-THAT SMILE- #ยิ้มหวานของหมอ

ตอนที่ 1 : CHAPTER 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,879 ครั้ง
    19 เม.ย. 59

 

 

[ 1 ]

 

 

 

09  : 15

เช้าวันเสาร์ที่ฤดูร้อนกลับมาทักทาย

 

 

คนพวกนี้ติดกาแฟ หรือเสพติดการมากินกาแฟ?

 

อยู่ ดีๆ ความคิดนี้่ก็ผุดขึ้นมาระหว่างที่ผมกำลังยืนอยู่กลางร้านกาแฟชื่อดัง ในมือข้างนึงมีคาปูชิโน่ร้อนที่ประดับด้วยฟองนมเนียนละเอียดด้านบน ระหว่างที่ผมกำลังมองกวาดไปรอบๆร้านเพื่อหาที่นั่ง สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับโต๊ะตัวยาวสำหรับสี่คนที่มุมหนึ่ง

 

ผม เดินลากขาไปที่นั่นด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะจริงๆแล้วใจอยากจะนั่งตรงโซฟาตัวนุ่มที่มาจับจองอยู่เป็นประจำมากกว่า แต่ในเมื่อทั้งร้านมันว่างแค่ตรงนี้ ผมก็ไม่มีทางเลือก

 

ต้องทนนั่นเก้าอี้ไม้แข็งๆตรงนี้ไปอีกตั้ง 3 ชั่วโมง

แต่ก็เอาเหอะ – ถ้าโชคดีอาจจะมีใครสักคนตรงเก้าอี้โซฟาลุกขึ้นเร็วๆนี้แหละ

 

ผมวางกาแฟลง ตามด้วยชีทที่หยิบติดมาจากในรถ ถ้ามีสมาธิก็คงได้อ่านอยู่...

ทันทีที่นั่งลงเรียบร้อย มือก็หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าขึ้นมาเช็คตามความเคยชิน

 

*ตื่นยังมึง

*กูแม่งแฮงค์ว่ะ ลุกขึ้นมาอ้วกแต่เช้าเลยแม่ง

 

เพื่อนสนิทผมเองครับ

อ่านข้อความที่มันเสร็จผมก็ได้แต่ขมวดคิ้ว

...อ้วกแตกละแม่งจะไลน์มาบอกกูทำไม?

 

*สัด อ่อนชิบหาย

*นอนตายไปเหอะมึง

 

ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับไปแบบนั้น

แล้วก็แปลกใจอยู่ ที่มันตอบกลับมาเร็วกว่าที่คิด

 

*มึงอยู่ไหนเนี่ย?

 

*มาส่งน้องเรียนพิเศษว่ะ

*ขี้เกียจขับรถ

*เลยนั่งรอที่ร้านกาแฟ แล้วรับกลับเลยทีเดียว

 

ตัวหนังสือเล็กๆบอกว่ามันอ่านข้อความของผมเรียบร้อยแล้ว

เห็นอย่างนั้น ผมก็ขมวดคิ้วเข้าอีกหน่อยโดยไม่รู้ตัว เพราะกำลังลุ้นว่ามันจะตอบกลับมาว่าอะไร

 

*สัด ไม่เนียน

*กูรู้นะไอ้เหี้ย

*บ้านมึงไกลมากรึไง เลยขี้เกียจขับรถ

*หัวฆวยเอ้ย!

 

มันพิมพ์มาเป็นชุด พร้อมปิดท้ายด้วยสติ๊กเกอร์หน้าตากวนตีนอันนึง

ถ้ามึงจะส่งมารัวขนาดนี้ มึงโทรมาตะโกนกรอกหูกูเลยก็ได้...

ผมก็แค่คิด แต่ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง เลยตอบกลับไปแค่

 

* - _ -

 

 

ไอ้เพื่อนเวรอ่านข้อความของผมแล้วตอบกลับมาด้วยคำถาม

 

*ว่าแต่...

*วันนี้เค้ามามั้ยวะ?

 

ผมอ่านแล้วไม่ตอบ (จัดได้ว่าเป็นพฤติกรรมกวนตีนชนิดหนึ่ง) แต่ทว่าเงยหน้าขึ้น แล้วมองไปรอบๆร้านอีกครั้ง....

