XX' กินเจโน่ [ ALLNO MARKNO MINNO RENNO CUSNO ]

ตอนที่ 36 : [OS] MARKMINRENxNO - HIGH (Huang Renjun)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    4 ก.ค. 63


 


HIGH

















Rate : 18+
Note : โปรดคลั่งรักอย่างระวัดระวัง











XX




 

 


 

เสียงครวญคราง เสียงเนื้อกระทบกัน และเสียงเฉอะแฉะลอยออกมาจากห้องนอน ลูคัสขมวดคิ้ว ไม่ต้องเดาว่ามันเป็นเซ็กส์ที่สุดเหวี่ยงเพียงใดเพราะเสียงหวานครวญครางกับเสียงคำรามของนาแจมินนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดี

 

ดูเหมือนพวกมึงจะถูกใจมากนะ เด็ดขนาดนั้นเลย?”

 

เหรินจวิ้นคลี่ยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่มักจะประดับบนใบหน้าหล่อหวานเสมอ ถึงแม้จะเริ่มไม่ชอบใจลูกค้าเจ้าประจำที่เริ่มละลาบละล้วงแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปแค่ก้มหน้าเช็คของภายในกล่องโฟมเงียบๆ

 

แต่แค่เสียงก็สุดแล้วว่ะ ไม่คิดเลยเจโน่มันจะเป็นงี้ ทนพวกมึงสามคนได้นี่ต้องขนาดไหนวะ”คนที่รู้ความลับกระตุกยิ้มกริ่ม เริ่มพูดจาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

 

ตอนแรกคิดว่ามึงจะฆ่าปิดปาก แต่เอามาเล่นงี้ก็ดีน่ะสิ อย่างงี้กูลองบ้างด—“

 

พลั่ก!

 

กระบอกปืนสีดำวาววับจ่อเข้าใต้คางโดยที่ลูคัสยังไม่ได้ตั้งตัว ร่างหนากว่าและสูงกว่าชะงักค้างไปทันที

 

ถ้าจะฆ่า...คนที่กูจะฆ่าก็คงเป็นมึง ได้ของแล้วก็ไสหัวไป”น้ำเสียงข่มขู่ ดวงตาวาวโรจน์และมือที่กำอยู่กับคอเสื้อทำให้ร่างสูงขบกรามแน่น หวงเหรินจวิ้นกล้ามากนะที่มาหักหน้าเขาแบบนี้

 

เหรินจวิ้น มึงทำเหี้ยอะไร”ถามลอดไรฟัน สีหน้าดุดันของอีกฝ่ายบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าชายหนุ่มชาวจีนพร้อมที่จะลั่นไกปืนจริงๆ

 

เจโน่เป็นเมียพวกกู อย่าคิดจะแตะต้อง”

 

“....”

 

ถ้ายังไม่หยุดสะเออะ มึงคงรู้นะว่ากูทำอะไรได้บ้าง”

 

 

 

 

หลังจากสิ้นสุดบทรักจากนาแจมิน คนตัวขาวก็ใส่เพียงเสื้อนอนตัวโคร่งที่แทบปิดอะไรไม่มิดออกมา เรียวขาทั้งสองข้างอ่อนแรงเสียจนสั่นเทิ้มแทบทรงตัวไม่อยู่ เห็นคนรักอีกคนนั่งก้มหน้านิ่งปล่อยให้เปลวไฟมอดไหม้มวนบุหรี่ในมือ ดูเหม่อลอยเสียอดที่จะเอ่ยปากเรียกไม่ได้

 

เหรินจวิ้น”เจ้าของชื่อเงยขึ้นตามน้ำเสียงคุ้นเคย นัยน์ตาเรียวฉายแววตาเย็นชาครู่หนึ่งใบหน้าสวยก็คลี่ยิ้มอบอุ่นเหมือนดังเดิม ลุกขึ้นมาเข้ามากอดเอวบางพร้อมประทับจูบลงกับแก้มเนียนหนักๆอย่างเอาใจ

 

ว่าไงคะ อยากอาบน้ำไหม”

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเปลือกไม้พยักหน้า ใบหน้าไร้ที่ติที่หวงเหรินจวิ้นหลงแสนหลงมุ่ยลง สิ่งที่แจมินปลดปล่อยยังคั่งค้างอยู่ภายในอีกทั้งยังไหลออกง่ามขาให้รู้สึกเหนอะหนะไปหมด

 

มาร์คไปไหน”เจโน่ถามพร้อมกอดคอคนที่เข้ามานั่งในอ่างเดียวกันแต่ยังไม่เปิดน้ำ หวงเหรินจวิ้นจัดการถอดเสื้อผ้าของทั้งตนเองและคนรักออกจนเผยให้เห็นร่างกายขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยรักฝีมือเพื่อนสนิทอีกคน อดถอนหายใจไม่ได้เมื่อมีรอยช้ำเขียวอยู่ด้วยประปราย

 

ทำงาน เดี๋ยวมันก็มา”มือหนาจับขาขาวให้ชันขึ้นพร้อมอ้าออกกว้าง จีบทางสีแดงช้ำยังคงปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาไม่หยุด เจโน่เม้มปากแน่นเมื่อสายตาคมจ้องมันตรงๆ

 

อ..อือ”นิ้วยาวแทรกเข้ามากวาดวนจีบเนื้อที่ตอดตุบ งอนิ้วครูดเอาสิ่งคั่งค้างออกพร้อมมืออีกข้างเปิดฝักบัวฉีดน้ำด้วยความคุ้นเคย เจ้าของใบหน้าหล่อสวยเลิกคิ้วเงยขึ้นมองหน้าแดงเรื่อของคนรักก่อนจะอดใจไม่ไหวบดจูบแรงๆที่กลีบปากกระจับ

 

อื้ออ อ๊ะ”กระทุ้งนิ้วกลางเข้าออกสลับถี่ยิบจนเจโน่เบือนหน้าหนีจูบกัดปากแน่นด้วยความอัดอั้น ช่องทางตอดแน่นจนต้องขยับสะโพกขย่มเข้าหา หากแต่จู่ๆร่างสูงก็ดึงนิ้วออกทำให้คนตัวขาวต้องหนีบขาถูไถไปมาช้อนดวงตาฉ่ำน้ำใสมองคนที่ผละออกด้วยความตัดพ้อ

 

“ขี้แกล้งว่ะ”

 

หวงเหรินจวิ้นยิ้มรับ เปิดน้ำอุณหภูมิอุ่นสบายตัวแล้วจัดการโยนบาร์ทบอมท์กลิ่นกุหลาบเปลี่ยนน้ำให้เป็นสีแดงระยับตัดกับผิวขาวเนียน

 

“ถ้าอีกรอบจะไหวรึไง”ร่างกายขาวถูกอุ้มให้ขึ้นมานั่งเหนือตักพร้อมลำแขนแข็งแรงโอบรอบเอวบางแน่น หัวกลมส่ายไปมาจนเส้นผมนุ่มกระจาย

 

“งั้นก็อย่าดื้อ”พูดขู่ไม่พอยังหอมแก้มใสฟอดใหญ่ คนตัวขาวหัวเราะร่า มองตามฝ่ามือหยาบที่ลูบไล้ไปตามนวลเนื้อเนียนและเบามือยิ่งขึ้นเมื่อไล้ผ่านรอยช้ำบนผิว ความใส่ใจเล็กๆของเหรินจวิ้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาใจเต้นแรงได้เสมอ

 

กูรักมึงนะเจน”

 

