Homolism' GOT7 : MarkBam BNior

ตอนที่ 36 : Chapter 28 หัวใจที่คลาดกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 ต.ค. 57

**อ่านตรงนี้ก่อน***

ฉันรู้ว่าพวกคุณมีฟิคมากมายให้อ่าน พวกคุณจะไม่แคร์ฟิคฉันก็ได้ จะอ่านเฉยๆ แล้วไม่เม้นก็ได้ เพราะยังไงพวกคุณก็ยังมีฟิคอีกมากมายให้อ่าน แต่จงตระหนักไว้ว่า....คุณมาอ่านฟรีๆ คุณไม่ได้เสียเงินเลยสักบาท คนเหนื่อยคือคนแต่งฟิค ไม่ใช่แค่ฉันแต่รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย การคอมเม้นคือการตอบแทนน้ำใจต่อคนแต่ง พวกคุณอาจคิดว่าไม่เห็นเป็นไรเลย แต่นั่นมันคือกำลังใจของคนแต่ง เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจะไปอ่านฟิคใคร ไม่ว่าไก่กาหรือระดับเทพ คุณต้องคอมเม้นให้กับเจ้าของฟิค ทำได้มั้ย นี่ถาม?? คนอื่นเขาทำได้และทำมาตลอด แต่ทำไมพวกคุณไมทำ?? ถามย้ำ?? ถ้าทำได้ก็ทำนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอบคุณ.















 

Chapter 28 หัวใจที่คลาดกัน




 

 

เวลาล่วงเลยถึงห้าทุ่มแล้ว เกือบหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม หลังผ่าตัดแต่แจบอมก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย หากพ้นค่ำคืนนี้ไปแล้วยังไม่รู้สึกตัวทุกอย่างอาจจะสายเกินแก้ไข... จินยองไม่อาจละสายตาจากแจบอมได้แม้สักวินาทีเดียว ในตอนนี้ในห้อง ICU มีเขาเฝ้าคนเจ็บอยู่เพียงลำพัง โดยเจ้าตัวอาสาขอเฝ้าในคืนนี้เอง คนในครอบครัวแจบอมกลับบ้านไปแล้ว แต่แม่ของแจบอมบอกว่าจะกลับมาอีกครั้งในช่วงดึก ส่วนแจ็คสันโดนไล่ให้กลับบ้านไปแล้ว

“แจบอม..”

จินยองเรียกขานเสียงแผ่วเบา มือทั้งสองข้างโอบกุมมือชายหนุ่ม แววตาที่แสนห่วงหาอาทรจดจ้องอยู่ที่ใบหน้ายามไร้สติราวกับดื่มด่ำในห้วงแห่งนิทราจนไม่อยากฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว

“แจบอม ฟื้นเถอะนะ ลืมตาขึ้นมามองฉันอีกครั้ง ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน ฉันจะอยู่ให้นายเห็นหน้า จะไม่หนีหายไปจากสายตานายอีกแล้ว แจบอม..ได้ยินฉันรึเปล่า”

ราวกับพูดกับตัวเองอยู่หน้ากระจก... แจบอมยังนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง จังหวะที่จินยองกำลังจะเปลี่ยนอิริยาบถ ตาเรียวสวยเหลือบไปมองจอมอนิเตอร์ กราฟแสดงการเต้นของชีพจร และอัตราการเต้นของหัวใจแจบอมลดระดับลง ตัวเลขลดลงเรื่อยๆ จนน่าตกใจ

“ไม่นะ!

จินยองอุทานตาเหลือกตาลานมือไม้สั่น “ไม่...แจ แจบอม ไม่นะ อย่าทำอย่างนี้ นายต้องฟื้นสิ ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเลย นายต้องมารับผิดชอบ นายต้องอยู่ให้ฉันลงโทษสิ ไม่..แจบอม ฉันไม่ยอมให้นายจากไปทั้งอย่างนี้!!


ติ๊ด... ติ๊ด...


“ไม่!!!!!!!!! แจบอมนายห้ามจากฉันไปนะ” จินยองลนลานจนทำอะไรไม่ถูก หัวใจหายไปไกลลิบโลก โหวงเหวงหวิดหวิวเหมือนจะวูบไปทั้งตัว

สติที่ยังเหลืออยู่ทำให้เขารีบกดปุ่มเรียกหมอและพยาบาล ก่อนจะถลาเข้าหาร่างกายที่แน่นิ่งของแจบอม จินยองโผเข้ากอดซบน้ำตาเอ่อล้น ความหวาดกลัวกัดกินไปทุกห้องของจิตใจเมื่อคิดว่าชาตินี้จะไม่วันได้คุยกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว

“แจบอมห้ามตายนะ ถ้านายทิ้งฉันไป ฉันจะไม่มีวันให้อภัยนายตลอดชีวิต คนบ้า!!

 





 

ติ๊ด.... ติ๊ด....