เมื่อกี้ผมมองหาไปรอบนึงแล้วนะ เหมือนจะยังไม่มา หรือจะนั่งอยู่ตรงหลังชั้นวางแก้วที่เอาไว้ขายผมเลยไม่เห็น

 

คิดแล้วก็เหลือบสายตาไปมองนาฬิกาเพื่อดูเวลา

ปกติเวลานี้ต้องมาแล้วดิ.... ขมวดคิ้วอีกแล้วครับ

 

ระหว่างนั้นเสียงคุยดังๆของกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่เพิ่งเข้ามาในร้านก็เรียกให้ผมหันไปมองแบบไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่

 

แต่ทันทีที่ผมเลื่อนสายตาไปที่ประตูทางเข้าของร้านอีกครั้ง

...เขาคนนั้นก็เดินมา

 

ผมยกแขนขึ้นวางข้อศอกค้ำกับโต๊ะไม้ แล้วเท้าคางเพื่อจะใช้มือปิดริมฝีปากที่กำลังยกยิ้ม

 

คน ตัวขาวสว่างให้ความรู้สึกสะอาดแถมยังดูแล้วนุ่มๆ เหมือนก้อนเมฆเดินได้กำลังเข้ามาในร้าน เพื่อที่จะไปหยุดตรงท้ายแถวต่อจากกลุ่มเด็กนักเรียนที่ออกอาการกรี้ดกร้า ดอย่างเก็บไม่อยู่เพราะเห็นเขา

 

เขาตัวสูงครับ ไม่สูงมาก แต่ก็เข้ากันกับหุ่นแบบบางได้พอดิบพอดี

ใบหน้า ที่ทำเอาผมสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นนั้นได้รูปรับกับจมูกโด่ง เขามีปลายจมูกมนๆเล็กๆน่ารัก ที่พอมาอยู่กับดวงตากลมเป็นประกายของเขาแล้วนั้น มันทำให้เครื่องหน้านี้ดูน่ารักน่าทะนุถนอมไปหมด

 

น่ารักมากซะจนผู้หญิงยังอาย...

 

แขนข้างนึงของเขากอดแม๊คบุ๊คแอร์ ส่วนอีกข้างกำลังล้วงลงไปในกระเป๋า น่าจะหากระเป๋าตังค์

แล้วอยู่ดีๆ ริมฝีปากสีแดงอิ่มคู่นั้นก็เปิดออก แล้ว หาว...

 

วินาที นั้นผมหลุดหัวเราะออกมาเพราะท่าทางอันเป็นธรรมชาติที่เห็น ก่อนจะละความสนใจที่มีต่อเขาไปชั่วขณะ เลื่อนมือมาปลดล็อคโทรศัพท์มือถือด้วยนิ้วหัวแม่มือ เพื่อพิมพ์ตอบข้อความไอ้เพื่อนรักที่ป่านนี้หลับตายไปอีกรอบแล้วรึยังก็ ไม่รู้

 

มาแล้วว่ะ

น่ารักเหี้ยๆ เหมือนเดิม

 

พิมพ์เสร็จผมก็ดึงสายตากลับไปมองเขาอีกครั้ง ตอนนี้ถึงคิวของเขาที่ต้องสั่งเครื่องดื่มแล้ว

และท่าทางของเขาก็ทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งที่ 2

 

ข้าว ของของเจ้าตัวมันเยอะมากซะจนเขาจัดการตัวเองไม่ได้ แม๊คบุ๊คก็จะอุ้ม กระเป๋าตังค์ก็จะเปิด มือพันกันไปมาอยู่สักพัก จนพนักงานคิดเงินยังต้องยิ้มตามและยื่นมือออกมาอาสาช่วยถือแม๊คบุ๊คไว้ให้

ห้ามจีบนะเว่ย...

 

ผม เห็นเข้ายิ้มกว้างจนตากลมที่อยู่หลังแว่นกรอบดำเปลี่ยนไปเป็นรูปพระจันทร์ เสี้ยว รีบหยิบเงินออกมาจ่าย แล้วโยนกระเป๋าตังค์ลงไปในกระเป๋าใหญ่ ก่อนจะรับของที่ฝากเอาไว้กลับคืนมา พร้อมกับรับเงินทอนแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างเร่งรีบ แล้วเดินออกจากคิว

 

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าใช้เวลานานเท่าไหร่ในการสั่งซื้อกาแฟสักแก้ว

แต่สำหรับเขา – ภาพที่ผ่านมายังสายตาผมมันอ้อยอิ่งแล้วก็ยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ น่าจะรู้สึกประหม่านิดหน่อย ที่เผลอไปตัวเปิ่นอยู่ตรงหน้าเค้าน์เตอร์ซะได้

เอาอีกแล้ว ผมเผลอยิ้มออกมาเป็นรอบที่สาม

นี่นับทันแค่ตอนที่รู้ตัวนะ ไอ้ที่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่...