ลีเจโน่คลี่ยิ้มเมื่อริมฝีปากอ่อนโยนไล่จูบซับไปตามผิวเนียนอย่างทะนุถนอม มือขาวเสยกลุ่มผมสีควันบุหรี่ขึ้นทำให้เห็นเครื่องหน้าของคนรักชัด สบแววตาหลงไหลของหวงเหรินจวิ้นก็รู้สึกเหมือนความรักต่ออีกฝ่ายทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว

 

“กูก็รักมึงเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลูคัสเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์ที่เขาถูกจับฉีดยาครั้งแรก เป็นคนรู้เรื่องราวทั้งหมดแต่เมื่อทั้งสามคนไม่พูดถึงลีเจโน่ก็ไม่ได้ใส่ใจ คิดว่ายังไงคนอย่างมาร์คก็ต้องจัดการได้อยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาหาในตอนที่เขาอยู่คนเดียว ใบหน้าคมเข้มดูมากเล่ห์เสียจนไม่น่าไว้ใจ

 

มึงคิดว่าพวกมันจะจริงจังกับมึงหรอ”

 

ร่างสูงหัวเราะราวกับกำลังขบขันซะเต็มประดา แค่พูดประโยคนั้นขึ้นมาลีเจโน่ก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องใด

 

หุบปาก!

 

มึงยอมให้มันมั่วไปทั่วแบบนี้ ไม่คิดว่ามันจะเบื่อมึงเข้าซักวันหรอวะ”

 

พูดเรื่องเหี้ยอะไร”

 

หรือที่ไอ้เหรินจวิ้นมันไปเอาคนอื่นบ่อยๆนี่มึงไม่รู้

 

เจโน่สะอึกจ้องใบหน้าอีกคนเขม็ง ถึงแม้หลังจากเลื่อนสถานะมาเป็นคนรักกันทั้งสามคนก็พร่ำบอกว่ามีเพียงเขาเท่านั้น แต่ในหนึ่งอาทิตย์จะมีหนึ่งคืนที่หวงเหรินจวิ้นมักหายไปจะกลับมาอีกทีก็เช้าวันถัดไป ลีเจโน่เคยเอ่ยถามหากแต่ชายหนุ่มก็บอกปัดด้วยใบหน้าเฉยเมยที่ทำให้คนตัวขาวไม่กล้าจะถามต่อ… “เหรินจวิ้นไปทำงาน”

 

เจ้าของใบหน้าหล่อหัวเราะลั่น

 

ทำงาน? กูไม่คิดเลยนะว่าพวกมันจะเลี้ยงมึงให้เชื่องได้ขนาดนี้”

 

ใบหน้าที่ไม่ว่าใครต่างมองว่าสมบูรณ์แบบดูหว้าวุ่นจนลูคัสกระตุกยิ้ม หลุบตามองแนวฟันขาวกัดลงบนกลีบปากอวบอิ่มแล้วอดแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตนไม่ได้

 

“มึงต้องการอะไรกันแน่”ลีเจโน่ไม่ได้รับรู้เรื่องธุรกิจของทั้งสามคนมากขนาดนั้น รู้เพียงแต่ว่าการค้ายาเป็นเพียงส่วนเล็กๆฆ่าเวลาที่ทั้งสามทำร่วมกันก็เท่านั้น

 

“มากับกูสิ กูจะพามึงไปดูด้วยตาตัวเอง”

 

 

 

 

เสียงตะโกนโหวกเหวกทำให้เจโน่นิ่วหน้า เบื้องหน้าเป็นสนามแข่งรถขนาดใหญ่หากแต่เส้นทางการเดินรถดูจะอันตรายไม่น้อย รอบข้างมีอัฒจรรย์ปิดล้อมทั้งสนาม ถึงแม้จะเป็นเวลากลางคืนแต่แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ส่องให้ทุกอย่างสว่างจ้า ทั้งยังมีการบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และเปิดเสียงเพลงดังกระหึ่ม คราวแรกลีโน่ไม่เข้าใจว่าลูคัสพาตนมายังที่นี่ทำไม หากแต่ลมหายใจสะดุดลงเมื่อกวาดสายตาลงไปในสนามกว้าง

 

แม้มีผู้คนมากมายอยู่ข้างสนามกำลังล้อมรถสปอร์ตหลายคันที่ดูก็รู้ว่าคงผ่านการปรับแต่งมาไม่น้อย แต่มีคนหนึ่งที่สะดุดตาที่สุด ชายหนุ่มที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ร่างโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำและกางเกงสีเดียวกัน เซตผมสีควันบุหรี่ขึ้นเปิดหน้าผาก รอยยิ้มแสนเจ้าชู้ถูกส่งให้กับสาวสวยข้างกายขณะกำลังยืนค้ำเปิดกระโปรงรถเช็คเครื่องยนต์ต่างๆด้วยความชำนาญ

 

เป็นเพื่อนกันมาสามปีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นคนรักอีกเกือบปี ลีเจโน่ไม่เคยเห็นหวงเหรินจวิ้นแบบนี้เลย

 

ตลอดมาเขาเห็นเพียงหวงเหรินจวิ้นผู้อ่อนโยนไม่ใช่กับเจ้าของรอยยิ้มร้ายกาจในสนามนั่น

 

ริมฝีปากแดงแสยะยิ้ม ทั้งที่เขาบอกทุกอย่าง ยินยอมทุกอย่างแต่กลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับทั้งสามคนเลย หมายถึงไม่รู้ว่าอะไรจริงหรืออะไรเป็นเรื่องหลอก ทั้งที่คนอย่างลีเจโน่ยอมเชื่อฟังทุกอย่างขนาดนี้ แต่ตอนนี้กลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวตนไหนเป็นตัวตนที่แท้จริงของเหรินจวิ้นกันแน่

 

ลูคัสมองคนที่ยืนนิ่งด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ลีเจโน่ยืนกำหมัดแน่นจ้องไปยังคนที่เขาแสนเกลียดในสนามไม่วางตา ยิ่งได้ใจเมื่อยกแขนหนาขึ้นโอบไหล่แล้วไล้มือลูบเบาๆอีกคนก็ไม่ขัดขืน รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนจะได้ต่อไป

 

ลีเจโน่มองตามคนที่เดินเข้าไปนั่งในรถด้วยใจลุ้นระทึก ทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้นและหญิงสาวแต่งตัวน้อยชิ้นกลางถนนลดธงลง เสียงบดล้อดังกระหึ่มไปทั่วท้องสนามกว้างราวกับทั้งสองคันกำลังห้ำหั่นกันด้วยเสียงนั่น รถที่หนุ่มชาวจีนขับเป็นรถสปอร์ตยุโรปคันสีน้ำเงินสวยที่เขาไม่เคยเห็น แน่ล่ะ เพราะตอนอยู่ด้วยกันเหรินจวิ้นมักขับเบนซ์หลายสิบล้านที่เจ้าตัวบอกว่าชอบความเรียบหรูของมันมาตลอด

 

รถสปอร์ตสองคันไล่บี้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร เหมือนรถคันสีดำของคู่แข่งพยายามจะแซงให้ได้แต่เหรินจวิ้นก็เบี่ยงขวางตลอดแม้กระทั่งตอนเข้าโค้งก็ยังเบียดกระแทกกันอย่างน่าหวาดเสียว เสียงเชียร์ดังก้องไปหมดจนหูอื้ออึง ท้ายที่สุดรถคันที่เจโน่จ้องมาตลอดก็วิ่งเข้าสู่เส้นชัยอย่างสวยงาม

 

