Fic GOT7 [Love Suppose] สมมุตินะครับว่าผมรักคุณ

ตอนที่ 2 : Love Suppose :: Chapter 1 แรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 พ.ค. 57

เครดิตธีม :: ◊ SQWEEZ



Chapter 1 ::  แรกพบ








Tiny Hand Pink Bow Tie



นายจะชดใช้ยังไงห๊ะ!!!” 

 

เออ...คือ ผมขอโทษครับ

 

แค่ขอโทษแล้วเสื้อพี่มันหายเลอะไหมครับน้อง

 

                นั้น คือบทสนทนาระหว่างชายหนุ่ม 2 คน ที่กำลังถกเถียงกันอยู่กลางห้างหรูชั้นนำของประเทศ จะเรียกว่าถกเถียงก็ไม่เชิง ในเมื่อมีแต่ฝ่ายผู้เสียหายที่ตะคอกร่างเล็กอยู่ปาวๆ

 

 

30 นาทีต่อมา

 

BamBam ::
 

                ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในบ้านของคนแปลกหน้าครับ แปลกหน้าจริงๆ!!!  สงสัยกันใช่ไหมล่ะครับว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง??  นั้นผมจะอธิบายคร่าวๆให้ฟังแต่ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนละกัน

สวัสดีครับผมชื่อแบมแบม ผมเป็นเด็กไทยตัวเล็กๆคนนึงที่ได้มาเรียนต่อไฮสคูลสุดหรูในแดนกิมจิ

อาทิตย์หน้าจะเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของผม วันนี้ผมเลยต้องไปติดต่อเรื่องหอพักที่โรงเรียนเหตุมันเกิดหลังจากนี้แหละครับ

 

ยูคคคคค  ไหนๆก็ติดต่ออะไรเสร็จหมดแล้วไปเดินเล่นห้างกันไหม  ร่างเล็กสะกิดไหล่คนตัวใหญ่ตรงหน้าพร้อมกับทำหน้าอ้อนๆ ต้องนิดนึงอะครับแบบว่าอยากเที่ยว

 

แบมแบม นายยังไม่ได้เก็บของเตรียมย้ายหอเลยนะ  ร่าง สูงมองคนตรงหน้าอย่างเอือมๆ ไม่ใช่ว่าเค้าไม่อยากพาไปหรอกนะ แต่วันนี้เค้าไม่ว่างเพราะดันนัดกับรุ่นพี่เอาไว้แล้ว จะยกเลิกนัดไม่ไปตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้วด้วยเพราะงั้น อด!!

 

แต่!!”  ร่างเล็กสะบัดหน้าเตรียมจะเถียงต่อแต่ก็เป็นอันต้องชะงักไปเมื่อร่างสูงตรงหน้าดันพูดขัดเขาขึ้นมาเสียก่อน

 

ไม่มีแต่  กลับบ้านไปเตรียมตัวย้ายเข้าหอเดี๋ยวนี้เลย วันนี้ผมคงกลับดึกนะมีนัดกับรุ่นพี่

ว่าจบร่างสูงก็จัด แจงฉวยข้าวของในมือของอีกคนโยนใส่ท้ายรถแล้วดันคนตัวเล็กให้เข้าไปนั่งรอ ด้านในอย่างสบายๆ  อย่างแบมหรอครับจะขัดยูคยอมคนนี้ได้ ตัวก็เล็กอย่างกับลูกหมายังจะฤทธิ์เยอะอีก

 

สงสัย ใช้ไหมครับว่าผมกับแบมแบมเป็นอะไรกัน รู้จักกันได้ยังไง?  นั้นผมบอกให้ก็ได้ครับเพราะคนหล่อมักใจดี(?)  จริงๆแล้วผมกับแบมไม่ได้รู้จักกันมาก่อนหรอกนะครับ เพียงแต่แม่ของแบมเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของทางครอบครัวผม พอดีงานอดิเรกของแม่แบมคือสะสมเครื่องประดับ เพชรพลอยอัญมณีน่ะ  ก็อย่างว่าล่ะครับคนมันรวยแล้วพวกของสวยๆงามๆก็มักจะซื้อใจผู้หญิงได้ไม่ ยากซะด้วย กลับมาเข้าเรื่องแบมกันเถอะครับรู้สึกจะชักแม่น้ำมาทั้งเกาหลีละ

 

พอ แม่ผมรู้ว่าแบมจะมาเรียนที่เกาหลีก็เลยไปสัญญากับคุณแม่ของแบมซะดิบดีว่าจะ ดูแลลูกเขาให้อย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรอย่าได้ดอมดม ประหนึ่งแบมเป็นลูกอีกคนของครอบครัว ความลำบากก็เลยต้องมาตกกับผมไงครับ  บอกตามตรงว่าครั้งแรกที่รู้ผมโวยวายบ้านแทบแตก จะให้คนแบบผมเนี่ยนะครับมาดูแลลูกชาวบ้านเขา สู้ผมเอาเวลาไปคั่วสาวยังจะดีกว่า!!! 

