Fic GOT7 [Love Suppose] สมมุตินะครับว่าผมรักคุณ

ตอนที่ 20 : Love Suppose :: Chapter 17 ความรักบนเรื่องสมมุติ (ตอนจบ) และประกาศต่อเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 ก.ค. 60





 


















Chapter 17 :: ความจริง



MARK ::

                แสงแดดอุ่นยามเช้านี่มันช่างดีจริงๆ และมันก็ดียิ่งขึ้นเพราะเช้านี้ผมมีพยาบาลพิเศษอย่างแบมแบมคอยดูแล ผมนั่งมองคนตัวเล็กที่วันนี้ลงทุนเข้าครัวทำข้าวต้มให้ผมกินหลังจากที่ผมทุกเขาในวันหิมะตกนั่นล่ะครับ แบมแบมจับนั่น โยนนี้ลงไปในหม้ออย่างชำนาญ มือเล็กคนไม่หยุด ใบหน้าหวานนั้นจริงจังกับการทำข้าวต้มมาก ผมล่ะเป็นปลื้มนี่ล่ะว่าที่ภรรยาผม ฮ่าๆ

 

                “มึงนั่งยิ้มอะไรคนเดียววะมาร์ค นี่วิญญาณมึงหลุดออกจากร่างอีกแล้วหรอ!

หา? อะไรหลุดนะ ไอ้แจ็คสันเขย่าตัวผมไปมาทำหน้าตกใจอย่างกับผมกำลังจะตายไอ้เวรวิญญาณกูจะหลุดเพราะมึงนี่ล่ะ

 

“ เจบีขอน้ำมนต์ด้วย!

 

“มาแล้ว”

 

หือ ผมมองบุคคลบ้า คนที่สี่ถืออ่างน้ำวิ่งเข้ามาในครัว ซวยแล้วอย่านะสั_

 

                “เดี๋ยวอย่า!

ซ่า

เปียกครับ ที่เกิดเรื่องเปียกๆแบบนี้เพราะแบมแบมดันเล่าให้คนอื่นฟังว่าผมไปเข้าฝันมันน่ะสิ บ้าเอ๊ยสยองสุดๆแต่ที่จริงผมก็ฝันแบบนั้นไอ้พวกเวรนี่เลยแห่ไปไทยไปขอน้ำมนต์มาน่ะสิครับ แม่มเอากันเข้าไป -_-

                “เป็นไงๆดีขึ้นไหม”

 

ผมเงยหน้ามองไอ้ไฮเปอร์เกินคนสลับกับไอ้หน้าแก่ (โทษๆนั่นไอ้เนียร์) ไอ้เหยิน พรางเสยผมที่เปียกลู่แบบหล่อๆ

 

                “สั_!” คำเดียวตอบได้ทุกความรู้สึกที่ผมมี

 

                “I’m Sorry กูนึกว่าหลุดออกจากร่างนี่”

 

                “หลุดพ่อม พวกมึงเป็นบ้าอะไรวะ สาดมาได้กูหนาวนะ”

 

                “น้ำมนต์นี่ของดีนะมึง เอาน่าๆถือว่าอาบสิ่งศักดิ์สิทธิ์”

 

ผมมองไอ้บีด้วยสีหน้าเหี้ยม จนไอ้คนถือน้ำศักดิ์สิทธิ์หายแว๊บออกไปจากห้องโดยไว

 

                “นี่มันอะไรกัน ทำไมเปียกแบบนี้!

 

แบมแบมยืนมองผมสองคนด้วยสีหน้าคุณแม่ยามเห็นลูกเล่นซน เอิ่มแบบกูจะฆ่ามึงอ่ะ ในมือมีชามข้าวต้มที่กำลังร้อนจัด หวั่นโดนสาดเหมือนกันนะ

 

                “อ่อ กูเห็นว่าไอ้มาร์คอาการไม่ดีเลยรดน้ำมนต์นิดหน่อย แฮะๆไปนะ”

 

แจ็คสันผู้เร็วกว่าแสงหายตัวตามไอ้บีไปอีกคน ทิ้งให้ผมนั่งเปียกแบบไม่ใยดี

 