ผู้ชนะลงจากรถ หวงเหรินจวิ้นยกยิ้มกว้างก่อนเดินเข้าไปหารถอีกคันอย่างท้าทาย มือเรียวกระชากสาวสวยลงมาจากรถอีกฝ่ายก่อนจะกอดเกี่ยวบดจูบกันถึงพริกขึ้นขิง

 

เหมือนหัวใจถูกควักออกมาแล้วกระทืบซ้ำอย่างไม่ใยดี รู้สึกเหมือนร่างกายชาหนึบได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเจ็บปวดไม่แม้แต่จะสามารถขยับตัวไปหาคนในสนาม ไปแยกคนสองคนที่กำลังนัยเนียท่ามกลางสายตานับร้อยออกจากกัน ไปต่อยเจ้าของใบหน้ามีความสุขนั่นกองกับพื้น ไปถามให้รู้เรื่องว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่

 

ลีเจโน่ได้แต่ยืนโง่อยู่ตรงนี้ พร้อมกับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาจนรับแทบไม่ไหว

 

ไง เห็นไหมล่ะมันไม่ได้เห็นหัวนายเลยด้วยซ้ำ”


ลูคัสกระตุกยิ้มมุมปากเปลี่ยนมาโอบเอวบางของคนข้างกายมองใบหน้าซีดเซียวแล้วในใจกู่ร้องด้วยความสะใจอย่างท่วมท้น คนตัวขาวก้มหน้าลงเมื่อผู้ชนะอุ้มหญิงสาวของคู่แข่งขึ้นรถ คงไม่ต้องเดาว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต่อไปเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้

 

เมื่อรถคันสีน้ำเงินหายไปจากสายตาจึงกลั้นใจยกโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์โทรหาคนรักในสนามเมื่อครู่ เพิ่งรู้ว่ามือตัวเองสั่นมากแค่ไหนก็ตอนนี้

 

(มีไรหรอเจน) น้ำเสียงอีกฝ่ายยังคงอ่อนโยนเหมือนเคยแต่หัวใจของเจโน่เวอะหวะไปหมดแล้ว

 

มึงอยู่ไหน”

 

(กูติดงานว่ะ คืนนี้คงไม่กลับห้องนะ)

 

งาน งานงั้นหรอ ลีเจโน่หลับตาแน่น อยากจะตะโกนถามคำถามมากมายที่โถมเข้ามาในหัว อยากจะด่าทอคนในสายให้เจ็บช้ำเหมือนเขาในตอนนี้ แต่ทำได้เพียงกลืนทุกอย่างลงคอแล้วถามด้วยน้ำเสียงติดสั่น

 

“งานอะไรหรอบอกกูได้ไหม”

 

อีกฝ่ายเงียบไป ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

(มึงไม่ต้องรู้หรอก แค่นี้ก่อนนะ)

 

อืม กูรักมึงนะ”เอ่ยบอกแล้วรออีกคนตอบรับกลับมา แต่คนรักกลับเงียบก่อนจะตัดสายเมื่อมีเสียงผู้หญิงแทรกเข้ามา

 

เจ็บว่ะ เจ็บชิบหายเลย

 

“โดนมันลับหลังขนาดนี้แล้วยังบอกรักหวานชื่น น่าซึ้งใจจริงๆ”น้ำเสียงดูแคลนทำให้เจโน่หลุดจากภวังค์

 

ทำเหี้ยอะไร”ดวงตาเรียวหรี่มองท่อนแขนหนาที่เริ่มกระชับกอดแน่นขึ้นพร้อมรั้งให้ร่างกายผอมเข้าไปแนบชิด

 

“ไม่เอาน่า ในเมื่อมันก็ยังมั่วแบบที่มึงเห็นแล้วมึงยังต้องแคร์อะไรมันอีก ไม่สู้ทำอะไรสนุกๆเอาคืนมันดีกว่าหรอ”


เมื่อรู้ชัดว่าอีกคนมีจุดประสงค์อะไร ลีเจโน่ตวัดสายตาขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายก่อนกระชากคอเสื้อของร่างสูงให้อีกคนก้มตัวลงมา ยิ่งเห็นสายตากระหายโลมเลียยิ่งทำให้อารมณ์เดือดดาลกว่าเก่า

 

“ต่อให้กูจะเลิกกับพวกมันกูก็ไม่ยอมอ้าขาให้มึง จำใส่กะโหลกไว้!

 

ว่าจบก็ผลักออกอย่างแรงจนลูคัสเสียหลักถอยห่าง เจ้าของใบหน้าสมบูรณ์แบบเหลือบมองด้วยสายรังเกียจก่อนเดินออกไปอย่างไม่ใยดีแม้แต่นิด

 

ลูคัสแค่นยิ้ม ยืนมองตามแผ่นหลังของคนตัวขาวไปจนลับสายตา

 

ในเมื่ออวดดีได้ขนาดนี้ ก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะพูดดีกันอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้ลีเจโน่มีท่าทีแปลกไป แปลกไปมากจนพวกเขาล้วนรู้สึกได้ หลายครั้งเหรินจวิ้นเอ่ยปากถามแต่กลายเป็นทำคนรักโมโหขึ้นมาดื้อๆ กับมาร์คและแจมินคนตัวขาวยังออดอ้อนเอาใจอยู่บ้าง แต่กับเขากลับประชดประชัน ชวนทะเลาะจนรู้สึกเหนื่อยใจ

 

แต่เมื่อหลายครั้งที่อีกคนมองมาด้วยแววตาเจ็บปวด บางครั้งก็เหมือนจะร้องไห้แต่อดทนเอาไว้ จากที่หงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นปวดใจมากกว่า ไม่ว่าทั้งสามจะพยายามพูดคุยเปิดใจแค่ไหนคนตัวขาวก็ไม่ยอมปริปากแม้แต่น้อย พวกเขาทั้งรักและตามใจขนาดนี้ หวงเหรินจวิ้นได้แต่คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตัวเองผิดอะไร

 

“วันนี้กูไปงานแจฮยอนนะ”


เจโน่เอ่ยขึ้นลอยๆเมื่อนั่งกองกันอยู่บนโซฟาอย่างที่ชอบทำประจำ แม้จะเย็นแล้วแต่เหรินจวิ้นยังไม่กลับห้องและเจโน่ก็คิดว่าคืนนี้อีกคนคงไม่กลับ 


มาร์คขมวดคิ้ว มือซ้ายกระชับกอดเอวผอมขณะที่มือขวากุมประสานนิ้วกับคนตัวขาวบนตักหลวมๆ

 

“ไปกับใคร”แจมินที่นั่งห่างออกไปถามเสียงเข้ม เขารู้จักจองแจฮยอนดี ชื่อเสียงเรื่องเลวๆก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่

 

“ไปกับแฮชาน พวกมึงไม่ต้องไปด้วยหรอกกูอยากไปแค่กับมัน”

 

“กูจะไปด้วย”คนผิวแทนขัดขึ้น ทุกครั้งที่เจโน่ก็ไปดื่มกับลีแฮชานเขาก็ไม่ได้จะห้ามปรามอะไรแต่ครั้งนี้กลับรู้สึกไม่ไว้วางใจขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

 

“น่ารำคาญว่ะ”

 

“เจน!!”เจโน่เบือนหน้าหนีคนที่ตะคอกใส่ รู้ดีว่าแจมินไม่ชอบให้เขาพูดแบบนี้ แต่เขาต้องแคร์หรือไง?

