[FIC : SHINee] Desert Affair [2MIN ft.JONGKEY]

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 | ต้องมนต์วาดิรัม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 814
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 มี.ค. 54

ตอนที่ 2
ต้องมนต์วาดิรัม






 




 

 

                เขาไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยใจไปตามบรรยากาศเงียบสงบของที่นี่นานเท่าไหร่ แค่เมื่อรู้สึกตัวอีกที จากเสียงเคาะประตูของคิบอมก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสียงตะโกนเรียกของคิบอมไปเสียแล้ว

 

 

 

 

            แทมินอ่า! เป็นอะไรรึเปล่า? ตอบฉันหน่อย!

 

                น้ำเสียงแสนห่วงนั้นทำเอาร่างบางต้องรีบกลับเข้ามาพร้อมปิดม่านอย่างเร่งรีบ แทมินเปิดประตูพร้อมขานรับเพื่อนสนิท ก่อนเงยหน้ามองคิบอมที่กำลังหมุนคิ้วมุ่นอย่างเป็นกังวล

 

 

 

 

 

            เปิดประตูช้าจัง ทำอะไรอยู่ฮึ?”

 

            อ้อ...เมื่อกี้เผลอหลับลึกไปหน่อยน่ะ โทษทีนะ

 

            ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่จะมาบอกว่าจงฮยอนกลับมาแล้ว เราลงไปกินข้าวเย็นกัน

 

 

 

 

                ค่ำวันนั้นอาหารฝรั่งมื้อง่าย ๆ ถูกจัดการตั้งโต๊ะโดยแม่บ้านชาวจอร์แดนประจำคฤหาสน์ รสมือของเธอค่อนข้างหนักไปทางอาหารรสจัดจึงทำให้บรรดาอาหารต่างชาติดูแปลกแยกและแตกต่างจากที่แทมินและคิบอมเคยทานมามากนัก แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาในการเจริญอาหารแต่อย่างใด ทั้งสามจัดการอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมทั้งหยิบยกเรื่องราวมากมายมาเล่าสู่กันฟังรวมไปถึงนัดแนะเรื่องสถานที่ทัวร์เที่ยวที่จะเริ่มต้นตั้งแต่พรุ่งนี้กันอย่างออกรส มื้ออาหารจบลงในอีกสักพักใหญ่ หลังจากนั้นต่างคนต่างก็แยกกันไปพักผ่อนอีกครั้ง

 

 

 

 

 

            คืนนั้นเป็นคืนแสนธรรมดาที่แทมินรู้สึกหลับสบายเสียเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            แทมินอ่า...รีบไปอาบน้ำเร็ว จงฮยอนรอพวกเราทานข้าวอยู่ข้างล่างแล้วนะ

 

                เสียงปลุกพร้อมแรงเขย่าของคิบอมรับเข้าสู่ประสาททั้งตัวของคนตัวเล็กในเช้าวันรุ่งขึ้น แทมินสะดุ้งตัวตื่นทั้งยังงัวเงียอยู่ ตาหวานปรือปรอยมองเพื่อนสนิทข้างเตียงที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อนพร้อมกั๊กเนื้อดีสีเข้มกว่าเล็กน้อย คิบอมส่งยิ้มรับยามเช้าให้พร้อมกับยื่นแขนที่มีผ้าเช็ดตัวพาดอยู่มาขวางตรงหน้า แทมินเสยผมสีสวยของตนลวก ๆ อย่างนึกรำคาญก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวที่เพื่อนเสนอมาให้แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

 

 

 

            งั้นฉันลงไปรอข้างล่างนะ เสร็จแล้วก็รีบลงไปล่ะ

 

            อื้อ

 

                สิ้นเสียงประตูห้องน้ำปิด คิบอมก็เดินออกไปทิ้งให้เพื่อนตัวดีได้จัดการกับกิจธุระยามเช้าตามสะดวก เพียงไม่นานแทมินก็จัดการแต่งตัวเรียบร้อยเดินหาววอด ๆ ลงมา แม้เมื่อคืนเขาจะรู้สึกนอนสบายสักแค่ไหน แต่วิสัยตื่นเช้ามาก ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเคยชินของคนอย่าง อี แทมินอยู่ดี ร่างบางสาวเท้าเอื่อยเรื่อยเข้ามาหาโต๊ะอาหารก่อนจะฉีกยิ้มรับอรุณให้เพื่อนทั้งสองแบบเนื่อย ๆ ทีหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

            นอนน้อยรึไง?”

                เป็นจงฮยอนที่ทักทายด้วยน้ำเสียงยียวนเฉกเช่นเคย แทมินส่ายหน้ารับประโยคคำถามเบา ๆ

 

 

 อึ๊! หลับสบายดี แต่ไม่ได้ตื่นเช้านานเลยไม่ชินน่ะ ว่าแต่โปรแกรมวันนี้มีอะไรบ้างล่ะ?”

 

            เที่ยวสองวัน อาจจะนอนที่วาดิรัม ดูก่อนว่ากลับมาอัมมานทันไหม?”

 

            ให้กลับมาทันเถอะ เตียงที่นี่น่าจะสบายสุดแล้ว

 

 

 

 

 

 

                จัดแจงรับประทานมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยอาเหม็ดก็จัดการยกกระเป๋าใบเล็กขึ้นไว้หลังรถจิ๊ปสีเขียวขี้ม้า มันดูเก่าแต่จงฮยอนรับรองว่าสมบุกสมบันและเป็นรถที่อาเหม็ดคุ้นมือที่สุด แทมินกับคิบอมจึงเลือกความปลอดภัยมากกว่าความสะดวกสบาย ครั้นพอตกลงกันเสร็จสิ้น เครื่องโฟร์วิลคันงามก็ถูกสตาร์ทก่อนแล่นฉิวไปตามถนนหนทางอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

            ที่ ๆ เราจะไปเป็นที่แรกคือเมืองจะรัช อยู่ไกลจากอัมมานไม่เท่าไหร่ ออกแนวเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ค่อนข้างน่าสนใจมากนะ เพราะเป็นมรดกของพวกกรีกโรมันที่ทิ้งไว้เมื่อครั้งตอนที่ขยายอาณาเขตมาถึงจงฮยอนเปรย ๆ ถึงสถานที่แรกให้ฟัง

 

 

 

 

            ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงดีรถจิฟคันถึกก็จอดลงที่โบราณสถานแห่งเมืองจะรัช แทมินหยิบสมุดบันทึกเล่มโปรดขึ้นมาเตรียมจดรายละเอียดข้อมูลที่น่าสนใจตามแบบฉบับนิสัยด๊อกเตอร์ ส่วนคิบอมก็หยิบเอากล้องถ่ายรูปคู่ใจขึ้นมาถ่ายกับจงฮยอนก่อนเป็นอย่างแรก ด้วยความที่คนทั้งสามไม่มีปัญหาในเรื่องของภาษาอังกฤษ จงฮยอนจึงเสนอให้อาเหม็ดเจ้าถิ่นตัวจริงเป็นไกด์พาเที่ยว หนุ่มเลือดเบดูอินเก่ายิ้มแย้มเต็มใจก่อนนำชมโบราณสถานพร้อมทั้งอธิบายประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งอดีตก่อนพวกกรีกโรมันมาครอบครองจนถึงการบูรณะในปัจจุบันอย่างคล่องแคล่ว แต่พวกเขาก็อยู่เดินชมที่จะรัชเพียงไม่นาน อาเหม็ดก็เสนอให้ไปที่อื่นต่อเพราะจะรัชมีสิ่งน่าสนใจน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับเมืองที่เหลือที่พวกเขากำลังจะไปเที่ยวชม

