Twilight ประเภท แอ็คชั่น/โรแมนติค ผู้กำกับหญิงฝีมือดี แคทธาลีน ฮาร์ดวิค ได้นำความมหัศจรรย์ของวงการวรรณกรรมอย่าง Twilight ให้ขึ้นมามีชีวิตอยู่ในโลกภาพยนตร์ โดยมันเป็นเรื่องของความรักที่ไม่คาดฝันของหญิงสาววัยรุ่น และแวมไพร์หนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ คริสเท็น สจ๊วต (Into The Wild) และ โรเบิร์ต แพ็ททินสัน (Harry Potter) รับบทเป็น โรมีโอ & จูเลียต แห่งยุคโลกาภิวัฒน์ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรื่องราวของความรักและความตื่นเต้น ในการผจญภัยที่อยู่เหนือธรรมชาติ ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีของ สเตฟานี่ เมเยอร์ โดย Twilight พูดถึงความรักของคนสองคน ที่ถูกโชคชะตาพัดพาไป และมันนำมาซึ่งผลกระทบที่อันตราย เมื่อพวกเขาถูกท้าทายโดยผู้ล่า โดยหนังยังถูกร่วมแสดงโดย เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ (My Own Worst Enemy), บิลลี่ เบิร์ค (24), ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี (Damages, The Scorpion King), อลิซาเบ็ธ รีซเซอร์ (The Ex List), นิคกี้ รีด (Thirteen), แอชลี่ย์ กรีน (Desire), แจ็คสัน รัทซ์โบน (Beautiful People), เคลแลน ลุทส์ (Prom Night), แคม จิแกนเด็ท (Never Back Down), อีดี้ กาเธกิ (Gone, Baby, Gone) และ ราเชล เลอเฟอร์ (Swingtown) Twilight กำกับโดย แคทธาลีน ฮาร์ดวิค (Thirteen, Lords of Dogtown) จากบทภาพยยตร์ของ เมลิซซ่า โรเซนเบิร์ค (Step Up, “Dexter”) อำนวยการสร้างโดย กอร์ดอน ก๊อดฟรีย์ (I, Robot; The Nativity Story), เกร็ก มูราเดี้ยน (Drumline, The Stepfather), และ มาร์ค มอร์แกน (Agent Cody Banks, The Wedding Planner)
เบลล่า สวาน (คริสเท็น สจ๊วต) เป็นเด็กสาวที่แปลกแยก และไม่เคยเข้ากับเด็กสาวคนอื่นๆได้ในโรงเรียนมัธยมที่ฟินิกส์ เมื่อแม่ของเธอแต่งงานใหม่ เธอจึงถูกส่งกลับไปอยู่กับพ่อในเมืองที่มีฝนตกตลอดเวลาอย่างฟอร์ค ในรัฐวอชิงตัน เธอไม่คิดว่ามันจะมีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก กระทั่งเธอพบกับหนุ่มรูปงามที่ลึกลับนามว่า เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) เขาเป็นผู้ชายในแบบที่เธอไม่เคยพบมาก่อน เขาทั้งฉลาดและมีความสามารถ นอกจากนั้นเขาก็ยังมองทะลุผ่านหัวใจเธอได้ ในไม่ช้า เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด ก็ต่างตกหลุมรักกันอย่างหัวปักหัวปำ โดย เอ็ดเวิร์ด สามารถวิ่งได้เร็วปานเสือภูเขา เขาสามารถหยุดรถที่ฟุ่งเข้ามาหาด้วยมือเปล่า และเขาก็ยังไม่แก่ลงเลยสักนิดเดียวตั้งแต่ปี 1918 ใช่แล้ว เขาเป็นอมตะ แต่เขาไม่มีเขี้ยวและไม่ดื่มเลือดมนุษย์ เพราะ เอ็ดเวิร์ด และครอบครัวของเขาเป็นกลุ่มแวมไพร์ที่แยกตัวออกมาจากแวมไพร์ทั่วไป สำหรับเขาแล้ว เบลล่า คือผู้หญิงที่รอคอยมากว่า 90 ปี เธอคือรักแท้ แต่เมื่อพวกเขาทั้งคู่เข้าใกล้กันมากเท่าไร เอ็ดเวิร์ด ก็ยิ่งต้องควบคุมความต้องการดื่มเลือดเธอ ที่อาจทำให้เขาเกิดคลุ้มคลั่งได้ และเมื่อ เจมส์ (แคม จิกานเด็ท), ลอเรนส์ (อีดี้ กาเทกิ) และ วิคตอเรีย (เรเชล เลอเฟอ) ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของตระกูลคัลเลนเดินทางมาถึงเมืองฟอร์ค และเป้าหมายคือ เบลล่า พวกเขาจะทำเช่นไร