เสียงจากจอมอนิเตอร์ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างบางหันขวับไปทันที คราบน้ำตาที่เปื้อนเปรอะทั้งดวงตาทำให้เขามองไม่ชัดจนต้องขยี้ตามอง ความหวังอันน้อยนิดเริ่มปรากฏให้ได้เห็นผ่านจอมอนิเตอร์เมื่อกราฟแสดงการเต้นของหัวใจขยับขึ้นมาอีกครั้ง จังหวะเดียวกับที่หมอหนุ่มและพยาบาลอีกสามคนกรูกันเข้ามา

จินยองรีบผละออกจากแจบอมเพื่อให้หมอได้เข้ามาช่วยชีวิตได้ถนัด มือสวยปาดน้ำตายืนมองดูอยู่ไม่ไกล ได้แต่เฝ้าภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งให้คนที่เขารักคนนี้ปลอดภัย ฟื้นกลับขึ้นมามีรอยยิ้มให้เขาอีกครั้ง

แจบอม...นายต้องปลอดภัยนะ ฉันจะไม่ไปไหน จะอยู่เคียงข้างนายอย่างนี้ ฉันสัญญา

 












 

 

หลังจากที่ยอมให้พี่ชายของแฟนลากแฟนกลับไปได้ไม่นาน สิ่งที่มาร์คทำคือตามไปคอนโดที่สองพี่น้องพักอยู่ เขามากดออดและยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องจนถูกแจ้งให้ยามไล่ออกไปจากคอนโด

สุดท้ายก็ไม่ได้เจอกับแบมแบม โทรหาก็ไม่ติด สิ่งเดียวที่ได้จากการมาครั้งนี้คือพี่ชายของแบมแบมออกมาพูดที่หน้าคอนโดก่อนที่เขาจะกลับ

“ออกไปจากชีวิตน้องชายของฉันซะ ถ้าฉันเจอนายที่นี่อีกครั้ง ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!

หลังจากนั้นมาร์คกลับไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก แต่เขาไม่ได้กลับไปที่หอพัก หากแต่มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่ผู้เป็นแม่พำนักอยู่ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากคอนโดบีมเท่าไหร่นัก

คนเป็นแม่แปลกใจมากทีเดียวที่เห็นลูกมาหา แต่ก็ไม่ได้ตามเซ้าซี้อะไร ทำได้เพียงหาอะไรรองท้องให้เขากิน ผ่านไปนานโขที่สองแม่ลูกนั่งอยู่ด้วยกันบนโซฟา ท่ามกลางความเงียบแสนตึงเครียด มาร์คเล่าให้แม่ฟังทุกอย่างถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างไม่คิดปิดบัง

“แกว่ายังไงนะ ไหนลองพูดอีกทีซิ”

ผู้เป็นมารดาย้ำถามลูกชายอย่างเค้นเสียง ดูราวกับว่ายังไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองในสิ่งที่ได้ยิน ถึงแม้จะได้ยินมันอย่างชัดเจนถึงสิ่งที่ลูกชายบอกกล่าว ความจริงที่ทำให้แม่อย่างเธอถึงกับช็อกไปชั่วขณะ

“ผมอยากให้แม่ไปสู่ขอคนๆ หนึ่งให้ผมหน่อย แล้วคนๆ นั้นเป็นผู้ชาย แม่ได้ยินไม่ผิดหรอก”

“แกรักผู้ชาย?? แกมันบ้าไปแล้ว” คนแม่ส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย แต่ที่มากกว่านั้นคือประหลาดใจ แต่ว่าตั้งแต่เลี้ยงเจ้าลูกคนนี้มาเธอบอกได้เลยว่าครั้งนี้มันเปลี่ยนไป

“แกเอาจริง??”

“ผมต้องบ้าตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้เห็นหน้าเด็กนั่นแม้แค่วันเดียว” มาร์คบอกน้ำเสียงเด็ดขาด พร้อมกับคุกเข่าก้มลงแทบเท้าแม่อย่างลืมอาย ในเวลานี้เขาสามารถทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อหัวใจของตัวเอง

“ตอนนั้น...ตอนที่แม่ไล่ผมมาอยู่โซล ไม่สิ..ต้องย้อนไปตั้งแต่พ่อเลิกกับแม่ จนแม่แต่งงานใหม่ ไม่ว่าตอนไหนแม่ก็ยังเอาแต่ทำงานไม่มีเวลามาดูแลผมเลย กี่ปีมาแล้วที่ผมต้องมีความรู้สึกเหมือนเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก พอผมรักพี่เรนนี่ แม่ก็ขัดขวาง ทั้งที่เธอเป็นความสุขเดียวของผมในเวลานั้น แม่ไม่รู้หรอกว่าผมต้องทรมานแค่ไหน แล้วเมื่อถึงตอนนี้...”

