Fic GOT7 [Love Suppose] สมมุตินะครับว่าผมรักคุณ

ตอนที่ 12 : Love Suppose :: Chapter 10 ความรู้สึกของมาร์คกับยูคยอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 57

SQWEEZ



Chapter 10 :: ความรู้สึกของมาร์คกับยูคยอม









 







Mark ::

ผมวิ่งตรงไปยังสวนอลิซซึ่งอยู่ห่างจากโซนของผมไม่กี่บล็อค แต่ผมกลับรู้สึกว่าไอ้ไม่กี่บล็อคนี่มันโคตรไกลเลย

 

                “แบมแบมอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ”  ผมได้แต่ภาวนาเพราะผมทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะไปถึง ผมรู้สึกถึงปอดที่แสบร้อนจากการวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายได้อย่างดีแต่นั้นมันก็ไม่เท่ากับใจผมที่รู้สึกเหมือนตอนนั้นตอนที่ผมกำลังจะเสียยัยนั่นไป

 

                กลัว….ผมกลัว ซูจีได้โปรดเถอะดูแลเด็กคนนั้นด้วย ในที่สุดผมก็วิ่งมาถึงไอ้สวนอลิซที่ว่ามันคือเขาวงที่มืดมิดดีๆนี่เอง

 

                “แบมแบม!

 

ผมตะโกนเรียกสุดเสียงผมหวังว่าเจ้าเด็กนั้นจะได้ยิน ในเขาวงกตที่เงียบสนิทแบบนี้การได้ยินเสียงตะโกนของผมคงไม่ใช่เรื่องยาก

 

                “มาร์ค!”  เจบี แจ็คสันกับยองแจตามมาสมทบ งั้นก็เท่ากับว่าตอนนี้พวกเรามารวมตัวกันที่เดียวกันเพื่อทำมิชชั่นสุดท้ายโดยมีแบมแบมเป็นเดิมพัน

 

                “นี่มันเกมห่าอะไรวะเล่นแรงไปรึเปล่า”  เจบีหอบจนตัวโยน ส่วนที่เหลือรีบโกยอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด

 

                “กูไม่รู้ กูรู้แต่ว่าเราต้องรีบหาแบมแบมให้เจอ”  ไอ้เนียร์พูดอย่างร้อนรน ผมเองก็อยากหาแบมให้เจอโดยเร็วเหมือนกันแต่ถ้าเราทำอะไรบุ่มบ่ามลงไปล่ะก็ผมกลัวว่าเหตุการณ์มันจะมีแต่แย่กับแย่น่ะสิ

 

                “มิชชั่นสุดท้ายมีคำสั่งว่าอะไร”

 

                “อะไรนะพี่มาร์ค! นี่พี่ยังห่วงมิชชั่นอีกหรอแล้วไอ้แบมล่ะนั่นมันแฟนพี่นะเว้ย!

ไอ้ยูคหันมาโวยวายผม หน้าของมันแสดงออกมาชัดเจนว่ามันโกรธผมที่ผมถามถึงมิชชั่นแทนที่จะเข้าไปหาแบม

 

                “ว่าไงเจบี มิชชั่นสุดท้ายมีคำสั่งว่าอะไร”  ผมถามต่อโดยไม่สนใจท่าทางที่พร้อมจะฆ่าผมของยูคยอม

 

                “เท่าที่กูแปลได้นะ เราต้องหาแบมแบมให้เจอก่อนเที่ยงคืนไม่งั้นจบสิ้นทุกอย่าง”  เจบีตอบตามที่ได้อ่านมา

 

                “หอกตอนนี้มันห้าทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว จะหาทันไหมวะ”  แจ็คสันโวยวาย เหลือเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แบมแบมอดทนไว้นะมึงกูกำลังจะไปเดี๋ยวนี้

 

                “พี่ๆมีแผนยังอ่ะ”  ยองแจที่เงียบมานานถามขึ้น

 

                “นี่ยังจะคิดแผนกันอีกหรอครับ ใครจะคิดก็คิดไปส่วนผมจะไปหาแบมแบม”  ยูคยอมพุ่งเข้าไปในเขาวงกตอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่จะเข้าไปมันยังไม่วายส่งสายตาโกรธเคืองมาให้ผม

 

                “แยกย้ายกันตามหา”  ผมเดินเข้าไปในเขาวงกตช้าๆแล้วเร่งจังหวะการก้าวให้เร็วขึ้น เร็วขึ้นจนในที่สุดก็กลายเป็นการวิ่ง อากาศในเขาวงกตนี้ดูเหมือนจะเย็นกว่าข้างนอกหลายเท่าคงเป็นเพราะที่ตรงนี้มันอยู่ใกล้ทะเลสาปแถมยังมีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด

 

                “แบมแบม!

