[TVXQ] ----- ETUDE ----- [YAOI]

ตอนที่ 3 : CHAPTER 1 - ผมไม่มีพี่แบบคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 737
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 พ.ย. 52











Chapter 1



 

            ยิ่งถูกคนที่รักบอกว่ารังเกียจเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นเท่านั้น


 

 


 

แสงไฟสีฟ้าอาบไล้เพดานจรดพรมเนื้อนุ่ม ส่งให้สถานที่นี้ดูแปลก แต่ไม่ขัดตา

            อันที่จริงก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับสถานเริงรมย์มากมายบนถนนสายนี้

 

            ป้ายไฟหน้าร้านเป็นตัวอักษรศิลป์เรียบง่าย แต่โดดเด่นพอที่จะสะกดทุกสายตาคนมอง



 

            เมื่อหลุดจากทางเดินเล็กๆ หน้าร้านเข้ามา สิ่งที่จะได้พบคือการตกแต่งภายในอย่างมีรสนิยม ภายในร้านประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีดำเป็นส่วนใหญ่ โซฟาหนังสีดำตัวหนานุ่มที่มุมลับตา เคาน์เตอร์บาร์ สตูลสีดำประกาย... ลึกลับ น่าค้นหา แต่ให้บรรยากาศผ่อนคลายอย่างประหลาด

 


            น่าแปลกนัก...

            หรือนี่คือมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ผู้ที่เคยได้สัมผัสต้องหวนกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า


 

            ...ไม่หรอก ไม่ใช่แค่นี้หรอก

 




 

            สายตาของนักท่องราตรีเกินกว่าครึ่งโดนตรึงไว้ด้วยกรอบร่างบอบบางที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟวับแวม เสื้อเชิ้ตสีขาวโดนไฟดาวน์ไลท์ส่องจนแทบจะกลายเป็นโปร่งแสง เส้นโค้งเอวบางที่เห็นผ่านผืนผ้าเลือนรางยิ่งยั่วเย้าสายตาคนมองจนแทบลืมหายใจ

 



 

            คิม แจจุง...




 

ชื่อนี้เป็นที่รู้จักของทั้งนักเที่ยวขาประจำและขาจรที่แวะเวียนมายังคลับหรูแห่งนี้... ถึงแม้จะมีพวกหน้าใหม่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวหลุดเข้ามานานๆ ที แต่บอร์ดแปะรูปพร้อมชื่อที่ใช้ในการทำงานตรงทางเดินเข้าร้านก็มากพอจะทำให้รู้จักเขาในฐานะโฮสท์




           

            โฮสท์เบอร์หนึ่งของคลับเฉพาะสมาชิก ANEMONE…

 



 

            วงหน้าเรียวขาวพิสุทธิ์ หน่วยตากลมโตสีดำขลับพริบพราวสะท้อนความรื่นรมย์อยู่เสมอ ริมฝีปากบางแดงสดอิ่มตึงที่น่าเข้าไปฝากรอยขบเม้ม รับกับทรงผมซอยสั้นสีน้ำตาลเข้ม เรือนร่างโปร่งบางติดไปทางอ้อนแอ้น... และยิ่งกว่านั้น คือทุกท่วงท่าที่สะกดสายตาคนมอง

 



 

            ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นโฮสท์ แต่การจะเข้าถึงตัวแจจุงน่ะยากยิ่งกว่าที่หลายๆคนคิด นอกจากค่าตัวที่สูงติดเพดานแล้ว แขกที่จะได้ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ กับเขา ยังต้องเป็นลูกค้าชั้นดีที่ผ่านการคัดกรองจากทางคลับอีก

 



            และที่สำคัญ... คือเขาไม่เคยออกไปกับแขกคนไหน

 

            ไม่มีใครได้รับจากแจจุงมากไปกว่าคำพูดหวานหู สายตาฉ่ำเยิ้ม และสัมผัสเบาบาง 

            อย่าว่าแต่ร่วมเตียงเลย แค่คว้าเอวเข้ามากอดไว้ก็เสี่ยงกับการถูกการ์ดหิ้วออกไปแล้ว


 

            เพราะอภิสิทธิ์ที่มากเกินกว่าโฮสท์ธรรมดา แถมยังมาตรการรับแขกที่แสดงถึงความหวงของเจ้าของคลับอย่างเห็นได้ชัด เลยทำให้มีเสียงเล่าลือไปต่างๆ นาๆ แต่ที่หนักข้อที่สุดก็เห็นจะเป็น...