 

 

 

 

 

            เมืองต่อไปเป็นเมืองมะดะบะครับ เป็นเมืองโบราณที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับศาสนาคริสต์มาก ที่นั่นมีภูเขาเนโบที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังศพของโมเสสรวมถึงมีชื่อเสียงในสถาปัตยกรรมโมเสค มีตั้งแต่เครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ อย่างพวงกุญแจไปถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ อย่างชุดโต๊ะรับแขกก็มีนะครับ

 

                ภาษาอังกฤษเร็ว ๆ ถูกพ่นออกมาจากปากไกด์หนุ่มชาวอาหรับไม่หยุด อาเหม็ดเลี้ยวรถลงจอดที่หน้าโบสถ์เซนต์จอร์จของเมืองมะดะบะแล้วพาพวกเขาเดินเที่ยวอีกครั้ง คราวนี้สถานที่ใหม่ดูถูกใจคิบอมและแทมินอยู่มากหน่อยเพราะแทมินเป็นพวกติดจะชอบเรื่องของศาสนานิด ๆ ในขณะที่คิบอมสนใจในจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมที่สวยงามของโมเสคจนจงฮยอนต้องจำใจเซ็นสั่งชุดรับแขกราคาสี่ร้อยเหรียญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

 

 

 

            จงฮยอนอ่า...อย่าทำหน้าเบื่อแบบนั้นสิ

 

            ซื้อจากที่นี่มันแพงมากนะคิบอม แล้วซื้อไปก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ไหนด้วย หรือจะส่งกลับไปให้คุณพ่อคุณแม่ที่เกาหลีรึไงหืม?”

 

 

                สองคนรักกระเง้ากระหงอดกันไปได้สักพัก จงฮยอนก็ยิ้มออกหลังจากที่แฟนหนุ่มคนสวยกระซิบสัญญาลับให้ฟังที่ข้างหูเบา ๆ ใบหน้าคิบอมระเรื่อสีชมพูจาง ๆ อย่างขวยเขิน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครรับรู้ความลับของคนสองคนนั้นหรอก

 

 

            ฉันว่าเรารีบไปที่อื่นเถอะอาเหม็ด ขึ้นอยู่ต่อท่านทูตของนายคงจะได้เสียเงินเพิ่มเป็นแน่

 

                แทมินส่ายหน้ามองคู่รักที่ยอกันไปยอกันมาอย่างระอา เขาส่งอาเหม็ดเข้าไปขัดจังหวะสองคนนั้นพลางเดินดุ่ม ๆเข้าไปรอในรถ ครู่เดียวอีกสามชีวิตก็ตามมา แล้วคณะเดินทางของท่านทูตแห่งเกาหลีก็เริ่มออกเดินทางต่อ

 

 

 

 

                ท่ามกลางแสงตะวันที่ส่องจ้าเด่นหราอยู่กลางศีรษะ อาเหม็ดขับรถเรื่อย ๆ มาตามทางลูกรังแถบชานเมือง แน่นอนว่าพื้นที่ที่เป็นถนนดี ๆ นั้นมีอยู่แต่พ่อหนุ่มอาหรับยังคงยืนยันให้ใช้เส้นทางลัดเพื่อเป็นการประหยัดเวลา เรียกเอาของเก่าของแทมินแทบจะรื่นขึ้นมาจุกรวมที่คอพร้อมเตรียมขย่อนออกอยู่ได้ตลอดเวลา จะพูดจะบ่นก็ทำไม่ได้เพราะหากโวยวายออกมาเขาคงโดนไอคุณท่านทูตจงฮยอนแขวะว่าเป็นยอดคุณหนูเข้าให้อีกเป็นแน่

 

 

            เราจะพักกินข้าวที่ร้านดานากันก่อน แล้วผมจะพาไปชมแกรนด์แคนยอนของจอร์แดนนะครับ

 

 

                ครั้นพอรถเทียบลงจอดที่ร้านอาหารไม่ทันสนิทดี แทมินก็รีบกุลีกุจอเปิดประตูหาห้องน้ำทันทีเป็นอย่างแรก จงฮยอนที่ลงตามมาหัวเราะขำ ๆ ก่อนจะสะกิดคิบอมให้ตามเพื่อนสนิทเข้าไป ส่วนตนจะไปจัดการเรื่องโต๊ะกับอาเหม็ด สองหนุ่มหน้าสวยพากันเดินออกมานั่งโต๊ะพร้อมลงมือจัดการอาหารอีกครั้ง แน่นอนว่าถึงจะพยายามกันตัวเองไว้สุดตัวแล้วก็ตาม สิ่งที่แทมินคาดไว้ก็ไม่เคยผิดไปจากที่คิด จงฮยอนแขวะใส่เขาทันทีที่เขาหย่อนก้นลงนั่ง ศึกปะทะคารมน้อย ๆ จึงผุดขึ้นมากลางโต๊ะอาหารอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเป็นคนกลางคนเดิมที่สลายไป อาเหม็ดที่นั่งเงียบอยู่นานแทรกขึ้นกับจงฮยอนว่ากว่าจะถึงเพตราก็คงค่ำ ๆ เขาแนะนำให้พักที่กะรักก่อน คิบอมชักนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะลงความเห็นว่าสมควรอย่างที่อาเหม็ดว่า ทุกคนจึงตกลงว่าจะหาที่พักที่เมืองกะรักหลังจากเที่ยวชมวาดิมูลิบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

            งั้นคุณแทมินไหวนะครับ เส้นทางที่จะไปวาดิมูลิบมันค่อนข้างคดเคี้ยวมากหน่อย แต่ถนนดีครับผมจะพยายามไม่ขับเร็วมาก

 

                อาเหม็ดเอ่ยถามแทมินอย่างเป็นห่วง จงฮยอนหลุดขำพรืดออกมาก่อนเจ้าคนน่าเป็นห่วงจะตวัดสายตาจิกวูบ แล้วพยักหน้าให้อาเหม็ด

 

 

 

 

            ฉันพกยาแก้เมามาด้วย เพิ่งกินไปเมื่อครู่ คิดว่าน่าจะดีขึ้นนะ

 

 

 

                หลังจากจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายที่ร้านอาหารแล้ว ทั้งสี่ก็กลับเข้ามาอยู่ในเจ้าพาหนะแสนสมบุกสมบันอีกครั้ง อาเหม็ดสตาร์ทแล้วออกวิ่งต่อ แต่คราวนี้สารถีร่างใหญ่ผ่อนความเร็วลงมากอย่างที่ว่าไว้ เส้นทางคดเคี้ยวชวนเวียนหัวกว่าที่แทมินคิดนิดหน่อยแต่ด๊อกเตอร์หนุ่มยังพออดทนได้ อีกสองชั่วโมงถัดมาพวกเขาถึงวาดิมูลิบในที่สุด ลักษณะของเทือกเขาที่ถูกสายน้ำกัดเซาะราวกับแกรนด์แคนยอนขนาดย่อมนั้นดูยิ่งใหญ่ อาเหม็ดอธิบายให้ชัดเจนอีกทีว่าพวกแม่น้ำเหล่านี้ล้วนไหลลงสู่เดดซีทั้งสิ้น และหากลองส่องกล้องหรือมองไปไกล ๆ อีกหน่อยจะเห็นวิวทะเลสาบเดดซีอยู่ลิบ ๆ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพวกเขาจะได้ไปเยือนที่นั่นในวันรุ่งขึ้น

