นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ใบหลิวลิ่วลม | KOOKMIN

โดย Mr.Raindrop

หนึ่งราตรีและเรื่องเล่าผ่านตะแกรงห้องขัง #ใบหลิวลิ่วลม

ยอดวิวรวม

741

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


741

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


84
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 เม.ย. 63 / 23:05 น.
นิยาย | KOOKMIN

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้






ใบหลิวลิ่วลม | KOOKMIN
By Mr.Raindrop

✾✾✾✾✾





หนึ่งราตรีและเรื่องเล่าผ่านตะแกรงห้องขัง

ใครคนหนึ่งงดงามอย่างไร ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ยังคงงดงามในใจใครอีกคนเสมอมา





✾✾✾✾✾




คุยกับไรท์เตอร์ (TWT: มิสเตอร์เรนดรอป)
✾ เรื่องนี้อารมณ์ชั่ววูบล้วนๆ ค่ะ คงบรรยากาศเศร้าหม่นตามแบบฉบับมิสเตอร์เรนดรอปตามเคย ใครไม่ชอบแนวนี้แนะนำไปอ่านเรื่องอื่นของไรท์ดีกว่าค่ะ อิอิ
✾ อิมเมจศิลปินเพื่ออรรถรสเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทำให้ศิลแินเสียหายแต่อย่างใดค่ะ
✾ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ





✾✾✾✾✾









เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 เม.ย. 63 / 23:05






ใบหลิวลิ่วลม





เช้าวันอาทิตย์อันแสนสดใส แสงอาทิตย์อ่อนๆ ส่องผ่านม่านเมฆหนาให้ความอบอุ่นแก่เมืองหลวงอันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกทำมาหากินในยามสายของวัน



บั้นปลายฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ หิมะสีขาวละลายไหลซึมลงดินและแทนที่ด้วยต้นกล้าของใบหญ้าและพืชนานาพรรณ ภายในป่าเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ และผีเสื้อแมลงออกหากินกันอีกครั้งต้อนรับวสันตฤดูที่ซึ่งสีเขียวของต้นไม้จะแผ่ขจรร่ายรำไปพร้อมกับสีสันของดอกไม้นานาชนิดอีกครั้ง



งอกงาม ผลิบาน ร่วงโรย และงอกงามอีกครั้ง...วนเวียนอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งปี



แม้แสงสุริยาจะจุมพิตแผ่วเบาลงบนผืนโลก หากไอเย็นจากเหมันต์ก็ยังคงลอยละล่องอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ กลุ่มควันสีขาวจางๆ พรั่งพรูออกมาเมื่อชายหนุ่มในชุดผ้าเนื้อเบาสีน้ำตาลและเหลืองแดงอันเป็นเครื่องแบบของนายทหารระดับหัวหน้าหน่วยของกรมอาญาแห่งวังหลวงทอดถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง บนศีรษะสวมใส่หมวกทรงปีกกว้างและมีสายห้อยลูกปัดเม็ดใหญ่ยาวระย้า หลังจากได้รับคำสั่งจากเจ้ากรมอาญาเกี่ยวกับคดีฉาวโฉ่ระหว่างพระมเหสีและพระสนมผู้หนึ่ง  จอน จองกุกที่ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการจึงได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้เฝ้ายามนักโทษคนใหม่ที่ซึ่งเป็นอดีตพระสนมชายเพียงคนเดียวขององค์ราชา



เช้าวันนี้ แม้จะเลยเวลามื้อเช้าไปแล้วแต่ภายในเขตพระราชวังหลวงใจกลางเมืองนั้นก็ยังคงเงียบสงบไม่ต่างไปจากทุกวัน ทว่าหัวหน้าหน่วยจอนผู้อายุอานามกำลังก้าวสู่วัยกลางคนกลับรู้สึกว่าความเงียบสงบนี้ราวกับกำลังไว้อาลัยให้กับดวงจิตดวงหนึ่งที่คงจะกำลังไหวสั่นระส่ำระส่ายด้วยความหวาดกลัว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนราวกับเสียงหยาดน้ำกระเซ็นสะท้อนในถ้ำผากว้างใหญ่ ชายหนุ่มค้อมศีรษะรับการค้อมคำนับจากทหารยามที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าทางเข้าห้องขังของนักโทษระดับสูงภายในเขตกรมอาญา



