คัดลอกลิงก์เเล้ว

He is mine ผู้ชายคนนี้ของฉัน

ได้โปรด...อย่าเอาคนของฉันไป เพียงแค่เพราะ...เธอทำได้

ยอดวิวรวม

64

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


64

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 ธ.ค. 60 / 18:56 น.
นิยาย He is mine ¤ͧѹ He is mine ผู้ชายคนนี้ของฉัน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เธอนั้นสวยเกินกว่าจะหาใครเทียบ

เธอนั้นมีผมสีบรอนซ์ยาวสลวย

เธอนั้นมีดวงตาสีเขียวที่งดงาม

คนอย่างเธอจะเลือกผู้ชายคนไหนก็ได้ที่เข้ามาให้ชีวิต

แต่คนอย่างฉันไม่สามารถจะรักใครได้อีก

ผู้ชายดี ๆ ตั้งมากมายเดินเข้ามาหาเธอ

แต่เธอกลับเลือกที่จะเดินเข้ามาหาคนที่อยู่ข้างฉัน

ได้โปรด...อย่าเอาคนของฉันไป

เพียงแค่เพราะ...เธอทำได้





เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 ธ.ค. 60 / 18:56



He is mine ผู้ชายคนนี้ของฉัน

ในยามดึกของคืนวันเสาร์ เหล่าวัยรุ่นตอนกลางไปจนถึงตอนปลายมารวมตัวกันที่ถนนแถบชานเมืองอย่างนี้เป็นประจำ แต่ละคนมาพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ทุกคันล้วนเป็นรถแต่งทั้งสิ้น

ถนนเส้นยาวตรงประมาณสองไมล์ คนยืนระนาบกันเต็มสองข้างทาง รถมอเตอร์ไซค์สองคันจอดรอกลางเลนถนนทั้งสองเลน คันหนึ่งเป็นสีแดงลายมังกรสีทอง เจ้าของรถเป็นหนุ่มร่างใหญ่สวมเสื้อกล้าม เห็นรอยสักรูปมังกรที่แขนได้ชัดเจน อีกคันหนึ่งเป็นสีดำลายรูปดอกจิกสีขาว เจ้าของรถเป็นหนุ่มหล่อผมสีเงิน ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล สวมเนื้อหนังสีน้ำเงินทับเสื้อยืดสีเทา

งานนี้แกเสร็จฉันแน่ ไอ้หน้าหล่อหนุ่มร่างใหญ่พูดด้วยท่าทางอวดเบ่ง

ยังไม่เริ่มแข่งเลย อย่าเพิ่งนับศพทหารสิเพ่

หนุ่มผิวสีผมทรงสกีนเฮดพูดขึ้น พร้อมกับถือถาดเดินเข้ามาหาทั้งสองหนุ่ม

อย่างที่รู้ ๆ กัน ทำเนียมก่อนการแข่งรถของที่นี่คือ ต้องวางเงินกันก่อน ผู้ที่ชนะจะได้เงินทั้งหมดนี่ไป

เขาเปิดฝาถาดออกให้ทั้งสองหนุ่มวางเงิน หนุ่มร่างใหญ่ควักธนบัตรเป็นปึกออกมาจากกระเป๋ากางเกง หนุ่มหล่อควักธนบัตรเป็นม้วนออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก ทั้งสองคนวางเงินลงบนถาดพร้อมกัน

รวมกันแล้ว ผู้ชนะจะได้เงินทั้งหมดสองพันเหรียญ เข้าใจตรงกันนะ

ได้แค่เงินมันจะไปสนุกอะไร ฉันขอเสนอเงื่อนไขอีกหนึ่งอย่าง...หนุ่มร่างใหญ่พูดขึ้นผู้ชนะจะได้ทั้งเงินนี้ และรถของผู้ที่แพ้ แบบนี้เป็นไง

คำพูดของเขาทำให้กรรมการหัวเกรียนถึงกับตาโต

ฉันว่ารถของแกก็สวยดีนะ ถ้าเอาไปลงลายมังกรของฉันหน่อย รับรองเฟี้ยวฟ้าวกว่านี้เป็นหลายเท่า

ชายหนุ่มร่างใหญ่นั่นลูบตัวรถของอีกฝ่าย ทำให้เจ้าของมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็โดนตอบกลับมาด้วยสายตากวนตีน

งั้นฉันตกลงหนุ่มหล่อพูด

เยี่ยม มันต้องอย่างนี้สิไอ้น้อง ฮะ ๆๆหนุ่มร่างใหญ่หัวเราะชอบใจ

จัดไป เอ้า! ได้เวลาเข้าประจำที่

หนุ่มผิวสีปิดฝาถาด แล้วเดินไป ทั้งสองผู้เข้าแข่งขันใส่หมวกกันน็อก แล้วเริ่มขึ้นควบมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง

ถอยไปหน่อย ๆ ห้ามเกินเส้นเหลืองนะจ้ะ มันอันตราย

ทีมงานเริ่มกันผู้ชมให้อย่าล้ำเส้นสีเหลืองบนพื้นถนน

ผู้ให้สัญญาณเดินมาที่กลางถนนตรงหน้าทั้งสองผู้เข้าแข่งขัน เป็นสาวดวงตาสีน้ำตาล ผมสีทองถักเปียเส้นเล็กข้างละห้าเส้นถูกมัดรวบไว้เป็นทรงหางม้า สวมเสื้อหนังทับเสื้อแขนสั้นข้างเดียวสีดำ กระโปรงสั้นลายตารางสีแดง สวมสร้อยข้อมือกับสร้อยคอจี้ไม้กางเขน และต่างหูไม้กางเขนข้างเดียว เล็บมือทั้งสองข้างถูกแต่งแต้มด้วยยาทาเล็บสีดำ ถุงน่องสีดำมีรอยขาดแหว่งกับรองเท้าบูทหนังสีเดียวกัน

ระยะทางที่จะแข่งทั้งหมดคือ ¼ ไมล์ จะมีกรรมการคอยอยู่ที่เส้นชัย ผู้ชนะในครั้งนี้จะได้ทั้งเงินพนันทั้งหมด และรถของอีกฝ่าย ส่วนผู้แพ้ก็...เฮ้อ...กลับบ้าน

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อยตรงประโยคสุดท้าย แล้วเท้าเอวมองทั้งสองหนุ่มสลับกันไปมา ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้กับหนุ่มหล่อผมสีเงินที่กำลังมองเธอผ่านหมวกกันน็อก

เข้าประจำที่!!

ทั้งสองหนุ่มบิดเร่งเครื่องกันดังบรื้น~

พร้อม

สาวผมสีทองยกนิ้วชี้ขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้าง แล้วเดินเข้ามาระหว่างกลางรถทั้งสองคัน

ไปได้!!

ทันทีที่สาวเจ้าปัดมือลง รถทั้งสองคันก็พุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว ทำให้เกิดลมพัดเปิดกระโปรงด้านหลังของผู้ให้สัญญาณเล็กน้อย แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก เพราะสายตาทุกคนตอนนี้จับจ้องอยู่ที่มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันที่กำลังแข่งความเร็วพุ่งเข้าเส้นชัย...

 

เช้าวันจันทร์ เวลา 7.00 A.M.

ตื่นได้แล้ว!

สาวผมสีทองทรงหางม้าพูดพร้อมเดินไปเปิดผ้าม่านออก แสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาส่องใส่หน้าของหนุ่มผมสีเงินเจ้าของห้องที่กำลังสลบไสลอยู่บนเตียงเต็ม ๆ

ขออีกห้านาทีเขาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

ไม่ได้ อย่าลืมสิว่าเราต้องเข้าฟังบรรยายวิชาฟิสิกส์ตอนแปดโมงนะ

ค่อยฟังที่เธออัดเสียงมาก็ได้นี่นา

ก็ใครใช้ให้ไปแข่งในคืนวันอาทิตย์นอกเวลางานล่ะ ลุก!

คนบนเตียงยังนอนกอดหมอนข้างอยู่

ลุกได้แล้ว!!

สุดท้ายสาวเจ้าก็ต้องงัดไม้เด็ดออกมาใช้ โดยการกระชากผ้าห่มออกจนเจ้าของห้องกลิ้งตกเตียงดังตุ้บ!

โอ๊ย!

ไปแต่งตัวได้แล้ว ลงไปกินอาหารเช้าเร็ว ๆ ด้วย

คร้าบ ๆ ทราบแล้วครับยัยโฉด

พูดอีกทีสิ

ปล๊าวววววว

ก่อนจะได้เข้าไปตบ หนุ่มผมสีเงินก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้ว

 

ในห้องครัวของอู่ซ่อมรถที่นักศึกษามหาวิทยาลัยร่วมหุ้นกันลงทุน สาวผมสีส้มไฮไลท์ตรงปลายสีแดงมัดรวบผมหน้าม้าเปิดเหม่ง กำลังยืนทอดเบคอนให้สมาชิกทีมอยู่ ในปากสูบบุหรี่ไปด้วย

บอกแล้วไงว่าอย่าสูบในเวลาทำอาหาร

หนุ่มผิวสีเดินมาดึงบุหรี่ในปากเธอออก

ถ้าเกิดร้านฉันไฟไหม้ขึ้นมาจะทำยังไง

น้อย ๆ หน่อยเฟรด นี่มันอู่เก่าของพ่อนายไม่ใช่หรือไง

แต่ตอนนี้ชื่อที่จดทะเบียนอยู่เป็นชื่อของฉันนะ ฉันเป็นหัวหน้าของที่นี่

อย่าไปตีกับเฟรดมากเลยเบ็ตตี้ เดี๋ยวเราจะไม่มีที่นอนกันพอดี

คนที่พูดเป็นสาวสวยผมสีแดงสด หุ่นเซ็กซี่ราวกับนางแบบ เธอชื่อเจสซี่เป็นหุ้นส่วนของอู่นี่ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้นอนที่นี่เหมือนกับคนอื่น ๆ แค่มักจะมากินมื้อเช้าด้วยในวันที่มีเรียนตอนเช้า สาวผมไฮไลท์ชื่อเบ็ตตี้ส่วนหนุ่มผิวสีคนนั้นชื่อเฟรด

อา...หิวจังเลย

อีกคนที่เดินเข้ามาในห้องทานอาหาร เป็นหนุ่มผมสีดำสวมแว่นตาชื่อเจมส์

มาช้าระวังอดกินสาวผมสีทองเดินมาตบหลังหนุ่มแว่น

เป็นไงมั่งแซมมี่ ฟอร์ดตื่นไหมเฟรดถาม

ตื่นแล้วแหละ แต่อย่าสนใจเลย มากินกันก่อนดีกว่า

สาวผมสีทองคนนี้ชื่อแซมหรือที่เพื่อนๆเรียกว่าแซมมี่’ (ให้คล้องจองกับสาว ๆ คนอื่นในทีม) เป็นหนึ่งในนักซิ่งของทีม โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ที่เธอถนัดที่สุด และที่สำคัญ นิสัยเธอทั้งโหด โฉด แต่ไม่โสดนะจ๊ะ

เฮ้ ๆ ไม่คิดจะรอกันก่อนเหรอ

หนุ่มผมสีเงินผู้ตื่นสายที่สุดเพิ่งจะเข้ามา

เทพบุตรผู้นี้มีนามว่าฟอร์ดเป็นนักซิ่งตัวหลักประจำทีม ด้วยใจที่รักรถสุด ๆ เพราะพ่อเป็นนักซิ่งตัวยงมาก่อน เลยได้กินนอนอยู่กับรถมาตั้งแต่เกิด

ก็นายอยากตื่นสายเองแซมพูด

เธอก็รู้ว่าฉันเพิ่งกลับมาตอนตีสามฟอร์ดพูดพร้อมนั่งลงข้าง ๆ แซม

เป็นความผิดของนายเจมส์ ที่ชวนตัวนำโชคของเราไปแข่งนอกเวลางานเฟรดพูดกับคนข้าง ๆ

ก็เพื่อนฉันแจ้งข่าวทางแชทออนไลน์มาตอนสี่ทุ่มพอดีนี่นา แถมผู้ชนะยังมีโอกาสได้เงินรางวัลสูงสุดถึงห้าพันเหรียญ ห้าพันเหรียญเชียวนะ! จ่ายค่าน้ำค่าไฟที่นี่ก็ยังเหลือเฟือเจมส์พูด

