Eden Rose | KOOKMIN

ตอนที่ 6 : กุหลาบอีเดน 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 203 ครั้ง
    24 พ.ค. 63




ไอวี่เพิ่งจะทราบว่าข้อมูลที่ตนใช้เวลานับสามเดือนในการรวบรวมมานั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนมากมายขนาดนี้ สานต่อจากข้อมูลที่ได้รับมา เป้าหมายของสก็อตแลนด์ยาร์ดไม่ใช่การเปิดโปงเหล่าขุนนางชั้นกลางทั้งหกท่าน แต่เป็นใครอีกคนที่ยศสูงกว่าและอยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ การปราบปรามทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพควรสืบสาวและถอนออกมาทั้งรากทั้งโคนจึงจะนับว่าประสบผลสำเร็จ เมื่อทราบตัวผู้ที่ชักชวนและสนับสนุนขุนนางทั้งหกท่านแล้ว สารวัตรวิลเฮล์มจึงไม่รีรอที่จะเริ่มดำเนินการตามแผนการจับกุมที่ได้วางเอาไว้



จากผลการสืบเสาะตลอดเวลาห้าเดือน ทำให้ทราบว่าเป้าหมายหรือมาร์ควิสเนลสัน ผู้อุปถัมภ์โรงละครชื่อดังอย่างเซลีน่า ฮอลล์คือตัวกลางผู้เจรจาซื้อขายอาวุธสงครามเข้าสู่ตลาดมืดกับพ่อค้าเศรษฐีชาวเยอรมัน โดยลอร์ดมาร์ควิสได้ชักชวนขุนนางทั้งหกท่านหรืออาจมีมากกว่านั้นมาเข้าร่วมขบวนการโดยการขอใช้พื้นที่บริเวณคฤหาสน์เป็นคลังเก็บสินค้าแลกกับส่วนแบ่งจากการซื้อขายมากกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นข้อเสนอง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครฟังก็อาจจะหูตั้งตาลุกวาว ไม่แปลกที่จะมีขุนนางเข้าร่วมกับลอร์ดมาร์ควิสเป็นจำนวนมากขนาดนี้ นอกจากเรื่องการซื้อขายอาวุธสงครามโดยไม่มีใบอนุญาตแล้ว ยังมีเรื่องการบิดเบือนข้อมูลบัญชีรายรับรายจ่ายประจำปีของขุนนาง แน่นอนว่าการสืบหาจำนวนขุนนางที่เข้าร่วมขบวนการยังคงดำเนินต่อไป ข้อหาสมรู้ร่วมคิดและบิดเบือนข้อมูลเช่นเดียวกัน เมื่อไรที่แผนการจับกุมมาร์ควิสเนลสันประสบความสำเร็จ คงไม่พ้นเป็นข่าวดังขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกสำนัก เนื่องจากเป็นคดีฉ้อโกงที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นชนชั้นขุนนางเยอะที่สุดในรอบหลายสิบปี



ช่องทางในการส่งมอบหรือรับสินค้านั้นมีหลากหลาย แต่เร็วๆ นี้ช่องทางที่ลอร์ดมาร์ควิสเลือกใช้และดูเหมือนจะเคยทำมาแล้วหลายครั้งคือผ่านทริปเรือสำราญของบริษัทนอริงตัน บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นมีทริปเรือสำราญที่จะพาผู้โดยสารเที่ยวชมทิวทัศน์รอบเกาะอังกฤษเป็นเวลาเจ็ดวัน บนเรือสำราญหรูหราขนาดกลางที่บรรจุผู้โดยสารเพียงเที่ยวละ 800-1,000 ท่าน อำนวยความสะดวกด้วยห้องอาหารโอ่โถงที่ให้บริการอาหารรสเลิศฟรีทุกมื้อ พิเศษสำหรับมื้อเย็นที่เป็นการบริการแบบบุฟเฟ่ต์ทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม ห้องนอนส่วนตัวที่มีให้เลือกทั้งแบบเดี่ยวและพำนักสองคนขึ้นไป สำหรับความบันเทิง บนเรือมีทั้งห้องกาสิโน ห้องอ่านหนังสือ ห้องดื่มน้ำชา ห้องบิลเลียด เป็นทริปที่ได้รับความนิยมจากเหล่าชนชั้นสูงตลอดทั้งปี ทุกเที่ยวไม่เคยมีตั๋วว่าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวหรือต้นฤดูใบไม้ผลิแบบช่วงนี้ ราคาตั๋วจะแพงเป็นพิเศษเพราะความต้องการบริโภคที่มากกว่าช่วงอื่นๆ หลายท่านถึงกับต้องจองตั๋วล่วงหน้าไว้เป็นเดือนๆ เลยทีเดียว