หลังจากแสดงตัวตนผ่านป้ายหินสลัก ทุกย่างก้าวที่ย่างกรายก็กลับมาสม่ำเสมอเช่นเดิมด้วยจำนวนทหารยามภายในอาคารห้องขังที่ก่อสร้างจากอิฐและเหล็กนั้นมีจำนวนมากเกินจะทักทายตอบไหว จดจำได้ขึ้นใจถึงหมายเลขห้องขังที่ต้องไปเยือน มุ่งหน้าผ่านห้องขังห้องอื่นๆ ที่มีการกั้นอาณาเขตเป็นพื้นที่ของนักโทษและผู้คุมขังที่ถูกกั้นไว้ด้วยตะแกรงเหล็กหนาแน่นชัดเจน ห้องขังนักโทษชั้นสูงแห่งนี้มีไว้เพื่อคุมขังนักโทษผู้มียศถาบรรดาศักดิ์สูง แม้จะกว้างขวางและสะอาดกว่าห้องขังนักโทษชั้นปกติเล็กน้อย แต่เพราะความเงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของนายทหารจากหน้าทางเข้าก็ทำให้ห้องขังแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหล่าชนชั้นสูงขยาดที่จะเข้ามาอาศัยอยู่แม้เพียงคืนเดียวก็ตาม



เสียงตะแกรงเหล็กชั้นแรกถูกเลื่อนเปิดออกโดยทหารยาม ภายในมีชุดโต๊ะน้ำชาและเก้าอี้เล็กๆ ตั้งอยู่มุมหนึ่ง ด้านหลังตะแกรงเหล็กอีกชั้นที่ปิดกั้นอย่างแน่นหนาและมีแผ่นไม้กระดานตีปิดเหลือเพียงช่องเล็กๆ พอให้เสียงพูดคุยลอดผ่านไปได้ นั่นคืออาณาเขตของนักโทษที่ซึ่งต้องโทษประหารภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันข้างหน้านี้



หันไปสั่งการกับนายทหารยามเพิ่มเติมเล็กน้อย อีกฝ่ายจึงค้อมศีรษะบอกลาแล้วเดินจากไป เหลือเอาไว้เพียงนักโทษที่นั่งอยู่มุมใดมุมหนึ่งภายในห้องขังนั้น และหัวหน้าหน่วยจอนผู้ซึ่งได้รับหน้าที่ให้เฝ้ายามอดีตพระสนมชายผู้ซึ่งได้กระทำความผิดจนต้องโทษสูงสุดจนกว่าจะถึงรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้



สิ้นเสียงเลื่อนตะแกรงประตูชั้นนอกให้ปิดลงตามเดิม ทั่วบริเวณแห่งนี้ก็กลับเงียบสงบเหมือนกับเมื่อครู่นี้ มีเพียงเสียงรองเท้าหนังหนาของชายหนุ่มที่ก้าวเดินไปนั่งลงที่โต๊ะน้ำชาจนเกิดเสียงสาบเสื้อผ้าเสียดสี ต่อจากนั้นจึงแว่วเสียงน้ำชาอุ่นร้อนขึ้นควันในกาที่ถูกเทลงในจอกน้ำชาเล็กๆ อย่างไม่รีบร้อน



เงียบเชียบ เอื่อยเฉื่อย สงบนิ่ง...นายทหารหนุ่มยกจอกชาขึ้นจิบคำน้อยๆ พร้อมกับเป่าควันที่ลอยขึ้นจากผิวน้ำชาสีน้ำตาลอ่อนเบาๆ



“...”



เหม่อมองออกไปยังพนังก่อนอิฐตรงหน้า...ไม่นานเสียงแหบอ่อนล้าโรยแรงหากก็ยังคงไว้ซึ่งความทุ้มหวานอันคุ้นหูก็ดังแว่วออกมาจากในห้องขังชั้นใน



“...ข้าจำเสียงเจ้าได้”



“...”



นายทหารหนุ่มนิ่งสงบราวกับหินผา กลอกดวงตาหันไปมองช่องเล็กๆ ระดับสายตาของตนที่ ณ ตอนนี้มองลอดเข้าไปก็มองเห็นเพียงแค่กำแพงและกองฟาง...เจ้าของน้ำเสียงอ่อนล้านั้นคงนั่งอยู่กับพื้นที่มุมเดียวกันข้างๆ เขา...เพียงแค่มีกำแพงไม้หนากั้นกลางเอาไว้เท่านั้น



ค่อยๆ วางจอกน้ำชาลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน...ลอบกลืนน้ำลายหนึ่งอึกก่อนจะตอบกลับไปแผ่วเบา



“...เป็นอย่างไรบ้าง”



“...”