 

“ให้กูไม่ก็มาร์คไปด้วย ถ้าไม่ยอมก็ไม่ต้องไป”

 

“อย่ามาสั่งนะ! ทำไมเป็นกูที่ต้องยอมพวกมึงตลอดวะ มึงแม่งเห็นแก่ตัว” ทำไมเป็นเขาต้องเชื่อฟังตลอดทั้งที่ตอนนี้เหรินจวิ้นอาจกำลังเสพสุขกับคนอื่นอยู่ด้วยซ้ำ

 

“ไร้สาระใหญ่แล้ว พวกกูแค่เป็นห่วง ถ้ามึงไม่ชอบตรงไหนมึงแค่พูดมาพวกกูพร้อมตามใจมึงอยู่แล้ว”มาร์คลูบหลังเมื่ออีกคนไม่มีท่าทีจะใจเย็นลง ส่งสายตาปรามเพื่อนสนิทไม่ให้อารมณ์ร้อนใส่คนตัวขาว

 

“เหอะ”ใบหน้าสวยเชิดมองเจ้าของตัก สายตาอบอุ่นของมาร์คลีมันไม่ได้ทำให้อารมณ์กรุ่นอยู่ตอนนี้ลดลงเลยซักนิด “งั้นพวกมึงก็บอกมาสิ ตอนนี้เหรินจวิ้นมันไสหัวไปไหนล่ะ”

 

“มันไปทำงาน”

 

คำตอบนั้นทำให้ลีเจโน่ยิ้มขื่นขณะหลุบสายตาลงต่ำ มองมือมาร์คที่กุมอยู่นิ่งแล้วดึงมือของตนออก

 

จะให้เขาเป็นคนโง่งมแบบนี้อีกนานเท่าไหร่กัน

 

 



















ยิ่งดึกยิ่งเมามาย ใครต่อใครต่างยื่นแก้วให้เจโน่ซึ่งเจ้าตัวก็ยิ้มรับไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เจ้าของรอยยิ้มซุกซนเลือกที่จะนั่งปักหลักที่โซฟาไม่ได้ไปออกล่าหรือเต้นคลอเคลียสาวสวยอย่างที่เคยชอบทำ ลีแฮชานอดแปลกใจไม่ได้เมื่อรู้สึกว่าช่วงนี้เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของตนมีเสน่ห์กับผู้ชายด้วยกันขึ้นมาแปลกๆ

 

ดวงตาคมเหลือบมองเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเริ่มยาวคลอเคลียแก้มขาวเพราะเจ้าตัวไม่ได้ตัดอันเดอร์คัทอย่างทุกที ใบหน้าที่มองเผินๆแล้วหล่อมากแต่กลับสวยเช่นกันเมื่อเจ้าตัวยกยิ้มเข้ากับสัดส่วนร่างกายสมบูรณ์แบบเสียจนน่าอิจฉา ยิ่งวันนี้ลีเจโน่ใส่ชุดยีนต์พอดีตัวสีเข้มตัดกับผิวขาวเนียน ปลดกระดุมลงมาอวดไหปลาหร้าสวยที่โผล่พ้นเสื้อกล้ามคอกว้างด้านใน ดูเย้ายวนอย่างไม่ควรจะเป็น

 

หลังจากเลิกกับซอเฮรินและหญิงสาวเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน เจโน่ก็ไม่ได้คบใคร ทุกคนล้วนมองว่าเพื่อนของเขาคงยังฝังใจกับคนรักเก่า แต่แฮชานก็ไม่ได้เห็นท่าทีอาลัยอาวรณ์หลุดมาแม้แต่น้อย?

 

อื้อ”ใบหน้าหล่อเหยเกเมื่อเพื่อนเจ้าของผิวแทนขยับเบียดมานั่งใกล้แล้วกอดเอวเอาไว้เพราะร่างกายผอมทรงตัวแทบไม่ไหว

 

โน่ มึงเริ่มเมาแล้วเนี่ย”มือหนาลูบไล้แก้มเนียนที่แดงเรื่อแล้วบีบเรียกสติเบาๆจนคนเมาส่ายหนีด้วยความรำคาญ

 

ไม่เมา”คนตัวขาวปฏิเสธแต่กลับรู้สึกหัวหนักจนต้องเอียงซบกับไหล่กว้างของอีกคน เสียงเพลงดังสนั่นกับไฟหลากสียิ่งทำให้รู้สึกมึนกว่าเดิม เริ่มแปลกใจเพราะถึงตนจะรับแก้วไปเยอะแค่ไหนลีเจโน่ก็รู้ลิมิตตัวเองดี ที่ดื่มไปไม่น่าจะทำให้มึนได้ขนาดนี้

 

อ้าว แฮชาน”

 

ว่าไงลูคัส ไม่เจอกันนานเลยว่ะ”

 

เออ เจโน่มันเมาแล้วหรอ”ร่างสูงที่เดินเข้ามานั่งด้วยถามพร้อมจ้องร่างกายขาวที่ทิ้งน้ำหนักพิงแฮชานเต็มตัวจนคนตัวหนาต้องวางแก้วเหล้าแล้วโอบเพื่อนเข้าในอ้อมกอดให้ใบหน้ามึนๆซบกับแผงอกกว้าง

 

รู้จักกันหรอวะ อ่อพวกมึงเรียนคณะเดียวกันนี่”

 

กูสนิทกับเพื่อนเจโน่มันจะตาย มันไหวป่ะ”คำถามนั่นทำให้แฮชานก้มมองหน้าคนเมา เหงื่อผุดเต็มกรอบหน้าสวย คิ้วขมวดเข้าหากันทั้งที่ไม่ลืมตาทำให้เขานึกห่วง

 

“มึงเอามันไปนอนด้านบนสิเดี๋ยวกูไปบอกแจฮยอนให้”แฮชานพยักหน้ารับความหวังดีนั่นเพราะดูเหมือนลีเจโน่จะไหวแล้วจริงๆและเขายังอยากอยู่ต่ออีกซักหน่อย ให้มันไปนอนพักให้ดีขึ้นแล้วค่อยกลับตอนเช้าก็คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

อ๊ะ”เผลอหลุดร้องเมื่อเพื่อนฉุดให้ยืนขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แฮชานตบแก้มเบาๆทำให้ดวงตาฉ่ำปรือขึ้นมอง

 

“ไปนอนบนห้องก่อน”เอ่ยบอกพร้อมรวบเอวประคองคนเมาขึ้นตามที่ลูคัสเดินนำ ด้วยรูปร่างไม่ต่างกันนักทำให้ทุลักทุเลพอสมควร

 

เมื่อเข้ามาในห้องนอนโล่งๆ แฮชานวางอีกคนลงบนเตียง ใบหน้าหล่อเหยเกแดงก่ำแต่ก็พยายามปรือตาขึ้นไม่ให้ตัวเองหลับไปก่อน

 

“กูไปนะ”ลูคัสเดินหายออกไปจากห้อง แววตาเจ้าเล่ห์นั่นทำให้คนผิวแทนรู้สึกแปลกๆแต่ก็ไม่คิดอะไร เมื่อมือชื้นเหงื่อยกขึ้นมาจับแขนเขาก็อดตกใจไม่ได้

 

ทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนี้?

