Fic GOT7 [Love Suppose] สมมุตินะครับว่าผมรักคุณ

ตอนที่ 9 : Love Suppose :: Chapter 7 ผมจะอยู่ข้างๆพี่นะครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.ค. 57

SQWEEZ





Chapter 7 ผมจะอยู่ข้างๆพี่นะครับ

















BAMBAM ::

 

เมื่อคืนผมไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดเรื่องไอ้พี่มาร์คพอเช้ามาผมเลยเหมือนคนไร้วิญญาณ ผมนั่งคนข้าวต้มในชามเล่น ข้าวต้มตรงหน้าผมมันก็ดูน่ากินนะแต่ว่าตอนนี้ผมอยากนอนมากกว่า

 

                “แบมแบมอย่าคนข้าวเล่นสิ กินข้าว”  ผมสะดุ้งโหยงช้อนแทบกระเด็นออกจากมือเมื่อพี่จูเนียร์ดุเสียงดังลั่น

 

                “ก็ผมไม่หิวนี่ครับ” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียแบบสุดๆ

 

                “ไม่ได้ถ้าไม่กินแล้วมันจะมีอะไรไปเลี้ยงสมอง@#(*%$#@78)&^#^^$%%*(74356@^*(*

 

ผมอยากจะเอามืออุดหูไม่อยากได้ยินเสียงพี่จูเนียร์บ่นเลยให้ตายสิ แต่ถ้าทำแบบนั้นผมได้ตายจริงๆแน่ผมเลยทำได้แค่นั่งสัปหงกฟังพี่เขาบ่น แต่จะว่าไปมันก็เหมือนพระสวดดีแฮะน่าหลับชะมัด

 

                “เข้าใจไหมแบมแบม!

 

                “ครับๆๆ”  ผมไม่ได้ยินหรอกนะว่าพี่เขาบ่นอะไรบ้างผมก็ตอบไปส่งๆ แล้วก็ดันชามข้าวต้มออกไปข้างหน้าให้มีที่ว่างนิดหน่อยแล้วผมก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

 

                “แบมแบม! ลุกเดี๋ยวนี้”

 

                “ไอ้เนียร์น้องมันไม่อยากกินก็ปล่อยมันไปเถอะ มึงน่ะรีบกินของตัวเองเถอะกูรู้สึกว่าไอ้หวังมันแอบขโมยข้าวมึงหลายครั้งแล้ว”

 

                พี่เจบีรีบเบรกพี่จูเนียร์ก่อนที่ผมจะโดนออมม่าฆาตกรรมเพราะไม่ยอมกินข้าว

 

                “แบมแบม”

 

                “หือ”  ผมเงยหน้ามองร่างสูงที่เดินมานั่งข้างๆ

 

                “อ้าวพี่มาร์คมาช้าจัง”

 

                “แดกข้าวซะ ไม่งั้นโดน”  อ้าวเฮ้ย  นอกจากจะไม่ตอบคำถามพี่แกยังขู่ผมด้วยเสียงเรียบๆกับหน้าตายๆแบบนี้อีก คนอะไร =___=

 

                “แล้วนี่เอาคืนไป”

 

                “โอ๊ยพี่มาร์คนี่หัวแบมนะไม่ใช่ประตูหน้าต่างแปะเบาๆสิ”  ผมแกะอะไรบางอย่างที่ไอ้พี่มาร์คแปะมันใส่หน้าผากผมด้วยความรุนแรงอย่างยิ่ง

                O_O!

 

โพสต์อิท มันคือโพสต์อิทที่ผมแปะไว้ที่หน้าห้องพี่เขาเมื่อคืนนี่นา แล้วเอาลงมาทำไมวะผมหันไปมองหน้าพี่มาร์คซึ่งกำลังนั่งกินข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

                “มีอะไรกันหรอหวังอยากรู้”  พี่แจ็คสันที่โผล่มาจากซอกลืบไหนของโต๊ะก็ไม่รู้  ดึงโพสต์อิทไปจากมือผมเฉย

 

                “เฮ้ยพี่เอาคืนมานะ” ผมพยายามยื้อแย่งโพสต์อิทเจ้าปัญหาคืนมา แต่พี่แจ็คสันก็ชูมันขึ้นเหนือหัว หนอยคิดว่าตัวเองสูงนักหรอครับพี่

 

                “เอ๊ะๆ มันมีข้อความด้วยล่ะเว้ย”  ซวยแล้วไง

 