เหตุผลที่เป็นที่นิยมในช่วงอากาศหนาวเป็นเพราะทางทริปจะมีบริการพิเศษ คือในช่วงประมาณวันที่สี่หรือห้าของการเดินทาง เรือจะจอดกลางน้ำห่างจากภูเขาน้ำแข็งกลางมหาสมุทรเป็นมุมพอเหมาะจากทิศตะวันออกพอดี ในวันนั้นผู้โดยสารจะได้มีโอกาสชมภาพทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมภูเขาน้ำแข็งน้อยใหญ่ มีบริการอาหารเช้าและน้ำชาที่บริเวณลานว่างที่หัวเรือเพื่อการดื่มด่ำบรรยากาศโดยเฉพาะ ไม่แปลกใจที่มาร์ควิสเนลสันมักจะจองตั๋วเฉพาะช่วงที่มีบริการพิเศษเท่านั้น เพราะหากเป็นช่วงปกติที่ไม่มีบริการนี้ เรือก็จะแล่นต่อเนื่องไม่หยุดตลอดเจ็ดวัน



ทริปเรือสำราญครั้งต่อไปที่เป้าหมายได้จองตั๋วเอาไว้คือรอบในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เจ้าหน้าที่สี่คนจากหน่วยฟีนิกซ์และไอวี่ถูกเรียกตัวมาประชุมเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภารกิจต่อไปที่พวกเขาต้องลงมือปฏิบัติการอยู่ในแนวหน้าด้วยการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้โดยสารของทริปเรือสำราญครั้งนี้



งานนี้ ไอวี่ได้รับหน้าที่หลักในการเข้าประชิดตัวเป้าหมายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในแผนการจับกุมของเจ้าหน้าที่สก็อตแลนด์ยาร์ดก่อนจะได้ตัวเด็กหนุ่มมาเข้าร่วมด้วย ได้ทีก็ใช้งานกันใหญ่ เด็กหนุ่มแอบรู้สึกหวั่นไหวและไม่มั่นใจเมื่อต้องทำงานนอกหออีเดนเป็นครั้งแรก แต่เมื่อสารวัตรวิลเฮล์มบอกว่าหน่วยฟีนิกซ์ทั้งสี่คนที่ติดตามไปด้วยไม่ได้มีแค่หน้าที่ในการรับข้อมูลที่เด็กหนุ่มรวบรวมมาแล้วส่งกลับมายังเจ้าหน้าที่ที่สำนักงาน แต่ยังมีหน้าที่ในการอารักขาและคอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้กับตัวเขาเองด้วย ไอวี่ก็เริ่มรู้สึกเบาใจลงเพียงเล็กน้อย...แค่เล็กน้อยเท่านั้น