 

“โทรหามาร์คให้หน่อย”เสียงเบาหวิวเอ่ยบอกพร้อมยื่นโทรศัพท์ที่ปลดล็อคหน้าจอมาให้ แฮชานเลื่อนหารายชื่อจนเจอแล้วโทรไปหาพร้อมบอกพิกัด น้ำเสียงคนในสายดูร้อนรนไม่น้อยแล้วบอกว่าจะรีบมา มือหนาวางโทรศัพท์ลงข้างตัวคนเมาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงกดตัดสายไปเอง

 

“กูไปนะ มึงนอนรอมันมารับอยู่นี่แหละ”เอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างที่ไม่เคยทำ เจโน่แค่พยักหน้าเบาๆสื่อว่ารับรู้ก่อนปิดเปลือกตาลง แฮชานยิ้มก่อนจะเดินไปเปิดประตู ดวงตาคมเหลือบมองท่าทีคนที่นอนอยู่ก่อนตัดใจเดินออกไป 


บางทีเขาอาจจะคิดเยอะไปเอง

 

ภายในห้องนอนเงียบเสียงต่างจากด้านนอกที่เปิดเพลงดังกระหึ่ม บ่งบอกถึงการเก็บเสียงที่ดีเยี่ยมในห้องนี้ ลีเจโน่ขยับตัวเป็นนอนขดเมื่อรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว รู้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติจนเหงื่อไหลทั่วทั้งตัว ความมึนเริ่มหายไปแต่กลับมีบางอย่างเข้ามาแทนที่

 

นัยน์ตาสวยพยายามปรือมองรอบข้างด้วยความไม่ไว้ใจ อารมณ์ร้อนกรุ่นทำให้คนตัวขาวเริ่มทนไม่ไหว รู้ชัดว่าตัวเองตอนนี้เป็นอะไร

 

อึก”ร่างกายขาวเนียนบิดเร้าไปมา สะโพกกลมกลึงบดลงกับเตียงอย่างอัดอั้น ความโป่งนูนของเป้ากางเกงเพราะบางอย่างที่ตื่นตัวทำให้คนที่เริ่มอดทนไม่ไหวรั้งกางเกงตัวหนาและชั้นในลงที่หน้าขา เสื้อยีนต์ถูกถอดออกคลายความอึดอัด เหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวบางที่ชุ่มเหงื่อ ยอดอกแข็งตึงดุนขึ้นมาบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

 

อึ่ก อ่ะ”เรียวนิ้วสวยเลื่อนต่ำลงกอบกุมความแข็งขืนแล้วรูดรั้งขึ้นลง รู้สึกว่ามันไม่พอจนมืออีกข้างยกขึ้นขยี้ยอดออกตัวเองสลับกับลูบไล้ไปตามร่างกายอย่างไร้สติ

 

แกร๊ก

 

เสียงล็อคประตูทำให้คนตัวขาวสะดุ้ง ดวงตาสวยเบิกกว้างเมื่อมองใบหน้าของผู้มาใหม่ รอยยิ้มแสยะกับสายตาพึงพอใจนั่นทำให้ลีเจโน่ตื่นตระหนก เข้าใจแจ้งชัดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับร่างกายนี่เป็นฝีมือใคร เป็นแผนการของมันอย่างแน่นอน

 

“ไอ้ลูคัส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CUT

( Password : อยู่ในทวิตฟิคค่ะ ถ้าหาไม่เจอเดมมานะคะ

ขอโทษที่ไม่สะดวกเพราะเราอยากป้องกันอีกนิดนึงแต่ไม่อ่านก็รู้เรื่องค่ะ

แต่อ่านคัทก่อนแล้วอ่านต่อจะได้อรรรสกว่าค่อยย้อนกลับไปอ่านค่ะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบแล้ว กูอยากให้เจนไปเรียนต่อที่แคนาดา”

 

มาร์คเอ่ยขึ้นขณะจ้องใบหน้าสวย รอยช้ำตรงแก้มและแผลที่มุมปากทำให้ปวดใจจนต้องผินหน้าหนี ลีเจโน่ในชุดของโรงพยาบาลกำลังหลับสนิทบนเตียงกว้าง โรงพยาบาลแห่งนี้รักษาความลับได้อย่างดีเสมอ แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้จะไม่มีทางแพร่งพรายออกไป

 

แล้วพวกกู..?”

 

ก็ต้องไปด้วยกันดิวะ”คนที่ทำหน้าเคร่งเครียดเริ่มคลี่ยิ้ม เขาวางแผนอนาคตของเราทั้งสี่ไว้หมดแล้วและเชื่อว่าเพื่อนสนิทจะเห็นด้วย

 

กูมีบ้านอยู่ที่นู่นหนึ่งหลังแต่ถ้าเจนอยากไปที่อื่นกูก็ไม่ขัด ซื้อบ้านซักหลังแล้วอยู่ด้วยกัน”

 

อยู่ที่ไกลๆก็ดีจะได้ไม่ต้องคอยระวังอะไรอีก”แจมินบอกแล้วยิ้มออกมาบ้างเมื่อนึกถึงอนาคต ในเกาหลีคนรู้จักเรามากเกินไป มันคงจะดีกว่าถ้าสามารถทำอะไรได้อิสระมากกว่านี้

 

เหรินจวิ้นที่นั่งเงียบมานานถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

ไปกันเถอะ ไปในที่ที่มีแต่เราสี่คน”

 

ที่ที่เราสามารถรักกันได้อย่างเปิดเผยจริงๆซักที

 

 

 

 

กูไม่อยากไป”

 

รอยยิ้มของชายหนุ่มทั้งสามจางหายไปเมื่อได้รับคำตอบ

 

ทำไมล่ะ”

 

เจโน่ไล่สายตามองหน้าทุกคนก่อนก้มหน้ามองมือที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั้งสิบนิ้วของตนนิ่ง เล็บฉีกจากการที่จิกพื้นอย่างรุนแรงและร่องรอยถูกทำร้ายตามร่างกายมันเด่นชัดจนรู้สึกสมเพชตัวเอง แม้จะออกจากโรงพยาบาลมาเป็นอาทิตย์แล้วเขาก็ยังไม่อยากจะคุยกับใคร

 

ไว้ค่อยคุยเถอะ ให้เจนพักผ่อนก่อน”เป็นมาร์คที่ใจเย็นเสมอ คนตัวสูงเข้าไปกอดคอเพื่อนสนิทชาวจีนแล้วตบไหล่เบาๆ

 

งั้นนอนนะคะเดี๋ยวตื่นมาแจมทำอะไรให้กิน”เจ้าของผมชมพูยกมือลูบผมนุ่มแต่ต้องชะงักเมื่ออีกคนเบี่ยงหนี

 

คิดอะไรอยู่บอกได้ไหม กูจะตายอยู่แล้ว”น้ำเสียงเว้าวอนจากชายหนุ่มเจ้าของสีผมควันบุหรี่จนทำให้คนตัวขาวเม้มปากแน่น

 

“ออกไป”คนบนเตียงเอ่ยเสียงแข็ง 


ถ้อยคำรุนแรงของลูคัสลอยอยู่ในหัวไม่รู้จบสิ้นพร้อมๆกับภาพเหรินจวิ้นกำลังนัวเนียอยู่กับคนอื่นทำให้ต้องหลับตาแน่นพยายามจะลบเลือนมันออกไปจากหัวให้หมด เขาไม่อยากจะต้องเจ็บปวดอีกแล้ว

 

ลีเจโน่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองต้องทำยังไงต่อไป

 

 

 

ชายหน่มสามคนต่างนั่งเงียบในขณะที่ยกแก้วเหล้าฤทธิ์แรงขึ้นจรดริมฝีปาก

 

เจนแค่กำลังตกใจมึงอย่าเพิ่งคิดเยอะเลย ให้เวลาเจนหน่อย”มาร์คเอ่ยปลอบแต่อีกคนส่ายหน้า

 

“เจนโกรธกูมาก พวกมึงก็เห็น”เหรินจวิ้นครุ่นคิดมาตลอดถึงท่าทีของคนรัก เขามั่นใจว่าตลอดมาเขาไม่ได้จะทำอะไรให้อีกคนอีกคนเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยขัดใจ ไม่เคยอยากจะปิดบัง นอกจาก…..

