มาลาคีรี | KOOKMIN

ตอนที่ 8 : มาลาคีรี 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    1 เม.ย. 64





ที่ใดมีแสดงสว่าง ที่แห่งนั้นย่อมต้องมีเงามืด สรวงสวรรค์ใช่ว่าจะมีเพียงอุทยานหรือวิหารงดงามตระการตา ชาวสวรรค์ก็ใช่ว่ามีเพียงเหล่าเทพยดาหรือนางฟ้านางสวรรค์เท่านั้น ลึกเข้าไปในป่าแห่งความเงียบอันเป็นอาคมศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้กักขังเหล่าสัตว์สวรรค์อันเกิดจากทูตสวรรค์ที่ประพฤติผิดกฎสวรรคโลกเอาไว้ คือสถานที่ซึ่งมีเพียงชาวสวรรค์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไป เป็นป่าโปร่งซึ่งที่กำบังตนเองจากสายตาของเหล่าสัตว์ประหลาดรูปร่างหน้าตาผิดเพี้ยนบูดเบี้ยวนั้นหาได้ยากยิ่ง เจ้าของร่างกายผอมสูงและนิ้วเรียวยาวแหลมคม ผิวเนียนเนื้อสากสีขาวนวลห่อหุ้มกระดูกนั้นหนาและเหนียวยากต่อการสร้างความเสียหายด้วยเวทมนตร์คาถาระดับธรรมดา ดวงตาตีบเล็กสีดำสนิทที่มองเห็นได้ดีแม้ในเวลากลางคืน และเขี้ยวแหลมคมนับร้อยเล่มภายในปากที่ขากรรไกรยืดได้กว้างราวกับอสรพิษที่กินสัตว์ใหญ่ได้ทั้งตัวบนโลกมนุษย์



พวกมันเกลียดชังและคั่งแค้นชาวสวรรค์ ไม่ว่าจะหน้าไหนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตป่านี้ หากได้ชื่อว่าเป็นชาวสวรรค์จะชั้นสูงหรือชั้นต่ำก็ต้องถูกพวกมันโจมตีจนถึงชีวิตกันถ้วนหน้าไม่มีข้อยกเว้น บ้างก็ว่าพวกมันกินสัตว์ในป่าเป็นอาหาร บ้างก็ว่าพวกมันชอบหลอกล่อชาวสวรรค์ไปเป็นอาหาร ป่าแห่งความเงียบคือสถานที่ต้องห้าม ทว่าในการทดสอบของเหล่าโซเลมจะเป็นเพียงไม่กี่ครั้งในรอบหลายร้อยปีเท่านั้นที่อาคมบริเวณประตูทางเข้าจะถูกคลายออกเป็นเวลาห้านาที



มีทางเข้าเพียงทางเดียว และหากอาคมขาดหายไปเหล่าสัตว์สวรรค์จะสัมผัสได้ทันที เพราะฉะนั้นทันทีที่ผู้เข้ารับการทดสอบทั้งสิบสองคนก้าวเข้าไปในเขตป่าจนครบ อาคมจะกลับมามีอำนาจตามเดิม และเหล่าโซเลมจะต้องเร่งฝีเท้าเคลื่อนไหวชั่วพริบตาหนีให้ไกลจากบริเวณประตูทางเข้าในทันที เพื่อหลบเลี่ยงการปะทะกับเหล่าสัตว์สวรรค์ที่จะพร้อมใจกันมุ่งหน้ามาทางประตูทางออกกันเป็นจำนวนมาก



ป่าโปร่งแห่งนี้เงียบสงัดสมชื่อของมัน เพราะเป็นจุดมิติบิดเบี้ยวและเวทมนตร์แปรปรวนได้ง่าย เสียงที่ได้ยินชัดเจนมีเพียงเสียงในช่วงความถี่ต่ำเสียส่วนใหญ่ ความถี่สูงในช่วงระดับเสียงพูดขึ้นไปจะหายไปกับอากาศ ฉะนั้นหากเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นเหล่าโซเลมและภูตประจำตัวต้องเป่าแตรที่ได้รับมาคู่ละอันจากปราสาทอะเมทิสเพื่อขอความช่วยเหลือเท่านั้น การร้องตะโกนหรือกรีดร้องไม่ต่างกับกระซิบงึมงำเพียงลำพัง จะไม่มีใครได้ยินแม้จะอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เมตรก็ตาม แต่ในการใช้แตรนี้ก็ต้องพิจารณาสถานการณ์ให้ดีเช่นกัน เพราะไม่ได้มีเพียงเพื่อนผู้เข้ารับการทดสอบเท่านั้นที่จะได้ยิน แต่เหล่าสัตว์สวรรค์ภายในป่าแห่งนี้ก็จะได้ยินด้วย



ภารกิจที่สองที่ว่าที่ทูตสวรรค์รุ่นใหม่ได้รับคือการบุกทะลวงเข้าไปยังศูนย์กลางของป่า แล้วทำลายแผ่นหินอันเป็นประตูทางออกเดียวของป่าแห่งนี้ที่เหล่าทูตสวรรค์วางไว้ให้ พวกเขามีเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งวันเท่านั้น เพราะหากรอให้ถึงเวลากลางคืนเหล่าสัตว์สวรรค์จะมีพลังอำนาจมากขึ้น ถึงตอนนั้นแม้แต่เหล่าเทพยังยากที่จะรับมือ แน่นอนว่าพวกเขาจะถูกช่วยออกมาในทันที แต่ภารกิจก็จะล้มเหลวลง ตำแหน่งทูตสวรรค์ก็จะรอเด็กรุ่นใหม่ในอีกสองร้อยปีข้างหน้าขึ้นมาเข้ารับการทดสอบ พวกเขาจะกลายเป็นโซเลมรุ่นที่ถูกตราหน้าว่าอ่อนแอเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับบางรุ่นที่ผ่านมา



ภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจแย่งชิงหรือประจัญบาน แต่เป็นภารกิจที่ทั้งสิบสองคนต้องร่วมมือกันในการทำลายแผ่นหินนั้นให้ทันก่อนสนธยา ท่ามกลางวงล้อมของสัตว์สวรรค์ที่กราดเกรี้ยวและดุร้ายภายในป่ากว้างใหญ่แห่งนี้



