Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : อย่าพยายามจะปลุกคนขี้เซา เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยนักนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    10 ต.ค. 59


Chapter 3 : อย่าพยายามจะปลุกคนขี้เซา เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยนักนิด


                หลังจากนั้นผมก็ถามอะไรหลายๆ อย่างกับฟริเอน่า ผมเรียบเรียงทุกอย่างตั้งแต่ต้นใหม่เพื่อที่จะได้ไม่ทำให้ตัวเองสับสน

                ที่ที่เรียกว่าเอเดนเซียนี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ยาวนานพอๆ กับโลกของผม ที่นี่ถูกดูแลด้วยเทพและเทพีทั้ง 7 มาตั้งแต่ต้น พวกเขามีความแตกต่างของตัวเอง พวกเขามีเวทมนต์เป็นของตัวเอง ยิ่งใหญ่จนสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้ง่ายๆ            ที่สำคัญ ในโลกนี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์ที่ทรงภูมิปัญญา มีความฉลาดและมีมันสมอง เผ่าพันธุ์อื่นๆ จะถูกจัดตามธาตุและแผกย่อยออกไปอีกที อย่างเช่น แฟรี่ ถูกสร้าง...

ฟริเอน่าบอกให้ผมใช้คำว่า “ให้กำเนิด” จะดีกว่า เพราะใช้คำว่า “สร้าง” มันเหมือนพวกเธอเป็นสิ่งของ

เอาใหม่ๆ อย่างเช่น แฟรี่ ถูกให้กำเนิดโดย ไพรเลน ก็จัดเป็นธาตุไม้ พรพื้นฐานคือพรแห่งป่า เป็นต้น

เทพแต่ละองค์ก็ดูแลสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาให้กำเนิดขึ้นด้วยกัน

                โพรอาให้กำเนิดผืนดิน เขาควบคุมดูแลทุกอย่างที่ดินต้องมีเพื่อมอบชีวิตให้ทุกสรรพสิ่งที่ต้องการ และให้กำเนิดเผ่าพันธ์ธาตุดินขึ้นมา

                ทีฟ่าให้กำเนิดผืนน้ำกว้างใหญ่ มอบน้ำให้กับทุกชีวิตบนเอเดนเซีย แต่เธอค่อนข้างจะแปรปรวนทางด้านอารมณ์ ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ธาตุน้ำ (พอพูดถึงทีฟ่า ฟริเอน่าก็ถอนหายใจแปลกๆ)

                เรนิสให้กำเนิดสายลม เขาให้กำเนิดสายลมขึ้นเพราะเขาเป็นคนรักสนุก เขาเต้น ทุกสิ่งก็จะเต้น กิ่งไม้สั่นไหว ใบหญ้าเอนโอนสะบัด และยังให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ธาตุลมด้วย

                กริฟิกให้กำเนิดไฟ เขามอบแสงสว่างในยามค่ำคืนที่มืดมิดที่ดวงจันทร์ไม่อาจช่วยได้มาก มอบความอบอุ่นให้เราทุกคน กริฟิกชอบมนุษย์มาก เขาให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ธาตุไฟ

                ไพรเลนให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต เธอสร้างต้นไม้ใบหญ้า สร้างสัตว์ป่า และให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ธาตุไม้

                เลนินให้กำเนิดแสงสว่าง เธอมอบความดีงามในจิตใจให้กับมนุษย์ เปรียบดังแสงสว่างแห่งความดีงามทั้งปวง เธอเป็นหนึ่งในสองแก่นของมนุษย์ กล่าวคือมนุษย์ถูกให้กำเนิดโดยเทพ 2 องค์นั่นเอง เลนินให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ธาตุแสงอีกด้วย

                ซิลเลียนให้กำเนิดเงา บางทีแสงที่สว่างเกินไปก็ทำลายเราได้จริงไหม เขาจึงให้กำเนิดเงาขึ้นมา เขาค่อนข้างจะนิสัยเสียเพราะอย่างนั้นเลยแอบใส่เงามืดในจิตใจเข้าไปให้มนุษย์ เขาคือคนที่คอยสร้างมนุษย์ด้วยกันกับเลนิน ทั้งยังให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ธาตุมืดด้วย ...ผมนึกสงสัยว่าเผ่าพันธุ์ธาตุมืดเนี่ยจะไม่เป็นอันตรายเหรอจึงถามออกไป ฟริเอน่าตอบผมว่าไม่ แต่พวกเขาแค่มีสัญชาตญาณความนิสัยเสียเหมือนซิลเลียนเท่านั้น

