The Days Before | KOOKMIN

ตอนที่ 2 : The Days Before 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    27 ก.ย. 63





เกมส์ที่ใช้ใจเป็นเดิมพัน สนุกสนาน สวยงาม จรรโลงใจ

แต่มีเงื่อนไขว่าเธอต้องเล่นมันให้ถูกต้องและซื่อตรง

 



ลองเลิกกันก่อนไหม บางทีลองไปคบผู้หญิงดูอาจจะดีเหมือนกัน



ขณะพักสายตาจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบ หลังจากที่พูดคุยกันเกี่ยวกับประเด็นหนึ่งมาร่วมชั่วโมงกว่าๆ จอน จองกุกก็พูดประโยคนั้นขึ้นมาด้วยท่าทางสบายๆ ไม่คิดอะไรมาก



พัค จีมินลองคิดตามคำพูดของเจ้าของห้องที่ทั้งสองใช้อ่านหนังสือ ก่อนจะเลิกคิ้วอย่างเห็นด้วยพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ



น่าสนใจนะ ลองดูก็ได้



สิ้นคำพูดนั้น ทั้งสองก็ยุติความสัมพันธ์ที่ปิดเป็นความลับกับทุกคนเอาไว้เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย



ตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่จำความได้ เด็กอายุเท่ากันที่พัค จีมินเห็นหน้าเป็นคนแรกก็คือจอน จองกุก สามวันดีสี่วันทะเลาะตามประสาเด็ก แต่ก็ไม่เคยมีสักวันที่ไม่ได้ออกไปเล่นด้วยกัน ติดตามกันเป็นเงาจนแม้แต่เพื่อนๆ ในห้องหรือคุณครูชั้นอนุบาลและประถมก็ยังแซวกันติดปากว่าเป็นฝาแฝดที่พลัดพราก ครอบครัวของทั้งสองบางครั้งก็ทำเอาคนนอกแยกไม่ออกว่าตกลงเด็กคนไหนเป็นลูกบ้านไหนกันแน่ สมัยประถมความสนิทสนมของทั้งสองเคยทำให้เด็กผู้หญิงในห้องร้องไห้มาแล้ว เพราะจอน จองกุกเอาแต่สนใจพัค จีมินไม่ยอมไปเล่นกับเธอตามที่ขอเลยสักครั้ง



ในตอนนั้นเพื่อนบ้านละแวกเดียวกันใครๆ ต่างก็เชื่อว่าเจ้าจองกุกและเจ้าจีมินคงจะผูกพันกันมาตั้งแต่ก่อนเกิดเสียอีก บางครั้งก็แกล้งทำตัวประหลาด พูดจาสลับพยางค์กันไปมาจนพวกผู้ใหญ่อกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน จนคุณนายพัคและคุณนายจอนต้องเรียกมาดุยกใหญ่เพราะดันไปสร้างข่าวลือแปลกๆ ในหมู่เพื่อนบ้าน แต่เด็กทั้งสองก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ยังคงเล่นพูดสลับคำกันต่อไป ไม่ใช่เพราะอยากแกล้งใคร แต่เพราะค้นพบว่ามันสนุกดีที่อีกฝ่ายเดาว่าตัวเองตั้งใจจะพูดอะไรต่อได้ถูกต้องทุกคำ จนนานวันเข้าครอบครัวของทั้งสองและบรรดาเพื่อนบ้านก็ค่อยๆ เคยชิน หลังจากนั้นพอเริ่มเบื่อแล้วทั้งสองจึงหยุดกันไปเอง แล้วไปหาอะไรอย่างอื่นเล่นด้วยกันต่อ