ที่ได้สองพันเหรียญกับมอเตอร์ไซค์อีกหนึ่งคันมาก่อนหน้านี้ ยังไม่พออีกหรือไงเบ็ตตี้พูดพร้อมเสิร์ฟเบคอนลงบนโต๊ะ

เอาน่า ๆ แซมเขาก็แค่เป็นห่วงฟอร์ดก็เท่านั้นแหละ เนอะแซมมี่เจสซี่แอบแซวคนข้าง ๆ

หุบปากไปเลย!แซมพูดพร้อมตีไหล่คนข้าง ๆ

ไม่ต้องปิดบังหรอกน่า ความสัมพันธ์ของพวกเธอมันชัดเจนมาตั้งนานแล้ว

จริงดิ ฉันไม่เห็นรู้เลย ว่าแต่ ความสัมพันธ์อะไรเหรอ?” เจมส์ถาม

นายรีบกินไปเถอะ ไม่ต้องสนใจคนอื่นหรอกเบ็ตตี้พูดด้วยความรำคาญ

เจ้าแม่ซึนเว้ย กิ้ว ๆ...อุ้บ

นายหุบปาก และกินสักทีเบ็ตตี้พูดพร้อมตักเบคอนยัดปากเฟรด

 

คนที่ร่วมหุ้นดูแลอู่ซ่อมรถนี้มีอยู่ทั้งหมดหกคน ล้วนแต่เป็นนักศึกษาเอกวิศวกรรมศาสตร์ แต่คนละสาขา ฟอร์ด แซม และเฟรด เรียนสาขาเครื่องยนต์ เจมส์เรียนสาขาคอมพิวเตอร์ (เลยได้เป็นหน่วยโปรแกรมเมอร์กับข่าวกรองของทีม) เจสซี่กับเบ็ตตี้เรียนสาขาไฟฟ้า นอกจากอู่ที่นี่จะรับซ่อมรถแล้ว ทุกคนยังชื่นชอบการแต่งรถอีกด้วย ทำรถทุกอย่างตั้งแต่รถยนต์ยันมอเตอร์ไซค์ ที่สำคัญ เฟรดยังเป็นแกนนำสำคัญในการจัดการแข่งขันซิ่งรถอีกด้วย ไม่มีใครในวงการแข่งรถที่ไม่รู้จักเขา

(เจ้าหญิงกาแฟ : การแข่งซิ่งรถเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และอันตราย ห้ามลอกเลียนแบบนะจ๊ะ)

 

หลังจากที่ทานมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย เจสซี่ก็ขับรถยนต์ของตัวเองไปมหาวิทยาลัย ฟอร์ดกับแซมเดินมาที่โรงรถของอู่ มาที่มอเตอร์ไซค์คันสีดำ

ให้ตายเถอะ ทำไมเราต้องมาฟังบรรยายตอนเช้าด้วยเนี่ยฟอร์ดบ่น

มันช่วยไม่ได้นี่นา ก็อาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ไม่อยู่สอน ก็เลยต้องมาสอนชดเชยนี่ไง

ฟอร์ดยื่นหมวกกันน็อกสีขาวให้กับแซม ส่วนของตัวเองเป็นสีดำ

ว่าแต่ เมื่อไหร่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราสักทีล่ะฟอร์ดว่า

ไม่เห็นจะต้องให้คนอื่นรับรู้เลยนี่นาแซมพูดพลางสวมหมวก

แต่คนอื่นในทีมก็รู้กันแล้วนะ

ปล่อยพวกเขาจิ้นกันไปเถอะ แบบนี้อาจจะสนุกกว่าก็ได้

เธอนี่ก็นะฟอร์ดพูดพร้อมใส่หมวกของตัวเองบ้าง

เมื่อไหร่นายจะให้ฉันเป็นคนขับสักทีล่ะเนี่ย

จนกว่ารถของเธอจะซ่อมเสร็จ หรือจนกว่าจะครบสามเดือนตามที่ตกลงกันไว้ ใกล้ครบแล้ว อดทนหน่อยเถอะน่า

กว่าเฟรดจะซ่อมรถของฉันเสร็จ พวกเราเรียนจบกันพอดีน่ะสิ หมอนี่ชอบเบี้ยวทุกที

ฮะ ๆๆ ก็งานที่อู่มันเยอะอยู่แล้วนี่นา ต้องทำให้ลูกค้าก่อนสิ

หนุ่มผมเงินขึ้นควบมอเตอร์ไซค์ก่อน สาวผมทองขึ้นควบซ้อนท้าย แล้วรถจะออกตัวไป

 

ในห้องเรียน ประชากรนักศึกษาวิศวกรรมเกินครึ่งห้องเป็นเพศชาย และในจำนวนนั้นเกือบทุกคนก็หลับเป็นตายคาโต๊ะเรียน ในขณะที่ผู้หญิงตั้งใจทำแบบฝึกหัดของอาจารย์อย่างตั้งใจ การมาเรียนตอนเช้านี่ไม่ใช่วิสัยของผู้ชายเอกวิชานี้เลยสักนิดเดียว

สาวผมสีทองนั่งคิดเลขโจทย์ฟิสิกส์อย่างเคร่งเครียด คิดยังไงก็คิดไม่ออก เธอเลยตัดสินใจหันไปถามคนที่นั่งข้าง ๆ

นี่ฟอร์ด ช่วยทำข้อนี้หน่อยดิ...

ครอก~”

หนุ่มผมสีเงินคนข้าง ๆ กำลังฟุบกับโต๊ะไปเข้าเฝ้าพระอินทร์อยู่ เธอเลยทำหน้าปลงตกพลางส่ายหัวอย่างหน่าย ๆ ปล่อยให้เขาหลับต่อไป

 

หาว~”

ฟอร์ดอ้าปากหาว หลังจากที่ออกจากห้องเรียนมา

ตื่นก็สาย แถมมาหลับต่อในห้องเรียน ยังจะมาง่วงอีก

ปกติฉันต้องนอนไม่ต่ำกว่าแปดชั่วโมงนะ เพื่อสุขภาพที่ดีของความหล่อของฉัน

แหวะ หล่อตายล่ะ อยากจะอ้วกกกแซมพูดเน้นคำว่าอ้วก

อย่างน้อยก็ทำให้คนแถวนี้หลงเสน่ห์ได้แล้วกัน

จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้หลงเสน่ห์นายเพราะความหล่อสักหน่อย ฉันแค่...

แซมรีบกลืนคำพูดคำสุดท้าย

แค่อะไร? หืม?”

ฟอร์ดเข้าไปจ้องหน้าเธอใกล้มากขึ้น จนเธอมองเห็นดวงตาสีน้ำทะเลของเขาได้อย่างชัดเจน ทำให้หัวใจของสาวโฉดอย่างเธอเต้นเร็วขึ้น

ว้าย!

จู่ ๆ เสียงผู้หญิงร้องก็ดังขึ้นจากทางบันไดตึก ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน เห็นหญิงสาวคนหนึ่งล้มลงนั่งอยู่กับพื้น หนังสือกับของในกระเป๋าถือตกกระจัดกระจายเต็มไปหมด

เป็นไรไหม?”

ฟอร์ดรีบเข้าไปช่วยผู้หญิงคนนั้นทันทีตามสัญชาตญาณ พอเธอเงยหน้าขึ้นมา...

สาวดวงตาสีเขียวอ่อน ผมลอนสีบลอนด์ยาวสลวย ติดโบว์ไว้ที่หลังศีรษะ เสื้อเปิดไหล่สีขาว กระโปรงสั้นสีชมพู ทาเล็บสีชมพู รองเท้าเส้นเตี้ยสีขาว ช่างเข้ากันได้ดีกับผิวสีขาวไข่มุกของเธอ

มะ...ไม่เป็นไรค่ะเธอตอบ

ให้ฉันช่วยนะ

หนุ่มหล่อช่วยเธอเก็บหนังสือ ส่วนเธอก็คอยเก็บของที่ร่วงหล่นจากกระเป๋า พร้อมกับแอบชำเลืองมองเขาเล็กน้อย แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึก

อุ้ย ตายแล้ว

ลิปสติกของสาวผมบลอนด์กลิ้งไปชนรองเท้าผ้าใบของแซม เธอเลยหวังดีก้มหยิบมันขึ้นมา แล้วเดินเอาไปให้

อ้ะ นี่ของเธอแซมพูดพร้อมยื่นลิปสติกให้

เธอรับลิปสติกกับหนังสือมา แล้วกล่าวขอบคุณทั้งสองคน

ขอบคุณมากนะคะ

เธอเรียนเอกอักษรศาสตร์สินะ มาทำอะไรที่ตึกวิศวะเหรอ?” ฟอร์ดพูด

รู้ได้ไงคะ?”

ก็หนังสือเธอเป็นวิชาภาษาฝรั่งเศสนี่นา เรียนสาขาภาษาฝรั่งเศสสินะ

อ๋อ ชะ ใช่ค่ะ พอดีฉันมาธุระแถวนี้น่ะค่ะ

เธอเสยผมทัดหูด้วยความประหม่า มันยิ่งทำให้เธอดูน่ารักขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่เข้าใจว่าจะประหม่าทำไม

เรา...เคยเจอกันหรือเปล่าคะ?” เธอพูดกับฟอร์ด

ผมเหรอ?” ฟอร์ดพูดพร้อมชี้ตัวเอง

แซมมองสายตาที่ผู้หญิงคนนั้นมองฟอร์ด แล้วเริ่มไม่ไว้ใจ มันช่างดูอ่อนหวานน่าหลงใหลจนเกินไป สายตาแบบนี้ไม่ว่ามองใครก็ต้องละลายทั้งนั้นแหละ

มุกจีบหนุ่มเหรอ เก่าไปแล้วย่ะ

เธอคิดในใจ เลยคิดจะขัดคอเสียก่อน

เออ...คงเป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง หมอนี่เรียนวิศวะ ส่วนเธอเรียนอักษร คงไม่...

อ๋อ จำได้ละ ตอนปี 1 ฉันเคยลงเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้นนี่นา

เหมือนกันเลยค่ะ แต่ของฉันเป็นวิชาบังคับตอนปีหนึ่ง

แผนขัดคอของแซม โดนเพื่อน (?) ขัดคอแทนซะงั้น

นาย...สนใจภาษากับเขาด้วยเหรอ?” แซมถาม

ลงเป็นวิชาเสรีน่ะ แต่หัวเรื่องภาษาของฉันมันไม่ค่อยไปเท่าไหร่ เลยได้แค่เกรด C เอง...ฟอร์ดตอบแต่ก็ดีใจนะครับ ที่คุณยังอุตส่าห์จำผมได้ ทั้งที่ ๆ ผมไม่ค่อยเข้าเรียน

คงเป็นเพราะฉันใส่ใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มากเกินไปละมั้งคะ

สองคนนี้ดูคุยกันสนิทสนมดี ทำให้แซมไม่ค่อยพอใจนิด ๆ

แล้วก็ยิงมุกจีบเดิม ๆ โดยการถามชื่อแน่ ๆ เลย

เธอคิดในใจพลางทำหน้าเบ้

ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอครับ? ผมชื่อฟอร์ดนะ

กลับกลายเป็นว่าเพื่อน (?) ของเธอเป็นคนถามชื่อแทน

ฉันชื่อโจลีนค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

โจลีนสินะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

ทั้งสองยิ้มให้แก่กัน

อะแฮ่ม...แซมกระแอ้มเบา ๆ (?) “ไม่ไปเรียนวิชาต่อไปกันหรือไง

อุ้ย จริงด้วยสิ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ

โจลีนโค้งให้กับทั้งคู่ ก่อนจะกอดหนังสือเดินไป

มองเขาตาไม่วางเชียวนะนายเนี่ย

ทำไมล่ะ โจลีนก็ดูน่ารักดีออกนะ

อ๋อ นี่คือ หลงเสน่ห์เขาว่างั้นแหละ

หรือว่า...เธอหึงฉันงั้นเหรอ

บะ...บ้า! ใครจะไปหึงคนอย่างนายกัน อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยย่ะ ฉันไม่เหมือนสาว ๆ แฟนคลับรถแข่งของนายหรอกนะจะบอกให้

