มาลาคีรี | KOOKMIN

ตอนที่ 6 : มาลาคีรี 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    1 เม.ย. 64






ทั้งอิกอรัสและมินอสตกลงกันว่าจะตั้งใจล่าแฟลร์ต่อไป โดยระหว่างทางก็ทำการฝึกฝนการใช้พลังโจมตีประสานกันไปด้วย แม้จะพูดคุยวางแผนกันเป็นอย่างดี แต่โอกาสที่จะได้ใช้จริงนั้นมีค่อนข้างน้อยเพราะกว่าจะตามหาแฟลร์เจอสักตัวใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่ถึงห้าชั่วโมง ต้องระหกระเหินร่อนเร่ไปในเมืองที่เต็มไปด้วยมนุษย์ซึ่งต่างก็มีภาระหน้าที่ของตนเองโดยสำรวจไม่ให้พลาดแม้แต่ซอกมุมหรือกระถางต้นไม้ใบเดียว แน่นอนว่าภาคทฤษฎีและปฏิบัตินั้นไม่ใช่อย่างเดียวกันโดยสิ้นเชิง ถึงทั้งสองจะวางแผนกันมาดีเพียงใด แต่เมื่อนำมาใช้จริงทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้โดยง่าย



อิกอรัสเข้าใจเป็นอย่างดีว่ามินอสยังใหม่กับทักษะการประจัญบานมาก ลำพังพลังทางสายนี้ก็ไม่มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ยิ่งพยายามประยุกต์ใช้พลังที่มีอยู่ให้ประสบผลไปทางการโจมตียิ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากนักหากไร้ซึ่งการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและยาวนานกว่านี้ ทุกครั้งที่แฟลร์โผล่หน้าออกมา ทั้งสองจึงทั้งใจเต้นแรงอย่างลุ้นระทึก การโจมตีที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดกลับกลายเป็นรีบร้อนและเกรงกริ่งจนยังไม่สามารถล่าแฟลร์ได้เลยสักตัวแม้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วก็ตาม



ท่านห้ามหงอให้ข้าเด็ดขาด! หากข้าโมโหให้ท่านรีบตอกกลับหรือเตือนสติข้าไว้ ไม่ต้องสนใจว่าข้าจะโกรธ และท่านห้ามท้อด้วย! ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ต้องจดจ่ออยู่กับการพัฒนาเวทมนตร์ของตนเอง ข้าจะชักสีหน้าหรือสบถอะไรท่านก็ไม่ต้องไปสนใจ ทำเหมือนข้าเป็นธาตุอากาศไปซะ!’



เป็นคำพูดที่อิกอรัสย้ำกับมินอสทุกครั้งเมื่ออารมณ์เริ่มเย็นลงแล้วเล็กน้อยหลังจากเผลอปล่อยให้แฟลร์หนีไปได้ ในฐานะภูตประจำตัว มินอสก็ได้แต่พยักหน้าตอบกลับไปแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าทำได้ยากเหลือเกินก็ตาม แหงแซะอยู่แล้ว แม้จะเป็นพ่อพระสวรรค์ส่งลงมาเกิดแค่ไหน หากต้องชวดคะแนนไปแบบโง่ๆ อีกทั้งยังหลายครั้งหลายคราติดกันแบบนี้ก็ต้องมีร้อนรนและหงุดหงิดใจกันบ้าง มินอสเองก็รู้ว่าอิกอรัสพยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจและไม่โมโห ครั้งล่าสุดที่เผชิญหน้ากับแฟลร์เมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนและก็แห้วตามเคย โซเลมอัคคีผู้ผิดหวังครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจทราบทำเพียงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว แตกต่างกับครั้งก่อนที่ๆ มีสบถและถอนหายใจ ยกมือขึ้นขยี้ผมบ้าง ยกมือขึ้นกุมขมับบ้าง ท่าทางแบบนั้นถึงจะบอกว่าให้ตอกกลับก็เถอะ...ใครมันจะกล้าสอดปากกัน



โดยเฉพาะตอนที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำจนถึงตอนนี้ มินอสคิดไปคิดมา เขารู้สึกปลอดภัยที่จะเดินข้างอิกอรัสที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะมากกว่าอิกอรัสที่ทำหน้านิ่งแบบคาดเดาอารมณ์ไม่ออกแบบนี้มากกว่า เพราเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตอนนี้โซเลมของตนกำลังใจเย็นลงหรือกำลังสงบนิ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนพายุลูกใหญ่จะมากันแน่




ในตอนนี้ที่กำลังเดินอย่างไร้จุดหมายอยู่ในตรอกเล็กๆ ภายในเมืองที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องประดับและของจุกจิก มินอสก็ได้แต่ถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ...กลัวก็กลัว สงสารก็สงสาร พระเจ้าท่านคงจะไม่ชอบอิกอรัสที่สุดในหมู่โซเลม ถึงได้ทรงกำหนดให้ต้องมาติดแหง็กอยู่กับภูตดอกไม้ภูเขาใช้การอะไรไม่ได้แบบข้า