ช่วงมัธยมต้นที่จอน จองกุกต้องย้ายตามครอบครัวไปเรียนที่โซล เป็นช่วงเวลาที่บุคลิกของทั้งสองเริ่มแยกทางออกจากกัน ความคิดความอ่านก็เริ่มมีความแตกต่างกันแต่ก็ไม่ได้ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด กลับกัน ความแตกต่างนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงข้ามที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน กลายเป็นว่าขาดกันไม่ได้มากกว่าเดิม เพราะจากความรู้สึกของเพื่อนได้พัฒนากลายไปเป็นความรักในเวลาต่อมา



ความรู้สึกนั้นเอ่อล้นและมากมายจนพัค จีมินตัดสินใจสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายแห่งเดียวกับจอน จองกุก ซึ่งทางบ้านก็สนับสนุนเป็นอย่างดีเพราะไว้วางใจที่มีครอบครัวของจอน จองกุกคอยดูแลอยู่ที่โซล บ่อยครั้งที่ได้ไปค้างคืนอยู่ที่บ้านจอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจอน จองกุกคือฝ่ายที่ไปนอนค้างที่หอพักของพัค จีมินราวกับเป็นรูมเมทกัน ไปบ่อยเสียจนคุณจอนต้องแอบจ่ายเงินค่าหอพักช่วยด้วยความเกรงใจเลยทีเดียว



ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาของชีวิตนักเรียนม.ปลาย ทั้งสองก็ราวกับได้กลับไปใช้ชีวิตแบบสมัยเด็กๆ พัค จีมินมีแค่จอน จองกุก และจอน จองกุกมีแค่พัค จีมิน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทว่าติดอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ดูจะเป็นไปอย่างทุลักทุเลบางครั้ง เพราะทั้งสองจำเป็นต้องเก็บมันเป็นความลับระหว่างกันเท่านั้น



ทั้งชีวิตมีแต่กันและกันมาตลอด ไม่แปลกที่วันหนึ่งจะเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะลองแยกกันเพื่อใช้ชีวิตของตนเองจริงๆ เสียบ้าง หลังจากผลการสอบออกมาตามที่ใจคาดหวัง พัค จีมินและจอน จองกุกที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็เริ่มต้นชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วยสถานะโสด



แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแยกกันในฐานะเพื่อนด้วย มหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียนนั้นแทบจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองโซล ไกลจากบ้านของจอน จองกุก ทำให้ต้องย้ายเข้าหอพักกันทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองก็เลือกที่จะอยู่หอพักเดียวกันเพื่อความสะดวกในการติดต่อ และเพื่อความสบายใจของคุณแม่ทั้งสองคน จึงยอมอยู่ห้องพักตรงกันข้ามกันตามที่ถูกขอร้อง



หลังจากส่งพ่อๆ แม่ๆ กลับกันแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปนอนพักในห้องของตัวเอง ไม่ได้เจอหน้ากันอีกจนกระทั่งเช้าวันต่อมา



หากลองนึกทบทวนดีๆ เหตุผลที่ต่างตกลงกันเรื่องความสัมพันธ์ได้โดยไม่มีผิดใจกัน อาจเป็นเพราะสามปีนั้นนับว่ายาวนานสำหรับเด็กหนุ่มวัยอย่างพวกเขา ช่วงหลังๆ มานี้เริ่มมีบางวันที่ไม่ได้พูดคุยหรือโทรหากันเลยสักครั้ง ประกอบกับจังหวะช่วงเวลาที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้าในคณะที่แตกต่างกัน ต่างคนต่างก็รู้สึกได้ไม่ยากว่าความรู้สึกที่มีให้กันนั้นเริ่มจะเอื่อยเฉื่อยลงทุกวัน



ครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การเลิกรากันจริงๆ แต่เป็นเพียงการห่างกันสักพัก ให้ต่างคนต่างได้ไปทบทวนและค้นหาว่าความจริงแล้วชอบแบบที่เป็นอยู่จริงๆ หรือเปล่า เลือกช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเปลี่ยนสังคมครั้งใหญ่ก็เพื่อการนี้ ถึงเวลาแล้วที่พัค จีมินและจอน จองกุกจะได้รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นเพียงพอแล้วหรือยังไปต่อได้อีก