 แต่ความคิดผมก็เปลี่ยนไปครับหลังจากที่เจอเจ้าตัวเล็กที่นั่งหลับอยู่ข้างๆผมเป็นครั้งแรก.....

 

 

BamBam ::

               

อาบ น้ำก็แล้ว กินข้าวก็แล้ว จัดกระเป๋าก็แล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่ายูคยอมจะกลับบ้าน นี่ไปธุระกับรุ่นพี่หรือซ้อมหนีออกจากบ้านครับไปนานขนาดนี้ แบมแบมเซง   =____________= !!

 

บ้าน ก็หลังเบ้อเริ่มแต่ไม่มีใครอยู่ซักคน จะว่าไม่มีใครอยู่ก็คงไม่ถูกนัก เอาจริงๆก็คนเต็มบ้านครับ แม่บ้าน คนสวน ลุงคนขับรถ บลาๆๆ แต่ผมไม่รู้จักพวกเขาเท่าไหร่นิครับ ผมเพิ่งมาอยู่บ้านยูคได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลยที่คุยบ่อยๆก็มีแต่ยูค ส่วนพ่อแม่ยูคเขาก็ไปทำงานต่างประเทศเดือนนึงจะกลับมาบ้านแค่ไม่กี่วัน

นี่ผมก็นั่งจนเหน็บจะกินตะหรูดอยู่ล่ะ ลาก่อนคิมยูคยอมแบมแบมจะไม่ทน

 

คุณหนูแบมจะไปไหนคะ

 

ว่าจะออกไปเดินเล่นที่ห้างสักหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”   ผมตัดสินใจแล้วครับในเมื่อยูคไปเที่ยวได้ผมก็จะไปเปิดหูเปิดตาบ้างเหมือนกัน   ไอ-ด๊อน-แคร์   หึ!!

 

ให้รถไปส่งดีกว่าไหมคะคุณหนู ป้ากลัวคุณหนูหลงทาง

 

ไม่เป็นไรครับป้า แบมมาเที่ยวเกาหลีบ่อยจนจะเป็นบ้านหลังที่ 2 ของแบมแล้วล่ะครับหายห่วง  พูด จบก็หันไปส่งยิ้มแบมแบมแอทแทคใส่คุณป้าแม่บ้านหนึ่งที  แล้วอาศัยช่วงชุลมุนรีบเดินออกจากบ้านเพราะขี้เกียจรอตอบคำถามของคุณป้าต่อ

 

                ไม่ถึง 20 นาที ผมก็มาถึงห้างหรูใจกลางเมืองแล้วล่ะครับ ถามว่าผมมาได้ยังไง?  ผมนั่งแท็กซี่มาสิครับไม่ต้องลำบากคุณลุงคนขับรถด้วย หล่อแถมฉลาดคุณค่าที่พวกคุณคู่ควรเลยนะครับ สนใจรับแบมแบมกลับบ้านสักที่ไหม?  ^^

 

คือ บ้านยูคอยู่ค่อนข้างจะใกล้ห้างมากๆ ประมาณว่าคนมันรวยช่วยไม่ได้  บ้านหรือผมควรจะเลือกว่าคฤหาสน์ดี???  เอาเป็นว่าบ้านของยูคอยู่ในทำเลที่ถ้าไม่มีอันจะกินจริงๆไม่มีทางซื้อที่ ปลูกบ้านหลังใหญ่มหึมาแบบนี้ได้หรอกครับ  เพราะทำเลแถวนี้น่ะมันแพงมหาศาลเลยทีเดียว  แต่เราจะมัวเสียเวลาอยู่ใยไปเที่ยวกันดีกว่า!!! *0*~

 

จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้จะมาซื้ออะไรหรอกนะครับ แค่ผมเบื่อเลยอยากออกมาเดินเล่นนอกบ้านก็แค่นั้น อิ_____อิ

เดินวนไปวนมาก็ชักจะเหนื่อยๆ ขาแบมแบมน้อยเริ่มจะเปลี้ยเลยต้องแวะสั่งไอศกรีมรองท้องที่เริ่มร้องประท้วงผมซะหน่อย

 

แล้วความซวยมันก็เกิดหลังจากนี้แหละครับ....

