[SJ]Would you marry me? แต่งงานกันนะ {YeRyeo,KyuMin etc.}

ตอนที่ 6 : PART 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 เม.ย. 55

 

Part 4

 

เมื่อการแสดงหมอลำจบลงการแข่งขันในรอบตัดสินจึงได้เริ่มต้นขึ้นโดยการจับฉลากไม่เรียงตามลำดับเหมือนรอบแรก ซึ่งเยซองนั้นได้ลำดับที่ 4

เมื่อคนที่ 3 ผ่านไป ร่างสูงเดินออกมาท่ามกลางความมืดยังตรงกลางเวทีเมื่อไฟส่องมา ชายหนุ่มที่เคยผมตรงเป็นธรรมชาติตอนนี้ถูกเซ็ตให้เป็นทรง ดัดนิดหน่อย ใบหน้าหล่อมีเมคอัพแลดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้น ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ทับด้วยสูตสีดำกันเล่นลายให้สวยงาม กางเกงสแลคสีดำพร้อมรองเท้าหนังสีดำขัดเงา เหมือนมีมนต์สะกดคนทั้งฮอลล์ให้นิ่งค้างสายตารวมอยู่ที่คนๆเดียว

เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมา ด้วยความไพเราะอย่างที่หาใครเทียมคงไม่ได้ และเมื่อถึงท่อนฮุคของเพลงพลังเสียงนั้นสามารถทำให้คนขนลุกกันทั้งฮอลล์บางคนถึงกับร้องไห้เพราะเนื้อหาที่แสนเศร้า ประกอบกับเสียงร้องที่ยิ่งเพิ่มความเศร้าของเพลง เมื่อจบเพลงเสียงปรบมือ เสียงกรี๊ด ดังสนั่น ร่างสูงเดินลงไปจากเวทีแต่เสียงที่ให้กำลังใจนั้นยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแต่อย่างใด

 

 

 

“ฮึกๆๆ ฮืออออออ TT^TT

“อุคกี้ร้องไห้ทำไม” ซองมินที่เห็นเพื่อนรักร้องไห้ก็ตกอกตกใจรีบถามเป็นการใหญ่

“ฮือออ มินนี่พี่เยซองร้องเพลงเพราะมากเลย ฮึก” ซองมินที่พอรู้เหตุผลก็ยิ้มบางๆ ตัวเขาเองก็น้ำตาซึมเหมือนกัน ตอนแรกที่อึ้งเสียงของคยูฮยอนแล้ว พอได้ฟังเยซองร้องก็ยิ่งอึ้งไปอีก คงเป็นเพราะเหตุนี้ด้วยที่ทำให้มีแฟนคลับมากมายทั่วมหาลัย

“พี่ว่าถ้าไอ้เย่มันไปประกวด เดอะสตาร์นะ มันต้องชนะแน่เลย เฮ้ย!!! ชินดงที่หันมาพูดกับรยออุคก็ต้องร้องอย่างตกใจ

“ไอ้บอมมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ซีวอนที่หันมามองตามชินดงจึงเอ่ยถามขึ้นมา

“ไม่นาน” สั้นๆ ไม่ได้กระจ่างเลย

“คุณไอ้บอมครับ ขอขยายความได้มั้ยครับ” ฮันคยองเอ่ยอออกมาเชิงประชด

“อืม ตอนคยูร้อง” นี่ขยายแล้วใช่ปะ??? ซีวอนถามอีกรอบ

“แล้วทำไมไปนั่งนั่นล่ะ เพื่อนนั่งหัวโด่อยู่นี่มองไม่เห็นเร๊อะ หรือว่าตาตี่เกินเลยเห็นไม่ชัด” น่าน ใครว่าคุณวอนสุภาพ อยู่กับเพื่อนมันกวนได้โล่

“พอใจ”

โอ้โหดูมันตอบขอบคุณที่ทำให้กระจ่างไม่ถามแล้วโว้ย คุยกับมันแล้วหงุดหงิด นั่งมองคนสวยยังดีกว่าอีก

            ณ บนเวทีก็ยังคงแสดงกันต่อไปเรื่อยจนจบการแข่งขัน รอเวลาที่จะประกาศผู้ชนะ

            “นี่ ไอ้เย่มึงว่าเราจะได้ที่ 1 ปะ” คยูฮยอนที่เอ่ยถามหลังจากดูแต่ละคนร้องอยู่หลังเวที

            “มึงถามทำไม ถ้าไม่ชนะกูจะเอาเหล้าแพงๆ ของมึงไปเททิ้งให้หมดเลย” เยซองที่ตอบอย่างมั่นใจ ก็เล่นร้องซะเจ็บคอขนาดนี้ ลองไม่ชนะซิ พ่อจะไล่กรรมการออกให้หมด โทษฐานลำเอียง

            “กูก็ว่ายังไงก็ชนะขาดอยู่แล้ว เอ๊ะ....เฮ้ย!! แล้วมึงจะเทเหล้ากูทำไม เหล้ากูไม่ผิด”

            “อืม เหล้ามึงไม่ผิดแต่กูรำคาญมึงตอนเมา เข้าจายยยยม้ายยยย” หมาป่าจ๋อยไปเลยครับพี่น้อง

            “โธ่ ชีวิตกูเพื่อนไม่รัก กระซิกๆๆ”

            “อย่ามาดราม่าใส่กูไปได้แล้ว เค้าเรียกแล้ว”

 

ด้านหน้าเวทีเนืองแน่นไปด้วยผู้เข้าแข่งขันที่มั่นใจกันเต็มที่ ด้านคนเชียร์ก็ตะโกนเรียกชื่อคนที่ตัวเองเชียร์กันคอแทบแตก

“เอาล่ะครับทุกคนตอนนี้คะแนนทั้งหมดอยู่ในมือผมแล้ว ตื่นเต้นสุดๆๆเลย อยากรู้กันหรือยังครับ???

