Eden Rose | KOOKMIN

ตอนที่ 9 : กุหลาบอีเดน 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    12 พ.ค. 63




แอสเรลรู้สึกอิจฉาพวกคุณสูทที่ได้นอนในห้องที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์กอธิคโทนสีสว่างดูเรียบหรูและสบายตา อีกทั้งยังมีขนาดกว้างขวางกว่าห้องพักชั้นประหยัดของเขาเกือบเท่าตัว มีห้องแต่งตัวและห้องนอนที่แยกต่างหากชัดเจนเหมือนอยู่ในบ้าน เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสอดส่องสายตาสำรวจไปทั่วห้อง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเข้ามาในห้องพักชั้นปกติบนเรือสำราญลำนี้ โอ่อ่าสะดวกสบายสมราคา มาร์ควิสเนลสันได้ตระเตรียมทั้งสุราและน้ำชาไว้ที่ชุดโต๊ะรับแขกภายในห้องนั่งเล่นสำหรับตัวเขาและไอวี่ในค่ำคืนนี้



ชายผู้สูงศักดิ์พูดคุยกับเด็กหนุ่มพลางดื่มน้ำจันทร์ในปริมาณที่มองออกว่าเครื่องดื่มไม่ใช่จุดประสงค์สำคัญของการพบปะครั้งนี้ ไอวี่นั่งฟังเรื่องราวที่ทั้งตลกขบขันและน่าสนใจในชีวิตของมาร์ควิสเนลสันพร้อมกับส่งรอยยิ้มสวยงามกลับไปให้อย่างเงียบๆ...ก็นะ ท่านบอกว่ามันตลกเขาก็จะหัวเราะ หากบอกว่ามันน่าสนใจเขาก็จะเบิกตากว้างพร้อมกับพยักหน้าสนอกสนใจ ของแบบนี้เราเนรมิตเองได้เพียงแค่ขยับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ บนใบหน้า เด็กหนุ่มยอมแพ้ที่จะพยายามรินเครื่องดื่มลงในช็อตของมาร์ควิสบ่อยๆ ไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วแล้ว เพราะในตอนนี้คนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเขาและมาร์ควิสสองคน ยังมีผู้ติดตามร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสองคนยืนมองอยู่ที่หน้าประตูตลอดเวลา หากเขาทำอะไรตามใจคงจะถูกจับสังเกตได้แน่นอน ในตอนนี้ไอวี่จึงทำเพียงรินเครื่องดื่มเพิ่มให้เป็นระยะๆ สลับกับรินน้ำชาให้ดื่มล้างคอ ทำทุกอย่างตามปกติทั้งที่ภายในใจเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเพราะเริ่มรู้ตัวว่ามาที่นี่เพื่อเสียเวลาเปล่า



ก็ยังคงยืนยันว่าเป็นมาร์ควิสที่ค่อนข้างระมัดระวังตัวเอง ดูออกชัดเจนว่าเชื่อเด็กหนุ่มสนิทใจจากการเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวของตัวเองซ้ำยังยกช็อตสุราขึ้นดื่มถี่ๆ จนไอวี่ต้องแสร้งห้ามปรามเป็นระยะ ถึงกระนั้นก็ยังสั่งให้ผู้ติดตามมาคอยเฝ้าระวังอยู่ด้วยกันภายในห้อง และถึงแม้จะเริ่มกรึ่มด้วยฝีมือของตนเองตลอดสามชั่วโมงมานี้ เมื่อไอวี่ขยับเข้าไปนั่งตักและออดอ้อนด้วยการไล้ปลายจมูกรั้นไปบนข้างแก้มสากของลอร์ดมาร์ควิสเบาๆ แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือท่านไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเกินเลยวันนี้ ปาร์ตี้น้ำจันทร์เล็กๆ ระหว่างทั้งสองจึงจบลงแบบเรียบๆ ทั้งอย่างนั้น จบลงทั้งที่ไอวี่ยังคงงุนงงและรู้สึกขาดทุนย่อยยับ