มาร์คหยุดนิ่งไปชั่วครู่ราวกับพยายามกลั้นน้ำตาและเก็บน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือของตัวเอง มันช่างยากมากจริงๆ เมื่อต้องนึกถึงความขมขื่นในอดีตแล้วจะไม่เจ็บปวด ทว่า...ในตอนนี้เขาทำได้แล้ว ขอเพียงแค่นึกถึงรอยยิ้มของเด็กคนนั้น

มาร์คเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่เหนือหัว “ในตอนนี้ ผมได้เจอกับเด็กที่ชื่อแบมแบม เขาทำให้ผมมีความสุข ผมรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตของผมมีบางอย่างมาเติมเต็มส่วนที่ขาด มีคนที่เข้าใจ มีคนคอยพูดคุย มองตา โอบกอดในวันที่ผมเหงา อาจจะฟังดูเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่ผมก็รักหมอนั่นจริงๆ แล้วหมอนั่นก็ทำให้คนที่ไม่เคยมองถึงอนาคต ไม่เคยนึกถึงจิตใจใครอยากที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถปกป้องคนที่รักได้ ทั้งเขา ทั้งแม่ และทุกๆ คนที่ผมรัก”

“นะครับแม่... ผมขอร้อง ได้โปรดช่วยผม อย่างน้อยๆ ก็ในฐานะแม่ที่อยากให้ลูกมีความสุขสักครั้งในชีวิตก็ยังดี” เรียวปากทีสั่นระริกเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดที่นุ่มนวลอย่างที่คนเป็นแม่ไม่เคยได้ยินนานมากแล้ว

“ไอ้มาร์ค..นี่แก”

แววตาคมคู่นั้นแน่วแน่จ้องมองผู้เป็นมารดาไม่หวั่นไหว แต่มันกลับไม่มีความดุดันก้าวร้าวเหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด เธอสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่แฝงเร้นอยู่อย่างลึกซึ้ง

ฝ่ามืออันอบอุ่นคนแม่เอื้อมไปลูบที่ศีรษะของลูกชาย ริมฝีปากที่เริ่มมีริ้วรอยนั้นขยับยิ้มละมุน

 











 

 

วันรุ่งขึ้น...

ซึงฮยอนกลับไปเอาของที่บ้าน สายๆ คงจะกลับมาเฝ้ายองแจใหม่ เมื่อวานตอนค่ำๆ พ่อและแม่เลี้ยงก็แวะมาดูอาการได้สักพักแล้วก็กลับ เพราะเป็นห่วง...?? คงเป็นห่วงหน้าตาของวงตระกูลเสียมากกว่า เพราะข่าวลูกชายนักธุรกิจใหญ่ขับรถออกไปประสบอุบัติเหตุทั้งๆ ที่ยังไม่มีใบขับขี่ทำให้คนเป็นพ่อต้องรีบออกตัวปิดข่าวและวิ่งเต้นกับทางตำรวจกันยกใหญ่ ถือเป็นความโชคดีที่ยองแจมีพี่ชายอย่างซึงฮยอนที่คอยปกป้องเขาไม่ให้ใครมาว่าร้าย แม้เขาจะผิดจริงๆ

ยองแจรู้สึกตัวตั้งแต่เช้า ความเจ็บตรงซี่โครงพอจะทุเลาลงบ้างแล้วแต่ก็ยังขยับตัวไม่ได้มากเท่าที่ควร แต่สำหรับเขาแล้วการเป็นแบบนี้อาจจะดีกว่า มันยังพอเป็นอุปสรรคต่อความคิดที่จะออกไปจากห้องนี้เพื่อไปหาใครบางคน ใครบางคนที่ต้องมาเจ็บปางตายเพราะเขา

 
 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ยองแจหันขวับไปยังประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะ เขาคิดว่าเป็นนางพยาบาลที่จะเข้ามาดูอาการ ทว่า..เมื่อประตูเปิดออกเผยให้เห็นคนที่เดินเข้ามา ใบหน้าของยองแจซีดเผือด ทั้งตกใจและประหลาดใจ

“จะ...จินยอง?”

จินยองยิ้มน้อยๆ พลางย่างสามขุมเข้ามาในห้อง และมาหยุดอยู่ข้างเตียงคนเจ็บ แม้ใบหน้าจะดูไร้เลือดฝาดหลังจากอดหลับอดนอน แต่ยองแจพบว่ามีประกายสดใสในแววตาคู่สวย

“นายเป็นไงบ้าง โอเคนะ?” จินยองถามขึ้น

ยองแจนิ่งไปหลายอึดใจ ดวงตาจดจ้องมองคนข้างเตียงราวกับคนแปลกหน้า ทำไมหมอนี่ถึงมายืนอยู่ตรงนี้ มายืนยิ้มให้เขา มาถามไถ่อาการ ราวกับว่าสิ่งที่เขาได้ทำไว้กับหมอนี่มันเป็นแค่เศษธุลี

“ฉันโอเค..” ยองแจตอบเบาๆ แววความฉงนสนเท่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยถามไปอย่างตรงไปตรงมา “นาย..ไม่โกรธฉันรึไง ไม่โมโห ไม่เกลียด ไม่อยากจะดึงฉันไปต่อย ไม่อยากให้ฉันเจ็บบ้างเหรอ??”