                “อย่าอ่านนะพี่แจ็คสันเอาคืนมา”  ในขณะที่ผมพยายามยื้อแย่งอยู่นั้นพี่ยองแจก็เดินมาข้างหลังพี่แจ็คสันแล้วอ่านข้อความเสียงดังฟังชัด

 

                “ผมจะอยู่ข้างพี่เสมอนะครับ ลงชื่อ BamBam”

 

                “ฮิ้วว”  เสียงแซวดังมาจากทั่วทุกมุมโต๊ะ ขนาดพี่จูเนียร์ที่บ่นผมอยู่เมื่อกี้ยังแซวผมเลยเถอะ เฮ้ยผมอายนะเว้ย -///-

 

                “หวานกันจังนะ”  พี่เจบีแซวพร้อมยิ้มโชว์ฟันเงิง(?)

 

                “หวาน เหวิน อะไรกันเล่าพี่ๆเอาคืนผมมาเลยนะ”  ผมคว้าโพสต์อิทคืนจากพี่แจ็คสันแล้วเหลือบตาไปมองพี่มาร์คว่ารายนั้นมีปฏิกิริยาแบบไหน พี่แกทำแค่ยักคิ้วให้ผม

 

                “ผมอิ่มแล้วครับ”  จู่ๆยูคก็เดินออกไปจากโต๊ะอาหารทั้งที่เพิ่งกินได้ไม่กี่คำ  มันจะรีบไปไหนของมันวะ

 

                “ยูครอกูด้วย”  ผมรีบเผ่นตามไอ้ยูคไปทันทีขืนอยู่ต่อโดนล้อตายพอดี

 

                “ผมไปเรียนนะครับพี่”  ผมโค้ง 90 องศาให้พี่ๆทั้งหลาย ก่อนที่ผมจะเงยหน้าผมสังเกตเห็นผ้าสีแดงที่ข้อมือของพี่มาร์คเรื่องครั้งนั้นคงจะฝังใจพี่เขามากสินะ ผมเงยหน้าขึ้นแบกกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป

 

                “แบมแบมนายยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ”  เสียงพี่จูเนียร์ตะโกนไล่หลังผมมาตามด้วยการบ่นถึงคุณค่าของอาหารเช้าอีกยาวเหยียด แต่ผมไม่สนใจหรอกครับ เรื่องที่ผมสนใจคือจะทำยังไงให้ไอ้พี่มาร์คเลิกทำหน้าอมทุกข์แบบนั้นซะทีปกติก็เหมือนจอมมารอยู่แล้ว ยิ่งทำหน้านิ่งๆแบบนี้แล้วอย่างกับฆาตกร

 

                ตอนเที่ยงผมกับยูคขึ้นมากินข้าวเที่ยงบนดาดฟ้าโรงเรียนกัน ในมือพวกเรามีข้าวกล่องคนละกล่องที่โดนพี่จูเนียร์หิ้วมายัดเหยียดให้ถึงห้องเรียนตั้งแต่ยังไม่เที่ยง นี่พี่เขาจะเป็นแม่พวกเราจริงๆใช่ไหมเนี่ย ^^”

 

                “โหยนี่พี่เนียร์เขากลัวเราขาดสารอาหารตายใช่ไหมเนี่ย” ยูคหันมาถามผมเมื่อเปิดกล่องออกมาพบอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าอยู่เต็มกล่อง

 

“ฮ่าๆ คงงั้นว่ะไม่งั้นเมื่อเช้าคงไม่โดนด่าหรอก”

 

“นั่นสินะ งั้นผมก็ขอทานล่ะครับ”  ว่าจบยูคก็จัดการกับอาหารในกล่องทันที ผมมองเพื่อนยิ้มๆแล้วก็เริ่มลงมือบ้างแต่ก่อนที่ผมจะได้กินอะไร สายตาผมก็ดันเหลือบไปเห็นพี่มาร์คกำลังนั่งเม่อลอยอยู่ใต้ต้นไม้หลังตึกที่ผมกับยูคนั่งกินข้าวอยู่

 

                “พี่มาร์ค”

 

                “หา? อะไรนะแบม”  ยูคถามผมทั้งที่ข้าวเต็มปาก

 

                “อี๊ ไอ้ยูคกลืนก่อนค่อยพูดสิวะ”  ผมบัดเม็ดข้าวที่กระเด็นออก

 

                “ไม่มีอะไรกินต่อเถอะ”  ยูคพยักหน้าแล้วกินต่อ ผมแบ่งกับข้าวออกเป็นสองส่วนแล้วค่อยลงมือกินแต่ผมก็ยังมองจุดที่พี่มาร์คนั่งอยู่ตลอด ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วพี่แกก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมจนผมสองคนกินเสร็จ

 

                “ยูคไปก่อนนะ มีธุระน่ะ”  ผมเก็บกล่องแล้วเดินลงจากดาดฟ้าทันทีโดยไม่รอคำตอบของเพื่อนสนิท ผมเดินตรงไปยังต้นไม้ที่มีเจ้าชายเย็นชานั่งอยู่

 

                “สวัสดีครับพี่มาร์ค”  ผมทักอย่างสุภาพ พร้อมรอยยิ้มพี่มาร์คหันหน้ามามองผมอย่างงงๆ

 

                “มีอะไร”

 

                “อ่ะนี่ ผมยังไม่เห็นพี่กินอะไรเลยนี่”  ผมยื่นกล่องข้าวที่ผมแบ่งเอาไว้ให้พี่มาร์ค พี่เขาขมวดคิ้วมองมันอย่างชั่งใจ

 

                “มึงใส่ยาพิษให้กูไหมเนี่ย แล้วอีกอย่างมึงรู้ได้ไงว่ากูกินอะไรรึยัง”  พี่มาร์คหรี่ตามองผมอย่างสงสัย

 

                “มึงแอบดูกูหรอ?”

 

                “เปล่านะครับ ไม่ได้แอบ”  แต่ผมนั่งมองตรงๆต่างหาก อันนี้คงพูดได้แค่ในใจแต่ก่อนอื่นคงต้องปฏิเสธไปก่อน

 

                “พี่จะกินไม่กิน อุตสาห์เอามาให้”  ทำเบ้หน้าใส่อย่างไม่พอใจ ร่างสูงยิ้มบางๆให้ผมแล้วรับข้าวไปกินอย่างน้อยผมก็ทำให้พี่เขายิ้มได้ล่ะนะ ที่ผมทำอยู่นี่ไม่ใช้เพราะรู้สึกพิเศษอะไรกับพี่มาร์คนะผมแค่อยากดูแลเฉยๆแล้วก็เล่นบทบาทแฟนปลอมๆนั้นให้สมจริงก็เท่านั้น

 

                “ผมรู้เรื่องที่วันเดอร์แลนด์แล้วนะพี่”  พี่มาร์คชะงักมือที่กำลังกิน แต่ก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้นพี่เขาก็กินต่อแต่สีหน้านั้นกลับไปเรียบเฉยอีกครั้ง

 

                “แล้วไง”  พี่มาร์คถามห้วนๆ เอ่อแบมแบมมึงพูดอะไรออกไปวะครับเนี่ย ผมอยากเอาซ้อมในมือพี่มาร์คจิ้มปากตัวเอง

 

                “พี่อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ พี่ไม่ผิดหรอกเรื่องพี่ซูจีน่ะ”  ผมก้มหน้าพูด ในใจก็กลัวพี่มาร์คลุกขึ้นมาหักคอแปลกๆ ผมไม่รู้เรื่องอะไรแท้ๆดันไปพูดแบบนั้น พี่มาร์คหยุดกินแล้วยื่นมือมาหาผม ตายห่าล่ะสิ ผมหลับตาปี๋รอการลงโทษแต่

 

แหมะ  พี่มาร์ควางมือบนหัวผมแล้วโยกไปมา

 

                “เป็นห่วงกูหรอ”  พี่มาร์คถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผมลืมตาขึ้นแล้วหันไปสบตาอีกคน

 

                “ถ้าเอาตรงๆตามความรู้สึกผมมันก็ใช่ครับพี่”

 

                “อะไรคือก็ใช่ ตอบแค่ใช่ไม่ได้หรอครับ”  พี่มาร์คทำหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมยื่นหน้าเข้ามาหาผม นั่นไงไอ้พี่มาร์คคนเก่ามันกลับมาแล้ว

 

                “ก็ใช่ ก็คือก็ใช่ไงพี่นี่”  ผมเขยิบออกห่างจากไอ้พี่มากเล่ห์นี่ คิดจะจูบผมหรือไงถึงตอนนี้ผมจะเป็นแฟนพี่แต่ก็เป็นแค่แฟนปลอมๆนะเว้ย -/////-

 

                “ฮ่าๆๆๆ”  พี่มาร์คหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แหมทีเมื่อกี้ทำตัวอย่างกับตัวเองอยู่ในขุมนรกตอนนี้กลับหัวเราะอย่างกับอยู่บนสวรรค์หน้ามั่นไส้ชะมัด

 