อีกฝ่ายเมื่อถูกถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไร้ซึ่งแววตำหนิติเตียนใดๆ ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเช่นกัน แม้จะไม่มีโอกาสให้พิศมองโดยตรงมานับสิบปี จอน จองกุกก็จะไม่ขอมองใบหน้าของใครคนหนึ่งที่เขาจดจำได้ดีมาตลอดในตอนนี้



ในขั้นตอนการสืบสวนคงจะถูกบังคับให้รับสารภาพด้วยวิธีทรมานต่างๆ...ตัวเขาไม่อยากให้ใบหน้าอันงดงามของคนที่อยู่อีกฟากกำแพงต้องถูกแทนที่ด้วยใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำ แม้จะแค่ในความทรงจำของเขาก็ตาม



ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินบรรยากาศไปสักพัก เสียงหอบหายใจแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากในห้องขัง เป็นสัญญาณว่าชายหนุ่มอีกคนกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง



“เหมือนข้า...มันเหมือนกับว่าข้าหลับฝันไป...นานมากๆ จนหาทางกลับไม่ได้...”



“...” หัวหน้าหน่วยจอนรับฟังน้ำเสียงอ่อนล้าเคล้าหอบสะอื้นราวกับจะขาดใจไปได้ทุกเมื่อนั้นด้วยอาการนิ่งสงบ



“ตอนนี้เหมือนจะตื่นแล้ว...ข้าก็หยุดคิดไม่ได้ว่าถ้าวันนั้นข้าฟังคำเจ้า...วันนี้ข้าจะทำอะไรอยู่...”



“...”



เสียงหอบสะอื้นปานจะตรอมใจดังแทรกระหว่างเสียงกระซิบเหล่านั้น “...สุดท้ายข้าก็จบลงแบบนี้...ข้าขอโทษ จองกุก...”



“...” นายทหารหนุ่มราวกับหัวใจจะหยุดเต้นเมื่อได้ฟังคำขอโทษจากปากของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก “...อย่าพูดว่าขอโทษเลย...ข้าไม่ได้นึกโกรธอะไรเจ้า”



“ข้าขอโทษที่ทำตัวไม่ได้ความ...ข้าเดาว่าวันแรกที่เจ้ารู้ว่าข้าเข้ามาเป็นพระสนม เจ้าคงจะผิดหวังในตัวข้ามากๆ”



“...”



คนฟังได้แต่สูดหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆ...นั่นก็ไม่ผิด ใครจะไม่ผิดหวังเมื่อเพื่อนสนิทตัดสินใจเลือกทิ้งครอบครัวเพื่อไปเสวยสุขภายในวังหลวงอันเต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่นทั้งอำนาจและบารมีโดยไม่สนใจว่าจะทำร้ายใครบ้างแบบนั้น



พระสนมพัคคือสนมชายเพียงพระองค์เดียวของฝ่าบาท ด้วยรูปร่างหน้าตาอันงดงามสะสวย ทอดพระเนตรกี่ครั้งก็ไม่ทรงนึกเบื่อ รวมถึงอุปนิสัยที่มีความเป็นชาย สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกทั้งยังสามารถติดตามพระองค์เพื่อทรงกีฬาหรือล่าสัตว์กับพระองค์ได้ ทำให้พระสนมพัคถูกเลื่อนขั้นให้กลายเป็นพระสนมพัคโซอึยหรือพระสนมขั้นสอง ชั้นจองภายในเวลาไม่กี่ปีเท่านั้น เป็นความสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองที่แม้แต่จอน จองกุกที่ในตอนนั้นเป็นเพียงนายทหารเล็กๆ ในกรมอาญาก็ยังอดที่จะทึ่งใจไม่ได้



ตัวเขาก็ไม่ค่อยจะรู้รายละเอียดปลีกย่อยอะไรมากมายนัก ไม่สามารถบอกได้ว่าตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา อดีตเพื่อนสนิทของเขาที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันอยู่ในหมู่บ้านนั้นต้องเผชิญกับความยากลำบากอะไรมาบ้างในการไต่เต้าขึ้นเป็นพระสนมระดับสูง ในช่วงหนึ่งก็เคยได้ข่าวมาแว่วๆ ว่าพระมเหสีทรงไม่พึงใจพระสนมพัคโซอึยเนื่องด้วยฝ่าบาททรงใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในการแวะเวียนไปที่ตำหนักของพระสนมชายผู้นี้