หลังจากยืนชูมือให้ผู้ติดตามของลอร์ดมาร์ควิสตรวจค้นตามเสื้อผ้าและเนื้อตัวแล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินออกจากห้องไปตามทางเดินสว่างหลอดไฟสีขาวด้วยความคิดที่ว่างเปล่า สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เวลาเที่ยงคืนราวๆ สามสิบนาที แม้จะมีระบบให้ความอบอุ่นภายในบริเวณห้องโดยสารแต่อากาศก็เย็นลงจากเมื่อสามสี่ชั่วโมงก่อนอย่างรู้สึกได้ชัดเจน ทั่วบริเวณไม่ว่าจะเป็นห้องโถงกลางหรือบันไดนั้นเงียบสงัดเนื่องจากผู้โดยสารคนอื่นๆ เข้านอนในห้องพักของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แอสเรลเดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อกลับห้องพักชั้นประหยัดของตนเองพร้อมกับคิดในใจ




เสียเวลาเปล่าจริงๆ...ท่านเป็นฝ่ายชวนก็นึกว่าอยากโดนรับแขก ที่ไหนได้ ก็แค่หาเพื่อนนั่งคุยก่อนตัวเองจะกระทำการใหญ่เท่านั้นเอง




ตามข้อตกลงระหว่างทั้งห้าคน ห้องของไอวี่จะเป็นห้องเดียวที่ไม่เคยล็อคประตู เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูห้องของตนเองเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน ปิดประตูลงแล้วถอดเสื้อคลุมตัวยาวที่ใครคนหนึ่งให้ยืมมาเมื่อวันก่อนออกจากตัวท่ามกลางความมืด



ขมวดคิ้วตั้งแต่ก้าวเข้าห้องแต่ก็ยังไม่แสดงออกว่าตื่นตกใจ เขาได้กลิ่นซิการ์ลอยจางๆ ในห้องของตัวเอง สูบไปตั้งแต่เมื่อเช้า ยังไม่จางหายไปอีกหรือนี่ เป็นเพราะพื้นพรมและผ้าม่านกำมะหยี่หรือเปล่านะ...



“...!!



ความคิดใคร่ครวญใจเพียงลำพังหยุดชะงักพร้อมกับแอสเรลที่สะดุ้งเฮือกตัวโยนเมื่อมองไปที่บริเวณชุดโซฟาแล้วสังเกตเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนที่นั่งอยู่ที่โซฟา เด็กหนุ่มยืนนิ่งพลางพยายามเพ่งมองผ่านความมืด ไม่นานสายตาจึงปรับสภาพจนเริ่มมองเห็นเค้าโครงใบหน้าของใครคนนั้นด้วยแสงสลัวที่ส่องผ่านช่องเล็กๆ เหนือประตูห้อง



ถึงกระนั้นก็ยังไม่ขยับไปไหน แอสเรลจ้องมองชายที่นั่งก้มเท้าศอกกับหน้าตักของตัวเอง จ้องมองโต๊ะตัวเตี้ยที่กั้นกลางระหว่างโซฟาสองตัวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง



คุณสูทเองก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แอสเรลจึงรวบรวมสติเมื่อจังหวะหัวใจเริ่มคงที่หลังจากที่เต้นเร็วแรงด้วยความตกใจเมื่อครู่นี้ แล้วเดินไปจุดไฟที่เชิงเทียนข้างกำแพงพอให้มองเห็นมากกว่าเดิมเล็กน้อย



“ทำอะไรอยู่ครับ ถ้าผมไม่ได้กลับห้องจะนั่งถึงเช้าเลยรึไง” เอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง สูทเอนกายพิงพนักโซฟาแล้วหันไปจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม



“เสร็จแล้วเหรอ” ไม่ตอบคำถาม แต่ถามต่อด้วยน้ำเสียงเนือยเนิบ แอสเรลดับไม้ขีดแล้วโยนลงในกล่องทิ้งไม้ขีดพร้อมกับตอบอย่างไม่ใส่ใจไม่แพ้กัน



“อืม เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมหรอก มาร์ควิสท่านค่อนข้างระวังตัวทีเดียว”



“อยู่ด้วยกันตั้งนานเนี่ยนะ”



เด็กหนุ่มหัวเราะเซ็งๆ “นั่นน่ะสิครับ เมื่อยตัวเสียเปล่าเลย”



สูทใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มช้าๆ เมื่อได้ฟังคำตอบเมื่อครู่ สองตาจ้องมองแจกันดอกไม้เล็กๆ ที่ประดับอยู่บนโต๊ะเตี้ยตรงหน้า “...ทำอะไรกันด้วยเหรอ”



''“รู้แค่เรื่องข้อมูลก็พอแล้วมั้งครับ ผู้การ”



แอสเรลตอบกลับเสียเริงร่าขณะเดินไปที่หลังฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้ร่างสูงกว่าที่ยังคงสวมใส่ชุดสูทเสื้อกั๊กสีเทาอยู่จะเดินตามมายืนมองห่างๆ ก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกกระดากอายแต่อย่างใด



ไม่หรอก ต้องเรียกว่าในใจเต้นรัวแต่พยายามเก็บอาการไว้มากกว่า เขาอยากให้คุณสูทเห็นมุมนี้ของเขาบ้าง อีกด้านหนึ่งของไอวี่ที่ไม่หวั่นไหวง่ายๆ กับเรื่องแบบนี้ ไม่อยากให้คุณสูทมองเขาเป็นเด็กเมื่อวานซืนไปมากกว่านี้อีกแล้ว



ทว่าสายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมาจากด้านหลังก็ทำให้แอสเรลรู้สึกราวกับขยับตัวยากเย็นกว่าเก่า ชายหนุ่มไม่ได้แสดงออกว่าพอใจหรือไม่พอใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ทำเพียงแค่กอดอก พิงกำแพง แล้วจ้องมองตรงมาทางเขาตาไม่กระพริบ




จ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเขาจากด้านหลัง ผิวนวลเนียนขาวสว่างที่ขึ้นเฉดสีส้มจางๆ จากแสงเปลวเทียนที่โต๊ะเครื่องแป้ง แอสเรลพยายามไม่มองตัวเองในกระจกเงาตรงหน้า ถึงกระนั้นขณะสวมใส่เสื้อแขนยาวสีขาวตัวโคร่งที่เอาไว้ใส่นอน เด็กหนุ่มก็เผลอเงยหน้าขึ้นแล้วสบตากับชายหนุ่มด้านหลังผ่านเงาสะท้อนบนกระจก



“...”



หลบสายตาภายในเสี้ยววินาที แล้วจึงก้มหน้าเพื่อติดกระดุมเสื้อ ได้แต่ภาวนาในใจว่าคุณสูทจะไม่สังเกตเห็นว่ามือของเขากำลังสั่นเทาเบาๆ ด้วยความประหม่า



ติดกระดุมครบทุกเม็ดแล้ว...แล้วอย่างไรต่อ? ไอวี่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องหยิบขวดน้ำแร่สกัดหอมขึ้นมาพรมที่คอก่อนนอน เหมือนทำไปเพื่อซื้อเวลาให้กับตัวเอง แม้จะเพียงไม่กี่วินาทีก็ยังดี ก่อนจะดับเชิงเทียน แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง



“พรุ่งนี้มีงานสำคัญ แยกย้ายกันกลับไปนอนเถอะครับ” เอ่ยปากออกไปด้วยท่าทางปกติธรรมดาเหมือนทุกครั้งพร้อมกับเดินไปข้างหน้าเพื่อออกจากบริเวณแต่งกาย



ทว่าเมื่อเดินผ่านร่างสูงกว่า ข้อมือใต้แขนเสื้อผ้านุ่มบางก็ถูกคว้าเอาไว้เบาๆ เพียงแค่หมุนข้อมือเล็กน้อยก็สามารถหลุดจากพันธนาการได้ แต่แอสเรลที่หัวใจเต้นถี่ราวกับจะหลอมละลายเพียงอีกฝ่ายสัมผัสกายก็ทำเพียงยืนนิ่ง ปล่อยให้ชายหนุ่มจับข้อมือของตัวเองไว้แผ่วเบา



แสงสลัวจากเชิงเทียนที่บริเวณชุดโซฟาทำให้เครื่องหน้าด้านข้างของแอสเรลดูงดงามอ่อนหวานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย สูทจับร่างเล็กกว่าให้หันมาทางตน แล้วสวมกอดเด็กหนุ่มแนบกายอย่างอ่อนโยน ไล้ริมฝีปากและปลายจมูกโด่งเป็นสันลงบนข้างลำคอเนียนและส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ นั้นออย่างออดอ้อน