เขารู้สึกไว้ใจในตัวเจ้าหน้าที่หน่วยฟีนิกซ์ทั้งสามคนอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ...แต่กับหัวหน้าหน่วยของพวกเขาที่นั่งทำหน้าจริงจังมาตั้งแต่เริ่มการประชุมนั้น ต้องยอมรับว่ามีอคติอยู่มากล้น อยากจะยกมือคัดค้านไม่เห็นด้วยและขอให้ถอนเขาออกจากแผนการ และอยากจะแฉออกมาต่อหน้าทุกคนว่าคนที่ทำให้รายงานต้องล่าช้าไปอีกหนึ่งสัปดาห์ก็คือหัวหน้าหน่วยฟีนิกซ์เอง ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ว่าไอวี่ทำงานให้กับสก็อตแลนด์ยาร์ด หมายความว่าคืนนั้นเด็กหนุ่มถูกชายคนนั้นกลั่นแกล้งแบบทั้งขึ้นทั้งล่อง ทั้งทำภารกิจไม่สำเร็จซ้ำยังถูกหาเศษหาเลยจนถึงเช้าวันถัดไปอีกต่างหาก



แต่ก็ได้แต่เก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยขณะรับฟังแผนการในที่ประชุมที่ใช้เวลานานถึงห้าชั่วโมง เพราะถึงพูดไปก็คงไม่มีใครสนใจเรื่องที่ผ่านพ้นมาแล้วอยู่ดี ไหนจะเรื่องพื้นเพที่ใหญ่คับฟ้าของเจ้าตัวอีก เห็นทีพูดแก้ตัวออกมาแค่คำเดียวทุกคนก็คงพร้อมจะเชื่อ แม้แต่สารวัตรวิลเฮล์มยังมีท่าทางเกรงใจคุณสูทจนสังเกตได้



เห็นว่าภายในกรมตำรวจก็มียศระดับนายพล เป็นถึงพันตำรวจเอก...น่าหมั่นไส้ น่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว รู้แล้วครับว่ายิ่งใหญ่ แต่นี่มันจะเกินหน้าเกินตาไปหน่อยหรือเปล่า เจ้าข้าเอ๊ย! ใครจะรู้ว่าพันตำรวจเอกที่นั่งอยู่ตรงนี้มีรสนิยมชอบกินเด็กอายุน้อยกว่าเป็นสิบปี กินเก่งเสียด้วย กินได้ทั้งวี่ทั้งวัน ขนาดเด็กที่ถูกเขาหลอกกินนั่งอยู่ตรงหน้าขนาดนี้ยังทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อีก นี่มันห้องประชุมหรือเตาย่างสเต็ก ถึงได้ร้อนรนไปหมดทั้งกายและใจแบบนี้!



“...หากไม่มีคำถามอะไรแล้ว ผมว่าคงถึงเวลาสมควรที่จะปล่อยให้ทุกคนกลับไปพักผ่อน ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ขอบคุณที่มาเข้าร่วมการประชุมวันนี้ครับ”



ในที่สุด เมื่อทุกคำถามได้รับการชี้แจงสารวัตรวิลเฮล์มจึงเอ่ยปิดการประชุมแบบง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองใดๆ เพราะเวลาล่วงเลยจนดึกมากแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมการประชุมทุกคนลุกขึ้นจับมือแล้วกล่าวลากันอย่างสบายๆ เพื่อแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังจากการประชุมอันยาวนานนี้ มีเพียงไอวี่ที่ถูกเรียกตัวให้ไปพบสารวัตรต่อที่ห้องทำงานเพื่อชี้แจงบางอย่างเพิ่มเติมเล็กน้อย



เด็กหนุ่มจ้องมองชายผู้หนึ่งผ่านคนอื่นๆ ที่ทยอยเดินออกจากห้องประชุม...ซึ่งวินาทีต่อมาชายผู้นั้นก็หันมาสบตาเขาเช่นกัน



แอสเรลหลบสายตาด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะยังไม่พอใจอยู่ ก่อนจะขมวดคิ้วเบาๆ เมื่อร่างสูงกว่าเดินมาหยุดที่ข้างกายแล้วกระซิบบอกบางอย่างเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างแนบเนียนไม่มีใครทันสังเกตเห็น



“ผมรออยู่ที่รถนะ”



เด็กหนุ่มหันมองตามแผ่นหลังที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าของสูทหรือโรเบอร์โต้ บริลล์ สเวนด้วยสีหน้าสับสนปนประหลาดใจ...มาบอกเพื่ออะไร ใครจะไปกัน เด็กหนุ่มคิดในใจก่อนจะเดินไปอีกทางเพื่อตรงไปยังห้องทำงานของสารวัตรวิลเฮล์ม