 

ผมยังคงตะโกนเรียกหาเจ้าตัวเล็กต่อไป ผมไม่ยอมให้ไอ้เด็กยูคมองผมด้วยสายตาแบบนั้นหรอกนะผมต้องหาแบมให้เจอ แล้วเจ้านั้นต้องปลอดภัย

 

ปังๆๆๆ!

 

ผมหลบอะไรบางอย่างที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงได้อย่างหวุดหวิด กระสุนเพ้นท์บอลพุ่งเจาะกำแพงเขาวงกตที่เป็นไม้พุ่มจนพรุนนี้ถ้าผมโดนคงเจ็บหนัก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจไอกระสุนนี่ แล้วผมก็ออกวิ่งต่อไปในความมืด

 

Yugyeom ::

ผมไม่เข้าใจพี่มาร์คเลยจริงๆ ทั้งที่แบมแบมรออยู่ในเขาวงกตที่มีสภาพอย่างกับขั้วโลกแบบนี้พี่เขายังจะมีจิตใจถามหามิชชั่นอีกผมล่ะเชื่อพี่เขาจริงๆ ผมอุตสาห์ให้พี่เขาดูแลแบมแบมแต่พี่เขากลับไม่สนใจมันเลยสักนิด ในเมื่อพี่เขาไม่อยากดูแลมันผมจะเอามันคืนมาดูแลเอง

 

                “แบมแบม มึงอยู่ไหนวะแบมตอบกูด้วย!

 

ผมใช้วิธีการตะโกน แต่แปลกทั้งที่คนอื่นๆเขาก็ตะโกนทำไมพวกเรากับไม่ได้ยินเสียงของกันเลยล่ะ ผมวิ่งผฝ่าหมอกหนาไปอย่างยากลำบาก

 

                “หมอกนี่มันก็จะหนาไปนะ”  เอ๊ะ หมอกหนางั้นหรอ? ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าแต่ผมไม่เห็นแม้แต่ดาวสักดวงรอบๆตัวผมและเขาวงกตนี้มีแต่หมอกที่มีความหนาแน่นมากกว่าหมอกทั่วไป อย่างนี้นี่เองถึงว่าทำไมผมถึงไม่ได้ยินเสียงคนอื่นคงเป็นเพราะพวกคิงรุ่นก่อนไปสรรค์หาสารแปลกๆมาทำเป็นหมอกกักเก็บเสียงนี่เอง แผนสูงกันซะจริงแต่ไม่เป็นไรต่อให้ตะโกนไม่ได้ผมก็จะตะโกน จบนะ

 

                “แบมแบม ถ้ามึงไม่ตอบกูจะเอาคุมะมึงไปทิ้งนะเว้ย”

 

ผมตะโกนขู่ลมเหมือนคนบ้า แต่ถ้าบ้าแล้วหาแบมแบมเจอผมก็ยอมทำ  ในระหว่างที่ผมวิ่งไปผมก็สะดุดกับอะไรบางอย่าง

 

                “เฮ้ย โอ๊ย”

 

ผมล้มหน้าทิ่มพื้นหินแข็งๆ หมดหล่อก็งานนี้ล่ะกูแต่ดูเหมือนว่าผมมีเพื่อนร่วมชะตากรรมหน้าทิ่มพื้นคนหนึ่ง

 

                “พี่มาร์ค!