มีอยู่ชั่วครู่เดียวเท่านั้นที่มีประกายความกระด้างอยู่ในแววตาของจินยอง แต่มันก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนละมุนดุจเดิม เขายิ้มบางพลางเอื้อมมือไปกุมมือคนบนเตียง

“ฉันว่าในตอนนี้นายเองก็เจ็บปวดอยู่เหมือนกัน นายเองก็กำลังชดใช้กับสิ่งที่นายทำผิดพลาดลงไป” จินยองเอ่ยถ้อยคำที่เรียกได้ว่าจี้ใจยองแจจนเขาจุกรู้สึกเจ็บแปลบตรงหน้าอก

“ฉันจะไม่โกหกตัวเองว่าไม่โกรธนายนะยองแจ ฉันเองก็คนธรรมดาทั่วไปคงละทิ้งความรู้สึกนี้ไปได้ไม่ง่ายหรอก แต่ว่าฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายนายเลย ฉันหวังว่าเราจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ทำให้แจบอมมีความสุข”

“จินยอง นาย..”

“ฉันก็ไม่ได้คาดหวังให้นายมองฉันเป็นพ่อพระด้วยนะ ไม่ได้ต้องการให้นายมองฉันในแง่ดี ฉันเข้าใจ..ฉันมาทีหลัง แต่กลับกลายเป็นว่ามาแทรกตรงกลางระหว่างนายกับแจบอม ไม่แปลกสักนิดที่นายจะเกลียดขี้หน้าฉัน” จินยองเว้นวรรคก่อนจะหยิบเอาของบางอย่างมาจากกระเป๋า มันคือรูปถ่ายขนาดเท่านามบัตร เด็กวัย 12 ขวบสองคนกอดคอกันอยู่ในรูป รอยยิ้มของทั้งคู่นั้นช่างงดงามและมีความสุข

“ฉันเจอมันอยู่ในกระเป๋าเงินของแจบอมหลังจากพาเขามาส่งโรงบาล นายเห็นมั้ย? แม้เขาจะรักฉัน แต่เขาก็รักนาย แต่สำหรับแจบอมแล้วเราสองคนแค่อยู่ในคนละสถานะกันเท่านั้นเอง และฉันเชื่อว่าถ้าแจบอมตื่นขึ้นมาเขาจะไม่โกรธนาย เพราะนายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของแจบอมเสมอ”

เกิดความเงียบระหว่างทั้งสองคน นัยน์ตาทั้งสองคู่ส่อประสานกัน ความรู้สึกทั้งหลายส่งผ่านไปกับแววตาคู่นั้น ในตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด บรรยากาศกลับไม่ใช่วันเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องบาดหมางใจ มันหายไปไหนกันแล้ว??

หรือมันพังทลายลงไปเพียงเพราะหัวใจที่งดงามของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าปาร์คจินยอง

“ไปเถอะ ไปหาแจบอมกัน”

“ไปหาแจบอมเหรอ?? แต่หมอนั่น...เอ่อ”

“แจบอมพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ นายก็เลิกโทษตัวเองแล้วไปให้กำลังใจแจบอมดีกว่า ทันทีที่แจบอมตื่นฉันอยากให้เขาได้เห็นคนที่รักอย่างพร้อมหน้า” จินยองเอ่ยน้ำเสียงนุ่ม มือสวยกระชับบีบมืออีกคนแน่นราวกับส่งผ่านความเชื่อใจ

ยองแจอึ้งไปเลย ตอนนี้เขารู้สึกเกลียดจินยองชะมัด ทำไมหมอนี่ถึงดีอย่างนี้ หัวใจงดงามไร้ที่ติ ต่างจากเขาที่หัวใจมืดดำและเน่าเฟะของเขา แต่นั่นมันก็ทำให้เขารู้ซึ้งเลยว่าทำไมคนหัวใจเย็นชาอย่างแจบอมถึงมารักจินยองคนนี้ได้

“เราไปด้วยกันนะ” จินยองย้ำถามอีกครั้ง

ยองแจคลี่ยิ้ม พลางพยักหน้ารับน้ำตาคลอ นี่คงเป็นรอยยิ้มที่จริงใจของเขาครั้งแรกที่มอบให้กับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า

 









 

 

ในเวลานี้หลายชีวิตต่างมารวมตัวกันอยู่ในห้องพักฟื้นของผู้ป่วยชื่ออิมแจบอม รอบๆ เตียงเต็มไปด้วย พ่อ แม่ พี่สาว พี่เขย ยองแจ แล้วก็จินยอง หลังจากที่แจบอมพ้นขีดอันตรายเขาถูกย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้น และรอให้ลืมตาตื่นหลังจากที่หลับไปนาน

“แจบอม! คุณพ่อคะ  คุณแม่คะ น้องรู้สึกตัวแล้วค่ะ ดูสิคะ” พี่สาวคนโตของบ้านโพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเปลือกตาของน้องชายกระตุก นิ้วของเขาก็เริ่มขยับได้เหมือนกัน

“แจบอม!

