Fic GOT7 [Love Suppose] สมมุตินะครับว่าผมรักคุณ

ตอนที่ 15 : SF JACKxBAM :: เพ้อเจ้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.ย. 57

@SQWEEZ





 
SF JACKxBAM :: เพ้อเจ้อ












 
คำเตือน ++++
 
เรื่องราวที่จะได้อ่านต่อไปนี้มีแต่ความกาก และเกรียนไม่มีสาระใดๆทั้งสิ้น เมื่ออ่านแล้วอย่าได้หาสาระจากเรื่องหรือไรท์เตอร์ ขอบคุณค่ะ

ปล. อ่านแล้วเม้นต์ให้ไรท์ด้วยค่ะ ^___^















 
เพ้อเจ้อ

ถึงพี่จะเพ้อเจ้อ แต่ในการเพ้อเจ้อของพี่ก็แต่น้องแบมแบมแต่เพียงผู้เดียว แล้วพี่จะทำให้เรื่องเพ้อเจ้อของพี่เป็นเรื่องจริง!!

Jackson Wang

 

โบสถ์สีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ เสียงระฆังวิวาห์ดังกังวานเป็นสัญญาณว่างานมงคลกำลังจะเริ่มขึ้น ภายในโบสถ์เหล่าญาติและเพื่อนสนิทของคู่บ่าวสาวกำลังยืนเป็นสักขีพยานให้กับคู่รักที่ยืนอยู่ต่อหน้าบาทหลวงที่ดูเหมือนว่าไม่เคยผ่านห้องทันตกรรมหรือไม่ก็คงมีของขลังจนฟันไม่เข้า

 

“คุณแจ็คสัน หวังคุณพร้อมจะรับคุณกันต์พิมุก ภูวกุลเป็นภรรยาหรือไม่”

 

ผมมองภรรยาในอนาคตอันใกล้ผ่านผ้าคลุมสีขาว พร้อมตอบด้วยรอยยิ้ม

 

                “รับครับ ผมรับตั้งแต่เจอเขาครั้งแรก”

 

บาทหลวงหันไปทางเจ้าสาว

 

                “คุณกันต์พิมุก ภูวกุลคุณจะรับเป็นคุณแจ็คสัน หวังสามีหรือไม่”

 

                “รับครับ”

 

เสียงหวานใสดังลอดออกมาจากใต้ผ้าคลุม โอ้ใจแจ็คจะละลายยยย

 

                “จูบเลย จูบเลย จูบเลย”

 

เสียงเชียร์ของญาติดังต่อเนื่อง ไม่ต้องบอกแจ็คก็จะทำคร้าบท่านญาติทั้งหลาย คึคึ

 

                “เพื่อไม่เป็นการขัดใจญาติ ผมขอจูบนะครับภรรยาที่รัก”

 

                “ครับ”

 

อีกคนตอบรับพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทั้งสองยื่นหน้าเข้ามาใกล้กันจน จน

 

                “ไอ้หวังงงงงงงง”

 

โครม! จุ๊บ.

 

                “โอ๊ยย ใครถีบสุดหล่อวะ”

 

ผมรีบลุกจากการจูบพื้นโรงอาหารแล้วหาตัวคนทำลายความฝันอันแสนหวาน

 

                “กูเอง สัสมึงเป็นบ้าอะไรวะจู่ๆก็จะพุ่งเข้ามาจูบกู ฮึยยยสยอง”

 

ไอ้มาร์คเพื่อนสุดหล่อ (แต่น้อยกว่าผม) ลูบแขนตัวเองพร้อมทำหน้าเหมือนโดนกระเทยปล้ำ

 

                “กูเนี่ยนะจะจูบมึง กูจะจูบน้องแบมแบมต่างหากเว้ยหน้าอย่างมึงกูพิศวาสไม่ลงไม่หล่อ ไม่น่ารัก ไอ้ฟันเยอะ”

 

                “คร้าบพ่อสุดหล่อ ตัวเตี้ยม่อต้อ คิงคองประจำชมรม”

 

                “อ้าว พูดแบบนี้เดี๋ยวพ่อเลาะฟันทิ้งหรอกเว้ย”

 

ผมกระโจนเข้าฟัดไอ้มาร์คกลางโรงอาหาร

 