 

 

                ถัดจากที่วาดิมูลิบแล้วอาเหม็ดยังแอบพาทั้งสามไปเที่ยวชมปราสาทครูเสดโซบัคอีกเป็นที่สุดท้ายของวัน อากาศยามเย็นเริ่มส่อแววหนาวสะท้าน จงฮยอนหยิบโค้ทตัวใหญ่สวมให้คิบอมอย่างห่วงใยพลางหยิบโค้ทอีกตัวยื่นให้เพื่อนสนิทอีกคน แทมินครางขอบคุณเบา ๆ แล้วรีบหยิบเข้ามาห่อตัวทันที พวกเขาลงมาเดินดูปราสาทเก่าแก่ได้เพียงครู่อาเหม็ดก็พากลับ จิ๊ปสีเขียวแล่นเข้าสู่ตัวเมืองกะรัก ก่อนคณะทัวร์จะจัดการหาที่พักแล้วเข้าพักกันชั่วคราวต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            นอนไม่หลับเหรอ?”

 

                ร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทสืบเท้าเข้ามาใกล้ตัวแทมินอย่างเงียบเชียบ คิบอมในชุดคลุมอาบน้ำที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จกำลังตั้งใจยีหัวที่หมาดน้ำของตนให้แห้งโดยเร็ว

 

 

 

 

 

 

                หลังจากที่พักทานอาหารที่ร้านอาหารชื่อดังของเมืองกะรัก คณะทัวร์ท่านทูตเลือกพักโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่นเท่าไหร่เป็นที่พัก พวกเขาแยกคณะนอนกันสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นของคิบอมกับแทมินส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นของจงฮยอนและอาเหม็ด สองหนุ่มผู้คุ้นถิ่นนัดแนะให้สองหนุ่มหน้าสวยมาพบกันช่วงเช้าที่ล๊อบบี้เพื่อเตรียมทัวร์วันที่สองที่เดดซี เพตราและวาดิรัม สามสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจอร์แดน

 

 

 

 

 

            ว่าไง หืม?”

 

                จากที่เดินเรื่อยเข้ามาหากลายเป็นมายืนหยุดตัวอยู่ข้าง ๆ ร่างบอบบางของด๊อกเตอร์หนุ่ม คิบอมทอดมองเพื่อนสนิทที่เหม่อมองม่านฟ้ายามราตรีไปแสนไกล ไม่อาจรู้ได้ว่าในใจอีกฝ่ายคิดสิ่งใดอยู่ แต่สิ่งที่เห็นพ้องต้องคิดคือความงามของพื้นฟ้ายามราตรีในเมืองแห่งทะเลทรายนั้นช่างวิจิตรหาใดเปรียบ

 

 

 

                ผืนทรายที่เงียบสงบ อากาศที่แสนอบอ้าวในกลางวันแปรเปลี่ยนเป็นหนาวสะท้านในกลางคืน ดวงจันทร์ดวงงามที่คล้อยเด่นเรืองรองในท้องฟ้าสีนิลสนิท ดวงดาวไร้เมฆหมอกบดบังพราวระยับวิบวับอยู่เต็มนภาที่แสนวังเวง ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ เสียงเรียกของชายในฝันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นในความทรงจำแสนอันเลือนรางของแทมินมากขึ้นเท่านั้น ร่างบางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่รู้เลยว่าฝันแห่งทะเลทรายนั้นจะตามหลอกหลอนเขาไปจนถึงเมื่อไหร่ แต่เพียงแค่ไม่ได้ฝันถึงเพียงคืนเดียว หัวใจกลับคิดถึงนัยน์ตาวาวแสนดึงดูดคู่นั้นอย่างไม่อาจห้ามใจ

 

 

 

 

 

 

                โซ่ตรวนนั้นกำลังคืบคลานเข้ามา...เสียงแห่งโชคชะตากำลังชักพาให้พรหมลิขิตดลบัลดาลให้พบกัน

 

 

 

 

 

                แทมินไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า เจ้าของนัยน์ตาอันน่าหลงใหลนักหนานั้นจะเปลี่ยนชีวิตตน...จะเป็นคนที่ช่วงชิงเอาทั้งร่างกายและหัวใจให้พลัดพรากจากโลกแห่งความจริงไปตลอดกาล

 

 

 

 

 

            คิบอมอ่า...

 

                เจ้าของดวงหน้าหวานหลับตาพริ้มพลางเรียกเพื่อนสนิทข้างตัวเสียงผะแผ่ว ความรู้สึกหวาดกลัวถึงอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจเสียจนหวั่นประหม่า แทมินยืนนิ่งผ่อนลมหายใจเชื่องช้าก่อนจะหันมาสบตาเพื่อนรักแน่วแน่

 

 

 

            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้...บนแผ่นดินนี้ นายอย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวนะ

 

 

 

                มือเรียวที่กระชับผ้าขนหนูผืนบางซับหยาดน้ำบนหัวอยู่หยุดชะงัก คิบอมไม่เข้าใจอารมณ์ของแทมินสักเท่าไหร่ แต่ร่างบางก็นึกอุปโลกน์ไปเองว่าเพื่อนตัวเล็กคงเกิดความรู้สึกคิดถึงบ้านและเหงาหงอยขึ้นมาจนกลัวว่าจะต้องอยู่คนเดียว ในสถานที่ที่รู้สึกไม่คุ้นเคย ยิ้มหวานปนเอ็นดูถูกวาดขึ้นที่ริมฝีปากเป็นกระจับสวย ก่อนมือเย็นจะเอื้อมเข้าไปขยี้เบา ๆ ที่หัวทุยของเด็กคิดมาก

 

 

 

 

            ชีวิตฉันมีแค่ครอบครัว นายแล้วก็จงฮยอน ฉันขาดสามสิ่งนี้ไม่ได้หรอก...ถึงแม้ฉันกับจงฮยอนจะเป็นแฟนกันก็ตาม เขาไม่เคยสำคัญไปกว่านาย ฉันรักนายทั้งสองคนนะ...ถึงจะคนละความหมายก็เถอะ เรื่องนี้จงฮยอนเองก็คงรู้สึกเหมือนกัน

 

 

 

 

            ขอบคุณนะ...ขอบคุณ

 

 ความรู้สึกอบอุ่นสบายใจถูกถมแทนช่องว่างแห่งความหวาดหวั่น แทมินระบายยิ้มบางก่อนจะชวนให้คิบอมกลับเข้าไปในห้องเพราะดูท่าหากอยู่อย่างนี้นานเข้าอีกหน่อยทั้งเขาและอีกฝ่ายคงได้เป็นหวัดรับอรุณในวันพรุ่งนี้เป็นแน่

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

            อีกไม่นานแล้ว...อีกไม่นาน...เราจะได้พบกันเสียที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฟุบ!