ทุกคนต่างดีใจกรูกันเข้ามาหาแจบอม แววตาทุกคู่มองด้วยความหวัง รวมยองแจและจินยองที่อยู่วงนอกด้วย

ท่ามกลางความเงียบทุกคนดูจะลุ้นจนแทบลืมหายใจไปเลยทีเดียว แจบอมเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น เปลือกตาคู่นั้นลืมขึ้นอย่างเต็มตาด้วยความยากลำบาก คงเพราะหลับไปนานจนมีผลต่อการรับรู้ของแสง

ในเวลานี้แจบอมนอนอยู่บนเตียง ดวงตาคมกระพริบถี่จนปรับสภาพได้ เขามองกวาดไปหาทุกคนรอบตัว ซึ่งกำลังส่งยิ้มไปให้เขา

“แจบอม! นี่แม่นะ จำแม่ได้มั้ยลูก” คุณนายอิมถามทั้งน้ำตา แทบอยากจะโผเข้าไปกอดลูกแต่ก็กลัวเขาจะเจ็บ

“แจบอมจำพี่ได้มั้ย หืม? อย่าเงียบสิ”

คนเจ็บคลี่ยิ้มละไมราวกับเด็กน้อยใสซื่อ เขาชี้ไปยังคนในครอบครัวทีละคนๆ “พี่...” แจบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พี่แจยอง พี่แจอิน พ่อ แม่ เอ่อ... ยองแจ”

ทุกคนล้วนยิ้มปริ่มน้ำตาคลอเมื่อแจบอมต่างก็จำได้ เรียกชื่อทุกคนออกมาด้วยรอยยิ้ม ทุกอย่างที่เป็นกังวลหายไปจนหมดสิ้น คนที่สำคัญที่สุดในครอบครัวปลอดภัย

ทว่า... ในเวลานี้ราวกับทุกอย่างหยุดนิ่งอีกครั้ง สายตาของแจบอมหยุดนิ่งอยู่ที่จินยอง คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเหมือนครุ่นคิด ชายหนุ่มมองร่างบางด้วยความฉงนราวกับเจอคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“พี่ชายคนนี้ใครครับ?” แจบอมหันไปถามแม่ด้วยความสงสัย และหันไปมองทางพี่เขยของตัวเอง “สองคนนี้...ด้วย?”

เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นในใบหน้าของทุกคน โดยเฉพาะจินยอง!

ร่างบางเข้าไปหาคนเจ็บ ดวงตาคู่สวยสั่นระริก มือไม้ที่สั่นเทานั้นค่อยๆ เอื้อมไปจับที่มือแจบอมแต่เขากลับปัดมันทิ้งเหมือนหวาดกลัว

“มะ..ไม่จริงใช่มั้ย?? ล้อฉันเล่นเหรอแจบอม นายล้อฉันเล่น นายแกล้งทำเป็นลืมฉันใช่มั้ย????”

“คุณพูดอะไรของคุณ???” แจบอมเริ่มมีอาการมองจินยองอย่างหวาดๆ และตกใจอย่างมาก เขามองจินยอง มองแล้วมองอีก มีความรู้สึกบางอย่างแล่นริ้วอยู่ที่ปลายประสาท แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร

ยิ่งกว่าโดนค้อนระรัวทุบลงกลางกระหม่อม โดนมีดกรีดที่หัวใจ ราวกับฟ้าถล่มดินทลายลงมาตรงหน้า ร่างบางสัมผัสได้ถึงฝ่ามือนุ่มๆ ของใครสักคนที่จับอยู่ที่ข้อมือสวย จินยองรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้ว ก่อนที่ร่างกายจะถูกพาออกไปจากห้องนั้นอย่างเงียบเชียบโดยฝีมือใครสักคน








 
 

 

วันจันทร์ทุกคนมาเรียนหลังจากหยุดเสาร์อาทิตย์ ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างประธานนักเรียน รองประธานนักเรียน และนักเรียนธรรมดาคนหนึ่งได้แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียน เป็นประเด็นให้ถกเถียงกันอย่างมากกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังไม่แรงเท่าวันต่อมา...ก็คือวันนี้ ทุกคนต่างก็พูดคุยกันไปต่างๆ นาๆ ส่วนใหญ่ไปในด้านลบหลังจากรู้เรื่องที่แจบอมและยองแจเข้าโรงพยาบาล ต่างก็นินทากันว่าว่าต้นเหตุมาจากจินยองนี่เอง

หลังจากหยุดเรียนไปหนึ่งวัน วันนี้จินยองมาเรียนตามปกติด้วยสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ เขาสังเกตได้ว่ามีคนมากมายซุบซิบนินทาเรื่องของเขา บางคนแทบอยากจะเข้ามาถามด้วยซ้ำแต่ก็ไม่กล้า แต่ก็ช่างกระไร...ในตอนนี้เขาไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว ใครจะพูดก็พูดไป นาทีนี้หัวใจของเขาสนใจเพียงแค่แจบอมเท่านั้น