 




❦❦❦❦❦❦

 



ถึงจะบอกว่าชี้แจงเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย แต่สุดท้ายไอวี่ก็ต้องติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานนั่นนานเป็นชั่วโมง



ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่มีทางไปหาตามที่อีกฝ่ายบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้...แต่เมื่อเดินออกมาจากอาคารสำนักงานแล้วพบว่ารถม้าคันสีดำอันคุ้นเคยนั้นยังคงจอดรออยู่แม้เวลาจะผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว แอสเรลก็แค่นหัวเราะอย่างหงุดหงิดให้ตนเองที่ยังคงรู้สึกกับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของชายคนนั้นไม่หยุด



อาคารสำนักงานมีประตูทางออกด้านหลัง ถ้าหากว่าเขาเลือกจะหลบเลี่ยงโดยการอ้อมไปออกทางด้านหลังขึ้นมา ไม่ต้องรอจนถึงเช้าเลยรึ? แอสเรลก้าวเดินไปบนทางเท้าที่มีเสาไฟให้ความสว่างแบบสลัวๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่เริ่มอุ่นขึ้นจากเมื่อเดือนก่อนเล็กน้อยเพราะกำลังเข้าสู่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ซุกสองมือที่ไม่มีถุงมือให้ความอบอุ่นเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมตัวยาวของตนเอง



สารถีเป็นคนเปิดปิดประตูให้อย่างสะดวกสบาย เมื่อส่งไอวี่ขึ้นรถเสร็จจึงเดินกลับไปนั่งที่ที่นั่งคนขับตามเดิม



แอสเรลไม่แม้จะมองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน ภายในห้องโดยสารขนาดกลางไม่กว้างไม่แคบ หัวเข่าของทั้งสองแตะกันเบาๆ โยไม่มีใครเป็นฝ่ายเบี่ยงหลบไปทางใด



“...”



เด็กหนุ่มจ้องมองแสงไฟข้างทางเท้า ขณะเดียวกันก็รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังถูกจ้องมองโดยอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่ปริปากพูดอะไร



ทนความเงียบไม่ไหว แอสเรลข่มความรู้สึกอึดอัดในใจก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมาก่อนเบาๆ “น่าสงสารม้าออก ปล่อยให้รอข้างนอกนานขนาดนี้”



โรเบอร์โต้ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อได้ฟังคำพูดแรกจากปากเด็กหนุ่มตรงหน้า “มันเป็นม้าชั้นดี ขนค่อนข้างหนา ไม่เป็นไรหรอก”



“มันแปลว่าไม่ต้องรอ เป็นถึงหัวหน้าหน่วยแค่นี้คิดไม่ออกเหรอครับ”



“...” โรเบอร์โต้ยิ้มกว้างกว่าเดิม แต่เป็นรอยยิ้มจากความทึ่งใจเมื่อได้ฟังน้ำเสียงแข็งกระด้างจากอีกฝ่าย



“ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยอมขึ้นมาไม่ใช่หรือ”



“ครับ ใช่ครับ คุณชนะ คุณมันก็ชนะมาตลอดนั่นแหละ พอใจหรือยังครับ นายท่าน”



โรเบอร์โต้หัวเราะเบาๆ “คนที่เป็นลอร์ดคือพ่อของผม ไม่ใช่ผมสักหน่อย”



“แล้วมันจะต่างกันตรงไหน”



“...”



