมอหล่อด้วย ..555 แล้วยิ้มหวานคือเราแพ้มากๆเลย

    น่ารักมากๆ คือยิ้มน่ารักอ่ะ แบบไม่เห็นหน้าเราก็จินตนาการได้ว่าเค้ายิ้มน่ารักมากๆ แล้วก็นิสันดีมากๆด้วย ทั้งสองคนเลย พอเริ่มจีบจนถึงคบกันก็คิดว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันดีจังค่ะ งื้อTT น่ารักจริงๆ
    #3095
    0
  7. #3094 PR4EW (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 18:50
    ยิ่มหวานเปนคนตลก5555555555555555
    #3094
    0
  8. #2988 SunnyWin (@SunnyWin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 22:26

    รักเลยเรื่องนี้❤️☺️????????

    #2988
    0
  9. #2987 a258262 (@fishhwyyy_) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 15:34
    เป็นเรื่องที่ไม่รู้ชื่อตัวละครเลย แต่ไม่ได้ทำให้การอ่านขัดเลย มันกลมกลืนไปหมด แค่ยิ้มหวานกับหมอคือแทนตัวละครหลักโดยไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อเขาเลยสักนิด ชอบมาก
    #2987
    0
  10. #2969 ICEice12245 (@ICEice12245) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:51
    อยากรู้ชื่ออ่ะ
    #2969
    0
  11. #2968 ploy_yolp (@ploy_yolp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:30
    โอ้ยย ฟินจนนอนยิ้มอยู่บ้าน สมกับชื่อนิยายเลย อ่ายเเล้วยิ้มเอาๆ ยิ้มจนเเม่ทักว่าบ้า เพื่อนทักว่าไม่มีสติ ฟินจนลืมชื่อตัวละครเลยทีเดียว ฮื้ออ เป็นนิยายที่ดีมากๆเลยค่ะ ชอบมากก จะรอติดตามนิยายต่อไปนะคะ เรื่องนี้ฟิน สนุก ชอบ น่ารัก หมอก็น่ารัก ยิ้มหวานก็น่ารัก ชอบเลย~~
    #2968
    0
  12. #2926 Rainy❤ (@Rainy1224) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 19:26
    จบแล้วววววน่ารักมากๆเลยยยยย​ ขอบคุณที่แต่งเรื่องสนุกๆให้อ่านนะคะ
    #2926
    0
  13. #2896 Ombremb (@Ombremb) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 23:36
    ชอบมากๆ น่ารักมากๆ อ่านแล้วก็ยิ้มหวานตาม
    ชอบจนลืมชื่อตัวละครเลย เขียนได้มีเสน่ห์มากๆ มันน่ารักไปหมด ชอบมากๆๆๆๆๆ
    #2896
    0
  14. #2871 Aphinya_Mali (@Aphinya_Mali) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 01:25
    นิยายอ่านเพลินมากค่ะ อ่านจนไม่สนใจชื่อตัวละครเลยง่ะ ปกติเวลาอ่านเราจะสนใจชื่อตัวละครมาก (เราชอบสังเกตุชื่อตัวละคร) แต่พออ่านเรื่องนี้+เราจะจีบเฮีย บอกเลยว่าอ่นเพลินจนลืมสังเกตุชื่อตัวละครไปเลยอ่ะ สร้างผลงานเรื่อยๆนะคะ รอติดตามอยู่
    #2871
    0
  15. #2863 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:58
    น่ารักมากๆๆๆ เอ็นดูทั้งหมอ ทั้งยิ้มหวานเลย
    #2863
    0
  16. #2822 Jink_chan (@Jink_chan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 11:24
    อ้ากกกกกกแ.....คือดีมากๆๆๆ ละมุนอะ ฮือออ
    #2822
    0
  17. #2782 pparelypigg (@pparelypigg) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 19:52
    อยากรู้ชื่อจนความอยากกลายเป็นความชินชาไม่รู้ก้ไดว้าาาา555555
    #2782
    0
  18. #2772 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 10:15
    เขิลลลไปเลยยยจ้าาาากี๊ดดด
    #2772
    0
  19. #2733 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 15:51
    อ่านไปยิ้มไปทุกตอนเลยค่ะ ฮือ ดีมากๆ เลย ;///; ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะไรท์~
    #2733
    0
  20. #2712 nanopink (@ployty6020) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 13:25
    ชอบความตัวละครไม่มีชื่อเรียกแต่เข้าใจกันดี ยิ้มหวานของหมอ หมอของยิ้มหวาน :) ชอบที่ตรงที่ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบไม่ทำให้อึดอัดใจต่อกัน ฮืออออ
    #2712
    0
  21. #2709 awakemy (@awakemy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 00:46
    โอ้ยยยย เขิลจนสุดท้าย ขอบคุณนะคะ ที่มอบเรื่องราวดีๆให้ ( ´∀`)
    #2709
    0
  22. #2676 Chongchong (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 01:46
    ไรท์แต่งเก่งมาก ภาษาดีมาก เราหลงรักตัวละครทุกตัวเลย

    เพิ่งเข้าาเจอนิยายเรื่องนี้อ่านรวดเดียวจบเลย ไม่สงสัยเลยว่าทำ

    ไมถำได้ตีพิมพ์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรเปย์ ควรมีไว้ครอบครอง

    ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ไรท์เขียนนิยายต่อไปนะคะ เราจะตามอ่านตามซื้ออุดหนุนแน่นอนค่ะ อย่าเลิกเขียนนะคะ☺
    #2676
    0
  23. #2630 kamonwan271 (@kamonwan271) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 22:15
    น่ารักมากกกกก แต่อยากรู้ชื่อจริงยิ้มหวานมาก
    #2630
    0
  24. #2620 Carnelian (@Chanisa_Aom) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 11:16
    งื้อออ จบแล้วหรออ น่ารักมากๆเลยค่าา สนุกมากๆ ขอบคุณนะคะไรท์
    #2620
    0
  25. #2602 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 18:53
    น่ารักๆๆๆๆๆ อ่านแล้วมีความสุขมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ^^
    #2602
    0