เมื่อวานนี้หลังจากที่แจบอมฟื้นและจำเขาไม่ได้ ก็แอบคิดและคาดหวังว่าขอให้เป็นแค่การแกล้งกัน แต่กลับไม่ใช่เลย คุณหมอได้ตรวจเช็คอาการของแจบอมแล้ว ซึ่งผลลัพธ์เป็นไปได้ว่าสมองของเขาได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุทำให้ความทรงจำบางส่วนได้ขาดหายไปเหมือนตัวต่อจิ๊กซอร์

และเมื่อตรวจสอบความทรงจำของแจบอมแล้ว ดูราวกับว่าเขาจำเรื่องราวในอดีตได้จนถึงช่วงอายุ 14 ปี นั่นเป็นคำตอบว่าทำไมแจบอมจำพ่อ แม่ พี่สาว แต่จำพี่เขยไม่ได้ และจำยองแจที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กได้ แต่จำจินยองไม่ได้ เพราะทั้งคู่รู้จักกันในช่วงอายุปีที่ 16 ซึ่งไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าความทรงจำที่ขาดหายไปจะกลับคืนมาได้ทั้งหมด อาจจะวันนี้ พรุ่งนี้ อีกหนึ่งปี หรืออีกสิบปีก็ไม่มีใครทราบได้แม้แต่หมอเองก็ตาม

ท่ามกลางสายตาหลายคู่.. จินยองทำเป็นมองไม่เห็น ตอนเที่ยงก็เลี่ยงออกมากินข้าวคนเดียวที่ดาดฟ้าตึกเรียนอย่างเงียบเชียบ แต่ใครจะไปคิดว่ามีคนบางคนตามขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วง

“นายโอเคนะ” จินยองหันขวับไปด้านหลังก็พบว่าเป็นมาร์คที่ยืนอยู่ แล้วหมอนั่นก็เดินอ้อมมานั่งม้านั่งข้างๆ

“โอเคอยู่แล้ว” จินยองตอบยิ้มๆ แต่มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ฝืนสิ้นดี

มาร์คขมวดคิ้วพลางหรี่ตาลงมองเพื่อนอย่างพินิจใจ แน่นอนว่าไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากเลยก็รู้ได้ว่าหมอนี่ไม่มีทางโอเคได้เลย อารมณ์ทั้งหมดมันแสดงผ่านสีหน้าและแววตาหมดแล้ว

“ฉันเพิ่งได้ยินข่าวเรื่องแจบอม หมอนั่นไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย?”

“พ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ ถ้านายอยากไปเยี่ยมก็ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าแจบอมจะจำนายได้รึเปล่านะ”

“หมายความว่าไง??”

จินยองต้องหักห้ามอารมณ์อย่างหนักเพื่อไม่ให้ปล่อยให้น้ำตารินไหลต่อหน้าอีกคน เรียวปากสวยสั่นระริกก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง

“แจบอมจำฉันไม่ได้ ความทรงจำของเขาหายไป ตอนนี้เขาเหมือนเด็กอายุ 14 ขวบ”

“ว่าไงนะ??”

มาร์คถึงกับอ้าปากเหวอไปเลยเมื่อได้ฟังจากปากของจินยอง ตอนนี้ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมจินยองถึงมานั่งอมทุกข์อยู่ตรงนี้ ไม่ได้หลบหน้าใครๆ จากการถูกวิพากษ์วิจารณ์

ไม่คิดเลยว่านอกจากตัวเอง ก็ยังมีเพื่อนอีกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ไม่สิ...อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ลำพังเขาเองขอเพียงแค่เอาชนะใจคนในครอบครัวแบมแบมได้ก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับจินยองนั้นจะต้องต่อสู้กับคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของตัวเอง

 











 

 

ห้องเรียนของ 1A ดูเงียบเหงาไปเลยเมื่อขาดแบมแบมผู้น่ารัก สองเพื่อนซี้ก็พลอยเหงาปากไปมากที่จู่ๆ เพื่อนร่วมแก๊งค์อีกคนกลับไม่มาเรียน โทรไปหาก็ไม่ติด พอจะตามไปเอาคำตอบจากมาร์คตอนพักเที่ยงก็ไม่เจอตัวเสียแล้ว และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครให้คำตอบได้เลยว่าเจ้าบ้านั่นหายไปไหนแล้ว

“แบมแบมมันหายไปไหนของมันนะ น่าแปลกจริงๆ เลย เมื่อวานตอนหัวค่ำก็ยังเห็นแวบๆ ว่าเดินขึ้นหอไปกับมาร์ค” ซอกจินออกความเห็นกับแจ็คสันที่นั่งนิ่ง

ในเวลานี้แจ็คสันเองก็ดูเหม่อๆ พิลึก ในใจก็นึกห่วงเพื่อน แต่เกือบหมดทั้งใจมันลอยละล่องไปไกลอีกฟากฝั่งแล้ว แต่ซอกจินผู้ฉลาดล่วงรู้ความนัยดีทุกอย่าง