                “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบลงมากินข้าว” แบมแบมสั่งกลายๆก่อนเดิมหายไปจากห้องครัว สงสัยคงไปเอาอะไรมาทำความสะอาดมั้ง แต่แม่มไอ้พวกเวรนี่ทำกันได้ วิญญาณบรรพบุรุษพวกมึงสิหลุด -_-

 

BAMBAM ::

                ไอ้พวกพี่เฮงซวยเล่นสกปรกแต่เช้าเลย แม่บ้านก็หยุดวันนี้กรรมทำความสะอาดเลยมาตกที่ผมนี่ไง

ครืด ครืด  ครืด ครืดดดด

 

                เสียงมือถือเครื่องงามกำลังชักอยู่บนโต๊ะกินข้าวดึงความสนใจของผม จากการทำพิธีสาปแช่งพวกพี่ๆ ผมเดินไปที่จุดเกิดเหตุดูว่าใครทิ้งมือถือไว้ให้มันมาสร้างอาฟเตอร์ช็อกแต่เช้า

 

                “อ้าวของพี่มาร์คนี่แล้วใครโทรมาไม่เห็นมีชื่อ” คือผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นนะครับ ผมแค่สงสัยเฉยๆ

“พี่มาร์คมีคนโทรมา!…” ผมป้องปากตะโกนบอกเจ้าของมือถือที่ทำท่าจะกระโจนลงจากโต๊ะกินข้าว แต่ถ้ายังไม่ร่วงผมก็ไม่สนใจหรอกเพราะหน้าที่ผมคือถูพื้นใช่เฝ้ามือถือ แต่ไอ้พื้นนี่ผมก็ไม่ได้อยากถูหรอกนะถ้าไม่ใช่เพราะพวกบ้านั่น

 

ครืด ครืด  ครืด ครืดดดด

“ล่าล๊า ลาล๊า ลาลาลาลา” ผิวปากถูพื้นแบบสวยๆ?

 

ครืด ครืด  ครืด ครืดดดด

เอาถูไปเก็บแล้วอุ้นข้าวต้มดีกว่า นี่อี่มาร์คไปเปลี่ยนเสื้อถึงอเมริการึไงวะโคตรนานเลย -_-

 

ครืด ครืด  ครืด ครืดดดดๆๆๆๆๆ

                ไอ้มือถือนี่ก็สั่นอย่างกับเจ้าเข้า จะโทรอะไรนักหนาไอ่บ้าเจ้าของเครื่องก็ไม่มาสักที ผมนี่รำคาญครับจะรับก็ไม่กล้าเดี๋ยวเขาหาว่าเผือก

 

ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ ไลน์~ !!!!

 

                โว๊ยยย โทรไม่รับพ่อคุณก็รัวไลน์มาอย่างกับบ้านไฟไหม้ ด้วยความเป็นคนดีผมเลยต้องดูเผื่อเขามีเหตุด่วน ว่าแล้วผมก็คว้ามือถือที่รอเวลาร่วงสู่พื้นหินอ่อนมาดู

 

ข้อความจาก K. เจ้าของชื่อในไลน์ที่ไม่มีรูปประจำตัว อะไรจะไร้ตัวตนเช่นนี้แต่ช่างมัน สิ่งสำคัญคือข้อความ อิอิ

 

K:ไอ้เวร โทรไปทำไมไม่รับครับ

K: -_-

K: รอมึงอ่านคงชาติหน้า งั้นกูบอกเลยแล้วกันนะครับอ่านแล้วตอบกูด้วยนะสาส

K: ภารกิจพิเศษที่กูให้มึงไป สรุปผลได้แล้วนะครับผมอีกไม่กี่วันจะปิดเทอมแล้วเพราะฉะนั้นพวกเราต้องการผล ไม่อย่างนั้นยุบคิงทิ้งนะครับ กูให้เวลามึงอีก 3 วันก่อนสอบ ทำให้เด็กนั้นรักมึงให้ได้โดยมีข้อแม้ว่ามึงจะต้องไม่รู้สึกอะไรเข้าใจนะ

 

                ภารกิจพิเศษอะไร ทำไมผมไม่รูเรื่องหว่าแล้วนี่ผมต้องตอบไหม?

 

K : อ่านแล้วไม่ตอบ พ่อยุบคิงเลยนี่!