“กรี๊ดดดดดดด”

 

 

“มินนี่เค้าตื่นเต้นอ่ะ หัวใจจะวายแล้ว” รยออุคนั่งเกร็งลุ้นตัวโก่ง

“นี่ใครถ้าไม่รู้คงนึกว่าอุคกี้มานั่งเชียร์แฟนนะเนี่ย ออกอาการซะ” จัดการแซวให้เขินไปหนึ่งดอกคนถูกแซวหน้าแดงทันที หันมาตีแขนเพื่อนรักเบาๆ

“มินนี่อ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้ >///<

 

 

          “ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันว่าใครจะได้ที่ 3 นะครับ     รางวัลที่ 3 ได้แก่.......”

            ตึกตึก ตึกตึก

            “หมายเลข 6 ยังโยซอบและอีกีกวัง คร๊าบบบบบ ยินดีด้วยนะครับ”

ใบหน้าน่ารักฉีกยิ้มกว้าง กระโดดกอดกันด้วยความดีใจที่ได้ถึงที่ 3 ทั้งสองคนเดินไปรับรางวัลด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าดีใจขนาดไหน แล้วทั้งสองจึงกล่าวขอบคุณทุกคนที่ส่งคะแนนมาให้

รางวัลสำหรับที่ 3 นั้นก็คือ ถ้วยรางวัล, เงินรางวัลหนึ่งแสนวอน, ส่วนลด 80% ของห้างดังทั่วเกาหลี ใช้ได้ 1 ปี

            “เอาล่ะครับมาถึงที่ 2 กันบ้างแล้ว ซึ่งก็คือ......คือ......หมายเลข 4 คิมฮโยรินและจองโบรา คร๊าบบบ ”

แทนที่จะดีใจแต่กลายเป็นว่าทั้งสองกัดปากอย่างขัดใจที่ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง มีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตุเห็นแล้วยังเสแสร้งพูดของคุณโดยที่ไม่ได้มาจากใจ

 

            “อ่า ผ่านไปแล้วนะครับ ใครจะได้เป็นที่ 1 ในปีนี้กันน้า สำหรับรางวัลนั้นเรียกว่าสุดๆ กันเลยนะครับนอกจากถ้วยรางวัลพร้อมเงินหนึ่งล้านวอนแล้ว ยังมีตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โซล-ภูเก็ต แบบไม่จำกัดจำนวนคนและยังมีที่พักเป็นโรงแรมสุดหรู+ค่าใช้สอยไม่จำกัดวงเงินอีก เรียกว่าไม่ต้องเสียเงินซักวอนเลย มาลุ้นกันนะครับ” ไม่ปล่อยให้ลุ้นกันนานคังอินก็ประกาศออกมาทันที

            “รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่....  ฮ่าๆๆ ล้อเล่นครับ ผมจะประกาศจริงๆ แล้วนะ”

            “สำหรับรางวัลที่ 1 ของการแข่งขันร้องเพลงในปี 2555 ได้แก่....”

แทน ทะละแลน แทน แถ่น แถ่น แทน แท๊นนนนนน  เสียงดนตรีกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์

           

            “หมายเลขขขขขขขขขข 13 คิมจงอุนและโจวคยูฮยอนคร๊าบบบ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” 2 ร่างเดินออกมารับรางวัลด้วยรอยยิ้มสะกดจิตสาวๆ และเหล่าเคะทั้งหลายเสียงกรี๊ดเสียงเรียกดังกึกก้องยาวนานจนเมื่อเยซองพูดเสียงจึงเงียบ

            “ขอขอบคุณกรรมการทุกท่านและทุกคนในที่นี้ที่โหวตให้ ขอบคุณครับ ^_^ ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์แล้วอมยิ้มน้อยๆ ส่งให้กับทุกคน

            “ครับ ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมไปเรื่อยๆ นะ ขอบคุณทุกๆ คนครับ^O^ คยูฮยอนที่ออกแนวอ้อนสาวๆไปในตัวแล้วส่งยิ้มกระชากใจไปให้

 

            การแข่งขันได้จบไปแล้ว อย่างน่าประทับใจผู้คนที่ดูมากมายดูน้อยลงไปถนัดตา เยซองเดินมาตรงที่เพื่อนๆนั่งพร้อมกับคยูฮยอน

            “เพื่อนกูสุดยอดเลย คืนนี้ไปฉลองกันไม่ได้ไปสังสรรค์แบบพร้อมหน้านานแล้ว” ฮันคยองอออกความคิดเห็นซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

            “อืม ไปดิ อุคกี้กับเพื่อนๆ ก็ไปด้วยกันนะครับ” เยซองตอบตกลงทันทีแล้วหันไปชวนคนตัวเล็ก