 

Mark ::

 

ผมเงยหน้าขึ้นจากพื้น เจ้าของเสียงที่นอนหมดสภาพอยู่ตรงหน้าผมคือไอ้เด็กยูคทำไมผมต้องมาเจอมันตอนนี้ด้วยวะ

 

                “มึงมาอยู่ตรงนี้ได้ไง”  ผมถามออกไปแบบโง่ๆ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันวิ่งมา -___-

 

                “ผมวิ่งของผมมาเรื่อยๆ แล้วพี่ล่ะ”

 

                “เหมือนกัน”  ผมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเพราะการนอนคุยกับมันอยู่อย่างนี้โครตเสียเวลาเลย

 

                “แบมแบม!”  ผมป้องปากตะโกน เรียกหาเจ้าตัวเล็กอีกครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับ

 

                “ไม่ได้ผลหรอกครับ หมอกนี้เป็นสารพิเศษที่มีมวลหนาแน่นพอจะกั้นเสียงของพวกเราเอาไว้”

จู่ๆไอ้ยูคยอมก็พูดแทรกขึ้นมา ผมหันไปมองหน้ามันเป็นเชิงถามว่ามึงรู้ได้ไง

 

                “ผมเก่ง”  ไอ้เด็กเวร ผมอยากจะเอาหินทุบหัวมันให้ตายแต่ถ้าทำแบบนั้นนอกจากจะขาดคนหาแบมแบมแล้ว จำนาวนคิงก็จะไม่ครบอีก

 

                “คุยกับมึงแล้วเสียเปล่าชิบ กูจะตามหาแบม”  ผมมองนาฬิกาตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 20 นาทีเท่านั้นอากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆผมกลัวมันจะทนไม่ไหว

 

                “พี่กลัวมิชชั่นไม่สำเร็จสินะ ถ้าพี่หวงมันขนาดนั้นพี่ก็เอาแบมคืนมาให้ผมเถอะ ผมจะดูแลมันเอง”ผมหยุดเท้าที่กำลังจะออกวิ่ง แล้วหันกลับไปหายูคยอมทันที

 

                “มึงว่ายังไงนะยูค”  ผมจ้องหน้ามันด้วยสายตาเย็นชา ยูคยอมเองก็เหมือนกันมันมองผมกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

                “ก็อย่างที่ผมพูดพี่ไม่ห่วงไอ้แบมเลยพี่ห่วงแต่มิชชั่นตัวเอง!

 

                “มึงรู้ได้ไงว่ากูไม่ห่วงมัน มึงไม่ใช่กูมึงจะมารู้ใจกูได้ยังไง!”  ผมชักจะเหลืออดกับไอ้เด็กนี้แล้วนะ เมื่อก่อนมันไม่เคยเถียงผมมาก่อนแม้กระทั้งวันที่ซูจีจากไปมันยังไม่ด่าผมแบบนี้

 

                “ผมรู้สิ เพราะการแสดงออกของพี่มันชัดเจนขนาดนี้”

 

ผั๊วะ!

 

กูไม่ทนแล้ว ผมพุ่งเข้าไปชกหน้ายูคยอมจนมันล้มลงไปกับพื้น จากนั้นผมก็ขึ้นคร่อมมันแล้วระดมชกมันเข้าที่กราม

 

                “มึงรู้ได้ยังไงว่ากูไม่ห่วงแบม กูห่วงแล้วกูก็หวงมันมากด้วยมึงเอาอะไรมาตัดสินความรู้สึกกูวะ”

ผมปล่อยยูคยอมที่เลือดกบปากคางบวมให้เป็นอิสระ ผมไม่อยากทำร้ายมันมากไปกว่านี้เพราะไอ้แบมมันคงโกรธผมแน่ถ้าผมทำอะไรเพื่อนมันจนสาหัส

 

                “มึงจำไว้นะยูค ที่กูไม่ทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเหมือนมึงไม่ใช่เพราะกูห่วงมิชชั่นแต่เพราะกูห่วงแบมมึงก็รู้ไม่ใช่หรอว่าเกมหอกนี้อะไรมันก็เกิดขึ้นได้

 

                “กูชอบแบม กูหวงมันมากมึงจำไว้”  ผมทิ้งให้ยูคนอนเจ็บอยู่บนพื้นแล้วผมก็ออกตามหาแบมแบมต่อไป

 

                “มาร์ค”  ผมเดินมาได้สักพักผมก็เจอเจบียืนพิงกำแพงเขาวงกตอยู่

 

ผั๊วะ!!    ผมมองหน้าเจบีแบบอึ้งๆ เมื่อกี้มันต่อยผมงั้นหรอ

 