ทั้งคู่ต่างก็ไม่มีปัญหาในการผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ คณะวิศวะและเศรษฐศาสตร์อยู่ใกล้กับโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้กินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวันเหมือนที่เคยทำ ในตอนนี้มีเพื่อนใหม่แล้ว ต่างคนต่างก็มีความสุขกับการทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ กับสังคมใหม่ที่ตนได้มาพบเจอ ผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งคลาสเรียนและกิจกรรมสำหรับน้องใหม่ที่เริ่มจัดขึ้นเป็นระยะหลังจากที่เปิดเทอมมาได้หนึ่งเดือน



ใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีกันและกัน ก็สนุกและดูแปลกใหม่ดี อีกความรู้สึกหนึ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น คือความโล่งใจ โล่งใจที่ต่างคนต่างไม่ได้จมอยู่กับความทุกข์ใจ บางครั้งเจอกันตอนกลับห้องบ้าง ก็สามารถชวนกันออกไปเดินเล่นหรือหาอะไรกินได้อยู่ การไม่ได้เดินจูงมือกันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป การไม่ได้ส่งข้อความหรือโทรคุยกันร่วมหนึ่งสัปดาห์ก็เช่นกัน ทุกครั้งที่พบกันและยิ้มให้กัน ต่างคนต่างก็รู้ว่าแบบนี้กำลังดีแล้ว เป็นระยะห่างที่ทั้งสองกำลังต้องการหลังจากที่เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมาแทบจะทั้งชีวิต



คำว่าพัค จีมินและจอน จองกุกดูจะเลือกรางห่างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหนึ่งเดือนต่อมา วันที่พัค จีมินเห็นจอน จองกุกนั่งกินอาหารเที่ยงกับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่โรงอาหารกลาง ซึ่งดูคุ้นเคยเหมือนจะมาจากคณะเศรษฐศาสตร์ คณะเดียวกับพัค จีมินเอง



ในตอนนั้นจำได้แค่ว่าต้องรีบเดินออกจากโรงอาหารก่อนที่จอน จองกุกจะหันมาเจอ พัค จีมินไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับภาพที่เห็น เพราะกำลังมึนงงจนแทบจะลืมทางไปโรงอาหารคณะที่อยู่อีกฝั่งเลยทีเดียว



รู้ตัวอีกทีเย็นวันนั้นก็ไปดื่มกับเพื่อนที่ร้านใกล้มอ เด็กหนุ่มพูดคุย หัวเราะ ร้องเพลงเล่นกับเพื่อนขณะยกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือขึ้นดื่มบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว พยายามลืมสิ่งที่เห็นเมื่อตอนกลางวันไป



แต่พอเมากลับไม่ร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว พัค จีมินนั่งนิ่งเหม่อลอยเหมือนคนง่วงนอน ทั้งที่พยายามลืมแต่ในตอนนี้ภาพนั้นกลับฉายชัดกว่าเดิมราวกับเพิ่งเห็นไปเมื่อกี้นี้



ก่อนหน้านั้นคงเป็นแค่บทนำ ของจริงมันเริ่มหลังจากนี้สินะ



“จีมิน ไหวหรือเปล่าเนี่ย ทุกคนจะกลับกันแล้วนะ”



ประมาณตีสองทุกคนก็เริ่มชวนกันกลับเพราะพรุ่งนี้มีคลาสเช้า คนที่เข้ามาถามไถ่คือรุ่นพี่ที่รู้จักกับเพื่อนในกลุ่มอีกที ดูเหมือนจะคอยสังเกตรุ่นน้องคนนี้มาสักพักแล้ว เพราะเอาแต่ยกดื่มๆ ดูคึกกว่าเพื่อนคนอื่นเอามากๆ