โรเบอร์โต้ได้แต่กระพริบตาปริบมองเด็กหนุ่มที่เอาแต่หันมองออกไปข้างนอกหน้าต่างไม่ยอมหันมามองหน้า ไม่รู้มีอะไรให้มอง ข้างนอกทั้งมืดสลัวแถมยังดึกจนไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาแล้ว



ชายอายุมากกว่าเอนหลังพิงพนักบุหนังท่าทางสบายๆ “เธอบอกในจดหมายตลอดว่าคิดถึงผมอย่างนั้นอย่างนี้...พอมาเจอจริงๆ ดูไม่เหมือนแบบนั้นเลยนะ”



ในที่สุดก็หันมามองหน้ากันเสียที “ทำไมครับ ชอบใจเหรอ ผมก็แค่พูดไปอย่างนั้น สมน้ำหน้าแล้วที่โดนหลอกซะบ้าง”



ครั้งนี้ทำเอาคนฟังถึงกับหลุดหัวเราะออกเสียงด้วยความรู้สึกเอ็นดูในท่าทางขู่ฟ่อๆ นั้น โรเบอร์โต้เอื้อมมือไปดึงข้อมือเล็กให้มานั่งข้างๆ กันจนรถม้าสั่นโยกเบาๆ แอสเรลที่กลัวว่าสารถีจะสงสัยจึงจำต้องยอมขยับตัวไปนั่งข้างกายอีกฝ่ายหากก็ยังไม่ลืมที่จะกระซิบเสียงหนัก



“ทะ ทำอะไรครับ...!



แต่ก็ต้องกลืนทุกคำพูดกลับเข้าไปในคอเมื่อร่างใหญ่กว่าโถมตัวลงลงมามอบจูบร้อนแรงให้พร้อมกับบดเบียดร่างเล็กกว่าให้แนบชิดกับมุมขอบหน้าต่างอีกฝั่งจนหมดทางดิ้นหนี



แอสเรลกำอกเสื้อของชายหนุ่มแน่นขณะพยายามไล่ตามสัมผัสเอาแต่ใจและดูดดื่มจนเกิดเสียงดูดดึงน่าอาย โรเบอร์โต้บดริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้นจนร้อนผ่าว รุกล้ำเข้าไปข้างในด้วยลิ้นของตนเองอย่างแนบเน้นจนต่อมาเด็กหนุ่มได้แต่ปล่อยให้เขาตักตวงความหวานได้ตามใจเพราะหัวใจที่เต้นแรงจนทั่วทั้งร่างไม่มีแรงจะขัดขืนอีกต่อไป



เมื่อถอนจูบออกจนเกิดเสียงจึงย้ายมารุกล้ำที่ซอกคอเนียนของเด็กหนุ่มโดยที่เสื้อคลุมของเขาถูกถอดร่นลงต่ำตอนไหนก็ไม่อาจรู้ตัว แอสเรลเม้มปากไม่ให้เสียงครางแหบหวานนั้นหลุดรอดออกมา ก่อนจะลืมตาโพลง อ้าปากปล่อยเสียงนั้นให้หลุดออกมาวาบหนึ่งเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปลาบจากลำคอลงมาในอกเพราะสัมผัสแปลกประหลาดที่อีกฝ่ายมอบให้



“คุณสูท...ทำอะไร...” กระซิบถามด้วยน้ำเสียงราวกับคนจะร้องไห้ สองมือสั่นไหวจับแขนคนบนร่างที่ตรึงไหล่และศีรษะของเขาไม่ให้หันไปไหนขณะที่ตนเองกำลังขบเม้มลำคอขาวเนียนนั้นค้างเอาไว้เนิ่นนาน...แล้วจึงคลายริมฝีปากออก จ้องมองผลงานของตนเองอย่างพึงพอใจ



แอสเรลสะอื้นครางอย่างเคลิบเคลิ้ม เหลือบตาจ้องมองสีหน้าเรียบนิ่งของอีกฝ่ายที่ลูบเส้นผมอ่อนนุ่มเบาๆ แล้วจูบซ้ำที่รอยแดงที่เขาได้ฝากเอาไว้บนผิวขาวเนียนนุ่มนั้น



“คุณสูท...”



“ผมทำรอยเอาไว้...เธอโกรธหรือเปล่า”



“...”



