![]() |
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (15 พ.ย.51)
แมนฯ ยูไนเต็ด 5-0 สโต๊ค
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.3, 2-0 ไมเคิล คาร์ริค น.45, 3-0 ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ น.49, 4-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.84, 5-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.89
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามในโอลด์ แทรฟฟอร์ด พบจอมพลิกล็อกอย่าง "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ โดยเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปรับทัพดร็อปเวย์น รูนี่ย์ ที่ฟอร์มตกเป็นตัวสำรองและให้โอกาสคาร์ลอส เตเวซ ที่มีข่าวน้อยใจลงเป็นตัวจริงบ้าง
แต่เปิดเกมมาแค่ไม่ทันไร นาทีที่ 3 ฟรีคิกจากระยะ 30 หลาของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ซัดจากมุมเยื้องเขตโทษ แต่ปีกเทพก็ซัดได้อย่างเฉียบขาดลูกข้ามกำแพงก่อนส่ายอย่างแรงจนโธมัส โซเรนเซ่น รับพลาดบอลเข้าประตูไปให้เจ้าบ้านนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว
ทีนี้เกมก็เป็นของปีศาจแดงโดยสมบูรณ์แบบ เป็นฝ่ายที่เปิดฉากถล่มสโต๊คอย่างรุนแรงชนิดที่แทบไม่เปิดโอกาสให้น้องใหม่ได้มีโอกาสโงหัวเลย คล้ายเป็นเกมระบายความเครียดหลังฟอร์มหนืดมาหลายนัด
แต่กว่าที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะมาได้ประตู 2-0 ก็ต้องรอในช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก จากจังหวะการยิงด้วยซ้ายสุดมันของไมเคิล คาร์ริค ที่ซัดจากตรงกรอบเขตโทษเข้าสามเหลี่ยมไปอย่างเฉียบขาด ทำให้จบครึ่งแรกปีศาจแดงได้ร้องเพลงกันสบายใจเฉิบ
ครึ่งหลังเกมไม่มีเปลี่ยนทำนอง เป็นเจ้าบ้านที่ขยี้ข้างเดียวอย่างเมามัน และดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ก็มีชื่อบนสกอร์บอร์ดด้วยเมื่อได้บอลจ่ายมาจากเตเวซ ก่อนที่จะแตะบอลลงแล้ววอลเล่ย์จากระยะ 12 หลาเสียบเสาสวยงาม
โดนไป 3-0 แบบนี้ ทีมเยือนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ขณะที่เจ้าบ้านไม่ผ่อนเกียร์ลงเลยยังกระทืบคันเร่งต่อเนื่องหวังจะยิงประตูเพิ่มให้ได้เยอะที่สุด โดยเฉพาะโรนัลโด้ที่โดดเด่นเหลือประมาณในวันนี้
แต่จากประตูที่ 3 ถึงประตูที่ 4 ก็ต้องทิ้งช่วงกันนานถึงนาทีที่ 84 และคนที่ยิงเป็นกองหน้าดาวรุ่งอย่างแดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้โอกาสลงมาเล่นคู่กับมานูโช่ กอนซัลเวส ซึ่งทั้งสองก็ทำชิ่งกันก่อนที่เวลเบ็ค ดาวยิงผิวสีท่าทางคล้ายแอนดี้ โคล จะซัดไกลจากระยะ 25 หลาลูกเสียบใต้คานสวยชนิดส่งประกวดได้
ก่อนหมดเวลาอีก 1 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูปิดท้ายเกมจากฟรีคิกของโรนัลโด้คนเดิม คราวนี้ได้ปั่นบอลจากระยะอันตรายและเลือกเน้นมุมเข้าไปแบบโซเรนเซ่นหมดสิทธิ์เซฟ จบเกมปีศาจแดงก็เลยถล่มเละ 5-0 ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รายชื่อผู้เล่น
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, เนมันย่า วิดิช, จอน อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไมเคิล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ (ดาร์รอน กิ๊บสัน น.63), พาร์ค ชี ซอง (มานูโช่ กอนซัลเวส น.74), คาร์ลอส เตเวซ (แดนนี่ เวลเบ็ค น.63), ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
สโต๊ค : โธมัส โซเรนเซ่น, แอนดี้ กริฟฟิน (แอนดี้ วิลกินสัน น.79), อับดุลลาย ฟาย, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แดนนี่ ฮิกกิ้นบอแธ่ม, เซยี่ โอโลฟินยาน่า (ริชาร์ด เครสเวลล์ น.31), ซาลิฟ ดิเยา, ออมดี้ ฟาย, รอรี่ ดีแล็ป, ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ (เดฟ คิตสัน น.68), มามาดี้ ซิดิเบ้
ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ วอลตัน

ความคิดเห็น