คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Hello, forever partner Hello, forever partner | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
พี่ถุงกระรอกบินมาแล้วค่ะ : ) 
อันที่จริงเราเขียนเรื่องนี้เสร็จตั้งแต่ช่วงงานบอลแล้ว 
แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง คืออ่านแล้วไม่ค่อยชอบเนื้อหาสักเท่าไหร่ 
ก็เลยตัดสินใจยังไม่ลงให้ทุกคนอ่านกัน 

วันนี้มาลองนั่งไล่อ่านดูอีกที ได้แก้ไขบางส่วนแล้วก็รู้สึกว่าโอเคแล้วค่ะ 
เลยเอามาโพสแบบช้าไปเยอะเลย 

เรื่องนี้มีตอนก่อนหน้า 2 ตอนนะคะ 

01 - Hello, stranger
02 - Hello, partner 


ขอบคุณค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ส.ค. 62 / 23:23



- HELLO, FOREVER PARTNER -


♦ 

1สัปดาห์ก่อน

19:15

คอนโด - พญาไท


 เชื่อเหอะ...

ตลอดระยะเวลาสามสี่ปีที่คบกันมา มีอยู่ไม่กี่ครั้งหรอก ที่ผมจะได้เห็นมันหัวเราะสุดชีวิตจะเป็นจะตายขนาดนี้ 

“กูถามจริง นี่จะไปเชียร์บอลหรือแข่งเปตอง” 

“สัด! ตัวสีอ่อนมึงก็บอกว่าเหมือนจะไปเดินจงกรม พอกูซื้อสีเข้มมาก็บอกว่าไปอบต. แล้วจะให้กูใส่สีอะไร!” 

“ก็แล้วแต่ว่ามึงจะอยากไปไหนไง ไปเดินจงกรมหรือไปโยนเปตอง” 

“เชี่ยนี่!” 

ผมบ่นเบาๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะหันไปมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ไม่รู้จะโกรธมันที่หัวเราะคนอื่นได้หน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่มึงก็เคยใส่เสื้อลายถุงสัมเพ็งเดินทั่วสยาม หรือโกรธมหาลัยที่ทำเสื้ออะไรมาขายกันวะเนี่ย! 

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้เสื้องานบอลประเพณี ได้มาก็ต้องลองใส่อยู่แล้ว แถมยังมาลองวันที่อีกคนใส่เสื้องานบอลมหาลัยตัวเองไปทำงานพอดีซะอีกยิ่งหันไปเห็นไอ้คนที่นั่งกระดิกเท้าใส่เสื้อสีแดงเข้มของม.ตัวเอง ซึ่งออกแบบมาซะโคตรเท่ก็ยิ่งหงุดหงิด

สบายใจเชียวนะมึง! 

ผมกับมัน... เราย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันเมื่อ3 เดือนก่อน 

แล้วนี่ก็เป็นปีแรกที่เราจะไปงานบอลในฐานะศิษย์เก่า

ผมถอนหายใจ เดินไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอนไปหาอีกคนพร้อมเอาไหล่จิ้ม

“กูใส่เสื้อมึงได้มั้ย?” 

“ไม่” 

“นะ...นะ!” 

“โว๊ย! แล้วจะให้กูใส่อะไร” 

“ก็ใส่เสื้อกูไง มึงเคยใส่เสื้อถุงสัมเพ็งแล้วอะ ลองใส่เสื้ออบต.บ้างก็ไม่เห็นเป็นไรเลย” 

“เบอร์ M กูยัดเข้าตายแหละ” 

“เฮ้อ...” 

ผมถอนหายใจแทนคำตอบแล้วก็เงียบไป ส่วนมันหันมามองแล้วหลุดยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นถอดเสื้อโยนใส่ตะกร้าผ้าซัก

สุดท้ายก็ได้แต่นั่งนิ่ง ส่งสายตามองคนที่เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว แบบที่รู้เลยว่าคงไปอาบน้ำต่อ 

สักพักก็ก้มลงมองเสื้อสีพูแป๋นแหร๋นของตัวเอง แล้วนึกถึงประโยคที่คนเค้าชอบพิมพ์กันในเน็ตช่วงนี้ 

‘Gu ask real?’ 


♦ 

วันนี้

07 : 05

คอนโด - พญาไท


สุดท้ายก็ต้องไปงานบอลกับเสื้อกีฬาอบต....