 

 

โครม!! 

 

 

ไม่ใช่เสียงรถที่ไหนชนกันหรอกครับ แต่เป็นเสียงผมที่ชนเข้ากับรถบรรทุก(?)  เอ้ย!!คนตัวสูงตรงหน้าต่างหากล่ะ ซะ...ซวยแล้วไอแบม ชนไม่พอดันไปทำไอศกรีมเลอะพี่เขาซะนี่

 

นายจะชดใช้ยังไงห๊ะ!!!”   ร่างสูงตรงหน้าเริ่มโวยวายเสียงดังหลังจากที่ผมหันหลังมาชนเค้าเข้าอย่างจัง  ง่า... อย่าดุสิเขาไม่ได้ตั้งใจ TT

 

เออ...คือ ผมขอโทษครับ”   รีบก้มหัวขอโทษขอโพยพี่เค้าด้วยความตกใจ  ก็เล่นทำเสื้อพี่เค้าเลอะซะขนาดนั้น แง๊

 

แค่ขอโทษแล้วเสื้อพี่มันหายเลอะไหมครับน้อง” 

 

“…………เดี๋ยวผมเอาไปซักให้ก็ได้ครับ”   ผมเริ่มพูดในสี่งที่ผมคิดว่าดีที่สุดในสถานการณ์คับขันแบบนี้ หรือมันมีอะไรที่ดีกว่านี้อีกครับ(?)แบมแบมคิดไม่ออก

 

แล้วจะให้พี่เดินแก้ผ้ารอบห้างไปหรือไงครับน้อง

 

ดะ...เดี๋ยวผมพาพี่ไปซื้อเสื้อใหม่ตอนนี้เลยก็ได้ครับ

 

แล้วน้องคิดว่าพี่จะเดินตัวเลอะๆแบบนี้ไปซื้อเสื้อผ้ากับน้องหรือไงครับ?

 

แล้วพี่จะให้ผมทำยังไงครับ!!!”   เริ่มขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้ากลับไปบ้าง ชักโมโหร่างสูงที่ไม่รู้จะเอายังไงกับผมกันแน่  โว๊ะ!!!

 

กลับบ้าน”   ร่างสูงเอ่ยออกมาเรียบๆ  เรียบมากๆ ????????

 

ห๊ะ!!????” 

 

พี่บอกว่า พี่-จะ-กลับ-บ้าน-ครับ!!!”  พูดที่ละคำช้าๆ ชัดๆ เน้นๆ

 

คือพี่จะไม่เอาเรื่องผมแล้ว?”  ผมถามคนตรงหน้าอย่าง งงๆตอนแรกก็โวยวายมาซะเยอะแยะ อยู่ดีๆบอกจะกลับบ้านซะงั้นอ่ะ เอาไงครับพ่อคู๊ณณณ

 

 

เปล่า

 

(????)

 

พี่จะกลับบ้าน แล้วนายก็ต้องกลับไปกับพี่ด้วย!!!”

 

 ร่างสูงตรงหน้ายกนิ้วขึ้นมาชี้ตัวเองแล้วก็กลับมาชี้ผมเหมือนจะบอกให้รู้ว่า มึงอ่ะมาบ้านกูซะ

 

(..............)

 

ครับ!!  แล้วนั่นก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผม เมื่อ 30 นาทีที่แล้ว ส่วนตอนนี้หรอครับผมก็นั่งอยู่กลางห้องรับแขก(?)ที่มีเนื้อที่ราวๆกับสนาม ฟุตบอล  จะบอกผมเวอร์ใช่ไหมครับแต่ก็เว่อร์จริงๆแหละครับ  คือผมแค่อยากจะเปรียบเทียบว่า มัน-ใหญ่-มาก!!!   คนมีเงินทำอะไรก็ไม่ผิดสินะครับ =_________=”

 

ผม นั่งรอเจ้าของบ้านที่ตอนนี้น่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ นั่งจนตูดชา(?)  ผมก็เลยเริ่มมองสำรวจรอบๆบ้านของพี่เค้าแล้วก็ให้ขอสรุปกับตัวเองได้ว่าบ้าน พี่เขาใหญ่มากครับ   ผมกว่าใหญ่พอๆกับบ้านผมที่ไทยเลย อืมมม...ใหญ่กว่าบ้านยูคยอมซะอีก ทำไมคนที่นี่เค้ารวยกันจัง?? 

