Revenge of Dike การแก้แค้นของไดค์

ตอนที่ 4 : บทนำ ผิดที่ผิดทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 61

“อุ๊... แสบตา...”

ผมครางเสียงแผ่วพร้อมกับยกมือขึ้นบังแสงอาทิตย์ที่จู่ๆก็แผดแสงแรงกล้าลงมาอย่างกะทันหัน อันที่จริงนอกจากแสงก็ยังมีเสียงน้ำพุกับเสียงคนดังขึ้นพร้อมๆกัน นอกจากนั้นผิวก็รู้สึกแสบจากความร้อนของแสงอาทิตย์ ไหนจะกลิ่นของแสงแดดทำให้ผมรู้สึกแสบจมูกอีก

ถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น คือ... พอรู้สึกตัวก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว

เมื่อสายตาเริ่มชินกับแสงผมก็กระพริบตาปริบๆ ปาดหยดน้ำตากับเหงื่อที่ไหลมาตามหน้าผากแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ

“ที่ไหนเนี่ย...”

ภาพที่เห็นไม่คุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง

ดูเหมือนผมจะโผล่มาที่ลานกว้างข้างบ่อน้ำพุในเมืองที่ไหนก็ไม่รู้ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองด้วยความสงสัยเล็กน้อยแล้วเดินจากไป

ผมคิดว่า...

เอ่อ... แปลกๆแฮะ ผมนึกอะไรไม่ออกเลย

ผมสูดหายใจลึก ย้ายตำแหน่งไปนั่งข้างบ่อน้ำพุตรงที่มีร่มเงาแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า

“นึกอะไรไม่ออกเลยแฮะ”

แม้จะนึกอะไรไม่ออก แต่ผมก็รู้สึกชื่นชมตัวเองนิดหน่อยที่ยังคงใจเย็นได้ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่แน่ผมอาจเป็นคนที่สุดยอดมากๆก็ได้?

“แต่สงสัยจะคิดไปเอง...”

ผมหัวเราะแห้งๆทันทีที่เห็นเงาสะท้อนตัวเองจากบ่อน้ำพุ

ถ้าจะพูดสรุปง่ายๆเกี่ยวกับสภาพร่างกายของผมคือ... ผอมแห้งแรงน้อย หนำซ้ำยังอยู่ในชุดนอนอยู่อีก สภาพไม่เข้ากับสถานที่อย่างรุนแรงและที่แย่ที่สุดคือ...

“...หวา หน้าตาเฉิ่มชะมัด”

พูดเองก็รู้สึกปวดใจเล็กๆ หน้าเฉิ่มๆไม่มีอะไรโดดเด่น ผมสั้นสีดำ ดวงตาสีดำทอประกายง่วงงุน นี่หรือตัวข้า!?

ผมถอนหายใจแล้ววักน้ำขึ้นมาล้างหน้าเสียหน่อย น้ำเย็นดีทั้งๆที่แดดออกจะร้อน

เมื่อรู้สึกสดชื่นขึ้น ผมก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปรอบๆอีกครั้ง

เป็นที่แน่ชัดว่าผมไม่รู้จักสถานที่ที่ผมอยู่ในตอนนี้ บ่อน้ำพุที่กำลังทอประภายแสงสะท้อนจนแสบตาเหมือนจะเป็นบ่อน้ำพุกลางเมือง คงจะเป็นศูนย์กลางของเมืองนั่นแหละ รอบๆมีอาคารบ้านเรือนที่สร้างจากหินและอิฐเป็นส่วนใหญ่ ส่วนมากจะมีแค่ 1 หรือ 2 ชั้น ผู้คนในเมือง... ช่างสร้างความประหลาดใจให้แก่ผมยิ่งนัก

อย่างเช่น เอ่อ กลุ่มคนที่กำลังเดินผ่านผมไปตอนนี้นั้นต่างแต่งตัวอย่างแปลกประหลาด

ชุดเกราะ? มีเกราะเบากับเกราะหนัง แถมยังพกอาวุธจำพวกดาบหรือหอกติดตัวไว้ด้วย

ภาพที่เห็นดูเหมือนจะกระตุ้นความทรงจำของผมขึ้นมาเล็กน้อย... ซึ่งผมมั่นใจมากว่าที่ที่ผมเคยอยู่ไม่มีใครพกอาวุธหรือใส่ชุดเกราะเดินไปเดินมาหรอก

สภาพของกลุ่มคนพวกนั้นไม่เหมือนคนที่กำลังจะไปสู้กับอะไร คือมีท่าทีสบายๆ เดินไปคุยไปด้วยความสนิทสนม ถ้าคิดว่าจะไปล่าสัตว์ยังพอเข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจคือจำเป็นต้องใส่ชุดเกราะด้วยเหรอ?

หรือตัวที่ไปล่าอันตรายขนาดต้องมีเครื่องป้องกัน... คิดไปก็ไม่เข้าใจ เอาเป็นว่ามากังวลกับปัญหาใกล้ตัวก่อนดีกว่า

ผมลำดับความคิดและความสำคัญพลางกวาดตามองผู้คน

ก่อนอื่น ผมคือใคร? ....

.....

นึกไม่ออกสักนิด ข้ามไปข้อถัดไป

ที่นี่ที่ไหน? .....

ไม่รู้เว้ย!

มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? .....

“ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่เลยโว้ย!

ผมเผลอตะโกนลั่นจนคนรอบข้างหันมามอง ผมโดดผึงยืนตัวตรงอย่างรวดเร็ว มือขวาเอื้อมไปหลังศีรษะของผมเอง มือซ้ายขยับมาด้านหน้าบริเวณต้นขา จากนั้นก็

“ขอโทษครับขอโทษครับขอโทษครับ!

ก้มหัวขอโทษคนแปลกหน้าอย่างรวดเร็วขนาดที่ตัวผมเองยังตกใจ

อะ อะไรวะเนี่ย!?

ผมรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวในท่าก้มหัว ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากรอบข้าง

ผมรีบวิ่งออกมาจากลานน้ำพุอย่างรวดเร็ว

เมื่อวิ่งออกมาจากลานกว้างมาหลบอยู่หลังอาคารที่ร้างผู้คนในสภาพเหนื่อยหอบระคนอับอาย ผมก็รู้สึกว่าตัวเองวูบลงไป

2 ความคิดเห็น