เธอเนี่ยน่ารักจริงจริ๊ง

ฟอร์ดดึงแก้มป่อง ๆ ของแซม แล้วเธอก็ปัดมือเขาออก

พอที เดี๋ยวนายเลี้ยงกาแฟฉันเลย ข้อหาทำตัวเจ้าชู้

ฉันไม่ได้เจ้าชู้สักหน่อยนะ

ไม่รู้แหละ! นายต้องเลี้ยง

ว่าแล้ว เธอก็เดินกระทืบเท้านำไปก่อน เขาก็เดินตามเธอไปพลางหัวเราะในลำคอเบา ๆ

 

ทั้งสองคนเดินมายังร้านกาแฟใต้ตึกคณะ ลูกค้าเท่าที่เห็นก็จะมีนักศึกษากับอาจารย์ โชคดีที่จำนวนคนต่อแถวสั่งกาแฟไม่ยาวเท่าไหร่

“นายไปสั่งสิ”

“ฉัน?” ฟอร์ดพูดพร้อมชี้หน้าตัวเอง

“ใช่สิ ก็นายเป็นคนเลี้ยง”

“คร้าบ ๆ ทราบแล้วคร้าบ แล้วเธอจะดื่มอะไรล่ะ”

“ไม่รู้ อ่านใจฉันเอาเองสิ”

แซมสะบัดผมหางม้าเชิดหน้าเดินไปนั่งรอที่ม้านั่งนอกร้าน ปล่อยให้ฟอร์ดไปเดาสั่งเอาเองว่าเธออยากกินกาแฟอะไร เพราะถ้าสั่งมาไม่ถูกใจล่ะก็ จะแกล้งซะให้เข็ดเลย

“อะ เอสเพรสโซร้อนของเธอ”

เขายื่นแก้วกาแฟกระดาษให้เธอ หลังจากที่มานั่งรอได้ไม่นาน

“รู้ได้ไงว่าฉันอยากกินเอสเพรสโซ?”

“กาแฟที่เธอชอบมีอยู่อย่างเดียวนี่นา”

กลายเป็นว่าเขาดันรู้ใจเธอจริง ๆ ผิดคาดเลยแฮะ

“ขอบใจ”

แซมรับมา แล้วเบ้ปากด้วยความเซ็งเป็ด

“เป็นอะไรของเธอเนี่ย เอาแต่ทำหน้าเบ้อยู่ได้”

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”

“ไม่เชื่ออะ”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ”

แซมลุกเดินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอไม่ทันสังเกตเห็นใครบางคนที่เดินออกประตูร้านกาแฟมา

“เฮ้ แซม...”

“ว้าย!

หนุ่มผมสีเงินรีบตามสาวผมสีทองไป เป็นจังหวะเดียวกับที่สาวผมบลอนด์เปิดประตูออกมาพอดี ทำให้ทั้งคู่ชนกันจนเธอทำแก้วกาแฟในมือหกเลอะเสื้อตัวนอกของเขา

“ว้าย ตายแล้ว”

เธอรีบเอากระดาษทิชชูมาเช็ดที่เสื้อเขาทันที พอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าตัว...

“คุณฟอร์ด”

“อ้ะ คุณโจลีน”

สาวผมสีทองถึงกับหยุดฝีเท้ากึก แล้วกลับหลังหันร้อยแปดสิบองศามาดู

“ตายแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันซุ่มซ่ามเองค่ะ เสื้อคุณเปื้อนหมดเลย” โจลีนพูด

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่เสื้อตัวนอกเอง”

“ให้ฉันเอาเสื้อกลับไปซักให้นะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะเอามาคืน”

“ไม่ต้อง!!

แซมรีบเดินมาดึงมือโจลีนออกจากตัวฟอร์ด

“ฉันอยู่กับเขา ฉันซักให้เขาเองได้” แซมพูดเน้นคำว่า อยู่กับเขา

“คุณ...แซมอยู่กับคุณฟอร์ดเหรอคะ?”

“เธอรู้จักฉันได้ไง!?”

จำได้ว่าเธอยังไม่ได้บอกชื่อเลยนะ

“ก็ชื่อเธอเขียนอยู่ที่แก้วกาแฟ”

แซมมองที่แก้วกาแฟในมือ มีชื่อที่พนักงานร้านเขียนไว้อยู่ว่า ‘Sam’ จะได้เอาไว้เรียกชื่อเจ้าของกาแฟตอนทำเสร็จแล้ว

“ผมกับยัยนี่อยู่ด้วยกันจริง ๆ ครับ พอดีเราเปิดอู่ซ่อมรถด้วยกันอยู่”

“แต่ว่า...ฉันยังอยากชดใช้ให้คุณฟอร์ดอยู่ดีนะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ไม่งั้นฉันไม่สบายใจแน่ ๆ”

มันจะอะไรกันนักหนา ในเมื่อเจ้าทุกข์ก็ไม่ได้ถือสาอะไรแล้ว

“งั้นฉันขอเบอร์คุณไว้ได้ไหมคะ เผื่อวันหลังฉันจะได้เลี้ยงกาแฟคุณเป็นการไถ่โทษ”

ปึ้ด...

ระดับความไม่พอใจของแซมเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกแล้ว

“ก็ได้ครับ เบอร์ผม...”

ฟอร์ดจัดการบอกเบอร์มือถือไปเสร็จสรรพ โจลีนลองกดโทรออก พอมือถือสายปลายทางโชว์เบอร์ของเธอขึ้นมาแล้วก็กดวางสายไป

“คือ...ฉันต้องรีบไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะคะ”

พูดจบ โจลีนก็เดินไป

“นายไปให้เบอร์เขาไปฟรี ๆ ได้ไงกัน เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ”

“ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรนี่นา”

“ชิ ฉันไม่พูดกับนายละ”

พูดจบ เธอก็เดินหนีต่อ เขาก็ต้องตามง้อเธออีกตามเคย

 

ณ อู่ซ่อมรถ นายช่างใหญ่ เฟรด

เฟรดกับเบ็ตตี้กำลังเช็คดูรถยนต์ของลูกค้าอยู่ ส่วนเจสซี่กำลังทำบัญชีโดยใช้กระโปรงหน้ารถของตัวเองเป็นโต๊ะเขียนสมุด และแล้วมอเตอร์ไซด์ของฟอร์ดก็วิ่งเข้ามาจอดในโรงรถ แซมรีบลงมาจากที่ซ้อนท้าย แล้วถอดหมวกกันน็อกโยนให้เขา ก่อนจะเดินจ้ำอ้าว ๆ ไป

“อะไรกันเนี่ยแซม โกรธอะไรก็บอกกันสิ”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ”

“แล้วเป็นอะไร”

“ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ!

เธอผลักประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่น ท่ามกลางสายตาของคนที่อู่ที่มองด้วยความงุนงง

“พวกเธอสองคนทะเลาะกันเหรอ?” เจสซี่ถาม

“ก็ไม่เชิงหรอกนะ ยัยนั่นโมโหอะไรก็ไม่รู้ ถามก็ไม่ตอบ” ฟอร์ดตอบ

เฟรดกับเบ็ตตี้หันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่ถ้าเข้าไปถามสาวเจ้าตอนนี้คงไม่มีประโยชน์

เออ...นายหิวไหมเฟรด ฉันว่าเราพักกินของว่างกันก่อนดีกว่านะเบ็ตตี้ว่า

เออใช่ ๆ หิวมากเลย เพิ่งจะหิวเมื่อกี้นี่เองเฟรดว่า

งั้น...เดี๋ยวฉันจะไปเอาขนมกับน้ำอัดลมมานะ นายเอาด้วยไหมฟอร์ด?”

ไม่เอาดีกว่า ฉันจะขึ้นไปงีบสักหน่อย

ว่าแล้ว ฟอร์ดก็ถือเสื้อนอกพาดบ่าเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง

นายคิดอย่างที่ฉันคิดไหม B1” เบ็ตตี้พูดกับคนข้าง ๆ

ฉันก็คิดเหมือนเธอนะ B2 ฉันว่าสองคนนี้ต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ ๆ เลยเฟรดว่า

 

ชิ!

แซมโยนกระเป๋าสะพายลงบนโซฟา แล้วทิ้งตัวลงนั่งเหยียดขายาว

แฮ่

เจสซี่เอากระป๋องโคล่าแช่เย็นมาทาบแก้มของแซม

อ้ะ ดื่มโคล่าเย็น ๆ ซ่า ๆ สักหน่อย จะได้อารมณ์เย็นลง

สาวผมสีทองรับน้ำมา เปิดกระป๋อง แล้วกระดกอย่างรวดเร็ว

ว่าไงจ้ะเธอ ทะเลาะกับฟอร์ดมาเหรอ

เปล่า

แล้วมีอะไรกันล่ะ?”

ฉัน...แค่เคืองเขาน่ะ

เห? ตกลงมีอะไรจริง ๆ ด้วยสินะ ไหนเล่าให้ฟังหน่อยสิ

แซมเลยตัดสินใจเล่าเรื่องที่พบเจอมาวันนี้ให้เพื่อนฟัง เป็นการบ่นไปในตัวด้วย

ฮะ ๆๆๆๆๆ

เจสซี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น หลังจากที่เพื่อนเล่าจบ

ไม่ใช่เรื่องตลกนะ ฉันซีเรียส

อุ้บโทษที ๆ ก็มันตลกดีนี่นา เจอกันวันแรกก็แลกเบอร์กันซะละ ยัยโจลีนอะไรนั่นก็ร้ายใช่เล่นนะ

ฉันไม่ไว้ใจยัยนั่นเลย บอกตรง ๆ

อ่านะ ขนาดฉันฟังที่เธอเล่าแล้ว ยังรู้สึกระแวงเลย สงสัยต้องบอกแฟนฉันให้อยู่ห่าง ๆ คนแบบนี้ซะแล้วสิ

อะไรนะ? แฟนงั้นเหรอ!? นี่เธอมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

แซมรู้สึกแปลกใจมาก เพราะที่ผ่านมาเจสซี่ไม่เคยพูดถึงแฟนให้คนที่นี่ฟังเลย

ก็ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการหรอกนะ สถานะก็เหมือน ๆ เธอกับฟอร์ดนั่นแหละ

บะ...บ้าเหรอ ฉันกับฟอร์ด

คุยอะไรกันอยู่สาว ๆ

เบ็ตตี้ถือถุงขนมมันฝรั่งแผ่นทอดเข้ามานั่งในห้องพอดี

แซมมี่กำลังเล่าเรื่องคนที่ชื่อโจลีนให้ฟังอยู่น่ะ She มาแลกเบอร์กับฟอร์ดด้วย

อ๋อ มิน่าล่ะ ใช่คนผมบลอนด์ยาว ๆ สวย ๆ ปะ

ใช่แซมพูด

ถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้นล่ะก็ ฉันว่าฉันรู้จักนะ

จริงดิ ไหน ๆ เม้าท์หน่อยเจสซี่พูด

พอดีเพื่อนฉันเป็นนักกีฬาฟุตบอลของมหาลัยน่ะ เคยเห็นนางมาหาคนในทีมตอนหลังซ้อมบ่อย ๆ ได้ยินว่านางเป็นดาววิชาเอกฝรั่งเศสด้วยนะ สงสัยคงเห็นว่าตัวเองสวยเลือกได้ล่ะมั้ง จำนวนผู้ติดตามในโซเชียลเน็ตเวิร์คแต่ละอันของนางก็เยอะเหมือนกัน

เห มาหานักกีฬาหลังซ้อมแบบนี้ แสดงว่า She มีแฟนเป็นคนในทีมงั้นเหรอ มีแฟนแล้วแต่ยังมาทอดสะพานให้ฟอร์ดเนี่ยนะ

เรื่องแฟนนี่ฉันไม่แน่ใจนะ เพราะนางไม่เคยโพสต์อะไรเกี่ยวกับแฟนลงสาธารณะเลย รูปที่ถ่ายคู่กับคนนั้นคนนี้ก็มีเยอะจนเดาไม่ออกว่าคนไหนเพื่อนคนไหนแฟน