                “เอาฟันมึงออกมาให้กูเล่นเลยไอ้เพื่อนเวร”

 

มือข้างหนึ่งผมกอดเอวมาร์คจากข้างหลังมืออีกข้างล้วงเข้าไปในปากดึงฟันอีกคน

 

                “อ้าว พี่ๆเล่นอะไรกันอยู่ครับหวานกันจัง”

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังผม

 

                “ไอ อูคออม” (แปล : ไง ยูคยอม)

 

ไอ้มาร์คมือกูหยัดปากขนาดนี้ยังพยามยามทักเขาอีกนะมึง เดี๋ยวนะไอ้เด็กยูคมาก็แสดงว่า หวานใจผมมาด้วยน้องแบมมมมมมม

 

                “สวัสดีครับพี่ๆ”

 

เสียงหวานใสตามแบบฉบับนางในฝัน แจ็คเคลิ้ม

 

“สวีตกับพี่มาร์คกลางโรงาหารเลยนะครับ”

 

“สวีตกับไอ้ฟันเยอะหรอครับ”

 

“ใช่ครับ ก็กอดกันซะแน่นเชียว”

 

“เฮ้ย”

 

ผมถีบไอ้มาร์คให้พ้นจากรัศมีรอบๆตัวผม

                “เอ่อ มันไม่ใช่แบบที่น้องแบมคิดนะครับ ผมกับมันเป็นแค่เพื่อนกัน”

 

ผมรีบปฏิเสธทันที หวังว่าน้องจะเชื่อนะผมจริงใจและจริงจังกับน้องคนเดียว

 

                “อ่า ครับๆไม่พร้อมเปิดเผยก็ไม่เป็นไรครับ ผมไปนะครับ”

 

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจดวงน้อยของแจ็คสันผู้เซ็กซี่ น้องแบมเดินจากไปพร้อมกับคำพูดที่แสนทำร้ายจิตใจ

 

                “เป็นอะไรมากไหมมึง”

 

ไอ้มาร์คเดินมาตบไหล่ผม ผู้ชายที่นั่งเศร้าอยู่ท่ามกลางสายฝน (ได้ข่าวว่าฝนไม่ตกนะ)

 

                “กูโดนเมิน เพราะมึงไอ้เพื่อนเลวววว”

 

                “ไอ้เหี้ยแจ็ค”

 

ผมไล่กระทืบไอ้มาร์คไปทั่วโรงอาหาร ถ้าวันนี้ผมเลาะฟันมันไม่ได้อย่าเรียกผมว่าแจ็คสัน หวังแต่เรียกว่าสุดหล่อแทน

 

 

 

BAMBAM ::

                “ยูคนายว่าพี่แจ็คกับพี่มาร์คเขาเป็นแฟนกันไหมวะ”

 

                “ก็คงงั้น ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ก็เห็นเขาอยู่ด้วยกันตลอด”

 

ยูคเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวของผมตอบแบบไม่ใส่ใจ แต่นั่นมันทำให้ผมรู้สึกแย่

 

                “ทำไม มีอะไรหรอ”

 

                “อ่อ เปล่าไม่มีอะไรว่าแต่วิชาต่อไปอะไรหรอ”

 

ยูคเปิดสมุดจดตารางเรียนออกมาดู นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ผมคบยูคเพราะเจ้านี่รอบคอบและพึ่งพาได้เสมอ

 

                “พละ ของอาจารย์ ปาร์ค จินยอง”

 

ผมเดินตามยูคเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในโรงยิม แล้วออกไปเข้าแถวข้างสนามบาสคำว่าพี่แจ็คสันกับพี่มาร์คเป็นแฟนกันยังคงลอยวนเวียนอยู่ในหัวผมจนผมไม่ได้ยินอะไร

 

                “กันต์พิมุก”

 

                “……………….

 

                “ย๊า กันต์พิมุก!!

 

อาจารย์ปาร์คเรียกครั้งสุดท้ายพร้อมลูกบาสลอยมากระแทกหน้าผม แต่ทำไมผมไม่รู้สึกเจ็บล่ะ

 

                “ไม่เป็นไรใช่ไหมครับน้องแบมแบม”

 

พี่แจ็คสันหันมาถามผมในสภาพเลือดกำไหล สายตาเลื่อนลอยคล้ายคนจะสลบแล้วก็

ฟุบ!