 

            ...ตัวจริงของแอนนีโมนี...

           

             




 

            แจจุง

 

            คนมาใหม่เพียงเรียกเบาๆ ก็เรียกรอยยิ้มหวานบนร่างบางได้ มือแกร่งเอื้อมไปโอบแจจุง คว้าเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอย่างถือสิทธิ์ บดบังภาพของนางฟ้ากลางสถานที่คาวโลกีย์จากสายตาคนอื่นเสียมิด ถึงจะไม่พอใจ แต่ใครจะกล้า...

 

            ...ก็นั่นมันปาร์ค ยูชอน โอนเนอร์ของคลับแห่งนี้... ใบหน้าชวนมอง ร่างสูงสมส่วน เปี่ยมด้วยเสน่ห์อย่างที่บุรุษเพศพึงมี ยิ่งเมื่อยืนคู่กับโฮสท์เบอร์หนึ่งของตัวเองแล้ว

           

            ยิ่งดูเหมาะสมกันจนหาข้อโต้แย้งไม่ได้...

 

 




            หืม... มีอะไรหรือโอนเนอร์ ฉันกำลังจะไปทำงานนะ

           

นี่ก็อีกสาเหตุที่ทำให้ข่าวลือยิ่งมีน้ำหนัก เพราะออกมาจากปากของพนักงานที่นี่เองที่เมาท์กันอย่างสนุกปาก... ก็คุณยูชอนน่ะ ไม่ชอบให้ใครเรียกว่าโอนเนอร์หรอก ได้ยินทีไรเป็นต้องทำตาโหดใส่ คนอื่นเลยเลี่ยงไปเรียกเจ้านายบ้าง คุณยูชอนแทนบ้าง จะมีก็แต่แจจุงเนี่ยแหะ ที่ขยันเรียกโอนเนอร์ได้ไม่เลิก จนสายตาขวางๆ ในตอนแรกกลายมาเป็นสายตาอ่อนอกอ่อนใจแทนในทุกครั้งที่ได้ยิน

 

...ก็ถ้าไม่พอใจ ทำไมคุณยูชอนไม่เห็นจะว่าสักทีล่ะ...

 



 

 

 

            ลูกค้าของคืนนี้...


            ยื่นมือไปรับซองสีน้ำตาลขนาดเอสี่จากร่างสูง... มันปิดผนึกเรียบร้อยเช่นทุกที แจจุงยกซองกระดาษนั้นขึ้นมาคะเนน้ำหนักด้วยสายตา

 

            เบาจังแฮะ...ดีจัง

 

            รายนี้เล่นไม่ยากหรอก ของถนัดนายเลยไงล่ะ... ร่างสูงตอบยิ้มๆ

 

            ใครว่าล่ะ... ฉันดีใจที่ไม่ต้องอ่านรายงานยาวยืดไร้สาระต่างหาก พูดจบก็แลบลิ้นน่ารักให้เสียหนึ่งทีจนคนมองต้องส่ายหัวเล็กๆ ก่อนจะเดินตัวปลิวไปที่ล็อกเกอร์ของตัวเอง เก็บเจ้าซองบรรจุข้อมูลของลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยไปหาแขกที่จองเวลาของเขาในค่ำคืนนี้ไว้...

 


 

            .

 


            .

 



            .



 

            อา... ง่วงชะมัดเลย...

