The Days Before | KOOKMIN

ตอนที่ 7 : The Days Before 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    3 พ.ย. 63






พวกเราดูดีเลยล่ะ.

 




 

ค่ำคืนสุดท้ายของเดือนธันวาคมที่ซึ่งบรรยากาศหนาวเย็นเริ่มเคลื่อนมาทายทัก เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เด็กม.ปลายจะเริ่มอยากใช้เวลาในคืนวันปีใหม่กับเพื่อนของตนเองแทนที่จะเป็นครอบครัว ปาร์ตี้ไร้ซึ่งแอลกอฮอล์เพราะอายุยังไม่ถึง มีเพียงขนมขบเคี้ยวนานาชนิดกับน้ำหวานและเกมส์สนุกๆ ก็เพียงพอแล้ว ภายในห้องนอนกว้างขวางพอให้เด็กหนุ่มเจ็ดคนนอนเรียงกันได้ เสียงเพลงจังหวะสนุกที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในช่วงเวลานั้นดังเคล้าคลอไปพร้อมกับเสียงพูดคุยและหัวเราะของกลุ่มเด็กหนุ่มบนชั้นสองของบ้าน แม้จะเป็นเวลาห้าทุ่มแล้วก็สามารถส่งเสียงดังได้ตามใจชอบเพราะในตอนนี้ในละแวกบ้านต่างก็กำลังเฉลิมฉลองนับถอยหลังรอเวลาเที่ยงคืนอยู่เช่นกัน



พ่อและแม่ของเด็กหนุ่มเจ้าของบ้านถือโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันในช่วงปีใหม่โดยไว้วางใจให้ลูกชายเฝ้าบ้านเพียงลำพัง เรื่องที่พาเพื่อนมานอนที่บ้านก็ได้ตกลงและรับทราบกันทั้งสองฝ่าย เมื่อตอนหัวค่ำยังมีการโทรมาถามว่าของกินเพียงพอหรือไม่ และช่วยสมทบทุนซื้อไก่ทอดและพิซซ่าให้กับลูกชายและเพื่อนๆ อีก เป็นวันที่ถูกตามใจจนเหมือนฝันไป เพราะหากไม่ใช่เพราะฉลองปีใหม่ ทุกคนในกลุ่มต่างรู้ดีว่าคุณแม่ของเพื่อนหนุ่มคนนี้นั้นค่อนข้างเข้มงวดอยู่พอสมควร



ร้องเล่นดื่มกินกันได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นใด โรงเรียนก็ปิดเทอม การบ้านก็ไม่มี พรุ่งนี้ก็ตื่นสายได้ เวลาห้าทุ่มกว่าๆ กลุ่มเด็กหนุ่มกำลังทำลายบรรยากาศน่าขนลุกหลังจากตั้งวงเล่าเรื่องผีด้วยการเปิดเพลงสนุกๆ และชวนกันเล่นเกมการ์ด ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไปยังมีเกมส์อีกมากมายที่พวกเขาตั้งใจว่าจะเล่นด้วยกันอยู่



“มันฝรั่งหมดแล้วเหรอ ฉันกินไปแค่นิดเดียวเอง”



 หนึ่งในกลุ่มเด็กหนุ่มร้องถามขึ้นมาเมื่อหันไปที่กองซองขนมแล้วไม่พบมันฝรั่งทอดสักถุง จนคนอื่นๆ ที่กำลังตั้งอกตั้งใจเล่นเกมการ์ดหันมามองตาม



“ฉันกินถุงสุดท้ายเอง” เด็กหนุ่มอีกคนในวงตอบกลับไป ซึ่งก็ทำให้คนฟังส่งเสียงออกมาอย่างเสียดายแบบไม่จริงจังมากนัก



“อยากกินไหม เดี๋ยวฉันออกไปซื้อให้” เด็กหนุ่มในวงเกมการ์ดอีกคนเสนอขึ้นมา ในบริเวณนั้นมีร้านสะดวกซื้อที่เปิดจนถึงตีสองอยู่ เดินไปไม่เกินสิบนาทีก็ถึง เมื่อมีคนเสนอ เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่เหลือจึงเริ่มให้ความสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้น



“เฮ้ย จีมิน จะเที่ยงคืนแล้ว ช่างมันเหอะ ขนมอย่างอื่นก็เหลืออยู่”



“เดี๋ยวฉันไปด้วย ฉันอยากกินรามยอนถ้วยพอดี” เด็กหนุ่มอีกคนอาสาขึ้นมาอีก ทั้งสองสบตากันเพียงแวบเดียว แล้วจึงหันกลับไปมองเพื่อนคนอื่นๆ อย่างเป็นธรรมชาติ