 

ผม จะมาน้องสาวเรียนพิเศษที่นี่ทุกวันเสาร์ และทุกครั้งที่มาผมก็จะเจอเขาอุ้มแม๊คบุ๊คแอร์มาในชุดเสื้อยืด กับ กางเกงขาสั้นบ้างยาวบ้างดูสบายๆ เขาจะมานั่งปักหลักทำงานอยู่ที่นี่

 

ผมสะดุดตากับเขาตั้งแต่แรกเห็น อาจจะเป็นเพราะเราเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน

และเขาก็เป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

คิดดูแล้วกันว่าขนาดน้องสาวผมเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนหญิงล้วนยังรู้จักเขาเลย

 

 

รอ ไม่นานเครื่องดื่มก็เสร็จเรียบร้อย เขาขยับตัวไปรับกาแฟปั่นแก้วขนาดกลางจากบาริสต้า พร้อมกับยกยิ้มสดใสขึ้นมาอีกครั้งรับคำขอบคุณที่ถูกส่งมาให้ก่อน

 

โอย – ทำไมยิ้มเก่ง?

 

ผม มองคนที่มือข้างนึงอุ้มแม๊คบุ๊ค อีกมือถือแก้วกาแฟอยู่กลางร้าน สายตาของเขามองกวาดไปรอบๆเพื่อหาที่นั่ง ตลกดี ที่ผมเองก็ช่วยมองหาโต๊ะว่างให้เขาไปพร้อมๆกัน

เอาน่า – ก็แค่อยากช่วย

 

สักพัก ใบหน้าได้รูปนั้นก็ฉายแววผิดหวัง เพราะโต๊ะทุกตัวในร้านถูกจับจองเอาไว้จนเต็มเป็นที่เรียบร้อย

 

ปล่อย ให้เขากังวลอยู่ได้ไม่นาน ในที่สุดพนักงานของร้านในชุดผ้ากันเปื้อนก็เดินตรงมาหาเขา พร้อมกับสอบถามผมมองริมฝีปากสีสดนั่นขยับนิดๆเพื่อนจะบอกความต้องการให้ พนักงานคนนั้นฟัง

 

เขาน่ารักมากจริงๆนั่นแหละ ขนาดพนักงานร้านกาแฟที่เดินมาคุยกับเขายังหน้าแดงด้วยความเขินเลย

 

นี่!! -- บอกว่าห้ามจีบไง!

 

ระหว่างนั้นเสียงเตือนก็ดังออกมาจากโทรศัพท์ผมเบาๆ

ไอ้เพื่อนเวรที่ผมคิดว่ามันหลับซ้อมตายไปแล้วดันพิมพ์ข้อความตอบกลับมา

 

เลิกป๊อดสักทีมั้ยสัด

จีบเลยเว่ย

ซื้อกาแฟเลี้ยงเค้าก็ได้

เก่งทุกเรื่องอ่ะแม่งงง

ยกเว้นเรื่องคนเนี้ย

เชื่อกู

เริ่มจีบเค้าเลย ตั้งแต่วันนี้...

 

พูดมากละยังขยันพิมพ์อีกนะแม่ง...

ผมอ่านข้อความล่าสุดที่มันส่งมา พร้อมกับที่หางตาเห็นผ้ากันเปื้อนเขียวๆของพนักงานเดินผ่านไป

ถ้าเป็นวันปกติ ผมคงตั้งหน้าตั้งตาอ่านชีทในมือไปเงียบๆ

 

แต่วันนี้ผมเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาไปให้พนักงานคนนั้น เพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ราวกับเป็นพลเมืองดีมีน้ำใจซะเต็มประดา -- ใช่ที่ไหนล่ะ?

 

พนักงานคนนั้นส่งยิ้มกลับมา ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ผม

 

“ลูกค้าคะ ไม่ทราบว่าฝั่งตรงข้ามมีคนนั่งไหมคะ?”

 

ผมฟังคำถาม ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปยังคนที่กำลังยืนอยู่ตรงกลางร้านด้วยสีหน้ากังวล

ให้ตายเหอะ – เวลาทำหน้าอึนแม่งยังโคตรน่ารักเลย....

 

“ไม่มีครับ"

 

“ถ้าอย่างนั้น ขอรบกวนให้ลูกค้าอีกท่านนั่นตรงนี้ได้ไหมคะ คือโต๊ะมันเต็มจริงๆ"

 

ผมกลั้นยิ้ม พยายามทำหน้านิ่ง โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองกำลังมีสีหน้าแบบไหน

ผมจำได้ว่าเคยอยู่ในสถานการณ์ประมาณนี้ครั้งนึงที่มหาลัย ตอนนั้นเค้ามาโปรโมทกิจกรรมของคณะที่ห้องเรียนที่ผมเรียนอยู่

 

แล้วพวกเพื่อนๆแม่งก็เรียกสีหน้าตอนนี้ของผมว่า 'ทำหน้ากลั้นฟิน'

แม่ง เป็นยังไงวะ?

 

“ได้สิครับ...”

 

ผม ตอบ แล้วหยิบชีทที่เพิ่งจะได้รับความสนใจขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับหยิบปากกาสีดำแท่งเดียวที่ผมติดมาในกระเป๋าคาดใบเล็กขึ้นมาถือ ทำทีเป็นตั้งใจอ่านหนังสือสุดชีวิต และไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่หรอกว่าจะมีใครมานั่งลงตรงไหนของโต๊ะบ้างรึเปล่า

 

ตอแหลสิ้นดี..