          “อุคกี้เกรงใจอ่ะฮะ ไม่เป็นไรดีกว่า” คนตัวเล็กที่แสนขี้เกรงใจปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล ถ้าเป็นคนอื่นคงตามติดไปด้วยแบบไม่ต้องชวนแล้ว

            “อ้าว อุคกี้อ่ะ ว่าจะหาของฟรีกินซะหน่อย อดเลย” ฮยอกแจที่เกิดอาการงกเข้าไส้บ่นเพื่อนไปเบาๆ

            “เห็นมั้ยเพื่อนอยากไป นะ ไปกันนะครับ” ร่างสูงใช้โหมดอ้อนคนถูกอ้อนเลยเขินแบบไปไม่เป็น

            “อะ เอ่อ ฮ ฮะ ไปก็ได้” รยออุคก้มหน้าพูดตะกุกตะกัก ฮือ พี่เยซองอ่ะขอแบบนี้มันเขินนะ

เยซองยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทางน่ารักๆ ของคนตัวเล็ก สายตาทุกคู่มองสลับกันระหว่างเยซองกับรยออุค ‘2 คนนี้เหมือนมีอะไรแปลกๆ แลดูมีรังสีสีชมพู

            “พี่อีทึกกะพี่ฮีซอลก็ไปด้วยกันนะครับ” ซีวอนชวนรุ่นพี่ทั้งสองให้ไปด้วยกัน

            “ยังไงชั้นก็ไปอยู่แล้ว ชั้นไม่ปล่อยให้น้องๆของชั้นอยู่กับพวกนายลำพังหรอก” ฮีซอลตอบทันทีถึงไม่มีใครชวนก็ไปด้วยอยู่แล้วเรื่องอะไรจะปล่อยให้น้องๆไปเจอกับพวกเสือสิงกระทิงแรด??พวกนี้

            “งั้นเราไปกันเลยดีกว่านะครับ เดี๋ยวไปร้านของพี่ละกันจะได้ไม่วุ่นวาย” ชินดงเสนอขึ้น ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

          “เยซองคะ” น้ำเสียงแสนยั่วยวนเอ่ยเรียกชายหนุ่ม

            “ฮโยรินยินดีด้วยนะคะ” หญิงสาวเดินมาแสดงความยินดีด้วยท่าทางที่แสนเซ็กซี่ ส่งสายตาอันเย้ายวน หุ่นราวนางแบบที่แสนอวบอัดน่าสัมผัส ขยับไปชิดกับเยซอง ใช้หน้าอกอวบอิ่มแนบกับแขนแกร่ง

            “ขอบคุณครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม พลางขยับตัวออกห่าง

            “จะรีบไปไหนล่ะคะเยซอง เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะคะ” ฮโยรินใช้นิ้วเรียวเขี่ยที่บริเวณอกแกร่ง

            “ใช่ค่ะพี่คยูเราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะคะ โบราอยาก เจอ พี่คยูอีกจังเลยค่ะ” โบราเบียดตัวเข้าหาคยูฮยอนยกแขนคล้องคอชายหนุ่มโดยไม่แคร์สายตาที่มองมาแต่อย่างใด

 

            รยออุคที่เห็นฮโยรินเข้าใกล้เยซองนั้นทำให้ก้มหน้าทั้งหน้าตาทั้งทรวดทรง ตัวเขาคงสู้อะไรไม่ได้ แถมเป็นผู้ชายอีก คิดแล้วน้ำตาก็พรานจะไหลออกมา

            ฮีซอลที่เห็นน้องก้มหน้าท่าทางแบบนี้มันบ่งบอกว่าน้องตัวเล็กกำลังอ่อนแอ ถึงจะยังไม่ยอมรับเยซองเท่าไรแต่ก็รู้ว่ารยออุคนั้นชอบเยซองมาก

            “หึ หน้าไม่อาย” ฮีซอลแสยะยิ้มส่งให้นางชะนีน้อยทั้งสองที่ตอนนี้มองฮีซอลอย่างขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

            “ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณต้องขอตัวก่อน” เยซองบอกปัดฮโยรินด้วยใบหน้าเรียบขรึมแต่หญิงสาวก็ยังคงไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ

            “ดูเหมือนจะไปฉลองกันนะคะงั้นฮโยรินไปด้วยนะคะ ตอนนี้ฮโยรินหิวมากเลย โบราก็ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ตอนเย็น” หญิงสาวออดอ้อนด้วยท่าทางยั่วยวนที่ใช้ไม่ได้ผลซักเท่าไรสำหรับเยซอง แต่ก็พยักหน้าส่งๆไป เขารู้ผู้หญิงคนนี้ปฏิเสธไปยังไงก็ต้องหามารยามาทำให้เขายอมให้ไปด้วยอยู่ดี

            “เอิ่มมม งั้นไปกันดีกว่าเดี๋ยวจะดึกเกินไป” ชินดงเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียดเลยเปลี่ยนเรื่องให้

 

            ร้านอาหารใจกลางกรุงโซลสไตล์เรียบหรูดูดี แบ่งออกเป็นโซนๆ มีทั้งนั่งตากแอร์เย็นฉ่ำภายใน หรือจะรับลมสบายๆ นอกร้าน หรือจะเป็นห้องคาราโอเกะสำหรับชอบความเป็นส่วนตัวก็มีให้เลือกกันตามความชอบ ชินดงเลือกแบบห้องคาราโอเกะให้จะได้เสียงดังได้ไม่ต้องเกรงใจใครแถมยังร้องเพลงเพิ่มความคึกครื้นกันได้ด้วย

            ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ประกอบด้วยชุดโซฟาหรูจัดเป็นตัวยู มีโต๊ะสำหรับวางอาหาร  พร้อมสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ลำโพงที่ส่งเสียงได้กระหึ่ม

            เยซองนั่งลงข้างๆ รยออุคที่นั่งติดกับซองมินข้างๆ ซองมินเป็นคยูฮยอนที่อยู่ๆก็เดินมานั่งตรงนี้  ฮโยรินกับโบรานั่งอีกข้างนึงของเยซองและคยูฮยอน เหล่าคนหน้าหวานนั่งฝั่งของเยซองคนหล่อๆทั้งหลายจึงต้องนั่งฝั่งคยูฮยอน

            “อ่า เดี๋ยวพี่สั่งอาหารอร่อยๆ ให้ละกัน ระหว่างรออาหารเรามาร้องเพลงกันดีกว่าเนอะ” ชินดงอาสาเลือกกเมนูที่ร้านตนให้กับทุกคน

            “เยซองร้องเพลงคู่กับฮโยรินหน่อยซิคะ” ฮโยรินเบียดตัวพูดกับเยซอง

            “ผมไม่ร้องเพลงกับคนอื่นครับขอโทษด้วย” เยซองปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ

            “อุ๊ย เหมือนมีคนหน้าแตก รยออุคซองมินพี่อยากฟังเพลงอ่ะร้องให้ฟังหน่อย” แล้วก็ไม่พ้นคิมฮีคนสวยที่กระแทกแดกดันไป แล้วยังบอกให้น้องร้องเพลงอีก

            “หา??? สองเสียงประสานขึ้นอย่างตกใจ

            “เอ่อ พี่ซินไม่ดีมั้งฮะเสียงอุคกี้ไม่ดีเดี๋ยวจะทนฟังไม่ได้นะฮะ” รยออุคบอกอย่างถ่อมตัว

            “งั้นเดี๋ยวฮโยรินร้องนะคะ”

            “ไม่ต้อง ชั้นจะฟังน้องชั้นร้องคนอื่นไม่เกี่ยว” ฮโยรินหน้าเสียอีกรอบ คนนี้มีอะไรนักหนากันท่าตลอดเลย

            “อุคกี้มินนี่ร้องเถอะพี่ก็อยากฟังนะ” อีทึกเป็นกำลังเสริมช่วยเพื่อนรักอีกแรง

            “ถ้างั้นก็ได้ฮะ” ซองมินตอบตกลงไป ในใจยังคิดไม่ตกว่าจะมีคนปิดหูแล้ววิ่งหนีออกไปหรือป่าว

            เสียงดนตรีเริ่มขึ้นท่วงทำนองที่ไพเราะบรรเลงไปเบาๆ ทันทีที่เสียงหวานของซองมินเอื้อนร้องออกมาทุกคนเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด เสียงหวานที่ร้องคลอไปตามจังหวะเพลงช้าๆ ใส่อารมณ์ไปตามเนื้อเพลงจนถึงท่อนกลางที่ต้องใช้เสียงสูงจึงเป็นหน้าที่ของรยออุค ร่างเล็กที่ตอนแรกตื่นเต้น ในตอนนี้ปล่อยพลังเสียงเต็มที่ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังเสียงหวานๆ เป็นครั้งแรกต่างตกตะลึงในความไพเราะของน้ำเสียงที่เจ้าตัวนั้นแสนจะถ่อมตัว

เยซองมองร่างเล็กตาไม่กระพริบด้วยความหลงใหล น้ำเสียงที่น่าฟังกว่าใครทั้งหมดที่เคยได้ยินมา จนเมื่อเพลงจบลงทั้งห้องยังคงนิ่ง จนสองคนใจแป้ว ง่ะ ทุกคนคงช็อคค้างกันไปแล้ว หารู้ไม่ว่าช็อคจริงแต่ช็อคเพราะเสียงที่โคตรเพราะต่างหาก

“ฮืออ อุคกี้ไม่น่าร้องเลย” รยออุคที่ทำท่าจะเบะน้ำตาออกมาอยู่แล้วเอ่ยขึ้นทำให้ทุกคนที่ตกอยู่ในภวังค์ได้สติขึ้นมา

“อุคกี้ครับรู้มั้ยว่าร้องเพลงเพราะมาก ซองมินด้วยนะ” เยซองที่เอ่ยชมคนตัวเล็กเป็นคนแรกตามด้วยเสียงชมมากมาย

“อ่า คงชมเป็นมารยาทใช้ม๊า มินนี่รู้นะ” แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัว

“ใครบอกล่ะครับพี่ว่ากระต่ายของพี่ร้องเพราะมากเลย” คยูฮยอนได้ทีก็บอกร่างบางไป แต่..