เบ็ตตี้แกะถุงขนมวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า แล้วหยิบมันฝรั่งทอดมาใส่ปาก

ฉันก็ไม่ได้รู้จักนางเป็นการส่วนตัวซะด้วยสิ เลยบอกอะไรมากไม่ได้ แต่ขอเตือนด้วยความหวังดีแล้วกันนะแซมมี่ อย่าปล่อยให้โจลีนมาล้ำเส้นของเธอกับฟอร์ดมากเกินไป ถ้ายังอยากรักษาเขาไว้อยู่ ผู้หญิงเสน่ห์แรงแบบนั้นจะประมาทไม่ได้

ไม่ต้องห่วงหรอก

แซมหยิบมันฝรั่งทอดขึ้นมาแผ่นหนึ่ง

ถ้าจะเอาคนของฉันไป ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ

แล้วกัดกินมันดังกรอบ~

 

รถกระบะคันสีเขียวที่มีป้ายชื่อร้านติดข้างตัวรถไว้ว่า นายช่างใหญ่ เฟรดแล่นมาจอดที่หน้าร้านจำหน่ายอุปกรณ์รถที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ คนขับรถเป็นหนุ่มผิวสีในชุดนายช่างสีฟ้า คนที่นั่งข้างคนขับผมสีทองที่เอาแต่นั่งเท้าคางกับประตูรถ คนที่นั่งระหว่างที่นั่งคนขับกับข้างคนขับเป็นสาวผมไฮไลท์

“ทำไมฉันต้องมาด้วยล่ะเนี่ย” แซมแอบบ่น

“เอาน่า ของที่จะมาซื้อก็มีอะไหล่ของรถเธอด้วยนะ” เฟรดว่า

“เดี๋ยวฉันกับเฟรดจะไปเดินเลือกของ ส่วนเธอจะเดินดูของเล่น ๆ ไปก็ได้” เบ็ตตี้ว่า

เฟรดกับเบ็ตตี้เดินไปดูโซนของอะไหล่รถก่อน ส่วนแซมก็เดินดูมุมขายสีสำหรับเพ้นท์รถเล่น ๆ

จังหวะนั้นเองที่แซมสังเกตเห็นคู่รักผมสีบลอนด์เดินผ่านหน้าร้านไป ซึ่งฝ่ายหญิงนั้นช่างดูคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน เธอจึงรีบออกจากร้านไปดู

ภาพที่เห็นก็คือ หนุ่มผมสีบลอนด์ตัวสูง มีกล้ามแขนเป็นมัด ๆ เหมือนพวกนักกีฬา กำลังลูบหัวผู้หญิงคนนั้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะเปิดประตูรถเก๋งคันสีขาวให้เธอขึ้นนั่ง แล้วตัวเองก็ขึ้นฝั่งคนขับ สตาร์ทรถขับออกไป

โจลีน...

 

ณ มหาวิทยาลัย

“นี่ฉันพูดจริงๆนะฟอร์ด ยัยโจลีนอะไรนั่นไปเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นจริง ๆ”

แซมยังคงย้ำในสิ่งที่ตัวเองเห็นต่อไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เธอเล่าให้ฟอร์ดฟังตั้งแต่เมื่อวาน ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเชื่อเธอเท่าไหร่เลย

“เธออาจจะเข้าใจผิดก็ได้ แบบว่าจำคนผิดอะไรแบบเนี้ย”

“ฉันเห็นเต็มสองตาเลยนะ คนสวยร้ายกาจอย่างยัยนั่น ฉันไม่มีวันจำผิดหรอก”

~ ♪♫♪

เสียงเรียกเข้าของมือถือฟอร์ดดังขึ้น

“ฮัลโหล...” เจ้าของกดรับสาย “โจลีนเองเหรอ”

ทันทีที่ได้ยินชื่อ แซมก็หันขวับมาทันที

“อ๋อ ว่างสิ...ร้านตรงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสินะ...ได้ ๆ แล้วเจอกันนะ”

ทันทีที่เขากดวางสายเท่านั้นแหละ แซมก็รีบยิงคำถามใส่ทันที

“ยัยนั่นนัดนายใช่ไหม!?”

“นี่แอบฟังฉันคุยงั้นเหรอ”

“ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ไม่เรียกว่า แอบหรอก ตกลงจริงใช่ไหม”

ใช่ โจลีนนัดฉันเพื่อเลี้ยงกาแฟไถ่โทษน่ะ

“ฉันไม่ให้นายไป”

“ทำไมล่ะ?”

“ก็เพราะ...ฉันไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้น” แซมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แค่เธอเห็นเขาอยู่กับผู้ชายคนอื่นก็ระแวงขนาดนี้เลยเหรอ ผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็นพี่น้องกับโจลีนก็ได้”

“ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้นายไปกับผู้หญิงคนนั้นแค่สองคนแน่นอน”

“แล้วเรื่องที่อู่เธอจะทำยังไง? วันนี้เฟรดไม่อยู่นะ ต้องมีใครสักคนดูแลแทนเขา ซึ่งก็คือ เธอ...” ฟอร์ดพูดพร้อมเอานิ้วจิ้มหน้าผากแซม “มีเหตุผลหน่อยแซมมี่ โต ๆ กันแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว”

พอเขาพูดแบบนั้นแล้ว เธอก็ยืนกอดอกก้มหน้าทำแก้มป่องเป็นปลาทอง

“เรากลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอที่อู่ก่อน เป็นเด็กดี แล้วไปช่วยทำงานที่อู่ซะนะ” เขาพูดพร้อมลูบหัวเธอ

“...ก็ได้”

 

ภายในโรงซ่อมของอู่ แซมยืนคุมนายช่างลูกจ้างที่กำลังซ่อมรถให้ลูกค้าอยู่ จากนั้นก็เดินมาช่วยเบ็ตตี้ดูเครื่องยนต์ของรถสปอร์ทคันสีดำที่ฟอร์ดใช้แข่ง ระหว่างนั้นเองที่เจ้าของรถขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาพอดี พร้อมกับใครบางคนที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วย

“กลับมาแล้ว” ฟอร์ดว่า

“พาใครมาด้วยน่ะ” เบ็ตตี้พูดพร้อมมองเธอคนนั้นด้วยหางตา

“นี่โจลีน เธอบอกว่าอยากจะมาดูอู่ซ่อมของเราน่ะ”

“สวัสดีค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”

แซมมองโจลีนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียด ๆ ส่วนเบ็ตตี้ก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบแบบไม่สนใจแขกเลย

“รบกวนแน่นอนล่ะ งานของพวกเราเยอะล้นมืออยู่แล้ว มายืนแถวนี้ก็เกะกะเปล่า ๆ” แซมพูด

“ไม่เอาน่าแซม เอางี้ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนพาโจลีนเดินดูรอบ ๆ เองแล้วกัน เธอก็ทำงานไปเถอะ”

ฟอร์ดพาโจลีนไปเดินดูรอบ ๆ โรงซ่อม ชี้ให้ดูเครื่องยนต์กับอะไหล่แบบต่าง ๆ ด้วยความที่เป็นผู้หญิง สาวเจ้าเลยไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก แต่ก็พยายามเข้าใจกับที่เขาอธิบาย เธอชี้ถามถึงเครื่องยนต์ของรถของฟอร์ดที่ใช้แข่ง เป็นรถสปอร์ทคันสีดำที่ผ่านการแต่งแล้ว เจ้าของก็จัดการอธิบายให้เสร็จสรรพ

แซมที่ยืนมองอยู่ไกล ๆ รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก แค่เขาชี้ให้ดูตัวเครื่องยนต์ในรถ ทำไมเธอต้องขยับเข้าไปใกล้กันขนาดนั้นด้วย เหมือนแมลงวันที่อยากจะปัดไปให้ไกล ๆ เสียมากกว่า

“ฉันควรเข้าไปกันยัยนั่นออกไหม” แซมพูดขึ้น

“อย่าเลย จะกลายเป็นการสร้างศัตรูเปล่า ๆ ถึงแม้ว่านางจะตั้งตัวเป็นศัตรูเต็มที่ก็เถอะนะ” เบ็ตตี้ตอบกลับให้

ทันใดนั้นเอง รถกระบะคันสีเขียวของเจ้าของอู่ก็ขับเข้ามาพอดี

“เฮ้พวก! มีงานใหญ่เข้ามา”

เฟรดรีบลงมาจากรถพร้อมเจมส์ ส่วนคนอื่น ๆ ก็รีบวิ่งมารวมตัวกัน

“มีคนท้านายแข่งกันเพียบเลยนะฟอร์ด แต่งวดนี้เป็นท้าแข่งรถยนต์น่ะ...” เจมส์พูดพร้อมยื่นตารางให้ดู “ดูเหมือนจะวางเงินเดิมพันไว้สูงพอสมควรด้วย”

“รอบละสามพันเหรียญเลยเหรอ น่าสนใจดี ฉันยอมรับคำท้า” ฟอร์ดพูด

“ใครเป็นคนจัดล่ะคราวนี้?” เบ็ตตี้ถาม

“แน่นอน ก็ฉันนี่แหละ” เฟรดตอบ

“การแข่งเหรอ ๆ งานนี้ฉันขอไปด้วยสิ”

เจสซี่วิ่งเข้ามาในวงสนทนา หลังจากที่ไปนั่งตะไบเล็บในห้องนั่งเล่นตั้งนาน

“ในฐานะที่ไม่ใช่วันหยุด เราจะจัดแข่ง Drug กันธรรมดาแล้วกัน ที่ถนนใหญ่หน้าอู่ของเรานี้ เจมส์ นายจัดการเช็คเรื่องตำรวจกับจารจรด้วย”

“รับทราบ”

เจมส์ตะเบ๊ะท่าวันทยหัตถ์ แล้ววิ่งไปที่ห้องทำงาน

“เจสซี่คนสวย วันนี้ฉันให้เธอเป็นกรรมการอยู่ที่เส้นชัยกับเบ็ตตี้นะ”

“ได๋เลยค่ะ” เจสซี่พูดพร้อมทำท่าวันทยหัตถ์

“แซม เธอเป็นคนส่งสัญญาณตามเคย”

“ก็เป็นให้ทุกงานเลยนี่นา”

ใจจริงแล้ว แซมอยากจะเป็นผู้แข่งบ้างด้วยซ้ำไป แต่ไม่ว่างานไหน ๆ เธอก็จะได้เป็นทีมงานตลอดเลย

“ตกลงตามนี้ สแตนด์บายตอนหนึ่งทุ่มนะพวก”

แต่ละคนแยกย้ายกันไปทำงาน เหลือแต่ฟอร์ด แซม และโจลีน ที่ยืนอยู่ด้วยกันสามคน

“โจลีนอยากจะมาดูการแข่งคืนนี้ด้วยไหม?” ฟอร์ดถาม

“เอ๋ ได้เหรอคะ?”

“คือ...เธอคงดูไม่สนุกหรอก มันค่อนข้างจะ...อันตรายน่ะ” แซมว่า

“อย่าไปเชื่อยัยนี่เลยโจลีน ตามใจเธอดีกว่านะ” ฟอร์ดว่า

“งั้น...ฉันขออยู่ดูคุณฟอร์ดแข่งด้วยแล้วกันนะคะ”

เมื่อได้ยินคำตอบของโจลีน แซมก็เดินกระทืบเท้าจากไปทันที

“คุณแซมเขาเป็นอะไรเหรอคะ?”

“...อย่าสนใจเลย แซมเขาเป็นแบบนั้นเสมอแหละ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี...”

 

สาวผมสีทองเข้ามาในห้องตัวเองเพื่อจะเปลี่ยนชุด ตอนที่หยิบเสื้อสีดำตัวเก่งออกมา เธอก็สะดุดตากับเสื้อสายเดี่ยวสีดำที่เจสซี่เคยซื้อให้ตอนไปงานคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้ว ได้ใส่แค่หนเดียวเอง

เมื่อเธอย้อนนึกถึงเสื้อผ้าของโจลีนในวันนี้ที่เป็นชุดกระโปรงลูกไม้น่ารักๆด้วยแล้ว...