ตัวเขาก็คงจะน่าผิดหวังพอกัน...ยอมรับว่าช่วงนั้นไม่คิดแม้แต่จะสงสัยหรือนึกเป็นห่วงพัค จีมินหรือพระสนมพัคโซอึยเลยแม้แต่น้อย ความผิดหวังจากการที่เห็นเพื่อนสนิทของตนเลือกอำนาจบารมีมากกว่าครอบครัวและเพื่อนพ้องยังคงติดตรึงในใจของนายทหารจอนรวมถึงหัวหน้าหน่วยจอนด้วย



ความรู้สึกเหล่านั้นเพิ่งจะจางหายไปเมื่อสองสามวันก่อนนี้เอง ในวันที่ได้ทราบข่าวว่าพระสนมพัคโซอึยถูกกรมอาญาคุมตัวไปสอบสวนเรื่องยันต์สาปแช่งที่มีเป้าหมายคือพระมเหสีซึ่งถูกขุดพบในไหดองเหล้าที่ฝังไว้ใต้ต้นไม้ในเขตพระตำหนักของพระสนม



ติดตามข่าวไม่ให้ตกหล่นพร้อมกับภาวนาให้พระสนมทรงรอดพ้นจากโทษสถานหนัก...หากก็ต้องผิดหวังเมื่อมีประกาศจากกรมอาญาเรื่องการสำเร็จโทษโดยการดื่มยาพิษของพระสนมพัคโซอึย



ข่มตาหลับไม่ลงมาสองคืนจนกระทั่งตอนนี้...จอน จองกุกรับฟังเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของอีกคนที่นั่งอยู่บนกองฟางภายในห้องขัง บนเสื้อผ้าสีขาวสะอาดมีรอยเปื้อนฝุ่นดินและรอยเลือดที่แห้งกรังจากการถูกทรมานในขั้นตอนการสอบสวน ดวงตาที่บวมม่วงจากการถูกทำร้ายร่างกายนั้นเป่งแดงจนดูน่ากลัวเนื่องจากการร่ำไห้อย่างต่อเนื่องมาหลายวัน



“ช่วยข้าที จองกุก...ข้ากลัวเหลือเกิน...ข้ายังไม่อยากตาย...”



“...”



ต่างรู้ดีแก่ใจว่าใครก็ไม่อาจช่วยเหลืออดีตพระสนมได้อีกต่อไปแล้ว หลักฐานแน่นหนารวมถึงมีพยานทั้งจากร้านปลุกเสกยันต์สาปแช่งและนางกำนัลอีกสองสามคนที่ยืนยันว่าพบเห็นพระสนมพัคโซอึยระหว่างทำการฝังยันต์นี้ลงในพื้นดินจริงๆ



ได้ฟังเสียงร่ำร้องอย่างหวดกลัวนั้น จอน จองกุกก็ได้แต่ข่มตาลงพร้อมกับข่มฟันอย่างทรมานใจ คร่ำครวญไปก็ไม่มีใครช่วยอะไรเขาได้อีกแล้ว ครั้งนี้ตัวเขาไม่มีโอกาสให้แก้ตัวหรือหันหลังกลับไปแล้วจริงๆ



เขาเองก็ควรจะหนักแน่นในการห้ามปรามเพื่อนสนิทให้มากกว่านี้...จอน จองกุกรู้ตัวว่าในวันนั้นไม่ได้จริงจังมากพอกับการโน้มน้าวไม่ให้พัค จีมินตอบรับคำเชิญของนางกำนัลที่กำลังเฟ้นหาพระสนมชายเพื่อตอบสนองพระประสงค์ของฝ่าบาท ด้วยอาจคิดว่าพัค จีมินคงจะไม่ผ่านการคัดเลือก เมื่อผลออกมาว่าผู้ที่ได้รับคัดเลือกคือเพื่อนสนิทของเขาเอง ตัวเขาก็ตั้งมั่นว่าจะไม่พูดอะไรกับจีมินอีก ทั้งด้วยความผิดหวังและเสียใจ อย่างที่บอกไปเมื่อครู่ก่อน



ในตอนนี้เมื่อได้ฟังเสียงร่ำไห้เมื่อยามไร้สิ้นทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่ายแล้ว...จอน จองกุกก็ได้แต่นั่งเหม่อลอยด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปลาบไปทั่วทั้งอกและร่างกายจนรู้สึกชาหนึบตั้งแต่หัวจรดเท้า



ช่วยอะไรไม่ได้เลย...ครั้งหนึ่งเมื่อตัดสินใจเลือกเส้นทางหนึ่งไปแล้ว เราจะสูญเสียอีกเส้นทางหนึ่งไปอย่างไม่อาจทวงกลับคืนมาได้



“...กลัวมากเลยหรือ”



“...”