“เออ ฝากด้วยดิจองกุก อยากกินเหมือนกัน”



“ฉันด้วย ขอสองเลย”



“ขอด้วย”



ดูเหมือนรามยอนถ้วยจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เด็กหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงวัยกำลังกินกำลังนอนพอนึกถึงน้ำซุปร้อนๆ และรสจัดจ้านของรามยอนถ้วยก็พากันน้ำลายสอแม้จะพากันกินไม่หยุดมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วก็ตาม



“เยอะขนาดนี้พวกนายต้มน้ำรอเลยละกัน” จอน จองกุกตอบขณะยันกายลุกขึ้นจากพื้นพร้อมๆ กับพัค จีมิน ตั้งเป็นสิบถ้วยคงจะใส่น้ำร้อนจากร้านสะดวกซื้อมาไม่ได้ หลังจากจดรายการฝากซื้อลงในเศษกระดาษจนครบแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองจึงเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านมายังถนนภายในซอยเล็กๆ ที่มีเพียงแสงสว่างจากเสาไฟสลัวๆ ข้างทาง



บรรยากาศเงียบลงกว่าเดิมทันตา แม้จะมีเสียงเพลงหรือเสียงพูดคุยจากบ้านอื่นๆ ในละแวก แต่ก็ยังดูสงบเงียบ ประกอบกับความเย็นเยียบของต้นฤดูหนาวที่ทำเอาสั่นไปเล็กน้อยขณะเดินอยู่ข้างนอกตอนกลางคืน เด็กหนุ่มสองคนพูดคุยกันเบาๆ บนถนนลาดชันอันไร้ซึ่งผู้คน หยอกล้อและหัวเราะให้กันเพียงแค่สองคนไปตลอดทาง ก้าวย่างที่เดินนั้นอ้อยอิ่งไม่รีบร้อนอย่างจงใจ เพื่อที่จะได้ยืดเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันสองคนให้นานที่สุดก่อนที่จะต้องกลับไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ



และดูเหมือนจะลีลาจนสำเร็จ เหลือเลี้ยวขวาตรงหัวมุมอีกแค่ครั้งเดียวก็จะถึงร้านค้าแล้ว แต่ทั้งสองก็ต้องหยุดเดินเพื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าที่มีประกายไฟอะไรบางอย่างลอยพุ่งขึ้นสูง แล้วระเบิดออกจนเกิดเสียงดังชวนตกใจ แต่ภาพที่เห็นนั้นช่างงดงามจับตาจนพากันเบิกตากว้างและส่งเสียงออกมาอย่างประทับใจ



ลูกที่หนึ่งระเบิดออก ลูกที่สองและสามก็ตามมาไม่ขาดจนเกิดเสียงหวีดวิ้วสลับกับเสียงระเบิดดังสะท้อนอยู่ในหู ดวงตาคู่สวยของเด็กหนุ่มทั้งสองสะท้อนประกายไฟหลากสีสันที่แต่งเติมท้องฟ้ามือมิดเบื้องบนจนสว่าง ประกายไฟเหล่านั้นเมื่อกระจายตัวออกก็ค่อยๆ ร่วงลงมาอย่างช้าๆ ราวกับจะหล่นชโลมลงมาบนร่างของพวกเขา พลุไฟหลากลวดลายและสีสันและเสียงร้องเฮที่ดังแว่วๆ มาจากเพื่อนบ้านรอบๆ เป็นสัญญาณบอกว่าวันแรกของปีใหม่ได้เดินทางมาถึงแล้ว



ก่อนที่แสงสีและเสียงปุ้งปั้งของพลุจะดับหายและเงียบไป ที่มุมมืดอับแสงสว่างจากเสาไฟและท้องฟ้า เด็กหนุ่มสองคนสบตากันหลังจากมอบรอยจูบอ่อนโยนให้กันและกันโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา



ความเย็นจากกำแพงที่แผ่นหลังอุ่นพิงอยู่ ภาพใบหน้าของใครคนหนึ่งที่ดูอ่อนเยาว์กว่าในตอนนี้โดยมีฉากหลังเป็นประกายไฟหลากสีสันของพลุไฟบนท้องฟ้า ค่ำคืนที่ได้แลกเปลี่ยนรสจูบให้กันเป็นครั้งแรก และสบตาหัวเราะกันสองคนหลังจากแก้ตัวกับเพื่อนคนอื่นๆ ว่ามาช้าเพราะหลงทางระหว่างกลับ