 

            จะไปแอบงีบก่อนมั้ยล่ะจุนซู? ซักตีสามค่อยออกมาช่วยกันเช็คสต็อคก็ยังทัน

 

            หนุ่มน้อยเจ้าของชื่อจุนซูส่ายหน้าจนผมสีน้ำตาลอ่อนกระจัดกระจายไม่เป็นทรง ใครมันจะไปอยากเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานล่ะ? ในเมื่อร้านคอมบินี่ที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงขณะนี้เหลือพนักงานอยู่แค่สองคนคือเขากับฮยอกแจ จากที่กะกลางวันมีตั้งสี่คน

 

            มันก็ช่วยไม่ได้ ทำงานตลอดคืนแบบนี้ ใครมันจะไปอยากทำล่ะ ถึงเงินมันจะดีกว่าก็เหอะ... ตัวเขาเองก็ด้วย ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะต้องการเงินจริงๆ ก็คงไม่มีทางคิดจะสนใจงานที่บั่นทอนสุขภาพตัวเองแบบนี้หรอก ยังดีนะที่วันพรุ่งนี้มีเรียนบ่ายถึงได้ทำงานนี้ได้ ไม่อย่างนั้น รายได้ประจำเดือนของเขาคงหดลงไปเยอะเลยทีเดียว  

 

            พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว....



           

            เฮ้ย! แย่แล้ว!”

            เผลอร้องขึ้นมาด้วยตวามตกใจเมื่อนึกขึ้นได้... ตายแน่ ตายแน่ๆ คิมจุนซู ยัยป้ามหาภัยต้องโกรธจนพ่นไฟได้แน่เลย


 

            เป็นอะไรเหรอ ร้องยังกับโลมาโดนเชือด? ฮยอกแจละสายตาจากงานในมือขึ้นมา

 

             ฉันลืมจ่ายเงินค่าเช่าห้องของเดือนนี้ล่ะฮยอก... ป่านนี้ยัยป้าจะโยนของฉันทิ้งออกจากห้องหมดหรือยังเนี่ย ฮือ... แย่แน่เลย

 

            คงไม่หรอกมั้ง... ป้าแกไม่ได้โหดขนาดนั้นซักหน่อย เดี๋ยวพอเลิกงานนายก็รีบไปจ่ายซะสิ

            ...น้อยไปอ่ะสิ คิดถึงสภาพคนเช่ารายอื่นๆ ที่ไม่มีเงินจะจ่ายค่าเช่าห้องของป้าแกก็ผวา... ทุกคนจะกลายเป็นผู้ป่วยโรคเดียวกันหลังไปไกล่เกลี่ยกับหล่อน... โรคหูอักเสบ เพราะต้องทนฟังเทศนายาวเหยียดเกินชั่วโมง


 

            อืม... งั้นเดี๋ยวฉันไปถอนเงินเตรียมไว้ก่อนแล้วกัน จะได้ไม่ลืมอีก... นายอยู่คนเดียวแป๊บนึงนะ ไอ้ประโยคสุดท้ายน่ะ หันมาพูดเอาตอนที่ตัวเองจะพุ่งออกจากประตูอยู่แล้ว แถมยังไม่รอฟังคำตอบรับของเพื่อนตัวเองอีก

 

            รีบๆ ไป รีบๆ กลับมาเหอะ แต่เพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยประถมอย่างฮยอกแจก็เข้าใจนิสัยเปิ่นๆ ของจุนซูดีพอที่จะตะโกนตามหลังไปอย่างอ่อนใจในความขี้ลืมของเพื่อนตัวเอง

 

 



 

            สายลมหนาวเหน็บของยามค่ำคืนที่พัดมาปะทะทำเอาหนาวไปถึงกระดูก...

ไม่น่ารีบจนลืมเสื้อโค้ตเลย ให้ตายสิ...