มินอสครุ่นคิดว่าป่านนี้คนอื่นๆ จะล่าแฟลร์ไปได้กี่ตัวกันแล้ว ขณะเดียวกันก็รู้ดีว่าเขาคงกังวลไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของอิกอรัส ชายหนุ่มผู้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดีเลิศเป็นที่หนึ่งเสมอท่ามกลางโซเลมทั้งหก ในวันนี้อาจจะต้องโดนคนอื่นแย่งตำแหน่งนั้นไปทั้งที่สาเหตุไม่ได้มาจากตัวเขาเองด้วยซ้ำ ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจ ภูตมาลาคีรีทีเดินตามโซเลมของตนเตาะแตะเริ่มหน้ามุ่ยอีกครั้งอย่างหงุดหงิดตัวเอง



ข้างหน้ามีใครบางคนกำลังเดินสวนมา ทันทีที่สังเกตเห็นมินอสก็เผลอหันปอีกทางพร้อมกับถอนหายใจหนักๆ อย่างกลุ้มใจ...ทำไมต้องเจอกันตอนนี้ด้วยเนี่ย



“โอ๊ะ! ท่านพี่อิกอรัสนี่นา!



แวนโฮซาร์และภูตแห่งการเพิ่มพูนของเขารีบสาวเท้าเดินมาหยุดตรงหน้าอิกอรัสที่ตอนนี้สีหน้ากัลบไปเป็นปกติแล้วหลังจากที่เงียบอยู่นาน ชายหนุ่มเมื่อเห็นโซเลมเฌอก็เผยยิ้มจางๆ บนใบหน้าอย่างที่ชอบทำอยู่เสมอ



“ไง แวนโฮซาร์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”



เจ้าของชื่อหัวเราะคิกคัก “นั่นน่ะสิ เมื่อวานทั้งวันก็ไม่ได้เดินสวนกันบ้างเลย ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? คงจะล่าไปได้หลายตัวแล้วล่ะสิ ระดับท่านพี่เสียอย่าง!



แวนโฮซาร์ถามอย่างตื่นเต้น ก่อนที่แววประกายในตาจะค่อยๆ หายไปเมื่อเห็นรอยยิ้มกระอักกระอ่วนของอิกอรัส และเมื่อหันไปมองมินอสที่รีบหลบสายตาแล้วขยับไปหลบข้างหลังร่างสูงกว่า ก็เปลี่ยนเป็นยกมือขึ้นเกาท้ายทอยพร้อมกับถอนหายใจ



“ไม่ต้องพูดอะไรข้าก็พอจะเดาได้ แต่ข้าคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่นักหรอก แฟลร์พวกนี้ใช่ว่าจะจับได้ง่ายๆ ข้าเองก็เพิ่งจะล่าได้แค่ตัวเดียว”



มินอสเบิกตากว้างพร้อมกับโผล่หน้าออกมาจากข้างหลังอิกอรัสอย่างใคร่รู้ แต่เมื่อถูกสายตาเหี้ยมเกรียมของแวนโฮซาร์จ้องเอาก็รีบงับปากไม่ถามอะไรต่อ แล้วผลุบไปหลบข้างหลังอิกอรัสเหมือนเดิม



“ท่านพี่กำลังจะไปทางนั้นหรือ ข้าเพิ่งผ่านมาไม่เจออะไรเลย ว่าจะลองไปดูทางทิศใต้สักหน่อย”



“ข้ายังไม่เคยไปฝั่งนั้นเลยว่าจะลองไปสำรวจดูสักหน่อยน่ะ”



โซเลมทั้งสองแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผังเมืองที่ตนไปพบมาและที่ได้รู้มาจากโซเลมตนอื่น แวนโฮซาร์เล่าถึงเรื่องที่อาวุธของเขาเป็นมีดสั้นจึงยากต่อการจู่โจมแฟลร์ที่กำลังเกาะอยู่ที่เงาของมนุษย์เพราะอาจจะถูกเข้าใจผิดว่าพยายามก่อเหตุทำร้ายร่างกายได้ ในตอนนั้นเองที่แผ่นหลังของอิกอรัสรู้สึกถึงแรงสะกิดยิกๆ เมื่อหันไปมองตามที่มินอสพยักเพยิดให้มอง โซเลมทั้งสองก็เบิกตากว้างเล็กน้อยขณะจ้องมองผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านไป บนบ่าของเขามีเงาสีดำรูปร่างคล้ายมนุษย์ร่างผอมแห้งกำลังนั่งอยู่ มันกอดศีรษะของเขาไว้แล้วกำลังใช้ฟันอันแหลมคมกัดกินวิญญาณของเขาอย่างเอร็ดอร่อย ชาวสวรรค์ทั้งสี่คนไม่รอช้า รีบก้าวเดินตามชายคนนั้นไปติดๆ ไม่ให้คลาดสายตา