แอสเรลยังไม่หันหน้ากลับมาเมื่อมือใหญ่ค่อยๆ คลายพันธนาการออกแผ่วเบา แต่ยังคงโอบหลังลำคอของเขาเอาไว้อย่างทะนุถนอม




ไม่โกรธเลย...ใครจะโกรธกัน ผมดีใจ ดีใจมากๆ อยากให้คุณสูทฝากรอยเอาไว้...ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย




โรเบอร์โต้เลิกคิ้วอย่างตื่นตกใจ ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกหางตาและปลายจมูกรั้น “ไม่ชอบเหรอ”



ยิ่งเมื่อถูกปลอบโยนด้วยการกระทำราวกับเขาเป็นสิ่งล้ำค่า แอสเรลก็กลั้นก้อนสะอื้นจนอกสั่นไหล่ไหว โรเบอร์โต้จึงได้แต่จ้องมองเด็กหนุ่มที่กำลังก้มหน้าร้องไห้เบาๆ โดยไม่พูดอะไรต่ออีก



แอสเรลพยายามสูดหายใจให้อาการหอยสะอื้นหายไป ซึ่งโรเบอร์โต้ก็มองเห็นว่าเด็กหนุ่มตั้งใจจะทำอะไร ให้เวลาอีกฝ่ายได้ควบคุมตนเองสักพัก ต่อมาจึงเบิกตากว้างกว่าเก่า...เมื่อแอสเรลชกมาที่อกของเขาเต็มแรงจนตัวโยกตาม



ปั้ก!



“...!



โรเบอร์โต้ไม่ได้ห้ามปรามหรือต่อว่าอะไร จ้องมองใบหน้าขึ้นสีแดงฝาดเลือดเพรากำลังร้องไห้ของแอสเรลขณะหลับตาแน่น เค้นเสียงแหบหวานร้องถามออกมาราวกับทนไม่ไหวอีกต่อไป



“ตกลงคุณรักหรือไม่รักผมกันแน่”



โรเบอร์โต้ขมวดคิ้วเมื่อได้ฟัง “อะไรนะ...”



“ไม่ต้องพูดคำอื่น! รักหรือไม่รัก เลือกมาสักอย่าง!



เด็กหนุ่มไม่สนใจสีหน้าสับสนของคนถูกถาม ร้องถามออกมาเสียงดังกว่าเก่าด้วยท่าทางเอาแต่ใจ



ชายหนุ่มถึงกับพูดอะไรต่อไม่ออก ก้มหน้าลง หลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะเพดานห้องโดยสารสามครั้ง รถม้าจึงเคลื่อนตัวออกจากจุดที่จอดในทันที



“จะ จะไปไหน...ให้ออกรถทำไม คุณยังไม่ตอบผมเลยนะ” แอสเรลมีท่าทางร้อนรนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ถามต่อด้วยท่าทางฟาดงวงฟาดงา โรเบอร์โต้เองก็ปล่อยให้เด็กหนุ่มดึงคอเสื้อนอกเขาจนตัวโยก



“...มันไม่ใช่สิ่งที่จะพูดออกมาง่ายๆ เลยนะ”



คำตอบที่ได้รับกลับมาด้วยท่าทางไม่ยี่หระใดๆ นั้นทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดอย่างคาดไม่ถึง ราวกับหัวใจหล่นหายไปชั่วขณะ ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวก่อนจะปล่อยมือที่ขยำอกเสื้ออีกฝ่ายให้ตกลงบนเบาะแล้วตอบกลับไปพลางสะอึกสะอื้นราวกับคนหมดแรง “...มันก็แปลว่าไม่รักไม่ใช่เหรอ”



“...”



