The Days Before | KOOKMIN

ตอนที่ 8 : The Days Before 7 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    5 พ.ย. 63




เคยหวาดกลัวแผ่นหลังของเธอที่สุด ไม่อยากให้เธอหันหลังให้

แต่วันนี้ฉันรู้แล้ว ว่าการเผชิญหน้ากับเธอมันน่ากลัวยิ่งกว่า

...โดยเฉพาะเมื่อเธอมีใครอีกคนยืนอยู่ข้างหลัง

 


คงจะนับจากช่วงนั้นเป็นต้นมา ที่พัค จีมินหันมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเรียนจนกลายเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ผลการเรียนดีที่สุดในรุ่น ประกาศนียบัตรที่มีคำว่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งประดับอยู่นั้นทำให้ยิ้มออกในวันเรียนจบ แต่เมื่อนึกถึงแรงผลักดันที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในจุดนี้ ภายในหัวก็พลันว่างเปล่าไปชั่วขณะราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกวางทิ้งเอาไว้หลังจากใช้ไปได้แค่ครึ่งม้วน ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปโดยมุ่งหน้าแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องอื่นใดอีก



รู้สึกอายทุกครั้งที่นึกย้อนไปถึงสภาพตัวเองในวันนั้น แต่ก็รู้ดีแก่ใจว่าแม้จะย้อนเวลากลับไปได้ ตัวเขาก็คงจะทำแบบเดิมทุกอย่างอยู่ดี ดื่มเหล้าเมามายราวกับคนไม่มีสติ แต่ก็จดจำได้เป็นอย่างดีว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง บุกเข้าไปในห้องของจอน จองกุกตอนเวลาประมาณตีสาม หลังจากกลับมาจากร้านเหล้า เจ้านั่นพอเห็นสภาพเพื่อนสนิทห้องตรงข้ามก็ถึงกับหายงัวเงีย ถึงจะบ่นไม่หยุดปากแต่ก็พาพัค จีมินไปนั่งที่โต๊ะอาหารในห้องของตัวเองแล้วเตรียมน้ำเปล่ามาให้



“นาย...ที่คุยกับคิม แจบอมก็เพื่อประชดฉันคืนใช่ไหม”



ถามออกไปตามที่คิดจริงๆ ในตอนนั้น จอน จองกุกที่เพิ่งเดินไปเปิดไฟในห้องให้สว่างดูจะไม่ชอบคำถามนั้นเท่าไหร่นัก



“จะบ้าเหรอ ฉันจะทำอย่างนั้นไปทำไม”



“นายทำ...ไม่งั้นนายไม่คุยกับเขาหรอก...ถ้าเป็นผู้ชาย...ถ้าจะเป็นผู้ชายก็กลับมาหาฉันสิ...ทำไมต้องไปหาคนอื่น...”



น้ำเสียงเนือยๆ ดังสลับเบานั้นเอ่ยเนิบช้า แต่คนฟังก็ทนฟังจนเสียงนั้นเงียบไปครู่ใหญ่ เป็นสัญญาณว่าพูดจบแล้ว



“นายพูดเองว่ามันไม่เกี่ยวไม่ใช่เหรอ จะชายหรือหญิง” ตอบกลับมาอย่างเรียบๆ และใจเย็น พัค จีมินหลับตาพลางส่ายหน้าเบาๆ ก้มหน้าเอนกายเท้าขอบโต๊ะด้วยความมึนขณะพูดต่อ



“ผู้หญิงยังดีกว่า...อย่างน้อยถ้าเป็นผู้หญิง...ฉันรู้ว่าฉันไม่มีโอกาส...เทียบกันไม่ได้...” กลืนน้ำลายหนึ่งอึกพร้อมสีหน้าที่เริ่มบิดเบ้เบาๆ เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ดันขึ้นมาจากในอก “แต่ถ้าเป็นผู้ชาย...ทำไมไม่เป็นฉัน...ทำไมเป็นคนอื่น...”



คำถามสุดท้ายนั้นสั่นเครือเมื่อเด็กหนุ่มเริ่มร้องไห้ออกมาจนตัวสั่นเทา พัค จีมินหลับตาแน่นขณะก้มหน้าร้องไห้จนน้ำตาหยดลงบนโต๊ะหยดแล้วหยดเล่า



“...”



จอน จองกุกได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยอาการสงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ



“ช่างมันไปก่อนสิ ทั้งคำพูดของฉัน หรือของนาย...หยุดก่อนได้ไหม หยุดไว้ทุกอย่างเลย...”