 

เมื่อเห็นตู้กดเงินอัตโนมัติอยู่ลิบๆ ก็เร่งฝีเท้าขึ้น ไปให้ถึงเร็วขึ้นอีกนิด จะได้กลับไปหาฮีทเตอร์ที่ร้านได้ไวขึ้นอีกหน่อยไง


 

แต่ทว่า... เมื่อได้เห็นตัวเลขแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชี สองขาเพรียวก็ชะงักค้าง... ไม่ใช่เพราะมันน้อย เพราะมันไม่พอค่าเช่า หรืออะไรทำนองนั้นหรอก แต่มันมากเกินไปต่างหาก

 



หนึ่งล้านวอนที่เพิ่มมา... จะเป็นฝีมือใครไปได้ล่ะ?

 



 

 

เสียงเปียโนแว่วเป็นทำนองหวานหูดังมาจากโทรศัพท์มือถือกลางเก่ากลางใหม่ในกระเป๋ากางเกง ไม่ต้องดูหน้าจอก็บอกได้ว่าใครเป็นคนโทร.เข้ามา ก็เพลงนี้ เจ้าตัวเขาบังคับตั้งให้เป็นเสียงเรียกข้าวของเบอร์ตัวเองกับมือ

 


หึ Fur Elise น่ะเหรอ... อยากหัวเราะให้ฟันหัก

คนๆ นั้นน่ะ ไม่เหมาะกับบทเอลิเซ่หรอก... ไม่เหมาะจะได้ความรักล้นเหลือขนาดนั้น

 




ทั้งที่คิดแบบนี้ แต่ทำไมเขาถึงไม่ลบมันทิ้งไปสักทีล่ะ?

...ก็แค่ขี้ลืมตามปกติใช่ไหม นิสัยเขาก็เป็นแบบนี้นี่แหละ

... ใช่แล้ว ก็แค่ลืม ไม่ใช่ลบไม่ลง...

 




 

โทร.มาไม่ดูเวล่ำเวลาเลยนะ... เอาเงินสกปรกของคุณคืนไป ผมไม่ต้องการ!”

 

ไม่คิดจะฟังอีกฝ่าย พอทำใจกดรับสายได้ปุ๊บ จุนซูก็ตวาดใส่ทันที เสียงแหลมๆ ดังก้องในความสงัดของยามราตรี

 

“…”

 

ผมโอนมันคืนไปแล้ว ไม่ต้องหาเรื่องโอนมาอีกด้วย

 

“…”

 

อย่ามาเรียกอย่างนี้นะ ผมไม่มีพี่แบบคุณ!”

นิ้วบางกดตัดสายกระแทกกระทั้น ถ้าทำได้ ก็อยากจะโยนโทรศัพท์ในมือลงพื้นให้สุดแรงดูสักทีเหมือนกัน แต่ไม่ได้หรอก... เขาไม่มีเงินมากพอจะซื้อเครื่องใหม่หรอกนะ



 

และอีกอย่าง ในโทรศัพท์เครื่องนี้มันมีความทรงจำล้ำค่าของเขาอยู่ตั้งมาก


ความทรงจำ... ของครอบครัว

 



            .

 


            .

 



            .

 

 

            ไหนว่าเล่นไม่ยากไง ฉันเปลืองตัวไปตั้งเยอะ

 

            เรียบร้อยแล้ว... ส่งคนมาเคลียร์สถานที่ด้วย

 

            อืม... ตกลง

 

 



            แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องบางยังสว่างค้างอยู่ครู่สั้นๆ หลังบทสนทนาจบลง เจ้าของเครื่องยังก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองถึงแม้มันจะมืดดับไปแล้ว สองขาเพรียวก้าวพาเจ้าของออกจากตรอกแคบ เดินไปเรื่อยๆ จนเข้าเขตฟุตบาทข้างถนนสายใหญ่ที่ราตรีกาลยังไม่อาจพรากความวุ่นวายไปจากมันได้


 

            โอ๊ย!”

 

            ไหล่บางถูกชนไม่เบานัก โทรศัพท์เครื่องเล็กกระเด็นหลุดมือ แต่เขาไม่มีเวลาสนใจ เพราะต้องรีบไปเก็บกระเป๋าไวโอลินที่ถือมาซึ่งร่วงลงพื้นไปพร้อมๆ กัน


 

ไม่ทันจะได้สำรวจความเสียหาย เสียงของคู่กรณีก็ดังขึ้น

            ขอโทษครับ ผมรีบไปหน่อย คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?