 

“หรือเจนจะรู้เรื่องสนาม”แจมินโพล่งขึ้นมา “...เพราะไอ้ลูคัส?”

 

มือเรียวเผลอกำแน่นเมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ ความลับที่เขาไม่อยากบอกใคร ความลับที่ไม่อยากให้คนรักมารับรู้ คนอย่างเจโน่ไม่ควรมารับรู้ความโสมมในชีวิตเขา แค่นี้ก็ดึงอีกคนมาแปดเปื้อนมากพออยู่แล้ว

 

อยากปกป้อง อยากรักอีกคนไปนานๆ นี่เป็นสิ่งที่คนเห็นแก่ตัวอย่างหวงเหรินจวิ้นเลือกที่จะทำมาตลอด

 

“กูควรบอกไหม”

 

“แล้วแต่มึง”มาร์คตอบอย่างจริงจัง นาแจมินก็พยักหนาเห็นด้วย ทั้งสามเคารพการตัดสินใจของกันและกันเสมอ

 

ถ้าเจนจะไปจากพวกเราล่ะ”เหรินจวิ้นถามเสียงเบาสายตาที่เจโน่มองมามันทำให้เขานึกกลัว ถ้าบอกไปแล้ววันหนึ่งที่เจโน่ต้องการจะก้าวออกไปแต่ไม่สามารถทำได้อีก มันจะกลายเป็นการทำร้ายคนรักของเขารึเปล่า

 

ไม่มีวัน เจนไม่มีวันไปจากพวกเราหรอก”

 

 

 

 

 

“มึงโกรธอะไรกูบอกได้ไหม”คำถามเดิมๆที่อีกคนเอ่ยทำให้เจโน่อยากเบือนหน้าหนี นั่นสิ เขาโกรธอะไร คงจะโกรธตัวเองที่โง่มาตั้งนานล่ะมั้ง

 

ทำไมเขาไม่ตะโกนในสิ่งที่ตัวเองสงสัย ในสิ่งที่ตัวเองโกรธแค้นออกไปน่ะหรอ? เพราะเขายังหวังอยู่ว่าหวงเหรินจวิ้นจะมาบอกทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

“กูแค่เบื่อ”

 

คนที่นั่งข้างเตียงแนบหลังมือเนียนกับแก้มของตนอย่างเบามือราวกลัวว่าจะเผลอจับแรงๆแล้วทำให้เขาเจ็บ

 

“อย่าไปจากกูเลยเจน กูรักมึงนะ”

 

เจโน่นึกอยากดึงมือออกไม่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ทำ เขาไม่เคยคิดจะไปจากเหรินจวิ้นเลย ไม่เคยแม้แต่นิดเดียว แค่ตอนนี้เจ็บปวดและผิดหวังจนฉีกยิ้มให้อีกคนไม่ไหวแล้วก็เท่านั้น

 

“มึงรักกูจริงๆหรอ”

 

“ทำไมถามแบบนี้”

 

“มึงมีอะไรปิดบังกูไหม”ทันทีที่เอ่ยถามเหรินจวิ้นทำท่าจะปฏิเสธแต่กลับชะงักแล้วเงียบไป

 

“ถ้ามึงอยากรู้ กูจะบอกทุกอย่างเอง มึงมั่นใจไหมว่าอยากรู้ทุกๆอย่างของกู เพราะถ้ารู้มึงไปจากกูไม่ได้แล้วนะ”

 

ลีเจโน่สบแววตาจริงจังที่มองมาก่อนยกขึ้นกุมมือเรียวของอีกคนแน่น

 

“กูมั่นใจ”

 

 

 

           

            รถสปอร์ตคันสีน้ำเงินถูกปรับแต่งมาอย่างดีทั้งตัวรถรอบนอกและเครื่องยนต์เหมือนที่เจโน่เคยเห็นอีกคนขับในสนามวันนั้นจอดนิ่งอยู่ตรงหน้า หวงเหรินจวิ้นยิ้มบางก่อนจะมาจูงมือเขาขึ้นรถ

 

            ใบหน้าหล่อนิ่งสงบ ดวงตาเรียวจ้องนิ่งไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างใจเย็น หากแต่ตัวเลขบนหน้าปัดเริ่มสูงขึ้นตามความเร็วของรถจนมันไปแตะหลักร้อยขณะที่อีกคนทำราวกับกำลังขับด้วยความเร็วปกติ แม้ใบหน้าจะนิ่งตามเดิมแต่สายตาร้อนแรงและสนุกสนานนั่นทำให้เจโน่ละสายตาไปไม่ได้เลย ทุกการเหยียบคันเร่งแตะเบรกหรือแม้แต่หมุนพวงมาลัยหวงเหรินจวิ้นก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ

 

            ชายหนุ่มหันมายิ้ม เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่เจโน่ได้รับเสมอมา มือเรียวขยับเปลี่ยนเกียร์ก่อนจะคว้ามือเขาไปกุมยกขึ้นกดจูบแผ่วเบาที่ข้อนิ้วอย่างทะนุถนอม

 

“สิ่งที่กูแสดงกับมึงคือตัวตนของกูจริงๆ แต่มันอาจจะมีแค่บางมุมของกูที่ต่างออกไปเพราะความจำเป็น”

 

            “ยังไงกูก็เป็นหวงเหรินจวิ้นของมึงเจน กูอยากให้มึงมั่นใจว่ากูรักมึงจริงๆ”สิ้นประโยคนั้นอีกคนก็ไม่เอ่ยอะไรอีก ร่างโปร่งขับรถต่อโดยใช้มือข้างเดียวบังคับพวงมาลัย แต่อีกข้างไม่ยอมปล่อยมือที่กุมกันออกกลับประสานนิ้วแล้ววางลงบนตัก พร้อมใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือเนียนไปมาเหมือนกำลังปลอบให้เขาเย็นลง

 

            รถคันสวยแล่นมายังสนามแข่งรถที่เจโน่เคยมาเมื่อคราวก่อน เหรินจวิ้นขับเลยมาที่โกดังเก่าๆข้างกัน เป็นที่ที่แทบไม่มีใครให้ความสนใจ หากแต่เมื่อเข้ามากลับมีการรักษาความปลอดภัยหนาแน่นอย่างคาดไม่ถึง ทั้งกำลังคนอาวุธครบมือยืนเฝ้าตามจุดต่างๆและระบบไฮเทคตอนที่เหรินจวิ้นจูงมือเขาไปสแกนใบหน้าเพื่อเปิดประตู

 

ภาพเบื้องหน้าทำให้ลีเจโน่นิ่งค้าง รถยุโรปมากมายจอดเรียงรายอยู่ในโถงกว้างของชั้นใต้ดิน แต่ละคันล้วนเป็นรุ่นที่ราคาราคาสูงลิ่ว แปลงเป็นเงินทั้งหมดนี่เขาคิดว่าราคามันอาจจะแตะหลักสิบล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ

 

            “นี่เป็นรถที่จะส่งในขณะแข่งขันอาทิตย์หน้า”ประโยคนั่นทำให้คิ้วสวยขมวดมุ่น

 

            “ลูกชายเจ้าของร้านเพชรจะเปิดสนามแข่งรถผิดกฎหมายขึ้นมาโดยใช้อิทธิพลครอบครัวไม่ให้ตำรวจเข้ามายุ่งเกี่ยว ฟังดูน่าตื่นเต้นไหม”

            