อันที่จริงก่อนหน้านี้ผมมีความคิดว่าจะไปซื้อสีชมพูอ่อนมาใส่ด้วยนะ แต่พอใส่ของเพื่อนมาลองทาบตัวดูก็พบว่า สีอ่อนๆ แบบนี้มันทำให้คนหน้าจืดอย่างผมดูจืดจาง แถมยังตัวซีดเข้าไปใหญ่ 

สุดท้ายก็เลิกคิดจะเลือกเดินจงกรม แล้วก็กลับไปโยนเปตองจริงๆ 

เราสองคนไปงานบอลพร้อมกัน แต่หลังจากซื้อตั๋วเสร็จก็ต่างแยกย้ายไปหาเพื่อนของตัวเอง และจะเข้าไปนั่งในสนามด้วยกัน

ผมตรงไปหาพวกรุ่นน้องชมรมถ่ายรูปที่รวมตัวอยู่ใกล้ๆ ขบวนพาเหรด ซึ่งกำลังเตรียมเข้าสนาม ไปถึงปุ๊บก็งานเข้าจนได้ เพราะกล้องของรุ่นน้องคนนึงมีปัญหาจนต้องไปดูให้ และโดนขอให้ไปช่วยงานอีกสักปี 

แน่นอนว่าได้ยินปุ๊บก็รีบปฏิเสธปั๊บ

...เหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วนี่ยังไม่ลืมหรอกนะ และทันทีที่ปฏิเสธ ก็โดนรุ่นน้องแซวต่อทันที

“จะไปดูบอลกับแฟนอะดิ๊” 

“แฟนอะไร ไม่มีเว้ย” 

“อ๋อเหรอ? แล้วที่มาคอยเฝ้าอยู่เมื่อก่อนนี่ใคร?” 

“หมารึเปล่า ชอบมาเฝ้าเจ้าของ” 

“เก่งจ้า...เก่ง!” 

ได้ยินอย่างนั้นผมก็ยักคิ้วแทนคำตอบ แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเรื่องอื่น

ระหว่างที่คุยเล่นกับพวกน้องๆ สายตาของผมก็ไล่มองบรรยากาศโดยรอบไปด้วย แล้วสิ่งนึงที่รู้สึกคือ เสื้ออบต.นี่มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอก เวลาอยู่รวมกับคนที่ใส่เหมือนกันเยอะๆ 

...ไอ้คนที่หัวเราะเยาะคนอื่นจะเป็นจะตายนั่นต่างหากล่ะที่แย่! 

ผมอยู่ตรงนั้นจนถึงเวลาที่ขบวนต้องเคลื่อนเข้าไปในสนาม ซึ่งสมาชิกในชมรมถ่ายภาพก็ต้องตามไปเก็บภาพบรรยากาศพร้อมกัน 

พอหมดหน้าที่ผมก็แยกตัวออกมา หันซ้ายหันขวา ไม่ทันหยิบโทรศัพท์ชึ้นมาโทร ก็เจออีกคนนั่งรอตรงเก้าอี้ม้าหินไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่...มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะนั่น? 

พอเดินไปหา มันก็ส่งขวดน้ำให้ ผมเลยยื่นมือไปรับ นั่งลงข้างๆ แล้วก็ถาม

“มานั่งทำไรแถวนี้วะ เพื่อนไม่มีรึไง” 

“กวนตีน” 

“กลัวกูโดนลากไปช่วยชมรมถ่ายรูปอะดิ๊” 

“ก็รู้นี่หว่า” 

มันพูดพร้อมเอาขวดน้ำในมือตัวเองมาเคาะหัวกัน แล้วลุกขึ้น พร้อมยื่นมือมาให้

“เข้าไปเลยมั้ย เผื่อดูขบวนทัน” 

ผมพยักหน้ารับ ยื่นมือไปจับมือมันแล้วลุกขึ้นยืน 

ระหว่างที่กำลังต่อแถวท่ามกลางผู้ที่แน่นขนัด มันก็ยกมือขึ้นมาโอบไหล่ผมไว้ ไม่รู้เหมือนกันว่าแค่อยากพักแขนเล่นๆ หรือช่วยกันเผื่อจะโดนเบียด ตอนนั้นเองที่ผมก็หันไปมองคนที่เหงื่อผุดเต็มหน้าผากแล้วยกมือไปพัดให้สองสามทีพร้อมหลุดยิ้มออกมา

เราสองคนมางานบอลทุกปีที่ เจอกันที่นี่ โกรธกันที่นี่ 

แต่ปีนี้เป็นปีแรกเลยที่เราได้ต่อแถวเข้างานด้วยกัน...

สักพักมันก็หันมา เลิกคิ้วมองหน้าผมแล้วถามกลับ

“เป็นอะไรของมึง ร้อนจะตายห่า ยืนยิ้มอยู่ได้” 

เกลียดแล้ว



 

วันนี้

15 : 38 

งานบอลประเพณี


ผมมองไอ้กระรอกบินที่ทำเป็นดี๊ด๊าหลังจากมหาลัยมันได้ประตูนำไปหนึ่ง แถมยังหันมาทำหน้ากวนตีนใส่ จนต้องขยับไปกระซิบใกล้ๆ ให้มันได้ยิน

“กวนตีนกูน่ะไม่เท่าไหร่หรอก มึงดูคนอื่นด้วย เดี๋ยวก็โดนเตะร่วงไปโน่น” 

ได้ยินอย่างนั้นมันก็ทำหน้าตกใจ หันซ้ายหันขวา ก่อนจะนั่งนิ่งตัวตรงแหน่ว แล้วสบถเบาๆ 

“แม่ง...” 

ผมเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วได้แต่กลั้นแอบขำ

มึงลองนึกถึงความเป็นจริงดูซิ คนเยอะแยะใครเค้าจะเดินมาเตะมึงสุ่มสี่สุ่มห้าวะ? 

สักพักมันก็หันมาบ่น

“มึงนั่นแหละ ทำไมต้องให้กูมานั่งฝั่งนี้ด้วย เด็กม.มึงทั้งนั้นเลย” 

“ก็มึงเป่ายิงฉุบแพ้” 

ผมตอบ ส่วนมันมองค้อนแล้วเราก็ดูบอลกันต่อ

จนกระทั่งก่อนจบครึ่งแรก มหา’ ลัยผมก็ยิงประตูตีเสมอได้สำเร็จ ทำเอาไอ้กระรอกบินต้องหันมาตีขาผมแรงๆ แล้วหันกลับไป

นี่พูดตรงๆ ดูจากนักกีฬาในงานบอลปีนี้แล้ว ผมก็ไม่คิดว่าหรอกว่าม.ตัวเองจะชนะ 

คือถ้าแพ้ ก็ถือว่าตามฟอร์ม เพราะอีกฝ่ายเล่นยกมาทั้งบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ถ้าชนะก็ดี แถมมีเรื่องให้กวนตีนไอ้นี่ไปอีกหลายวัน

หลังจากนั่งดูการแสดงระหว่างพักครึ่งได้ไม่นาน มันก็หันมาคุยกับผมอีกครั้ง

“ถ้าม.มึงแพ้ เลี้ยงข้าวนะ” 

“ได้ข่าวเมื่อวานซืนกูก็เลี้ยง” 

“ก็ถ้ากูแพ้ กูก็เลี้ยงบ้างไง เลี้ยงบุฟเฟต์แซลมอนเลยอ่ะ” 

“กูว่าอันนี้มึงอยากกินส่วนตัวละ” 

เพราะไม่กี่วันก่อนมันไปเป็นตากล้องถ่ายงานที่ร้านบุฟเฟต์แซลมอนมา เจ้าตัวบอกผมว่าวันที่ทำงานก็ได้กินนะ แต่ก็ไม่สบายใจเหมือนไปกินในฐานะลูกค้าหรอก

ไอ้กระรอกบินมันหันมามองผม ส่งยิ้มให้ แล้วตอบกลับ

“แสนรู้” 

สิ่งที่ได้ยินทำเอาผมขมวดคิ้วเข้า ยกมือขึ้นชี้ขู่ พร้อมกับที่มันกลั้นขำ แล้วขยับตัวหนี ท่าทางที่เห็นทำเอาผมหลุดหัวเราะตาม ยกมือขึ้นมาโอบไหล่ให้มันกลับมานั่งที่เดิมแล้วพูดต่อ 

“ทำอะไรของมึง เดี๋ยวหงายหลังตกเก้าอี้หรอก” 

เอาจริงๆ ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่ะ ว่าจะมีวันที่ตัวเองนั่งหัวเราะอยู่อย่างนี้ทั้งๆ ที่โดนหลอกด่า


 

วันต่อมา

10 : 08 

ร้านบุฟเฟ่ต์แซลมอน - เอกมัย


สรุปว่าบอลฝั่งมหาลัยผมแพ้

และตอนนี้เราอยู่ที่ร้านบุฟเฟ่ต์แซลมอน ผมนั่งเท้าคางมองไอ้คนตัวเล็กกว่าผม แต่กินได้เหมือนกระเพาะมีหลุมดำแล้วถอนหายใจ ก่อนที่มันจะเงยหน้าขึ้นมา แล้วถามกัน

“มึงอิ่มแล้วดิ?” 

“อืม” 

ที่ผมกินไปก็ไม่น้อยหรอก...

ไอ้กระรอกบินยกไหล่รับสิ่งที่ผมพูด แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตากินต่อแบบไม่สนใจใคร ส่วนผมได้แต่ถอนหายใจ

…อย่าให้ได้ยินใครงอแงว่าปวดท้องเพราะอาหารไม่ย่อยก็แล้วกัน! 