“ชอบเขามากกว่าผมหรือเปล่า” กระซิบถามที่ข้างหู พร้อมกับสองแขนแกร่งก็โอบกอดร่างบางใต้เสื้อตัวโคร่งแน่นกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างเอาแต่ใจ



หากไม่ได้อ้อมแขนของคุณสูท แอสเรลคิดว่าตัวเขาคงจะขาอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว และคุณสูทก็ราวกับรู้เรื่องนั้นดี ออกแรงยกสะโพกของเด็กหนุ่มจนตัวลอย แล้วพาไปยังเตียงกว้างด้านหลังซุ้มประตูใหญ่ที่แบ่งเขตห้องนอนและห้องนั่งเล่นเอาไว้



“คะ คุณสูท...เดี๋ยวก่อน...”



“ชอบเขาไหม เขาทำอะไรให้เธอบ้าง”



แอสเรลจ้องมองสีหน้าของชายที่โอบกอดเขาเอาไว้แน่นบนเตียงหนานุ่มอย่างประหลาดใจและหวั่นไหวใจอ่อน ไหนจะน้ำเสียงแบบนั้นอีก...คุณสูทดูเหมือนเด็กที่กำลังอ้อนขอขนมจากคุณแม่ไม่มีผิด



“...” คนถูกถามพูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องมองสีหน้าติดหงอยเศร้าของอีกคน



“หรือเขาทำอะไรที่เธอไม่ชอบหรือเปล่า...ผมจะแก้ไขมันเอง”



“...”



พูดอะไรแบบนี้...เชื่อสนิทใจเลยนี่นาว่าเขามีอะไรกับลอร์ดมาร์ควิสจริงๆ



บทจะซื่อบื้อก็ซื่อบื้อเสียจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นถึงผู้การ เขาลืมไปแล้วหรือว่าใครคือคนที่ได้ไอวี่แห่งหออีเดนไปครองเป็นคนแรก...ทำไมยังถามคำถามแบบนี้อีก ทั้งๆ ที่เขาก็แสดงออกให้เห็นมานานแล้วว่าไปไหนไม่รอด เขาจะทำได้ยังไงถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่คุณสูท?



“...แอสเรล”



“...! พะ พูดอะไรของคุณ...”  เด็กหนุ่มหันหน้าหนี พยายามดันร่างใหญ่กว่าออกจากตัวเมื่อเนื้อตัวเริ่มสั่นเทิ้มเพราะถูกเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นเป็นครั้งแรก



“ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับมาร์ควิสเนลสัน ก็รีบบอกผมมาเถอะ...นั่นคือสิ่งที่ผมอยากได้ยินที่สุด”



“...” ดวงตาสีฟ้าขุ่นคู่สวยขึ้นสีแดงจางๆ ที่ขอบตา หอบหายใจสะท้อนเบาๆ เพราะก้อนสะอื้นที่เริ่มก่อตัว “...เลิกทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ สักทีได้ไหมครับ”



“...”



สูทจ้องมองสีหน้าบิดเบ้เบาๆ เพราะพยายามจะกลั้นน้ำตาของเด็กหนุ่มใต้ร่าง



“คุณสูทที่เย็นชา ใจร้าย...กับคุณสูทที่ใจดีแบบนี้ ผมอยากรู้ว่าแบบไหนคือคุณจริงๆ กันแน่...ผมหลงรักคุณสูทที่เป็นคุณสูทจริงๆ...หรือคุณสูทแบบที่ผมชอบกันแน่...ผมไม่รู้ สับสนไปหมดแล้ว”



“...” จับจ้องหยดน้ำตาใสที่ร่วงหล่นจากดวงตาลงสู่ปลายจมูกรั้น งดงามราวกับหยาดน้ำตาของเทพธิดาจากสรวงสวรรค์



“ผมรักคุณสูทแบบไม่เก็บกั๊กเลยแม้แต่น้อย...แต่คุณกลับลูบหัวลูบหางมันเล่น...อยากจะบีบคอมันตอนไหนคุณก็บีบ...แล้วสักพักคุณก็คลายมือ ปล่อยให้มันหายใจ ต่อชีวิตให้มันจนทำให้มันดีใจอยู่คนเดียวแบบนี้...”



“...”