                เมื่อทุกอย่างครบถ้วน พวกเขาก็สร้างคนแรกของทุกเผ่าพันธุ์ขึ้นมา ทุกสิ่งมีชีวิตจะมีพรตามธาตุ ยกเว้นมนุษย์ที่เทพแต่ละองค์จะเลือกว่าจะมอบพรใดให้ใคร

                แต่ไม่นานนักพวกเทพทั้งหลายก็เบื่อ (ไม่นานของฟริเอน่าคือหลายร้อยล้านปี) พวกเขาปลีกตัวเองออกมาจนตอนนี้บางเผ่าพันธุ์คิดว่าพวกเขาเป็นเพียงตำนานโบราณคร่ำครึไปแล้ว แต่ฟริเอน่ายังบอกว่าพวกเขาดีใจที่เป็นแบบนั้นเพราะพวกเขาจะได้แฝงตัวไปเตร็ดเตร่ในหมู่มนุษย์ได้ง่าย...

                ฟังตำนานมามากพอ ต่อเป็นก็เป็นสภาพโดยรวมของเอเดนเซีย

                เอเดนเซียมีอยู่ทั้งหมด 7 ทวีปโดยตั้งชื่อตามเทพทุกองค์ ป่าแห่งนิรันดร์แห่งนี้ปลีกตัวแยกอยู่บนใจกลางทวีปโพรอาที่เป็นผืนดินใหญ่ที่สุด รอบนอกเขตป่าและทุ่งหญ้าไปจะถูกกั้นด้วยมหาภัยพิบัติหลายชนิดจากเทพ 7 องค์เพื่อกันไม่ให้มนุษย์ที่ไม่ได้อนุญาตลุกล้ำเข้ามาเด็ดขาด

                ฟริเอน่ายังหัวเราะคิกคักแล้วบอกผมด้วยว่า มีข่าวลือในหมู่มนุษย์ด้วยว่าในนี้เป็นพื้นที่ต้องสาป ทั้งๆ ที่ก็มีเรื่องราวของแต่ละทวีประบุไว้แล้วว่าที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเทพทุกองค์

                เพราะเป็นที่ๆ เทพทุกองค์อาศัยอยู่นั่นเอง ...แต่ปัจจุบันบางองค์จะอยู่ไม่สุขนึกคึกออกไปแฝงตัวอยู่กับมนุษย์บ่อยๆ ก็ตาม

                ส่วนเรื่องพรที่มนุษย์ได้รับพวกเขาก็มอบให้ตามแต่คนที่ตัวเองชอบ ใครชอบคนไหนก็ให้คนนั้นจัดการไป

                ผมถามเรื่องเกี่ยวกับผู้ที่ไม่ได้รับพรแล้ว แต่ฟริเอน่าบอกปฏิเสธทันทีว่า ถึงแม้เรื่องจะเกิดเรื่องเทพปลีกตัวออกมายังไง แต่เรื่องพรเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่เคยจะไม่สนใจ นั่นคงเป็นเรื่องที่มนุษย์ทำอะไรบ้าๆ กันไปเอง

                จากนั้นผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่อมากนักนอกจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราก็คุยกันเล่นจนพระอาทิตย์ตกดิน

                ฟริเอน่าบอกให้ผมพักที่นี่จริงๆ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่เมธานก็คาบผมขึ้นหลังแล้วพาผมกลับไปที่แท่นหินอยู่ดี ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกนั่นแหละ จะให้ผมไปไหนก็ได้ทั้งนั้นครับ เหอะๆ

                เมธานวางผมลงที่แท่นหินที่เดิม เขาให้ผมนอนพิงแล้วใช้หางมาทับตัวผมต่างผ้าห่ม “เมธาน ฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่”

                ผมถามออกไปขณะนอนมองดาวบนฟ้าเงียบๆ ถึงวันนี้จะเป็นวันที่สนุกและแปลกใหม่ แต่ผมกลับรู้สึกเบื่อๆ อย่างไรไม่รู้

                รู้สึกเหมือนขาดบางอย่างไป...