ทว่าเพียงแค่ก้าวเข้ามาในเขตพงไพรที่เต็มไปด้วยต้นไม้ลำต้นเล็กไม่สูงใหญ่อีกทั้งยังผลัดใบจนร่วงเกือบหมดต้น เหล่าชายหนุ่มหญิงสาวก็ขนลุกชูชันด้วยความหวาดระแวงและอึดอัดจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา ที่เท้าสัมผัสได้ว่ากำลังเดินอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้ง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับห้วงอากาศมันหายไป บรรยากาศรอบตัวเริ่มบีบคั้นเข้ามาเรื่อยๆ ขณะเดินลึกเข้าไปในป่า เมื่อพูดคุยกันไม่ได้ก็ทำเพียงมองตาและให้สัญญาณผ่านมือไม้ อิกอรัสต้องคอยหยิกหลังมือของตนเองเรื่อยๆ เพื่อเรียกสติ เพราะความเงียบทำให้หลงคิดไปว่าป่าแห่งนี้นั้นสุญญากาศจนพลันทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังหายใจได้ตามปกติ เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างกดดันทั้งพลังกายและพลังใจมากทีเดียว



เพราะรู้ว่าอาจถูกโจมตีมาจากทิศทางใดก็ได้ทุกเมื่อ พวกเขาจึงค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างช้าๆ โดยหันหลังให้กันเพื่อคอยจับตามองรอบด้านตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะจะได้รับมือกับพวกสัตว์สวรรค์ได้ทัน แต่เพื่อจะได้ส่งสัญญาณให้วิ่งหนีไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากการเผชิญหน้ากับสัตว์ที่แม้แต่เหล่าเทพยังสังหารไม่ได้นั้นเป็นเรื่องที่รังแต่จะเสียเวลาและอาจจะเสียใครบางคนไปอย่างไม่มีหวนกลับด้วยก็เป็นได้



ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางของป่าอย่างระแวดระวังและตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา ทั้งสิบเอ็ดคนยกมือขึ้นกุมหูทั้งสองข้างของตนเองพร้อมกันเพราะความรู้สึกปวดแปลบที่แล่นปลาบขึ้นมาภายในหูทั้งสองข้างอย่างกะทันหัน เกียหรือภูตประจำกายของแวนโฮซาร์ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้สึกถึงของเหลวที่ไหลออกมาจากหูข้างซ้าย และเมื่อดูที่มือของตนเองก็พบว่าเป็นเลือดสีแดงที่ไหลซิบออกมาเพราะเสียงความถี่สูงลิบที่พวกเขาอาจจะไม่ได้ยิน แต่ร่างกายก็ไม่สามารถโกหกได้ว่ารับความถี่ระดับนี้ไม่ไหว



หญิงสาวรู้สึกร่างกายเสียสมดุลไปในทันที แวนโฮซาร์และเรเมทิสรีบประคองร่างที่กำลังเซล้มลงของเธอเอาไว้ด้วยอาการตื่นตกใจพร้อมกับทุกคนที่หันมามองเมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกราวกับเกิดความโกลาหลขึ้นในวง



ทุกคนต่างตกอยู่ในอารามตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงที่หูของนาง ที่ไหล่ของโซเลมเพตารู้สึกถึงแรงเขย่าเต็มแรง ก่อนที่เขาจะรีบละล่ำละลักหันมาตีไหล่ทุกคนให้หันไปมองที่ทิศทางหนึ่ง



สัตว์สวรรค์ตัวหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางพวกเขาด้วยความเร็วสูง มันคงจะเป็นเจ้าของเสียงความถี่สูงเมื่อครู่นี้ แวนโฮซาร์รีบแบกภูตของตนเองขึ้นหลังแล้วหลบหนีออกจากบริเวณนั้นก่อนที่สัตว์สวรรค์จะจ้ำอ้าวมาถึงก่อน



เหล่าโซเลมวิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทางเนื่องจากความตื่นตระหนกตกใจ รู้ตัวอีกทีรอบกายของอิกอรัสก็เหลือเพียงลีออง โซเลมธาตุวารีผู้นิ่งขรึมเสียแล้ว ตัวเขาเองก็พลัดหลงกับอะความารีนซึ่งเป็นภูตของเขาเอง เนื่องจากนางเป็นห่วงเกียจึงไม่ได้ติดตามมาทางเดียวกันกับเขา



ทั้งสองหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตกใจที่ยังไม่จางหายไป...เสียงหัวใจที่เต้นรัวและหนักแน่นดังก้องอยู่ในหูของตนเอง เมื่อได้ยินเสียงหลังจากไม่ได้ยินมานานชายหนุ่มก็รู้สึกราวกับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงเสียงหัวใจของตนเองก็ตาม ดูเหมือนมันจะอยู่ในย่านความถี่ต่ำพอที่จะสดับรับฟังได้ภายในป่ามิติบิดเบี้ยวแห่งนี้



เพียงทั้งสองมองหน้ากันก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากใดๆ ต่างคิดแบบเดียวกันในใจว่าสถานการณ์ยากเย็นมากกว่าเดิมเสียแล้ว การแยกย้ายกันเดินในป่าแห่งความเงียบไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย



อิกอรัสเดินไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ที่กิ่งก้านแห้งกรอบเพราะสิ้นใจไปนานแล้ว ลีอองก็เดินตามมามองดูโซเลมอัคคีที่กำลังส่งยิ้มบางๆ ให้กับกระต่ายในกรงเล็กๆ ของตนอย่างโล่งอกที่มันยังอยู่ดี ก่อนจะค่อยๆ เปิดกรงออกเพื่อประคองกระต่ายตัวน้อยนั้นออกมากินหัวผักกาดหลังจากไม่ได้กินมาหลายชั่วโมงแล้ว



โซเลมวารีเองก็อดที่จะยิ้มอ่อนโยนอย่างเอ็นดูกระต่ายน้อยที่ทำจมูกฟุดฟิด และเคี้ยวหัวผักกาดในอุ้งเท้าตัวเองตุ้ยๆ ไม่ได้ ย่อกายลงนั่งยอง แล้วเอื้อมมือไปใช้นิ้วชี้ลูบศีรษะของกระต่ายตัวน้อยนั้นเบาๆ บ้าง



แต่ลูบไปได้แค่ไม่กี่ครั้ง มือใหญ่ก็ถูกชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของหยิบออกเบาๆ พร้อมรอยยิ้มเย็นบนใบหน้า ลีอองขมวดคิ้วเบาๆ หากก็ยอมหยุดแต่เพียงเท่านั้น เมื่อรู้ตัวว่าเผลอทำเหมือนภูตของคนอื่นเป็นแค่กระต่ายจริงๆ ขึ้นมาจึงกระแอมเบาๆ อย่างเก้อๆ