            หวงเหรินจวิ้นยิ้มเอ็นดูกับท่าทีอึ้งๆของคนรัก เข้ามาโอบไหล่ให้เดินต่อไปยังห้องหนึ่งที่มีประตูลับฝังอยู่ในผนังกระจกเรียบ หลังจากทาบมือลงกับแผ่นกระจกในพิกัดที่ถูกต้องระบบจะทำการแสกนลายนิ้วมือและใบหน้าไปพร้อมๆกันจนผ่านกระจกทางขวาเลื่อนออกเป็นทางให้เดินลึกเข้าไป

 

            “อย่างที่มึงรู้ว่ากิจการครอบครัวกูที่เกาหลีคือพวกร้านเพชรและจิวเวอร์รี่”ทันทีที่เข้ามาไฟด้านบนก็ส่องสว่างพรึ่บ ภายในห้องเต็มไปด้วยตู้กระจกนิรภัย เครื่องเพชรและอัญมณีตรงหน้าทำให้ลีเจโน่พูดไม่ออก

 

            การซื้อขายทั้งรถสปอร์ตและอัญมณีมูลค่าสูงครั้งละมากมายขนาดนี้ มันแปลกเกินไป มันเหมือนกับ

 

“พวกตำรวจหน้าโง่มันไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วฉากหลังมันคือการฟอกเงิน”

 

            คนตัวขาวเผลอสูดลมหายใจลึก ใช้เรื่องผิดกฎหมายมาบังหน้าอาชญากรรมข้ามชาติแบบนี้ต้องบ้าบิ่นได้แค่ไหนกัน

 

            “ถ้ามึงอยากรู้กูก็ให้มึงรู้ มึงมีสิทธิในตัวพวกกูทุกอย่างเลยเจน"

 

“ขอโทษที่ปิดบังนะคนดี เพราะกูรักมึงมากกูเลยไม่อยากให้มึงต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้ ถ้ามึงรับรู้แล้วจะรังเกียจกูแค่ไหนกูก็คงปล่อยมึงไปไม่ได้”

 

            “ทุกอย่างที่ทำให้มึงเสียใจ ขอโทษนะครับ”เหรินจวิ้นคุกเข่าลงตรงหน้าคนตัวขาวแล้วประทับจูบบนหลังมือนวลเนียน สายตาจริงใจและอ่อนหวานที่มองมามันพิสูจน์ได้ว่าอีกคนรู้สึกดังที่พูดจริงๆจนเจโน่เสหลบ เมื่อดึงรั้งให้อีกคนยืนขึ้นก็ถูกฉวยโฮกาสคว้าตัวเข้าไปกอดแน่น

 

            “แล้วเรื่องที่มึงไปเอาคนอื่น

 

            “ครอบครัวกูไม่ได้เหมือนกับครอบครัวทั่วไปหรอก ตอนนี้จะให้ผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่องมึงไม่ได้ เพื่อตบตาพวกเขากูเลยเอาเรื่องผู้หญิงเข้ามา แต่อีกไม่นานหรอกเจนอีกไม่นานกูจะเป็นอิสระแล้ว”

 

            “มึงหมายความว่ายังไง”

 

            หวงเหรินจวิ้นคลี่ยิ้มละมุน จากนั้นจึงเล่าทุกอย่างด้วยความใจเย็น ตระกูลหวงเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีเบื้องหลังดำมืด มีอำนาจมากในเรื่องผิดกฎหมายภายในประเทศจีน เหรินจวิ้นเป็นเพียงหนึ่งในลูกนอกสมรสหลายสิบคนที่แม่ใหญ่รับเลี้ยงมาเพื่อใช้ประโยชน์เท่านั้น 


            เดิมทีเธอคิดจะใช้เขาเป็นแขนขาในประเทศเกาหลีให้กับลูกชายของเธอที่จะรับเข้าสืบทอดอำนาจได้ในปีหน้า เพื่อหลุดพ้นจากการบงการของผู้หญิงคนนั้น เหรินจวิ้นจำเป็นต้องมีอำนาจและเงินเป็นของตัวเอง ไม่ใช่คิดจะสู้แต่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีประโยชน์เกินกว่าลดตัวไปเป็นหมากเบี้ยที่จะเดินตามคำสั่งของเธอ 


            และมันเป็นทางเดียวที่จะได้อยู่ในเกาหลีได้อย่างมั่นคง อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเลือกทำสิ่งนี้เพราะมันจะทำให้เขามีเส้นสายไม่น้อยจากการติดต่อกับนักธุรกิจและนักการเมืองทั้งหลาย

 

เห็นสายตาเป็นห่วงและกังวลของคนตัวขาวเหรินจวิ้นก็ลูบแก้มใสเบาๆ ก่อนจะกล่าวให้ความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งตำรวจหรือคู่ค้าคนใด ไม่มีใครกล้ากระตุกหนวดเสือโดยการกล้ามายุ่งกับตระกูลหวงแต่ก็ไม่มีใครรู้ด้วยเช่นกันว่าทั้งหมดนี้มันคือของเขาแต่เพียงผู้เดียว 


แผนการหยิบยืมบารมีจากตระกูลเป็นเล่ห์กลหนึ่งซึ่งเหรินจวิ้นได้ปรึกษากับพี่ชายต่างมารดาหรือผู้สืบทอดในอนาคตอย่างเฮนเดอรี่มาตลอด มิตรภาพระหว่างเขาและพี่ชายมั่นคงพอที่อีกคนจะยอมช่วยโดยไม่ทรยศหักหลัง


แม่ใหญ่คนนั้นรักอำนาจและผลประโยชน์แค่ไหนเขารู้ดี ถ้ารู้เรื่องลีเจโน่ที่เป็นลูกชายของส..ใหญ่หนึ่งในพรรครัฐบาลเกาหลี คนคนนั้นไม่มีทางปล่อยเอาไว้เธอต้องเขามายุ่งเกี่ยวแน่ ก่อนที่จะคบกันตลอดมาเจโน่ก็รู้ดีว่าหวงเหรินจวิ้นมีผู้หญิงไม่ขาด ถ้าหากหยุดไปเฉยๆต้องสงสัยและเพ่งเล็งเพื่อที่จะหาจุดอ่อนของเขาแน่ หากสืบทราบมาจนถึงเรื่องของเราทั้งสี่คนมันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่เกินจะกู่ 


เหรินจวิ้นจึงใช้ผู้หญิงจากสนามแข่งมาตบตา ทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างดีแต่ถ้าคนรักไม่พอใจ เขาก็พร้อมจะหาทางอื่นและไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครตามที่เจโน่ต้องการ

 

“ให้มาร์คกับแจมินช่วยไม่ได้เลยหรอ”


ชายหนุ่มสัญชาติจีนส่ายหน้า ที่จริงมันไม่เชิงว่าช่วยไม่ได้แต่มันคงจะดีกว่าถ้าเลี่ยงให้สองขั้วอำนาจที่ใหญ่พอๆกันให้ยุ่งเกี่ยวกันให้น้อยที่สุด

 

“อย่าเครียด ทุกอย่างมันผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอนครับ เชื่อกูนะ”


กว่าเหรินจวิ้นจะมีอย่างวันนี้ได้มันไม่ง่ายเลยแต่ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้ว เขาเพียงรอแค่อำนาจของตระกูลถูกสืบทอดไว้ในมือพี่ชาย ตอนนั้นแม่ใหญ่จะไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว

 

คนคิดมากเบียดเข้ามาซบอก แขนขาวกอดรอบเอวสอบแน่นแล้วใบหน้าสวยซุกไปมา เมื่อเงยขึ้นสบตาดวงตาใสก็เต็มไปด้วยความสับสนจนเหรินจวิ้นอดไม่ได้ที่จะลูบสางผมนุ่มคลอเคลียนิ้วสากกับแก้มนิ่มอย่างที่ชอบทำเวลาอีกคนเครียด

