Eden Rose | KOOKMIN

ตอนที่ 4 : กุหลาบอีเดน 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 202 ครั้ง
    1 พ.ค. 63




ลอร์ดสเปนเซอร์นั้นชื่นชอบงานเลี้ยงสังสรรค์เป็นอุปนิสัยส่วนตัว แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานทำให้ไม่สามารถสังสรรค์ได้บ่อยเท่าที่ใจต้องการ ทุกๆ สองเดือนเหล่าขุนนางหรือเศรษฐีที่ทำธุรกิจร่วมกันหรือรู้จักมักจี่จึงมักจะได้รับบัตรเชิญให้มาเข้าร่วมงานเลี้ยงเล็กๆ ที่เริ่มตั้งแต่ยามบ่าย โดยผู้ที่ถูกรับเชิญอาจจะมาหรือไม่มาก็ได้ ตามแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน ภายในงานแต่ละครั้ง แม้บัตรเชิญจะถูกส่งไปยังกลุ่มคนเดิมๆ แต่จำนวนหรือสมาชิกผู้เข้าร่วมงานอาจจะแตกต่างกันไป บางครั้งมีน้อย บางครั้งมีมาก แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้งานเลี้ยงของลอร์ดมาร์ควิสกร่อยเลยแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากธีมของงานที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ครั้ง



งานเลี้ยงครั้งต่อไป หากนับตั้งแต่คืนที่ทำงานพลาดก็หมายความว่ากำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า นับว่าแอสเรลโชคดีในความโชคร้ายที่งานเลี้ยงของลอร์ดมาร์ควิสในรอบสองเดือนยังไม่ผ่านพ้นไป เพราะเพียงแค่รายงานกับสารวัตรวิลเฮล์มว่าอาจต้องขอเลื่อนวันส่งรายงานออกไปอีกหนึ่งสัปดาห์เนื่องจากความผิดพลาด เด็กหนุ่มก็ถูกตำหนิอย่างหนักทั้งเรื่องความไม่รอบคอบและประมาทเลินเล่อ สารวัตรบอกว่าทุกคนรอรายงานจากเขามาตลอดสามเดือนเพราะไม่มีทางอื่นที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบคฤหาสน์ของขุนนางเหล่านี้ได้โดยไม่มีหมายค้นแล้ว แต่นี่กลับยังต้องรอต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ แผนดำเนินการขั้นต่อไปที่วางเอาไว้ก็ต้องถูกโละใหม่ แอสเรลที่ตอนแรกกะจะไปแก้ตัวเต็มที่ เมื่อได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่ยืนนิ่ง พยักหน้าหงึกหงักตอบกลับไปเท่านั้น



สารวัตรวัยกลางคนผู้มากประสบการณ์ไม่ถามถึงรายละเอียดเนื้องานว่าเด็กหนุ่มจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ ส่วนหนึ่งนอกเหนือจากความคิดที่ว่าไม่สนใจแล้วว่าจะเป็นวิธีการแบบไหน จงไปสำรวจมาให้ได้ แอสเรลรู้ดีว่าสารวัตรวิลเฮล์มนั้นไว้ใจฝีมือของเขาจากการทำงานร่วมกันมานาน ทำให้แผนการของเขาได้รับการอนุมัติให้ลงมือปฏิบัติได้ในทันทีโดยไม่ต้องบอกเล่าให้มากความ



อยากจะคุกเข่าลงขอขมาท่านสารวัตรเพราะในใจจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าแผนการที่คิดเอาไว้นั้นจะเป็นไปอย่างที่ต้องการหรือไม่ งานนี้หาสำเร็จจะถือว่าโชคดี แต่หากไม่สำเร็จก็ถือว่าเท่าตัว เพราะตัดสินใจลงเรืออย่างค่อนข้างหุนหันพลันแล่น ตลอดเจ็ดวันขณะเฝ้ารอวันงานเลี้ยง ไอวี่แห่งหออีเดนถูกจองตัวเอาไว้แบบเต็มเวลาโดยขุนนางไม่ทราบชื่อท่านหนึ่ง