ปล่อยให้อีกฝ่ายเลี้ยงกระต่ายไปอีกไม่ถึงนาทีจึงรีบสะกิดให้เดินทางต่อเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ซึ่งอิกอรัสก็เข้าใจเป็นอย่างดี รีบเก็บมินอสเข้ากรงตามเดิมแล้วออกเดินทาง



สองหนุ่มตกลงกันว่าจะเดินหันหลังให้กันตามเดิมโดยมีอิกอรัสเป็นผู้นำเดินไปข้างหน้า สุริยาขึ้นกลางฟ้าแล้ว แต่พวกเขายังไม่สามารถสัมผัสถึงวี่แววของศูนย์กลางป่า แม้แต่จะพูดคุยกันก็ยังทำไม่ได้ จึงได้แต่เก็บงำความเครียดและกดดันเอาไว้ในใจของตนเองท่ามกลางความเวิ้งว้างและความเงียบอันกว้างใหญ่และกดทับภายในสถานที่แห่งนี้



เร่งฝีเท้าให้เดินเร็วมากกว่าเดิมเมื่อเริ่มชินกับการกวาดสายตาสำรวจพื้นที่ อิกอรัสเบิกตากว้างเมื่อหางตาสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวรวดเร็วของอะไรบางอย่าง ก่อนที่วินาทีต่อมาหูทั้งสองข้างจะปวดแปลบจนได้ยินเสียงหวีดวิ้งดังยาวภายในหู พร้อมกับร่างสีขาวของสัตว์สวรรค์ที่กระโดดพุ่งเข้ามาจากทางข้างหน้า ณ เวลานั้น



ไม่รอช้า รีบหันไปผลักลีอองให้รีบวิ่งหนีไปอีกทาง ครั้งนี้ดูจะช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเพราะเพียงพริบตาที่อิกอรัสพยายามจะใช้เวทเคลื่อนไหวชั่วพริบตา ข้อเท้ากลับถูกมือใหญ่เรียวยาวของสัตว์สวรรค์คว้าเอาไว้ได้จากด้านหลังจนล้มหน้าคว่ำ



ลีอองหลบหนีจากบริเวณนี้ไปได้แล้ว แต่อิกอรัสนั้นโลกหมุนกลับหัว ภาพตรงหน้าวูบไหวสั่นมองอะไรไม่เห็น รู้ตัวอีกทีร่างของเขาก็ถูกเหวี่ยงไปชนกับต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วตกลงกระแทกกับพื้นจนรู้สึกมึนงงไปหมด



ฝุ่นดินและเศษใบไม้แห้งลอยเข้าตาจนไม่สามารถลืมตาได้ อิกอรัสพยายามทรงตัวขึ้นยืนอย่างยากลำบากพลางบีบน้ำตาเพื่อไล่ฝุ่นออกจากดวงตา ยังดีที่ก่อนจะถูกเหวี่ยงราวกับเป็นสิ่งของอิกอรัสปลดกรงของมินอสออกจากเอวไปได้อย่างทันท่วงที ไม่เช่นนั้นกระต่ายตัวน้อยคงถูกทับจนบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่



รู้ดีว่าสัตว์สวรรค์คงไม่ปล่อยให้เขาได้พักแม้สักนาทีเดียว แม้จะยังแสบตาอยู่มากก็พยายามฝืนลืมตาขึ้นเพื่อเบี่ยงตัวหลบจากเงื้อมมือของสัตว์สวรรค์ตรงหน้าที่หมายจะเข้ามาคว้าตัวเขาเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะออกแรงถีบที่เอวของมันเต็มแรงจนมันถลาล้มลง แล้วจึงอาศัยจังหวะนั้นรีบพุ่งไปคว้ากรงกระต่ายของตนมาห้อยไว้ที่เข็มขัดตามเดิม



อันเชิญศรอัคคีของตนขึ้นมาด้วยความใคร่รู้และสงสัย อิกอรัสที่ในตอนนี้เนื้อตัวและใบหน้าเปื้อนฝุ่นดินเล็งศรอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจของโซเลมไปยังกลางแผ่นหลังของสัตว์สีขาวที่กำลังมึนงง แล้วจึงปล่อยศรออกไปภายในวินาทีเดียวกัน



ศรอัคคีตรงเข้าปักกลางหลังของมัน ก่อนที่เพลิงบรรลัยกัลป์อันมากด้วยฤทธิ์ทำลายล้างจะลุกท่วมร่างสีขาวนวลนั้น อิกอรัสหรี่ตาลงเบาๆ ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่านอกจากสัตว์สวรรค์ตนนั้นจะไม่ดีดดิ้นด้วยความทรมานแล้ว มันยังหันมามองยังต้นทางของศรดอกนั้น ก่อนจะอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมยาวสีดำของมันราวกับกำลังส่งเสียงคำรามจนสองหูของโซเลมอัคคีรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ภาพตรงหน้าก็เริ่มวูบไหวโอนเอนเพราะอยู่ใกล้กับคลื่นเสียงความถี่สูงนี้มากเกินไป



เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างผอมสูงที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟจะพุ่งเข้ามาคว้าตัวเขาไว้ได้อีกครั้ง อิกอรัสกลั้นใจใช้เวทเคลื่อนไหวชั่วพริบตาหลบหลีกออกมาได้อย่างฉิวเฉียดในที่สุด



หลังจากที่พาตนเองและภูตประจำตัวออกมาจากสถานการณ์คับขันนั้นได้สำเร็จ โซเลมอัคคีคว้าเกาะลำต้นของต้นไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อใช้ประคองร่างของตนที่โซเซโอนเอน พื้นที่ย่ำเดินอยู่ราวกับกำลังลอยเอนเอียงไปมาจนไม่อาจทรงตัวได้ รู้สึกถึงความปวดแปลบและเย็นชื้นที่รูหูทั้งสองข้าง เมื่อลองใช้นิ้วแตะก็พบว่ามีสภาพไม่ต่างกับเกียเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี้เลย



ชายหนุ่มหอบหายใจ ทิ้งตัวลงนั่งพิงโคนต้นไม้กับพื้นที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งแข็งกรอบ ภาพสัตว์สวรรค์เมื่อครู่นี้ยังคงติดอยู่ในหัว อิกอรัส หลับตาลงเบาๆ...ไม่กังขาในข้อห้ามนั้นอีกต่อไปแล้ว โซเลมอย่างพวกเขาทำอะไรพวกมันไม่ได้แม้เพียงรอยขีดข่วนรอยเดียว