“ข้าไม่ได้ให้โอกาสท่านนะ แต่อาวุธข้าใช้กับตัวนี้ไม่ได้จริงๆ ยังมีคนอยู่ในร้านข้างทาง ถ้าพวกเขาเห็นข้าถือมีดไปหาชายคนนั้นจากข้างหลังอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ได้”



แวนโฮซาร์รีบกระซิบเสียงหนักและรัวเร็วกับอิกอรัส ซึ่งโซเลมอัคคีก็พยักหน้าตอบรับโดยไว ไม่มีเวลามาลังเลแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าแฟลร์ตัวนี้เกาะกินวิญญาณชายคนนี้มานานแค่ไหนแล้ว หากปล่อยให้กินมากไปกว่านี้เขาอาจจะตายได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งเดียวที่โซเลมทั้งหกจะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นการสืบทอดตำแหน่งทูตสวรรค์ของโซเลมรุ่นนี้จะกลายเป็นโมฆะทันที



เรื่องความเร็วไม่ใช่ปัญหา แต่คงจะปล่อยให้สายตาของเหล่ามนุษย์รอบข้างเห็นการปะทะกันไม่ได้ อิกอรัสกวาดสายตาสังเกตรอบข้างอย่างผิวเผินจนแน่ใจแล้วจึงหยิบปืนที่เหน็บข้างลำตัวขึ้นมายิงศรอัคคีในรูปลูกกระสุนไปยังเงาดำนั้นจนมันผละออกจากชายคนนั้นแล้วพุ่งตัวหนีไปอีกทาง



“ไป! รีบไปเร็วเข้า!



แวนโฮซาร์ที่ไม่ได้ตามไปด้วยส่งเสียงปลุกแรงใจให้กับโซเลมรุ่นพี่และภูตของเขา วินาทีต่อมาร่างของทั้งสองก็หายวับไปจากตรงนี้เพราะพลังในการเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตาของอิกอรัส



ทั้งสองไล่ตามแฟลร์ไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ อย่างไม่ลดราวาศอก ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกันในการพยายามบีบให้แฟลร์ตนนั้นหนีไปยังซอยแคบที่เป็นทางตันเพื่อที่จะได้ทำการสังหารได้ง่ายขึ้น การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของมินอสจากที่เคยเกะกะและเปล่าประโยชน์ ในตอนนี้หลังจากผ่านการฝึกฝนมาร่วมหลายสิบชั่วโมงก็เริ่มจะเป็นประโยชน์และมีผลทำให้สถานการณ์เป็นไปตามแผนที่วางร่วมกันเอาไว้มากขึ้น แม้แต่การเคลื่อนไหวชั่วพริบตาที่อิกอรัสสอนให้ก็เริ่มทำได้อย่างคล่องแคล่วและเสถียรมากขึ้นแม้จะไม่ใช่ความสามารถของภูตสายมาลาและพืชพรรณเลยก็ตาม



หากแฟลร์หยุดเคลื่อนไหวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แม้จะแค่เสี้ยววินาทีท่านต้องมองเห็นมันให้ได้ ในตอนนั้นก็ให้จับมันเอาไว้ด้วยพลังของท่าน...



ขณะกำลังจดจ่อ ในหัวของมินอสก็ทบทวนแผนการที่อิกอรัสและเด็กหนุ่มพยายามทำให้สัมฤทธิ์มาหลายครั้งหลายครา ครั้งนี้รู้สึกว่าฝ่าเท้าและฝ่ามือมีน้ำหนักมากกว่าปกติเพราะสมาธิที่จดจ่อแน่วแน่มากกว่าทุกครั้ง มินอสถีบกายกับกำแพงตึกหายวับไปดักตรงหน้าแฟลร์ที่กำลังจะไหลหนีออกจากซอยแคบนี้จนมันชะงักการเคลื่อนไหวไปชั่ววินาที



สบจังหวะนั้นยื่นฝ่ามือไปข้างหน้าตนเอง ดวงตาของมินอสส่องประกายสีแดงใสวาบหนึ่ง ก่อนที่รากไม้มนตราจากพลังอำนาจของภูตมาลาคีรีจะผุดขึ้นจากพื้นที่ปูด้วยอิฐสีเทาด้วยความเร็ว ทั้งรูปร่างและทิศทางเป็นไปตามใจคิดสมกับที่ฝึกฝนมาหลายครั้ง รากไม้นั้นพันรอบร่างสีดำของปรสิตนรกภูมิเอาไว้จนมันขยับไม่ได้ไปชั่วขณะ



“อิกอรัส!!