มันกินแซลมอนจนหมดเวลาที่ร้านให้ไว้ พออกมาเราก็เดินเล่นด้วยกันนิดหน่อยในห้างสรรพสินค้า แล้วก็กลับมาที่คอนโด 

เข้าห้องมาได้มันก็นอนดูเน็ตฟลิกซ์หน้าตาเฉย ส่วนผมนั่งอยู่บนพื้น เพราะโซฟาโดนมันยึดไปคนเดียวเต็มๆ ดูซีรีส์บ้าง เล่นโทรศัพท์มือถือบ้าง พร้อมกับมีข้อความส่งเข้ามาจากหลานรหัส เป็นลิงค์อะไรสักอย่าง 

ลิงค์นั้นพาผมไปยังแอพพลิเคชั่นที่เคยได้ยินชื่อ แต่ก็ไม่เคยจะไปลองเล่นอะไรกับเค้าหรอก 

‘ทวิตเตอร์’ 

พอเข้าไปก็เสือกมีรูปแฟนผมกำลังถือกล้อง และข้อความที่บรรยายไว้ ตามด้วยแฮชแท็กงานบอลเมื่อวานนนี้

‘คนนี้ใครอะ งานดีจัง เปิดวาร์ปหน่อย’ 

‘วาร์ป? ’ เท่าที่เคยได้ยินมาจากในเกม มันคือการหายตัวจากที่นึงไปยังอีกทีนึงอะไรประมาณนั้น

แล้ววาร์ปในทวิตเตอร์... มันคืออะไรวะ? 

ผมนิ่งไปสักพัก เลิกสนใจเรื่องไอ้วาร์ปเชี่ยอะไรนั่น แล้วเลื่อนสายตาไล่ดูอย่างอื่น 

รูปมันมีคน ‘รีทวิต’ ซึ่งมันคืออะไรผมเองก็ไม่รู้ แต่ก็มีตั้งเป็นพัน

แล้วยังมีไลค์อีก... อันนี้พอเข้าใจได้คงคล้ายๆ เฟสบุ๊ก ซึ่งยอดไลค์ของรูปมันก็เป็นพันเหมือนกัน 

ห่าเหวอะไรวะเนี่ย? 

พอเลื่อนมาดูข้างล่างถึงได้เห็นข้อความที่มีคนมาตอบ พร้อมแนบรูปภาพหน้าอินสตาแกรมไอ้กระรอกบิน 

‘เปิดวาร์ปไอจีค่ะ แอบตามมาตั้งแต่ตอนเรียนละ พี่เค้าจบแล้วนะ ถ่ายรูปสวยมาก’ 

ถ้าให้เดา วาร์ปคงเป็นช่องทางติดตามล่ะมั้ง? 

รึเปล่า? ไอ้เหี้ย! งง..งงไปหมด! 

ซึ่งไอ้ข้อความเปิดวาร์ปอะไรนั่นก็ทั้งรีทวิต ทั้งไลค์พุ่งไปถึงพันต้นๆ !! 

ได้เหรอวะ? 

ผมเลื่อนลงมาดูต่อ พร้อมกับเห็นข้อความถัดไป


ใสมากอะ อย่างน่ารัก แก้มน่าหยิกมาก

มึงไปไกลๆ เลยนะ


งานดีอะ ถ้ายรูปสวยด้วย ผัวมโน~~

ผัวมโนคืออะไร? แฟนกู


พอเหอะ! ผมถอนหายใจออกมา

ว่าแล้วไง! กูละสายตาแป๊บเดียว แม่งเป็นเรื่องจนได้! 

ผมจัดการเข้าแอพสโตร์ แล้วโหลดไอ้แอพฯ ทวิตเตอร์เชี่ยนั่นมาจนได้ 

หลังจากนั้นไม่นานผมก็สมัครแอคเค้าน์ในทวิตเตอร์เรียบร้อย หาไอ้โพสนั้นเจอแล้วก็พบว่า 

...กูควรทำอะไรต่อดีเนี่ย? 

เหลือบมองไอ้คนที่ยังดูทีวี และพบว่ามันยังคงเอาแต่นอนเปิดพุงดูหนังหน้าตาเฉยแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น 

ยังอีกมึง... ยังไม่รู้ตัว! กูล่ะอยากจะบ้ากับมึงจริงๆ! 

พอละ! ผมไม่เสียเวลาต่อ ช่างหัวไอ้ทวิตเตอร์แม่ง

ผมหันไปมองไอ้ต้นเรื่องที่ยังไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วก็พูดออกมา

“มือถือมึงอะ” 

“ชาร์จอยู่ข้างเตียงมั้ง” 

“เอามาดูหน่อยดิ๊” 

“ดูอะไร ของมึงก็มี เป็นบ้าอะไร เล่นแต่โทรศัพท์อยู่ได้!” 