“มึงโคตรเหมือนยัยนั่นเลยวะ”  พี่มาร์คหันมายิ้มให้ผม นี่เขาว่าผมเหมือนพี่ซูจีหรอไม่หรอกผมก็คือผมไม่ใช่คนอื่นซะหน่อย แล้วทำไมผมต้องรู้สึกเซงกับตัวเองวะเนี่ย -____-

 

                “เอาแขนมานี่”  พี่มาร์คยื่นมือมาตรงหน้าผม

 

                “เอาไปทำไม”  ผมมองมือนั้นอย่างระแวง พี่แกจะหักแขนผมหรือเปล่าวะเนี่ย

 

                “บอกให้เอามาก็เอามาเถอะ”  พี่มาร์คคว้าแขนผมไป แล้วเอาผ้าสีแดงผูกที่ข้อมือผม

 

                “พี่มาร์ค!”  ผมมองพี่เขาอย่างตกใจ แบบนี้พี่ซูจีเขาจะไม่ตามหักคอผมหรอเนี่ย T^T

 

                “กูอยากให้ยัยนั่นคุ้มครองมึงในวันรับตำแหน่ง กูไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก”  พี่มาร์คมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นสีฟ้าสดใสกว่าทุกๆวันที่ผมเคยเห็น

 

                “กูเชื่อว่ายัยนั้นไม่อยากให้ใครต้องเป็นเหมือนตัวเอง”  ผมมองด้านข้างของพี่มาร์ค ผมไม่รู้ว่าตัวเองตาฝาดหรืออะไรแต่เหมือนผมเห็นความอบอุ่นอยู่ในตาคู่นั้นเมื่อพี่เขาพูดถึงพี่ซูจี ผมจะมีโอกาสได้แววตาแบบนั้นจากพี่เขาบ้างไหมนะ

 

                “แบมแบม มึงจะอยู่ข้างๆกูได้ไหม”  พี่มาร์คถามผมโดยไม่ได้หันมองผม แต่ผมสังเกตเห็นถึงความจริงจังในใบหน้าที่ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆของพี่มาร์ค

 

                “ได้สิครับ ผมจะอยู่ข้างๆพี่นะครับ”  ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรผมสัญญาว่าจะอยู่ข้างๆพี่นะ ถึงเราจะเป็นแค่พี่น้อง แฟนสมมุติ หรือวันไหนที่เราจบสิ้นความสัมพันธ์ปลอมๆนี้ลงแบมแบมคนนี้จะอยู่ข้างๆพี่มาร์คต่อไปเรื่อยๆ ผมแค่ไม่อยากให้ใครมาทำให้พี่เศร้าอีกผมชอบเวลาที่พี่ยิ้มนะครับ

                ได้แต่พูดกับตัวเองในใจแล้วส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ผมไม่กล้าพูดสิ่งที่ผมคิดออกไปหรอกครับเราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานผมไม่ควรทำอะไรที่มันมากเกินไป ผมไม่ได้รักพี่เขานะแต่ผมแค่อยากจะปกป้องรอยยิ้มของพี่เขาเอาไว้รอยยิ้มที่หาไม่ได้ง่ายๆจากผู้ชายชื่อมาร์คต้วน






Writer Talk

กลับมาแล้วหลังจากที่ไรท์หายไปนาน I'M So Sorry นะ
ต่อไปนี่ไรท์จะอัพเป็นปกติแล้วค่ะ









 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

149 ความคิดเห็น

  1. #113 lotty0405 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 01:11
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ คือ หายไปนานเลยเรา ตอนนี้กลับมาอ่านต่อแล้ว ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

    แบมแบมนี่กล้าาา5555555555เขียนโพสอิทแปะหน้าห้องเลย มาร์คเขินมั้ยย5555555555555555

    อะไรคือแฟนปลอมๆเค้าละมุนกันขนาดนี้ !

    ชอบน้องแล้วใช่มั้ยมาร์คต้วน-/-
    #113
    0
  2. #101 GEHEIMNIS (@kik-sleep) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 12:17
    พวกรุ่นพี่ดูมีความสุขในมิชชั่นไปไหมมม
    #101
    0
  3. #78 Markbam (@exoandsnsd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 01:19
    เฮ้ออขอให้อย่ามีใครเป็นอะไรไปเลย
    #78
    0
  4. #48 Sara-Anusara (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 23:26
    โหหไรท์ค่ะหายไปนานมวากกกๆ

    แต่ก็โอเคเข้าใจเนาะ ใครจะว่างตลอด

    แต่ดีใจน๊าที่ไรท์กลับมา อิอิยังไงก็อัพบ่อยๆนะค่ะ

    เป็็นกำลังใจให้นะค่ะ สู้ๆ
    #48
    0