 

                “พี่แจ็คสัน!!

 

ผมรีบคว้าร่างพี่เขาไว้ แต่รูปร่างหนาใหญ่แบบนี้ผมกับพี่เขาจึงลงไปกองอยู่บนพื้นด้วยกัน

 

                “ไอ้แจ็ค เฮ้ยตื่นๆใครก็ได้เอาเปลสนามมาที”

 

พี่มาร์คเป็นคนแรกที่วิ่งเข้ามาหาร่างพี่แจ็คสันที่กองอยู่บนพื้นโดยผมที่อยู่ใกล้พี่เขาที่สุดยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย นี่ล่ะครับผมคนมาช้าทำอะไรก็ช้าไปหมด

 

.ห้องของมาร์คและแจ็คสัน

 

                “โอ๊ยย เจ็บเบาๆดิมาร์คหน้ากูระบมไปหมดแล้วเนี่ย”

 

เสียงโอดโอยครวญครางของแจ็คสันดังลั่นห้องทุกครั้งที่มาร์คทายาให้

 

                “ก็ใครใช่ให้มึงเอาหน้าไปรับลูกบาสอาจารย์นั่นแทนแบมแบมวะ แส่ไม่เข้าเรื่อง”

 

                “เฮ้แมน อย่ามาว่ากูแส่สิครับกูเป็นห่วงน้องต่างหากเว้ยถ้าเกิดหน้าอันแสนน่ารักนั่นเกิดรอยแผลเป็นทำไงวะ”

 

                “หรอ นับวันมึงทำตัวอย่างกับพวกสต๊อกเกอร์โรคจิตคอยตามติดน้อง นี่ถ้าสิงน้องได้มึงคงทำใช่ไหม”

 

                “ก็แค่กูชอบน้องเขา เข้าขั้นรักเท่านั้นเองแล้ววันนี้น้องเขาก็กอดกูด้วยถือว่าการเจ็บตัวครั้งนี้มันคุ้ม”

 

แจ็คสันกอดตัวเองแล้ทำหน้าฟินเหมือนคนโรคจิตติดมอร์ฟีน (เกี่ยวไหม) จนมาร์ครู้สึกสยองไม่ได้แต่คงสยองไปกว่านี้ไม่ไหวแล้วล่ะก็ในห้องฝั่งของแจ็คสัน ผนังเต็มไปด้วยรูปแบมแบมในทุกอิริยาบถยกเว้นตอนอาบน้ำ ถ้าถ่ายได้มันคงถ่าย รวมถึงรูปตัดต่อตัดแปะหน้าของแจ็คสันกับน้องแบมในชุดแต่งงาน รูปครอบครัว นี่ยังไม่รวมถึงไดอารี่และอื่นๆอีกมามายที่ซ่อนอยู่ภายในอาณาเขตของคนโรคจิตนาว่าแจ็คสัน หวัง

 

                “ไอ้เพ้อเจ้อ”

 

นี่เป็นคำนิยามคำเดียวที่มาร์คนำมาใช้กับเพื่อนตัวเองที่กำลังนอนวาดฝันอะไรต่อมิอะไรของมัน

 

ก๊อกๆ

 

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นไอ้เจ้าแจ็คสันก็เด้งตัวขึ้นจากที่นอนมาเพ้อเจ้อต่อ

 

                “น้องแบมมาเยี่ยมกูแน่เลย”

 

                -_________________-

มาร์คทำหน้าเอือมๆ ถ้าเค้ามาจริงไอ้รูปบนผนังคงทำให้เขาไม่อยากมาเหยียบห้องนี่อีกชั่วชีวิต

 

ก๊อกๆๆๆๆ

 

เสียงเคาะดังแรงและรัวขึ้นกว่าเดิม

 

                “โว้ยกูไปเปิดแล้วครับ แม่งเคาะอยู่ได้เดี๋ยวพ่อด่ายับ”

มาร์คเดินไปเปิดประตู พร้อมเตรียมคำไปด่าแต่ก็ต้องเก็บไปทันทีเมื่อเห็นร่างผู้มาเยือนสองหน่อ หน่อที่หนึ่งสูงราวเสาไฟฟ้า อีกหน่อน่ารักน่าทะนุทนอม

 

                “พี่ขอตัวแป๊บนะเดี๋ยวกลับมาเปิดให้”

ปัง!!!