อ้าว...อยู่ๆ กูผิดเฉยว่ะ

ผมขยี้หัวตัวเอง ถอนหายใจ ลุกไปหยิบโทรศัพท์ที่เจ้าของบอกว่าชาร์จแบตอยู่ แล้วถือกลับมา จับมือมันเอานิ้วมาสแกนเพื่อปลดล็อค โดยที่เจ้าของก็แค่หันมาทำหน้างงใส่ 

สิ่งแรกที่เห็นคือการแจ้งเตือนซึ่งขึ้นมาเต็มไปหมด แต่ไอ้นี่ดันปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง 

ไล่ดูไปเรื่อยๆ ข้ามไลน์ที่เพื่อนๆ ส่งมา แล้วก็ไปเจอว่ามีคนส่งข้อความมาให้มันทางอินสตาแกรม สั้นๆ แต่ก็รู้เจตนาชัดเจน


‘หวัดดีคับ’ 


ผมเองก็เคยเป็นที่รู้จักมหาลัยอยู่บ้าง ไอ้เซ็กซี่บอยอะไรที่เค้าเห่อๆ กันอยู่ช่วงนึงนั่นแหละ 

เลยพอเข้าใจได้ว่า ทันทีที่เริ่มมีคนมาให้ความสนใจแบบนี้ นอกจากยอดติดตามทางโซเชี่ยลต่างๆ จะมากขึ้น ซึ่งสำหรับผม มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตหรอก อยากโพสอะไรผมก็โพสอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันมันก็ชอบมีพวกแบบนี้นี่แหละที่เข้ามายุ่ง 

พอผมบล็อคไอ้นั่นไปเรียบร้อย ไอ้คนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ลุกขึ้นชะโงกหน้ามาหากัน

“มึงทำอะไรอะ” 

“ดูเฉยๆ” 

ผมตอบ รู้หรอกว่าไม่เนียน แถมยังพยายามเช็คดูว่ามีข้อความอื่นๆ ถูกส่งมาอีกมั้ย จนแน่ใจแล้วว่าไม่ ถึงได้หันกลับไปสบตากับเจ้าของมือถือ และได้ยินมันบ่นต่อ

“ดูเฉยๆ คือเชี่ยไร ทำอะไรวะ?” 

มันพูดพลางดึงมือถือกลับไปดู ส่วนผมนั่งลงบนเตียง ส่งสายตามองคนที่จ้องหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง แล้วนิ่งไป แต่ตากลับโตขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหันมาพูดกับผม

“อยู่ๆ คนก็มาฟอลไอจีเพิ่มเต็มเลยว่ะ” 

นั่นไง! แล้วนอนไม่รู้เรื่องอยู่ได้ตั้งนาน! 

ผมเงียบแทนคำตอบ มันเลยลงมานั่งลงข้างๆ แล้วพูดต่อ 

“มึง...มันมาจากไหนอะ?” 

“เอ๊า! ไอจีมึงกูจะรู้เหรอ?” 

“แล้วมึงดูมือถือกูทำไมอะ?” 

นั่น! พอเรื่องแบบนี้มึงทำฉลาดขึ้นมาเฉย! 

พอไม่รู้จะตอบยังไง ผมก็เลยเงียบ...

ปล่อยให้มันยุ่งกับโทรศัพท์ไปสักพัก แล้วหันมาบอก

“เพื่อนบอกว่ามีคนเอารูปกูไปแปะในทวิตเตอร์ คนก็เลยมาตามในไอจีอะ นี่ไง เจอแล้ว” 

มันพูดพลางยื่นให้ผมดูหน้าจอ ซึ่งก็เป็นไอ้ทวิตเตอร์อะไรนั่นที่ผมดูอยู่ก่อนหน้านี้นั่นแหละ เห็นอย่างนั้นก็ถามต่อ

“รู้จักทวิตเตอร์ด้วย” 

“รู้ดิ ใครเค้าจะโง่แบบมึงอะ” 

“เอาใหญ่นะ พอกูไม่ด่ากลับแล้วไม่หยุดเลยนะ” 

ได้ยินผมพูดอย่างนั้นแล้วมันก็หลุดขำ ก่อนจะกลับไปนั่งดูรูปตัวเองที่ถูกโพสไว้ พร้อมไล่อ่านคอมเม้นต์ 

มีหลุดยิ้ม หลุดขำด้วยนะไอ้นี่! 

สักพักมันก็ถามผม

“มาฟอลเพิ่มทีเดียวเป็นร้อยๆ คนแบบนี้ จะเป็นอะไรมั้ยวะ?” 

มันหันมามอง สีหน้าบอกชัดเลยว่าเริ่มกังวลขึ้นมาแล้ว

ซึ่งมึงเริ่มกังวลได้ช้ามาก! กูนี่เครียดจะตายอยู่แล้ว! 

“แล้วมึงโพสอะไรไว้บ้าง?” 

“ก็รูปที่กูถ่ายไว้ทั่วๆ ไปอะ” 

เท่าที่พอจะจำได้ ส่วนมากมันจะโพสรูปวิว สิ่งของต่างๆ ไม่ก็รูปจากงานที่ไปถ่ายมา ดูไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แต่เช็คไว้อีกรอบก็น่าจะดีมั้ง

“ไหนเอามาดูดิ๊?” 