 

 

 

            แทมินอ่า...นายควรจะไปอาบน้ำได้แล้วนะ

 

                คิบอมจัดการดึงผ้านวมผืนหนาออกจากตัวเพื่อนด้วยแรงทั้งหมดที่มี แทมินกระสับกระส่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างงัวเงีย คนขี้เซาพึมพำขอผ้าห่มแต่คนปลุกใจแข็งพอที่จะไม่สงสารท่าทางออดอ้อนแบบง่วงงุนนั้น คิบอมยืดตัวตรงกอดอกนิ่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่นึกหาวิธีการลากผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตตรงหน้าให้ตื่นขึ้นไปอาบน้ำเสียที

 

            อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังนะแทมิน...อ๊ะ! มีแมลงสาบอยู่บนเตียงนาย!!

 

            เฮ้ย!!

 

                ร่างกายสั่งการให้สะดุ้งตัวขึ้นโดดเหยงโดยอัตโนมัติ ภาพด๊อกเตอร์คนเก่งในสภาวะที่หวาดกลัวแมลงสุดขีดนั้นเรียกเสียงหัวเราะใส ๆ จากเพื่อนร่วมห้องได้มากโข คิบอมยิ้มสนุกก่อนจะโยนผ้าเช็ดตัวใส่หัวอีกฝ่ายที่รู้สึกตัวแล้วว่าโดนแกล้ง

 

 

 

 เล่นอะไรแผลง ๆ อีกแล้ว นิสัยเสียแบบนี้นายติดจงฮยอนมารึไงกันนะ?”

 

                แทมินดึงเจ้าผ้าขนหนูที่วางแหมะอยู่บนหัวลงมาพาดไหล่ก่อนจะเดินมึน ๆ เข้าไปในห้องน้ำอย่างง่วง ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

            เมื่อไหร่จะเลิกตื่นสายซะทีฮึ?”

 

                จงฮยอนทักทายเพื่อนสนิทด้วยประโยคคำถามเป็นประโยคแรกของวัน ร่างโปร่งรวบช้อนที่เพิ่งใช้จัดการมื้อเช้าเสร็จไปเมื่อครู่ให้เรียบร้อย บริกรหนุ่มชาวจอร์แดนรุดเข้ามาหยิบมันออกไปพร้อมเสิร์ฟกาแฟให้ แทมินตวัดสายตามองท่านทูตเพียงครู่ก่อนทำท่าจะจัดการมื้อเช้าชุดใหญ่ตรงหน้าด้วยความกระตือรือร้น ทว่าไม่ทันจะได้หยิบจับอะไรเป็นกิจจะลักษณะ อาเหม็ดก็เอ่ยเตือนร่างบางของด๊อกเตอร์หนุ่มไว้เสียก่อน

 

 

 

            อย่าทานเยอะนะครับ เดี๋ยวพอถึงตอนนั่งรถแล้วจะแย่เอา

 

 

 

 แทมินชักสีหน้ายุ่งยากแต่มือก็ยั้งการตักพาสต้าไว้แล้วเปลี่ยนไปตักฮอทดอกคอกเทลไก่กับไข่ดาวสุก ๆ แทน ทางคิบอมเองก็กวักมือเรียกบริกรให้เสริมน้ำส้มให้เพื่อนตนอย่างรู้ใจ

 

 

 

 

            เราจะกลับเมื่อไหร่กันจงฮยอน?”

 

            วันนี้เราคงนอนกันแถววาดิรัมนั่นแหละ ถ้าแคมป์เบดูอินไม่เต็ม ฉันคิดว่าเส้นฉันน่าจะไหวอยู่ พอดีลืมบอกที่สถานทูตให้จองไว้ให้ล่วงหน้า พวกเราเลยต้องไปหาตามมีตามเกิด

 

 

 

 ท่านทูตบอกสบาย ๆ แทมินพยักหน้าหงึกงักพลางยกน้ำส้มแก้วสุดท้ายขึ้นดื่ม อาเหม็ดเข้ามาตามพอดี ทั้งสามจึงลุกขึ้นเตรียมออกเดินทางต่อ

 

 

 

 

 

 

 

            พ่อหนุ่ม!

 

 ภาษาอารบิกแหบแหลมของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของรุ่งเช้า มือเหี่ยวย่นของหล่อนยื้อแขนเสื้อของแทมินเอาไว้เป็นการบอกกลาย ๆ ว่าคนที่ต้องการจะพูดด้วยคือเขา ด๊อกเตอร์หนุ่มหันไปมองทั้งหญิงชราทั้งเพื่อนสนิทอย่างงุนงง แล้วก็เป็นจงฮยอนที่พ่นภาษาอารบิกไฟแล่บออกมาเป็นล่ามแทนเพื่อนตน

 

 

 

 

 

 พอดีว่าเขาเป็นคนต่างชาติ...ไม่ทราบว่าคุณยายมีอะไรจะบอกเพื่อนของผมเหรอครับ?”

 

 

 

 

                หญิงชราพร่ำต่อโดยไม่แม้แต่จะสบตาจงฮยอน หล่อนจดจ้องที่ใบหน้าของแทมินอย่างมุ่งมั่น มือที่แขนเสื้อขยับขึ้นไปกำที่ท่อนแขนแน่น เสียงของหล่อนสั่นเทิ้มอย่างที่ทุกคนไม่อาจเข้าใจ

 

 

 

 

 

 

 

            อย่า...มนต์แห่งวาดิรัมกำลังล่อลวงเจ้า อย่าไป...ข้ามองเห็นชะตาชีวิตที่มืดมัวของเจ้า อนาคตที่มองไม่เห็น เคราะห์กรรมใหญ่หลวงที่จะเปลี่ยนชีวิตของเจ้าไปตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 คนที่ฟังไม่ออกขมวดคิ้วเป็นปมไม่เข้าใจ ในขณะที่คนฟังออกเหงื่อตกอย่างไม่รู้จะอธิบายยังไง ประสบกับเป็นจังหวะที่อาเหม็ดเดินเข้ามาตามพวกเขาอีกครั้งพอดี จงฮยอนจึงพยักเพยิดให้ทุกคนรีบออกเดินทางด้วยกัน แทมินพยายามปลดมือของหญิงชราอย่างสุภาพก่อนโค้งเป็นเชิงขอบคุณแล้วรุดเดินตามอีกสามคนไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 เมื่อกี้เค้าว่ายังไงวะจงฮยอน?”