แม้แต่ในปากก็มีรสเลือดด้วยจากตอนที่ล้มปากกระแทกกับพื้น อิกอรัสหยิบกรงไม้เล็กๆ มาวางไว้ที่หน้าตักของตนเอง พบว่ามินอสกำลังใช้อุ้งเท้าหน้าลูบศีรษะและใบหูของตนเองอยู่ คงจะรู้สึกอึดอัดกับฝุ่นดินที่เปื้อนขนขาวๆ ของเขาจนกลายเป็นสีน้ำตาลจางๆ เป็นจุดๆ



“ข้าขอโทษนะ ท่านเนื้อตัวสกปรกหมดเลย” แม้รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยินแต่ก็ยังอยากพูดออกไป อิกอรัสก้มลงใช้หน้าผากแตะกับกรงไม้ โดยมีกระต่ายมินอสยืดกายขึ้นดมหน้าผากชื้นเหงื่อของเขาแล้วใช้ลิ้นเล็กๆ เลียเบาๆ จนรู้สึกจั๊กจี้



ต้องปกป้องให้ได้...ชายหนุ่มคิดในใจ ถึงอย่างไรก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้สู้กับพวกมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะปกป้องมินอสจากป่าแห่งนี้จนเสร็จสิ้นภารกิจให้ได้



ต่อจากความคิดนั้นก็นึกสงสัยว่าคนอื่นๆ กำลังทำอะไรกันอยู่ ตอนนี้เดินทางเข้าใกล้แผ่นหินมากน้อยแค่ไหนแล้ว มีกี่คนที่ต้องอยู่ตามลำพังบ้าง อิกอรัสครุ่นคิดอยู่ไม่นานจึงหยัดยืนขึ้น ความวูบไหววิงเวียนเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย หากก็ยังทรงตัวได้ยากอยู่ แค่เดินเฉยๆ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่หากต้องวิ่งคงต้องเค้นเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพื่อควบคุมตนเองไม่ให้เซล้มลง



ขณะกำลังสูดหายใจเพื่อตั้งสติและเดินทางต่อ ที่หางตาของชายหนุ่มสังเกตเห็นอะไรแวบๆ สีขาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มหัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ฝ่าเท้า เผลอยืนนิ่งด้วยความตกใจจนสายตาไหววูบไปชั่ววินาทีก่อนรีบออกวิ่งตามกระต่ายตัวน้อยที่หนีออกจากกรงแล้ววิ่งไปอีกทางด้วยตัวเองอย่างไม่ทราบเหตุผล!



“มินอส มินอส!!



แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่ความแห้งผากที่คอก็ทำให้รู้ว่าตัวเขาคงร้องตะโกนเสียงดังจนแหบเพี้ยนราวกับคนเสียสติ



“ท่านจะไปไหน!! กลับมากลับมาเดี๋ยวนี้นะ หยุดเดี๋ยวนี้!!



หัวใจของชายหนุ่มแทบจะแหลกสลายขณะพยายามร้องตะโกนเรียกออกไป ขณะวิ่งก็รู้สึกราวกับจะหน้ามืดหมดสติไปทุกวินาทีจนไม่สามารถตั้งสมาธิเพื่อใช้เวทเคลื่อนไหวชั่วพริบตาได้ หัวสมองของเขากำลังฟุ้งกระจายและกระวนกระวายด้วยความกังวลและหวาดกลัวจนถึงขีดสุด



มินอสอยู่ข้างนอกกรง กระต่ายตัวน้อยแค่ฝ่ามือตัวนั้นอยู่กลางป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์สวรรค์ที่มากฤทธิ์พวกนั้น อิกอรัสพยายามไล่ภาพจินตนาการที่เลวร้ายออกจากหัวของตนเอง แม้แต่ตัวชายหนุ่มเองก็ยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเขา...เขากำลังสติแตก รู้สึกราวกับจะเป็นบ้าอยู่รอมร่อ เขาจะปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับมินอสไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่มีวัน!!



ภายในหัวของอิกอรัสยิ่งว้าวุ่นและสับสนมากกว่าเดิมเมื่อพบว่าร่างเล็กๆ ของมินอสได้หายลับสายตาเขาไปแล้ว



ชายหนุ่มหยุดวิ่งอย่างเหนื่อยหอบปานจะขาดใจ รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนดังก้องตุบๆ อยู่ในหัว ดวงตาทั้งสองข้างที่เบิกกว้างรู้สึกอุ่นร้อนเล็กน้อยที่ขอบตา...เผลอปล่อยให้คลาดสายตาไปแล้ว



ก้มหน้าลงขณะกำลังหอบหายใจ...อิกอรัสรู้สึกราวกับขาทั้งสองข้างจะหมดแรง ถึงกระนั้นก็ยังกลั้นใจ อดกลั้นอาการหอบสั่นแล้วก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบนั้นต่อไป



ไม่สนใจอีกต่อไปว่าอาจจะออกนอกเส้นทาง อิกอรัสเดินต่อไปยังทิศทางที่มินอสนำเขามา ก้าวเดินต่อไปด้วยสมองที่ไร้ซึ่งความคิดใดๆ ทั้งสิ้น



ก้าวเดินต่อไปในความเงียบอันชวนอึดอัดนานหลายนาที ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีส้มจางๆ เพราะเวลาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอใคร อิกอรัส หรี่ตาเบาๆ เมื่อเห็นว่าข้างหน้าของตนเป็นพื้นที่ว่างที่ไร้ซึ่งต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว ผืนดินว่างเปล่าไม่ได้เต็มไปด้วยใบไม้แห้งเหมือนพื้นที่อื่น โซเลมอัคคีเบิกตากว้างเมื่อสังเกตเห็นวัตถุบางอย่างที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่ว่างนั้น



มันคือแผ่นหินที่มีวงแหวนเวทมนตร์สลักอยู่...ที่นี่คือศูนย์กลางของป่า เขามาถึงแล้วด้วยความบังเอิญ ทั้งที่มินอสพาเขาวิ่งออกจากเส้นทางมา แต่เขากลับมาถึงที่นี่ภายในเวลาที่สั้นกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก



ชายหนุ่มรีบทิ้งตัวลงนั่งหลบหลังไม้พุ่มเหี่ยวแห้งที่ทอดตัวยาวอยู่โดยรอบพื้นที่นั้นเมื่อสังเกตเห็นสัตว์สวรรค์อีกสองสามตัวที่กำลังเดินโขยกเขยกเข้าไปมองดูและพยายามจะสัมผัสแผ่นหินศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วยความสงสัย แผ่นหินนั้นคงแผ่พลังอำนาจแบบเดียวกับอาคมที่ล้อมรอบป่าแห่งนี้อยู่ มันจึงดึงดูดสัตว์สวรรค์ให้เข้ามาสำรวจอีกทั้งยังพยายามจะทำลายมันด้วย