ผมพูด แล้วเป็นฝ่ายเขยิบเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ของมันด้วยตัวเอง

“ไม่มีรูปมึงหรอกน่า” 

“มี! กูจำได้” 

ไม่มีรูปกู พูดมาได้! 

มันอัพรูปผมที่แอบถ่ายไว้ตอนเราไปเที่ยวภูกระดึงด้วยกัน เป็นรูปย้อนแสงสีขาวดำ 

แคปชั่นคือ nothing but black 

คิดดูว่าผมจำได้ถึงขนาดนั้น! 

มันหันมาส่งยิ้มให้ทันทีที่ได้ยินคำตอบ ก่อนจะพูดต่อ 

“เออว่ะ...” 

ผมถอนหายใจ ยกมือขึ้นผลักหัวมันไปทีนึง

“รูปกูอะไม่เป็นไรหรอก อย่างอื่นล่ะ?” 

ระหว่างที่ถามนี่ก็ผมก็ขยับไปใกล้เกยคางบนไหล่มันแล้วก็ไล่ดูรูปในอินสตาแกรมไปเรื่อยๆ สักพักก็การแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาอีก


‘ขอไลน์ได้มั้ยครับ’ 


แค่นั้นแหละ นิ้วมือของอีกคนที่ไถหน้าจออยู่ก็หยุดชะงัก มันหันมาทำหน้าตกใจใส่ พร้อมกับที่ผมเองก็หรี่ตามองไปเหมือนกัน เราจ้องตากันอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนที่ผมจะพูดออกมา

“มึงล็อคไอจีไปเลย!” 


 

วันเสาร์ สัปดาห์ถัดไป

21 : 08 

คอนโด - พญาไท


สาบานด้วยเกียรติของอะไรก็ตาม การมาไล่เช็คมือถือแฟน ไม่ใช่พฤติกรรมของผม 

ไม่ใช่เลย... จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว

ไอ้กระรอกบินมันล็อคไอจีไม่ได้ สาเหตุหลักๆ ก็คือ งานตากล้องที่มันทำอยู่ตอนนี้ ส่วนนึงก็เข้ามาจากทางนั้น

ผมไม่คิดว่ามันจะนอกใจหรือไปคุยกับคนอื่นหรอก เชื่อใจอยู่แล้ว แต่จะให้วางใจ ทำเป็นเฉย แล้วปล่อยให้ใครมายุ่งกับคนของผม ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน สุดท้ายก็เลยจบที่ต้องมาส่องมือถือมันอยู่อย่างตอนนี้

เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกบอกให้ผมรู้ว่าคนที่เข้าไปอาบน้ำออกมาแล้ว มันนั่งลงข้างๆ กัน เหลือบสายตามองผมแล้วบ่น

“ส่องเก่ง! ไง ส่องแล้วมึงเจออะไรมั้ยล่ะ” 

“ก็ไม่” 

พอได้ยินคำตอบมันก็หัวเราะคิก หันตัวมาหากันแล้วยกขาขึ้นมาวางพาดตักผม 

...สบายเชียวนะมึง

“ขำอะไร” 

“กูอาจจะแอบลบไปหมดแล้ว ก่อนกลับมาก็ได้” 

ผมหันไปมองมัน หรี่ตาใส่ แต่อีกฝ่ายยังคงทำเป็นยิ้มไม่ใส่ใจ

“ล้อเล่นหรอก ก็มึงขี้หวงอะ” 

“แล้วจะทำไม?” 

พอเห็นว่าผมไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้มันก็ขยับใกล้เข้ามาใกล้ จากที่เอาขาพาด เลยกลายเป็นว่าจะขึ้นมานั่งบนตักอยู่แล้ว สุดท้ายมันก็ฉกมือถือคืนไปจนได้ 

ไม่ทันได้หันไปมองว่าเอาโทรศัพท์กลับไปทำอะไร เสียงพูดก็ตามมา

“มือมาดิ๊” 

พูดจบมันก็เอื้อมมือมาจับมือผม แล้วดึงให้ไปอยู่ตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาจ่อ ดูจากท่าทางก็น่าจะถ่ายรูป เสร็จเรียบร้อยก็ขยับกลับไปนั่งที่เดิม ยิ้มกริ่มกับโทรศัพท์อยู่แบบนั้นสักพัก จนผมต้องชะโงกหน้าไปดู แล้วถาม

“ทำอะไรวะ?” 