เปลี่ยนแนวหน่อยดีกว่าเรา...

 

เวลาสองทุ่มตรง ฝูงชนก็มารวมตัวกันที่ถนนหน้าอู่ซ่อมรถ นายช่างใหญ่ เฟรดตามข้างทางก็เต็มไปด้วยรถแต่งหลากหลายรูปแบบอย่างเช่นทุกครั้ง

“มีใครเห็นแซมมี่มั่งไหม ยัยนั่นน่าจะแต่งตัวเสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วนะ”

เฟรดเดินมาถามฟอร์ดกับเจสซี่ หลังจากที่ตัวเองเดินตามหามาตั้งนานแล้ว

“เห็นเดินไปกับเบ็ตตี้นะ บอกว่าจะไปเช็ครถของฟอร์ด” เจสซี่ตอบให้

ทั้งสามคนเดินไปดูที่รถยนต์ของฟอร์ด เห็นสาวผมไฮไลท์ยืนสูบบุหรี่อย่างสบายใจ และสาวผมสีทองใส่เสื้อสายเดี่ยวที่กำลังยืนหันหลังดูเครื่องยนต์ของรถ

“แซม?”

ผมสีทองถักเปียเส้นเล็กข้างละห้าเส้นถูกมัดรวบไว้เป็นทรงหางม้า กระโปรงสั้นลายตารางสีแดง สวมสร้อยข้อมือกับสร้อยคอจี้ไม้กางเขน และต่างหูไม้กางเขนข้างเดียว ทาเล็บสีดำ ถุงน่องกับรองเท้าบูทหนังสีดำ เสื้อผ้าออกงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ที่ไม่เหมือนเดิมมีแค่เสื้อสายเดี่ยวโชว์สะดือสีดำเท่านั้น

“แต่งชุดอะไรของเธอเนี่ย!?” ฟอร์ดว่า

“ฉันอยากเปลี่ยนแนวมั่งไม่ได้หรือไง” แซมพูด

“แต่...เธอจะออกไปในชุดแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ได้ข่าวว่าฉันใส่ชุดแบบนี้ออกงานทุกงาน นายยังไม่ว่าอะไรเลย”

“คือ...สำหรับฟอร์ดแล้ว มันขัดใจที่เสื้อมากกว่าน่ะ” เจสซี่พูดไขข้อข้องใจให้

“ขอบใจเจส...” ฟอร์ดหันไปพูดกับเจสซี่ “ส่วนเธอ ไปเปลี่ยนเสื้อเดี๋ยวนี้” แล้วหันมาพูดกับแซมต่อ

“ไม่เอาอะ ก็ฉันอยากใส่”

“คุณฟอร์ดจะแข่งหรือยังคะ?”

โจลีนเดินออกมาจากห้องรับรองลูกค้าพอดี เพราะฟอร์ดให้เธอนั่งรอในห้องนั้นจนกว่าจะถึงเวลาแข่ง

“เฮ้พวก ใกล้ได้เวลาแล้วนะ” เจมส์บอกทุกคนพร้อมถือแท็บเล็ตวิ่งออกมาจากห้องทำงาน

“ฉันเช็คเครื่องให้เรียบร้อยแล้ว”

แซมปิดฝากระโปรงหน้ารถให้เรียบร้อย

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวคนเขารอนาน”

“เดี๋ยวก่อน”

ฟอร์ดคว้าเสื้อหนังที่แขวนอยู่ที่ราวในห้องนั่งเล่นมา แล้วโยนให้เธอ

“ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นเป้าสายตาหรอกนะ”

ฟอร์ดพูด ก่อนจะเดินไปขึ้นรถตัวเอง แซมมองเสื้อในมือแบบงง ๆ แต่ก็ยอมใส่แต่โดยดี

“คุณฟอร์ดคะ” โจลีนเรียกฟอร์ดที่นั่งในรถ

“โจลีนอยู่กับเจมส์ไปก่อนนะ หรือจะไปยืนดูข้างสนามกับเฟรดก็ได้”

“แต่ว่า...”

“ผู้เข้าแข่งขันลงสนามได้แล้ว”

เจสซี่พูดขัดจังหวะทั้งสองคน ฟอร์ดปิดประตูรถต่อหน้าโจลีน แล้วขับรถออกไป

“ฉันยังยืนยันคำเดิม แข่งรถมันอันตรายนะ”

แซมพูดขึ้น ขณะที่เดินผ่านโจลีนออกไปพร้อมกับเบ็ตตี้ และเจสซี่

“มากับฉันสิ เธอจะได้เห็นฟอร์ดแข่งระยะประชิดเลยล่ะ”

สุดท้ายแล้ว ถ้าโจลีนยังคิดจะดูเขาแข่งอยู่ เธอก็ต้องยอมเดินไปกับเฟรด สายตาก็แอบมองไปทางผู้หญิงผมสีทองคนนั้นที่ผู้ชายคนนั้นเอาใจใส่เธอเป็นพิเศษ ในใจลึก ๆ ก็รู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก...

 

เข้าประจำที่!!

ทันทีที่แซมพูดให้สัญญาณ ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองก็เหยียบคันเร่งดังบรื้น~ เหมือนกำลังแข่งกันว่าใครเหยียบได้เสียงดังกว่า รถคันแรกเป็นรถแต่งสีดำของฟอร์ด อีกคันหนึ่งเป็นรถแต่งสีเหลืองของคนที่มาท้าแข่ง

พร้อม

สาวผมทองยกนิ้วชี้ขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้าง แล้วเดินเข้ามาระหว่างกลางรถทั้งสองคัน

ไปได้!!

ทันทีที่เธอปัดมือลง รถทั้งสองคันก็พุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว กองเชียร์ต่างส่งเสียงเชียร์ให้กับทั้งสองคน เฟรดนั่งกินมาชเมโล่มองรถทั้งสองคันอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนกับว่าตัวเองรู้ตัวผู้ชนะตั้งแต่แรกแล้ว ในขณะที่โจลีนยืนลุ้นตัวโก่ง

กรรมการสาวสวยทั้งสองยืนรออยู่ที่เส้นชัยที่ห่างออกไป ¼ ไมล์ สาวผมแดงยืนเท้าเอวรอผู้เข้าแข่งขันทั้งสอง ส่วนสาวผมไฮไลท์ยืนคาบบุหรี่มองด้วยสายตาเฉย ๆ ผลก็คือ...

“ผู้ชนะก็คือ ฟอร์ด!!

สาวผมแดงประกาศ หลังจากที่ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้น ทำให้กองเชียร์ต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ

“ยินดีได้ด้วย นายได้มาอีกสามพันเหรียญ” เฟรดว่า

“ขอบใจ”

ฟอร์ดรับปึกธนบัตรมาจากเฟรด แล้วส่งต่อให้เจสซี่เอาไปเก็บ

“ยินดีด้วยนะคะคุณฟอร์ด คุณขับรถได้สุดยอดมากเลยค่ะ เหมือนในหนังเลย” โจลีนรีบมาพูดให้กำลังใจ

“ขอบคุณนะ”

“เหนื่อยมากไหมคะ การแข่งรถเนี่ย”

“ไม่รู้สิ พอดีฉันชินแล้ว ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย นอกจากความมันที่ซิ่งไปตามถนน”

“งั้นเหรอคะ เข้าไปพักข้างในก่อนไหมคะ”

“ก็ดีนะ”

โจลีนควงแขนฟอร์ดเดินเข้าไปข้างในอู่ แซมที่แอบยืนมองอยู่ไกล ๆ กอดอกเชิดหน้าด้วยความไม่พอใจขั้นสุด แล้วเดินกระทืบเท้าไปที่อื่น

หมับ

“ตาบ้า!! อย่ามาจับก้นฉันนะ”

เธอรีบหันมาประชันหน้ากับผู้ชายท่าทางเมาเหล้า หลังจากที่รู้สึกได้ว่ามีอะไรมาสัมผัสที่บั้นท้ายของตัวเอง ดูจากกระป๋องเบียร์ในมือ และอีกหลายกระป๋องที่วางเรียงอยู่บนกระโปรงหน้ารถคันสีเขียวสะท้อนแสงของเขาด้วยแล้ว สงสัยกำลังเมาได้ถ้วยเลยล่ะ

“อะไรกัน นิด ๆ หน่อย ๆ เอง”

“คนขี้เมาอย่างนายไม่สมควรจะมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ นี่มันถิ่นของขั้นเทพ!

เธอดันเผลอพลั้งปากพูดออกไปด้วยความโมโห  ก็เป็นซะอย่างนี้ล่ะนะ คนกำลังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิด คิดอะไรได้ก็พูดไปหมด ไม่ได้คิดก่อนพูดเล้ย

“เห? พูดแบบนี้ดูถูกกันนี่นา เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นนักซิ่งตัวยงเลยนะ ดูจากรถคันเก่งของฉันซะก่อน”

“เก่งแต่ปากล่ะสิไม่ว่า”

“มาแข่งกับฉันสักตาไหมล่ะน้องสาว แต่ดูจากสภาพแล้ว ยังไงผู้หญิงอย่างเธอก็แพ้อยู่ดี”

“...!!”

ทั้งสองคนเริ่มก่อสงครามปะทะวาทีกัน จนคนรอบข้างต้องมามุงดู เฟรดที่ยืนมองอยู่ไกล ๆ เห็นท่าจะไม่ดี เลยรีบวิ่งไปบอกคนข้างในอู่

“ฟอร์ด!!

“มีอะไรเหรอ?”

“แซมมี่มีเรื่องอีกแล้ว”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ฟอร์ดก็รีบปล่อยมือจากแก้วน้ำเย็นที่โจลีนเอามาให้แบบไม่ใยดี แล้วรีบวิ่งออกไปดูสถานการณ์พร้อมกับคนอื่น ๆ ทิ้งให้เธอยืนค้างนิ่งด้วยความช็อกที่เขาทำลงไปเมื่อกี้ เหมือนเขาสนใจผู้หญิงคนนั้น...มากกว่าเธอ...

 

“จะแข่งกับฉันเหรอ ก็เอาสิ!

“แซม!! แซมมี่ ๆ”

เพื่อนฝูงรีบมาขัดจังหวะสาวผมสีทอง

“ใจเย็น ๆ ค่อยๆคุยกันนะ”

“หมอนี่ท้าฉันก่อน จะให้ฉันอยู่เฉยได้ยังไงเฟรด”

เธอหันมาจ้องหน้าผู้ชายคนนั้นอีกครั้งด้วยความโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ตกลง ฉันจะแข่งกับนาย!!

“แต่...มอเตอร์ไซค์เธอยังซ่อมไม่เสร็จ” เฟรดว่า

“งั้นก็เอารถยนต์มา”

“จะบ้าเหรอ เธอซิ่งรถยนต์ไม่ค่อยคล่องด้วยซ้ำ”

“แต่ฉันจะแข่ง”

“พอได้แล้ว!!

คราวนี้ฟอร์ดเป็นคนขึ้นเสียง จนทุกคนต้องหันมามองเป็นจุดเดียวกัน

“กลับไปที่ห้อง!” เขาพูดพร้อมเดินมาจับข้อมือของเธอแน่น

“ไม่!

“ฉันบอกว่า เธอกลับที่ห้องได้แล้ว!!

หนุ่มผมสีเงินรีบดึงแขนสาวผมสีทองให้เดินตามเข้าไปในอู่ ส่วนคนที่เหลือต้องคอยควบคุมสถานการณ์ให้กลับเป็นเหมือนเดิม

 

ปึ้ง!!

“ชิ!!

แซมเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาอย่างแรง ก่อนจะถอดเสื้อหนังออกโยนพาดเก้าอี้ ตามมาด้วยฟอร์ดที่เป็นคนปิดประตูให้

“เป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย บอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าอารมณ์ไม่ดีก็อย่าออกไปทำงานนอกสนาม เวลาเธออารมณ์เสียทีไร ชอบไปท้าเขาแข่งทุกที”

“ก็มันน่าไหมล่ะ หมอนั่นมาดูถูกฉันก่อน หาว่าผู้หญิงแข่งรถยังไงก็ไม่ชนะ”

“แล้วมันเป็นอย่างที่ว่าไหมล่ะ รู้ว่าตัวเองซิ่งรถยนต์ไม่เก่งก็ยังจะไปรับคำท้าเขาอีก”

“ทำไงได้ ก็มอเตอร์ไซค์ฉันยังซ่อมไม่เสร็จนี่”

เธอไม่อยากจะพูดต่อ เลยนั่งเก้าอี้หันหลังให้กับเขา แต่ก็โดนจับหมุนเก้าอี้ให้หันมามองหน้า

“นี่ถ้าแม่ของเธออยู่ เขาจะคิดว่ายังไง เคยคิดบ้างไหม เขายิ่งฝากให้ฉันดูแลเธอด้วย”

เขายื่นหน้าเข้ามาจ้องหน้าเธอใกล้ ๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน แล้วใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเธอแรง ๆ

“...ไม่รู้สิ แม่ของฉันตายไปแล้วตั้งแต่จบไฮสคูล ลืมแล้วเหรอ”

เธอรีบดันตัวเขาออกทันทีที่พูดจบ

ก๊อก ๆ

เฟรดเคาะประตู ก่อนจะเปิดเข้ามา

“เราต้องรีบเคลียร์พื้นที่แล้ว ตำรวจกำลังจะมา”

แซมคว้าเสื้อหนังมา ก่อนจะออกจากห้องไปทางประตูข้างใน แล้วเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ฟอร์ดมองตามหลังเธอไปด้วยสายตาเป็นห่วง แล้วส่ายหัวอย่างหน่าย ๆ

“คุณฟอร์ดคะ”

โจลีนเข้ามาหาฟอร์ดในห้องทำงาน เขาเกือบลืมไปเลยว่ามีเธอคนนี้อีกคนที่ต้องแก้ปัญหา

“เฟรด พวกนายเคลียร์พื้นที่ไปก่อนนะ ฉันจะพาโจลีนไปส่งที่บ้านก่อน”

“ได้เลยพวก” เฟรดพูดพร้อมวิ่งออกไป

“แต่ว่า คุณฟอร์ดคะ”

“ขอโทษนะโจลีน แต่คืนนี้คงหมดเวลาสนุกแล้ว ผมคงต้องพาเธอกลับบ้านก่อนแล้วล่ะ มาเถอะ ผมจะพาเธอออกไปทางประตูหลัง”

หนุ่มผมสีเงินเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเธอเลย สาวผมบลอนด์แอบมองไปตามบันไดที่สาวผมสีทองคนเมื่อกี้เดินขึ้นไป ภายในใจรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ลึก ๆ แต่คืนนี้เธอคงยังทำอะไรไม่ได้ เลยต้องตามเขาออกไปแต่โดยดี...

 

วันต่อมา

สาวผมทองในชุดตัวเดียวกับเมื่อคืนตื่นขึ้นจากนิทรา เนื่องจากเมื่อคืนได้นอนไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนชุดเลย เธอเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาปลุกบนโต๊ะข้างเตียงมาดู

11.00 A.M.

ตื่นสายจนได้

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เธอก็ลงมายังชั้นล่าง เข้าไปที่อู่ซ่อมเป็นอย่างแรก มองซ้ายมองขวาไปรอบ ๆ แต่ดูเหมือนคนที่เธออยากเจอจะไม่อยู่นะ

“ไงแซมมี่ ตื่นสายนะเรา” เฟรดเดินมาทักทาย

“หวัดดีเฟรด ฟอร์ดเขาไปไหนเหรอ? วันนี้ไม่มีเรียนนี่”

“เออ...หมอนั่นออกไปธุระน่ะ แต่ไม่ได้ไปกับคนที่ชื่อโจลีนหรอกนะ ฉันรับประกันได้เลย ดูเหมือนว่าวันนี้ทั้งอู่จะเหลือแค่เธอกับฉันนะ คนอื่น ๆ ก็ติดเรียนกันหมด”

“ไปไหนของเขานะ...”

“เอ้อ ฉันจะมาบอกเธอว่า มอเตอร์ไซค์ของเธอซ่อมเสร็จแล้วนะ”

“ห๊ะ? จริงดิ!?

“จริง เธอจะไปดูเลยก็ได้นะ”

เขาพาเธอไปดูรถคันดังกล่าว มอเตอร์ไซค์แต่งคันสีขาวเงาวับเหมือนของใหม่ เหมือนเดิมทุกอย่างตั้งแต่วันที่เธอถอยมันมาจากร้าน

“ฉันย้อมสีให้ใหม่กับเคลือบเงาให้แล้วนะ เครื่องยนต์ก็อัพเกรดให้แล้ว รับรองว่าเจ๋งกว่าเดิม 500% นายช่างใหญ่ขอฟันธง!” เฟรดพูดติดตลกเล็กน้อย

“ขอบใจมากนะเฟรด”

“เรื่องเล็กน่า”

แซมใช้มือลูบตัวรถอย่างเบามือ และอ่อนโยน เสมือนมันเป็นสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง เพราะเธอให้ความรักกับมันไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิต

คิดถึงกันไหม...ลูกแม่

 

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสามเดือนก่อน คืนที่เฟรดจัดการแข่งมอเตอร์ไซค์ขึ้น สองผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายก่อนปิดงานเป็นรถคันสีดำกับคันสีขาว เจ้าของรถเป็นหนุ่มผมสีเงินกับสาวผมสีทองคู่ซี้คู่กัดกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็อยู่ด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งสองคนสวมหมวกกันน็อก แล้วขึ้นควบมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเข้าตำแหน่ง ทันทีที่คนให้สัญญาณบอกว่า ไปได้ช่วงเวลาหลังจากนั้นก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด...

 

“แซมมี่”

“หะ หา? อะไรเหรอ?”

“เหม่ออะไรของเธอ”

“อ้อ เปล่าหรอก แค่คิดอะไรนิดหน่อย”

“งั้นเธอก็จัดการรถได้ตามสบายนะ ฉันขอไปดูรถของลูกค้าก่อนล่ะ”

เฟรดปล่อยให้เพื่อนสาวจัดการตามสบาย ส่วนตัวเขาก็ต้องไปซ่อมรถให้ลูกค้าต่อ แซมเลยจัดการลงมือเพ้นท์ลายบนตัวรถด้วยสีดำ มือจับพู่กันลงลวดลายอย่างบรรจง วาดออกมาเป็นรูปโพดำอย่างสวยงาม

ขณะเดียวกันนั้นเอง ที่รถสปอร์ทคันสีดำวิ่งเข้ามาจอดในอู่อย่างเร่งรีบ คนขับรถรีบลงมา แล้ววิ่งมาเปิดประตูอีกฝั่งหนึ่ง เพียงแต่คนขับไม่ใช่เจ้าของรถ

“เจมส์ ไปทำอะไรมา!?” เฟรดวิ่งมาถาม

“อย่าเพิ่งถามเลย ช่วยฉันก่อน”

เจมส์ช่วยพยุงฟอร์ดออกมาจากรถ ซึ่งเจ้าตัวอยู่ในสภาพยับเยินเหมือนไปชกต่อยกับใครมา ที่แขนซ้ายของเสื้อมีรอยขาดแหว่งด้วย

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?!

“ฟอร์ดไปแข่งกับพวกเขต 3 มา แล้วมีเรื่องกันนิดหน่อยน่ะ โชคดีที่เรารอดมาได้”

“โชคดีบ้าอะไรล่ะ!! ทำไมนายไม่พาไปโรงพยาบาล!?

“ก็อยากไปอยู่หรอก แต่รถตำรวจวิ่งรอบเมืองแบบนี้ จะให้ทำยังไงล่ะ”

“ซวยดีแท้ รีบพาไปทำแผลเถอะ!

ทั้งสองหนุ่มช่วยกันพยุงแขนคนละข้างของเพื่อน

“ฟอร์ด!!

แซมวิ่งมาดู แล้วก็ต้องตกใจกับสภาพของฟอร์ด จนเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“พาเขาขึ้นไปบนห้อง”

สองหนุ่มช่วยกันหิ้วปีกคนเจ็บขึ้นชั้นสอง ส่วนสาวผมสีทองรีบไปหยิบกล่องพยาบาล แล้ววิ่งตามขึ้นไปทันที ทั้งสองคนวางร่างคนเจ็บไว้บนเตียงในห้องนอนของเขา สาวผมสีทองก้าวฉับ ๆ เข้ามาหา แล้ว...

เพี๊ยะ!!

ตบหน้าคนเจ็บอย่างแรงจนหน้าหัน ทุกคนมองภาพที่เกิดขึ้นตาค้างนิ่งไปประมาณห้าวินาที

“ทำบ้าอะไรของนายห๊ะ! ดูตัวเองสิ เจ็บมาขนาดนี้”

“…” คนโดนตบนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

“ก็รู้ว่าไปแข่งในเขตนั้นมันอันตราย นายทำแบบนี้ได้ยังไงกัน ทำแบบนี้ได้ยังไง...”

แซมทุบตีหน้าอกของฟอร์ดรัว ๆ หลาย ๆ ที จนเฟรดกับเจมส์ต้องช่วยกันดึงแขนเธอให้หยุด

“พอเถอะแซมมี่ ฟอร์ดเขาเจ็บหนักอยู่นะ” เฟรดพูด

“ปล่อยฉันนะ”

แซมพยายามสลัดเพื่อนออก

“หยุดได้แล้วแซม” เจมส์พูดห้ามบ้าง

“ฉันบอกให้ปล่อยไง!!

“ฟอร์ดทำเพื่อเธอแซมมี่!!

คำพูดของหนุ่มแว่นทำให้เธอต้องหยุดชะงัก

“หมายความว่าไง?”

เธอเริ่มผ่อนแรงลงเพื่อรอฟังคำตอบ

“อย่างที่พวกเรารู้ ทุกคนทำงานกันหนักเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ งบประมาณของอู่ ไหนจะเงินที่ต้องไปลงเดิมพันในการแข่งแต่ละงานอีก และที่ลืมไม่ได้ ค่าเทอมของแต่ละคนด้วย ปีที่แล้วที่พวกเราประสบปัญหาเงินเก็บไม่พอ เธอเลยลงแข่งมากขึ้น มากเกินจนล้มป่วย”

ตัวเธอเองก็ยังไม่ลืมเรื่องนั้นหรอก ช่วงนั้นเธอออกตระเวนแข่งมอเตอร์ไซค์ไปทั่ว เพื่อหาเงินเข้าอู่ แต่สุดท้ายเธอก็ฝืนตัวเองไม่ไหว จนล้มป่วยนอนโทรมไปหลายวัน แถมยังขาดเรียนอีก ช่วงนั้นสภาพแย่สุด ๆ เลยล่ะ

“หลังจากที่เธอกับฟอร์ดแข่งกันเมื่อสามเดือนก่อนจนรถเธอพัง เขาเลยสั่งให้เธอห้ามขับรถเป็นเวลาสามเดือน เพื่อให้เธอได้พักบ้าง และได้ขอร้องให้เฟรดซ่อมรถของเธอให้ช้าลง เพื่อที่จะได้ยืดเวลาออกไปอีก พอคนแข่งของเราหายไปหนึ่งคน เสมือนการตัดขาม้าไปข้างหนึ่ง เงินส่วนที่ต้องเอาไปจ่ายค่าเทอมให้เธอก็ลดลงไปด้วย ฟอร์ดเลยไปแข่งทุกงานที่จัดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้เธอ”

แซมค่อย ๆ ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ที่เขายอมเสี่ยงออกไปแข่งในที่ซึ่งไม่ใช่ถิ่นของตัวเอง ก็เพื่อเธอหรอกเหรอ

“นาย...ทำแบบนั้นทำไม” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ก็ก่อนที่แม่เธอจะตาย ท่านฝากเธอให้ฉันดูแล ฉันก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดสิ”

แม้จะเจ็บหนัก แต่เขาก็ยังพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเกลียดรอยยิ้มนั้นเหลือเกิน เหมือนเขากำลังฝืนทั้งที่เจ็บอยู่

“...พวกนายไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวฉันจะทำแผลเองให้เขาเอง” แซมพูด

“ฝากด้วยนะแซมมี่”

พอทั้งสองหนุ่มเดินออกจากห้อง สาวผมสีทองก็ลุกขึ้นมาจากพื้น แล้วเปิดกล่องพยาบาลที่วางไว้บนโต๊ะ

“ถอดเสื้อออกสิ”

“หือ?”