มีโอกาสได้ออกนอกเขตคฤหาสน์ของคุณสูทได้เพียงแค่วันที่ไปรายงานความคืบหน้าเท่านั้น...เวลาอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นเด็กหนุ่มแทบไม่ได้สวมเสื้อผ้าแบบเต็มรูปแบบ อย่างมากก็แค่ชุดคลุมผ้าลื่นตัวบางๆ เท่านั้น



ทุกๆ วันแอสเรลได้มีโอกาสดื่มด่ำบรรยากาศอันสงบร่มรื่นภายในเขตคฤหาสน์กว้างใหญ่แห่งนี้ ได้ทานอาหารเลิศรสและดื่มสุรารสกลมกล่อมคุณภาพดี...ก่อนจะถูกเฉลยในค่ำคืนหนึ่งว่านี่เป็นเพียงเรือนพักตากอากาศของคุณสูทเท่านั้น



ตลอดเจ็ดวัน ทุกค่ำคืนบนเตียงกว้างและแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมัน ชายหนุ่มผู้ดูเหมือนเต็มไปด้วยปริศนานั้นค่อยๆ เปิดเผยเรื่องของตนเองออกมาอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน ในตอนนี้แอสเรลได้รับรู้ว่าคืนนั้นที่ได้พบกันครั้งแรก เป็นเพราะคุณสูทคิดว่าหากโชคดีอาจได้เจอกุหลาบอีเดนตัวเป็นๆ ชายผู้ไม่ค่อยพึงใจสถานบันเทิงยามค่ำคืนอย่างเขาจึงลองออกมาดื่มเพียงลำพังที่หออีเดนดู จึงสรุปได้ว่าในคืนนั้นใครกันคือตัวดูดโชคของแอสเรลไป



นอกจากนั้นยังได้รู้ว่าคุณสูทชอบดื่มไวน์ขาวผสมเหล้ารัมแบบหนึ่งส่วนสี่ ชอบทานเนื้อไก่แต่ไม่ชอบเนื้อปลาทุกชนิด บางครั้งก็ชอบเล่นตลกไร้สาระ แต่เวลาทำงานเป็นอย่างไรยังไม่ทราบเพราะคุณสูททำงานนอกบ้าน และระหว่างนั้นแอสเรลก็แค่เดินเล่นเอื่อยเฉื่อยอยู่ในคฤหาสน์รอคุณสูทกลับมาเท่านั้น




คุณสูทชอบจูบมากกว่าเล่นกับส่วนล่าง...และมักจะกอดเขาอย่างอ่อนโยนทุกครั้งที่เสร็จสมอารมณ์หมายทั้งคู่




เป็นความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ไม่ขาวไม่ดำ แอสเรลยอมรับว่ามีความตึงเครียดอ่อนๆ จากความไม่มั่นใจว่าตนเองเลือกไว้ใจถูกคนหรือไม่ ในแต่ละวันที่อาศัยอยู่กับชายที่ชื่อสูทในคฤหาสน์แห่งนี้  ถึงจะสำรวจไปทั่วทั้งบริเวณและไม่พบสิ่งผิดปกติน่าสงสัยใดๆ แล้ว แต่ความรู้สึกราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่ตัวตนสมมติที่จับต้องไม่ได้ก็ยังคงทำให้แอสเรลรู้สึกหวั่นไหวไม่มั่นคง หลายๆ อย่างอยากจะถามให้เห็นแจ้งแถลงไขมากกว่าเดิม แต่ก็กลัวว่าจะทำชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจและยกเลิกข้อแลกเปลี่ยนที่ให้กันไว้ ถึงกระนั้น บนความลังเลใจก็ราวกับว่าอีกใจหนึ่งนั้นไว้ใจชายหนุ่มอย่างน่าประหลาดใจ จนวันนี้คุณสูทก็ยังไม่เคยรุกล้ำเข้ามาจนถึงขั้นสุดท้ายเวลาอยู่ด้วยกันบนเตียง ในบางครั้งเด็กหนุ่มก็เป็นฝ่ายร้องขอจุมพิตจากชายผู้อายุมากกว่านับสิบปีด้วยตนเอง ยามเช้าหากลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน ก็จะปลุกอีกคนด้วยการขยับเข้าไปซุกกอดหรือมอบจูบแผ่วเบาซุกซนให้ ซึ่งคุณสูทก็ไม่เคยปฏิเสธมัน กลับโอบกอดหรือจูบตอบกลับมาให้หวานและอ่อนโยนยิ่งกว่าที่ตนได้รับจากเด็กหนุ่มผู้งดงาม สิ่งที่ทั้งสองปฏิบัติต่อกันราวกับถูกถักทอออกมาด้วยความรู้สึกบางอย่างจากหัวใจ มันมีความหมาย มีความความทะนุถนอมและใส่ใจอยู่ข้างใน ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกไปเองคนเดียวหรือไม่



แอสเรลเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองยังเป็นเด็กไร้เดียงสาก็วันนี้...ในวันที่คิดว่าถึงจะถูกอีกฝ่ายหลอกลวงก็ไม่เป็นไร ขอแค่ตัวเขาได้ครอบครองสายตาและสัมผัสที่แสดงออกว่าต้องการและพอใจในตัวเขาเป็นอย่างมากของคุณสูทในปัจจุบันนี้ก็พอแล้ว



หลังจากใช้ผ้าชุบน้ำหมาดที่ถูกจัดเตรียมไว้เช็ดของเหลวสีขาวขุ่นที่เลอะเปื้อนตามเนื้อตัวของกันและกันจนแยกไม่อออกว่าของใครเป็นของใครออกจนหมดจด ก็ถึงเวลาที่ทั้งสองจะได้นอนโอบกอดและพูดคุยกันเบาๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมันกลางดึกสงัดเฉกเช่นทุกวัน



แอสเรลหลับตาลง โอบกอดและซบบนไหล่แข็งแกร่งนั้นอย่างสงบใจ สัมผัสลูบไล้อ่อนโยนบนศีรษะทำให้รู้สึกราวกับกำลังนอนอยู่บนทุ่งโล่งกว้างเบาสบาย ต่อมาจึงหัวใจเต้นรัวเมื่อชายหนุ่มหันมาหอมศีรษะอย่าง...เรียกว่ารักใคร่จะได้หรือเปล่า ก็ยังไม่แน่ใจ



วันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางและชัดเจนมากขึ้น วันที่ตัวตนของคุณสูทอาจจะถูกเปิดเผยออกมาและตัวเขาก็มีหน้าที่ต้องยอมรับและรับผิดชอบสิ่งที่ตนเองเลือกแล้วให้ได้ เด็กหนุ่มครุ่นคิดในใจพลันเงยหน้าขึ้นประทับจูบที่แนวสันกรามของชายผู้สง่างามราวกับรูปสลัก...ไม่อยากหลับเลย อยากให้คืนนี้คงอยู่ตลอดไป



“เหนื่อยหรือยัง...อย่าเพิ่งหลับนะ ผมมีเรื่องจะบอกเธอ”



“...”



แอสเรลกระพริบตาปริบ พยักหน้าตอบเบาๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร



ชายผู้อายุมากกว่าขยับกาย ใช้มืออีกข้างเชยใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่อๆ ที่สองข้างแก้มเพราะเพิ่งผ่านศึกอันวาบหวามแม้จะยังไปได้ไม่สุดทางก็ตาม “เหนื่อยหรือ...ทำไมทำหน้าแบบนั้น”



แอสเรลสบสายตาติดสงสัยของเจ้าของเสียงกระซิบอ่อนโยน ดวงตาสีฟ้าขุ่นเป็นประกายใสของเด็กหนุ่มราวกับโถลูกปัดที่ถูกสะกิดชนจนล้มคว่ำ...ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูออกมาจนแม้แต่คนมองยังใจเต้นวาบไหวโดยไม่ต้องบอกให้เจ้าของแววตาพูดอะไรต่ออีก



เป็นเด็กที่ทำให้อยากแกล้ง แต่ก็แกล้งได้ไม่ถึงที่สุดเพราะอยากยอมแพ้ให้ สูทเผยยิ้มจางๆ ก่อนจะก้มลงมอบจูบอ่อนโยนแต่หนักแน่นให้คนในอ้อมกอด ซึ่งไอวี่ก็ตอบรับด้วยการโอบกอดร่างใหญ่ด้วยสองแขนของตนเอง หลับตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ



ดวงตาสีฟ้าขุ่นหวานฉ่ำยิ่งกว่าเก่าเมื่อชายหนุ่มถอนจูบออก สูทจ้องมองใบหน้าหวานงดงามราวกับเทพธิดามาลีพร้อมกับเอ่ยปากต่ออย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน



“วันพรุ่งนี้คนรับใช้จะแต่งตัวให้เธอหลังเวลาน้ำชา งานเลี้ยงช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมด้านนอกคฤหาสน์ เกรงว่าเธอคงต้องเข้าร่วมไปก่อน ตกลงไหม”



“...” เด็กหนุ่มจ้องมองดวงตามั่นคงนั้นขณะรับฟัง พยักหน้าเป็นคำตอบ อีกฝ่ายจึงพูดต่อ



“เก่งมาก...หลังจากเวลาน้ำชายามบ่ายจะเป็นงานเลี้ยงเต้นรำภายในห้องโถง...ในตอนนั้นผมจะให้สัญญาณเมื่อทุกอย่างพร้อมสำหรับเธอแล้ว ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เมื่อเธอกลับเข้ามาในงานเราจะเดินทางกลับทันที ตกลงไหม”



“...”



แอสเรลยังคงพูดอะไรต่อไม่ออก เว้นระยะไปสักครู่หนึ่งจึงพยักหน้าตอบช้าๆ อีกครั้ง ซึ่งร่างสูงกว่าดึงเด็กหนุ่มเข้ามากอดแนบอกทันทีที่ได้รับคำตอบ



“เก่งมากๆ...เด็กดีของผม เธอต้องทำได้แน่นอน ผมขอเอาใจช่วยให้เธอทำสำเร็จลุล่วง”



“...”



แอสเรลรู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในอก ขณะหลับตาและซบหน้าผากลงกับแผงอกอันมั่นคงนั้น ภายในใจก็พร่ำพูดสองประโยคที่รู้สึกว่ายังเร็วไปหากพูดออกมาตอนนี้สลับกันไปมา





ขอบคุณ...ผมรักคุณ....คุณสูท

 

 




❦❦❦❦❦





คุณสูทไม่ได้พูดโกหก หลังจากวันนั้นผ่านมาร่วมเดือนกว่าๆ แล้ว แอสเรลสามารถรายงานผลภารกิจกับสารวัตรวิลเฮล์มได้ และเขาก็ไม่พบหน้าคุณสูทอีกเลย นับตั้งแต่วันนั้นที่งานเลี้ยงของมาร์ควิสสเปนเซอร์



เขาไม่ได้ถูกจองตัวต่อ คุณสูทให้เหตุผลว่าต่อจากนี้มีงานต้องทำและจะมีเวลาว่างน้อยลงกว่าเดิม แอสเรลกลั้นใจขอที่อยู่ไปรษณีย์เพื่อที่จะได้ส่งจดหมายติดต่อกับชายหนุ่มต่อ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใจร้ายและยอมให้มาแต่โดยดี ไอวี่ในช่วงนี้จึงถูกแขกทักบ่อยๆ ว่าสีหน้าดูไม่สดใส ซ้ำแต่ละคืนยังไม่ค่อยเลือกแขกคนใดไปเล่นด้วย เหตุผลมีเพียงข้อเดียวที่เจ้าตัวไม่คิดจะบอกใคร คือเด็กหนุ่มเพิ่งจะเคยรู้ว่าอกหักช้ำรักมันเป็นอย่างไร



คุณสูท...ไม่สิ เขามีอีกชื่อหนึ่ง เป็นชื่อจริงที่เขาไม่ยอมบอกออกมาตั้งแต่แรกเสียด้วยซ้ำ ชายผู้หล่อเหลาและใจดีคนนั้นทำเพียงแค่ส่งยิ้และลูบศีรษะของแอสเรลในตอนที่มาส่งเขาที่ห้องพัก เด็กหนุ่มอุตส่าห์กลั้นมันเอาไว้และฝืนยิ้มจนกระทั่งรถม้าสีดำคันนั้นเคลื่อนตัวหายไป เมื่อเดินมาถึงห้องพักที่ไม่ได้กลับมานอนนาน แอสเรลจึงปล่อยให้น้ำตาแห่งความผิดหวังไหลลงมาอย่างเงียบๆ