อิกอรัสขมวดคิ้วมุ่น...ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น หากความจริงแล้ว เป็นตัวเขาเองที่หลงทางตั้งแต่แรก และผู้ที่พาเขาเดินมาถูกทาง...คือมินอส หากเป็นแบบนั้นก็ดูสมเหตุสมผลอยู่มาก ตัวเขาเองตอนที่เคลื่อนไหวชั่วพริบตาครั้งล่าสุดก็ทำไปอย่างค่อนข้างร้อนรนอยู่มาก ไม่ได้คำนึงอย่างถี่ถ้วนถึงจุดหมายของการเคลื่อนตัว



โซเลมอัคคีพยายามเพ่งมองผ่านร่างสีขาวนวลของพวกมันไปยังแผ่นหินนั้นจากจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่เพื่อหาจังหวะในการทำลายแผ่นหินนั้นโดยไม่ให้พวกสัตว์สวรรค์สังเกตเห็น ก่อนที่หัวใจจะเต้นรัวขึ้นอีกระลอกเมื่อสังเกตเห็นอะไรอีกอย่างที่นั่งอยู่บนแผ่นหินนั้น



อิกอรัสรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่างอีกครั้ง มินอสกำลังนั่งอยู่บนแผ่นหินนั้น กำลังใช้อุ้งเท้าลูบศีรษะและใบหน้าของตนเอง แต่อิกอรัสรู้สึกราวกับจะขาดใจตายเพราะภูตของเขากำลังอยู่ท่ามกลางสัตว์สวรรค์ตั้งห้าตัว



หมับ!



ในตอนที่กำลังจะปรี่เข้าไปเพื่อช่วยภูตของตนเองออกมา ชายหนุ่มกลับถูกใครบางคนคว้าแขนทั้งสองข้างเอาไว้จากข้างหลัง เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นแวนโฮซาร์และเคออสที่รู้สึกว่าไม่ได้เจอกันมานาน ทั้งสองส่งสายตาห้ามปรามกลับมาให้ ซึ่งนั่นทำให้อิกอรัสหน้าถอดสียิ่งกว่าเดิม



“พวกเจ้าทำอะไร มาห้ามข้าทำไม!



ร้องถามออกไปทั้งที่รู้ว่าคงจะไม่ได้ยินพร้อมกับพยายามดึงแขนของตนเองให้หลุดจากการจับกุม หากโซเลมเฌอและโซเลมวายุก็ไม่ยอมปล่อยโดยง่าย อีกทั้งยังขยับเข้ามาล็อคตัวเขาแน่นกว่าเดิมจนอิกอรัสเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจด้วยความไม่เข้าใจ



“นะ นี่พวกเจ้า...ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยเขาไปทำอะไรให้พวกเจ้า!



ยังคงร้องถามออกไปด้วยแววตาที่แข็งกร้าวกว่าเดิมจนอีกสองคนเริ่มรู้สึกหวั่นในใจหากก็พยายามพยักพเยิดให้อิกอรัสหันไปมองข้างหน้าของตนเองอีกครั้ง



โซเลมอัคคีหันกลับไปมองที่แผ่นหิน ในตอนนี้มินอสกระโดดลงมายืนบนพื้นดินแล้ว และพวกสัตว์สวรรค์ก็ย่อกายติดตามเขาลงมาด้วย พวกมันยืนมุง จ้องมองกระต่ายตัวน้อยอย่างใคร่รู้ บางตัวเอื้อมมือลงมาแต่ก็เพื่อจะลองสัมผัสร่างกายของกระต่ายน้อยเท่านั้น เมื่อถูกอุ้งเท้าเล็กๆ นั้นตะปบกลับมาเบาๆ มันก็ชักมือกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ อิกอรัสขมวดคิ้วอย่างสับสนและตกตะลึง...พวกมันกำลังทำอะไร สิ่งที่พวกมันมามุงตั้งแต่แรกไม่ใช่แผ่นหินหรอกรึ



หันกลับมามองหน้าโซเลมอีกสองตน สองหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักราวกับกำลังบอกว่ารู้ดีอยู่แล้วว่ามินอสจะไม่ถูกฆ่า โซเลมอัคคีจึงหันกลับไปมองภูตของตนด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย...พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงด้วยความโล่งอกจนรู้สึกเบาสบายไปทั่วทั้งกาย



สักพักร่างปุกปุยกลมปุ๊กที่เปื้อนฝุ่นดินจึงกระโดดเคลื่อนกายออกไปอีกทาง หายไปหลังพุ่มไม้พร้อมกับสัตว์สวรรค์กลุ่มนั้นที่เดินตามมันไปราวกับต้องคำสาป...ก็แค่คำเปรียบเปรยเท่านั้น ภูตสายมาลีและพืชพรรณกับเวทสะกดใจไม่ใช่ของคู่กัน ถึงกระนั้นภาพที่กลุ่มสัตว์สวรรค์เดินตามมินอสไปต้อยๆ ก็ยังดูแปลกประหลาดจนน่าขนลุก



เมื่อแน่ใจว่าบริเวณนั้นไม่มีใครอื่นอยู่แล้ว ทั้งสามจึงหันมองหน้ากัน



ก่อนจะรีบออกจากที่กำบัง ถลาเข้าไปยังแผ่นหินศักดิ์สิทธิ์นั้นอย่างไม่รอช้า จะประวิงเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้ อาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว พวกเขาต้องรีบทำลายแผ่นหินบ้าๆ นี่ให้แตกละเอียดหายไปจากตรงนี้ซะ

 


☼☼☼☼

 



ในภารกิจนี้โซเลมทุกตนจะได้รับคะแนนตั้งต้นไปจำนวนหนึ่งเท่ากันหมด หากสามารถกลับมายังปราสาทอะเมทิสภายในเวลาที่กำหนดก็จะได้รับคะแนนจำนวนนั้นไป แต่สำหรับผู้ที่ทำลายแผ่นหินลงได้จะได้รับคะแนนพิเศษเพิ่มขึ้นจากคณะกรรมการที่พิจารณารวมไปถึงวิธีการที่ใช้ในการทำลายแผ่นหินด้วย