 

“ขอโทษนะ มึงเหนื่อยขนาดนี้แต่กูกลับยังโกรธบ้าอะไรไม่รู้ งี่เง่าสัส”

 

“ไม่หรอก กูผิดเองที่ปิดบังมึง”

 

เชาไม่อยากให้ลีเจโน่มารับรู้เรื่องโสมมทุกอย่างที่เขาทำ โลกของเขามันแย่เกินกว่าที่อีกคนจะก้าวเข้ามา

 

            “อย่าไปจากกูเลยนะ กูรักมึงจริงๆ”ใบหน้าหล่ออ้อนวอนเสียจนเจโน่เม้มปากแน่น นึกถึงถ้อยคำประชดประชันและขับไล่ของตัวเองที่ผ่านมาคงทำให้เหรินจวิ้นปวดใจไม่น้อย

 

            มือสวยกอดลำคออีกคนเข้ามาก่อนจะประกบจูบลงบนริมฝีปากหยักซึ่งอีกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ริมฝีปากทั้งสองต่างบดเบียด หยอกเย้า แล้วป้อนความหวานล้ำให้กันและกัน เรียวลิ้นร้อนแทรกเข้ามารุกไล่กวาดต้อนสร้างความวาบหวามอย่างหลงไหลเนิ่นนานจนคนตัวขาวต้องดันไหล่แข็งแรงออกแล้วหอบถี่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

 

“มึงยังรักกูไหม”

 

“รักสิ”เหรินจวิ้นกระซิบบอกชิดกลับปากแดงแล้วกดจูบซ้ำๆ เอ่ยถ้อยคำหวานออดอ้อนเมื่อกลิ่นหอมจากร่างกายขาวเร่งเร้าให้ความอดทนของเขาหมดลง “ไม่ยอมให้จูบมานานแล้วนะ คิดถึงครับ คิดถึงมาก”

 

“อ๊ะ ไม่เอาตรงนี้ อื้อ!”เจ้าของกรอบหน้าสวยร้องขึ้นเมื่อถูกอุ้มขึ้นเอว แผ่นหลังบางแนบชิดผนังด้านหลัง ริมฝีปากร้อนซุกซนไปทั่วทั้งดูดเม้มและกวาดเลียบนนวลเนื้อเนียน ลากริมฝีปากขบงับปลายหูขาวจู่โจมเข้าที่จุดอ่อนจนเจโน่ตัวอ่อนไปหมด เหมือนเหรินจวิ้นจะคิดถึงอย่างที่พูดจริงๆถึงได้สติหลุดแบบนี้

 

“ที่รถเหอะเจน ถึงห้องไม่ไหวว่ะ”

 

“ย่าห์! หวงเหรินจวิ้น!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

End

Huang RenJun Special part

 

 

 

 







 

  

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,170 ความคิดเห็น

  1. #1133 Chompunuchhh (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 02:06
    ตอนแรกก็ใจตุ้บตอนนี้ใจฟูไปหมด
    #1,133
    0
  2. #1130 Littlesmurf (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 06:44
    เฮียขาของหนู ฮือ
    #1,130
    0
  3. #1111 timmyshake (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:12
    T_________T อ่านไปถึงตอนกลาง ๆ ก็เจ็บหัวใจไป สารภาพว่าแอบว่าเฮียไปหลายรอบเหลือเกิน พอเฉลยทุกอย่างแล้วอยากจะไปก้มกราบขอโทษเฮียเลย แง ขอโทษที่เข้าใจเฮียผิดไปนะ ยังไงเฮียก็รักเจนที่สุดอยู่ดี T______T
    ทุกคนดูแลเจนดีมากจริง ๆ ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ใครหน้าไหนก็ไม่ให้เข้าใกล้ ดูแลดีเหมือนเลี้ยงลูกเลย แง ยิ่งกว่าไข่ในหินอีก
    #1,111
    0
  4. #1104 Nuttinan_toey45 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 04:40
    สุดจริงๆเรื่องนี้ สุดในใจชั้นแล้ว คิดถึงม้ากกกกก มันไม่ควรเป็นแค่เรื่องไม่กี่ตอนแล้วอะแม่ มันควรกลายมาเป็นฟิคเรื่องนึงไปเลย มันแบบทเบกทกวอทบ-ืยไไ นายสามคนนี้นี่ไปสุดมาก ส่วนยัยหนูก็คือยิ่งกว่าไข่ในหิน ชั้นพูดเรย
    #1,104
    1
    • #1104-1 KIM SEHYUN(จากตอนที่ 36)
      24 เมษายน 2563 / 21:50
      ฮือๆ ตอนแต่งในหัวเราก็มีแต่งคำนี้ค่ะ ไข่ในหินของเจ้าสามแสบ ถูกเลี้ยงเหมือนไข่มุขกลางผ่ามือ ฮือออออออ
      #1104-1
  5. #1103 phimolratt (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 20:27
    โหหหหหหหหหหหห เฮีย ผมนี่อึ้งไปเลยครับ
    #1,103
    0
  6. #1102 EVE_1402 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:02
    ยอมใจเฮียเก็บกด อดทนมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย55555555
    #1,102
    0
  7. #1101 Meemie40 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 20:49
    ฮืออออ เจโน่ได้ความรักจากทั้งสามแบบท่วมท้นเลย 🥺
    #1,101
    0
  8. #1099 Sairattz (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 11:26
    เข้าใจกันสักทีนะคะ ;—;
    #1,099
    0
  9. #1098 pvyizy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 11:18
    ตอนแรกนึกว่า 3 คนจะแค่หลงเจโน่ที่ไหนได้ พวกนางรักจิงอะ ฮืออออ
    #1,098
    0
  10. #1097 Keyleonn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 08:53
    ทั้งลุ้นทั้งตื่นเต้น โอ้ยยยนึกง่าจะทะเลาะกันแล้ว
    #1,097
    0
  11. #1096 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 06:58
    อุง้ากก แล้วก็จบลงที่เข้าใจกันละเนอะ
    #1,096
    0
  12. #1095 Lsmind (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 05:06
    ตอนเห็นว่าอัพก้ะคือตื่นเต้นมากกก ไม่ผิดหวังจริงๆ ช่วงแรกคือบีบหัวใจ;—; เหรินจวิ้นนายสุดยอดมาก ของมาร์คกะแจมินจะขนาดไหนนะ555555
    #1,095
    0
  13. #1094 bubblebae (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 02:22
    แงงงง ซีนน้ำตาขั้รสุด ㅜㅡㅜ
    #1,094
    0
  14. #1093 Wnats (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 02:09
    อินจุนอ่า ทำให้ได้นะ!
    #1,093
    0
  15. #1091 SOUL-XZ マイ。 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 12:16
    งุ้ย คิดถึงมาก
    #1,091
    0
  16. #1089 reallelarat3 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 20:05
    แงงงงงง
    #1,089
    0
  17. #1088 Shi-Mai (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 16:36

    แง้ รอแน้ววว
    #1,088
    0
  18. #1087 Lsmind (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 14:56
    สปอยล์คือ ;—;
    #1,087
    0
  19. #1086 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 05:30
    อือหิอออ
    #1,086
    0
  20. #1085 bubblebae (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 03:14
    แค่อินโทรก้อใจเจ่บแล้วค่ะ🥺
    #1,085
    0
  21. #1084 Wnats (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 00:56
    รอค่ะ!!!
    #1,084
    0
  22. #1083 Littlesmurf (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 00:50
    รอเลยค่ะ !
    #1,083
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  26. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(