KingMark : ทราบครับ

                ไอ้บ้าตกใจหมด ว่าแต่แกเป็นใครครับอำนาจเหลือล้นจริงนะจะยุบคิงว่าแต่ภารกิจอะไรวะ แอบอ่านหน่อยคงไม่เป็นไรมั้งพี่มาร์คก็ยังไม่มา ว่าแล้วผมก็เลื่อนอ่านไปเรื่อยท่าทางสองคนนี้จะรู้จักกันมานานแล้วนะ แต่ที่คุยกันทำไมมีแต่เรื่องงานกับภารกิจละเนี่ย แถมยังสั่งอย่าเผลอใจอ่า มีชื่อผมในบทสนทนาด้วยแต่ทำไม ผมกลับไม่ดีใจกับข้อความที่เห็นเลยล่ะ ซ้ำยังรู้สึกโง่ยิ่งกว่าควายซะอีก

MARK ::

                ในที่สุดผมก็เลือกเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนได้ซะที หลังจากรื้อเสื้อผ้าออกมากองอย่างกับพวกผู้หญิงแล้วบอกไม่มีอะไรจะใส่ แต่ใช่ว่าผมไม่ได้ยินเสียงแบมแบมเรียกนะ ผมได้ยินแต่ลีลาสงสัยมันคงคิดถึงผม อิอิ

 

                “มาแล้ว มึงจะตะโกนทำไม” ผมเดินอาดๆลงจากบันใด ทำหน้าเบื่อหน่ายนิดๆกะจะแกล้งเจ้าตัวเล็ก แต่แบมแบมกลับมองผมด้วยหางตา มือเล็กกำบางอย่างแน่นบางอย่างที่เหมือนกับไอโฟนของผม

 

                “มิชชั่นคอมพลีต”

 

เพร้ง!!

 

แบมแบมปล่อยไอโฟนผมร่วงลงกับพื้น เขาหันกลับมามองหน้าผมตอนนี้นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลอาบแก้ม ผมมองซากไอโฟนที่แน่นิ่งอยู่บนพื้น ใจผมสั่นรัวราวกับสัตว์ป่าที่หาทางหนีออกจากกำดักของนายพราน ผิดกันตรงที่กับดักที่ผมกำลังดิ้นหนีอยู่นี้มันเป็นกำดักที่ผมสร้างขึ้นมาเองกับมือ ขอเถอะพระเจ้าอย่าให้มันเป็นแบบที่ผมคิดเลย ผมไม่พร้อมที่จะเสียเด็กคนนี้ไป

 

“มิชชั่นคอมพลีต! ในที่สุดมึงก็ถูพื้นเสร็จสินะ โอ๋ๆแค่ถูพื้นนี่ถึงกับร้องไห้เลยหรอ”  ผมแกล้งแย่แบมแบมเล่นเผื่อว่าช่วยลดความตึงเครียดบ้าๆนี่ได้

 

                “แค่นี้ถึงกับต้องโยนไอโฟนกูทิ้งเลยรึไง กูไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย”

               

                “ตลกหรอ!” แล้วพระเจ้าก็ไม่เข้าข้างคนอย่างผม จู่ๆแบมแบมก็ตะโกนใส่หน้าผมน้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มไหลอาบแก้มนวน

 

                “แบม”  ผมเอ่ยชื่ออีกคนเสียงแผ่ว แต่ผมจะไม่ยอมให้ทุกอย่างมันพังตอนนี้หรอก

 

                “ตอบมาสิ ที่ทำนี่มันตลกมากหรอครับ!

 

                “ตลกอะไร แค่พวกกูเล่นน้ำเนี่ยนะจะโวยวายทำไมมากอดๆ” ผมดึงร่างเล็กมากอดแน่น ผมไม่อยากเห็นผมไม่อยากรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น

 

                “ปล่อยผมนะไอ้พี่มาร์ค….ปล่อย”

 

เพี๊ยะ 

               

                แบมแบมตบหน้าผมเต็มแรงแล้วผลักผมออกอย่างรังเกียจ

 

                “ไอ้คนเลว ไอ้ขี้แถ เห็นความรู้สึกคนอื่นเป็นของเล่นหรอวะ!...........