               

                “ไอ้ต้วนใครมาวะ แล้วมึงปิดประตูใส่เค้าทำไม”

 

ไอ้หวังยังมีหน้ามาชักสีหน้ารำคาญใส่มาร์ค โดยที่ไม่รู้เลยว่าใครอยู่ข้างนอก

 

                “แม่มึงมา”

 

                “มี๊กูอยู่บ้าน เค้าไม่มีธุระอะไรต้องมาหากูนี่มึงนี่ แม่งเลยไม่รู้ว่าใครมาเลย”

 

                “เปล่ากูไม่ได้หมายถึงคุณนายหวังมี๊มึง แต่กูหมายถึงแม่ของลูกในฝันของมึงมา”

 

แจ็คสันหูผึ่งวิ่งไปที่ประตูห้องทันที

 

                “น้องแบมจ๋า แล้วทำไมมึงไม่เปิดประตูวะ”

 

                “มึงจะให้เค้ามาเห็นรูปอุบาทว์พวกนี้เหรอวะ”

 

เท่านั้นล่ะมาร์คและแจ็คสันก็สาละวนเก็บหลักฐานความเพ้อเจ้อของแจ็คสันทันที

 

หน้าห้อง

 

                “พี่มาร์คเขาปิดประตูทำไมวะ”

 

ยูคยอมยืนงงกับการทำตัวแปลกๆของมาร์ค

 

                “ห้องพี่เขารกมั้ง คงเก็บห้องอยู่”

ความคิดเห็นซื่อๆของแบม ที่มันเกือบถูกว่าเก็บห้องแต่ที่ไม่ถูกคือเขาไม่รู้ว่าไอ้ที่เก็บคือรูปตัวเอง

 

ในห้อง

 

                “สัส หมดยังวะ”

 

มาร์คโวยวายเหงื่อท่วมตัว

 

                “หมดแล้วๆ กูคิดงั้นนะ”

แจ็คสันนอนแผ่กับที่นอนอย่างเหนื่อยอ่อนพรางถอดเสื้อทิ้ง บางทีการที่มีของ(รูปแบม)เยอะไปมันก็เหนื่อยต่อการเก็บนะ

 

                “แน่นะ กูไปเปิดประตูล่ะ”

 

มาร์คเปิดประตูห้องให้เด็กๆทั้งสองในสภาพเหงื่อซก หายใจหอบถี่ หัวยุ่ง

 

                “เอ่ออ ไปวิ่งมาราธอนมาหรอฮะ”

 

                “มาราธอนบ้านเตี่ยมึงสิยูค กูทำอะไรกับไอ้แจ็คนิดหน่อย”

 

คำว่าทำอะไรกับแจ็คทำให้เด็กสองคนคิดเตลิดไปไหน โดยเฉพาะแบมที่ดูท่าจะซีเรียสกับคำนี้ที่สุด

 

                “งั้นวันหลังผมมาใหม่นะครับ ฝากบอกพี่แจ็คสันด้วยว่าผมเป็นห่วงไปเถอะยูค”

 

ว่าแล้วแบมก็ลากยูคจากไปทันที

 

                “อ้าวหลอกกูเก็บห้องซะเหนื่อย”

 

มาร์คปิดประตูห้องแล้วเดินกลับไปนอนกลิ้งที่เตียง

 

                “ต้วนไหนน้องแบมกูล่ะ”

 

แจ็คสันชะเง้อมองประตูที่ไม่มีคนในฝันเข้ามา

 

                “กลับไปแล้วน้องเขาบอกว่าฝากบอกพี่แจ็คสันด้วยว่าผมเป็นห่วง”

 

                “มึงไปพูดอะไรให้น้องเขาเกรงใจรึเปล่า แบบพี่แจ็คสันสุดหล่อกำลังนอนพักอะไรงี้”

 

                “เปล่า กูแค่พูดว่า กูทำอะไรกับมึงนิดหน่อย”

 