เกิดขึ้นวินาทีต่อวินาที สิ้นเสียงร้องเรียกดังกังวานของมินอส อิกอรัสก็เหนี่ยวไกปล่อยศรอัคคีของตนเข้าพุ่งชนรากไม้ที่เป็นดั่งตัวกลางในการส่งต่อพลังสายประจัญบานของโซเลมให้ระคายผิวของสัตว์นรกชั้นต่ำตนนี้



เปลวไฟสีแดงส้มลุกโชนสว่างวาบ เผาร่างของแฟลร์ที่ส่งเสียงร้องแหลมสูงอย่างทรมานจนกระทั่งมอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้าสีดำล่องลอยไปในอากาศและสลายหายไปในที่สุด



“...”



“...”



ทั้งสองหอบหายใจ จ้องมองภาพตรงหน้าจนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างปลิวกระจายหายไปกับตา ก่อนที่ดวงตาทั้งสองคู่จะกลอกมาประสบจ้องมองกันด้วยสีหน้าที่ฉายชัดถึงความลุ้นระทึกและเหนื่อยล้าเล็กน้อยของทั้งคู่



“หะ หายไปแล้ว...”



มินอสรำพึงขึ้นเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แม้แต่อิกอรัสก็ยังคงเบิกตากว้าง ก่อนที่บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ชื้นเหงื่อกาฬเล็กน้อยจะค่อยๆ เผยยิ้ม






ยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป ตรอกเล็กๆ ที่ทั้งสองยืนอยู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นห้องโถงหน้าบันไดของปราสาทอะเมทิส






“อ๊ะ! อะไรกัน นะ นี่มัน...!



เสียงของใครบางคนดังขึ้นในสถานที่เดียวกัน เหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวหันมองหน้ากันอย่างสับสน ดูเหมือนทุกคนจะถูกพากลับมายังปราสาทอะเมทิสแล้ว แบบนี้ก็หมายความว่า...



แฟลร์ตัวสุดท้ายถูกกำจัด ภารกิจเสร็จสิ้น



เสียงหวานกังวานใสราวกับระฆังแก้วดังไปทั่วทั้งห้องโถงที่สว่างแสงไฟสีขาวสบายตา เกิดเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับเหล่าโซเลมที่รีบเดินเข้ามารวมกันที่กลางห้องโถงเพื่อแปะมือและโอบกอดกันต่างการแสดงความยินดีให้กันและกัน



“สำเร็จไหม? ท่านฆ่ามันได้ใช่ไหมขอรับ แฟลร์ตัวสุดท้ายนั่นน่ะ!



คนแรกที่แวนโฮซาร์พุ่งตรงมาหาคืออิกอรัส ชายหนุ่มถามออกไปอย่างลุ้นระทึก เมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มแล้วตอบกลับมาจึงชูกำปั้นขึ้นชกอากาศอย่างดีใจ



ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีและโล่งอกโล่งใจของทุกคน มินอสได้แต่ยืนจ้องมองแผ่นหลังของอิกอรัสพร้อมรอยยิ้มปีติยินดีที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าไม่จาง ในหัวคิดถึงเหตุการณืเมื่อครู่วนไปเวียนมาราวกับไม่อยากจะลืมมันไปแม้เพียงวินาทีเดียวก็ตาม



ในที่สุดก็ทำได้แล้ว...แม้จะทำได้ในวินาทีสุดท้ายแต่ก็ช่วยให้อิกอรัสล่าแฟลร์ได้บ้างแล้ว สีหน้าของอิกอรัสในวินาทีที่แฟลร์ถูกไฟธาตุอัคคีเผาจนกลายเป็นขี้เถ้า ภูตหนุ่มสัญญากับตนเองว่าจะไม่มีทางลืมมันไปอย่างเด็ดขาด เพราะจนกระทั่งตอนนี้แม้จะทานมื้อเย็นและชำระร่างกายให้สบายตัวเรียบร้อยแล้ว แต่มินอสก็ยังคงสลัดสีหน้าของอิกอรัสในตอนนั้นออกจากความคิดไม่ได้ และทุกครั้งที่นึกถึงหัวใจก็จะพลันเต้นระรัวขึ้นมาด้วยความดีใจเสียจนแทบจะร้องไห้



มินอสนอนราบบนเตียงของตนเอง เหม่อมองเพดานอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถให้คำจำกัดความได้ที่ก่อตัวขึ้นในใจ ตัวเขาที่เป็นภูตชั้นกลาง ไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับแฟลร์หรือสถานการณ์อื่นใดที่ต้องใช้พลังในการต่อสู้มาก่อน ในตอนแรกคิดว่าตัวเองอาจจะหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่พอนึกย้อนไปในตอนนี้กลับจำได้ว่าความกลัวเหล่านั้นถูกตัวตนของใครบางคนปัดเป่าออกไปจนแทบจะไม่มีเหลืออยู่