 

                “พี่เห็นความรู้สึกที่ผมมีให้เป็นแค่ของเล่น แค่สิ่งของแลกเปลี่ยนเพื่อให้ไอ้คิงงี่เง่านี่ใช่ไหม….

 

                “แม่มเอ้ย กูเกลียดมึง!

 

                ผมได้แต่เงียบ มองตามหลังของผู้ชายที่ผมทำร้ายเขาห่างออกไปเรื่อยๆ ห่างออกไป ห่างจนผมคว้าเขาไว้ไม่ได้ ไม่มันต้องไม่จบแบบนี้ผมต้องอธิบาย ผมวิ่งตามแบมแบมออกไปจนถึงห้องโถง เขากำลังจะเลี้ยวขึ้นบันใดกลับห้องผมวิ่งไปดักหน้าเขาก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้พูด

 

                “แบมฟังพี่ก่อนพี่อธิบายได้”

 

                “หลบไปกูไม่อยากคุยกับมึง”  แบมพูดหยาบใส่ผมทั้งที่ไม่เคย ก็แน่ล่ะผมทำเขาไว้ขนาดนั้นนิ่

 

                “แบมพี่ขอโทษ มันเป็นภารกิจเพื่อพวกเราทุกคนนะพี่ทำเพื่อให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน”

 

                “หรอ เหอะ พี่ทำเพื่อตัวเองอย่าเอาคนอื่นมาอ้าง แล้วอย่าเอาผมไปอ้างด้วย!

 

 ผมพูดไม่ออก ผมจุกและชาไปทั่วหัวใจ ที่ตอนนี้มันเริ่มเต้นช้าลงเรื่อยๆ สิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริง ใช่! ผมทำเพื่อตัวเอง แต่ตอนนี้ผมทำเพื่อให้ได้อยู่กับเขาจริงๆ ผมแพ้แล้วผมรักแบมแบม

 

                “พี่ไม่ได้อ้าง! พี่ยอมรับว่าที่ดึงนายเข้ามาในกลุ่มคิงนี่ก็เพราะคำสั่ง แล้วพี่ก็ยอมรับว่าพี่ทำภารกิจพิเศษนั้นเพราะพี่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดแบบนี้ พี่ไม่คิดว่านายจะชอบพี่แล้วพี่ก็ชะ….” 

 

ผมไม่กล้าพูดคำนั้นออกไป ผมไม่กล้าบอกว่าชอบคนที่ผมเพิ่งทำลายไป โธ่เว้ยนี่มันเห้อะไรวะ!

 

                “พี่ก็อะไร อ่อก็แค่คนเห็นแก่ตัว”  ยิ่งกว่าโดนหนามทุเรียนตบหน้า แบมแบมจะผลักผมพ้นทางแต่ผมคว้าข้อมือเล็กก่อนที่เขาจะหนีผมไปอีก

 

                “แบมเดี๋ยว”

 

                “ปล่อยผมนะ”

 

                “ไม่ จนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง”

 

                “ผมบอกให้ปล่อยไง”

 

                “ไม่!” 

 

เราสองคนยื้อกันอยู่ตรงบันได แบมพยายามหนี ผมพยายามรั้งไม่มีใครยอมใคร

 

                “โธ่เว่ย มึงจะดื้อไปไหนวะ” ผมกระชากแบมเข้าหาตัวแล้วกดจูบอย่างหนักหน่วง มือเล็กนั่นพยายามผลักไสผม ทั้งจิกทั้งตี แต่ผมไม่ปล่อยหรอกนะ ผมดันตัวอีกคนติดราวบันใดแล้วรุกจูบให้ร้อนขึ้นเพื่อให้อีกคนยอม ผมยอมเลวเพื่อให้ได้อยู่กับแบมแบม เพื่อเขาผมยอมทำทุกอย่างแม้กระทั้งต้องทำร้ายเขาอีกครั้งก็ตาม

 

BAMBAM ::

รังเกียจ ผมรังเกียจทุกการกระทำที่ผู้ชายคนนี้กำลังทำกับผม เขาโกหกผม หลอกให้ผมตายใจ หักหลังผม แล้วยังทำแบบนี้กับผมอีก เขากล้าดียังไงมาจูบผมไอ้คนสารเลว!