 

                ครั้นพอจิ๊ปสีเขียวเดินเครื่องอีกครั้ง แทมินที่นั่งเงียบมาได้ไม่นานก็เอ่ยซักเพื่อนสนิททันที ทางด้านคิบอมก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย ทั้งเขาและแทมินต่างฟังภาษาอารบิคไม่ได้ทั้งคู่ แน่นอนว่าต้องอย่างรู้เป็นธรรมดา

 

 

 

 

 

 เมื่อกี้เขาทักนาย ฉันก็บอกไปว่านายไม่รู้ภาษาอารบิค มีอะไรจะบอกกับนายรึเปล่า? แต่คุณยายท่านไม่ได้มองฉัน เขาก็ยังมองหน้านายแล้วพูดเป็นทำนองทายทักเหมือนหมอดูประมาณว่ามนต์แห่งวาดิรัมจะล่อ

ลวงนาย ชีวิตนายจะมืดมัว เคราะห์จะเปลี่ยนชีวิตนาย ประมาณนี้แหละ ฉันเลยคิดว่าคงเป็นแค่พวกหมอดูแก่ ๆ ที่เห็นได้ทั่วไปเลยชวนพวกนายออกมา

 

 

 

 ด้วยความที่คนทั้งสามเป็นเด็กรุ่นใหม่และค่อนข้างจะยึดถือหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มากกว่าความเชื่องมงายโบราณ ประเด็นของคุณยายหมอดูจึงถูกปัดตกไปอย่างไม่ใส่ใจ จงฮยอนหยิบมือถือขึ้นมาส่งให้คิบอมกับแทมินที่นั่งอยู่ด้านหลังได้ดูภาพที่ท่านทูตคนเก่งถ่ายเดดซีและเพตราไว้ตั้งแต่สมัยตอนที่เพิ่งมาอยู่ที่จอร์แดนแรก ๆ แม้จะไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนไกลมากนัก แต่ช่วงแรก ๆ เขาก็ได้มีโอกาสมาเยือนเดดซีและเพตราก่อนเป็นการนำร่อง นับว่าเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจและ คิม จงฮยอนเองก็คิดไว้มานานแล้วว่าจะต้องพาเพื่อนและคนรักมาเที่ยวที่นั่นด้วยกันอีกให้ได้

 

 

 

            ตอนนั้นไปกับคณะทัวร์ของที่สถานทูต เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ห้าวันเอง ช่วงนั้นหลังจากเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีปุ๊บ ฉันก็โดนล็อคไปแพลนเที่ยวปั๊บเลย แต่ไม่ได้ไล่เที่ยวเป็นเมือง ๆ อย่างที่เราเที่ยวกันหรอกนะ ขับดิ่งตรงมาที่เดดซีแล้วพักคืนหนึ่งก่อนที่จะไปต่อที่เพตราอีกวัน พักแคมป์เบดูอินที่วาดิรัมแล้วกลับในอีกวัน เป็นทัวร์ที่ค่อนข้างรวบรัด แต่สนุกดี

 

 เจ้าของประสบการณ์เอ่ยเสริมในขณะที่คิบอมกับแทมินเอาแต่หัวเราะและพูดคุยนินทาระยะเผาขนให้จงฮยอนได้ยินกันอย่างไม่เกรงกลัว

 

 

 

 

 

 ส่งรูปนั้นให้ฉันด้วยคิบอม จงฮยอนในชุดโต๊ปตลกชะมัด

 

            ที่นี่เรียกว่าดิชดัชชาห์หรอกแทมิน

 

            เรียกไม่เหมือนกันหรอกเหรอ?”

 

            ที่ยูเออีเรียกกันดูร่า ที่ซาอุฯเรียกโต๊ปอย่างที่นายเข้าใจ ส่วนที่อาหรับเหนือเขาเรียกว่า ดิชดัชชาห์

 

 

 

 

            ช่างเถอะ! จะมีกี่ชื่อ ๆ มันก็คือ ๆ กันนี่หน่า...ว่าแต่หน้าแกไม่ตะวันออกกลางสักนิดเลยอะจงฮยอน ถ้าไม่นับเรื่องรูจมูกบานเหมือนอูฐละก็นะ ฮะฮะฮะ!

 

 

 คนถูกนินทำได้แต่ส่ายหัวระอาให้กับคุณด๊อกเตอร์เพื่อนสนิทที่ทำตัวไม่รู้จักโตเสียทีอย่าง อี แทมิน เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังต่อไปได้ไม่เท่าไหร่ เจ้าของเสียงก็มีอันได้นั่งเงียบหน้าซีดเพราะแรงโยกของรถคันเก่ง อาการคลื่นไส้เริ่มกลับมาทว่าวันนี้แทมินรู้สึกได้ว่าตนเองทนทานได้ดีกว่าเมื่อวาน

 

 

                รถของพวกเขาจอดลงที่เดดซีในอีกไม่กี่อึดใจ เบื้องหน้าของบุรุษทั้งสี่คือทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในโลกและเค็มที่สุดในโลก ผืนน้ำสีเขียวอมฟ้าสวยสดงดงามยามสะท้อนกันกับแสงอาทิตย์ยามสาย อาเหม็ดแนะเสริมว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่มิสิ่งมีชีวิตใด ๆ สามารถอาศัยอยู่ได้ และถ้าหากเขาสนใจ สามารถลงไปว่ายน้ำซึ่งไกด์หนุ่มสะดุดไว้ที่คำนั้นและชี้นิ้วให้ดูภาพฝรั่งชาวตะวันตกคนหนึ่งนอนลอยเล่นอยู่เหนือผืนน้ำท่ามกลางแสงแดดที่แม้นจะไม่แรงมากแต่ทั้งแทมินและคิบอมกลับรู้สึกแสบผิวแทน

 

 

 

 

 

            ไม่ดีกว่านะ...ถ้าต้องไปนอนแบบนั้น

 

                คิบอมพึมพำแผ่วเบา จงฮยอนยกยิ้มบางให้คนรักที่กำลังเพ่งมองสภาพการกระทำอันร้ายกาจต่อผิวที่หลายคนกำลังทำอยู่ ก่อนจะเริ่มเอ่ยเสริมให้กระจ่าง

 

 

 

            จริง ๆ การลอยตัวที่เดดซีเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตมาก ๆ นะ แต่อีกหนึ่งอย่างที่สุดยอดไม่แพ้กันคือหมักโคลนเดดซี ถ้าคิบอมสนใจล่ะก็...

 

 

            ไปสิ

 

 

                ขอให้เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพผิวและได้ทำอะไรที่แปลกใหม่น่าสนใจ คิบอมเป็นต้องรีบตกปากรับคำทันทีไปเสียทุกครั้ง จงฮยอนรู้นิสัยข้อนี้ดี

 

 

 

            เฮ้ยเดี๋ยวดิ! ฉันไปตกลงตอนไหน อ๊ะ! คิบอมอย่าลากไปสิเพิ่งหายเมานะเว้ย!

 

 

                จงฮยอนและอาเหม็ดเดินนำพาสองคู่หูนักเรียนนอกมาชิมลางการหมักโคลนเดดซีเป็นครั้งแรก ด้วยเรือนร่างที่เปื้อนโคลนปิดบังผิวขาวให้ดำเขรอะทำให้สองหนุ่มไม่พลาดโอกาสยอมลอยตัวในทะเลไปโดยปริยาย

 

 

 

 

                เสร็จจากที่มื้อกลางวันที่เดดซีทั้งสี่เริ่มมีไฟลุยต่อเพราะตรงหน้าคือไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดในจอร์แดนขณะนี้ เพตรา มหานครสีกุหลาบในหินผาที่ห้อมล้อมรอบกรอบไปด้วยทะเลทราย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ถึงแล้วล่ะเพตรา

 

 

                แทมินแทบจะตะกายร่างออกมาจากรถคันใหญ่แทบจะไม่ทัน เพราะรอบนี้อาเหม็ดเร่งความเร็วมากเสียเหลือเกิน ครั้นจะเอ่ยขอให้ลดลงหน่อยปากก็หนักเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดได้ ร่างบางจึงจำใจนั่งทำสมาธินับเลขในใจรอไป จนเมื่อเท้าของตนได้แตะพื้นดินแดนเพตราเท่านั้น น้ำเสียงห่วงใยของโชเฟอร์หนุ่มก็ดังขึ้นทันที