รู้สึกเหมือนกำลังโดนด่าเบาๆแฮะ

 

เสียงเก้าอี้ที่เลื่อนออกบอกกับผมว่าเขามาถึงแล้ว ด้วยความที่โต๊ะตัวนี้ถูกออกแบบมาให้นั่งได้ประมาณ 4 ไปจนถึง 6 คน เขาเลยนั่งลงตรงข้ามผม แต่เยื้องไปอีกฝั่งนึง

 

ผม เงยหน้าขึ้นไปนิดหน่อย ส่งยิ้มมุมปากนิดๆแบบที่พยายามแล้วนะที่จะไม่ให้มันออกมากวนตีน ในสายตาคนที่ติดนิสัยส่งยิ้มสดใสแจกจ่ายไปทั่วจนเคยตัว ก่อนจะทำเป็นกลับมาอ่านชีทต่อ

 

ว่าแต่ -- นี่มันชีทเรื่องเหี้ยอะไรผมยังไม่รู้เลย

 

ปลายสายตาของผมเห็นว่าเขาขยับตัวไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วขยับมายืนอยู่ตรงเก้าอี้ตรงหน้าผมซะอย่างนั้น

 

เชี่ยแม่ง แล้วกูจะมือเย็นทำไมวะเนี่ย?

เป็นโรค...

 

“เอ่อ... ขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ คือ...ไม่ได้เอาสายต่ออะแดปเตอร์มาอ่ะ เสียบปลั๊กไม่ถึงเลย"

 

เขาพูดกับผม ใช่ครับ ----- เขา พูด กับ ผม!

แล้วส่งยิ้มแห้งๆมาให้ นี่ขนาดยิ้มแหะๆแม่งยังโคตรน่ารักเลย...

“อืม นั่งไปดิ"

 

โอ้ย! ไม่ได้ตั้งใจจะกวนตีนเลย!

 

แม่งเอ้ยไม่ไหวละ! ระหว่างที่ผมกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความไปหาไอ้เพื่อนเวรอีกครั้ง

น้ำเสียงทุ้มหวานของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไอโฟนแม่งเกือบหลุดมือ!

 

“ขอโทษนะ รบกวนอีกนิดนึง เสียบปลั๊กสายชาร์ตให้หน่อยได้ไหมครับ?"

 

ถ้ามาตรวจสุขภาพประจำปีตอนนี้

ร่างกายกูคงเหมือนคนป่วยใกล้ตาย...

 

“เอามาดิ" ผมพูดพลางยื่นมือไปรับอแดปเตอร์ในมือเขา แล้วก้มลงเสียบเข้าที่ปลั๊กไป

พอเงยหน้ามาก็เจอรอยยิ้มใจละลายรออยู่แล้ว

 

“ขอบคุณครับ"

 

เขา ตอบรับเบาๆ ก่อนจะเปิดแม๊คบุ๊คขึ้นทำงานไปเงียบๆ ส่วนผมก็หยิบมือถือขึ้นมา เปลี่ยนจากพิมพ์ไลน์ไปหาไอ้เพื่อนชั่วเป็นการเข้าแอพพลิเคชั่นการจดบันทึก ก่อนปลายนิ้วจะพิมพ์เนื้อเพลงที่ผุดขึ้นมาในใจผมในช่วงเวลานี้ ลงไป ผมกดถ่ายรูปภาพหน้าจอ ก่อนจะเอาภาพนั้นไปอัพเดทในอินสตาแกรม

 

 

ฝันรึเปล่าวะ?... มันดีเกินจริง แต่ก็ยังไม่ชัวร์

 

 

ทันทีที่รูปภาพถูกโพส ยอดไลค์ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆครับ ก่อนจะตามมาด้วยคอมเม้นแรก

 

fun piek?

 

“สัด!”

 

อ่านจบผมก็อุทานออกมาเบาๆ พอรู้ตัวว่าหลุดปากอะไรออกไป สายตามันก็ถูกดึงดูดไปหาคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

เขาหลุดยิ้มออกมา เพราะได้ยินสิ่งที่ผมพูด ก่อนจะกลับไปขยับปลายนิ้วพิมพ์งานของตัวเองต่อไปเงียบๆ

 

ผมดึงความสนใจกลับมาที่จอมือถืออีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่าไอ้เพื่อนชั่วมันมาเม้นแล้ว

 

fun hia rai wa! update now!!!

 

เห็นอย่างนั้น ผมก็กลับไปเปิดไลน์อีกครั้ง แล้วรีบพิมพ์บอกมัน

 

มึงง เหี้ยแล้วแม่งงงง

เค้านั่งอยู่ตรงหน้ากู!!!!