                พี่มาร์คใช้กำลังดันผมติดกับบันไดจนผมขยับหนีไม่ได้ ผมจะทำยังไงดีผมเจ็บผมทรมาน ผมรังเกียจเขาแม้ผมจะรักเขาก็ตาม แต่ตอนนี้ผมเกลียดผู้ชายคนนี้

 

                “ปล่อยผมนะ”

 

ผมชิงพูดทันทีที่เขาปล่อยให้ผมได้หายใจ  พี่มาร์คไม่พูดอะไรนอกจากฉกริมฝีปากร้ายนั้นลงบนปากผม ลิ้นร้อนนั่นคลอเคลียอยู่บนริมฝีปากผมรอเวลาให้ผมเปิดปากแล้วอรสรพิษนั่นก็จะเข้าไปฉกฉวยเอาเข้มแข็งอันน้อยนิดของผมไป ผมต้องหนี ผมคิดได้แค่นั้นผมดิ้นจนสุดแรงที่มีแต่ผู้ชายตรงหน้าแข็งแรงกว่าผม พี่มาร์คลากผมเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า พวกนั้นไปไหนคนอื่นหายไปไหน พี่มาร์คเหวี่ยงผมลงบนโซฟา ผมรีบโดดหนีแต่เขาก็เข้ามาคว้าตัวผมไว้แล้วกดผมลงบนโซฟาแน่น

 

“เมื่อกี้นายเก่งกว่านี้นิ่แบมนายหนีฉันได้นี่”

 

สายตาที่พี่มาร์คมองมาที่ผมมันช่างหน้ากลัว เขากำลังจะกลายเป็นปีศาจร้าย ไม่สินี่คือธาตุแท้ของเขาต่างหากล่ะ

 

“ไอ้เลว ปล่อยนะเว้ย”

 

“หึ ฉันไม่โง่ปล่อยนายไปหรอกนะ มิชชั่นคอมพลีต นายต้องอยู่กับฉันตลอดไป”

 

ผมพูดไม่ออก “มิชชั่นคอมพลีต” ไอ้เลว พี่มาร์คเริ่มจูบผมอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนเขาบดขยี้ริมฝีปากผมอย่างพอใจ ก่อนขบมันจนเป็นแผล

 

“อ๊ะ อื้ออ”

 

ในเมื่อผมไม่ยอมเปิดปากพี่มาร์คจึงบีบแก้มถึงจะไม่แรงมาก แต่นั้นก็ทำให้ผมเจ็บจนยอมเปิดปากเขาแสยะยิ้มอย่างพอใจก่อนก้มลงประกบปากอีกครั้ง ผมทำได้แค่ผลักไสให้ออกจากตัวด้วยสองมือที่อ่อนแรง พี่มาร์คยังคงรุกไล่ผมเขาควานลิ้นทั่วโพรงปากผมอ้อยอิ่งเพื่อลิ้มรสหวานให้เต็มที่ มือใหญ่เริ่มสอดเข้าไปลูบไล้ส่วนต่างๆของร่างกายผม พี่มาร์คถอนจูบแล้วฝังหน้าลงตรงซอกคอของผม

 

“อ๊ะ ทำอะไรของพี่วะ”

 

“ตีตรา”

 

พี่มาร์คระดมจูบทำรอยที่คอของผม มือหน้ากระชากเสื้อผมออกในครั้งเดียว ผมกลัวใครก็ได้ช่วยผมที พวกเขาหายไปไหนผม ผมรังเกียจตัวเอง ผมเกลียดพี่มาร์ค

 

“แบมแบมนายเป็นของฉัน มิชชั่นคอมพลีต”

 

เพร้ง!!