                “คุณอยากไปจากที่นี่เหรอ” เมธานถามกลับ ผมละสายตาจากท้องฟ้าแล้วจึงหันไปมองหน้าเขา สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกผิดคือดวงตาสีฟ้าที่ทอประกายความหงอยเหงา “คุณอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้เหรอ”

            “ฉันทำไม่ได้เมธาน” ผมตอบปฏิเสธ จริงอยู่ที่ที่นี่สงบสุข หากผมจะใช้ชีวิตที่นี่ไปตลอดย่อมได้ แต่ถ้าทำอย่างนั้นผมว่าผมตายไปเลยจะดีกว่า ชีวิตมันดูไม่มีความหมายเอาเสียเลย อย่างน้อยก็อยากออกไปมองโลกอันแปลกประหลาดนี่ให้ทั่ว

                “อย่างนั้นเหรอ... ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปที่คฤหาสน์ คุณจะได้ไปพบท่านเลนิน”

            “ทำไมถึงเป็นเลนินล่ะ” ผมถามอย่างสงสัย เทพมีอยู่ตั้ง 7 องค์กลับมีองค์เดียวที่ถูกเอ่ยถึง

                “ท่านเลนินไม่ชอบออกไปไหน พวกเทพองค์อื่นเลยโยนงานควบคุมดูแลที่นี่ให้เธอหมดเลยน่ะสิครับ” ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าเสียงของเมธานฟังดูเคืองๆ

                “งั้นเหรอ...หาว” ผมหาวออกมาก่อนจะค่อยๆ ปิดตาลงเพราะเริ่มง่วงแล้ว “ราตรีสวัสดิ์เมธาน”

                “เช่นกันครับ”

 

                “หาว...” เสียงหาวรับเช้าวันใหม่ไม่ใช่ของใครที่ไหน นอกจากตัวผมเอง นี่เรียกว่าเป็นครั้งแรกของชีวิตที่ได้หลับยาวโดยไม่มีเรื่องกลุ้มใจให้หนักอก ผมบิดขี้เกียจอยู่สักพักจึงหันไปตบลำตัวขนหนาของเมธาน 

                นั่นทำให้ผมพบว่าเขาขี้เซาหนักมาก

                “เมธาน! นายจะนอนอีกนานมั้ยเนี่ย”  เมธานครางครืดๆ ก่อนจะขยับตัวหนีมือของผม ผมว่าตอนนี้เขาคงอยากพูดว่าขอ 5 นาทีอยู่แหงๆ เลย แต่ผมอยากอาบน้ำล้างตัวสุดๆ เมื่อวานก็ไม่ได้อาบซะด้วย นั่นแหละคือแรงจูงใจสูงสุดตอนนี้ที่ทำให้ผมเขย่าปลุกเจ้าหมาตัวบิ๊กเบิ้มแบบไม่คิดชีวิต! “เมธานตื่นสิ เฮ้!

                ความพยายามของผมมีผลได้แค่ทำให้เมธานรำคาญเท่านั้น เขาไม่ยอมตื่นสักที แต่มีหรือที่ผมจะละความพยายามง่ายๆ

                ผลัก!

                "โอ้ย!" ดูเหมือนความรำคาญของเมธานจะอัพเลเวลขึ้น เขาถีบผมกระเดนตกแท่นหินเลยทีเดียว โอเค ตอนนี้ผมยอมรับความพ่ายแพ้ที่ว่าผมปลุกเจ้าหมานี่ไม่ได้ ขนาดโดนครั้งเดียวยังตกลงมาจากแท่นหินแถมยังมีความจุกที่ท้องอีก ถ้าโดนอีกรอบผมไม่เอาด้วยแล้วกัน

                ฮึ่ม! เจ้าหมาบ้า

                สุดท้ายผมก็ได้แต่มานอนแผ่อยู่บนทุ่งหน้าสีเขียวอย่างจนใจ จะว่าไปผมยังไม่แก้ความเข้าใจผิดนิดหน่อย ตอนที่ผมเห็นเมธานครั้งแรกผมไม่ได้มองเขาดีๆ  จริงๆ แล้วเมธานรูปร่างเหมือนหมาป่ากับจิ้งจอกมารวมร่างกัน ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง หน้าตาโดยรวมแล้วเมธานเหมือนหมาป่า แต่ตั้งแต่ลำตัวลงไปเขาเหมือนจิ้งจอก ถึงจะแปลกๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นประหลาด ไม่ได้ขัดตาอะไร ผมคิดว่าจะเลิกเรียกเขาว่าเจ้าหมา แต่เพราะโทษฐานที่ถีบผม ผมจะเรียกเขาเจ้าหมาต่อไป