อ้อนวอนเสียงกระท่อนกระแท่นด้วยหัวใจที่เจ็บปวดจนรู้สึกได้ผ่านร่างกาย อาจจะฟังดูเหมือนพูดจาละเมอเพ้อพก แต่ในตอนนั้นตัวเขาคิดแบบนั้นจริงๆ ทุกอย่างมันดูเดินเร็วนำหน้าเขาไปหมด เขาตามมันไม่ทันแล้ว ทั้งความรู้สึกของตัวเอง ทั้งเรื่องของจอน จองกุก รู้ตัวอีกทีก็เหมือนกับว่าถูกทิ้งไปไกลแสนไกลแล้ว จะเรียกว่ายังรับความจริงไม่ได้ก็ไม่ผิดนัก



ไม่ได้เงยหน้ามองว่าจอน จองกุกกำลังทำหน้าอย่างไรอยู่ แต่สองหูได้ยินเสียงของอีกคนจากทางซ้ายมือที่แสดงออกชัดว่าลำบากใจ...แต่ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมากนัก



“นายบอกว่าเป็นเพื่อนกัน ฉันก็ทำตามนั้น มันก็เท่านั้นเอง”



“...”



คนฟังหลับตาแน่นกว่าเดิม ไหล่ทั้งสองข้างสั่นไหวเพราะน้ำตาที่เอ่อท้นขึ้นมาอีกครั้ง



จอน จองกุกเหม่อมองออกไปอีกทาง เอนกายพิงขอบประตูห้องนอนที่ปิดเอาไว้ “ความรู้สึกของฉันไม่เท่าไหร่ แต่ความรู้สึกของแจบอมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เขาไม่ควรต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น”



เสียงสะอื้นฮั่กดังขึ้น “แต่ฉันชอบนายก่อน...ฉันมีนายก่อนนะ จองกุก”



“ฉันก็มีนายก่อน จนกระทั่งลี ฮันซองเข้ามา จำได้ไหม”



“ฉันเลิกคุยกับเขาไปแล้ว”



“ใช่ไง และขีดเส้นจำกัดความสัมพันธ์ของเราให้เหลือแค่เพื่อนไปแล้วด้วย”



“จอน จองกุก นี่ฉันเอง ฉันจีมินไง! คำพูดคำจาแบบนั้นพอสักทีได้ไหม”



“ฉันกำลังเตือนสตินายไงล่ะ กลับมามองความจริงได้แล้ว อะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือนายกับฉัน และตอนนี้เราก็ทำมันมามากพอแล้ว”



“นายไม่เข้าใจอะไรเลย ฉันก็แค่...” น้ำเสียงสั่นเครือนั้นขาดห้วงไปเพราะแรงสะอื้นของเด็กหนุ่มที่ร้องไห้จนหน้าแดงไปหมด “ฉันเข้าใจทั้งหมดว่านายอยากจะพูดอะไร แต่ฉันแค่...”



“...”



จอน จองกุกจ้องมองพัค จีมินที่ดูเหมือนกำลังพยายามสูดหายใจเพื่อให้อาการหอบสะอื้นของตนเองทุเลาลง ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวนั้นอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเริ่มเข้าใจสิ่งที่พัค จีมินต้องการในตอนนี้



เวลาที่ทะเลาะกัน ถ้าพัค จีมินอยู่ในสภาพแบบนี้ จอน จองกุกจะยอมพักยกการถกเถียงไปโดยไม่มีข้อแม้ เขาจะยอมโอนอ่อนให้ทุกครั้งเพราะเป็นฝ่ายที่ใจเย็นกว่า และจะเข้าไปกอดรางเล็กกว่าเอาไว้เบาๆ เพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลง อ้อมกอดของจอน จองกุกคือยาวิเศษสำหรับพัค จีมิน ในตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าเจ้าตัวคงต้องการมันมากๆ เพื่อให้ความเจ็บปวดและสับสนนั้นเบาบางลง



แต่ในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งที่เขากอด เขาไม่เคยกอดเพราะมองพัค จีมินเป็นเพื่อนเลยสักครั้ง



“...ฉันคงให้นายไม่ได้แล้ว ช่วยเข้าใจทีนะ”



“...”



รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาตั้งแต่หัวจรดเท้า คำพูดนั้นจอน จองกุกพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในบรรดาทุกๆ คำในบทสนทนานั้น แต่มันกลับทำให้พัค จีมินช็อคจนน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ โดยไร้อาการสะอื้น



ทำใจได้ยากเหลือเกิน การที่จอน จองกุกเลือกเผชิญหน้ากับเขาเพื่อปกป้องความรู้สึกของใครคนอื่นยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับพัค จีมินมาก ในตอนนั้นคิดว่าคงไม่มีวันจะรับได้เลย จะใช้ชีวิตอยู่โดยรู้ว่าจอน จองกุกรักใครอื่นมากกว่าเขาได้อย่างไร มันเหมือนว่าชั่วชีวิตที่ผ่านมามันเป็นแค่ความฝัน เป็นเรื่องโกหกที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น



และความเจ็บปวดนี้ พอนึกย้อนไปว่าจอน จองกุกคงผ่านมันไปก่อนเขาแล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้สึกผิดเข้าไปอีก ในตอนนั้นจองกุกไม่ได้มาเรียกร้องอะไรแบบที่เขาทำ จะต้องอดทนกล้ำกลืนแค่ไหนกัน หากรักจองกุกมากขนาดนั้นแล้วทำไมถึงทำร้ายกันได้ลงคอ จนกระทั่งหลายสิบปีผ่านมานี้พัค จีมินก็ยังคงอดคิดไมได้ว่าตัวเขาได้ไปสร้างบาดแผลแสนสาหัสให้กับจอน จองกุกหรือไม่ แล้วถ้าใช่ ในตอนนี้เขาจะก้าวข้ามมันไปได้หรือยัง



เวลานึกถึงเรื่องของเรา มันทำให้จอน จองกุกยิ้มอย่างสุขใจหรือเจ็บปวดจนร้องไห้ออกมากันแน่



ออฟฟิศของพัค จีมินนั้นเลิกงานที่เวลาบ่ายสามโมงตรง กิจวัตรประจำก็คือการเดินไปที่สถานีรถไฟใต้ดินไม่ไกลจากที่ทำงานอย่างไม่รีบร้อน สำหรับมื้อเย็นก็คงจะกินที่ย่านร้านอาหารแถวอพาร์ทเม้นท์อีกตามเคย หากโชคดีคงไม่มีโทรศัพท์ด่วนจากที่ทำงานให้ช่วยจัดการเอกสารจุกจิกให้อีก เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับหนึ่งวันของหัวหน้าแผนกพัค



อันที่จริง รถบัสก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ราคาถูกและสะดวกกว่ารถไฟใต้ดินเล็กน้อยเพราะไม่ต้องเดินย้อนกลับ แต่รอบรถไฟมีเยอะกว่า แถมโอกาสที่จะเจอเพื่อนร่วมงานที่สถานีรถไฟอันกว้างขวางก็มีน้อยกว่าที่ป้ายรถบัสด้วย หลังเลิกงานก็ควรจะออกห่างจากทั้งที่ทำงานและคนจากที่ทำงาน รถไฟใต้ดินจึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งทุกครั้งหลังเลิกงานของพัค จีมิน



ทั้งที่คิดว่าน่าจะเลี่ยงคนจากที่ทำงานได้ดีแล้ว แต่ที่ชานชาลาเดียวกัน พัค จีมินจ้องมองใครคนหนึ่งจากข้างหลังไม่วางตา



สมกับที่เคยบอกไว้ว่าชอบผมทรงนี้ที่สุด ผ่านมาหลายปีก็ยังคงไว้ผมทรงเดิมไม่เคยเปลี่ยน ดูจากความสั้นยาว คงจะเพิ่งตัดมาใหม่ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์นี่เอง



รถไฟสายหนึ่งเคลื่อนตัวมาเทียบชานชาลา ไม่ใช่สายที่พัค จีมินกำลังรออยู่ แต่คนในสายตาของเขากำลังเดินขึ้นไป ลังเลอยู่ชั่วขณะจึงรีบก้าวเท้าตามไปทันเฉียดฉิวก่อนที่ประตูจะปิดพอดี



ยืนจังงังอย่างุนงงก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง ดันตามขึ้นมาแล้วจนได้ แต่ก็ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยนั่งบัสกลับอีกต่อหนึ่งก็ได้



ไม่ต้องกวาดสายตามองหา ก็สบตากับอีกฝ่ายที่สีหน้าดูจะตกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาอยู่บนรถไฟขบวนเดียวกัน พัค จีมินถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนที่ว่างข้างๆ จอน จองกุกในขณะที่รถไฟกำลังวิ่งอยู่ ทั่วทั้งคันรถเงียบสงบเพราะทุกคนต่างไม่พูดคุยกับใคร



“...”



มองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ในขณะที่จอน จองกุกเบิกตาเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าด้านข้างของพัค จีมินอย่างคนทำอะไรไม่ถูก



เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงทำหน้าไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไร จึงหันกลับมาเอนตัวพิงพนักที่นั่ง แล้วระบายยิ้มออกมาอย่างขบขัน



“นึกว่าจะไม่ทักกันซะแล้ว”



พัค จีมินเมื่อได้ฟังเสียงนั้นอีกครั้งในรอบหลายปี ก็เผยยิ้มออกมาอย่างสงบใจเช่นกัน



ในตอนที่กำลังเดินมานั่ง เขาเห็นมันเข้าแล้ว ถึงจะทำให้ตกใจอยู่ในวินาทีแรก แต่ก็กลับทำให้รู้สึกโล่งใจเอามากๆ จนสามารถยิ้มออกมาได้อย่างจริงใจขนาดนี้



ที่นิ้วนางข้างซ้ายของจอน จองกุก...แหวนเงินดีไซน์เรียบๆ วงนั้นเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเจ้าตัวได้ปล่อยวางและเดินออกมาจากเรื่องราวเก่าๆ ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว



“จะไม่ทักได้ยังไงกันล่ะ”



ก็นายเป็นเพื่อนสนิทของฉันนี่นา





⧆⧆⧆⧆⧆⧆⧆

#กุกมินวันก่อน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #56 Yada_Aim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 19:49
    จุกแต่เราเข้าใจนะ พอถึงวันนึงมันก็ต้องเดินออกมาจากวังวนนั้น แต่เราหน่วงมากฮืออออ ขอบคุณไรท์นะคะ
    #56
    0
  2. #55 wshinatip (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:43
    อืม เจ็บอะ
    #55
    0
  3. #54 Lajeemolala_rr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 10:07
    ทำไรไม่ได้นอกจากจัดการตัวเอง /ขอบคุณนะไรท์ที่แต่งความรักอีกมุมมองที่ไม่ได้สวยงามออกมา ยิ่งกับเฟรนโซนแล้ว เราคิดว่าแบบนี้มันเรียลที่สุด เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่มีชื่อว่าเพื่อนมาแต่แรก
    #54
    0
  4. #46 hugegirl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 02:31
    โห ความรู้สึกเหมือนดู 5cm per sec จบ มันแบบ คนนึงไปต่อได้ อีกคนไม่ได้ ไม่ชอบแบบนี้เลย ฮือๆ 😭
    #46
    0
  5. #45 ilysbjjk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 10:50
    เอ้า... แงงงงงงคุณไรท์ยังคงความเป็นคุณไรท์ในแทบจะทุกเรื่องที่อ่านมาไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวังมันก้จบอย่างดีที่สุดในแบบของมันแล้ว ฮือออออออทำดีแล้วค่ะะ
    #45
    0
  6. #44 km13 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 05:21

    อ่านตอนจบแล้ว เราเหมือนคนอกหักอะ..แอดทำไมใจร้ายอย่างนี้
    #44
    0
  7. #43 ppeapcr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 22:34
    เหม่อเลยค่ะ😭
    #43
    0
  8. #42 parksukie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 20:09

    ฮือออออ เศร้าใจที่สุดเลยยยยยยยย
    #42
    0
  9. #41 deepestnavyblue (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 19:59
    โฮรร นี่คงจะเป็นผลลัพธ์ของการที่ไม่ได้พูดในสิ่งที่ใจเราคิดออกไปสินะ เจ็บปวดจังเลย ;___;
    #41
    0
  10. #40 nntoo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 17:56
    เหม่อเลยค่ะ เศร้าไม่ไหว มันเศร้ามากๆๆๆๆๆๆ มันซึม มันเหงา มันหน่วงในใจนะคะ เฮ้ออออออออ
    #40
    0
  11. #39 As sky Iris (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 17:34
    มันเศร้าไปอ่ะ😢😢😢😢
    #39
    0
  12. #38 Zomzaaa15 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 17:22

    งื้ออ...😭😭😭😭
    #38
    0
  13. #37 barabung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 17:20

    ซึมเปงหมาาาเเล้ว
    #37
    0