“มึงยังตัดใจจากจินยองไม่ได้สินะ” ซอกจินถอนหายใจพลางตบที่ไหล่แกร่งของเพื่อนเสียงดังตุบ “รู้ว่ามันยาก แต่สิ่งที่มึงทำมาตลอดมันก็เหมือนกับการคว้าจับควันด้วยมือเปล่านั่นแหละ มึงอาจจะมองเห็นมันนะ แต่สุดท้ายมันก็ว่างเปล่า จินยองไม่มีทางรักมึงได้หรอก ถ้าจะรักก็คงรักไปตั้งนานแล้ว”

แจ็คสันชักสีหน้าเป็นยักษ์เป็นมารใส่ไอ้เพื่อนปากหมาทันที เพื่อนบ้าอะไรวะแทนที่จะให้กำลังใจ นี่เล่นบั่นทอนความหวังกันชัดๆ

“มึงนี่มัน...แต่เอาเถอะ ก็จริงของมึงนั่นแหละ เฮ้อ!” แจ็คสันถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยากพลางเหลือบไปยังนอกหน้าต่างทางห้องเรียนของปีสอง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทร “กูคงต้องตัดใจจากพี่จินยองจริงๆ แต่ว่ากูต้องมั่นใจก่อนว่าเขาจะมีความสุขกับคนที่รัก ไม่อย่างนั้นกูคงไม่วางใจ”

“ดีจริงๆ เพื่อนกู แม่งพระเอกฉิบหายเลยสัส”

“ก็แน่ล่ะ กูมันพระเอก มีแต่มึงนั่นแหละตัวร้าย ไอ้ฟาย!!

คำพูดที่ดูเหมือนกัดจิก แต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใยระหว่างมิตรสหาย สำหรับแจ็คสันแล้วคงต้องขอบคุณไอ้บ้านี่จริงๆ ที่มันคอยอยู่เป็นเพื่อน คอยอยู่ข้างๆ คอยให้คำแนะนำที่ดี คอยเตือนสติหลายอย่างไม่ให้เขาเผลอทำอะไรที่หลงผิดไป หลายครั้งที่เกือบจะพลาดพลั้งไปหลายครั้ง แต่คำพูดของซอกจินก็ได้ช่วยรั้งเขาเอาไว้ได้

 

 



 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

 

เห็นว่ามีคนแสดงตัวว่าอยากอ่านกันเยอะ และส่วนใหญ่ก็เป็นยูสที่ไม่คุ้นทั้งนั้น หึหึ... แต่ก็ยังมียูสเก่าๆ มาบอกว่ายังอ่านอยู่ เลยอัพซะเลย แต่ไรท์จะอัพต่อจนจบมั้ยขึ้นอยู่กับความมีน้ำใจตอบกลับของรีดล้วนๆ (ไม่รับคอมเม้นแบบขอไปที เม้นสั้นเท่าขี้ตาแมว เครนะ?? หวังว่าจะเฮฮา(?)กับตอนนี้นะ

 
 

ปล. รอบรีปริ้นสำหรับจัดส่ง ไรท์พิมพ์ฟิคเพิ่มมาสิบกว่าชุด ตอนนี้เหลือแค่ 10 ชุดเท่านั้น ใครที่สนใจอยากได้เป็นเจ้าของก็ยังสั่งได้นะคะ พร้อมส่ง....(รายละเอียด http://my.dek-d.com/killy-zaoldyeck/story/viewlongc.php?id=1112971&chapter=21 )

 

 

อัพเดต 30/10/2557

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

3,107 ความคิดเห็น

  1. #3094 ButanolBelle (@ButanolBelle) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 15:20
    แจบอมจะจำได้ไหมนะ จินยองเข้มแข็งไว้นะ
    #3094
    0
  2. #2980 peetpot (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 13:25
    อร๊ายยยยยยย ฟินบีเนียร์ ขอบพระคุณมากๆนะคับสำหรับฟิคดีๆแบบนี้ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
    #2980
    0
  3. #2930 N.Carrot20 (@NCarrot20) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 23:54
    เฮือก!!! อ่านเพลินยาว งื้อออออ สงสารจินยองอ่ะ ทำไมเรื่องนี้ดูเป็นคนที่น่าสงสารสุดในเรื่องแล้ว เอ๊ะ?! รึแจ็คน่าสงสารกว่า? บทยูคแอบหายไปเลย(?)...
    #2930
    0
  4. #2925 mellow_aa (@mellow-aa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 23:37
    น้ำตาจะไหลกับมาร์ค คุณแม่ต้องดีใจนะคะ ลูกคุณแม่เปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้ 
    และน้ำตาจะไหลกับจินยอง คู่นี้ทำไมอุปสรรคเยอะนัก == 
    #2925
    0
  5. #2885 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 18:21
    ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกอีพี่บี