 

แต่ทุกคนอย่าเพิ่งว่าผมใจง่ายนะ!! ที่ผมมาบ้านคนอื่นแล้วนั่งวิจารณ์บ้านเขาง่ายๆเนี่ยเอาแบบความจริงเลยนะ คือผมโดนพี่เขาฉุดมาครับ ฉุดจริงๆ T.T

พี่ เค้าฉุดกระชากลากถูผมออกจากห้างมา น่าแปลกที่ผมโวยวายแทบตายแต่ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยผมสักคน  จนพี่เขาลากผมขึ้นรถสำเร็จแหละครับผมเลยเลิกโวยวาย เพราะจริงๆพี่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไรหรือสนใจผมเท่าไหร่ ผมก็เลยนั่งเงียบๆจนมาถึงบ้านหลังนี้แหละครับ

 

ไอตัวเล็กมึงชื่ออะไรหรือจะให้กูเรียกตัวเล็กดี ? ”   ร่างสูงที่กำลังเดินมาเอ่ยถามผมที่กำลังนั่งนิ่งไม่ไหวติง(?)

 

แบมแบมครับ

 

ร่างสูงพยักหน้าในเชิงรับรู้แล้วส่งยิ้มออกมา แต่ทำไมผมว่ารอยยิ้มนั้นมันแปลกๆนะ

 

มาร์ค

 

(.....)

 

กูชื่อมาร์ค

               

“อ่า ครับแล้วพี่ลากผมมาที่นี่ทำไมครับ”   ผมถามคู่กรณีของผมที่เพิ่งจะรู้จักชื่อ เขากำลังทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามผมด้วยท่าทีสบายๆ ในขณะที่ผมเกร็งและระเวงจะตายอยู่ตรงหน้าเขา

 

“แบมแบม นายรู้ไหมว่าเสื้อที่นายทำเลอะไปราคาเท่าไร”

 

 แทนที่จะตอบคำถามผม เขากลับย้อนมาถามผมซะงั้น

 

………

 

พี่ มาร์ค ผมขอเรียกแบบนี้แล้วกันไหนๆเขาก็อุตสาห์บอกชื่อมาแล้วเรียกเขาซะหน่อยจะได้ ไม่เสียน้ำใจไม่ได้อยากเรียกแบบสนิทเท่าไหร่จริงๆนะ  พี่มาร์คจ้องหน้าผมอย่างจริงจังก่อนถ่อยคำที่ทำให้สมองผมเบลอไปชั่ววินาที จะลอยมากระแทกหู

 

 

30 ล้านวอน คือราคาเสื้อตัวนั้น”

 

 

………”  ใบ้รับประทานความเอ๋อเข้าครอบงำเด็กชายแบมแบมคนนี้ซะแล้วครับ

 

“ห๊ะ พี่ว่าไงนะ 30 ล้านวอนเลยหรอเสื้อแค่นี้เนี่ยนะ”

 

 ผมถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าหูไม่ได้เพี้ยนไป ก็เสื้ออะไรจะแพงขนาดนั้นจริงปะ!! มันทำมาจากหนังเสือหิมาลัยหรือไงกัน  แต่อีกคนเพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงว่า  

ใช่ ราคาที่มึงได้ยินนั่นล่ะถูกแล้ว  ผมมองใบหน้าหล่อเหลาของชายตรงหน้า ผมสีแดงเพลิง หน้าเรียวใส จมูกโด่งรับกับรูปหน้าเป็นอย่างดี  และส่วนสูงที่พระเจ้าประทานมาให้เขาแต่คงลืมให้ผม พระเจ้าไม่ยุติธรรมจริงๆสินะครับ   เจ้าของนิยามคำว่าเทพบุตรคนนั้นตอนนี้กำลังนั่งยิ้มให้กับท่าทีเหวอๆของ ผม 

 

“แล้ว พี่จะให้ผมทำยังไงครับ ถ้าจะให้จ่ายค่าเสื้อผมก็ยินดีครับ”   ถามพร้อมกับทำหน้าสำนึกผิดเต็มที่ ถ้าเขาจะให้จ่ายเงินค่าเสื้อผมก็ไม่มีปัญหา เพราะบ้านผมเองก็มีอันจะกินในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่รวยอะไรมากหรอกครับ แค่ทำธุรกิจภัตตาคารอาหารไทยซึ่งจัดได้ว่าเป็นอาหารที่คนทั่วโลกต้องได้ลอง กินสักครั้งในชีวิต และมีสาขาเปิดอยู่ทั่วทุกมุมโลกแค่นั้นเอง

 

“หึ  ที่แท้ก็พวกลูกคุณหนูที่แก้ปัญหาด้วยการเอาเงินฟาดหัวคนอื่นนี่เอง”

 

“กูไม่ได้ต้องการเงินของมึงหรอกนะครับน้องแบมแบม ที่กูต้องการเห็นก็คือความจริงใจในการรับผิดชอบของมึงต่างหากล่ะ”

 

 

…….