และเมื่อได้ลองถามดู ก็พบว่าสภาพน่าเป็นห่วง ชายหนุ่มที่รู้มาว่าชื่อรุ่นพี่ฮันซองจึงอาสาเป็นคนพาพัค จีมินกลับไปที่หอพักเอง 



“รุ่นพี่เท่จัง มีรถด้วย” เป็นคำแรกที่เอ่ยปากพูดหลังจากขึ้นมาบนรถเก๋งคันใหม่ของหนุ่มรุ่นพี่ คำพูดงึมงำและน้ำเสียงตื่นเต้นจริงจังนั้นทำให้ฮันซองหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ตอบอะไรกลับไปจนกระทั่งขับรถพามาส่งถึงหน้าหอพักภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที



แต่รุ่นน้องผู้ไม่ระมัดระวังตัวกลับผล็อยหลับคอพับไปแล้ว ปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น ฮันซองถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วจึงตัดสินใจไปเรียกคุณลุงยามที่ลานจอดรถมาช่วยแบกด้วย ค่อนข้างทุลักทุเลแต่ไม่นานก็มาถึงหน้าห้องของพัค จีมินเสียที โชคดีที่ห้องอยู่แค่ชั้นสอง กับหอพักทีไม่มีลิฟต์แบบนี้หากอยู่ชั้นสามหรือสี่คงได้แบกกันลิ้นห้อย



เพราะทำอะไรเสียงดังกุกกักพร้อมกับมีเสียงพูดคุย คนที่พักอยู่ห้องตรงข้ามจึงเปิดประตูออกมาดูพร้อมกับแสดงตัวว่าเป็นเพื่อนสนิทของพัค จีมิน เห็นว่ากำลังกังวลอยู่ที่เจ้าตัวไม่อ่านข้อความทั้งที่ดึกมากแล้ว  



“เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเอง ขอบคุณมากเลยนะครับ”



หนุ่มรุ่นน้องจากคณะวิศวะคนนั้นก้มหัวขอบคุณทั้งรุ่นพี่และคุณลุงยามอย่างสุภาพ เมื่อเห็นว่าอยู่ในมือเพื่อนสนิทแล้วจึงค่อยวางใจ บอกลาเดินทางกลับไปในตอนนั้นเอง



ระหว่างทางกลับบ้าน ลี ฮันซองเผยยิ้มอย่างขบขันและมีความสุขอยู่เพียงลำพัง เพียงแค่นึกถึงใบหน้าตอนหลับไม่รู้เรื่องของจ้ารุ่นน้องคนนั้น หัวใจก็รู้สึกเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก เห็นทีวันพรุ่งนี้คงต้องแวะไปทวงบุญคุณสักหน่อยแล้ว





⧆⧆⧆⧆⧆⧆⧆

#กุกมินวันก่อน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #49 Lajeemolala_rr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 08:33
    ห่างกันนานไม่ดีเลย

    รู้สึกโหว่งๆ จะร้อง ยิ่งตอนคำว่าจอน จองกุกและพัคจีมินจะเลือนหายไปโคตรแบบ เห้อ แต่ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันดีมากๆ จะอยากมีชีวิตของตัวเองก็ไม่แปลกหรอก แต่ขอได้มั้ยอย่าตัดขาดจากกัน แต่ดูจากตอนที่แล้วเอิ่มม น่าจะขอมากไปเนาะ
    #49
    0
  2. #7 parksukie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 17:20
    เอ้าาาาา ยังไงกันๆ หน่วงๆใจยังไม่รู้ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #7
    0
  3. #6 ornanong_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 17:14
    จะอะไรยังไงต่อไปนะเนี่ยย ชอบจังเลยค่ะแนวเฟรนด์โซน ฮือ ดีต่อใจจ
    #6
    0
  4. #4 MeiPatcharin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 16:15
    อิ้วววเอาเลยพี่ฮันซองหนูเชียร์
    #4
    0