ถูกชี้แจงในภายหลังว่าเป็นภารกิจเพื่อทดสอบสติปัญญาในการวางแผนและกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาหรือทำภารกิจของโซเลม ผู้เข้ารับการทดสอบได้รับอนุญาตให้ไปชำระร่างกายและพักผ่อนรวมถึงรักษาตัวได้ตามสบายโดยไม่ต้องรอดูผลคะแนนเหมือนครั้งที่แล้วเนื่องจากความเหนื่อยล้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับสัตว์สวรรค์หลายคน อิกอรัสก็เป็นหนึ่งในโซเลมที่ต้องเข้ารับการรักษาที่หูทั้งสองข้างและตามร่างกาย ในการรักษาแผลแม้แต่ชาวสวรรค์ก็ต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการรักษาบนโลกสวรรค์



หลังจากทายาตามจุดที่บาดเจ็บจนครบ อิกอรัสที่เมื่อยล้าไปทั่วทั้งตัวจึงเดินทางกลับไปที่ห้องของตนเอง แล้วก็พบว่ากระต่ายตัวน้อยของตนกลับมาขนขาวสะอาดอีกครั้งแล้ว ดูเหมือนเหล่าเทพธิดาที่มารับตัวมินอสไปอาบน้ำคงจะมาถึงก่อนเขา อีกทั้งยังใจดีให้แครอทกับมินอสด้วย อิกอรัสหัวเราะเบาๆ ขณะนั่งมองเจ้ากระต่ายน้อยเคี้ยวแครอทของตนเองจนจมูกเล็กๆ สีชมพูขยับไปมา



ก้มหน้าลงพร้อมกับถอนหายใจยาว ความรู้สึกหลากหลายที่บังเกิดขึ้นในใจทำให้ชายหนุ่มหลุดหัวเราะอีกครั้งทั้งที่หัวคิ้วยังอดขมวดไม่ได้



“ท่าทางสบายใจเชียวนะ...ข้าร้อนใจแค่ไหนดูท่านจะไม่ได้สนใจเลย”



“...”



ส่งเสียงเคี้ยวแครอทกร๊อบๆ มาแทนคำตอบ อิกอรัสรอให้กระต่ายตัวน้อยจัดการแครอทของตัวเองจนหมด จึงค่อยอุ้มร่างที่เบาราวกับขนนกและนุ่มนิ่มของมันมาวางไว้บนเตียง ตามด้วยตัวเขาที่ทิ้งตัวลงนอนแล้วเท้าข้อศอกทั้งสองข้างกับเตียงนุ่ม หลับตาลงแล้วทิ้งศีรษะลงแนบหน้าผากกับแขนของตนขณะที่มืออีกข้างก็ลูบศีรษะของกระต่ายตรงหน้าไปด้วย



ผลคะแนนผู้เข้าร่วมการทดสอบเข้ารับตำแหน่งทูตสวรรค์ ภารกิจที่สอง



เสียงหวานกังวานที่คุ้นเคยนั้นดังไปทั่วทั้งปราสาท อิกอรัสเงยหน้าขึ้น มองหน้ากระต่ายบนเตียงของตนเองด้วยสายตาวาวโรจน์อย่างตื่นเต้น



ชื่อของผู้เข้ารับการทดสอบถูกประกาศตามลำดับคะแนนตามเดิม อิกอรัสหลับตาและเงียบฟังอย่างใจเย็น ขณะฟังก็ซุกใบหน้าลงกับขนนุ่มๆ ของมินอสไปด้วยอย่างสงบใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความอบอุ่นจากกระต่ายตัวเท่าฝ่ามือกลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงบใจจนความเป็นกังวลแทบไม่หลงเหลืออยู่ นอนฟังผลคะแนนไปพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า...ถึงจะไม่ได้ทำลายแผ่นหิน แต่ผู้ที่ถือครองอันดับหนึ่งยังคงเป็นลีอองเช่นเดิม





‘…อันดับที่สาม โซเลมอัคคี อิกอรัส ได้รับคะแนนในการทดสอบจำนวน 500 คะแนน...คงเหลือ...





“...”





อิกอรัสลืมตาขึ้น จ้องมองกระต่ายของตนเองด้วยสายตาติดอึ้งทึ่งเล็กน้อย




เมื่อกี้นี้เขาไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม...เขาเพิ่งได้ยินว่าอันดับของตนเองเพิ่งถูกเลื่อนขึ้นมาถึงสามลำดับ...




เกิดแสงสว่างและประกายวิบวับขึ้นตรงหน้าจนต้องหลับตาลง อิกอรัสลุกขึ้นนั่งอย่างตกใจ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อแสงสว่างวาบเมื่อครู่ดับลงไปแล้ว



สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือร่างขาวเนียนของใครคนหนึ่งที่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายวัน อิกอรัสเบิกตากว้าง จ้องมองมินอสที่นั่งอยู่ตรงหน้าในสภาพเปลือยเปล่า แต่เจ้าตัวดูจะไม่ค่อยสนใจเรื่องนั้น ในตอนนี้ดวงตากลมคู่สวยกำลังจ้องมองมายังเขาด้วยแววตาปลาบปลื้มและดีใจจนรู้สึกราวกับจะมีประกายร่วงหล่นออกมาจากดวงตาคู่นั้น



ริมฝีปากแดงเรื่อธรรมชาติของภูตมาลาคีรีสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากพูด “จะ เจ้าได้ยินไหม...อันดับสาม เขาบอกว่าอันดับสามล่ะ”



“...”



อิกอรัสทำเพียงยิ้มน้อยๆ กลับไป สองตาไล่มองร่างกายสวยงามนั้นด้วยความรู้สึกสั่นไหวในใจที่ก่อตัวขึ้นเพราะรู้สึกโหยหาน้ำเสียงและรอยยิ้มนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา



มินอสเหม่อมองไปอีกทาง รอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างหาสิ่งอื่นใดเปรียบไม่ได้ทำให้ห้องแห่งนี้ดูมีชีวืตชีวามากขึ้นอีก “เราทำได้แล้วนี่นา อิกอรัส...อีกภารกิจเดียวเท่านั้น คราวนี้เจ้าต้องเป็นที่หนึ่งได้แน่...!