แค่มีอิกอรัสอยู่ข้างกาย ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรเขาก็จะมีความกล้าเสมอ อาจจะถูกบ่นตามอารมณ์หงุดหงิดไปบ้าง แต่มินอสไม่เคยได้ยินคำพูดใดจากอิกอรัสที่บ่งบอกให้เขาล้มเลิกหรือบอกว่าเขาไม่มีทางทำมันสำเร็จเลยสักคำ



แม้สถานการณ์จะย่ำแย่แค่ไหน แม้ใครจะพูดอะไรอิกอรัสก็ไม่เคยหยุดยอมแพ้ที่จะเชื่อในตัวเขา...มินอสนึกถึงความจริงตรงนี้ขึ้นมาก็เริ่มจะยิ้มไม่ออก หัวใจที่เต้นแรงนั้นเริ่มเจ็บแปลบขึ้นมาเพราะความรู้สึกบางอย่างกำลังเพิ่มพูนมากขึ้นจนแทบจะล้นออกมาจากอก



ก๊อกๆๆ



ห้วงความคิดที่ฟุ้งกระจายถูกเสียงเคาะประตูหยุดเอาไว้กะทันหัน มินอสรีบยกมือขึ้นเช็ดขอบตาที่อุ่นร้อนของตัวเองขณะกระเด้งตัวเดินไปที่ประตูห้องเพื่อเปิดดูว่าใครแวะมาหาเขาในเวลาพักผ่อนแบบนี้



แกร๊ก!



เมื่อดึงประตูเปิด ภูตหนุ่มก็ได้แต่ยืนนิ่งจ้องหน้าผู้มาเยือนร่างสูงกว่าด้วยหัวสมองที่ขาวโพลน



ชายหนุ่มในชุดนอนสีดำดูภูมิฐานจ้องสีหน้าเหม่อลอยของมินอสกลับด้วยสายตาขี้เล่นตามเคย เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่ายังไม่ยอมพูดอะไรออกมาจึงเอ่ยปากเป็นคนแรก



“ทุกคนนั่งเล่นรอผลคะแนนอยู่ที่โถงด้านล่าง ท่านไม่ไปด้วยกันหรือ”



เมื่อถูกถามจึงตั้งสติกลับมาได้ มินอสส่งเสียงตอบกลับไปพร้อมกับหลบสายตาของคนตรงหน้าอย่างเก้อๆ



“ขะ ข้าอยู่ที่นี่ดีกว่า...ได้อยู่เงียบๆ บ้างก็ดีเหมือนกัน”



“งั้นหรือ ข้ามารบกวนเวลาท่านหรือเปล่า”



มินอสเบิกตากว้าง “ปะ เปล่าเลย ไม่ได้รบกวนนะ ข้าก็อยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไร”



อิกอรัสส่งเสียงในลำคออย่างสบายใจก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับมองนั่นมองนี่ราวกับกำลังสำรวจห้องของภูตหนุ่มกลายๆ มินอสรู้สึกกล้ามเนื้อเกร็งแข็งไปทั้งตัวขณะค่อยๆ ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ จ้องมองอิกอรัสที่เดินไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ไม่มีอะไรวางอยู่เลยภายในห้อง



เสียงหัวเราะครืนหนึ่งดังแว่วมาจากชั้นล่างเพราะภายในห้องกำลังเงียบสนิท มินอสรู้สึกอึดอัดเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไร เมื่อปะปนกับความเขินอายก็ยิ่งทำให้แม้แต่การหายใจก็ยังลำบาก ถึงกระนั้นก็พยายามเค้นเสียงเอ่ยปากออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับนกกระจิบยามเช้าตรู่



“คะ คือว่า...ข้าอยากจะบอกเจ้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่ทุกคนเอาแต่เข้ามาคุยกับเจ้า เลยยังไม่มีจังหวะเหมาะๆ...”



“...”



อิกอรัสทำเพียงหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เป็นสัญญาณว่าฟังอยู่ มินอสก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อรู่ตัวว่าแก้มเริ่มร้อน สองมือที่ประสานกันไว้หน้าตัวลูบไล้กันไปมาอย่างประหม่า



“ขะ ขอบคุณเจ้ามากเลย...สามวันที่ผ่านมา ข้าไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้”



คนฟังกลอกตาไปด้านข้างขณะคิดตาม “เปลี่ยนตรงไหน ท่านก็ยังเหมือนเดิมนะ”



“ขะ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ข้าคงร่ายเวทที่ทั้งเร็วและรุนแรงแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ”



“ทำได้สิ ท่านแค่ต้องการการฝึกฝนเท่านั้น” อิกอรัสตอบกลับกลั้วหัวเราะ มินอสหัวเราะแห้งๆ กลับมาก่อนจะอธิบายเพิ่มเสียงตะกุกตะกัก



“ตะ แต่ว่า บางทีแค่คิดจะทำอย่างเดียวมันก็ไม่ได้ผลเสมอไปนี่นา เจ้าก็รู้ว่าการร่ายเวทมนตร์ส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยพลัง...เอ่อ...พลังจาก...ใจ”



“...”