“ที่แย่ที่สุดคือยิ่งทำรอยมือของคุณยิ่งติดอยู่ที่คอมัน...กลายเป็นว่ามันไม่ยอมหาย และผมก็ต้องการมันมากขึ้นเรื่อยๆ...”



“...”



“ผมรักคุณมากๆ แล้ว ต้องให้รักแค่ไหนคุณถึงจะพอใจครับ”



“...” คนฟังลอบกลืนน้ำลายด้วยหัวใจที่วูบไหวสั่นจนแววตาไม่อาจนิ่งเฉยอีกต่อไป



เป็นคำสารภาพรักที่แค่ฟังก็รู้สึกเอ่อล้น เป็นความท่วมท้นที่ชายหนุ่มรู้ดีว่ามาจากความใสซื่อและบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มผู้งดงามคนนี้



มือใหญ่ลูบเส้นผมของเด็กหนุ่มแผ่วเบาจนเผยให้เห็นหน้าผากเนียน แล้วจึงก้มลงมอบสัมผัสจากริมฝีปากร้อนของตนอย่างหนักแน่น



“ผมยอมรับทั้งหมด...ยกเว้นเรื่องหนึ่ง”



“...” แอสเรลค่อยๆ ลืมดวงตาปริบปรือที่เปื้อนหยดน้ำตาของตน จ้องมองใบหน้าคมคายตรหน้าด้วยสีหน้ามีคำถาม



“...ถ้าผมครึ่งๆ กลางๆ จริง...ผมจะไม่กินเข้าไปทั้งตัวแบบนี้หรอก”



“...” แอสเรลขมวดคิ้ว ก่อนจะหลับตาแน่น หลุดครางออกมาเสียงหลงเมื่อคนบนร่างชันเข่าขึ้นดันที่หว่างขาของเขาเบาๆ



“แต่เป็นเพราะความจริงแล้ว ผมไม่ได้สงบนิ่งขนาดนั้น...แล้วก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้นด้วย”



“อึก...อ่ะ!” พูดไม่เป็นภาษา เด็กหนุ่มเชิดคาง สองมือกำต้นแขนของชายหนุ่มแน่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นปลาบไปทั่วตัวเมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ ขยับหัวเข่านวดคลึงเบาๆ ที่จุดอ่อนไหวนั้น



โน้มกายลงไซร้ใบหน้าที่ลำคอของเด็กหนุ่มใต้ร่าง “คราวนี้ตอบคำถามผม...เธอมีอะไรกับเขาหรือเปล่า”



“มะ ไม่...ผมไม่ได้ทำ...” แอสเรลตอบกลับด้วยเสียงราวกับจะร้องไห้อ้อนวอน



“เชื่อได้หรือเปล่า? เด็กดีต้องไม่โกหกนะ”



“ตรงนี้เป็นที่ของคุณสูท...ผมไม่ให้คนอื่นเข้า...!



เด็กหนุ่มเกร็งสั่นไปทั้งตัวเมื่อร่างใหญ่กว่ากระชับอ้อมกอดแน่น แล้วสูดดมที่ซอกคอของเขาฟอดใหญ่และยาวนาน ราวกับสัตว์ป่าที่หื่นกระหาย ต้องการจะขย้ำกระต่ายในมือจนแทบจะทนไม่ไหว



“คุณสูท...”



“โรเบอร์โต้”



“...”



“คืนนี้ผมคือโรเบอร์โต้”



เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมองเพดานในความมืด “...โรเบอร์โต้”



สิ้นเสียงเรียกแหบพร่านั้น ชายหนุ่มก็ไม่ลังเลที่จะเติมเต็มตัวเองเข้าไปในตัวของเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกต่อไป



วันแรกที่ได้พบกับแอสเรลในคืนนั้น ไม่รู้ทำไม รู้สึกอยากกอด อยากจูบ อยากจะให้ความรักกับเด็กคนนี้ ราวกับคิดถึงใบหน้าและน้ำเสียงนี้มาเป็นเวลานานมากแล้วทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก เพราะเป็นผู้ใหญ่และมีตำแหน่งสำคัญ ในตอนนั้นจึงต้องพิจารณาสิ่งต่างๆ ให้ดี ตัวเขาจึงคิดว่าตัวเองอาจจะชอบที่เด็กคนนี้สวยและน่ารัก แม้จะฝืนใจอยู่บ้างแต่ก็ตัดสินใจเลิกตอบจดหมายเด็กหนุ่มไป เพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะได้ทำงานร่วมกันสักวัน หากยังไม่ปักใจก็ไม่ควรจะให้ความหวังไปมากกว่านั้น