เป็นคนที่ใจดีและได้ช่วยเขาเอาไว้จริงๆ ราวกับพ่อพระมาโปรด แต่ก็ใจร้ายอยู่มากเช่นกัน หัวใจของเด็กหนุ่มก็มีเท่านี้ และได้ให้เขาคนนั้นไปโดยไม่รู้ตัว แต่สุดท้ายก็ต้องถูกบอกลาด้วยประโยคที่ว่า เธอเป็นเด็กที่สุดยอดจริงๆ ด้วย ผมภูมิใจในตัวเธอ



ใจร้ายที่สุดเลย...หลังจากนั้นสองสามวันแอสเรลจึงมีกะจิตใจกะใจลองเปิดซองกระดาษที่ภายในมีชื่อและที่อยู่ของคุณสูทเพื่อที่เขาจะได้ส่งจดหมายไปพูดคุยบ้างตามโอกาส ในตอนนั้นเองที่แอสเรลเริ่มรู้สึกว่าความกระเง้ากระงอดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้นมายิบๆ



โรเบอร์โต้ บริลล์ สเวน  สเวน...แอสเรลอ่านนามสกุลนั้นซ้ำเป็นสิบครั้ง ทั้งอ่านออกเสียง อีกทั้งยังนำไปเทียบกับป้ายที่คอเสื้อสูทของเครือสเวนราคาสูงลิบลิ่วที่เขาได้รับมาเป็นของขวัญจากแขกใจป้ำท่านหนึ่ง ทว่าถึงจะใช้วิธีใดมาพิสูจน์ ผลออกมาก็สรุปว่าคุณสูทคือ สเวนจริงๆ  ให้พูดตามตรง แค่ความจริงที่ว่าตัวเขามีชื่อกลางเป็นชื่อเดียวกับหม่อมราชวงศ์ท่านหนึ่ง และใช้นามสกุลสเวนอันเป็นชื่อเดียวกับกลุ่มการค้าเครือสเวนที่ครอบคลุมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ สินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ยานพาหนะ เสื้อผ้า อาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และอื่นๆ อีกมากมาย เพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วในการแสดงตัวว่าเขาเป็นหนึ่งในสกุลสเวนที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขสืบตรงมาจากเชื้อพระวงศ์ และมีอิทธิพลมากทั้งในโลกธุรกิจและการปกครองในช่วงนี้




บุตรชายของท่านดยุกสเวนมีทั้งหมดสามคน...ในจำนวนนั้นมีคนหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นปริศนาทั้งเรื่องรูปร่างหน้าตาและชื่อเสียงเรียงนาม เหตุผลคืออะไรนั้นยังไม่อาจทราบได้ ตราประทับบนน้ำตาเทียนสีน้ำเงินรูปดาบไขว้และดอกเบญจมาศตรงกลางบนกระดาษหนาแผ่นนี้เป็นสิ่งยืนยันแล้วว่าบุตรชายคนที่สามของดยุกมีชื่อว่า โรเบอร์โต้ บริลล์ สเวน






เป็นแขกที่มีเบื้องหลังสูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยรับมาในฐานะไอวี่ กุหลาบอีเดน ที่ร้ายกว่านั้นคือเด็กหนุ่มก็ดันตกหลุมรักไปโดยไม่รู้อะไรมาก่อนเลยอีกด้วย...ช่างน่าโมโหจริงๆ






❦❦❦❦❦❦

#กุหลาบอีเดน





            
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 202 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

289 ความคิดเห็น

  1. #281 Darlene PP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:07
    น้องลูก;-;
    #281
    0
  2. #204 babeblues (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 23:15