มินอสขมวดคิ้ว ส่ายหน้าเบาๆ “ขะ ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ...ขอโทษด้วย ข้ารู้ว่าเจ้าคงจะไม่อยากฟังเรื่องแบบนี้ ขะ ข้าหมายถึง...หมายถึง...”



“...”



อิกอรัสจ้งอมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนเป็นกังวลของคนตรงหน้า พลันบนหน้าผากเนียนนั้นก็ปรากฏรอยปานรูปข้าวหลามตัดสีแดงจางๆ เป็นสีแดงเจือจางที่หากไม่จ้องมองดีๆ ก็ไม่สามารถสังเกตเห็นได้



มินอสเม้มปากแน่น...ดันนึกถึงตอนที่ถูกอีกฝ่ายปฏิเสธไม่ยอมรับฟังคำสารภาพขึ้นมาซะได้ ทำให้ตอนนี้รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ จะกลืนก็ไม่ได้ จะคายก็ไม่ออก อีกทั้งยังประหม่าจนมือไม้สั่นไปหมด



“ขะ ข้าขอโทษ...ข้าจะไม่พูดถึงมันอีก”



“ทำไมล่ะ”



ดวงตาสั่นไหวกลอกขึ้นมองหน้าคนตรงหน้าอย่างนึกฉงน แต่เมื่อถูกแววจริงจังและมั่นคงจับจ้องเข้าก็หลบไปอีกทางขณะกล่าวต่อ



“ขะ ข้าเข้าใจแล้วว่าเรื่องแบบนี้มันค่อนข้าง...ไร้สาระ ยะ อย่างน้อยก็สำหรับที่นี่...ข้าจะพยายามไม่นึกถึงมันอีก”



“ทำไม”



“...”



มินอสอกสะท้อนด้วยหายใจไม่ทั่วท้อง...ทำอย่างไรดีล่ะ อีกฝ่ายไม่เห็นจะปล่อยมันไปอย่างที่คิดไว้เลย หัวเราะกลบเกลื่อนดีไหมนะ?



ไม่ทันสิ้นความคิดดี ภูตหนุ่มก็หัวเราะออกไปเบาๆ พร้อมกับยกมือขึ้นเกาแก้มอย่างคนที่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว



“ถะ ถ้ามาชวนไปเล่นกับทุกคน คำตอบของข้าคือขออยู่บนนี้ก็แล้วกัน เจ้าลงไปอยู่กับคนอื่นๆ เถอะ”



“นึกถึงมันไว้ก่อนไม่ได้หรือ แค่วันละครั้งก็ได้”



“...”



รอยยิ้มกลบเกลื่อนของมินอสจางหายจากใบหน้าไปในบัดดล



ปังๆๆ!



“ท่านพี่อิกอรัส!! ลงมาเร็วเข้า ผลคะแนนออกมาแล้วนะ!!



เสียงทุบประตูและเสียงร้องเรียกของแวนโฮซาร์ดังมาจากอีกฝั่งของโถงหน้าห้องนอนลอดเข้ามาในห้องของมินอส โซเลมเฌอคงจะคิดว่าอิกอรัสอยู่ที่ห้องของตัวเอง เมื่อเรียกเสร็จก็รีบจรลีวิ่งลงไปด้านล่างเพื่อรอดูผลคะแนนสำหรับภารกิจของตนเอง



สองหนุ่มที่หันไปมองทางประตูหันกลับมามองหน้ากันด้วยสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย ไม่ต้องพูดอะไรกันต่อ ทั้งสองก็รีบเดินออกไปจากห้องด้วยหัวใจที่เต้นถี่รัวอย่างลุ้นระทึก

 

 

 







สำหรับการประกาศผลคะแนนในปราสาทอะเมทิส จะมีการตั้งกระดานที่ต้องเขียนด้วยละอองจากปีกของเทพธิดาตัวน้อยภายในปราสาทเป็นลายลักษณ์อักษรให้เห็นกันทั่วกัน ขณะที่ตัวอักษรแต่ละตัวกำลังค่อยๆ ปรากฏขึ้นไล่จากชื่อของคนที่ได้คะแนนเป็นอันดับที่หนึ่งลงไป เหล่าโซเลมและภูตประจำกายก็ยืนมุงกันอยู่ที่หน้ากระดานโดยไม่พูดจากันแม้แต่คำเดียว



“...”