ไอ้สัดดดดดดดดดดดดดด

สัดเอ้ยสัด สัดของสัดของความห่าเหี้ยยย

กูแม่งงงงงงงง

 

 

นาทีนี้ก็พิมพ์เก่งโคตรมาก บอกเลย...

 

ตึ๊งตึง!

 

แม่ง เสียงไลน์เด้งกูยังตกใจ!

ใกล้บ้าละ! ผมรีบกดปรับมือถือให้อยู่ในโหมดเงียบ

เหมือนกำลังกลัวว่าถ้าคนตรงหน้าได้ยินเสียงเตือนแล้วจะรู้ว่าผมกำลังพูดถึง

 

เหี้ยย ทำไมวะ?

 

โต๊ะแม่งเต็มสัด

พนักงานเลยให้เค้ามานั่งกับกู

แม่งโคตรน่ารักเลยแม่ง สว่างมาก

ยิ้มที ตากูนี่อย่าพร่าไอ้สัดดด

 

เหี้ย

 

แม่งน่ารักว่ะ

มองใกล้ๆแก้มแม่งอย่างใสเลยมึง

แม่งต้องนิ่มโคตรอ่ะ กูสัมผัสได้

แต่ปากแม่งต้องนิ่มกว่า

ตัวหอมด้วยว่ะแม่ง

 

สถานการณ์พลิกแล้วครับ ตอนนี้ผมพิมพ์ยาวมาก ส่วนมันมีหน้าที่แค่รับรู้พอ

 

 

ฆวยยยย

มึงมันหมอเหี้ย หมอหื่น

เป็นหนักขนาดนี้กูว่าจีบเหอะ

 

* -_-

แม่ง

จีบไงดีวะ

 

เรื่องของมึง

เอาสมองเทพของมึงคิดเลยแม่ง

พ่อกูตามละ กูต้องไปเล่นฟิตเนสกับพ่อ

โชคดีเหี้ยหมอ

* go on without me!

 

* -_-

สัด กลับมาก่อน!!!!

 

ไม่ช่วยหรอกแม่ง

เวลาได้กัน ยังกะกูจะได้ไปหอมแก้มใสๆของเค้ากับมึงนี่

ปากอีก....

 

ไอ้สัดดดดดดดด

ห้ามความคิดจัญไรของมึงเดี๋ยวนี้!

xมากก็ไปยกเวทแม่ง

 

มันไม่ต่อล้อต่อเถียงผมต่อ แล้วส่งสติ๊กเกอร์ bye! มาอันเดียวแล้วเงียบไป

กูต้องสู้ต่อเพียงลำพังแล้วสินะ

 

แต่ละวินาทีที่เดินไปมันช่างทำให้ผมรู้สึกกดดัน แม่งเครียดยิ่งกว่าตอนเตรียมสอบเข้ามหาลัยอีกครับ

ตอนนั้นถ้าโง่ก็ยังรู้ว่าต้องอ่านหนังสือเพิ่มตรงไหน

ตอนนี้แม่งโง่มาก – แล้วไม่รู้ด้วยว่าต้องทำยังไงถึงจะหาย

 

หรือผมจะไลน์ไปถามยัยน้องสาวดี?

นี่กูตกต่ำถึงขนาดต้องให้น้องช่วยจีบหนุ่มเลยเหรอวะ?

 

ผม ไม่รู้เลยครับว่าเวลาแม่งผ่านไปนานกี่นาทีแล้ว นาทีนี้่กลัวแค่ว่าจะมีใครสักคนในร้านลุกขึ้น ซึ่งมันจะทำให้เขาต้องย้ายไปนั่งที่โต๊ะตัวนั้นทันที -- ต้องขาดใจตายแน่ๆ

 

ครืด...

แล้วเสียงลากเก้าอี้ก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะตัวที่อยู่ถัดไปทางด้านซ้ายของผม

แม่ง พอกูคิดปุ๊บก็ลุกขึ้นปั๊บเชียวนะ...

 

สิ่งที่ผมทำต่อมาคือมองตรงไปยังคนตรงหน้า

เขาหยิบหูฟังขึ้นมาใส่เรียบร้อยแล้ว เมือมือคู่นั้นก็ขยับพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดไม่หยุด

ผมเห็นเขากัดปากเบาๆ กลั้นรอยยิ้ม ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ แล้วก็กลับไปยิ้มอีกครั้ง

 

แล้วผมก็ยิ้มออกมาอีกแล้ว รอบที่เท่าไหร่ก็ลืมนับไปแล้วว่ะตอนนั้น

...เขายังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นย้ายที่นั่นไปไหน ถึงแม้ว่าโต๊ะตัวนั้นจะถูกทิ้งให้ว่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“ขอนั่งต่อนะ ตรงนั้นไม่มีปลั๊กไฟ"

 

เขาเงยหน้าขึ้นมาจากคอคอมพิวเตอร์แล้วก็ยิ้มกว้างสดใส(อีกแล้ว) ก่อนจะกลับไปทำงานต่อ

โอ้ยย – จะยิ้มเก่งไปไหน!