                “อ่อ ทำอะไรกับกูนิดหน่อย ไอ้เหี้ยมาร์ค”

 

แจ็คสันอยากจะบีบคอเพื่อนที่พูดจาไม่คิดหน้าคิดหลังให้ตายไปสักร้อยรอบ แต่ตอนนี้เอาไว้ก่อนตอนนี้ในหัวแจ็คสันมีแต่คำว่า กูต้องแก้ข่าว แจ็คสันวิ่งไปกดลิฟ ลงไปชั้นล่างเนื่องจากเขาอยู่ชั้น 5

 

                “โอ๊ยลิฟคร้าบ เร็วๆหน่อยแจ็คสันผู้เฟอร์เฟคต้องไปแก้ข่าวครับ”

 

แต่ลิฟก็ยังไม่ยอมมาซะที แจ็คสันจึงตัดสินใจวิ่งลงบันไดโดยลืมไปว่ามันไม่ได้ใส่เสื้อ

 

ด้านแบมแบม พอออกจากหอปุบก็หยุดเดินไปซะเฉยๆ

 

                “เป็นอะไรวะแบม อยู่ๆออกมาทำไม”

 

ยูคถามแต่แบมกลับนั่งลงซุกหน้าลงกับเข่าไม่พูดไม่จา เขาทำอะไรๆกันอยู่จะขัดเขาทำไมวะ

 

                “แบม

 

                “แค่รู้สึกไม่ดีน่ะ แบกกลับที”

 

                “เตะกลิ้งไปแทนได้ไหม”

 

                “ไอ้เพื่อนเลว”

 

แบมเงยหน้ามองยูคที่ยื่นมือมาให้แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะ อย่างน้อยยูคก็ทำให้แบมหายเฟลจากอาการอกหัก

 

                “น้องแบมแบม”

 

ทั้งสองหันไปมองทางหน้าหออย่างมิได้นัดหมาย แจ็คสันวิ่งเปลือยอกมาพร้อมกับเรียกชื่อแบม

 

                “เฮียแกนึกครึ้มอะไรวะ แก้ผ้าเรียกชื่อนายเนี่ย”

 

                ทำอะไรยังไม่เสร็จก็กลับไปทำต่อเด้ มาเรียกทำไม!’

 

แบมแบมมองแจ็คสันด้วยสายตาตัดพ้อต่อว่า ด่าลับหลัง

 

                “ไปเถอะ”

 

                “แต่เฮียแกเหมือนมีเรื่องจะคุยนะ”

 

ยูคยื้อไว้แต่แบมไม่อยากฟังจึงลากยูคให้ออกเดิน

 

                “น้องแบมแบม พี่กับไอ้มาร์คไม่ได้มีอะไรกันนะคร้าบ”

 

                แจ็คสันทั้งวิ่งตามทั้งตะโกนบอก

 

                “ใครจะไปสนใจครับพี่ กลับไปทำต่อสิครับ!

 

แบมตะโกนตอบ

 

                “พี่กลับไปทำต่อแน่ถ้านั่นเป็นนาย”

 

แบมเบรกหัวแทบทิ่มพื้น

 

                “พี่ว่าอะไรนะ”

 

เขาถามแบบไม่เชื่อหู

 

                “ไม่ว่าใครจะว่าอะไร น้องจะเห็นแบบไหนแต่พี่กับไอ้มาร์คเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆน้า”

 

แจ็คสันอธิบายจนแทบจะอ้อนวอนให้อีกคนเชื่อ

 

                “แล้วพี่มาบอกผมทำไม”

 

แบมเลิกคิ้ว แบบไม่สนใจทั้งที่ในใจอยากรู้จนทนไม่ไหว

 

                “คือ….พี่….แบบว่า

 

                “คือๆ แบบว่าๆ อยู่นั่นล่ะเฮียรีบพูดทีดิร้อน”

 

ยูคประท้วงเพราะตอนนี้พวกเขายืนอยู่กลางแดดจ้าของหน้าร้อน

 

                “หุบปากไปเลยเสาไฟฟ้า ไฟยืนให้หมาฉี่รดอยู่ตรงโน้นเลยไป”

 

แจ็คสันถีบยูคออกไปให้พ้นทาง แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าแบมแบมคนตัวถึงกับอ้าปากค้าง