ทุกคนต่างยืนกอดอก เพ่งมองจดจ่ออยู่ที่หน้ากระดาน บางคนยกนิ้วขึ้นมากัดเล็บด้วยความตื่นเต้นและลุ้นตัวโก่ง ทันทีที่ตัวอักษรเรืองแสงปรากฏชื่อของผู้ที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง เกิดเสียงร้องอย่างตกตะลึงและชื่นชมจากคนอื่นๆ พร้อมกับหันไปมองโซเลมธาตุวารีหรือลีอองด้วยสายตาชื่นชม คะแนนของผู้เข้ารับการทดสอบได้มาจากจำนวนแฟลร์ที่ล่าได้และคะแนนเกี่ยวกับกลยุทธ์และวิธีการใช้พลังของโซเลมและภูตประจำกาย งานนี้ลีอองที่คว้าอันดับหนึ่งไปได้ด้วยคะแนน 350 คะแนน



รายชื่อของโซเลมถูกเปิดเผยออกมาตามลำดับ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องดีใจและความเงียบสลับสับเปลี่ยนกันไป ดำเนินมาจนกระทั่งลำดับที่สี่ มินอสที่หน้าซีดอยู่แล้วกลับซีดยิ่งกว่าเก่าเพราะชื่อที่ปรากฏขึ้นมายังไม่ใช่ชื่อของอิกอรัสอยู่ดี เด็กหนุ่มไม่กล้าแม้จะหันไปมองโซเลมของตนที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน จนกระทั่งชื่อของลำดับที่ห้าปรากฏขึ้นประจักษ์ชัดต่อสายตา



เพตาหรือโซเลมธาตุปฐพีได้คะแนนเป็นลำดับที่ห้า...หมายความว่าคนที่อยู่ในอันดับสุดท้ายก็คือ...



ภายในห้องโถงเงียบสงัดราวกับป่าช้าแม้ชื่อของโซเลมจะปรากฏขึ้นบนกระดานสีดำครบทั้งหกคนแล้วก็ตาม



“ถะ ถ้าท่านพี่ไม่ต้องเติมคะแนนส่วนที่ถูกหักไปก่อนหน้านี้ก็คงจะไม่แย่ขนาดนี้หรอก!



แวนโฮซาร์เป็นคนที่เปิดปากพูดออกมาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นหวังจะให้กำลังใจ อิกอรัสทำเพียงหัวเราะแห้งๆ อย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก ราวกับว่าคาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ในตอนนี้จึงทำเพียงยกมือขึ้นลูบหลังคอตนเองอย่างไม่ยี่หระ



“คงต้องพยายามมากกว่าเดิมเสียแล้วสิ”



“ดะ เดี๋ยวสิ! มินอส!!



เรเมทิส ภูตแห่งแรงดึงดูดร้องออกมาเสียงดังจนทุกคนหันมามองที่ด้านหลังอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะพากันเบิกตากว้างแม้กระทั่งอิกอรัสก็ยังปิดบังความตกอกตกใจผ่านสีหน้าไม่ได้



เรเมทิสจ้องมองอะไรบางอย่างที่พื้นหินอ่อนที่มินอสเคยยืนอยู่อย่างตะลึงพรึงเพริด เมื่ออยู่ๆ ภูตดอกไม้ภูเขาข้างกายก็กลายร่างเป็นกระต่ายขนฟูสีขาวตัวเท่าฝ่ามือ อีกทั้งยังยกอุ้งเท้าขึ้นมาปิดตาทั้งสองข้าง ร่างกายสั่นระริกราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่อีกต่างหาก!








☼☼☼☼☼☼








ความเศร้าของภูตดอกไม้ภูเขาก็มีขีดจำกัดนะ ._.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #427 aoommooa-C (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 11:48
    สงสารน้อง
    #427
    0
  2. #415 kingoffish (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 16:08

    แงงง น่ารักอะ

    #415
    0
  3. #402 Kbexm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 05:31
    น้องเศร้าน้องกลายร่างเป็นกระต่ายเลยเห็นมั้ย!!!เห็นเเล้วอยากแกล้งฟัดพุงจริงเลยมินอส
    #402
    0
  4. #352 P-A-I-N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 16:03
    น้องต้องสู้สิ ให้เหมือนตอนที่จับเเฟร์ตัวสุดท้ายได้ ฝึกฝนให้จนหยามหน้าพวกที่ดูถูกเราไปเลย!!!!
    #352
    0
  5. #339 MeiPatcharin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:47
    โอ้ยยยลูกน่าร้ากกกกมากกก
    #339
    0
  6. #309 Hihi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 07:41

    ขีดจำกัดของหนูหมดแล้ว แง้!!!