 “โอ๊ยยย”

 

 “ไอ้ระยำเอ้ย มึงกล้าดียังไงถึงทำกับหัวใจกูแบบนี้”

 

เศษขวดไวน์กระจายเต็มพรม สีแดงของไวน์ผสมกับเลือดของพี่มาร์คไหลย้อมไปทั่วพรมสีงาช้างจนแดงฉาน ร่างของพี่มาร์คนอนกุมหัวตัวอยู่บนพื้นเหนือร่างของเขาคือยูคยอม ในมือเขาถือขวดไวน์ไว้แน่นนั่นคงเป็นสาเหตุที่ขวดแตกเขาเอามันฟาดหัวพี่มาร์ค

 

“แบมแบมเป็นอะไรไหม”

 

ยูควิ่งเข้ามาหาผมบอกตรงๆผมโคตรอุ่นใจเลยที่เห็นมันอยู่นี่ ผมสบายใจที่มันกอดผมอยู่ตรงนี่ผมปลอดภัยแล้วใช่ไหม

 

“อย่าร้องไห้ กูมาแล้วกูจะไม่ปล่อยให้หมาที่ไหนทำร้ายมึงอีก”

 

ผมพยักหน้ารับอย่างอ่อนล้า ตอนนี้พวกคิงที่หมดอยู่พร้อมหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง แม้กระทั่งคิงรุ่นก่อนยังมานี่มันคงถึงจุดแตกหักแล้วสินะ

 

“เกิดเหี้-ยอะไรขึ้นวะ”

 

“มาร์ค!

 

พี่ยองแจรีบเข้าไปดูอาการพี่มาร์ค หัวเขาแตกน่าจะลึกมากเลือดไหลไม่ยอมหยุดเลย

 

“ยูคมึงทำเกินไปไหมวะเกิดมันตายขึ้นมาทำไง”

 

พี่จูเนียร์ตวาดยูค ในใจผมก็ประทวงแบบเดียวกับพี่เนียร์แต่สมองผมกลับบอกว่าสมควร บัดซบเอ้ย

 

“ไอ้คนเลวๆแบบนี้ตายไปก็ดี!” ยูคตวาดลั่นบ้าน

 

“เรียกรถพยาบาลมารับไอ้ห่Aนี่ไป ส่วนพวกรุ่นพี่เรามีเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งคิงต้องคุยกัน

 

“ยูคยอม พาแบมไปเก็บกระเป๋าแล้วแจ็คสันกับเนียร์ พวกมึงพาน้องออกไปจากที่นี่ และจากมันซะ”

 

พี่เจบีสั่งเสียงเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขาเดินออกจากห้องโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าพี่มาร์ค

 

“ไอ้มาร์คมึงจะทำอะไรวะ”

 

พี่แจ็คสันคว้าตัวเขาไว้ก่อนที่เขาจะล้มหัวฟาดพื้น

 

                “ไปไหน มึงจะพาแบมไปไหนไอ้เจบี!

 

พี่มาร์คเดินเซไปหาพี่เจบี เขาใช้แรงที่เหลืออยู่กระชากคอเสื้อคิงประจำโรงเรียน พี่เจบีมองหน้าเขาด้วยความเฉยชา

 

                “กูถามว่าจะพาคนของกูไปไหน!

 

เขาตะคอกใส่หน้าพี่เจบี ด้วยคำพูดที่แสนน่ารังเกียจที่สุดในชีวิตที่ผมได้ยิน ผมเป็นของเขางั้นหรอ

 

                “ ผมไม่ใช่ของพี่ พอทีพี่มาร์คจบแค่นี้ผมเจ็บพอแล้ว”

 

ผมเห็นประกายความเจ็บปวดจากดวงตาคู่นั้น ใช่พี่มาร์คกำลังเจ็บและผมจะทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่านี้ เจ็บกว่าที่ผมเป็น ผมคว้าแขนยูคเป็นเชิงบอกให้เขาพาผมออกไปจากที่นี่ซึ่งดูเหมือนว่านั่นจะเป็นสิ่งที่หมอนั่นต้องการเหมือนกัน

 

                “ไปกัน กูจะพามึงไปจากที่โสมมนี่”

 

                “ไม่ กูไม่ให้ไป!

 

พี่มาร์คพุ่งเข้ามาหาผม สองมือชุ่มเลือดพยายามไขว่ขว้าผมที่กำลังเดินห่างออกไป

 

                “ปล่อยกู ปล่อยกู!