“ใครของนายห๊ะ พูดให้ดีๆ นะ อย่ามามั่ว  หมาบ้า” ซองมินที่ได้ยินก็ค้อนขวับแล้วด่าทันที ทุกคนมอง 2 คนนี้ที่ดูท่าทางสนิทกัน แต่สนิทในแง่ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไร

“ก็มินนี่ไงเป็นกระต่ายของพี่คนเดียว” คยูฮยอนส่งสายตาเจ้าเล่ห์แต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่ไม่เคยมีใครได้รับ

“ชิส์ ขี้ตู่” ซองมินบ่นงุบงิบเบาๆ

“นี่สองคนนี้ร้องเพลงเพราะแบบนี้ไม่มาอยู่ชมรมดนตรีหรอ พี่เห็นหลายคนอยากอยู่ทั้งที่เสียงก็ไม่ได้เพราะขนาดนี้” ซีวอนเอ่ยชวนทั้งสองคน

“ไม่หรอกฮะพี่ซีวอน เราสองคนไม่ได้ร้องเพลงเพราะหรอก อีกอย่างผมก็ไม่กล้าอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ มันทำตัวไม่ถูกอ่ะ” ซองมินที่ตอบไปตนเองก็ไม่ได้ร้องเพราะขนาดนั้นทำไมพี่ซีวอนกับคนอื่นๆถึงบอกเพราะ หรือว่าจะร้องเพราะจริง

“อ่า อาหารมาแล้วน่ากินจังฮยอกจะกินแล้วน้า” ฮยอกแจที่เห็นอาหารน่าตาน่ากินทยอยมาเสริฟน้ำย่อยในท้องน้อยๆ ก็ทำสงครามกันทันที

“ฮยอกเอาอันนั้นมาให้ด๊องน้า อย่ากินหมดซิ”

“ฮยอกอย่าเอาฟักทองมินนี่ไปซิ เอาฟักทองมานะ”

“มินนี่อ่ะอย่ากินกุ้งเยอะซิ ด๊องยังไม่ได้กินเลยน้า”

“ด๊องฮยอกจะกินไก่อ่ะแบ่งมั่งจิ อย่าเอาไปหมดซิมินนี่”

หยุด!!!!!

เสียงอันทรงอำนาจทำให้ 3 อี ชะงักทันที

“พวกแกจะแย่งกันทำไมห๊ะ กินด้วยกันทีไรทะเลาะกันทุกที เดี๋ยวจับเชือดรายตัวเลย ดูอุคกี้ซิยังกินเงียบๆ ได้เลย ”

“ซินเราว่าอุคกี้ก็อยากเถียงกับพวกนี้นะ แต่อุคกี้คงพูดไม่ทันมากกว่า ใช่มั้ย” อีทึกหันมาถามรยออุคก็ได้รับรอยยิ้มแหยๆ พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ กลับมา

แล้วทั้ง 3 ก็หุบปากกินกันอย่างเงียบๆ รยออุคยิ้มกับความน่ารักของเพื่อนๆ จนตอนนี้คงไม่มีใครนึกถึงชะนีน้อย 2 ตัว ที่กลายเป็นธาตุอากาศไม่มีใครสนใจซักคน

            “อุคกี้ลองทานนี่นะครับ ขึ้นชื่อของร้านชินดงเลย” เยซองตักอาหารมาวางที่จานของรยออุค

            “อ่า ขอบคุณฮะพี่เยซอง” เอ่ยขอบคุณแล้วก้มหน้าก้มตาอมยิ้มน้อยๆ แล้วกินต่อไป

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แต่ละคนผลัดกันร้องเต้นตามประสา เหล่าหนุ่มๆ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จิบไปเบาๆ คนหน้าหวานก็พูดนุ่นนี่ไปตามเรื่องสร้างเสียงหัวเราะกันตลอดเวลา

            “เยซองคะ คืนนี้ไปส่งฮโยรินที่บ้านหน่อยนะคะ ฮโยรินรู้สึกมึนๆ เหมือนจะกลับไม่ไหวอ่ะค่ะ” ฮโยรินที่หาโอกาสที่จะพูดมานานเอ่ยขึ้นมา ทำให้ร่างเล็กชะงักทันที

            “ผมว่าคุณกลับแท็กซี่ก็ได้นี่ครับ โบราก็ยังอยู่” ชายหนุ่มบอกไปตามความคิด

            “แต่แท็กซี่เดี๋ยวนี้น่ากลัวนะคะ เยซองจะปล่อยให้เราสองคนกลับแท็กซี่จริงๆ หรอคะ แล้วถ้าเกิดมันทำอะไรเราสองคนขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ” ฮโยรินใช้มารยาสุดแรงเกิดแล้วใช้หน้าอกเบียดชายหนุ่มยิ่งขึ้น

            รยออุคที่ได้ยินได้เห็นก็ก้มหน้าแล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม โดยที่ไม่ได้ดูว่านั่นเป็นแก้วไวน์ของเยซองที่ดื่มไปนิดหน่อยตามมารยาท

            “อี๋ ขมจัง” รยออุคที่บ่นออกมาทำให้ชายหนุ่มหันมาสนในทันที

            “อุคกี้ครับนี่มันแก้วไวน์ของพี่นะครับ” เยซองบอกตัวเล็กอย่างตกใจ

ไวน์ = แอลกอฮอล์     แอลกอฮอล์.....

            เฮ้ยยยย!!!!