“ไม่ทำแผลที่แขนหรือไง”

“อ้อ ได้ๆ”

ฟอร์ดถอดเสื้อตัวเองออก แซมจัดการเทแอลกอฮอล์ล้างแผลลงบนสำลีเยอะ ๆ (เน้นคำว่า เยอะ ๆ) แล้วเอาสัมผัสกับแผลที่แขนของเขา

“โอ๊ย!! เจ็บ!!” ฟอร์ดร้องเสียงดังลั่น

“เจ็บสิจะได้จำ แล้วนี่ไปโดนอะไรมาเนี่ย?”

“ตอนแรกก็ชกต่อยธรรมดานั่นแหละ แต่ไม่นึกว่าฝ่ายนั้นจะพกมีดมาด้วย”

แซมจัดการทายาที่แผลให้เสร็จสรรพ แล้วปิดแผลให้เรียบร้อย จากนั้นก็ทายาตามรอยฟกช้ำที่เหลือจนเสร็จ

“ดีนะที่แผลไม่ลึก ถ้าพลาดอีกนิดเดียว มีดนั่นสามารถร้อยหัวใจนายได้เลยนะ”

พอเธอปิดกล่องพยาบาลเสร็จ เขาก็จับมือของเธอมาสัมผัสที่อกซ้ายของตัวเอง

“หัวใจฉันถูกร้อยแล้ว”

คำพูดของเขาชวนให้ติดสตั้นท์ไปสิบวินาที แล้วแก้มของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู มือสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นอยู่

ชายหนุ่มจับไหล่ของหญิงสาวให้นั่งลงบนเตียงข้าง ๆ ตัวเอง ใช้หลังมือลูบไล้ใบหน้าของเธออย่างช้า ๆ ไล่ตั้งแต่แก้มลงมาที่คาง แล้วเชยคางขึ้นมาประกบปากเธออย่างนุ่มนวล ทั้งสองค้างอยู่ในท่าจูบนั้นครู่หนึ่ง ก่อนที่ฝ่ายชายจะค่อย ๆ ดึงเสื้อเธอถอดออก แล้วกดตัวเธอให้นอนราบบนเตียงอย่างช้า ๆ ...

 

เช้าวันต่อมา เป็นวันที่หนุ่มผมสีเงินตื่นขึ้นได้เองโดยไม่ต้องมีใครปลุก ตัวเขาในสภาพเปลือยกายลุกขึ้นมานั่งขยี้ตา พอสายตาปรับสภาพได้แล้วก็เห็นสาวผมสีทองยืนหันหลังให้ ในสภาพท่อนล่างใส่กางเกงยีนส์ ท่อนบนใส่แค่ยกทรงสีดำ เจ้าหล่อนจัดการใส่เสื้อยืดสีดำให้เรียบร้อยก่อนจะหันมา

ตื่นแล้วเหรอ ฉันจะไปเรียนพอดีเธอว่า

ตายจริง วันนี้มีเรียนเช้าเหรอ

นายไม่ต้องไปหรอก พักจนกว่าจะหายเถอะ เดี๋ยวฉันอัดเสียงมาให้

สาวเจ้าส่องกระจก เอาหนังยางมัดรวบผมเป็นทรงหางม้า หวีให้เรียบสักหน่อย แล้วคว้าเสื้อยีนส์เดินไปที่ประตู

แซม

หือ?”

เธอลืมมือถือ

ฟอร์ดหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องสีขาวบนเตียงขึ้นมาชูให้ดู

อุ้ย เกือบลืม

เธอเดินมารับมือถือคืน

งั้น...ไปก่อนนะ แล้วเจอกันตอนเย็น ๆ เอ่อ...ประมาณนั้นแหละ ไปนะ

เธอโบกมือลาเจ้าของห้อง ก่อนจะปิดประตู

 

หลังจากเรียนมาสามชั่วโมงเต็ม ๆ กับวิชาเดียว แซมยืนมองนาฬิกาข้อมืออยู่หน้าห้องเรียน ตอนนี้ก็ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว เธอเลยตัดสินใจจะไปซื้อแซนวิชร้านโปรดกินก่อนไปเรียนต่อตอนบ่าย

ในขณะที่เธอเดินตรงไปยังร้านขายแซนวิช เธอก็ได้พบกับโจลีน และผู้ชายคนเดิมที่เคยเจอครั้งก่อน คราวนี้เขาใส่เสื้อกันหนาวของนักกีฬาฟุตบอลมหาลัยด้วย

เดี๋ยวฉันต้องไปซ้อมต่อแล้ว ไว้จะโทรหาทีหลังนะชายหนุ่มว่า

จ้า ตั้งใจซ้อมนะ

ทั้งสองคนเดินจับมือกันมาถึงทางแยก แล้วโบกมือลาแยกย้ายกันไป

โจลีนเดินกอดหนังสือเดินตรงมาเรื่อย ๆ จนมาพบกับแซมพอดี

คุณแซม

แซมมองหน้าโจลีนด้วยสีหน้าดูจริงจัง

คนเมื่อกี้ใคร?”

คือ...

แฟนเธอใช่ไหม

ก็...ไม่เชิงหรอกค่ะ

โจลีนยืนก้มหน้าเล็กน้อย

คือ...ความสัมพันธ์มันซับซ้อนน่ะค่ะ อย่าสนใจเลย

ไม่เป็นไร ฉันมีเวลาว่างทั้งวัน รอฟังได้

แซมตั้งใจต้อนโจลีนให้จนมุม เพื่อให้เธอคายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจออกมา มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ ไม่มีคนเดินผ่าน แถมยังเงียบกริบ บรรยากาศช่างดูกดดันเสียจริง

ฉัน...คบกับเขามาได้สักพักหนึ่งแล้วค่ะ

แล้วฟอร์ดล่ะ?”

“…” โจลีนเงียบ

ทำไมโจลีน ทั้งที่เธอมีคนของเธออยู่แล้วแท้ ๆ แล้วทำไมเธอถึงมายุ่งกับคนของฉันอีก เธอมีผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนั้นอยู่แล้ว หนุ่มนักกีฬาหน้าตาดีลงทุนเดินเข้ามาหาเธอเอง แต่เธอก็ยังคิดจะเดินเข้ามาหาคนที่อยู่ข้าง ๆ ฉัน

คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ!

โจลีนกระแทกเสียงจนแซมต้องเป็นฝ่ายเงียบ

ฉันน่ะ...มีผู้ชายเข้าหาเยอะก็จริง แต่ฉันก็ไม่เคยสนใจใคร ผู้ชายคนนั้นเป็นคนสารภาพรักกับฉันก่อน ฉันเลยตัดสินใจคบกับเขา แต่ว่า...มันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เขานิสัยดีทั้งกับฉัน และกับทุกคน เขาใส่ใจฉันเหมือนที่ใส่ใจคนอื่น ๆ แต่ว่า...ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น ฉันต้องการคนที่ใส่ใจฉันมากกว่าคนอื่น ๆ ในฐานะคนพิเศษมันควรจะมีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น แต่เขาก็ไม่เคยทำให้ฉันเลย แม้แต่วันพิเศษเขาก็ไม่สนใจ ในเวลาที่ฉันต้องการเขา ก็มักจะติดซ้อมตลอด

แซมยังคงตั้งใจฟังเธออย่างดี ที่จริงก็พยายามจะเข้าใจความรู้ของเธอหรอกนะ แต่ฟังที่เธอพูดตอนท้าย ๆ แล้ว รู้สึกว่าเธอเริ่มจะขอมากเกินไป

จนฉันได้พบกับคุณฟอร์ด ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในตัวเขา ความใจดีที่เขาพร้อมจะมอบให้กับทุกคนที่เดินผ่าน ความพิเศษที่เขาจะมอบให้กับคนพิเศษของเขา ซึ่ง...ฉันต้องการมัน

แม้ว่าจะพูดให้ดูดีแค่ไหน แต่สิ่งที่แซมจับใจความได้คือ ขอกันหน้าด้าน ๆ

สารภาพตรง ๆ เลยค่ะ ฉันรู้สึกดีกับคุณฟอร์ดจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะรู้กันได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ฉันกลับรู้สึกดีกว่าแฟนของฉันที่คบกันมาหลายเดือน เพราะงั้น...ฉันเลยทำทุกอย่าง เพื่อให้เขาสนใจฉัน

แต่สิ่งที่เธอกำลังทำ มันคือ การแย่งของคนอื่น

ฉันไม่สนหรอกค่ะ ถ้ามันทำให้ฉันได้สิ่งที่ฉันต้องการ ต่อให้ต้องแย่งชิง ฉันก็ยอมค่ะ

เธอนี่มัน...สวยซะเปล่านะ แทนที่เธอจะใช้เสน่ห์ของตัวเองเพื่อหาคนใหม่ แต่เธอกลับใช้มันเพื่อทำร้ายคนอื่นเนี่ยนะ

แล้วไงคะ

เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ แต่ทำให้คนฟังสะอึกได้ โดยเฉพาะกับคนที่พูดคำสั้นออกมาได้หน้าตาเฉยมาก

ฉันมีเสน่ห์มากกว่าคนอื่นมันผิดด้วยเหรอคะ ด้วยต้นทุนที่ฉันมี ฉันจะใช้มันกับใครก็ได้ ถ้าฉันจะใช่มันกับคนของคนอื่น แล้วมันยังไงเหรอคะ ในเมื่อฉันทำได้

แต่คนของคนอื่นที่เธอว่า เจ้าของยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่แหละ

จากตอนแรกที่ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้แซมคงพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่าหล่อนนี่มันนางมารร้ายในคราบนางฟ้าชัด ๆ

ได้ยินชัดแล้วนะคะ ฉันจะได้ไม่ต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป

โจลีนขยับเขัามาใกล้อีกหนึ่งก้าว

คุณฟอร์ด ฉันขอนะคะ

คำพูดเหมือนธนูทิ่มแทงหัวใจของคนฟัง เธอกำลังโดนนางมารร้ายเอ่ยปากขอของรักอย่างหน้าตาเฉย บางทีก็คิดนะว่า คนอย่างยัยนี่มีความรู้สึกไหม

เธอพูดเองนะ

ค่ะ คนอย่างฉันไม่จริงจังไม่พูดหรอกค่ะ

ได้...

เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูของอีกฝ่าย

ถ้าคิดว่าแย่งได้ ก็มาแย่งไปสิ

พูดจบ สาวผมสีทองก็เดินชนไหล่สาวผมสีบลอนด์ แล้วสะบัดผมเดินไป

อ้อ คืนนี้จะมีแข่งมอเตอร์ไซค์ที่ชานเมือง อย่าลืมมาด้วยนะ

คำพูดปิดท้ายของเธอ ไม่อาจจะแน่ชัดได้ว่า เป็นคำเชิญชวน หรือคำท้าทายกันแน่...

 

ในคืนนั้น ถนนชานเมืองเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอดูแข่งมอเตอร์ไซค์ สาวผมสีบลอนด์ที่ตั้งใจมาหาผู้ชายเป้าหมาย เดินเข้ามาในฝูงชนอย่างทุลักทุเล จนมาเจอสาวผมสีแดงกับสาวผมไฮไลท์

โจลีนสินะ กำลังรออยู่พอดีเลย

ทั้งสองสาวเดินนำแขก (?) ไปหาหัวหน้า บริเวณนั้นเป็นที่จอดขอรถมอเตอร์ไซค์คันสีขาวลายโพดำ

มาแล้วสินะ

เจ้าของรถในชุดตัวเก่งตัวเดิม แต่คราวนี้ใส่กางเกงยีนส์แทนกระโปรงสั้น เธอเดินถือหมวกกันน็อกสีขาวเข้ามาหาด้วยท่าทางมั่นใจ

มาแข่งกัน

คะ?”