    ทำเนียร์เศร้าอีกล่ะ
    #2885
    0
  6. #2842 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 13:23
    เพิ่งมาอ่านนะคะ สนุกมากเลย เราจะตามอ่านนิยายเธอทุกเรื่องนะ
    #2842
    0
  7. #2840 Kyummy 유겸 (@potamonizzz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 15:50
    ยูคยอมหายไปหนายยยยยยย
    #2840
    0
  8. #2837 budbeufhrk (@budbeufhrk) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 19:04
    โหยมันหน่วงงงTT แจบอมลืมจินยองอ่ะฮืออออออ พี่มาร์คก็เศร้าไม่ต่างกันเลยฮือออ
    #2837
    0
  9. #2819 Daograndger (@dadadaow) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 09:55
    เจ็บสุดก็คนที่รักจำเราไม่ได้นี่แหละ:'(
    สงสารจินยองง
    #2819
    0
  10. #2814 MtripleJ dubleytotheb (@nyoungie) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 04:56
    จะดีสักที ฟื้นมาก็ดั๊นลืมเนียร์อี๊กกกก โอยยยเจ็บปวดไมเป็นงี้ ฮืออออออๆ
    #2814
    0
  11. #2793 bankbank919 (@bankbank919) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 00:05
    ทำไมมันบีบหัวใจขนาดนี้!!!!!
    #2793
    0
  12. #2751 Wrp (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 00:18
    เจ็บปวดทั้งหลายทางมากอ่ะ ....
    #2751
    0
  13. #2589 lee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 17:46


    แจบอมฟื้นมาแล้วลืมเนียร์ เศร้าแรงสงสารเนียร์จุง
    #2589
    0
  14. #2566 nooonnin (@nooonnin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 23:39
    กำลังจะอ่านแบบออินๆๆ พอโดนลอกว่าอ่านแล้วไม่เม้นนี้เจ็บถึงทรวงใน คือแบบ อ่านเพลินไง อินอะไรงี้ เลยลืมคอมเม้น รักคนแต่งอา สู้ๆๆนา
    #2566
    0
  15. #2532 TumTim. (@bestkanyanut2543) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 23:53
    อ่านตอนนี้แล้วแบบ;-;ตอนที่จินยองมาหายองแจคิดว่าจะมาทะเลาะกันอีกง่ะ สู้ๆน่ะงับไรท์ ตอนจบขอแบบน่ารักๆน่ะไรท์ต๋า ดราม่าจนเราสงสารทุกคนเลยง่ะ เป็นกำลังใจให้เน้อ ^ ^
    #2532
    0
  16. #2530 Yuvaret Katngam (@layavee0430) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 01:49
    อ่านอยู่นะคะไรท์ สู้ ๆ นะคะ จะตามอ่านของไรท์ทุกเริ่องด้วยนะคะ คริคริ
    #2530
    0
  17. #2511 pong narak (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 06:44
    พออ่านๆ มาถึงตอนนี้นะ ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจบอย่างไร ทำไมเนียร์เราต้องอาภัพแบบนี้ด้วย เศร้าตั้งแต่ต้นเลย ตอนนี้ยิ่งแน่ไปใหญ่ เฮ้อ!!!!!;! ชีวิตหนอ ชีวิต
    #2511
    0
  18. #2480 F'Faii Thanyalak Kuku (@bananana_hahaha) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 20:37
    TT อัพต่อให้จบน้าา ไรท์
    #2480
    0
  19. #2462 tansone'yatra (@tansoneyatra) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 00:55
    โอ้ยไรต์ สงสารจินยองงงงงง แจบอมรีบจำให้ได้เร็วๆนะ มาร์คแบมก็หน่วง แงงงง
    ว่าแต่น้องยูคหายไปไหน คิดถึงยูค T T
    #2462
    0
  20. #2449 sugaga (@xiuminmin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 23:43
    เม้นนี้ไม่เกี่ยวกับตอนนี้แต่มีข้อสงสัย คือ น้องยูคยอมของอิฉันหายปายหนายยยยย (ร้องไห้หนักมาก)

    ไรต์เตอร์แต่งเก่งมากอ่ะชอบ
    #2449
    0
  21. #2424 GALAXY (@my_sweet) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 12:31
    เง่ออ มีแต่เรื่องงงงง
    #2424
    0
  22. #2414 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 19:41
    จะนานมั้ยกว่าจะจำได้อ่ะ T^T
    #2414
    0
  23. #2328 Mild Pitchakarn (@mildddddd) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 11:53
    หนุกจังเลยคร้าบบบเพิ่งเข้ามาอ่านชอบบบบบหนุกกกกกกกฝุดดดดด
    #2328
    0
  24. #2319 supawadeezi (@supawadeezi) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 21:38
    น้ำตาจะไหล markbam อุปสรรคเยอะเหลือเกิน สงสารจินยองอ่ะ:'(:'(:'(
    #2319
    0
  25. #2242 cj4030 (@cj4030) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 14:43
    ผมนี่อึ้งไปเลย แต่แอบมั่นใจว่าต้องจำได้แน่นอน จินยองต้องเข้มแข็งนะ นี่ก็รอขันหมากพี่มาร์คเหมือนกัน
    #2242
    0