เสียงคนหน้าหวานประสานพร้อมกันแล้วมองไปที่รยออุคที่ตอนนี้หน้าเริ่มแดงตัวเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ เยซองที่เห็นดังนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูก ซองมินที่ได้สติก่อนใครรีบรวบตัวรยออุคไปยังห้องน้ำ เยซองถามขึ้นทันที

            “ซองมินจะพาอุคกี้ไปไหน”

            “ไปห้องน้ำฮะ อ่อ ผมขอน้ำเปล่าด้วยนะฮะ เยอะๆเลย” หลังจากเอ่ยจบแล้วจึงรีบพาเพื่อนตัวเล็กเข้าห้องน้ำปิดประตูทันที

            “มีนนนนนนนี่ จ๋า” มันมาแล้วอาการนี้อึกเดียวยังเป็นขนาดนี้เลยเพื่อนชั้น โอ้ยยยยมินนี่กลุ้มใจ

            “พาเค้าออกมาทามมายอ่า เค้าจาอยู่กาบพี่เยซองงงงงง”

            “อุคกี้ตั้งสติหน่อยได้มั้ย ล้างหน้าก่อนเลย” ซองมินเปิดน้ำเย็นๆ ให้รยออุคล้างหน้าเพื่อเรียกสติ

            “มินนนนนนี่อวบขึ้นอีกหรือป่าววววว หน้ากลมขึ้นน้าาาา” ว่าแล้วก็จับแก้มหยิกเบาๆ

            “น้ำมาแล้วๆๆ ซองมินทำไมอุคกี้เป็นอย่างงี้ล่ะ” เยซองถามขึ้นมาเมื่อเห็นอาการที่หนักน่าดู

            “ออ อุคกี้แพ้พวกแอลกอฮอล์น่ะฮะ แค่แตะปลายลิ้นก็มีอาการแล้ว นี่ดื่มไปแค่อึกเดียว ซักพักก็หายฮะ เดี๋ยวผมดูแลอุคกี้เองพี่เยซองไปคุยกับเพื่อนต่อดีกว่าฮะ อาการดีขึ้นเมื่อไหร่เดี๋ยวผมพาออกไปเองฮะ” ซองมินอธิบายก่อนบอกให้ออกไปก่อนที่เพื่อนรักจะหลุดปากพูดอะไรที่ปิดไว้ออกมา

            “ไม่เป็นไรหรอก พี่ขอดูแลอุคกี้นะ พี่ก็อยากรู้อุคกี้โหมดนี้เป็นยังไง สงสัยล่ะซิว่าทำไม”

            “ฮะ” ซองมินพยักหน้าเป็นการตอบ

            “พี่คิดว่าพี่คงชอบอุคกี้เข้าซะแล้วแหล่ะ” ชายหนุ่มกระซิบบอกซองมิน ซึ่งตอนนี้ยืนตาโตไปแล้ว

            “พะ พูดจริงหรือป่าว”  ถามย้ำอีกครั้งให้แน่ใจ

            “ครับ” ตอบอย่างไม่ลังเล

            “ถ้างั้นผมรอข้างนอกละกัน ให้ดื่มน้ำเยอะๆ นะฮะ โหมดนี้จะพูดมากกว่าปกตินะฮะ” ซองมินคงต้องส่งหน้าที่นี้ให้แก่ร่างสูง เพื่อเปิดโอกาสให้อยู่กัน 2คน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ที่ซองมินเชื่อเยซองง่ายเพราะเขาคิดว่าถ้าเยซองไม่มั่นใจจริงคงไม่พูดออกมาแบบนี้

            “อ้าวมินนี่ แล้วอุคกี้ล่ะ” อีทึกถามร่างอวบเมื่อไม่เห็นตัวเล็ก

            “ออ พี่เยซองอาสาดูแลอยู่น่ะฮะ อีกไม่นานอุคกี้คงหาย”  ร่างอวบตอบพี่คนสวยไปแล้วก็พบกับสายตาสงสัยจากทุกคนกลับมา

            “เอาไว้พวกพี่ๆ ถามกับพี่เยซองดีกว่าฮะ” ซองมินบอกทุกคนไปก่อนเขาไม่กล้าบอกเรื่องส่วนตัวของใครไว้ให้ถามกับเจ้าตัวจะดีกว่า

            “หึ คงจะสำออยออดอ้อนเยซองล่ะซิ มารยานัก” แล้วก็เป็นฮโยรินที่พูดออกมา

            “น้องชั้นคงไม่มีมารยาอะไรกับใครเหมือนคน 2 คนแถวนี้หรอก ไม่มีใครชวนยัง หน้าด้าน มา” ฮีซอลตอกกลับไปทันที

            “ว่าใครคะพี่ฮีซอล” โบราจิกตาถามออกไป

            “ใครอยากรับก็รับไปซิไม่ได้เอ่ยชื่อแต่น่าจะรู้ตัวนะ”

            “มันจะมากเกินไปแล้วนะ นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าพวกชั้น” ฮโยรินตะโกนบอกอย่างเหลืออด

            “ก็รู้นี่ว่าชั้นว่า แล้วไม่รู้ตัวหรอว่าที่ตรงนี้ไม่มีใครต้องการเธอ 2 คนน่ะ งั้นชั้นบอกให้เอาบุญละกัน เธอ 2 คนกำลังทำตัวเป็นส่วนเกินที่ไม่มีใครรับรู้ตัวตนของพวกเธอ ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นธาตุอากาศหรือไงถึงได้นั่งอยู่ได้ อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้นะว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่ ผู้หญิงแบบพวกเธอชั้นอ่านออกหมดแหล่ะ จ้องจะจับผู้ชายหน้าด้านๆ ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว แล้วอย่าสะเออะหน้ามาให้ชั้นเห็นไม่งั้นชีวิตเธอคงไม่ได้อยู่สุข” ฮีซอลเปิดฝีปากด่าอย่างชัดเจนอดกลั้นมานาน