เพราะอากาศเย็นทำให้สัมผัสที่มอบให้กันนั้นไม่เหมือนที่คาดหวังเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากของจอน จองกุกในคืนนั้นมันทั้งเย็นแถมยังแอบแห้งสาก สัมผัสกันเพียงไม่กี่วินาทีก็ผละออกจากกันเพราะหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะลุออกมาจากอก พูดอะไรไม่ออกเพราะต่างรู้กันว่าเพียงแค่ควบคุมลมหายใจไม่ให้หอบลึกก็ลำบากพออยู่แล้ว




จูบแรกของฉันคือนาย ไม่ใช่จูบที่ดีที่สุด แต่ต่อให้อายุเจ็ดสิบก็เหมือนจะไม่มีวันลืมเลย




“ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าจอน จองกุกก็คบผู้ชายได้ด้วย”



เพื่อนร่วมสาขาสาวสวยคนหนึ่งรำพึงออกมาหลังจากที่เพิ่งได้รู้ว่าตอนนี้จอน จองกุกวิศคอมคนนั้นกำลังดูใจกันกับเพื่อนหนุ่มร่วมทีมเบสบอลคนหนึ่ง เพราะรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นและยังเป็นนักกีฬาเบสบอล ทำให้จอน จองกุกค่อนข้างเป็นที่รู้จักในหมู่สาวๆ ในมหาวิทยาลัย



พัค จีมินที่กำลังทบทวนชีทเรียนจากคาบที่แล้วเงยหน้าขึ้นมาให้ความสนใจอย่างช่วยไม่ได้ เป้นจังหวะเดียวกับตอนที่หญิงสาวหันมาสบตาเข้าพอดีเพราะนั่งอยู่ไม่ไกลจากกัน



“นายเป็นเพื่อนเขาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหม เขาชอบผู้ชายมานานแล้วหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ยังเห็นคบกับจอง มินจูสาขาการคลังอยู่เลย”



เอ่ยปากถามอย่างไม่เกรงใจ พัค จีมินกลอกตาครุ่นคิดเล็กน้อยขณะตอบกลับไปอย่างสบายๆ



“ก็อาจจะได้ทั้งสองแบบ ฉันก็ไม่ค่อยรู้นะ”



หญิงสาวถอนหายใจออกเสียงพลางทำหน้าครุ่นคิดสงสัยอย่างถึงที่สุด “ถ้างั้นแฟนคนแรกเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะ เรื่องนี้นายน่าจะรู้ใช่ไหม”



“...”



พัค จีมินกระพริบตาปริบ โชคดีเป็นอย่างมากที่อาจารย์ประจำวิชาเดินเข้าห้องเรียนมาพอดิบพอดี เขาจึงได้โอกาสหลีกเลี่ยงคำถามนั้นไปได้มาอย่างหวุดหวิด



แต่ก็เป็นคำถามที่ทำให้สะท้อนใจเป็นอย่างมาก คาบนั้นเสียงของอาจารย์และตัวหนังสือในชีทไม่เข้าหัวพัค จีมินเลยแม้แต่คำเดียว



แฟนคนแรกของจอน จองกุกก็คือฉันนี่ไง...พวกเธอจะรู้อะไร ฉันคือคนแรกและครั้งแรกในแทบจะทุกๆ อย่างในชีวิตเขา ไม่ว่าเธอหรือใครหน้าไหนก็มาแทนที่ตรงนี้ไม่ได้ทั้งนั้น



ต่อให้เป็นคิม แจบอมก็ตาม...พื้นที่ข้างกายของจอน จองกุกจะไม่มีทางเปลี่ยนให้ใครทั้งนั้น พวกเธอไม่มีทางได้เห็นหรือได้รู้หรอก เพราะมันคือที่ของพัค จีมินและจอน จองกุกแค่สองคนเท่านั้น แค่เราสองคน







⧆⧆⧆⧆⧆⧆⧆⧆

#กุกมินวันก่อน







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #36 ilysbjjk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 12:14
    เศร้าจัง อะไรที่รู้กันอยู่แค่2คนแต่คนอื่นไม่รู้ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริงเนอะ พัค จีมิน ฮือออออหน่วงมาก
    #36
    0
  2. #35 deepestnavyblue (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 10:40
    เฮ้อ จะเป็นยังไงต่อไปนะ ถ้ายังไม่มีใครพูดกันแบบตรงๆอ่ะ แล้วจะลงเอยกันเมื่อไหร่ ปัดโธ่
    #35
    0
  3. #34 parksukie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 06:02
    งื้อออ หน่วงในใจจังเลย หวังว่าจะลงเอยด้วยดีนะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #34
    0
  4. #32 wariyas (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 23:16
    แงงงงง รอนะคะคุณไรท์
    #32
    0
  5. #31  KP. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 23:14

    รอน้าก้าบบบ
    #31
    0
  6. #30 Zomzaaa15 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 22:50

    มาต่อเร็วๆน๊าาาา...รอคร้า
    #30
    0