 

 

 

            ขออภัยคุณแทมินด้วยนะครับ ผมกับคุณจงฮยอนคิดว่าถ้ามาถึงเร็วเราอาจจะได้เที่ยวเพตรานานหน่อย เพราะยังไงเราก็ต้องไปพักแคมป์เบดูอินที่วาดิรัม หากชักช้าจะไม่มีเวลาชมเพตรานาน ๆ

 

 

 

 แทมินพยักหน้าเข้าใจ จงฮยอนกับคิบอมพอเข้าไปจัดการเรื่องตั๋วเข้าชมเสร็จก็รีบกลับมาดูอาการเขาอย่างเป็นห่วง ยิ่งคิบอมที่พอได้ยินจากจงฮยอนว่าอาจจะได้นั่งอูฐก็ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่ แน่นอนว่าเหตุผลหลักไม่ใช่เพราะใคร มันต้องเป็นเพราะ อี แทมินที่กำลังยืนซีดอยู่ข้าง ๆ เขาเป็นแน่แท้อยู่แล้ว

 

 

 

 

            ฉันก็ล้อเล่นไปอย่างนั้นแหละคิบอม ฉันรู้ดีว่าแทมินคงยอมกัดลิ้นตายแน่ถ้าต้องนั่งอูฐจริง ๆ

 

 

 

 

                เจ้าหน้าที่นำทางเข้ามาอธิบายถึงเส้นทางที่จะต้องเข้าไปเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วพร้อมแจกใบแผนที่เสร็จสรรพ โดยมีคณะเดินทางทั้งสี่นั่งฟังอย่างตั้งใจพร้อมกับคณะเดินทางอื่น ๆ ที่เข้ามาในเวลาเดียวกัน ม้าหลากหลายสายพันธุ์ถูกเตรียมพร้อมไว้เพื่อออกเดินทางจากจุดชมแรกไปสู่จุดอื่น ๆ จงฮยอนกับอาเหม็ดเลือกม้าสีน้ำตาลเข้มรูปร่างกะทัดรัดในขณะที่แทมินเลือกเจ้าม้าสีน้ำตาลอ่อนที่เขาออกตัวว่าน่าไว้ใจที่สุด ส่วนคิบอมจับเลือกเจ้ามาพันธุ์ผสมสีเทาเป็นม้าคู่ใจ การเดินทางถูกนำโดยเจ้าหน้าที่โดยมีกลุ่มคณะเดินทางหลายกลุ่มต่อแถวเรียงรายกันเข้าไปก่อนจะแยกชมจุดชมกันตามความสนใจ

 

 

                คณะของจงฮยอนหรูหราด้วยมีเจ้าหน้าที่หนึ่งคนเข้ามาควบคุมเป็นพิเศษตามแบบฉบับสิทธิพิเศษของท่านทูต เจ้าม้าก้าวเดินอุ้ยอ้ายให้ผู้เป็นนายชั่วคราวได้ทอดสายตามองไปรอบ ๆ บรรยากาศของโบราณสถานที่ยิ่งใหญ่ของจอร์แดนอย่างตื่นเต้น

 

 

            จากตรงนี้เราต้องเดินผ่านเอ็ดซิกเข้าไปเองครับ

 

 

                เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณมือให้ทุกคนหยุด ก่อนจะหันกลับมาอธิบายให้ฟังพลางชี้ไปที่ช่องเขาขาดตรงหน้าที่มีชื่อว่า เอ็ดซิกตามที่ได้อธิบายไว้ก่อนออกเดินทาง คณะเดินทางทั้งสี่ปลดตัวลงจากม้าจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตามเจ้าหน้าที่ร่างผอมเข้าไป ระยะทางเกือบสองกิโลเมตรเรียกเหงื่อให้คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังบ่อยนักอย่างคิบอมกับแทมินได้มาก แต่ทั้งสองก็ยังรู้สึกดีที่ได้เดินดูรูปสลักแปลก ๆ ที่เริ่มเห็นได้ชัดเจนแม้อยู่ในซิก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่คือ อัลคัชนีย์ พระคลังสมบัติแห่งเพตราครับ

 

 

                สิ้นเสียงแนะนำ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของคณะเดินทางทุกคนคือวิหารหินสลักขนาดใหญ่ที่หาใช่เพียงการสลักหินแต่เป็นปะติมากรรมจากการขุดเจาะผาหิน ทางเจ้าหน้าที่รีบอธิบายรายละเอียดให้ฟังถึงประวัติความเป็นมาโดยคร่าวแล้วศิลปะที่เห็นเด่นชัด ก่อนจะปล่อยให้บรรดานักท่องเที่ยวถ่ายรูปตามใจชอบ

 

 

 

            เมื่อก่อนที่นี่เหมือนจะนับถือไอซิสเลยสลักรูปพระนางไว้ตรงกลางอย่างที่เห็น จริง ๆ อัลคัชนีย์ก็ไม่ต่างอะไรกับพีระมิดในอียิปต์นั่นแหละครับ

 

                อาเหม็ดเสริมเข้าไปให้กระจ่างขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง แทมินพยักหน้าพลางสอดสายตาดูเจ้าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่อย่างนับถือในความสามารถ สมุดเล่มเล็กของด๊อกเตอร์หนุ่มถูกใช้ไปเกือบครึ่งในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้อมูลมากมายเหลือเกินที่เขาไม่เคยรู้ทำให้ความรู้สึกในเชิงบวกกับประเทศในแถบตะวันออกกลางมีมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

            มาถ่ายรูปสิแทมิน!

 

 

                คิบอมตะโกนเรียกแทมินจากอีกมุมหนึ่งในขณะที่ตนเองถูกจงฮยอนดึงเข้าไปโอบเสียชิดก่อนจ

ะกดชัตเตอร์โพลรารอยด์ตัวใหม่ที่เพิ่งถอยมาก่อนจะมาที่จอร์แดนได้ไม่นานอย่างมีความสุข แทมินหย่อนสมุดบันทึกของตนลงในกระเป๋าสะพายหนังก่อนจะรุดเข้าไปหาเพื่อนสนิทเพื่อถ่ายรูปด้วยกัน

 

 

 

 

                พวกเขาสนุกสนานกับการเที่ยวชมได้เพียงไม่นาน...เวลาแห่งความทรงจำดี ๆ ก็หมดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสี่เดินชมมหานครประวัติศาสตร์ได้ต่อเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น อาเหม็ดก็เตือนบอกให้ทุกคนรุดไปที่ทะเลทรายวาดิรัมเป็นแห่งสุดท้ายก่อน เพราะหากชักช้ากว่านี้ฟ้าจะมืดและเป็นปัญหากับทั้งการเดินทางและการเข้าสู่ที่พัก ทั้งแทมินและคิบอมจึงได้แต่พ่นเสียงรำพึงอย่างเสียดาย

 

 

 

 

            ไว้วันหลังถ้ามีวันหยุดเราค่อยมาเที่ยวใหม่ก็ได้

 

 

 