            “กรี๊ดดด แกเป็นใครกล้าดียังไงมาพูดกับชั้นแบบนี้” ฮโยรินที่ไม่มีท่าทีว่าจะยอมกรีดร้องออกมาไม่เหลือความสวยที่เคยเห็นเลย

            “พอซักทีได้มั้ย คิมฮโยริน กลับไปได้แล้วชั้นรำคาญ!! น้ำเสียงทรงอำนาจบอกผู้หญิงที่ยืนกรี๊ดอย่างบ้าคลั่งออกไปด้วยใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์

            “คิบอมคะ” ฮโยรินที่ดูจะตกใจกับคิบอมที่นั่งเงียบมานาน(มากกกก) พูดกับเธอเช่นนี้

            “ยังไม่ไปอีกหรือต้องให้ผมลากตัวพวกคุณออกไป” คิบอมยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยแต่มันกดดันเป็นอย่างมากสำหรับทุกคน

            “ชิส์ อย่าคิดว่าชั้นจะยอมง่ายๆนะ” ทั้ง2 คนเดินออกจากร้านไปอย่าอารมณ์เสีย

 

 

ภายในห้องน้ำ

            “อ่า ทามมายคนนี้หน้าเหมือนพี่เยซองงงงจาง แก้มป่องๆ ตาตี่ๆ อ้า นิ้วสั้นด้วยอ่า” รยออุคจับหน้าร่างสูงหันซ้ายหันขวา แล้วเลื่อนลงมาจับมือที่เล็กกว่าผู้ชายทั่วไป ร่างสูงรู้สึกชอบรยออุคในโหมดนี้ทำให้เขายิ้มไม่หุบ

            “ก็พี่เยซองนี่แหล่ะครับ ไม่ใช่คนอื่นหรอก”

            “อ่า พี่เยซองเจงๆ หยอ” รยออุคเงยหน้ามองร่างสูงตาแป๋ว ใบหน้าแดงๆด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ดวงตาฉ่ำหวาน ปฏิเสธไม่ได้เลยตอนนี้รยออุคน่ารักจริงๆ

            “ครับ อุคกี้รู้ตัวมั้ยว่าน่ารักมากเลยนะ” เยซองที่อยากรู้ปฏิกิริยาตอบกลับของตัวเล็ก

            “คิคิ แล้วพี่เยซองร๊ากกกเค้าป่าวว” รยออุคฉีกยิ้มกว้าง

            “คงอีกไม่นานหรอกครับคงจะได้รักอุคกี้หมดหัวใจ” รยออุคได้ยินดังนั้นยิ้มแป้นอย่างมีความสุข เยซองคิดอย่างนั้นจริงๆ ร่างเล็กตรงหน้านี้ทำให้เขามีความสุข เขามักจะคิดถึงมองหาอยู่ตลอด ถึงจะเจอเพียงไม่กี่วันแต่เขามั่นใจว่าคนคนนี้เป็นคนที่พระเจ้ากำหนดมาให้

            “อีกม่ายนานหยอ แต่อุคกี้อ่ะร๊ากกกพี่เยซองน้า ร๊ากมานานแย้ว แย้วก็จาร๊ากกกกตลอดปายยยยเลยยย” และแล้วสิ่งที่เก็บเป็นความลับมาหลายปีก็ได้หลุดออกจากปากไปอย่างง่ายดาย เยซองที่ตอนนี้นิ่งค้างไปแล้ว 411 วินาที เมื่อเจอการบอกรักแบบไม่ทันตั้งตัว หัวใจที่เคยเต้นด้วยจังหวะปกติในตอนนี้กลับเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว

            “รักตั้งแต่ตอนไหนล่ะครับ” เยซองหลอกถามคนเมาทันที

            “อืมมมม ก็ร๊ากกกกตั้งแต่วันปฐมนิเทศ พี่เยซองร้องเพลงเพราะมากเยย เค้ารู้สึกอบอุ่น อยากอยู่ใกล้ๆพี่เยซอง แล้วเค้าก็แอบมองพี่เยซองทุกวานด้วยแหล่ะ” ร่างสูงได้ยินดังนั้นก็อึ้งกินไปอีกรอบ

            “พี่เยซอง” รยออุคเรียกร่างสูงด้วยน้ำเสียงกึ่งเมากึ่งจริงจังมือเล็กจับหน้าของชายหนุ่มไว้ ร่างสูงสบสายตาร่างเล็กตรงหน้า ใบหน้าทั้ง 2  อยู่ใกล้กันจนทำให้ใจเต้นแรง

            “เค้ารักพี่เยซองจริงๆนะ” ชายหนุ่มยิ้มกับความน่ารักของคนๆนี้ ไม่เคยมีใครทำให้เขาใจสั่นขนาดนี้ ไม่เคยมีใครทำให้เขาเป็นห่วงมากมายขนาดนี้ทั้งที่เจอกันเพียงไม่นาน ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าใจทั้งใจตกเป็นของคนตัวเล็กคนนี้อย่างแน่นอน

            ใบหน้าคมค่อยๆ เคลื่อนไปหาใบหน้าหวาน หน้าผากของทั้งสองอยู่ชิดกัน ปลายจมูกคลอเคลียกันไม่ห่าง