 

ช็อก!!  ผมทำได้เพียงนั่งเงียบๆฟังคำพูดร้ายกาจที่พ่นออกจากปากคนตรงหน้า ผมแค่เสนอทางออกที่คิดว่าดี(?)  ให้กับเขานะแต่ทำไมกลับกลายเป็นว่าผมเป็นเด็กไม่ดีแบบนั้นล่ะพูดอย่างกับผม จะเอาเงินฟาดหัวพี่เขาอย่างงั้นแหละ คิดแล้วอยากจะร้องไห้ T_T

 

 

 Mark ::

 

ไม่ รู้ผมจะสงสารหรือสมน้ำหน้าเด็กคนนี้ดี ผมไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งน้องเขานะแต่พอเห็นท่าทางเหมือนเด็กของหมอนั่นผมก็อด ไม่ได้ที่จะทำ  ก็มันอยากน่าแกล้งเองนี่หว่าช่วยไม่ได้

 

“ความจริงใจน่ะมึงมีไหมครับ”  ต้องกดดันเพื่อความสนุก เจ้าตัวเล็กตรงข้ามทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทันทีที่ผมกดดัน

 

“แล้ว  แล้วพี่จะให้ผมทำยังไง ฮึก” 

 

 อ้าวเฮ้ยซวยล่ะไอมาร์คน้องมันดันร้องไห้จริงๆซะงั้น!  ผมทำอะไรไม่ถูกเมื่อแบมแบมเริ่มร้องไห้แต่ผมต้องเก๊กนิ่งไว้ก่อนครับเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้  อย่าบอกให้ใครรู้ วู้วว ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร

พ่องงง!!!  ใช่เวลาไหมต้วน อี้เอิ้น

 

“เอา แบบนี้ดีไหม”  พูดเสียงอ่อนลงเล็กน้อยเพื่อไม่ไห้ไอเด็กนี่ร้องไห้ประหนึ่งว่าผมเอาปืนจ่อ มันมันแล้วขู่ว่าเอาความบริสุทธิ์ของเอ็งมาให้ข้าซะ  -_____-“

 

“ครับ แบบไหน?”  

 

ได้ผล เขาหยุดร้องแล้วสนใจกับทางรอดของตัวเองทันที ไม่ต้องรอนานให้มากความผมก็จัดคำตอบไปทันที

 

 

“มึง-มา-เป็น-แฟน-กู ซะ”

 

 

……………………………..”

 

เงียบ สนิท เงียบจนได้ยินเสียงครางต่ำของแอร์ภายในห้อง แบมแบมนิ่งไปแค่แปบเดียว แค่แปบเดียวเท่านั้นเด็กนี่ก็มองผมเหมือนเจอไอ้โรคจิตไล่ปล้ำตอนไปเดินในที่ เปลี่ยว

 

“พี่บ้าไปแล้ว!

 

เด็ก นี่ตะโกนเสียงดังลั่น จนรูปวาดโมนาลิซ่าราคาหลายร้อยล้านวอนที่แขวนอยู่บนผนังห้องเกือบร่วงลงมา แตก มากเกินไปแล้วนะคนอย่างมาร์คต้วนน่ะมีแต่คนมาเสนอตัวให้ไม่ซ้ำหน้า

 ถ้าไม่ติดว่าภารกิจจะไม่สำเร็จนิผมเตะไอเด็กนี่ออกจากบ้านไปแล้วนะครับ คบกับมาร์คต้วนไม่ดีตรงไหน!!!  แต่โวยวายไม่ได้ เย็นไว้มาร์คๆ เด็กมันยังไม่รู้ว่าเอ็งหล่อ รวย และเฟอร์เฟคขนาดไหน หึ!