หางเสียงกระท่อนกระแท่นไปเมื่อมือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้แก้มขาวเนียนเบาๆ มินอสเบิกตากว้างอย่างตกใจ หัวใจเต้นแรงจนแก้มนวลนั้นขึ้นสีแดงจางๆ หดคอหนีมือนั้นหากก็ยอมให้สัมผัสอยู่ในที



รู้สึกราวกับคอตีบตันพูดอะไรไม่ออกไปชั่ววินาที อิกอรัสเปลี่ยนจากลูบเป็นแบมือกุมข้างแก้มเนียนนุ่มของอีกฝ่ายไว้แผ่วเบา



“ท่านจำได้ไหม ว่าทำอะไรลงไปบ้าง”



“...” มินอสพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้เป็นปกติ ขณะครุ่นคิดคำตอบก็หลบสายตาอ่อนโยนที่ส่งมาให้จากคนตรงหน้า “จะ จำได้สิ ถึงข้าจะกลายเป็นกระต่ายแต่ข้ารู้ตัวตลอดว่าทำอะไรอยู่”



ได้ยินเช่นนั้นอิกอรัสก็ก้มหน้าและหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ถอนมือออกจากข้างแก้มของคนตัวเล็กกว่าก่อนจะถอนหายใจอย่างคนที่รู้สึกหนักใจและสบายใจไปในเวลาเดียวกัน



เงยหน้าขึ้น หากก็ยังไม่สบสายตากับมินอสที่จ้องมองมาด้วยความสงสัยและเป็นกังวล “ท่านต้องไม่เชื่อแน่ว่าวันนี้ข้าพูดอะไรออกไปบ้าง...ท่านทำให้ข้าแทบบ้าเลย รู้ตัวไหม”



มินอสเริ่มมีสีหน้าเศร้าสลดลงอีกครั้ง “มะ มันไม่ดีเหรอ ข้าไม่ควรจะทำแบบนั้นใช่ไหม”



อิกอรัสส่ายหน้า “ใช่ ท่านไม่ควรทำแบบนั้นเลย...วิ่งหายออกไปแบบนั้น รู้บ้างไหมว่าข้า...”



หยุดชะงักคำพูดของตนเองราวกับไม่อยากจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ มินอสจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่หม่นหมองลงกว่าเดิม...แม้จะไม่เข้าใจ แต่เขาไม่อยากเห็นอิกอรัสเป็นแบบนี้เลย เขาอยากเห็นอีกฝ่ายยิ้มและหัวเราะด้วยความยินดีกับผลคะแนนมากกว่านี้



อิกอรัสถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะส่ายศีรษะ คิดเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วก็แค่ป่วยการ สิ่งที่กลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วนึกถึงไปก็เสียเวลาเปล่า ชายหนุ่มปรับอารมณ์ของตนให้กลับมาปกติ ก่อนจะกลอกดวงตาไล่มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของมินอสตั้งแต่หัวจรดส่วนนั้นที่เป็นสีขาวน้ำนมดูน่ารักน่าชัง



ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมเล็กน้อย ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้พร้อมส่งสายตามีเลศนัยไปยังคนตรงหน้า มินอสเผลอขยับหนีด้วยความเขินอายเล็กน้อย หากก็ยอมหลับตาลงเมื่อเข้าใจความหมายของสายตาที่อีกฝ่ายส่งมาให้



มอบจุมพิตแนบแน่นให้กับภูตผู้งดงามของตนเองอย่างช้าๆ อิกอรัสทำเพียงประกบริมฝีปากลงไปเบาๆ หากก็แนบสนิทจนรู้สึกถึงความอุ่นร้อนของกันและกัน เมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับและใช้ลิ้นเพื่อขอเข้าไปสำรวจตรวจตราข้างใน มินอสที่ตัวสั่นเบาๆ ก็ยอมเปิดปากให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาอย่างว่าง่าย ยกมือขึ้นกุมข้อมือของอิกอรัสที่กำลังประคองใบหน้าของตนเอาไว้อย่างทะนุถนอม



ผละริมฝีปากออกเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเริ่มหายใจไม่ทัน ก่อนจะจ้องมองผลงานของตนเองอย่างพึงพอใจ ใบหน้าที่แดงเถือกไปจนถึงลำคอและใบหู ริมฝีปากแดงที่เปียกชื้นและสั่นระริกยามเม้มเข้าหากันเบาๆ อย่างขัดเขินทำให้อิกอรัสยกยิ้มที่มุมปากอย่างรู้สึกหวั่นไหวในใจ



มินอสก้มหน้าเล็กน้อย “ทะ ทำไมต้องถ่ายทอดพลังตอนนี้ด้วย”



“ข้าเหนื่อยมาทั้งวัน คิดว่าริมฝีปากท่านคงช่วยได้ดี”



คนฟังรีบพยักหน้ารับอย่างคนใสซื่อ อิกอรัสเห็นดังนั้นก็คว้าหลังลำคอของภูตหนุ่มแล้วโน้มมากดจูบลงอีกครั้ง ครั้งนี้ดันร่างเล็กกว่าให้นอนราบลงบนเตียงอย่างง่ายดาย



กระซิบเสียงเบาหลังมอบสัมผัสวาบหวาม “ไม่ได้มีแค่ท่านที่เป็นกระต่ายได้นะ”



มินอสที่สติเริ่มเลือนรางอย่างเคลิบเคลิ้มขมวดคิ้วเบาๆ “จะ เจ้าก็เป็นกระต่ายตอนเศร้าด้วยเหรอ”



อิกอรัสเอียงศีรษะครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ไฟในห้องดับพรึ่บลงทันตาจนมินอสเผลอสะดุ้งเบาๆ จ้องมองโครงหน้าหล่อเหลาคมคายของคนบนร่างผ่านแสงจันทร์ที่ส่องลอดแมกม่านเข้ามาในห้อง



“...ข้าเป็นกระต่ายตอนปิดไฟ”



มินอสยกมือขึ้นจับใบหน้าสวรรค์สร้างนั้น “ไม่เห็นเป็นเลย อย่าพูดโกหกสิ”



สิ้นเสียงนั้นมินอสก็หายใจเข้าเสียงดังอย่างตกใจเมื่อคนบนร่างก้มลงมาจูบและขบเม้มที่ลำคอเนียนจนขนลุกซู่



“อะ อิกอรัส...”



“ข้าไม่ได้โกหก...ข้าเป็นแล้ว ท่านเห็นไหม”



“...”