                นั่นเป็นคำปลอบเดียวจากจงฮยอนที่หยุดเสียงบ่นหึ่งของเพื่อนและคนรักของตนลงได้ จิ๊ปคันเดิมหมุนล้ออีกครั้งด้วยความเร็วไม่เร่งไม่รีบนัก แทมินดูจะคุ้นชินกับอาการผะอืดผะอมของตัวเองมากแล้ว สีหน้าเจือน ๆ จึงเก็บอาการไว้ได้ดีกว่าเดิม อาเหม็ดสลับทั้งเร่งทั้งผ่อนความเร็วไปตามลักษณะถนน จวบจนกระทั่งรถผ่านเข้าไปในเขตกำแพงหินของทะเลทรายวาดิรัม อาเหม็ดก็ทั้งดริฟท์ทั้งเหวี่ยงโดยไม่แม้แต่จะเตือนกันสักนิด จงฮยอนที่ดูเหมือนจะเคยชินอยู่บ้างจับที่จับข้างตัวแน่นในขณะที่แทมินรู้สึกเหมือนโลกหมุน คิบอมเรียนรู้ไวจึงยึดที่จับข้างตัวตามแบบจงฮยอน มืออีกข้างก็ยึดเพื่อนตัวเองไว้ อาเหม็ดจบโชว์ในเวลาไม่กี่อึดใจในขณะที่แทมินรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะจบชีวิต

 

 

 

 

 

 

            ขอโทษคุณแทมินด้วยนะครับที่ทำโดยไม่บอก พอดีว่ามันเคยชินเวลาที่รถมันแตะพื้นทรายน่ะครับ ได้ดริฟท์ได้เหวี่ยงสักหน่อยมันมีความสุขมาก ฮาๆ

 

                ภาษาอังกฤษไว ๆ สะท้อนเข้ามาในหูของชายหนุ่มทันทีที่คิบอมลากเขาลงมาจากรถได้ในสภาพที่ตาลอยไปแล้ว จงฮยอนรีบส่งน้ำให้ดื่มก่อนเป็นอย่างแรกในขณะที่คิบอมเอาแต่ถามเขาว่าจะอ้วกไหม เจ้าของกลุ่มผมสีน้ำตาลทองส่ายหัวไวตอบทันที แทมินพยายามหลับตานิ่ง ๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเปิดตาเต็มที่มองบรรยากาศรอบตัวที่ตอนนี้เริ่มบ่ายออกคล้อยเย็น

 

 

 

            นี่ถึงแล้วใช่ไหม?”

 

            ครับ...ที่นี่คือทะเลทรายวาดิรัม ทะเลทรายที่สวยที่สุดของจอร์แดน และโดยส่วนตัวผมคิดว่าสวยที่สุดในโลก

 

 

 

                อาเหม็ดส่งผ้าเย็นให้ด๊อกเตอร์หนุ่มเช็ดหน้าเช็ดตา พร้อมทั้งเอ่ยตอบคำถามที่ไม่รู้ว่าถามใครเมื่อครู่ แทมินมองรอยล้อรถที่ลากยาวเป็นเส้นโค้ดสลับตรงมากมาย เขาเข้าใจความสุขของอีกฝ่ายขึ้นมานิดหนึ่ง บางทีอาเหม็ดก็คงอยากจะมีอารมณ์แข่งปารีสดาการ์ดูบ้างกระมัง

 

 

 

 

 

            สวยนะ

 

            อื้อ...สวย

 

            ทะเลทรายกว้างจัง...ฉันอยากขี่อูฐ ตรงโน้นมีบริการให้ขี่ด้วย พาฉันไปขี่หน่อยสิจงฮยอนอ่า

 

 

 

                แทมินเบะปากมองคู่รักที่ออดอ้อนกันกลางทะเลทรายอย่างหมันไส้ ร่างบางพิงร่างของตนกับรถคู่กรณีที่เพิ่งทำเอาเขาแทบอยากตายไปเมื่อครู่อย่างปลดปล่อยอารมณ์ มองย้อนไปจากตั้งแต่ประตูกำแพงทางเข้าทะเลทรายจะมีซุ้มอยู่ประปรายให้เห็นพร้อมทั้งสัตว์พาหนะบริการ ตาสวยจิกใส่บรรดาเจ้าอูฐหลายขนาดนั่นทันที สัญญากับตัวเองไว้ขึ้นใจว่าเขาไม่มีทางจะยอมขึ้นมันเป็นครั้งที่สองแน่ ๆ

 

 

 

 

 

            แทมินอ่า! ไปขี่อูฐกันเถอะ เราต้องขี่อูฐไปที่แคมป์เบดูอินใกล้ ๆ นี้นะ

                ช่วยอยากไปคนเดียวไม่ได้รึไงกัน คิม คิบอม?

 

 

 

 

 

                หากจะให้จัดอันดับคนที่รื่นเริงแสนสุขกับการทัวร์ในครั้งนี้มากที่สุด แทมินยอมฟันธงเลยว่าต้องเป็น คิม คิบอมว่าที่เลขานุการของเอกอัครราชทูตประเทศเกาหลีประจำจอร์แดนอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะได้จับจ่ายของถูกใจหลายอย่างแล้ว ยังได้มีโอกาสมาดูสิ่งของสวย ๆ งาม ๆ และแปลกตาอย่างทะเลทรายที่แม้ล่าสุดจะไปอิยิปต์มาอีกฝ่ายก็ยังไม่สาใจอีก ส่วนที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือได้มาเดทกับจงฮยอนอีกครั้งหลังจากที่ร้างการเดทมานาน

เป็นปี

 

 

 

            ฉันไม่ขี่อูฐนะ ให้ฉันขี่ม้าเอาแล้วกัน โอเคไหม?”

 

            ก็ได้

 

 

 

                ยกข้อเสนอส่งให้อีกฝ่ายพร้อมรับคำตอบรับมาอย่างว่องไว ทั้งสี่ทิ้งรถไว้แล้วเดินเข้าไปหาสัตว์พาหนะในซุ้ม ทั้งจงฮยอน คิบอม และอาเหม็ดเลือกอูฐเป็นพาหนะมีเพียงแทมินที่เลือกม้า ทางหัวหน้าซุ้มเข้ามาตกลงกับอาเหม็ดเป็นภาษาอังกฤษกับเรื่องเส้นทางที่จะพานำไปและกฎข้อห้ามเวลานั่งสัตว์ พวกเข้ารับทราบแล้วเริ่มออกเดินทางโดยเรียงลำดับเรียบร้อยที่ คนนำทาง แทมิน จงฮยอน คิบอม และอาเหม็ด อูฐสี่ตัวถูกเตรียมไว้พร้อมม้าอีกหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                การเดินทางเริ่มต้น...ลมประหลาดค่อย ๆ พัดผ่านแช่มช้า อย่างไม่มีใครรู้สึก

 

 

 

                หัวหน้าซุ้มเกริ่นกับคณะเดินทางว่าจะพาไปชมจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกดินสวยที่สุด ยี่สิบขาพากันย่ำเดินไปตามไหล่ทรายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ราวกับต้องการให้บรรดานักท่องเที่ยวได้ซึมซับบรรยากาศที่เริ่มหนาวเย็นและแผ่นดินทะเลทรายอันแสนเงียบสงบ

 

 

 

 

 

 

                ที่บางทีก็รู้สึกได้ว่า.....เงียบเกินไป

 

 

 

 

 

                อาเหม็ดนิ่วหน้าขมวดคิ้วมุ่น พร้อม ๆ กับเสียงสัญญาณสั่งให้หยุดของหัวหน้าซุ้มสัตว์ สัญชาตญาณเบดูอินกำลังกระซิบบอกพวกเขาว่า อันตรายกำลังมา

 

 

 

 

                ชายเลือดอาหรับทั้งสองต่างไม่เข้าใจ มีเพียงความหวาดกลัวลึก ๆ เท่านั้นที่รู้สึกสำหรับพวกเขาในยามนี้ อาทิตย์ดวงโตที่กำลังคล้อยต่ำเหมือนยิ่งเร่งเร้าให้ความกังวลพูนทวี

 

 

 

 

 

            ผม...รู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น...ผมคิดว่านี่น่าจะเป็น...       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟู่! ครืน!