 

ผมว่าผมแม่งรอไม่ได้ละ เอาสติปัญหาที่พาตัวเองเข้ามาเรียนคณะนี้ได้ขึ้นมาใช้เดี๋ยวนี้

ผมจะเริ่มจีบเขายังไงดีวะ?

 

จะว่ายังไงดีล่ะ?

ผมไม่ใช่พวกเฟรนลี่น่ะ ไม่ใช่มนุษย์ประเภทที่จะส่งยิ้มกว้างๆแล้วโปรยไปให้ทุกคนรอบตัวได้เหมือนเขา

ผมมันกวนตีน ชอบทำหน้านิ่ง แถมยังพูดสามคำสบถคำนึงอีกต่างหาก

เราอยู่คนละขั้วกันมากเกินไป

 

ถ้าผมอัธยาศัยดีอย่างเขาสักนิด...

ผมคงส่งยิ้มไปให้แล้วเริ่มถามเขาว่าเรียนคณะอะไร ม.ไหน ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเราอยู่มหาลัยเดียวกัน

หรือถ้าเขาจะมีความกวนตีนปนอยู่ในนิสัยเหมือนอย่างผมบ้าง ผมก็คงหาเรื่องคุยกับเขาได้ง่ายกว่านี้

 

อย่างไรก็ตาม ต่อให้ผมพอจะพาเรื่องมาถามเขาได้ เช่น ขอคำแนะนำเรื่องแม๊คบุ๊คหน่อย เพราะผมกำลังจะซื้ออยู่พอดี

...การไปกวนสมาธิเขาจากการทำงานก็ไม่ใช่มารยาทที่ดีเท่าไหร่ป่ะวะ?

 

,

 

สองชั่วโมงครึ่งผ่านไปไวเหมือนโกหก -- ผมเองก็ใกล้บ้าจริงครับ อันนี้ไม่โกหก

 

ความรู้สึกกดดันของผมเพิ่มขึ้นมากพอๆกับยอดไลค์ในอินสตาแกรม

และความกลัวว่าเขาจะลุกเดินออกไปตอนไหนไม่รู้ ก็พุ่งตามยอดคอมเม้นท์มาติดๆ

 

มือข้างขวาของผมเริ่มหยิบปากกาที่วางอยู่ขึ้นมา แล้วหมุนควงเป็นวงกลมด้วยปลายนิ้ว พร้อมกับหัวสมองที่ทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ

 

เอาวะ!

 

ในที่สุดผมก็หยุด แล้วกดปลายปากกาลงไปบนพื้นที่ว่างข้างล่างวันที่กับชื่อวิชาของชีทแผ่นนี้ที่ผมจดเอาไว้ -- ก่อนจะเขียนตัวหนังสือภาษาอังกฤษสั้นๆลงไปบนนั้น

 

รอเวลาสักพัก ผมก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป...

 

ขอให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม...

 

,

 

ผมขับรถวนมารอรับน้องสาวตรงหน้าที่สถาบันสอนพิเศษ แล้วกว่าจะฝ่ารถติดกลับไปถึงบ้านได้คงจะก็เกือบจะบ่ายโมงโน่นแหละ

 

ระหว่างนั้นผมห้ามตัวเองไม่ให้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คไม่ได้เลย จากทุกสิบนาที มาเป็น ห้า สี่ สาม สอง... จนน้องถามขึ้นมา ว่าผมรอโทรศัพท์อยู่รึเปล่า?

 

“พี่นัดเพื่อนไว้จะไปเล่นบาสกันน่ะ แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะเจอกันกี่โมง รอพวกมันตอบอยู่เนี่ย"

 

ก็ว่าไปเรื่อยครับ...

ผมว่าตัวเองเป็นคนเจ้าเล่ห์นะ กะล่อนพอตัวซะด้วย แต่พอเป็นเรื่องของเขาน่ะ อะไรก็ยากไปหมดเลยจริงๆ

ให้ตายสิ....

 

ว่าแต่จะเงียบไปอย่างนี้จริงๆเหรอ?

 

ผมถอยรถเข้าจอด ช่วยยัยน้องสาวถือเอกสารประกอบการเรียนตั้งใหญ่ๆที่ได้มาทุกสัปดาห์ แล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ระหว่างที่กำลังหยิบรีโมทขึ้นมากดเปิดโทรทัศน์อยู่นั้น เสียง ตึ่งตึ๊ง ก็ดังมาจากโทรศัพท์

 

ผมรีบโยนรีโมทลงบนโซฟา แล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที

 

ไอ้เชี่ย เป็นไงมั่งวะ

ไหนอัพเดทดิ้!