โรเบอร์โต้ไม่ตอบอะไรกลับไปอีก ทำเพียงนั่งฟังเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นฟังดูน่าสงสารของเด็กดื้อที่ไม่คิดจะแกล้งทำเป็นแข็งกร้าวอีกต่อไป

 

 


❦❦❦❦❦❦ 



แอสเรลไม่เข้าใจว่าคุณสูทจะพาเขากลับมาที่บ้านพักตากอากาศแห่งนี้อีกทำไม ตัวเขาที่ร้องไห้จนหมดแรง ปล่อยให้เหล่าคนรับใช้พาตัวไปชำระร่างกายและแต่งตัวด้วยชุดคลุมสำหรับใส่นอนสีขาวที่เขาเคยใส่ พาเขาเดินไปบนทางเดินที่เขาจำได้ขึ้นใจแล้ว และพามาส่งที่ห้องนอนกว้างใหญ่ที่นำพาทุกความทรงจำเมื่อหลายเดือนก่อนกลับมาด้วย



คุณสูทที่สวมใส่แต่กางเกงผ้าฝ้ายขายาวตัวเดียวกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเตียงโดยอาศัยเพียงแสงสว่างจากเชิงเทียนข้างเตียง เมื่อเห็นเขาก็เรียกให้เดินไปหาบนเตียงหลังกว้างที่ยังคงจดจำกลิ่นของมันได้ดี



และตัวเขาก็เดินไปหาแต่โดยดี...คุณสูทยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าอันบอบบาง แม้ไม่ต้องเอ่ยปากสักคำก็รู้เสมอว่าเขาต้องการอะไร ตั้งแต่แผงอก หน้าท้อง แผ่นหลัง ไปจนถึงต้นขา...ถูกคุณสูทฝากรอยเอาไว้ทุกที่ ราวกับอยากบอกให้คนอื่นรู้ ราวกับอยากจะจองจำทั้งตัวและหัวใจของเขาเอาไว้กับตัวเองเพียงผู้เดียว



คุณสูทปรนนิบัติเขาเพียงฝ่ายเดียวในคืนนั้น ริมฝีปากอุ่นร้อนไปทุกที่ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเขา อีกทั้งยังช่วยให้เขาไปถึงสวรรค์หลายครั้งจนผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่อาจทราบ สิ่งที่จำได้ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราเพราะความเหนื่อยล้า คืออ้อมกอดอบอุ่นที่บีบรัดกว่าทุกครั้งของคุณสูท เขากอดเด็กหนุ่มแน่นพร้อมกับหอมจูบศีรษะของเด็กหนุ่มซ้ำๆ จูบซ้ำที่หลังลำคอและหัวไหล่...และไม่ได้ให้เงินเขาสักเพนนี




ถึงกระนั้นใครบางคนก็ยังถูกกระทำราวกับเป็นลูกค้า...เป็นครั้งแรกที่โรเบอร์โต้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและพบว่าเด็กหนุ่มที่ตนพามาด้วยเมื่อคืนได้หายไปแล้ว

 





❦❦❦❦❦❦

#กุหลาบอีเดน







             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 203 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

289 ความคิดเห็น

  1. #236 kingoffish (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:05

    แงงง้ คุณสูท!!!! อย่ามาทำให้หวั่นไหวว

    #236
    0
  2. #198 Kim-jungkook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 02:09
    เรื่องนี้ดีมากเลยอะ ทำไมพึ่งมาอ่านกันเนี้ย😭
    #198
    0
  3. #197 nntoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:09
    โอ้ย สงสารน้องไอวี่มากเลยนะคะ ร้องไห้จนเหนื่อยเลย คุณสูทไม่ชัดเจนอ่ะ
    #197
    1
    • #197-1 nntoo(จากตอนที่ 6)
      14 พฤษภาคม 2563 / 00:10
      อ่อๆ สมน้ำหน้าคุณสูทด้วยน้องไม่อยู่ให้กอด น้องไอวี่หนีคนปากแข็งไปเลย
      #197-1
  4. #187 Paployz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 17:52
    คุณสูทนะคุณสูทแอลเรสเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่าเลย สงสารน้อง ถ้ารักน้องเหมือนกันช่วยบอกน้องหน่อย
    #187
    1
    • #187-1 Paployz(จากตอนที่ 6)
      13 พฤษภาคม 2563 / 17:53
      *แอสเรล สิ
      #187-1
  5. #142 Kanokwan114 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:37
    เพราะอายุห่างกันมาก ทำให้ความคิดความอ่านของพวกเขาแตกต่างกันออกไป การกระทำก็เช่นกัน คนอ่านอย่างเราๆก็รู้แหละว่าคุณเค้าก็แอบมีใจให้บ้าง แต่น้องไอวี่ของเราก็อยากได้ยินจากปากจองคุณเค้าเหมือนกัน เห้อ หน่วงมาก ยิ่งตอนตื่นมาแล้วไท่เห็นน้องคือคุณคะ คุณรีบง้อน้องเลยนะคะ
    #142
    0
  6. #140 Mchaly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:07
    สงสารน้องจัง ไอวี่ลูกแม่ น้องอยากได้ความชัดเจนนะคุณสูท
    #140
    0
  7. #90 Hit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 06:12