 

“ไม่!!  ผมไม่มีทางยอมรับข้อเสนอบ้าๆของพี่เด็ดขาด”

 

ไอตัวเล็กปฏิเสธสุดฤทธิ์  แต่แบบนี้ล่ะที่ผมต้องการถ้ายอมง่ายๆมันก็ไม่สนุกสิ ผมอุตส่าห์ลากเด็กนี่มาถึงบ้านแล้วต้องเอาให้คุ้มหน่อย

 

“จะ เป็นยังไงนะถ้าคนที่โรงเรียนมึงรู้ว่ามึงเป็นพวกชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่น ไม่มีความรับผิดชอบ มึงคงไม่อยากเป็นที่สนใจของนักเรียนคนอื่นๆตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนหรอก นะ”  

 

ผมพูดจี้ใจดำคนตรง หน้าอย่างเข้าประเด็น  ผมรู้ดีครับว่าคนตรงหน้าน่ะเกลียดการเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้างเป็นที่สุด หึหึ  เหลือบไปมองกำไลหนังติดแผ่นเหล็กสีเงินบนข้อมือเล็กเด็กโรงเรียน JYP เหมือนกับผมนี่เอง

 

 JYP ไฮสคู ลเป็นโรงเรียนไฮสคูลที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในเกาหลีโรงเรียนนี้มีอาณาเขต กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของเกาะที่เป็นสถานที่ตั้ง ไฮสคูลแห่งนี้เป็นแหล่งรวมลูกผู้ดีมีอันจะกินจากทั่วโลกที่ต้องการความ เฟอร์เฟค ความสบายและการเรียนการสอนที่ดีเลิศ แต่เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้แหละครับถึงทำให้ค่าเทอมของที่นี่แพงกว่าค่าเทอม ของไฮสคูลทั่วไปหลายสิบเท่า

 ทาง เดียวที่คนธรรมดาจะเข้าเรียนได้คุณก็คงต้องเกิดมาเป็นเด็กอัจฉริยะเท่านั้น ล่ะแล้วทางโรงเรียนจะส่งหนังสือไปเชิญให้มาเรียนที่นี่เอง คุณถึงจะมีสิทธิ์เดินเข้ามาเหยียบดินแดนไฮโซที่ชื่อ JYP ไฮสคูล แต่เหนือความแพงนั้นก็คืออภิสิทธิ์ต่างๆที่จะได้จากกำไลหนังที่เป็นสัญลักษณ์แสดงตัวตนของโรงเรียนแห่งนี้

 

โดยกำไลหนังจะมีแผ่นโลหะชั้นดีสลักชื่อสถานศึกษาและชื่อของแต่ละคน โดยจะแบ่งออกเป็นสามสีคือ

-                   สีเงิน              นักเรียนทั่วไป

 

-                   สีทอง             ขั้วอำนาจของโรงเรียนเท่านั้นถึงจะมีได้

 

-                   สี ดำ                                ต้องเป็นขั่วอำนาจผู้ทำภารกิจสำเร็จเท่านั้นถึงจะมีได้  (ไว้ผมจะอธิบายอีกทีเดี๋ยวยาว) ที่แผ่นเหล็กนั้นจะฝังชิปเพื่อแสดงตัวตนของนักเรียนเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ และอื่นๆ เนื่องจากกำไลนี้เป็นลิขสิทธิ์เดียวของทางโรงเรียน แน่นอนว่าไม่มีโรงเรียนไหนจะมีของเท่ห์ๆแบบนี้ไว้ใส่ กำไลหนังนี้จึงกลายเป็นเครื่องแสดงความเหนือกว่า และกลายเป็นเครื่องบ่งบอกว่า บ้านกูรวยนะอีกด้วย (จบซะที)

 

“ว่าไงครับน้องแบมแบม”  ผมยิ้มกวนส่งให้อีกฝ่ายที่เริ่มคิดหนัก ดูจากท่าทางเคร่งเครียดพร้อมกับท่าแทะเล็บนั่นสิ

 

“พี่ขู่ผมหรอ” 

 

คนตัวเล็กค้อนผมวงใหญ่ แต่มีหรอที่ผมจะสนใจ ผมสนแค่คำตอบเท่านั้นล่ะ

 

 

BamBam ::

 

ให้ตายเถอะครับ ไอ้ผู้ชายตรงหน้านี่คิดอะไรอยู่ถึงมาขอผมที่เพิ่งรู้จักกันไม่ทันข้ามวันเป็นแฟน

จะเรียกว่าขอก็ไม่ถูกนี่มันข่มขู่กันชัดๆ!!  แล้วผมจะทำไงยังดีล่ะผมไม่อยากเป็นจุดสนใจของใครนะโดยเฉพาะเรื่องแย่ๆแบบนี้ เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี T_______________T

                ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วตั้งแต่ที่ผมเริ่มตบตีกับความคิดตัวเอง แต่มันคงจะนานจนคนโรคจิตนั่นทวงคำตอบ เปลี่ยนสรรพนามเองเรียบร้อยแต่ใครจะสนล่ะ –w-

 

“ว่าไง….”  