แข่งรถกัน กติกาไม่ยากหรอก ใครเข้าเส้นชัยได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ แล้วผู้ชนะก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ

เธอตั้งใจท้าศัตรูแข่งในสิ่งที่เธอถนัดที่สุด ยังไงก็ถือไพ่เหนือกว่าอยู่แล้ว

แต่ว่า...จะให้ฉันแข่งแบบนี้มัน...

อะไรกัน ไม่กล้าหรือไง ทีขอแฟนคนอื่นนี่กล้าชูคอเชียวนะเจสซี่แอบแซะ

แต่ว่า...ฉันไม่มีรถนี่คะ

งั้นใช้รถของฉัน

เหมือนเทวดามาประทานพร หนุ่มผมสีเงินกับมอเตอร์ไซค์สีดำก็วิ่งเข้ามาอย่างช้า ๆ แล้วจอดข้าง ๆ รถสีขาว สาวผมสีทองมองด้วยหางตา แล้วเชิดหน้าไปทางอื่น

ใช้รถของฉันแข่ง แบบนี้โอเคไหมฟอร์ดพูด

คุณฟอร์ดจะให้ฉันใช้รถเหรอคะโจลีนพูด

เปล่า คนแข่งไม่ใช่เธอ...เขาพูดพร้อมหันมาหาแซมแต่เป็นฉัน

ผู้ถูกพาดพิงรีบหันขวับมาทันทีด้วยความงง

ว่าไงแซมมี่ มาคิดบัญชีเมื่อสามเดือนที่แล้วกันหน่อยไหม

ฟอร์ดพูดพร้อมส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ แซมตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก แล้วดึงยางรัดผมตัวเองออก เปลี้ยนจากทรงหางม้ามาเป็นปล่อยผมยาว

ได้

 

มอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันจอดรออยู่ประจำตำแหน่ง ภายใต้หมวกกันน็อกสีเดียวกับรถ ที่ซึ่งซ่อนแววตามุ่งมั่นของทั้งสองคน ต่างฝ่ายต่างบิดคันเร่งให้ดังขึ้น เพื่อกระตุ้นความมั่นใจให้ตัวเอง

พร้อม!!

สาวผมไฮไลท์ยกมือขึ้นให้สัญญาณ แล้วปัดลงพร้อมพูดว่า...

ไปได้!!

ทั้งสองคันพุ่งออกจากจุดสตาร์ทซิ่งไปด้วยความเร็ว ระยะทางเส้นตรงที่แข่งไกลกว่าหนึ่งไมล์ กรรมการที่จุดเส้นชัยเป็นสาวผมสีแดงกับหนุ่มแว่น

หนึ่งไมล์ที่ไกลที่สุดในชีวิต

ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น นอกจากเสียงลม เสียงเครื่องยนต์ และเสียงลมหายใจของตัวเองภายใต้หมวกกันน็อก ภาพในอดีตเริ่มเข้ามาในหัวของฝ่ายหญิง ภาพการแข่งเมื่อสามเดือนก่อน...

 

ผลการแข่งในครั้งนั้น หนุ่มผมเงินชนะไปได้อย่างสวยงาม ในขณะที่รถของสาวผมทองมีปัญหาก่อนเข้าเส้นชัยเพียงแค่ไม่ถึงเมตร สาวเจ้าปาหมวกกันน็อกลงพื้นอย่างอารมณ์เสีย แล้วทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่ากับพื้น

แถวนี้มีเด็กขี้แยแพ้แล้วร้องไห้ด้วยล่ะ ฮะ ๆๆผู้ชนะเย้าเล่น

บ้าเหรอ! มะ...ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย

เธอก้มหน้าลงซุกเข่า ถึงจะน่าอาย แต่ก็มีน้ำตาคลอเบ้าจริง ๆ ให้ตายเถอะ แพ้แล้วมานั่งร้องไห้แบบนี้มันน่าสมเพชชะมัด

แต่แล้ว ความน่าอายนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากอ้อมแขนของใครสักคนที่นั่งกอดจากด้านหลัง

โอ๋เอ๋ ๆ ไม่ร้องนะเด็กดี

เขาพูดติดตลกเพื่อหวังจะให้เธอหยุดร้องไห้ พร้อมกับลูบหัวอย่างอ่อนโยน ซึ่งเธอก็หยุดร้องจริง ๆ แก้มที่มีคราบน้ำตาเปลี่ยนสีเป็นสีแดงอ่อน ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอบอุ่นจนร้อน หรือมาจากความรู้สึกลึก ๆ ที่อยู่ภายในหัวใจกันแน่...

 

ผลการแข่งคือ เสมอกันครับ!!

หนุ่มแว่นประกาศที่จุดเริ่มต้นต่อหน้าฝูงชน สร้างความประหลาดใจให้กับทีมงานแทนที่จะเป็นผู้ชม

เป็นไปได้ไง แซมมี่ไม่เคยเอาชนะฟอร์ดได้เลยสักครั้งนะเฟรดว่า

ที่พูดน่ะ ไม่ช่วยอะไรเล้ยเบ็ตตี้ว่า

ฮะ ๆๆ แต่แซมมี่ก็ไม่ได้แพ้นี่นา จริงม้าเจสซี่ว่า

สองผู้เข้าแข่งขันถอดหมวกกันน็อกออก เส้นผมสีทองร่วงหล่นจากหมวกทำให้เธอดูสวยแปลกตา คงเป็นเพราะปกติเธอจะมัดทรงหางม้า แต่พอแข็งต้องปล่อยผมเพื่อที่จะใส่หมวกได้ ส่วนหนุ่มผมสีเงินก็ดื่มน้ำเย็นจากขวดที่หนุ่มแว่นเอามาให้

คุณฟอร์ดคะ

สาวผมบลอนด์รีบวิ่งมาหาเขา

เหนื่อยหน่อยนะคะ ที่ต้องแข่งเพื่อฉัน

อ๋อเปล่าหรอก ฉันไม่ได้แข่งเพื่อเธอ ที่ฉันแข่ง เพราะอยากแข่งน่ะ

เหมือนจะได้ยินเสียงแก้วแตกดังเปรี๊ยะ ๆ จนคนอื่น (ทีมงาน) ต้องกลั้นขำ

เออ...แต่ก็...เหนื่อยแย่เลยนะคะเนี่ย เหงื่อออกเต็มเลย

โจลีนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากระเป๋าถือหมายจะเช็ดหน้าให้เขา แซมมองด้วยความหมั่นไส้ เลยรีบสวมหมวกกันน็อคอีกครั้ง แล้วขึ้นควบมอเตอร์ไซค์ตัวเอง

ขอโทษนะโจลีน...ฟอร์ดพูดพร้อมจับมือของโจลีนว่าจะบอกเธอนานแล้วนะ

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า...

เหมือนเทียบกับสาวที่ชอบทาเล็บสีสวยงามแล้ว ฉันชอบสาวที่มีคราบน้ำมันเครื่องติดตามซอกเล็บมากกว่า

คำพูดของเขาทำให้แซมยกมือตัวเองขึ้นมาดู ซอกเล็บของเธอมีแต่คราบสีดำของน้ำมันติดเต็มไปหมด คงเป็นเพราะเธอใส่ใจกับเครื่องยนต์มากกว่าตัวเอง

นี่เป็นการ...บอกรักทางอ้อมหรือเปล่านะ

แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ รีบเอามือปัดให้กระจกหมวกลงมาปิดหน้า ก่อนจะขับรถซิ่งออกไปจากบริเวณนั้น

ตามไปสิ

เฟรดบอกกับฟอร์ดที่มองเธอขับรถออกไป เจ้าตัวหันมายิ้มให้กับเพื่อนฝูง ก่อนจะสวมหมวก แล้วขับรถตามเธอไป ปล่อยให้โจลีนยืนค้างนิ่งติดสตั้นท์แบบนั้น ให้เพื่อนฝูงจัดการกันต่อเอง

เอาล่ะ งานจบเร็วกว่าที่คิดนะเบ็ตตี้พูด

งานอะไรเหรอ? การแข่งยังไม่หมดเลยเจมส์พูด

นายหัดสนใจคนรอบข้างมากกว่าคอมพิวเตอร์บ้างก็ดีนะ

โด่ มีเรื่องอะไรกัน บอกกันมั่งเด้

เจมส์รีบเดินตาม (ตื๊อ) เบ็ตตี้ไป พร้อมกับคร่ำครวญให้เธอเล่าให้ฟัง

เธอกลับไปได้แล้วล่ะ ที่นี่คงไม่มีที่ยืนสำหรับคนอย่างเธอหรอก...เจสซี่พูดกับโจลีนอ้อ อย่าลืมเก็บเศษหน้าที่แตกด้วยนะ

พูดจบ สาวผมสีแดงก็เดินสะบัดผมไปหาชายหนุ่มผิวสีแทนหุ่นนักกล้ามที่ยืนพิงรถสปอร์ทของตัวเองอยู่

ไงที่รัก รอนานไหมเธอพูดพร้อมกอดแขนเขา

คุยกับเพื่อนเสร็จแล้วเหรอ

อื้ม ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ไปกันต่อเถอะ

โจลีนมองตามหลังเจสซี่ที่เดินกอดแขนแฟนตัวเองไปอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาในหัวใจ คงเป็นเพราะเธอกำลังอิจฉาพวกเขาที่รักกันอย่างมีความสุขดี แน่นอน เธออิจฉาคู่รักนักซิ่งคู่นั้นด้วยเช่นกัน...

 

ตรงมุมทางโค้งของถนนบนภูเขาของเมือง สาวผมสีทองยืนพิงมอเตอร์ไซค์คันสีขาวมองทิวทัศน์ของเมืองในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี มีหลับตารับสายลมที่เข้ามาปะทะหน้าบ้าง ฟังเสียงรถที่วิ่งไปมาตามท้องถนน แล้วมอเตอร์ไซค์คันสีดำอีกคันก็วิ่งมาอย่างช้า ๆ เข้ามาจอดข้าง ๆ รถคันนั้น เจ้าของรถถอดหมวกกันน็อกวางไว้บนเบาะ แล้วมายืนข้าง ๆ เธอ

ในบรรดาจุดชมวิวบนเขานี้ ฉันชอบตรงนี้ที่สุดฟอร์ดว่า

ฉันจำได้ ตอนนายขับรถมอเตอร์ไซค์เป็นใหม่ ๆ นายขับพาฉันขึ้นมาถึงยอดเขานี้ แล้วมาจอดชมวิวตรงนี้

เขาแอบหันมามองหน้าเธอที่กำลังอมยิ้ม

แต่ก็นะ เธอก็ยังเอาชนะฉันไม่ได้อีกตามเคย

อย่างน้อยก็ตีขึ้นมาเสมอแล้วล่ะน่า

เธอยืดแขนบิดขี้เกียจเล็กน้อย

ตรงสองเมตรก่อนถึงเส้นชัย ถ้าฉันไม่ผ่อนความเร็วลงก็คงชนะนายแล้ว

ฟอร์ดแอบหัวเราะในลำคอ เป็นขอดีอย่างหนึ่งของเธอ ทุกครั้งที่แพ้การแข่ง เธอมักจะกลับมาทบทวนตัวเองว่าทำพลาดตรงไหน แล้วนำไปปรับใช้กับการแข่งรอบต่อไป เท่านี้เขาก็รับรู้ได้แล้วว่า การแข่งกับเธอคราวหน้า เขาคงเอาชนะเธอไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนที่ผ่านมาแล้วล่ะ

แซม

คนพูดเอื้อมมือเข้าไปโอบเอวอีกฝ่าย

ฉันรักเธอนะ ตั้งเธอขึ้นรถซ้อนท้ายฉันครั้งแรก

แซมมองหน้าฟอร์ด แล้วเผยยิ้มออกมาบางๆ

ฉันก็รักนาย ตั้งแต่ขึ้นรถซ้อนท้ายนายครั้งแรกเหมือนกัน

ฝ่ายชายจูบปากฝ่ายหญิงอย่างอ่อนโยน ก่อนจะให้เธอซบไหล่ยืนมองภาพบ้านเกิดของทั้งคู่ในยามค่ำคืน โดยมีดวงจันทร์กับดวงดาวคอยเป็นพยาน...


ผลงานทั้งหมด ของ C๐ffee_PriNce$s (เจ้าหญิงกาแฟ)

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น