 

 พอเถอะพี่มาร์คยิ่งพี่ทำแบบนี้ผมยิ่งเจ็บ พอเถอะครับ

 

                “ฮือออออ”

 

ผมทรุดลงกับพื้นทันทีแล้วร้องไห้ที่ลับตาพี่มาร์ค ผมเจ็บผมไม่อยากเห็นเขาเจ็บปวดแม้สิ่งที่เขาทำมันจะทำให้ผมเสียใจแค่ไหน แต่ผมก็ห่วงเขาผมรักเขา

 

                “แบมแบม เราต้องไปเก็บของนะ”

 

ผมอยากไปอย่างที่ยูคบอกแต่ผมลุกไม่ไหว ผมล้าผมเหนื่อย

 

                “แบม พวกมึงปล่อยกูสิวะ แบม แบม พี่ขอโทษ”

 

เสียงพี่มาร์คยังคงดังก้องทั่วบ้าน เขายิ่งตะโกน ยิ่งเรียกหาผมเท่าไรผมยิ่งทรมาน

 

                “อย่าพยายามมาหาผมอีกเลย อย่าทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้”

 

                “แบม….

 

ผมเงยหน้ายิ้มให้ยูคทั้งน้ำตา ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้วแม้ว่าผมจะเจ็บแต่ผมก็ต้องทน

 

                “ไปกัน”

 

                ในวันนั้น เสียงรถพยาบาลดังก้องไปทั่วเนินเขาที่ถูกฉาบด้วยหิมะ ร่างของมาร์คถูกมัดไว้กับเปลสนามเขานอนนิ่งอยู่บนรถพยาบาล แต่เขานั้นยังเรียกหาเพียงคนเดียวที่เขารักและเสียใจมากที่สุดยองแจมองดูเพื่อนของตัวเองอย่างปวดใจ แต่ใครละจะช่วยได้มาร์คทำตัวเอง

                เจบี นั่งอยู่ในห้องประชุมกับคิงรุ่นก่อน เขายื่นเอกสารบางอย่างให้กับแทคยอนซึ่งมันทำให้คิงรุ่นก่อนหัวเสียมาก

 

                “ลาออกจากคิงงั้นหรอ นายคิดบ้าอะไรวะ”

 

แทคยอนโวยวายลั่น

 

                “พวกเราไม่สามารถเป็นคิงด้วยวิธีการที่ทุเรศแบบนี้หรอกนะครับ พวกเรามีศักดิ์ศรีพอ และอีกอย่างพวกเราคงหน้าด้านเป็นคิงต่อไปไม่ได้เพราะไอ้ตำแหน่งเวรนี่แลกมาด้วยความเจ็บปวดของน้อง และเพื่อนผม”

 

เจบีทอดสายตาเย็นชามองคิงรุ่นพี่ พวกเขากำลังคิดหนักและหัวเสียกับเรื่องนี้

 

                “นายก็รู้ว่าธรรมเนียมเราคืออะไร มาร์คแค่ทำตามธรรมเนียมทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ยกเลิกเรื่องลาออกซะเจบี”

 

มินจุน จ้องหน้ารุ่นน้องอย่างเอาเรื่องเขาต้องการให้เจบียกเลิกคำขอซะ

 

                “ผมยืนยันคำเดิม ถ้าทำตามธรรมเนียมของรุ่นพี่แล้วผลที่ได้คือความเจ็บปวดของใครหลายคนผมขอยุบคิงทิ้งดีกว่า”

 

เจบียืนกรานหนักแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่ามินจุนจะขู่เขาด้วยสายตาและท่าทางอย่างไรก็ไม่อาจจะหยุดเขาได้

 

                “พี่อนุมัติ เพราะภารกิจหรือมิชชั่นเฮงซวยนี่พี่ไม่ได้สนับสนนให้มันมีแต่แรก”

 

                “นิชคุณ!” มินจุนตะคอกเพื่อน

 

                “น้องผม ผมก็รักนะครับแล้วอย่าว่าผมเอาดีเข้าตัวนะ เพราะมิชชั่นนี้พวกผมก็เพิ่งรู้เรื่องเพราะฉนั้นเรื่องทุกอย่างนายจัดการแก้เองแล้วกันนะ”

 

พูดจบนิชคุณก็เดินออกจากห้อง ตามด้วยคนที่เหลือ

 

                “พวกนายมันไม่ได้เรื่อง”

 

มินจุนทิ้งท้ายด้วยความไม่พอใจ แต่เจบีไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เขาห่วงแค่เพื่อนรักงี่เง่ากับน้องชายอย่างแบมแบมเท่านั้น