 

ไอร้อยยิ้มกวนๆนี่มันอะไรกันแต่ก็ดูดีไม่เลว  นี่ผมไม่ได้กำลังชมเขานะแค่พูดตามที่เห็นเท่านั้นล่ะ

 

“เป็นแฟนกูแล้วจะได้อยู่แบบเงียบๆ หรือปฏิเสธแล้ว เตรียมใจซะ”  พี่มาร์คยกมือขึ้นทำท่าเชือดคอตัวเองพร้อมรอยยิ้มของผู้เหนือกว่า ผมจะร้องไห้อีกรอบแล้วนะ

 

“จะเอายัง….

 

“เป็น จริงๆ หรือว่าแค่ชดใช้ความผิดของผมล่ะ”   รู้ว่าเป็นการเสียมารยาทที่โผล่งออกไปทั้งที่ผู้ใหญ่(มั้ง) ยังพูดไม่จบ แต่อนาคตในรั้วโรงเรียนของผมสำคัญกว่า แม่ครับลูกชายแม่เจอโศกนาฏกรรม? แล้ว

 

“ฮ่าๆๆ  ให้มันได้แบบนี้สิครับ”  พี่มาร์คยิ้มให้ผมก่อนจะปรับเป็นนั่งหลังตรงแลดูเป็นการเป็นงาน

 

“มึงแค่มาเป็นแฟนหลอกๆให้กู แค่แฟนสมมุติ แค่นั้น แต่มึงต้องเป็นแฟนกูเทอมนึง”

 

“ห๊ะ เทอมนึงเลยหรอครับมันจะไม่…..

 

“งั้นก็จงอยู่กับสายตาดูถูกของคนทั้งโรงเรียนไปตลอดปีการศึกษานะ”

 

ยังไม่ทันที่ผมจะประท้วงจบหมอนี่ก็พูดตัดบทผมแบบไร้เยื่อไย  โอ๊ยยยแม่คร้าบบบบ T^T

 

“ผมตกลงก็ได้ครับ”  จบแล้วชีวิตแบบปกติของผม

 

“เรียกกูว่า พี่มาร์คด้วย”  พี่มาร์ค! พูดอย่างอารมณ์ดีตามฉบับของผู้ชนะ

 

“ได้ครับพี่มาร์ค” ส่วนผมได้แต่กัดฟันเรียกอีกคน จบจริงๆแล้วครับชีวิตน้อยๆของแบมแบมผู้นี้

 

 

23.30 นาที บ้านยูคยอม

 

                ร่างเล็กของเด็กหนุ่มนามว่า แบมแบม ที่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากซอมบี้เดินเข้ามาในบ้าน ซึ่งมียูคยอมนั่งดูทีวีรออยู่

 

“เฮ้ นายไปไหนมาน่ะแบม ไปเดินห้างอะไรของนายโคตรนานเลย”  ยูคยอมถามขึ้นแต่สายตากับไม่ละจากจอทีวี

 

“ก็ไม่มีอะไรนี่”  ตอบแบบคนไร้วิญญาณแล้วเดินผ่านยูคยอมขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านอย่างเงียบงัน ยูคหันไปมองเพื่อนตัวเล็กที่หายลับไปตรงบันไดด้วยความเป็นห่วง

 

“เป็น อะไรของเขาวะ สงสัยเหนื่อยมั้ง”   ยูคยอมให้บทสรุปง่ายๆกับตัวเองแล้วหันไปสนใจทีวีต่อ เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเขาวิ่งวุ่นตามหาเจ้าตัวเล็กที่แม่บ้านบอกกับเขา ว่าจะไปเดินห้างคนเดียว ตลอดเวลาที่อีกคนหายไปเขาเอาแต่โทษตัวเองที่ไม่ดูแลแบมแบมให้ดีไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกแย่มากๆ เมื่อหาอีกคนไม่เจอ

คง เป็นเพราะเขาได้ตกปากรับคำกับแม่ว่าจะดูแลแบมให้ดีละมั้ง ยูคยอมเดินหาแบมไปทั่วจนแล้วจนรอดก็ไม่เจอเขาจึงกลับมาตั้งหลักที่บ้าน แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าตัวยุ่งก็โผล่หัวมาพร้อมกับสภาพที่เรียกว่ามาแต่ ตัววิญญาณไม่มีนี่ล่ะ

 