            ไม่เป็นไรฮะ... ผมเองก็เหม่อไปหน่อย

             ร่างบางเงยหน้าขึ้นตอบ... ทั้งที่ควรจะอารมณ์เสียที่เคสไวโอลินตัวโปรดกระแทกพื้น นี่ยังไม่ได้พูดถึงของที่อยู่ในนั้นอีก

 





แต่ทำไม...

พอเห็นหน้าตารู้สึกผิดแค่นี้

อารมณ์โกรธที่สุมในใจมันถึงได้ถูกพัดปลิวหายเอาง่ายๆ นะ...





 

ถ้าอย่างงั้น ผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ

ในเมื่อคนตรงหน้ายืนยันแล้วว่าไม่เป็นอะไร เขาก็คงไม่จำเป็นต้องไปยุ่งอะไรให้มากความ แค่ชนกันนิดหน่อย ไหล่บางๆ นั่นอาจจะช้ำนิดๆ แต่ไม่มีทางเป็นอะไรมากอยู่แล้ว เพราะงั้น คำตอบของอีกฝ่ายจึงเป็นอะไรที่คาดเดาได้อยู่แล้ว

 

สิ่งเดียวที่เหนือความคาดหมาย... คือความงามบนใบหน้านั้น

 

 

 





...เดินจากไปแล้ว...

คนแปลกหน้า... ที่ทำให้ใจของเขาเต้นแรง

กลิ่นน้ำหอมเท่ห์โชยเข้าจมูก จนเผลอแอบสูดเสียเต็มปอด





 

            ... ท่าทางจะอาการหนักแล้วสิ?...

            ยิ้มให้กับความคิดแผลงๆ ในหัวตัวเองแล้วก็เอื้อมมือจะไปเก็บโทรศัพท์ของตัวเองที่ทำหล่นไว้





 

            ...เอ๊ะ ทำไมมีสองเครื่องล่ะ?...

            ไม่ต้องเดาเลยว่าของใคร



 

            แจจุงก้มลงหยิบโทรศัพท์ทั้งสองเครื่อง แววตาพราวระยับไปด้วยเรื่องสนุกๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น... ด้วยฝีมือเขา แต่แล้วความรื่นรมย์ในดวงตาคู่งามก็พลันเปลี่ยนเป็นความตระหนก เมื่อพบว่าหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่ควรจะมืดสนิท กลับมีแสงไฟสว่าง... อยู่ในระหว่างใช้งาน


 

            ...ไม่นะ!...

            คงเป็นตอนที่หล่นพื้นแน่ๆ คงกระแทกโดนปุ่มเข้าพอดี...




 

            ชื่อคู่สนทนาคือน้องชายตนเดียวของเขา... คิมจุนซู เวลาสนทนายังไม่ถึงสิบวินาที... จุนซูคงจะเพิ่งรับสายและโวยวายเรื่องเงินที่เขาเพิ่งโอนเข้าบัญชีให้ล่ะสิ... ถึงแม้จะฟังไม่ทันในตอนต้นของประโยค เขาก็เดาได้

 

 

...คืนไป ผมไม่ต้องการ!”

 

แต่มันจะถึงเวลาลงทะเบียนเทอมใหม่แล้วนะ เก็บไว้ใช้เถอะจุนซู

 

ผมโอนมันคืนไปแล้ว ไม่ต้องหาเรื่องโอนมาอีกด้วย

 

แต่พี่อยากจะให้...

 

อย่ามาเรียกอย่างนี้นะ ผมไม่มีพี่แบบคุณ!”




 

             จุนซู... เกลียดพี่ชายคนนี้จริงๆ เหรอ?