 

                “นายจะไปจริงๆหรอ”

 

แจ็คสันโอดครวญ เขากอดแบมแบมตั้งแต่ออกจากบ้านคิงจนถึงสนามบิน

 

                “ผมต้องไปครับ ผมไม่อยากอยู่แต่ผมจะคิดถึงพี่นะ”

 

แบมแบมพยายามปลอบพี่ชายมาเฟียที่ไม่เคยจะห่วงภาพพจน์ตัวเอง

 

                “จริงๆนะเว้ย”

 

                “ครับเฮีย”

 

แบมแบมยิ้มให้แจ็คสัน ก่อนหันไปกอดเนียร์ที่ยืนอยู่ข้างๆกัน

 

                “ผมขอบคุณพี่มากนะที่ดูแลผมมาโดยตลอด”

 

                “คิดมาก นายก็เหมือนน้องฉัน” เนียร์คลายกอดแบมก่อนจะลูบหัวอย่างเอ็นดู

 

                “จงจำแต่สิ่งดีๆที่มีร่วมกัน มันจะทำให้เรามีความสุขกว่านะ”

 

แบมแบมเข้าใจดีว่าเขาต้องการสื่ออะไร แต่บางครั้งสิ่งนั้นมันก็อยากที่จะทำ

 

                “แบมแบม”

 

                “หือว่าไง”

 

ยูคยอมกอดแบมแบมแน่น เขารู้ว่าแบมไม่เคยมองเขาในแบบที่เขามองแบมแต่อย่างน้อยให้เขาได้บอกความในใจไปก็ยังดี

 

                “แบมกูมีอะไรจะบอก”

 

แบมแบมพยักหน้ารอฟัง แต่ยูคกลับเอาหูฟังครอบหูเขาแล้วเปิดเพลงเสียงดังก่อนก้มลงไปกระซิบบางคำที่ฝังลึกอยู่ในใจเขามานานแสนนาน แต่หากว่าเขาไม่อยากให้อีกคนรับรู้เขาขอให้รักมันอยู่แบบนี้แม้มันจะเจ็บ แต่ก็ดีกว่าเสียแบมไป

 

                “ทำบ้าอะไรของมึงวะ ไปล่ะเดี๋ยวตกเครื่อง”

 

แบมแบมลาทุกคนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันลังจากอดีตงี่เง่า รวมถึงความรักงี่เง่านี่ด้วยแต่ถึงมันจะงี่เง่าเขาก็ยังอยากจะมีมัน อยากมีความรักที่ดีกว่านี้

 

                “เปลี่ยนตัวเองแล้วตามมาหาผมแล้วกันนะพี่มาร์ค”

 

 

ดาดฟ้าโรงพยาบาล

 

                ชายร่างสูงมองดูเครื่องบินที่ผ่านหน้าเขาไป เครื่องที่เอาหัวใจของเขาจากไปด้วยเขามองดูมันเงียบๆจนมันหายลับตาไป น้ำตาที่เขาเก็บไว้ก็ไหลออกมา

 

                “นายจะรอพี่ใช่ไหม

 

                “พี่จะไปหานาย…..พี่รักนาย”

 

 

                                                                       *********END*******

 

 

 

 

 

Writer Talk

             จบแล้วค่ะ ขอโทษนะที่ต้องตัดจบแบบนี้ไรท์ไม่มีเวลาเขียนเลยต้องขอโทษรีดด้วยนะคะ


สุดท้ายไรท์ขอบคุณรีดทุกคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันนะคะ




ประกาศ เนื่องจากไรท์จบไว้แบบเห้มาก ฉะนั้นไรท์จะต่อใครเอนดิ้งนะคะ แต่จะเปิดเป็นเรื่องใหม่แทน รอหน่อยเด้องานเยอะหลาย





 



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

149 ความคิดเห็น

  1. #148 Ze_fern (@Bk_sakila) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 20:40
    ไรท์ทำไมทำงี้อะ เอาให้เเฮปปี้เอนดิ้งหน่อยไม่ได้หรอ
    #148
    0
  2. #147 annar_junior (@annar_junior) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 20:57
    ห้ะ!!-0-
    #147
    0