 

                “พี่ทำอะไรน่ะ”

 

แบมแบมถอยออกห่างแต่แจ็คสันก็คว้ามือแบมไว้แน่พร้อมกับพูดคำที่แบมแบมไม่คิดว่าจะได้ยิน แต่เป็นคำที่หวังอยากบอก

 

                “พี่ชอบนาย พี่รักนายตั้งแต่วันแรกที่นายเข้ามาเรียนที่นี่ พี่เก็บทุกอย่างที่เป็นของนาย รูปถ่ายของนาย พี่เขียนไดอารี่ถึงนายด้วยนะนี่ไง”

 

แจ็คสันคว้าไดอารี่มาให้แบมดูแต่เอ๊ะมาจากไหนวะ แจ็คสันหันไปมองก็พบว่า มาร์คขนของเกี่ยวกับแบมแบมทุกอย่างรวมสี่ลังใหญ่มากองไว้ข้างๆเขา

 

                “เชื่อมันเถอะ เตี้ย ล่ำ สั้นอย่างมันพี่ไม่เอาหรอกครับ”

 

พูดได้ดีมากไอ้ฟันเยอะถึงแม้มันดูเหมือนจะด่าก็ตาม

 

                “นั่นล่ะๆ อย่างที่เห็นฉะนั้นเป็นแฟนกับพี่นะ”

 

แจ็คสันทำหน้าอ้อน เอาหน้าถูมือแบมเหมือนลูกหมา

 

แบมมองดูภูเขาของสะสมสุดโรคจิตของแจ็คสันแล้วอดยิ้มไม่ได้

 

                “ผมมีอะไรจะบอกพี่ตั้งใจฟังนะ”

 

                “อะไรๆ อย่าปฏิเสธพี่น้า”

 

แจ็คสันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

                “ผมเองก็ชอบพี่ ชอบมานานแล้วเพียงแต่ผมไม่เพ้อเจ้อเหมือนพี่”

 

                “จริงอ่ะ ถึงพี่จะเพ้อเจ้อ แต่ในการเพ้อเจ้อของพี่ก็แต่น้องแบมแบมแต่เพียงผู้เดียว แล้วพี่จะทำให้เรื่องเพ้อเจ้อของพี่เป็นเรื่องจริง!! แล้ววันนี้มันจะเป็นจริงได้ไหม”

 

แบมแบมมองหน้าแจ็คสันแบบชั่งใจนิดหน่อย ให้อีกคนลุ้น

 

                “เป็นจริงได้ครับ แฟน”

แม้คำสุดท้ายจะแผ่วเบาแต่มันกลับดังที่สุดในหัวใจคนเพ้อเจ้ออย่างแจ็คสัน หวัง เขายืนขึ้นคว้าตัวแบมมา

กอด หอมแก้มซ้ายขวาท่ามกลางอากาศร้อนระอุและไอ้แจ็คไม่ได้ใส่เสื้อ

 

                “พี่ผมอาย พอแล้ว”

 

“คนรักกันอายทำไม”

 

 ว่าแล้วก็ฟัดน้องอยู่หน้าหอโดยมีรูปจำนวนมากของแบมแบมปลิวกระจายตามแรงลมให้บรรยากาศโนแมนติกตามแบบฉบับแจ็คสันหวัง

 

************************************END*********************************************

Special

หลังจากฉากโรแมนติกผ่านไป แจ็คสันกับแบมแบมก็หายตัวไปทิ้งไว้แต่รูปจำนวนมหาศาล ซึ่งต้องมีคนเก็บตามคำสั่งของคุณป้าแม่บ้านจอมโหด

 

                “โอ๊ยร้อนนน เมื่อไรจะหมดวะเนี่ย”

 

                “เฮียกับไอแบมแม่งหายไปเลย โอ๊ยร้อนนน”

 

                “ไอ้เหี้ยหวังกูจะฆ่ามึง”

 

มาร์คกับยูคนั่นเองที่ต้องเก็บพยานรัก?ทั้งหมดของแจ็คสันกับแบมแบม อยู่ท่ามกลางลานกว้างที่มีแดดอันร้อนละอุอย่างทุกข์ทรมาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

149 ความคิดเห็น