สิ่งที่ตอบกลับคำถามนั้นคือเสียงสะอื้นเบาๆ จากอีกฝั่งของกำแพง แน่นอนว่าคนถามรู้คำตอบอยู่แล้ว เขาแค่อยากรู้ว่าพัค จีมินยังเหลือเรี่ยวแรงอยู่มากแค่ไหน



นายทหารหนุ่มขยับลุกจากเก้าอี้ ก้าวเดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่มุมหนึ่งชิดกับตะแกรงเหล็กที่ตีปิดด้วยไม้กระดาน แล้วเคาะเบาๆ สองสามครั้ง



“อยู่ตรงนี้ใช่ไหม”



“...”



อีกคนตอบกลับด้วยเสียงขยับกายแผ่วเบาเนิบช้าเข้ามาใกล้กับมุมห้องขัง



จอน จองกุกเผยยิ้มบางๆ...นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้นั่งเคียงข้างกันแบบนี้



“ซบไหล่ข้าได้...ถ้าเจ้าต้องการ”



เอ่ยกระซิบออกไปท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องขัง แม้ไม่อาจมองเห็นว่าอีกฝ่ายได้เอนศีรษะลงมาซบกับตะแกรงเหล็กต่างไหล่ของเขาตามที่บอกหรือไม่ แต่หากพะสนมพัคโซอึยยังคงหลงเหลือความเป็นพัค จีมินคนเดิมอยู่ ในตอนนี้หน้าผากเนียนของพระองค์คงกำลังซบอยู่บนตะแกรงเหล็กที่เย็นเยียบนั้น พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาบวมแดงทั้งสองข้างนั้นโดยไม่ตอบอะไรกลับไป



นายทหารหนุ่มเอนศีรษะพิงกับไม้กระดานข้างกายเบาๆ...ดวงตาทั้งสองข้างที่เอ่อท้นบ่อน้ำตาน้อยๆ จ้องมองเพดานห้องขังราวกับกำลังมองหาความหวังจากบนฟากฟ้าที่ถูกปิดตายกั้นกลางไว้ด้วยระแนงไม้นี้



ในเวลาแบบนี้ คำปลอบโยนแบบใดก็คงจะไม่อาจทำให้อีกฝ่ายคลายทุกข์โศกลงได้ สิ่งที่นายทหารหนุ่มทำได้ในตอนนี้คงมีเพียงรับฟังเสียงสั่นสะอื้นที่ยังคงร่ำร้องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ



“จองกุก...ข้าขอโทษ”



จอน จองกุกขมวดคิ้วเมื่อคำขอโทษดังแว่วผ่านช่องเล็กๆ นั้นมาอีกครั้ง “ไม่ต้องขอโทษแล้ว พอแล้ว”



“ขอโทษที่ต้องบอกว่าข้าทำเรื่องแบบนั้นลงไปจริงๆ...ข้าขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง...”



“...”



แรกเริ่มยามที่รู้เกี่ยวกับคดีนี้ ความรู้สึกของจอน จองกุกอาจเรียกได้ไม่เต็มปากว่าไม่ใช่ความผิดหวัง แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่มีมากกว่าความผิดหวังนั้นคือความตกใจและหวาดกลัวจนถึงขั้นสุด หวาดกลัวสิ่งที่จะตามมา หวาดกลัวแทนพัค จีมินที่ในตอนนั้นไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร



กว่าจะทำใจให้บอกกับตัวเองได้ว่าตัวเขาไม่อาจช่วยอะไรพัค จีมินได้เลย ตัวเขาก็ได้หลั่งน้ำตาเพียงลำพังอยู่บ้านตลอดทั้งคืนมาร่วมสองคืนแล้ว



ในตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกปวดหนึบไปทั่วทั้งกายจนแทบไม่มีแรง...ในฐานะนายทหารผู้รับใช้สำนักราชวัง เขาคงไม่สามารถพูดออกไปตามตรงว่า ไม่เป็นไร ได้ จึงได้แต่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อพยายามจะยิ้มสู้ความรู้สึกหวาดกลัวที่หยั่งรากลึกอยู่ในใจของทั้งคู่



“ผิดหวังหรือไม่ผิดหวังไม่สำคัญหรอก...ข้าจะอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนเจ้าเหมือนเดิมนั่นล่ะ”



เวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ไม่น่าเชื่อว่าสามารถคงอยู่ยืนยาวได้ราวกับเป็นปีๆ หลังจากธารน้ำตาได้หยุดไหลหลั่ง ทั้งสองก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับวันคืนเก่าๆ เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก มีทั้งความทรงจำที่ทั้งคู่จดจำได้และมีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จำได้ ตั้งแต่ตอนที่แข่งกันจับหนูนาเพื่อนำไปเป็นอาหารเย็นที่บ้านของตนเอง ตอนที่จอน จองกุกพาพัค จีมินวิ่งหนีพ่อขี้เมาและชอบใช้กำลังของตนเอง รวมถึงสถานที่โปรดที่ทั้งสองมักจะแอบออกไปนั่งดูดาวตอนดึกๆ ด้วยกัน ทั้งเรื่องราวที่ดีและไม่ดี ในตอนนี้พอถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งก็ดูจะเป็นเรื่องราวอันแสนล้ำค่าที่แม้จะยกทองคำมากี่พันชั่งก็ไม่อาจทดแทนกันได้ เป็นเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำพารอยยิ้มและเสียงหัวเราะแผ่วเบากลับมายังชายหนุ่มทั้งสองผู้ผ่านเรื่องราวมากมายในชีวิตมานับสามสิบกว่าปีได้ ค่ำคืนอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป แต่ความอบอุ่นจากเปลวเทียนริบหรี่ของภาพในอดีตและน้ำเสียงของทั้งสองก็โอบกอดกันและกันเอาไว้โดยรอบทั้งกายและใจ ทั้งสองตัดสินใจจดจำความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้เอาไว้ในทุกอณูผิวกายของตน ให้ค่ำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีวันลืมความรู้สึกในค่ำคืนอันมืดสลัวแสงจันทร์นี้



เมื่อตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะไม่มองหน้าเพื่อนสนิทของตนในตอนนี้ ก็กลายเป็นว่าไม่ได้มองตามที่ตั้งใจไว้จริงๆ เมื่อรุ่งอรุณเดินทางมาถึง พัค จีมินที่ผล็อยหลับลงได้อย่างเต็มตื่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีก็พบว่าจอน จองกุกหรือหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการของกรมอาญานั้นไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิมแล้ว เมื่อถึงเวลาเบิกตัวนักโทษประหาร นายทหารที่เฝ้ายามก็หมดหน้าที่ในส่วนของตนเอง ต้องล่าถอยกลับไปประจำการที่กรมอาญาตามเดิมโดยไม่มีสิทธิ์จะเข้าร่วมหรือรับชมพิธีถวายโอสถพิษแก่อดีตพระสนม



แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามสายและความเงียบสงบนั้นยังคงอยู่เฉกเช่นเมื่อวานนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ทุกสิ่งทุกอย่างภายในและนอกเขตวังหลวงยังคงดำเนินต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแม้เสียงกรีดร้องหรือร่ำไห้ วันคืนคล้อยตามผ่านพ้นไปอย่างนิ่งสงบไม่ต่างกับฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนไปตามเวลาของมัน



ใครบางคนได้หลับใหลไปตลอดกาลอย่างไม่มีวันหวนคืน...จอน จองกุกคิดในใจว่าคงถึงเวลาที่ตัวเขาควรจะเปิดใจรับใครสักคนเข้ามาเป็นคู่ชีวิตเพื่อแบ่งเบาทุกข์สุขในแต่ละวันได้แล้ว หลังจากที่เฝ้าคำนึงถึงใครคนหนึ่งที่ตัวเขารู้ดีว่าคงจะไม่มีทางหวนกลับมาเป็นคนเดิมที่เขาเคยรักและรู้จัก เฝ้ารออยู่ทุกวันคืนโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเสียด้วยซ้ำแม้ความหวังจะริบหรี่เต็มที ในวันนี้เมื่ออีกฝ่ายได้จากไปจริงๆ แล้ว ตัวเขาก็รู้ดีว่าหัวใจนี้ก็ยังคงบอบช้ำและต้องการเวลาในการรักษาให้กลับมาดีดังเดิม ความรู้สึกที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจมาตลอดหลายปีนี้ น่าแปลกที่มันทำให้ในอกของชายหนุ่มราวกับมีรูโหวง...แต่กลับไม่มีน้ำตาแม้สักหยด