จนกระทั่งวันที่ได้เจอกันจริงๆ อีกครั้ง สีหน้าตกใจของแอสเรลทำให้ตัวเขาพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก ความคิดที่ไม่อยากให้เด็กหนุ่มลืมความรู้สึกที่มีต่อเขาเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตัวเขาจะทันรู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็รอเด็กคนนั้นอยู่ในรถม้านานเป็นชั่วโมง แล้วก็พากลับบ้านด้วยกันทั้งอย่างนั้น



ยอมรับว่าตอบคำถามของเด็กหนุ่มในคืนนั้นไม่ได้...สำหรับโรเบอร์โต้แล้ว ความรู้สึกรักมันมีมากกว่าคำว่ารักหรือไม่รัก เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนใจดีอะไรขนาดนั้น หากสุดท้ายแล้วมันเป็นแค่ความรู้สึกลุ่มหลง คนที่จะเสียใจที่สุดก็หนีไม่พ้นเด็กคนนั้นซะเอง ความรู้สึกเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเร็วเกินไปจนโรเบอร์โต้หวั่นในใจว่าตนเองจะแค่หลงกุหลาบอีเดนไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น



แต่ถึงกระนั้นทุกครั้งที่พบหน้าก็อยากจะตอกย้ำให้เด็กหนุ่มจดจำเอาไว้ว่าหัวใจดวงน้อยนั้นเป็นของใคร...ถึงได้บอกไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้ คนอย่างเขานั้นห่างไกลจากคำว่าใจดีเยอะ



แอสเรลซุกใบหน้าลงกับหมอนนุ่ม บนเรือนร่างผอมบางเต็มไปด้วยรอยจูบสีจ้ำแดง ขยับสั่นโยกขึ้นลงตามแรงกระแทกกระทั้นที่อีกฝ่ายมอบให้ขณะเติมเต็มทั้งสองให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ความเจ็บในช่วงแรกแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมอันแปลกประหลาด มันโหมกระหน่ำ ปั่นป่วน ขาวโพลน เด็กหนุ่มไม่สามารถคิดหรือพูดอะไรออกไปเป็นชิ้นเป็นอัน ได้แต่ส่งเสียงแหบหวานพร้อมกับร้องไห้ออกมาเพราะความรู้สึกเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับมาก่อนที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างเต็มรัก



โดนโอบกอดและมอบความรักให้เสียจนราวกับจะมองเห็นสวนอีเดนบนเทวโลกจริงๆ ทั้งสองจุมพิตและกอดก่ายกันไม่ห่างขณะเติมเต็มช่องว่างระหว่างกันและกันจนไร้ซึ่งแม้รอยต่อ ขจัดสิ้นทุกความค้างคาในใจที่ต่างต้องเก็บงำเอาไว้มาเนิ่นนาน







❦❦❦❦❦❦

#กุหลาบอีเดน








             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

289 ความคิดเห็น

  1. #238 kingoffish (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:30

    มันดีมากกก ไรท์ภาษาสวยจริงงจริงเลย เป็นncที่ละมุนตุนมากค่ะชอบบ อีกอย่าง นี่ชอบฉากน้องแอสเรลสารภาพรักมาก อ่านอล้วแบบเอออั้ดอั้นจริง

    #238
    0
  2. #217 JIMINnumber1 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 14:51
    ไม่ผิดหวังเลยจริงๆค่ะ คุณภาพดีทุกเรื่อง และเรื่องนี้ก็เอาใจเราไปอีกแล้ว แงงงง คุณสูท ใจร้ายมากๆแต่ก็อ่อนโยนมากๆกับน้อง หอมหัว จุ๊บน้องตลอด ทำตัวน่าโกรธแต่โกรธไม่ลงเลย หลงคุณสูทหนักมากกกก
    #217
    0
  3. #216 Kbexm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:33
    แลงมากไม่ยอมพูดว่ารักแต่ทำให้ดูเลยงี้รักน้อง
    #216
    0
  4. #209 Annaliz97 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:25
    การกระำสำคัญกว่าคำพูดของแท้แบบ100% ว้าวซ่ามากค่า55555
    #209
    0
  5. #207 Hit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 11:02