    #309
    0
  7. #272 Muay199960007 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 22:11
    น้องคงเสียใจมาก จนกลายร่างเป็นกระต่ายเลย
    #272
    0
  8. #209 Kanokwan114 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:29
    น้อนนน.. หนูเสียใจจนกลายร่างเลยหรอค้าบ ถถถ.ตะเร้กของหม่ามี๊
    #209
    0
  9. #204 nntoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:45
    โหยยยยย ทั้งสงสารทั้งเอ็นดูน้อง ต้องเศร้ามากแน่ ๆ เศร้าแล้วยังน่ารักได้ขนาดนี้ ชั้นหลงนักมากกกก
    #204
    0
  10. #154 minnie_KS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 14:18
    แงงง น้องกลายเป็นกระต่ายเลย คิดมากเรื่องที่คะแนนถูกหักแล้วก็ได้ที่สุดท้ายแน่ๆ แต่ตอนนี้ทำได้ดีแล้วนะคับมินอส กอดโอ๋น้าาา
    #154
    0
  11. #124 toey29 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:14
    น้องง ฮืออ คงรู้วึกผิดมากๆแน่ แต่หนูทำดีแล้วนะ
    #124
    0
  12. #120 justforyou__ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 21:43
    น้องง ฮือ ความรู้สึกน่าจะอัดอั้นจนทำให้กลายร่างเป็นน้องตุ่ยเเน่ๆ เเต่ก็น่ารักน่าเอ็นดู เเงเจ้ามินอส
    #120
    0
  13. #119 jhopeeeeeeeee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 16:06
    โถ่หนูลูกกกกก
    #119
    0
  14. #118 LINVEAK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 00:47
    เอ็นดูน้องคนดีมากๆ สู้ๆ นะมินอสสส
    #118
    0
  15. #117 ชายาฮ่องเต้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 23:46
    น้องงง น่ารักมากก แค่นี้อิกอรัสก็เอ็นดูไม่ไหวแล้ว หลงเจ้ากระต่ายขนฟูมั้งไหมนะ เอ็นดูปนสงสาร รอบหน้าก็ดีขึ้น
    #117
    0
  16. #116 jjacksonn7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 21:21
    ฮือน้อง น่ารักมาก มานี่มาลูก แม่จะโอ๋หนูเอง
    #116
    0
  17. #115 Bunny1997buzan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 16:35
    น้องเปนกาตุ่ยไปแร้วววน่าร้ากกกหวั่นไหวกะลูกเราบ้างยังอิกอรัส
    #115
    0
  18. #114 Bxmkimka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 15:32
    ทำไมน่ารักขนาดนี้กลายเป็นกระต่ายขนฟูด้วยแงงงง ลุ้นมากเดาไม่ออกเลยว่าพลังจะออกมาแบบไหนได้อีกสนุกมากค่ะไรท์
    #114
    0
  19. #113 bambuboo27 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 11:16
    เจ้าน้องงง แงงงงง หนูทำดีที่สุดแล้วค่ะ หนูเก่งมากแล้ว หนูจะต้องเก่งกว่านี้แน่นอนเลยนะคะเจ้าน้อง ;-;
    #113
    0
  20. #110 내 침침~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 07:32
    น้อนนนน เอ็นดู ทำเต็มที่แล้วนะลูก อิกอรัสไปปลอบเร็วววว
    #110
    0
  21. #109 Paployz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 07:15
    มินอสส หนูทำเต็มที่แล้วนะ ถ้าได้ฝึกอีกหน่อยต้องค่อยๆเก่งขึ้นตามลำดับ ว่าแต่อิกอรัสอ่อนโยนเสียจริง ปล.ตอนท้ายน้องมินอสเป็นอะไรลูกกกก
    #109
    0
  22. #108 nicharat_29 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 06:49
    เเงงงงงงงน้องงงงงงงงงงงงงงหนูทำเต็มที่เเล้วนะคะ สงสารนะเเต่ก็เอ็นดูน้องง่ะะ สู้ๆนะคะ
    #108
    0
  23. #107 Nakookmin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 01:35
    ไม่สิ เสียใจจนแปลร่าง ฮือออ ยิ่งน่าเอ็นดูวไปใหญ่
    #107
    0
  24. #106 Nakookmin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 01:34
    น้องงงงง แงงงง น้องแปลงร่างเป็นกระต่าย น้องอายสินะ งืออ เอ็นดูวววววว
    #106
    0
  25. #105 baimikm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 01:15
    น้องมินอส น้องทำเต็มที่แล้วนะอย่าไปคิดมาก น้องงงงงงงงงงงงงงงงง ทำดีที่สุดแล้วอิกอรัสก็โกรธน้องไม่ลงหรอกฮื่อ
    #105
    0