    จะเจอกันอีกไหมน้ออออ สงสารน้องTT

    #204
    0
  3. #194 nntoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:24
    น้องอกหักอ่ะ ก็คุณสูทอบอุ่นใจดีขนาดใครจะไม่รัก รีบกลับมาปลอบใจน้องเลยนะ
    #194
    0
  4. #185 Paployz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 17:35
    สงสารน้องจริงๆ😭😭😭
    #185
    0
  5. #139 Mchaly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:57
    เบื้องหลังสูงส่งมาก อยากโอ๋ๆน้อง
    #139
    0
  6. #125 Kanokwan114 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    ขาอ่อนแล้วถ้าเป็นนี่ ยิ่งใหญ่มาก ไม่กล้าแตะต้องหรอก
    #125
    0
  7. #76 Muay199960007 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 05:49
    เอ็นดูน้องงง
    #76
    0
  8. #70 parksukie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 11:54
    สงสารน้องงงงงงงงง
    #70
    0
  9. #49 Nakookmin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 17:29
    โอ้มายก้อด เบื้องหลังสูงส่งยิ่งนัก เอ็นดูยัยน้องบ่น ฮืออออ
    #49
    0
  10. #44 Hit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 17:00

    สวรรค์ช่างใจดีกับชาติภพของร่างสูงชะจริง แต่ดูผลกรรมของชาติที่แล้วของร่างบางมันแรง จึงอยู่คนละขั้นมากไปหน่อย😂

    #44
    0
  11. #38 Chimxnochu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 06:45
    คุณสูทใจร้าย งืออออออ
    #38
    0
  12. #37 Kbexm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 03:49
    ทำไมโรเบอร์โต้ใจร้ายได้เยี่ยงนี้มาทำให้รักเเล้วก็จากไปไม่ได้ป่ะ!!!!!
    #37
    0
  13. #33 Bunny1997buzan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 01:59
    พอคิดว่ามาลาคีรีคือชาติที่แล้วของพวกเขาแล้วแบบน้ำตาจะไหลเลยเหมือนคุณสูทกอดน้องจูบน้องเพราะความคิดถึงมากๆ แงงงน้องมินอสไอวี่มาลาคีรีอีเดนของพี่เรื่องนี้หนูต้องสมหวังแล้วนะ
    #33
    0
  14. #32 lobilol37 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 22:59
    อ่า ขนาดรู้ว่าเป็นลูกชายของท่านดยุคแต่คุณเขาก็ยังดูลึกลับซับซ้อนชวนให้สงสัยอยู่ดีนั่นแหละ ยัยหนูแอสเรลดันมอบใจให้เค้าแล้วด้วยสิต่อไปจะเจองานใหญ่งานช้างขนาดไหนกันนะ
    #32
    0
  15. #31 cadycool (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 22:46
    แต่คุณสูทเขาอบอุ่นมากจริงๆนะคะ ไม่แปลกใจที่น้องหลงรัก แต่พื้นเพก็คือยิ่งใหญ่จนน่าขนลุก แล้วแบบนี้ลูกแม่จะมีโอกาสหรือเปล่าเนียะ
    #31
    0
  16. #30 JJEONJKK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 21:59
    อือหือออลูกดยุกเลยนะ ไอวี่ลูกกมากอดมา
    #30
    0
  17. #26 marzthanaporn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 21:20
    เอ้าราชนิกูลค่า เจ้าไอวี่ จะยังไงต้อละทีนี้
    #26
    2
    • #26-2 Mr.Raindrop(จากตอนที่ 4)
      28 เมษายน 2563 / 21:59
      และคนที่รับตำแหน่งดยุกคือคูมพ่อด้วยค่า โรเบอร์โต้เป็นคุณชายลูกดยุกค่ะ
      #26-2
  18. #25 Seoky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:00
    หวังว่าเรื่องนี้จะจบสวยนะคะ เจบช้ำมาหลายเรื่องแล้ว แง้
    #25
    0
  19. #22 baimikm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:33
    ชอบที่เขาจูบกันกอดกันมันดูอบอุ่นหัวใจมาก แถมน้องไอวี่ยังไปชอบคุณสูทอีก คุณสูทนี่ช่างลึกลับ แล้วยังมาขโมยหัวใจน้องไป ไอวี่สู้เขาสักวันคงได้เจอคุณสูทอีกแน่
    #22
    0
  20. #21 LADYJ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:24
    โอ้ยยย น้องไอวี่ ถูกเขาหลอกให้รักรึเปล่าเนี่ยยย คุณสูทห้ามหลอกน้องนะ ไม่งั้นแม่จะตีจริงๆด้วย
    #21
    0
  21. #20 lapas1105 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:15
    อกหักครานี้..... คุณเขาอบอุ่นมาก🥺
    #20
    0