ได้ยินปุ๊บมันก็รีบเอาโทรศัพท์ตัวเองไปซ่อนไว้ด้านหลังพร้อมตอบกลับ

“มือถือมึงก็มีอะ ไปเอามาดูเองดิ” 

ผมขมวดคิ้วรับคำตอบ แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่ขึ้นมา ไล่ดูก็ไม่เห็นจะมีแจ้งเตือนอะไร เลยตัดสินใจดูในอินสตาแกรม

เข้าไปปุ๊บก็เห็นภาพที่มันเพิ่งโพสโชว์ขึ้นมาเป็นอันแรกพอดี เป็นรูปมือของเราที่จับกันอยู่ แต่งรูปเป็นโทนสีหม่นตามเคย แคปชั่นคือ ‘No Caption’ 

...ผมเผลอยิ้มจนได้ 

หันไปเห็นไอ้คนที่เอาแต่อมยิ้ม นั่งจิ้มมือถือเตรียมเล่นเกมก็ได้แต่แกล้งผลักหน้าผากมัน แล้วพูดออกมา

“ลงรูปกูแล้วไม่แท็กนะมึง” 

“มึงที่ไหน มือมึงเฉยๆ เหอะ” 

มันตอบกลับ แต่ไม่ยอมสบตากัน เอาแต่นั่งเล่นเกม

ส่วนผมก็หันกลับมากดไลค์รูปนั้น มองท่าทางของไอ้กระรอกบินแล้วอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้ เอื้อมมือไปแย่งโทรศัพท์มา แน่นอนว่ามันโวยวาย

“เชี่ยนี่! เอามือถือกูมา! จะเล่นเกม” 

ผมยืดแขนขึ้นจนสุด มองหน้าจอโทรศัพท์ โดยที่มันเองก็พยายามยื่นมือมาแย่งกลับไปตลอด

“ยังไม่ทันเริ่มเลย กดออกได้นี่หว่า” 

แล้วผมก็ทำตามที่พูด

พอมองกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นคนที่กำลังทำหน้าบึ้งสุดชีวิต หน้าตาที่เห็นทำเอาผมอดใจไม่ไหว ใช้มือข้างนึงบีบแก้มมันเอาไว้จนปากยื่น แล้วจูบลงไปเบาๆ 

“ก็มึงหน้าแกล้ง” 

แน่นอนว่านั่นยิ่งทำให้มันหน้าบึ้งจัด 

ผมยื่นมือออกไป กอดเอวมันเอาไว้ ดึงให้ขยับมานั่งบนตักเต็มๆ ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะพูดออกมา

“รักมึงอะ” 

วินาทีแรกมันดูตกใจ ก่อนจะค่อยๆ กลั้นยิ้ม หน้าแดงไปหมด แล้วตอบกลับ

“เป็นบ้าอะไร อยู่ดีๆ มาบอกรัก ไม่สบายเหรอ?” 

มันถาม พร้อมกับเอาหลังมือทาบหน้าผากกันเหมือนจะวัดไข้ ก่อนผมจะไปจับมือมันออกมา มองสบตา ผมยิ้มมุมปาก เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเขินของมันแล้วมีความสุข เลื่อนมือข้างนึงขึ้นมาจับใบหน้าด้านข้างของมันเอาไว้ ก้มลงไปใกล้ ...แล้วเราก็จูบกัน 

ระหว่างนั้นมันก็ยกแขนขึ้นมากอดคอผมเอาไว้ ซุกหน้าเข้ามาที่ไหล่ เวลาไม่โวยวายนี่โคตรน่ารักเลย

แต่ถ้าไม่ขี้ตกใจ ขี้โวยวาย ก็คงไม่ใช่มัน และคงไม่ทำให้ผมรักได้ขนาดนี้

ผมมองคนที่ยิ้มแล้วก็ซบไหลกันอยู่ก่อนจะถามออกมา

“ไม่มีอะไรบอกกูมั่งดิ” 

“หือ? บอกอะไรอะ” 

มันทำหน้าตาเฉย ก่อนผมจะเอาแขนไปช้อนตัวมันไว้แล้วอุ้มขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือเสียงโวยวาย

“เฮ้ย! วางเลย! เชี่ยนี่! ไปไหนเนี่ย?” 

“โยนออกนอกระเบียงแม่งเลย กวนดีนัก” 

“มึง!!” 

พอเห็นหน้าตางอแงของมันผมก็หลุดขำ จับการวางมันลงบนเตียงแล้ว ตามลงไปคร่อมทับแล้วดึงชายเสื้อนอนตัวย้วยๆ ที่มันใส่อยู่ 

“เสื้อเนี่ย มึงใส่ทำไมฮะ ยังไงก็ต้องโดนถอด!” 