ร่าง สูงยืนมองทิวทัศน์ของโซลจากด่านฟ้าของบ้าน สายลมเย็นๆพัดปะทะใบหน้าคมคายแผ่วเบา ร่างสูงปัดผมที่ปรกหน้าปรกตาจากที่โดนลมพัดให้เข้าที่ถ้ามีคนมองเห็นมาร์คใน ตอนนี้ พวกเขาคงคิดว่าคนที่ยืนทอดสายตาอยู่บนดาดฟ้านั้นคือเจ้าชายผู้โดดเดี่ยวที่ มีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่แท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น มาร์คหยิบเครื่องมือสื่อสารคู่ใจขึ้นมากดเบอร์ใครบางคนแล้วโทรออก รอสายเพียงไม่นานนักบุคคลที่เขาโทรหาก็รับสาย

 

ไงมาร์คโทรมาซะดึกเลยมีอะไรเสียงทุ้มดังลอดออกมาจากโทรศัพท์คู่ใจ

 

“ก็งานที่พี่ให้ทำน่ะ สำเร็จไปอีกขั้นแล้วนะครับแต่ต่อไปจะเป็นยังไงผมก็บอกไม่ได้”  จัดการรายงานความคืบหน้าของงานให้อีกคนได้รับรู้

 

“จริงดิ  ไวเหมือนกันนิต่อจากนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่มันควรเป็นเถอะ”  ปลายสายตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี

 

“นายมีเรื่องจะบอกพี่แค่นี้ใช่ไหม”

 

“ครับมีแค่นี้”  

 

“วัน หลังช่วยเล่ารายละเอียดให้พี่ฟังด้วยนะตอนนี้ที่หอวุ่นวายนิดหน่อยน่ะ”  ปลายสายพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางนั้นเต็มไปด้วย เสียงโวกเหวกโวยวาย

 

“ไอ้เหยิน พูดเบาๆหน่อยซิ!!”  แล้วสายก็ตัดไป  มาร์คจัดการเก็บโทรศัพท์เครื่องสวยเข้ากระเป๋ากางเกงพรางหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน

 

“ต่อจากนี้คงมีแต่เรื่องสนุกๆสินะ”  แล้วชายหนุ่มก็หายลับไปพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆที่ไม่สามารถคาดเดาได้

 

*****แรกพบ*****


 

 


Writer Talk

นิยายเรื่องนี้เป็น ชายรักชาย นะคะ
ใครที่ทัศนคติไม่ตรงกันกรุณากดปุ่ม [X] ทางด้านขวามือนะ
ออกตัวก่อนว่านิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกนะคะ ฝากติชมกันได้เต็มที่เลย
ไรท์จะได้เอาไปปรับปรุงพัฒนานิยายตอนต่อๆไปเนอะ 
ฟิคเรื่องนี้ตอนแรกกะแต่งซัก 20 ตอนแต่แต่งไปแต่งมามันยาวซะแล้ว อย่าเพิ่งทิ้งกันนะ TT
รักฟิคเรื่องนี้ฝากเม้นโหวตกันเยอะๆนะ ไรท์สัญญาว่าจะไม่ดองนิยาย!!

ปล. เข้าไปสตรีมฟิคกันได้ที่แท็กนี้เลยนะคะ #
ฟิครักสมมุติ









 


 

Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

149 ความคิดเห็น

  1. #73 Markbam (@exoandsnsd) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 00:24
    เหยินนี่พี่บีใช่ม๊ะ 555555 เล่นอะไรกันอยู่เนี่ยย
    #73
    0
  2. #40 Racha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 16:51
    เหยิน นี่ไม่รู้เลยว่าใคร55 คุณพี่ต้วนร้ายกาจบังคับน้องแบม
    #40
    0
  3. #31 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 11:38
    พวกแกทำอะไรอ่ะ จะทำอะไรนุ้งแบมของฉานนนนนน
    #31
    0
  4. #24 Msc' (@msc-miw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 23:06
    ว๊ากกกกกกก อยากรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร
    #24
    0
  5. #21 mmmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 18:11
    แผนอะไรของพวกนาย



    แบมเกี่ยวไรด้วย เพิ่งมาแท้ๆนะแบม



    #21
    0
  6. #18 FFFFF (@fuan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 16:45
    นี่ต้วนนน แอบร้ายนะ ชิ!!!
    #18
    0
  7. #14 toonhyuk (@hyuktoon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 09:46
    มาร์คจะทำอะไรแบม นายมันร้ายอิต้วน!!
    #14
    0
  8. #11 Azucarss (@foryour) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 09:33
    เหยินคือใคร ไม่ต้องเดาเลย 5555555
    #11
    0
  9. #9 Soulseii (@soseii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 12:57
    เอ้ พี่มาร์คใจร้ายยยย



    เหยินนี่ รู้เลยใคร 55555555555
    #9
    0
  10. #4 ไนน์จัง (@sron) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 19:37
    รอๆคร้าาา ><
    #4
    0