                “มีวิธีแก้ปัญหามากมายทำไมมึงต้องทำน้องถึงขนาดนั้นวะ”  เจบีชี้หน้าผม ด้วยสีหน้าโกรธจัด

 

                “กูขอโทษ”  ผมพูดเสียงแผ่ว แล้วเดินผ่านมันไป ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าแบมแบม

 

                “รอกูด้วย”  เจบีกับผมเดินไปด้วยกันเงียบๆ

 

Yugyeom ::

 

ผมมองแผ่นหลังของพี่มาร์คเดินจากไปโดยที่ผมยังไม่ทันได้พูดอะไร

 

มึงรู้ได้ยังไงว่ากูไม่ห่วงแบม กูห่วงแล้วกูก็หวงมันมากด้วยมึงเอาอะไรมาตัดสินความรู้สึกกูวะ

 

คำพูดที่เต็มไปด้วยความโกรธของพี่มาร์ค พร้อมความรู้สึกเจ็บที่เขามอบให้ผมยังคงอยู่

 

                “ผมเอาอะไรมาตัดสินน่ะหรอ ก็ความรู้สึกผมเองไง”  ผมดันตัวขึ้นจากพื้นอยากยากลำบาก แต่ก็ยืนขึ้นได้สำเร็จ

 

                “ผมชอบแบมพี่ได้ยินไหม ผมชอบแบมพี่ได้ยินไหมพี่มาร์ค!”  ผมตะโกนระบายความอัดอั้นอย่างกับคนบ้า ตั้งแต่ไอ้แบมหายไปผมคงเป็นบ้าไปแล้วจริงๆถึงได้ชวนทะเลาะกับพี่มาร์คทั้งที่เราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

 

                “ได้ยิน แต่กูเป็นคนได้ยินไม่ใช่พี่มาร์ค”  จู่ๆพี่ยองแจก็โผล่ออกมาจากเขาวงกตฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

                “พะ….พี่ยองแจ”  ผมมองรุ่นพี่ที่โผล่มาจากเงามืดตาแทบถลนออกมาจากเบ้า น่าอายชิบที่ตะโกนไปเมื่อกี้ผมไม่อยากให้ใครได้ยินซะหน่อยแม้กระทั้งไอ้เจ้าของชื่อทั้งสองนั่นก็เถอะ

 

                “ประกาศตรงนี้คิดว่าสองคนนั้นจะได้ยินรึไง”  พี่ยองแจยังถามพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าตามแบบพี่แก แต่ผมกลับทำได้แค่ก้มหน้าตอบ

 

                “ผมก็แค่ระบายความรู้สึกไม่ได้อยากให้ใครได้ยินนี่ครับ แล้วพี่ล่ะมาทำอะไรตรงนี้ไม่ไปตามหาแบมแบมรึไง”  ผมถามกลับบ้าง แต่พี่ยองแจแกทำแค่ยิ้ม สรุปเฮียแกทำอย่างอื่นไม่เป็นใช่ไหมนอกจากยิ้มเนี่ย -___-‘’

 

                “พอดีได้ยินเสียงเหมือนหมากัดกันพี่เลยแวะมาดูเผื่อได้หมาไปตามรอยแบม”

 

                “หมาที่ไหนพี่ในนี้มีแต่เรานะ เอ๊ะ….”  ผมสะดุดกับคำพูดที่ว่า มีแต่เรา ของตัวเองเดี๋ยวๆนี่ไอพี่ยองแจหลอกด่าผมหรอ

 

                “พี่…..

 

ฟิ้ววว   มีเพียงเสียงลมพัดพร้อมเศษใบไม้ปลิวว่อน ร่างของผู้ชายที่ชื่อยองแจได้หายไปจากตรงนี้แล้วหลังจากหลอกด่าผม เหอะๆๆ โดยต่อยยังไม่เจ็บเท่าโดนผู้ชายคนนี้หลอกด่า

 

                “โดนซะแล้วกู”  ผมเช็ดเลือดที่มุมปากด้วยแขนเสื้อก่อนออกตาหาแบมแบมต่อ ตอนนี้เวลาของเราเหลือน้อยเต็มที

 

23.50 .