Production ผู้อำนวยการสร้าง เกร็ก มูราเดี้ยน แห่ง Maverick Films ได้อ่านต้นฉบับของนวนิยายวัยรุ่นเล่มนี้ ก่อนที่มันจะกลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก "ส่วนหนึ่งในงานอำนวยการสร้างของผม คือต้องพยายามมองหาวัตถุดิบใหม่ๆที่มีความน่าสนใจอยู่เสมอ ซึ่งมันก็ทำให้ผมได้อ่านต้นฉบับหลายชิ้นก่อนการถูกตีพิมพ์ และต้นฉบับของเรื่องนี้ก็เดินทางมาถึงโต๊ะทำงานผม โดยมันเป็นเรื่องของหญิงสาวที่ตกหลุมรักกับแวมไพร์หนุ่ม ซึ่งจากความน่าสนใจของมัน ก็ทำให้ผมไม่สามารถวางมันลงได้ สิ่งที่ทำให้ มูราเดี้ยน สนใจไม่ใช่ความแปลกแตกต่าง แต่เป็นการที่มันสามารถสื่อได้ถึงคนทั่วโลก "มีภาพยนตร์ที่เล่าถึงแวมไพร์มานับพันเรื่องแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้โดดเด่นคือเรื่องของความรัก การเป็นแวมไพร์ในเรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนความหลงไหลของวัยรุ่น มันเป็นความรู้สึกที่ว่า ‘ผมรักคุณแต่ผมไม่สามารถอยู่กับคุณได้’ ผมคิดว่านั้นแหละเป็นการเปรียบเปรยที่พูดถึงความโหยหาของวัยรุ่นทุกคน" เขายังเล่าต่อว่า “ซึ่งมันคล้ายคลึงกับหญิงสาววัยรุ่นทุกคน ที่มีโอกาสในการออกเดทกับผู้ชายที่ผู้ปกครองเห็นชอบด้วย แต่ก็ยังมีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ทำตัวลึกลับและดูครุ่นคิดตลอดเวลา มันมีความปรารถนาที่จะไขความลับที่อยู่เบื้องหลังว่าแท้จริงแล้วเขาคือใคร และในแหตุการณ์นี้ เขาคนนั้นก็คือแวมไพร์ ซึ่งสิ่งที่ปรากฎออกมาก็ทำให้เธออยู่ในจุดที่เธอไม่สามารถหันหลังกลับได้แล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาจะเป็นเช่นไร" Twilight เป็นนวนิยายเล่มแรกของ สเตฟานี่ เมเยอร์ ที่ได้เขียนภาคต่อออกมาอีกสามเล่ม "ด้วยการที่เป็นนักเขียนหน้าใหม่ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องคาดหวังอะไรบ้าง ฉันได้รับการติดต่อให้มันถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ก่อนที่หนังสือเล่มแรกจะตีพิมพ์เสียอีก ความจริงแล้วฉันไม่ได้คิดถึงผลตอบรับอะไรทั้งนั้น ก่อนที่มันจะออกวางในชั้นหนังสือเสียด้วยซ้ำ" เมเยอร์ ยังได้เล่าถึงการที่เธอเลือกเป็นแม่บ้านมากกว่าที่จะเป็นนักเขียน "สำหรับฉันแล้ว หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันรู้สึกแปลกใจที่ผู้คนต่างตอบสนองกับมันอย่างดี มันทำให้ฉันแปลกใจที่เห็นผู้คนต่างมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครในเรื่อง และเล่าให้ฉันฟังว่ามันสำคัญต่อชีวิตของพวกเขาอย่างไรบ้าง ฉันได้รับอีเมล์จากคนที่คิดว่าหนังสือของฉันได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเขา"
วิค ก๊อดฟรีย์ ผู้อำนวยการสร้างได้เล่าว่า "นี้เป็นเรื่องที่อยู่เหนือธรรมชาติ โดยมีพื้นหลังเป็นโศกนาฎกรรมในเรื่องของความรักมันเป็นการผสมผสานที่ลงตัว และจากการที่มันดัดแปลงมาจากวรรณกรรมขายดี ที่มีแฟนหนังสือที่ปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอยู่แล้ว พวกเราจึงรู้สึกว่านี้เป็นโอกาสที่ดีในการเปิดรับผู้ชมใหม่ๆ ที่อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของ Twilight มาก่อน ผมคิดว่าเมื่อพวกเขาได้ดูมัน พวกเขาจะตอบสนองในแบบเดียวกับสาวก Twilight ที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้" ก๊อดฟรีย์ ได้เล่าต่อว่า "มันมีสิ่งที่เป็นอันตรายในหนังสือเล่มนี้ เช่นความตื่นเต้นที่ได้รับจากการกระทำของวัยรุ่นในสิ่งต้องห้าม นี้คือสิ่งที่ผู้คนสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ได้ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะกลุ่มผู้หญิงเท่านั้น ผมคิดว่าผู้ชายก็จะค้นพบเช่นกัน ว่ามันมีอันตราย, มีการต่อสู้ หรือมีเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ในนั้นมากเท่าไร และพวกเขาก็จะรู้ว่าการได้เป็นแวมไพร์นั้น มันเป็นเรื่องที่ดูเท่แค่ไหน" ทันทีที่ได้อ่านหนังสือ ผู้ควบคุมการสร้าง แคเรน โรเซนฟิลด์ ได้เล่าว่า เธอรู้สึกสนใจในมุมมองของ โรมิโอ & จูเลียต ที่ปรากฎอยู่ในเส้นเรื่อง โดยมันพูดถึงการห้ามใจตัวเอง ในอารมณ์ความรักที่มีให้แก่ฝ่ายตรงข้าม "ฉันคิดว่าพวกเราทุกคนต้องเคยคิดว่าตัวเองคือ เบลล่า เพราะเธอคือตัวละครที่เราทุกคนสามารถเข้าถึง บางทีพวกเราอาจรู้สึกแปลกแยกจากสังคม และอยากจะเดินเข้าไปหากลุ่มนั้นด้วยความเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด” เมเยอร์ เองก็รู้สึกตื่นเต้น ที่หนังสือเล่มแรกของเธอกำลังถูกดัดแปลงให้เป็นภาพยนตร์ โดยเธอเองก็มีเงื่อนไขที่ผู้สร้างนั้นต้องทำตาม นั้นก็คือความซื่อสัตย์ต่อตัวหนังสือ "พวกเราทุกคนคงเคยเห็นหนังสือดีๆที่ถูกทำลาย เมื่อมันต้องดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ฉันมีหลายอย่างที่ตัวเองอยากจะปกป้องเอาไว้ โดยเงื่อนไขของฉันมันก็ไม่ยากจนเกินกำลัง นั้นคือคุณห้ามฆ่าตัวละครที่ไม่ตายในหนังสือ, ครอบครัวคัลเลนทุกคนต้องปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ เหมือนกับที่พวกเขาปรากฎอยู่ในหนังสือ ฉันอยากจะให้ผู้สร้างรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้" โดยทีมผู้สร้างนั้น ก็ตกลงว่าพวกเขาจะซื่อตรงต่อตัวหนังสือให้มากที่สุดเท่าจะที่ทำได้ โดย มูราเดี้ยน ได้เล่าถึงเรื่องนี้ว่า "หนังสือเล่มนี้เหมือนกับคำภีร์ไบเบิ้ลของสาวๆ พวกเราต้องการเล่าเรื่องให้เหมือนกับที่ สเตฟานี่ ได้เขียนเอาไว้ ซึ่งเธอก็ดูจะพอใจกับบท แต่เธอก็มีข้อจำกัดที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งเราก็ได้ทำตามแทบทุกข้อ เช่นเราได้เปลี่ยนคำพูดที่อยู่ในหนังสือที่ว่า ‘และแล้วราชสีห์ก็มาตกหลุมรักแกะ’ โดย สเตฟานี่ แนะนำให้เราเปลี่ยนกลับไปใช้ประโยคนั้น โดยเธออธิบายว่ามีผู้หญิงหลายคนที่สักข้อความนี้บนร่างกายของพวกเธอ ตอนแรกผมคิดว่าเธอล้อเล่น แต่ในที่สุดเราก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง"
โรเซนฟิลด์ เสริมว่า "สิ่งที่ แคทธาลีน ได้ตีแผ่ออกมาใน Thirteen, Lords of Dogtown และ The Nativity Story ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันนั้นก็คือ เธอสามารถสร้างโลกที่มีความเป็นธรรมชาติและไม่ถูกปรุงแต่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการนำวรรณกรรมเรื่อง Twilight ขึ้นสู่จอภาพยนตร์" ฮาร์ดวิค ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการรับหน้าที่ผู้กำกับว่า "เมื่อฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ ฉันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสาวกที่ต่างคลั่งไคล้หนังสือชุดนี้ ฉันคิดว่า สเตฟานี่ ได้เขียนออกมาด้วยความรู้สึกที่สมจริง Twilight มีศักยภาพที่จะเป็นมหากาพย์ ที่มีงดงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกได้ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับการตกหลุมรักเป็นครั้งแรก และรักใครบางคนมากพอที่จะยอมเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแวมไพร์" เมลิซซ่า โรเซนเบิร์ค มีประสบการณ์พอตัวในการเขียนบท ที่เกี่ยวกับนักเรียนสาวในโรงเรียนไฮสกูล เช่นในซีรี่ย์ทางโทรทัศน์อย่าง Party of Five และ The O.C. โดยเธอยังเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Step Up ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเกี่ยวกับนักเต้นบัลเล่ย์และนักเต้นข้างถนน โดยเธอยังมีผลงานการเขียนให้กับซีรี่ย์เรื่องดังอื่นๆเช่น Dexter โดยเธอเล่าถึงการรับหน้าที่ในการเขียนบทเรื่องนี้ว่า "Twilight เป็นการรวมสองสิ่งที่ฉันรักเข้าด้วยกัน คือความรักในช่วงวัยรุ่นกับความมืดมนในการเล่าเรื่อง เมื่อพวกเขาติดต่อมาหา พวกเขาแค่พูดว่าเป็นเรื่องของวัยรุ่นและแวมไพร์ ฉันก็ตอบตกลงทันที" โรเซนเบิร์ค ได้เล่าต่อว่า "Twilight เป็นเรื่องความรักระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่ม โดยอุปสรรคที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาสามารถฆ่าเธอได้ทุกวินาที ฉันรักเคมีที่ถูกแชร์ระหว่าง เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด มันเป็นประสบการณ์ที่สามารถเข้าถึงได้กับทุกคน ผู้หญิงที่เคยเป็นเด็กสาวอายุ 17 ปี จะรู้ว่ามันเป็นความรู้สึกเช่นไร เมื่อพวกเธอได้พบกับชายหนุ่มลึกลับที่อยู่ตรงข้ามห้องเรียน โดยหนังสือที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคนเช่นนี้ ก็ยังยกตัวเองขึ้นไปอีกระดับด้วยการผสมผสานเรื่องของความเป็นแฟนตาซีเข้าไป ถ้าฉันเขียนให้กับวัยรุ่นสาวดูเพียงกลุ่มเดียว ฉันก็คงมีความสุขมากๆ เพราะว่าเมื่อพวกเธอรักอะไรแล้ว พวกเธอก็จะโอบกอดมันไว้ใกล้กับหัวใจ นี้คือกลุ่มคนดูที่ฉันอยากจะเขียนให้มากที่สุด"
| |||
เกี่ยวกับงานสร้าง และแนะนักแสดงจากหนังดัง Twilight.....
เขียนโดย
killer123
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
10 พ.ย. 51
489
0


เมเยอร์ ซึ่งจบจาก Brigham Young University เอกวรรณคดีอังกฤษ ได้เล่าถึงไอเดียของ Twilight นั้น มาจากความฝันของเธอ "เมื่อตัวเองตื่น ฉันก็อยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อมา ดังนั้นฉันจึงเริ่มลงมือเขียนมันลงไปในคอมพิวเตอร์ โดยวันแรกนั้นฉันเขียนไปได้ 10 หน้า และเมื่อฉันเขียนเสร็จทั้งเล่ม ก็ไม่มีใครที่จะตกใจไปมากกว่าตัวเองแล้วว่า ฉันสามารถเขียนหนังสือได้ทั้งเล่ม"
มูราเดี้ยน เล่าถึงการหาตัวผู้กำกับว่า "เราไม่ได้ตั้งใจหาแต่ผู้กำกับเพศหญิง แต่นักอ่านกลุ่มหลักก็คือหญิงสาววัยรุ่น พวกเราอยากได้ใครที่เข้าใจถึงมุมมองนั้น แคทธาลีน ก็เป็นผู้กำกับที่ถูกยอมรับโดยคนกลุ่มนี้ เธอสามารถเชื่อมโยงกับวัยรุ่นได้ และเมื่อเรามองดูถึงผลงานที่ผ่านมาของเธอ มันก็ยิ่งเหมาะสม พวกเรารู้สึกมีกำลังใจ เมื่อใครบางคนสามารถพูดได้ว่าเธอเคยเดินตามรอยเท้าของ เบลล่า มาแล้วในอดีต เธอเคยตกหลุมรักกับผู้ชายคนหนึ่งเป็นครั้งแรก และมันก็เป็นการตัดสินใจที่มีผลกระทบกับชีวิตของเธอ ที่มาจากการกระทำนั้น พวกเราโชคดีที่ได้พบกับผู้กำกับหญิงที่ยอดเยี่ยมคนนี้ โดยเธอสามารถนำทีมงานเข้าสู้สมรภูมิรบนี้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด"
ความคิดเห็น