 

ไม่เคยอยากถีบเพื่อนตัวเองเท่านี้มาก่อน

ผมยังไม่มีอารมณ์จะอัพเดทอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ เลยตอบมันกลับไปแค่

 

 

* -_-

 

 

แล้ววางโทรศัพท์กลับไปที่เดิม พร้อมกับเสียง ตึ๊งตึง ที่ 2 ที่ดังมา

 

กูจะบล๊อคไลน์แม่งละนะ! เชี่ยเอ้ย ขี้เสือกนักนะมึงเนี่ย!

 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปลดล็อค ก่อนจะพบว่าเสียงที่ดังแจ้งเตือนไม่ใช่เพราะมีข้อความใหม่เข้ามา

แอพพลิเคชั่นสนทนายอดฮิตบอกกับผมว่า มีใครคนนึงต้องการเป็นเพื่อนกันผม

... ทั้งๆที่ผมเนี่ย โคตรอยากจะเป็นมากกว่าเพื่อนกับเขาไปแล้ว

 

หน้าที่กดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเป็นของผม

แต่ถ้าวันนึงผมอยากจะขอเป็นอะไรที่มากกว่านี้

เขาคงต้องเป็นฝ่ายให้คำตอบผมบ้าง...

 

นั่นทำให้การแจ้งเตือนของผมดังขึ้นมาอีกครั้ง

(กูเริ่มจะหลอนกับไอ้เสียงตึ๊งตึงนี่ละ เปลี่ยนเสียงดีกว่าแม่ง...)

 

ข้อความ แรกที่เขาส่งมาหาผมเป็นรูปถ่ายกระดาษเอสี่สี่ขาวปึกนึง มันเป็นปึกกระดาษที่ผมคุ้นตา เพราะมันใช้ชีวิตอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แล้วผมก็เริ่มรู้สึกรักมันขึ้นมาสุดหัวใจในตอนนี้

 

ลืมชีทไว้ที่ร้านกาแฟป่ะครับ?

 

สิ่งแรกที่ผมทำคือยกมือขึ้น ทำท่า เยส!

โคตรอยากออกไปตะโกนหน้าบ้านเลยแม่ง! ชีวิตดีโคตร!

 

ยังครับ... ต้องตอบไลน์ก่อน

 

 

เฮ้ย กำลังหาอยู่เลยเนี่ย

ลืมไว้ที่ร้านกาแฟนี่เอง

 

อืม... เราเห็นมันมีไอดีไลน์เขียนอยู่ที่ชีทด้วยอ่ะ

เลยแอดมาบอก

เราเก็บชีทไว้ให้นะ

 

อ๋อ ขอบคุณนะ

เรียนม.เดียวกันใช่ไหม?

 

เขาส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับมาเป็นคำว่า yes!

 

เรียนคณะอะไร?

 

ถาปัตย์อะ ^^

 

จันทร์มีเรียนป่ะ?

 

มีๆ

 

งั้นเดี๋ยวตอนพักเที่ยงไปเอาชีทคืนที่โรงอาหารถาปัตย์แล้วกัน

 

อือ ^^

 

ขนาดในไลน์ยังยิ้มเก่งเลยครับ ใจละลายหมดแล้วแม่ง

ผมปล่อยบทสนทนาของเราให้หยุดคู่แค่นั้น เพราะอีกข้อความที่จะส่งต่อไปนี่ยังค้างอยู่ตรงช่องสำหรับพิมพ์

แม่ง – กดส่งไปจะดีไหมวะ?

 

เอาชีทเสร็จขอกินข้าวเที่ยงด้วยเลยได้ปะ?

 

เอาจริงๆครับ – ไม่กล้า

โคตรจะปอดแหกเลยกูเนี่ย!

 

“พี่!! แม่เรียกกินข้าว!!”

 

เสียง แหลมแสบแก้วหูของยัยน้องสาวตัวแสบของผมดังขึ้น พร้อมกับแรงกระแทกที่ไหล นั่นทำให้นิ้วหัวแม่มือของผมเลื่อนไปกดส่งข้อความเข้าพอดิบพอดี

 

- _ -...

โลกแตกแล้วแม่งเอ้ย!

 

ผมปล่อยโทรศัพท์ให้ตกลงมาบนตักราวกับจับของร้อน แล้วมองตัวหนังสือสีอ่อนๆที่ขึ้นมาว่า เขาอ่านข้อความที่ผมส่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

อืม เอาดิ ^ ^

 

ไม่ทนแล้วครับ! ผมเขวี้ยงมือถือลงบนโซฟาพร้อมกับวิ่งออกไปตะโกนแหกปากหน้าบ้านหนึ่งรอบ พ่อแม่กับยัยน้องผมต้องสงสัยแน่ๆ แต่ใครจะไปสน...