           

 

 พายุทราย!

 

 

 

 

 เสียงตะโกนดังลั่นนั้นเป็นของหัวหน้าซุ้มสัตว์ สิ้นกันพอดีกับที่อาเหม็ดพยายามอธิบายความรู้สึกของตน เม็ดทรายหมุนวนลอยขึ้นบดบังทัศนียภาพของทุกชีวิตให้มองไม่เห็นกันและกัน ลมแรงพัดให้ต่างคนต่างตกลงจากสัตว์พาหนะของตนเอง ซ้ำยังโดนเม็ดทรายเล่นงานเข้าทั้งปากและจมูก พายุคลั่งยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางสรรพเสียงที่ไม่มีใครแยกออกว่ามาจากไหน แทมินปิดตาและจมูกตามสัญชาตญาณ ร่างทั้งร่างรู้สึกได้ว่ากำลังลอยอยู่เหนือพื้นทรายแต่ก็โดนทรายด้วยกันห้อมล้อมอยู่ ในหูได้ยินเพียงเสียงภาษาอารบิกคำหนึ่งที่เขารู้สึกว่าเคยได้ฟังจากหญิงชราที่เมืองกะรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

            มนต์แห่งวาดิรัม

 

 

 

 

 

 

 

                แล้วสติที่พร่าเลือนก็ทำให้แทมินไม่อาจรับรู้ถึงสิ่งใดอีก




TBC




TALK: ตอนสองมาเสิร์ฟไวกว่าที่คิดใช่ม้า? ฮาาาาา!! สปอยว่าตอนหน้าจะได้เจอพระเอกเเล้วค่า เขาจะเป็นใครโปรดติดตามต่อไป โฮโฮ~ แล้วก็ติดตาม Q&A เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บางคนอาจยังไม่ทราบเเละไม่เข้าใจในตอนของ Q&A นะคะ จะตามมาเสิร์ฟต่อจากตอนนี้เเหละค่า...ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่สนับสนุนน้า (ช่วยกระจายข่าวว่าไรเตอร์ยังมีชีวิตอยู่ด้วยก็ดีน้า...~)

 

110327

BUTTERFLY DESTIN [B.D]




282 ความคิดเห็น

  1. #276 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 21:56
    ชอบอะเหมือนได้เที่ยวไปด้วยเลยปูเรื่องได้โรแมนติกมากพระเอกกะนางเอกจะได้เจอกันแล้ว
    #276
    0
  2. #265 เจ้าชายอสูร (@fefrf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 14:52
    โอ้ยยมินโฮมันจะมาแล้วใช่มั้ย-*-เปิดตัวได้อลังมากลูกเห็ดฉันจะตายมั้ยเนี่ย- -"
    #265
    0
  3. #255 theXNs' (@mcmaxxim) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 15:08
    อ้าว โดนปลุกซะละ 555
    #255
    0
  4. #235 princess_shinee (@rainbowkorea) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:18
    จะซวยอะไรขนาดนี้ เจอพายุทราย = =
    #235
    0
  5. #212 Pat (@pp-225) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 23:51
    ชอบนะคะ เวลาท่านทูตจิกกัดดอกเตอร์
    แต่ก็ยังเป็นห่วงเป็นใย ตามประสาเพื่อน
    พาร์ทหน้า พี่มินจะจะมาแล้วใช่ไหมคะ
    กรี๊ดดดดดด คร้าาาาา
    #212
    0
  6. #170 tamtam* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 23:54
    ตอนนี้น่าจะชื่อตอนว่า ออกไปเที่ยวไปกับทูตจงฮยอน -*-

    มนต์แห่งวาดิรัม มันคืออออ ??????????

    แทมินจะเจอมินโฮแล้วสินะ

    กริ๊สสสสสสสสสส มินโฮจะได้รับบทเป็นอะไร จอมโจรแห่งทะเลทรายอะไรยังงี้ปะ

    เดาจากคำทำนาย ฮ่าๆๆๆ
    #170
    0
  7. #62 Dexbenz (@Benzkung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2555 / 22:30
     น้องแทมกับพี่มินจะได้เจอกันแล้วแน่ๆ วู้~
    รออยู่ๆ >w<
    โดนพายุทรายเข้าไปซะงั้นนะเห็ดน้อย
    ติดตามๆๆค่ะ > <
    #62
    0
  8. #61 phiiws (@phiiws) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:59
    อ่านตอนนี้แล้วเหมือนได้ไปเที่ยวจอร์แดนเลยค่ะ
    เหมือนได้ตามแทมินไปทัวร์เลยอ่ะ..
    แล้วๆๆพายุทรายนี่ต้องเปนมินโฮทำแน่เลยอ่ะ
    จะเอาตัวน้องไปแล้วใช่มั้ย
    #61
    0
  9. #60 Devil_witch (@niyaynakub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:14
     น้องแทมกับพี่กบจะได้เจอกันแล้ว
    #60
    0
  10. #59 ★ Love_Smile ,, :) (@lovechiii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 22:04
     จะเจอมิโนเเล้วววว~~

    มนต์นี้มิโนทำป่าวเนี่ยย~~
    #59
    0
  11. #58 อรั๊ยคุมะคุมะ. (@Chinatsu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 21:05
     อร๊ายยยย !!
    ลุ้นอ่ะลุ้น
    แทมโดนอะไร
    จะเจอมินโฮแล้วใช่ป่ะ ?

    #58
    0
  12. #57 REALSHINEEWORLD (@luciferchoiminho) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 18:14
    จะเจอมินโฮแล้ว><

    #57
    0
  13. #56 may love shinee&SJ&FT&BB (@may0904) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 13:07

    อ่าถ้าเจอมินโฮแต่ก็ต้องแยกกับจงและคิบอมอ่ะดิ

    #56
    0
  14. #55 keekie# (@keekie3232) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2554 / 19:55
     จะเจอมินโฮแล้วใช่ไหม ? 
    #55
    0
  15. #54 aum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 17:08
    เจอมินโฮสักทีเถอะ!

    ฮ่าๆๆ เห็นคู่นั้นหวานกันมากไปแล้ว
    #54
    0
  16. #53 keekie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 19:24
    กรี๊ดจะเจอมินโฮแล้ว

    ใช่ป้ะ ?
    #53
    0
  17. #52 still2min (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 15:24
    ว้ากกกก สุดยอดดดดดด !

    ตอนหน้าเจอมินโฮแล้วใช่มั้ย > <

    ตื่นเต้นๆๆๆๆ



    #52
    0
  18. #51 P-TaeminNie (@apreality) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 13:21
     ฮาาา แทมินจะได้เจอมินโฮแล้ว
    รออ่านตอนต่อไปค่าตอนนี้ทำให้อยากไปเที่ยว
    มากก
    #51
    0