มินอสรู้สึกราวกับน้ำเสียงถูกเทพีแห่งการร้องรำช่วงชิงไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นรัวเร็วนั้นถูกแผงอกของร่างใหญ่กว่ากดทับเอาไว้จนอึดอัดไปหมด ได้แต่ปล่อยให้โซเลมผู้แข็งแกร่งฝากรอยจุมพิตและขบเม้มไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย



ราตรีนี้ดูยาวนานกว่าครั้งไหนๆ ภูตมาลาคีรีทั้งชอบและเกลียดมันไปในเวลาเดียวกัน เขาเกลียดที่ตัวเองส่งเสียงร้องแปลกประหลาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธารน้ำตาหลั่งไหลด้วยความเจ็บแม้อิกอรัสจะทำทุกอย่างด้วยความทะนุถนอมอย่างเต็มความสามารถ แต่ขณะเดียวกันก็ชอบความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เขาชอบที่ถูกอีกฝ่ายชี้นำไม่ยังอีกโลกหนึ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ชอบที่ร่างกายของตนเองถูกโซเลมอัคคีผู้นี้นำพาไปตามอารมณ์และความต้องการของทั้งตัวเขาและอีกฝ่ายเอง



ทั้งรอยจูบและสัมผัสอันอ่อนโยน แววตาของอิกอรัสที่จ้องมองมายังเขาราวกับจะอ้อนวอนขณะหอบหายใจด้วยความสุขสม...ค่ำคืนนั้นมินอสผล็อยหลับลงในอ้อมกอดของโซเลมผู้องอาจที่สูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมของเขาต่างการบอกราตรีสวัสดิ์







☼☼☼☼☼☼







             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #423 nunloading (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:57
    เขินมาก อิกอรัสอ่อนโยนจังง
    #423
    0
  2. #417 kingoffish (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 16:38

    สวยงามยิ่งนัก โง้ยไม่ไหวแน้วㅠㅠㅠㅠㅠㅠ ชอบตอนนี้จังง

    #417
    0
  3. #404 Kbexm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 02:50
    อิกอรัสทำอย่างนี้พวกเราจะตายกันหมดแลงม๊ากพ่ออออเป็นกระต่ายตอนปิดไฟคือไรหลอกน้อง!!!!!อุเเง้เขินว่ะจะตาย
    #404
    0
  4. #348 Chiara_1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 00:53
    เขา ได้ กัน แล้ว แม่ !!! กริ๊ดดดด
    #348
    0
  5. #269 justforyou__ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 16:33
    อ่ยย จะตายจพตายดสไว
    #269
    0
  6. #262 NaAuAhgase (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 05:53
    ระเบิดลง ตู้มมมม เราตายกันหมด เราตายกันหมด!!!!!!ToT
    #262
    0
  7. #257 nntoo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 22:53
    มันคืออะไรอิกอรัสสสสสส

    ตอนน้องดีใจแล้วคืนร่างน่ารักสุดๆ เลยอ่ะ เข้าใจอีกอรัสเลย 555555555
    #257
    0
  8. #217 lobilol37 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 14:04
    จ่ะ เป็นกระต่ายตอนดับไฟ ร้ายนักนะ มินอสน่ารักอะ เอ็นดู
    #217
    0
  9. #215 PARK_pabo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 12:10
    แงงงง น่ารักไม่ไหว อิกอรัสคนซึน!!
    #215
    0
  10. #214 minnie_KS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 05:59
    กิ้ดดด อิกอรัสคนที่เคยเมินมินอสคนนั้นหายไปไหนแล้วคะ มะไหวมากๆๆ น้องน่ารักมากแหละดูออก เอ็นดูไม่ไหวแล้วแงงง วันต่อไปเจ้ามินอสจะเป็นยังไงบ้างเนี่ยลูกกก
    #214
    0
  11. #213 KwangSJE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 05:05
    เอ่อ นายมันแน่! มันแน่ตลอด!อิกอรัส!!! ฮากนี้คือไรอ่ะ ไม่ได้คิดไปเองช่ะ มันแบบทหืปสหหาหาากสป่ปาสปสาปาแาปสปสมปสปา ไม่ไหวแน้วนะ!!! มารังแกมินอสตัวน้อยๆได้ไง!
    #213
    0
  12. #212 JessicaMp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 01:22
    มันเขิน ไม่ไหวแล้วววว// โอ้โห เพิ่งว่างมาอ่าน คุณไรท์ทำขอบตาเราดำ!!!!!!

    7 ตอนรวดดด เป็นหมีแพนด้าไปแล้วคุณไรท์ แง้555555
    #212
    0
  13. #211 Kanokwan114 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:47
    พ่อเค้าก็ดูจะดุอยู่นะอิกอลัส
    #211
    0
  14. #208 vivi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 15:23

    กระต่ายตอนปิดไฟตัวนี้เจ้าเล่ห์ที่สุดแล้ว

    ดูแลมินอสดีๆนะ

    #208
    0
  15. #200 วาด (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:01

    กรี๊ดดดดดดด ไม่ไหวแล้ววเจ้าใสซื่อกับโซเลมเจ้าเล่ห์

    #200
    0
  16. #199 kmisreal2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 17:07

    เม้นต์ซ้ำ แง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มกราคม 2563 / 20:20
    #199
    2
    • #199-1 Nakookmin(จากตอนที่ 8)
      19 มกราคม 2563 / 20:15


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มกราคม 2563 / 20:21
      #199-1
  17. #197 Nakookmin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 14:39
    !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ท่านอิกอรัสสสสสสสสสสสสสสส วแววดวดกย ไม่ไหว เขินตัวจะระเบิด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #197
    0
  18. #196 jhopeeeeeeeee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 12:11
    ร้ายกาจมากกก
    #196
    0
  19. #194 onlykookmin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 09:20
    กรี๊ดดดดด เขินมาก ≥﹏≤
    #194
    0
  20. #193 Helio (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 08:57

    โวว ว ว โว วววว อิกอรัสของเรา ไม่เบาเลยแฮะ 555 -///-

    #193
    0
  21. #192 toey29 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 05:57
    เขินมากก แงง ช่วงแรกก็หนักหน่วงตอนทำภารกอจนี่อึดอัดมาก แงะาดสะสดา ตอนท้ายคือสก่กนดา หงานมาด โอ้ยย เขินอ่า
    #192
    0
  22. #191 ธัณ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 01:56

    อ่านเริ่มต้นตื่นเต้นกับภารกิจการต่อสู้ต่อมาเขินกับจินตนาการความหวานของทั้งคู่ แต่งตัวดีมากๆบรรยายดีมากๆไม่รู้จะชมยังไงแล้วอยากอ่านต่อที่สุดอยากให้้ทำเป็นเล่มจะซื้อมาเก็บไว้อ่านวนหลายๆรอบเลย

    #191
    0
  23. #190 jjacksonn7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 01:04
    มะมะมะมะไหวแล้ววว ฮืออออ อยากกรี๊ด ดีมาก ดีที่สุด
    #190
    0
  24. #189 VAEHYUNG (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 00:06
    ไม่ใช่กระต่ายแล้วแบบนี้เรียกว่าเสือ เสือชัดๆ!
    #189
    0
  25. #188 J U N G K O O K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 23:51
    คุณไรท์ กรี๊ดกร๊าด ไม่ไหวๆ
    #188
    0