♦ 

วันอาทิตย์ สัปดาห์ถัดไป

07:15

คอนโด - พญาไท


วันอาทิตย์คือวันพักผ่อน

ผมเริ่มต้นวันพักผ่อนด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว และจะโทษใครไม่ได้นอกจากไอ้บ้าที่นอนยังไม่ตื่น เสื้อก็ไม่ใส่ แถมยังเอาแขนมาวางพาดกันอยู่ตอนนี้

พอตาสว่างเต็มที่ ผมก็หันไปหามัน ใบหน้าตอนหลับของคนที่ชอบขู่ ชอบดุ กันอยู่เรื่อยดูสงบและไร้เตียงสากว่าตอนตื่นอย่างเห็นได้ชัด ผมหลุดยิ้มออกมา แกล้งยกมือขึ้นหยิกแก้มที่ไม่ค่อยมีเนื้อไปเต็มแรง 

และสัมผัสนั้นก็ทำให้มันลืมตาขึ้น พร้อมหรี่ตามองผมครึ่งนึง แขนที่วางพาดอยู่รัดผมแน่นเข้าจนต้องบ่น

“มึงอย่ากอดแน่นดิ อึดอัดกูหายใจไม่อะ...!” 

คำตอบคือการที่แขนอีกข้างซึ่งผมหนุนอยู่ขยับยุกยิก แล้วยกมือขึ้นมาปิดปากกันไว้ ส่งท้ายด้วยขาข้างนึงที่พาดมาเกี่ยวเข้ากับขาของผม 

ถ้าจะนอนเบียดกันขนาดนี้ มึงจะซื้อเตียงใหญ่ๆ มาทำบ้าอะไรวะ! 

สุดท้ายก็ได้แต่เหลือบตามองคนที่กลับไปนอนต่อ ก่อนจะจัดการงับมือมันเข้าไป 

ซึ่งได้ผล ริมฝีปากผมกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง

ผมพลิกตัว มองคนที่อยากนอนต่อจริงจัง แล้วก็อยากกวนอีก

“นี่...กูมีเรื่องจะพูดกับมึงนะ” 

“...” 

“ตื่นมาฟังกันหน่อยดิ” 

“...” 

“มึงอะ...” 

ได้ผล มันลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมขมวดคิ้วขัดใจ 

ผมมองสบตา ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มแล้วพูดออกไป

“กูรักมึงนะ...” 

มันยิ้มรับจนตาหยี ซุกหน้าลงมาถูไปมากับเส้นผมของผมแล้วพูดต่อ 

“ไม่เห็นตื่นเต้นเลย รู้ๆ กันอยู่” 

เหอะ! ผมล่ะเกลียดมันจริงๆ! 



- END -


ผลงานอื่นๆ ของ kipuu

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. #15 Thingyib (@Thingyib) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 10:43

    ฮื่ออออน่ารััักกกกกกกกก
    #15
    0
  2. #14 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:00
    น่าร้ากกกกก
    #14
    0
  3. #13 SeaSkyandMe
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 01:17

    น่ารักมาก คิดถึงเลย รอตามอ่านทุกปีเลยนะคะ ??’“ //ให้กลจ.แต่งให้อ่านเรื่อยๆนะค้า????????

    #13
    0
  4. #12 buruburu (@vintage88) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:22
    น่าร้ากกก
    #12
    0
  5. #11 filmfilm12123 (@filmfilm12123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 20:35
    Awwww คิดถึง
    #11
    0
  6. #10 Dy_bydx (@Dy_bydx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 01:36
    ฟีลกู้ดมั่กกก รอเขินทุกปีจากนี้ไปค่าา555555
    #10
    0
  7. #9 K-kids (@k-kids0511) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 23:39
    โอ้ยยย มาอีกปี น่ารักก
    #9
    0
  8. #8 Drgrhth (@rotjanat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 00:04
    น่ารักมากกกกกกก
    #8
    0
  9. วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 08:22
    น่ารักกกกกกกกก
    #7
    0
  10. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 05:45
    คู่นี้คือชอบมาก งานบอลผ่านมานั่งรอไรท์เขียนคู่นี้เลย
    #6
    0
  11. วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 18:23

    น่ารัก คู่นี้จะพาไปเที่ยวงานบอลทุกปีใช่ป่าว
    #5
    0
  12. วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 12:07
    รักคู่นี้อีกแล้ววว คือน่ารักอะ น้องแบบขี้โวยวาย ขี้ตกใจ อีกคนก้อชอบแกล้งแต่เอ็นดูน้องสุดดดด งื้อ อ่านละเขิล
    #4
    0
  13. #3 +++DOUBLE B++++ (@yangblue) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 09:55
    งุ้ยยยยยยยยย น่ารักอ่ะะะะะ แอบอยากให้มีต่อออ 5555
    #3
    0
  14. #2 moonxscythe (@aommlette) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:30
    น่ารักอีกแล้วว ปีที่สามแล้วหรอเร็วจัง
    #2
    0
  15. วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:21
    แงแงงงงง อ่านแล้วเอ็นดูน้องกระรอกบินจังเลย อยากบีบแก้มบ้าง /โดนแฟนเค้าหักคอ
    #1
    0