    รู้แหละ ว่าน้องแค่ต้องการความชัดเจน

    #90
    0
  8. #79 Muay199960007 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:06
    น้องงงง
    #79
    0
  9. #77 Jm1013 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 06:15
    รักของผู้ใหย่กับรักของเด็กมันต่างกันแต่คุณสูทก็ยังไม่ให้ความชัดเจนกับน้องเลย สงสารน้อง อย่าทำให้น้องเหมือนคิดไปเองแบบนี่ ไอวี่ของแม่ โอ๋ๆนะคะ
    #77
    0
  10. #75 Kbexm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 04:29
    พีคอีกเเล้วอยู่ๆคุณสูทก็มาเป็นพันตำรวจเอก(ใช่มั้ยนะ)
    ส่วนที่น้องถามก็ตอบสักทีว่ารักหรือไม่รัก ถ้าไม่รักไม่ต้องมาเเคร์ไม่ต้องมาดีกับฉันไม่รักไม่ต้องมาหวงไม่ต้องมาหวงใยฉัน

    ไม่รักไม่ต้องมาทำอะไรอะไรทั้งนั้นเพราะใจฉันมันอ่อนเเอ
    #75
    0
  11. #74 nut40938 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:46
    สงสารน้องแงงง
    #74
    0
  12. #72 parksukie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 12:13
    คุณสูทมีเหตุผลอะไรกันแน่นะ
    #72
    0
  13. #71 marzthanaporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 12:13
    อีหยั่งวะ
    #71
    0
  14. #69 hugegirl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 03:03
    น้องอย่าไปยอมอีกต่อไป

    คุณสูท ต้องเป็นฝ่ายร้องขอบ้าง
    #69
    0
  15. #68 Highnez (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:27
    คุณสูทมีเหตุผลอะไรหรือเปล่าที่ไม่ยอมบอกอะไรน้องเลยงะ อยากอ่านต่อแล้วค้าบ แง้งงง
    #68
    0
  16. #67 baimikm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:19
    อย่าทำกับน้องแบบนี้คุณสูทไม่น่ารักเลย จิตใจน้องบอบบางมากนะ รักก็บอกน้องไปบ้างสิฮึ้ยย
    #67
    0
  17. #66 cadycool (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:11
    ไม่รู้เลยว่าคุณสูทคิดอะไรอยู่ ส่วนยัยหนูลูกแม่ก็ช้ำรักอีกแล้ว ฮืออ
    #66
    0
  18. #65 lobilol37 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:07
    รู้สึกอึดอัดแทนยัยหนูแอสเรลค่ะ คุณสูทเป็นผู้ชายที่ดูไม่ออกเลยว่าคิดอะไรกันแน่และเป็นจำพวกที่ทำให้ใครๆต้องแพ้ให้เค้าอย่างราบคาบ สู้ไม่ได้เลย เก่งเกินไปแล้ว
    #65
    0
  19. #64 AreeyaSripikun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 00:01
    แงงงใจน้องปวดดดดดดดด
    #64
    0
  20. #63 Seoky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 23:43
    สม!!! นิสัยน่าตีมาก อย่าไปยอมนายคนนั้นง่ายๆนะไอวี่
    #63
    0