 

นาฬิกาดิจิตอลขนาดใหญ่ในห้องส่งแสดงตัวเลขบอกเวลาที่เหลือน้อยลงเต็มที เหล่าคิงนั่งไขว่ห้างมองการทำมิชชั่นของรุ่นน้องด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

 

23.50 .

เข็มหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรูของมาร์คเองก็ชี้ไปที่เลขนั้น มาร์คเริ่มกดดันตัวเองเขาวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปตามทางหินแข็งๆที่ถูกฉาบไปด้วยน้ำมัน

 

                “บัดซบเอ๊ย! แบมแบมรอก่อนนะ”

 

23.50 .

ยูคยอมวิ่งหนีฝูงตัวต่อแอฟริกาขนาดใหญ่พิเศษ หัวซุกหัวซุนข้างหน้าเขาคือยองแจที่วิ่งเร็วกว่านักกีฬาโอลิมปิก

 

23.50 .

แบมแบมยังนอนหลับอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของเขาวงกต ดอกไม้หลากสีสันแข่งกันเบ่งบานไม่ดูเวร่ำเวลาทำให้แบมแบมเหมือนเทวดาตัวน้อยที่นอนอยู่ในสวนอีเดน แต่สวนอีเดนแห่งนี้ช่างหนาวเหน็บไร้ซึ่งความอบอุ่น

 

                “พี่มาร์ค”  คนตัวเล็กพึมพำชื่อของคนที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลา

 

23.50 .

 

“แจ็คสันนี่มันใช่เวลาเล่นรึไงห๊า!”  จูเนียร์ถีบแจ็คสันที่มัวแต่ดึงดอกไม้หน้าตาแปลกๆเล่นอยู่ในเขาวงกตที่มีเพียงแสงสว่างจากไฟฉายของพวกเขาเอง

 

                “โอ๊ย เนียร์อ๊ะก็มันแปลกนี่ ดอกไม้อะไรก็ไม่รู้หน้าตาอย่างกับลูกศรเห็นไหมๆมันชี้ไปทางเดียวกันหมดเลย”

 

แจ็คสันลูบบั้นท้ายที่ถูกถีบของตัวเอง แล้วชี้ไปที่ดอกไม้สีแดงที่ตัวเองดึงเล่นอยู่ก่อนจะโดนตีน จูเนียร์มองหน้าไอ้ตัวภาระอย่างเอือมๆแต่ก็อดมองดอกไม้ที่แจ็คสันบอกไม่ได้ ก็จริงอย่างที่แจ็คสันว่าดอกไม้ห่าอะไรดอกพิลึกเหมือนไอแจ็คสันไม่มีผิด ดอกเป็นลูกศรแถมชี้ไปทางเดียวกันอีก

 

                “ไปต่อ”

 

                “คร้าบ”  จูเนียร์ตัดสินใจเดินตามดอกไม้หน้าตาประหลาดไป

 

23.52 นาที

เวลาไม่เคยรอใครพวกเขาทั้งหมดต่างทุ่มเททุกอย่างเพื่อหาคนสำคัญของตัวเองให้พบ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

 

 


Writer Talk
ไรท์เตอร์ลงตอนใหม่ให้เร็วกว่าที่บอกไว้นะคะพอดีงานด่วนเสร็จละ
แต่ไรท์ยังยืนยันนอนยันว่าอาจจะมีช่วงที่ลงช้าหรือหายบ้านะคะ


พิเศษ

ถ้าเม้นต์ถึง 100 เม้นต์ไรท์ละลงวิดีโอไรท์เต้นโคฟเวอร์เพลง A นะเออ
ย้ำว่าต้องถึง 100 เม้นต์นะ แล้วจะเห็นเอเลี่ยนเต้นโคฟเวอร์  มิ้วๆๆๆๆ มิ้ววว



 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

149 ความคิดเห็น

  1. #146 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 17:02
    อ่าาาาาาา
    #146
    0
  2. #104 GEHEIMNIS (@kik-sleep) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 12:36
    ฮาไอพี่หวังสุดและ55555555 โอ๊ยขำ
    #104
    0
  3. #81 Markbam (@exoandsnsd) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 01:40
    เวลาจะหมดแล้ววว
    #81
    0
  4. #59 Azucarss (@foryour) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 08:41
    มาเม้นอยากเห็นเอเลี่ยนเต้นโคฟเวอร์
    #59
    0