            ประโยคคำถามที่ส่งไปไม่ถึงคนตอบ เพราะจุนซูชิงตัดสายไปเสียก่อน

 



 

            หน่วยตาคู่สวยวาวน้ำทุกครั้ง

ที่ต้องมีปากเสียงกับน้องชายคนเดียวแล้วจบลงด้วยความไม่เข้าใจกัน

 





 

            ครั้งนี้... ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น





















Talk :


เอาตอนหนึ่งมาลงแล้วค่ะ!
เพราะว่าวันนี้ค่อนข้างหลั่นล้า
ก็เลยบิวท์อารมณ์มาเขียนนานมาก (หัวเราะ)

ก็หวังว่า จะมีคนชอบกันบ้างเนอะ ; )






ANEMONE

ตามตำนานกรีก เชื่อว่า
เป็นดอกไม้ที่ผุดขึ้นมาจากกองเลือดของอะโดนิส
ซึ่งเป็นคนรักของอะโฟรไดท์ (เทพีวีนัส)
เพียงถูกสายลมพัดผ่าน
ดอกก็จะบาน แล้วกลีบร่วงโรยไปตามสายลม
จึงได้ชื่อว่า
เป็นดอกไม้แห่งสายลม


Fur Elise


หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า For Elise
เป็นเพลงที่บีโธเฟนแต่งให้หญิงคนรักที่ชื่อ
Elise ค่ะ
เพราะงั้น เพลงนี้มันจะให้ความรู้สึกหวานๆ เวลาคิดถึงเธอ
แล้วก็มีช่วงที่ตื่นเต้น เหมือนใจที่เต้นแรง เวลาที่ไ้ด้เจอหน้า
รวมทั้งเพลงแล้วก้เป็นเพลงที่หวาน น่ารักนะ

เชื่อว่าแทบทุกคนเคยฟังเพลงนี้ค่ะ!
แต่อาจจะไม่รู้จักกัน .. ลองไปหาฟังดูได้นะ
เค้าเอาเพลงนี้ไปใส่พวกกล่องดนตรีไขลานไง
เป็นเพลงที่น่ารักเนอะ > <!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

55 ความคิดเห็น

  1. #50 sapza (@napus_far) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 10:53
    สนุกมากๆค่ะ

    #50
    0
  2. #24 มาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 / 17:56
    หนุกดีค่ะ สู้ๆนะ
    #24
    0
  3. #14 pinklemon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 / 08:04
    ดีค่ะ เพิ่งจะเข้ามาอ่าน แต่ก็คิดว่าน่าติดตามตอนต่อๆ ไปดีคะ

    แถมไรเตอร์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติม ด้วย
    #14
    0
  4. #11 LekKi** (@gingercake) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 / 15:36
    น่าสนุกน่าติดตามมากๆ
    สงสารแจอะ จุนอย่าทำแบบนี้สิ
    แจจ๋า TT^TT
    #11
    0
  5. #9 Mimarin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 / 14:08

    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ  น่าติดตามมากๆ 
    ว่าแต่คนที่ชนกะแจจ๋าของเขานี่ใครหว่า
    ยุนเปล่า  หรือว่าไม่ใช่  สงสัย ๆ

    ติดตามต่อไปจ้า

    #9
    0
  6. #8 แบร่ (@panpanpan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 / 13:17
    สนุกจัง ชอบเรื่องนี้อีกแล้วสิคะ
    ทำไมจุนซูทำกับพีแจแบบนันนะ
    ทั้งๆที่แจออกจะรักน้อง เข้าใจผิด
    เรื่องอะไรกันเหรอ ชอบแจกับยูชอน
    จังเลย น่ารักอ่ะคู่นี้ อยากอ่านต่อไวๆจัง
    #8
    0
  7. #7 F@nJe@ (@popypoy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 / 11:27
    โอ้ว วว ไรเตอร์ยังจัดจ้านไม่เปลี่ยนเลยน่ะค่ะ

    น่าติดตามเสมอ เเค่นี้ก้อกินขาดเเล้ว

    อย่าลืมมาอัพต่อไวไวน่ะค่ะ ^ ^
    #7
    0