อาจเป็นเพราะในความทรงจำของเขา พัค จีมินยังคงงดงามอยู่เสมอมาทั้งในฐานะเพื่อนสนิทและพระสนมพัคโซอึย รอยยิ้มที่สดใสราวกับพระอาทิตย์ในฤดูร้อนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ตามเดิมไม่มีภาพอื่นใดมาลบเลือนไปได้





ตัวเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน





มันก็แค่ชาจนพูดอะไรไม่ออกเท่านั้น...แต่เดี๋ยวก็คงจะดีขึ้น เหมือนต้นไม้ที่กลับมาผลิใบอีกครั้งภายหลังเหมันตฤดู






✾✾✾✾✾

#ใบหลิวลิ่วลม




 

         

ผลงานอื่นๆ ของ Mr.Raindrop

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 09:21
    แงงง นี่เพิ่มไว้ในเฟปตั้งนานแล้วว่าจะมาอ่าน สุดท้ายก็ไม่ทัน ฮืออออคุณไรท์
    #9
    2
    • 19 สิงหาคม 2563 / 23:34
      ไรท์แก้ให้แล้ว เตงลองมาอ่านอีกรอบนะคะ บางทีมันชอบหายไปเฉยๆ แบบนี้ ไม่รู้ทำไม แงง
      #9-1
    • 27 สิงหาคม 2563 / 23:15
      มุแงงง ขอบคุณนะคะ ได้อ่านแล้ว สนุกสุดๆเลย ไม่เคยผิดหวังกับงานเขียนคุณไรท์เลยค่ะ
      #9-2
  2. วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:05

    ซึมเป็นส้วมไปแล้วเราㅠㅠ

    #8
    0
  3. #7 ธัณ
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 02:27

    ภาพความทรงจำที่งดงาม น้ำตาซึมหมอนเลยค่ะ ไม่รู้จะพูดอะไรเรยค่ะ ดีงามมากเราเห็นภาพตามเป็นฉากๆ สื่ออารมณ์ได้สุดยอด ความเจ็บปวดที่สุดรู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ ปวดใจ ชา เงียบ แล้วก็รู้สึกมีช่องโหว่ง แต่น้ำตาไม่ไหล อาการแบบนี้แหละ ที่เจ็บปวดที่สุด ชอบมากเราชอบเสพงานของไรท์ที่สุดเลย

    #7
    0
  4. วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:01
    ไรท์เขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ ติดตามอ่านทุกเรื่องเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #6
    0
  5. #5 wshinatip (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 18:12
    เศร้าจัง อยากอ่านแนวพีเรียดเกาหลีอีกจัง ไร้เก่งมากๆเลยค่ะ
    #5
    0
  6. วันที่ 17 เมษายน 2563 / 14:18
    อ่านไม่ได้แงงงง
    #4
    1
    • 17 เมษายน 2563 / 14:44
      ไรท์แก้แล้ว ลองเข้าไปอ่านอีกรอบดูนะคะเตง ;-;
      #4-1
  7. #3 methawee573 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:20
    อ่านไปจุกอกไป เส้ามากๆแต่ยังมีความทรงจำดีๆให้คิดถึงกัน คุณไรท์เก่งมากทำให้เราน้ำตาไหลอีกแล้ว พิมพ์ไปเช็ดน้ำตาไปฮือ
    #3
    2
    • #3-1 JJEONJKK
      14 เมษายน 2563 / 09:58
      เตงทำไมเขาอ่านไม่ได้
      #3-1
    • 21 เมษายน 2563 / 04:08
      ลองเปิดอ่านดูอีกรอบนะคะเตงง
      #3-2
  8. วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:24

    น้องจากไปแล้วจริงๆหรอ ฮืออออออออ

    #2
    0
  9. #1 baimikm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:47
    ยังคงทำให้รี้ดคนนี้หน่วงหัวใจเหมือนเดิม

    //เรื่องราวในอดีตนี่เป็นสิ่งล้ำค่าจริงๆนะ แต่ก็จับต้องไม่ได้อีกแล้ว
    #1
    0