 

 

*อยากกินไรเป็นพิเศษป่ะ?

 

 

พิมพ์ข้อความเสร็จผมก็รอสักพัก

สักพัก...

และ สักพัก... 

 

เห้ย...

เงียบใส่กันซะงั้น...

 


 

*...

ไม่ตอบ...

 

 

*เปล่า

* ^ ^

ดีใจอยู่

 

 

เข้านอนตอนนี้แล้วตื่นมาอีกทีเป็นวันจันทร์เลยได้ปะวะ?

 

 

 

 

 

tbc.

 

 

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.879K ครั้ง

3,197 ความคิดเห็น

  1. #3194 Aun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 10:08

    น่ารักกกก☺️☺️☺️

    #3194
    0
  2. #3189 cherrymen2833 (@cherrymen2833) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 15:04
    แหม555555
    #3189
    0
  3. #3180 Yin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 22:15

    ไม่เนียน 5555555

    #3180
    0
  4. #3178 Moowan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 15:00

    555ชอบตลกดี

    #3178
    0
  5. #3176 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:47

    เข้าใจอาการกลั้นยิ้มเวลาคนที่ชอบมาอยู่ใกล้ๆนะ ฮือ น่ารักอะ เสียอาการกันทั้งคู่ หยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #3176
    0
  6. วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 23:49
    เอาแล้วววว ตอนแรกคือลุ้นหมอมากก จะเอายังจะเริ่มยัง ฮืออ น่ารีกๆๆๆ
    #3172
    0
  7. #3168 คนที่ 12 นาฬิกา (@aimoat2548) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 06:17
    นิสัยหมอตลกดี ชอบบบบบบบ บทจะกล้าก็กล้าเชียวนะหมอออออ
    #3168
    0
  8. #3167 Marshmallowstg (@Marshmallowstg) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 16:41
    ต่างคนต่างวางแผนแน่ๆเลยยยย
    #3167
    0
  9. #3160 priyatida_tt (@priyatida_tt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 13:34

    เค้ามีใจให้กันแน่ๆเลย
    #3160
    0
  10. #3158 ninewnn10 (@ninewnn10) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 12:22
    เฮ้ย แล้วจะยิ้มบ้ายิ้มบออะไรว่ะเนี่ย #ด่าตัวเอง 555+
    #3158
    0
  11. #3157 iamahopegirl (@maprang-123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 01:12
    มีใจให้กันแน่เลย กรี๊ดดดดดดดด
    #3157
    0
  12. #3155 Cher_Cher (@Cher_Cher) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 12:52
    เขินนนน
    #3155
    0
  13. #3153 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 13:05
    น่ารักกก
    #3153
    0
  14. #3142 dedicatedsj (@dedicatedsj) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 15:25
    อ๊ากกกกกก เค้ามีใจให้กันแน่นอนนน
    แต่ตลกอะ หามุกจีบจนได้ เขียนไอดีไลน์ไว้ที่ชีทเรียน 555
    #3142
    0
  15. #3139 Alice J (@alicej) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 11:04
    น่ารักมาก ไรท์เขียนออกมาได้น่ารักมากเลย
    #3139
    0
  16. #3137 WSwen (@SunnyWo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 06:35
    แม๊หนูว่าคนนุ่มนิ่มก็น่าจะชอบคูมหมอ
    #3137
    0
  17. #3132 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 19:28
    จีบแบบ..ถ้าเกิดคนเก็บไม่ใช่คนที่หวัลนี่เฟลอะ
    #3132
    0
  18. #3125 ISixG2 (@92341453678999) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:39
    ว้ากกกกกก มุกจีบไม่เนียนนนนนนนนนนนนนนนน
    #3125
    0
  19. #3124 walanwhann (@walanwhann) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 21:25
    หมอป๊อดมากกกกก
    #3124
    0
  20. #3123 PTM_cake (@PTM_cake) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 19:50

    น่ารักกกก

    #3123
    0
  21. #3122 rk writer (@ruangkaw3333) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:05
    ตอนเเรกก็เขินเเล้ว^^
    #3122
    0
  22. #3117 Toeyeiei2545 (@jirayut-1980) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:44

    ชอบมาก
    #3117
    0
  23. #3108 manassa (@0943062580) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 23:37
    เอ้าาา มีหวังแล้ว
    #3108
    0
  24. #3107 SPF50PA++ (@SuthaahtuS) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 12:27
    กลับมาอ่านรอบ 2 แล้วอินี่ก็ยังจะเขินเหมือนเดิม
    #3107
    0
  25. #3100 *AprIL* (@aprilrain) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:57
    อิย้าาาา

    ทำไมชั้นต้องเขินแทนพระเอก
    #3100
    0