            “อุคกี้ครับ พี่มั่นใจแล้วนะ พี่ตกหลุมรักอุคกี้ไปเต็มๆเลยแหล่ะ” ร่างสูงสารภาพต่อร่างเล็ก ดวงใจน้อยๆ เต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือสิ่งที่รยออุคอยากได้แต่ไม่กล้าหวัง เจียมตัวอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่แอบมองก็สุขใจ แต่ตอนนี้สิ่งที่ไม่เคยคาดหวังกลับได้มาแล้วทำให้ความสุขมันแทบจะทะลักออกมา ความเมาที่มีในตอนแรกกระจายหายไปโดยปริยาย

            ริมฝีปากทั้งคู่แตะกันอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มมอบจูบแสนหวานให้กับคนตัวเล็กไม่มีการรุกล้ำใดๆ มีเพียงความอ่อนโยนอบอวนไปด้วยความรัก ชุ่มฉ่ำไปทั้งใจ มันอาจเป็นความรักที่ไวมากสำหรับร่างสูง แต่เป็นความรักที่รอคอยอย่างยาวนานสำหรับร่างเล็กแต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็คือทั้ง 2 ได้รักกัน

            เมื่อร่างสูงถอนริมฝีปากออกมาก็พบว่าใบหน้าของร่างบางแดงก่ำไปด้วยความเขิน ชายหนุ่มบีบแก้มใสเบาด้วยด้วยความหมั่นเขี้ยว

            “พี่เยซองอ่ะ >//////<

          “พี่ว่าน้ำคงไม่ต้องดื่มแล้วมั้งเนี่ย เหมือนจะหายเมาแล้วนะ” ชายหนุ่มบอกร่างเล็กที่ยังเขินไม่หาย

            “งือออ” รยออุคยกมือปิดหน้าตัวเองแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป

 

            ทั้ง 2 ออกมาด้วยรอยยิ้มจับมือกันแน่น งานนี้คงเคลียร์กันยาวเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามของแต่ละคน

            “กลับกันเถอะ ดึกมาแล้ว” เยซองบอกกับทุกคนซึ่งก็เห็นด้วยแล้วก็แยกย้ายกันกลับชินดงไปส่งฮีซอลอีทึกที่พักอยู่ด้วยกัน คิบอมส่งทงเฮที่บ้านอยู่ทางเดียวกับเขา ฮยอกแจก็ได้ไปกับคุณหมอคนจีน ส่วนซองมินที่ไม่รู้ว่าเป็นคราวซวยหรือไรที่บ้านดันอยู่ทางเดียวกับคยูฮยอนจึงต้องกลับด้วยกันไปตามระเบียบ

            และแน่นอนว่าเยซองไม่ยอมให้ใครไปส่งรยออุคเด็ดขาด ชายหนุ่มต้องไปส่งเองให้ถึงบ้าน ทั้งสองนั่งในรถอย่างเงียบๆ ไร้การสนทนา แต่ก็ไม่ได้อึดอัดแถมยังมีความสุขล้นไปทั้งใจ จนมาถึงบ้านรยออุค

            “ขอบคุณนะฮะพี่เยซอง เข้าบ้านก่อนมั้ยฮะ” รยออุคเอ่ยขอบคุณแล้วชวนร่างสูงให้เข้าไปในบ้านก่อน

            “ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ดึกแล้วพี่อยากให้อุคกี้พักผ่อน ฝันดีนะครับ” ชายหนุ่มบอกร่างเล็กไปนี่ดึกมากแล้วถ้าเข้าไปจะรบกวนคนในบ้านเปล่าๆ ไว้วันหลังก็ไม่เสียหายอะไร

            “งั้น ขับรถกลับดีๆ นะฮะ” ร่างเล็กโบกมือหยอยๆ บ๊าย บาย ร่างสูงแล้วเดินเข้าบ้านไปยังห้องนอนอาบน้ำให้สบายตัว เข้านอนด้วยความสุข
            "ดีใจจังที่จูบแรกของเราเป็นพี่เยซอง อ้ากกกกก >//////<" ร่างเล็กยกหมอนปิดหน้า นั่งบิดไปมาบนที่นอนด้วยความเขิน

“หลังจากนี้คงจะเจอแต่เรื่องดีๆ นะอุคกี้” ยิ้มให้ตัวเองหนึ่งทีก่อนหลับไปด้วยความเหนื่อย



อ่าาาา มาต่อแย้วค่า พาร์ทนี้เย่เรียวจัดเต็มหวานอ่าๆๆๆ นังชะนีน้อยไม่ได้แอ้มหรอกคร้าาาเจอคิมฮีซอลเข้าไป แถมด้วยคิมคิที่นั่งเงียบมานาน แหลไม่ออกเลย 55
ตอนหน้ามาลุ้นกันต่อนน้าาาคร้าาาา ขอบคุณที่อ่านกันมานะคะ ยิ้มปลื้ม ^____^

        

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #18 LEE KI WOO (@chutiwan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 23:00
    น่ารักทุกคู่เลยค่ะ
    #18
    0
  2. #17 LEE KI WOO (@chutiwan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 22:55
    น่ารักที่สุดอ่ะ
    #17
    0
  3. #7 <3 KIMJONGWOON (@kai-_-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 14:35
    คิมฮีแรงมากอะ ชะนีหัวหดไปเลย
    #7
    0