    ถึงตอนแรกรู้ว่าแค่หลง แต่ก็อยากจะตีตราเขาอยูดีนี่หวา😣

    #207
    0
  6. #201 nntoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:52
    โอ้โหววว คุณสุทคือไม่ค่อยพูดเน้นปฏิบัตินะคะ 55555
    #201
    0
  7. #196 NONGCHOM5945 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:47
    เขินมากฮื่ออ ในที่สุดก็แสดงออกสักที น้องเสียใจไปเยอะแล้วว
    #196
    0
  8. #192 marzthanaporn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 20:30
    โอ้ยยย ละมุนน😭😭😭
    #192
    0
  9. #191 aomessi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 19:41
    คุณสูทททททททททท ฮือออออออออออออ
    #191
    0
  10. #190 Paployz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 18:27
    กรี๊ดดดในที่สุด คนซึนอย่างคุณสูทก็ยอมรับสักที ดีใจกับแอสเรลด้วย ความรู้สึกตรงกันแล้วนะ เขินมากค่ะ 🥰
    #190
    0
  11. #183 ธัน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:55

    รู้สึกว่าเวลาเเอสเรลอยู่กับคุณสูทจะมีความเป็นมินอสในตัวสูงมาก แบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว ชอบจัง รักกันข้ามภพชาติขนาดนี้แล้ว สมหวังกันทีเท้อออ แต่ไม่ว่ายังไง จะกี่ภพกี่ชาติ ก็จะตามอ่านต่อไป

    #183
    0
  12. #180 kookmin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:01

    ทำไมอ่านไปแล้วเขินแทนแทนไอวี่:-: ไม่ไหววววแง้วววว คุณสูทผัวมากಥ_ಥ

    #180
    0
  13. #179 Yada_Aim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 15:13
    เขินจนไม่กล้าเลื่อนอ่านต่อ แง้
    #179
    0
  14. #178 lobilol37 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:55
    ไม่ใช่คนใจดีจริงด้วย วิธีของคุณสูทมีแต่ทำให้ไปไหนไม่ได้อะ ร้ายเหลือเกิน
    #178
    0
  15. #176 Jm1013 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 06:20
    เขินมากม้วนตัว10รอบแล้ววว
    #176
    0
  16. #175 hugegirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 01:46
    กรี๊ด แสดงความเป็นเจ้าของน้องแล้ว ห้ามปากแข็งละน้า ห้ามทิ้งน้องด้วย บอกรักน้องได้แล้ว
    #175
    0
  17. #174 LADYJ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 01:33
    เกือบอ่านไม่จบ เขิน อ่านไปกรี๊ดไป แงงงงงง
    #174
    0
  18. #173 JJEONJKK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 00:49
    ฮื่ออออออตุณสูทททเกินไปมากเลย แสนดีแล้วกับน้องอ่ะ เมดมายเดย์มั่ก
    #173
    0
  19. #172 Zomzaaa15 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 00:41

    ดีต่อใจ 555 แทบจะค่อยๆบรรจงอ่านกลัวจบตอน กำลังฟินเลย รอต่อคร่า...❤❤

    #172
    0
  20. #171 onenthrx13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 00:17
    รักคุณสูททททท แต่งงานกันมั้ยคะ;-;
    #171
    0
  21. #169  KP. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:20
    บรรยายออกมาได้สวยงามมากๆค่ะ
    #169
    0
  22. #168 Mchaly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:02
    ค คุณสูทอุแง
    #168
    0
  23. #166 Butterflytae (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:24
    ในที่สุด!!!! แม่คะเค้า....":&฿'!&""#;-"-*"":'"&::"'
    #166
    0
  24. #165 baimikm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:09
    พูดไม่ออกเลยค่ะ ประทับใจ ในหลายๆประโยคที่เขาสองคนพูดอรึกก
    #165
    0
  25. #164 MeiPatcharin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:51
    โห่โรแมนติกจริงๆอยากได้คุณสูทค่ะ><
    #164
    0