                ไม่นานหลังจากนั้นเมธานก็ตื่น เขาสะดุ้งขึ้นทันทีที่ไม่เห็นผม เจ้าหมายักษ์ลุกพรวดขึ้นมาทันที

                แหมดีใจจัง ยังขี้หวงเหมือนเดิม หึๆ

     ในที่สุดเมธานก็ตามกลิ่นมาเห็นผมนอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้า สภาพตอนนี้ของผมบอกเลยใครๆ มองก็รู้ว่าเพิ่งไปฟัดกับหมามา และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

                “ไง ตื่นแล้วเหรอ!” ผมถามด้วยน้ำเสียงประชดพร้อมยิ้มมุมปากมองเมธานที่ยืนจ้องผมอย่างไม่เข้าใจ

                “ทำไมคุณถึงมานอนตรงนี้ล่ะ” เมธานถาม เขายังคงจ้องหน้าผม ส่วนผมหุบยิ้มก่อนจะหลับตาลงแล้วถอนหายใจออกมาเซ็งๆ

                “เมื่อไม่กี่นาทีก่อนนายเพิ่งถีบฉันตกลงมาน่ะสิ!” ผมตะโกนตำหนิขณะที่หลับตาอยู่ เอาจริงๆ ตอนนี้ผมหายจุกแล้วล่ะ แค่อยากแกล้งคืนเจ้าหมายักษ์นี่สักหน่อย “มันจุกนะเฟ้ย!

                “ผม...เป็นคนถีบคุณเหรอ” ผมสะอึกกลับน้ำเสียงหงอยๆ ที่เมธานตอบกลับมา ก่อนจะลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง “คุณเจ็บมากมั้ย”

                “เอาเถอะ ฉันไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก” ผมพูดออกมาอย่างอ่อนใจกับท่าทางหางลู่หูตกของเมธาน “ว่าแต่นายพอจะพาฉันไปแม่น้ำหรือลำธารอะไรประมาณนั้นได้มั้ย ฉันอยากอาบน้ำล้างหน้าน่ะ”

                “ได้สิ ในป่านิรันดร์มีน้ำตกด้วยนะ คุณต้องชอบมันแน่ๆ” เมธานพูดพร้อมย่อตัวลงให้ผมปีนขึ้นได้สะดวก เพราะเมื่อวานผมบอกเขาให้ทำแบบนี้เอง ผมรู้สึกไม่ค่อยดีที่ถูกคาบสักเท่าไหร่ “ต่อจากนั้นเราจะได้ไปหาเลนินกัน...”

            “โอเค ซิ่งไปเลยเมธาน!” ผมตะโกนหลังจากขึ้นมาเกาะอยู่บนหลังเขาเรียบร้อย ไม่นานนักเมธานก็ออกวิ่งตัดทุ่งหญ้าตรงเข้าสู่ป่านิรันดร์ เขาพาผมผ่านเส้นทางเดิม แฟรี่ตัวจ้อยทั้งหลายยังคงร่าเริงรับวันใหม่ไม่ได้ต่างจากเมื่อวาน

                “จะไปไหนกันเหรอเดล” ฟริเอน่าในร่างแฟรี่ตัวจิ๋วบินไล่มาขนาบข้างผมถามขึ้น ส่วน “เดล” เป็นชื่อเล่นที่เธอตั้งให้ผมเมื่อวานนี้

                “เราจะไปที่น้ำตกน่ะ เดลบอกอยากอาบน้ำ” เมธานตอบแทนผมขณะที่ฝีเท้ายังวิ่งไม่ลดความเร็ว

                “ถ้าอย่างนั้นเดินทางดีๆ นะ” ฟริเอน่าอวยพรก่อนเธอจะบินช้าๆ ปล่อยให้เมธานทิ้งห่างไปโดยที่ผมยังไม่มีโอกาสเอ่ยทักทายสักคำ

                ด้วยฝีเท้าของเมธาน ไม่นานนักเราก็มาถึงน้ำตก มันสวยมากอย่างที่เมธานบอก ก้อนหินสีเทาเรียบเรียงตัวตามแนวแม่น้ำ สองข้างของแม่น้ำประดับด้วยต้นไม่สีส้มเรียงยาว ใบไม้วางตัวบนพื้นหินเป็นพรหมธรรมชาติ ละอองน้ำที่ตกกระทบทำให้เกิดเป็นสายรุ้ง เมธานปล่อยให้ผมลงที่ข้างๆ โขดหินที่ชันสูงแล้วจึงเดินไปนั่งรอที่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลนัก

                ผมนั่งคุกเข่ามองเงาตัวเองในแม่น้ำใสๆ แล้วจึงจัดการล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าที่มีแค่ชิ้นเดียวของตัวเองแล้วลงไปแช่น้ำล้างตัว น้ำเย็นดีอย่างที่คิด

                “เมธาน” ผมเรียก ตอนนี้โขดหินบังอยู่ผมเลยไม่เห็นตัวเขา

                “ครับ? คุณอยากได้อะไรเหรอ”

            “ฉันไม่ได้อยากได้อะไรหรอก แค่อยากคุยกับนาย” ที่จริงผมไม่ได้มีโอกาสทำความรู้จักเมธานมากนัก เมื่อวานแทบทั้งวันก็คุยอยู่กับฟริเอน่า ผมอยากจะสนิทกับเขา เพราะเขาดีกับผมมากทีเดียว

                 “คุยกับผมเหรอ?” เมธานยังคงตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงมึนๆ ดูเหมือนเจ้าหมายังไม่ค่อยชินกับมนุษย์เท่าไหร่สินะ

                “ใช่ กับนายนั่นแหละ” ผมย้ำกลับไปขณะที่นั่งพิงโขดหินมองป่า มองน้ำตกไปเรื่อย “นายอยู่ที่ป่านี้นานแล้วเหรอ”

                “ใช่ ผมอยู่ที่นี่มานานแล้วครับ ผมถูกเลนินพามาที่นี่ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน เธอบอกผมว่าเผ่าพันธุ์ของผมใกล้จะสูญหายไปหมดแล้ว ผมเป็นคนสุดท้าย เราส่วนใหญ่ถูกมนุษย์ล่าเพื่อความสนุก จริงๆ แล้วเผ่าพันธุ์ของผมก็มีน้อยอยู่แล้ว พ่อแม่ของผมถูกล่าไป จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจความสนุกของมนุษย์เลย” ผมฟังเรื่องราวของเมธานแล้วก็ต้องตกใจกับความโหดร้ายที่เขาเคยพบมา น้ำเสียงตอนที่เล่าเรื่องทั้งหมดของเจ้าหมายักษ์ดูเศร้าสร้อย ทั้งยังหงอยเหงา จากที่ฟังมาเขาคงอยู่ที่นี่ตัวตนเดียวมาตลอด

                ความอยากจะช่วยเหลืออีกฝ่ายผุดขึ้นในใจผม ทำให้อยากจะคอยยืนเคียงข้างเขา ไม่อยากปล่อยให้เจ้าหมานี่ถูกทิ้งไว้ตัวเดียวอีก

                ผมอยากจะเป็นเพื่อนกับเขา

                “นายไม่โกธรแค้นเหรอ ฉันเป็นมนุษย์นายไม่เกลียดฉันเหรอ” ผมถามต่อไป ถึงแม้มันจะดูเจ็บปวดที่ต้องบอกให้เขาเล่าเรื่องนี้ก็ตาม แต่เอาไว้ผมจะแชร์เรื่องตัวเองกับเขาทีหลังแล้วกัน

                “เลนินบอกผมว่า มนุษย์มีความต่างในตัวของพวกเขาเอง และผมก็ชอบคุณ คุณอบอุ่นมาก ตลอด 7 วันที่ผมดูแลดวงวิญญาณของคุณผมรู้สึกมีความสุขและรู้สึกเติมเต็ม” เมธานบอก น้ำเสียงด็กชายของเขาดูมีความสุขอย่างที่พูด “...แต่ว่าคุณก็จะไปซะแล้ว”

                “...นายอยากไปกับฉันมั้ย” ผมโพล่งถามขึ้นแล้วลุกพรวดขึ้นจากน้ำเดินไปหาเมธานทั้งที่ยังเปลือยอยู่ เจ้าหมายักษ์ยังคงนอนหมอบอยู่ใต้ต้นไม้ ผมเอื้อมมือไปวางไว้หน้าผากของเขา “ฉันอยากเป็นเพื่อนกับนาย ถ้าเป็นไปได้ฉันจะขอเลนินว่าจะพานายไปด้วย”

                “ได้เหรอ? ผมจะไปกับคุณด้วยได้ใช่มั้ย ผมอยากไปกับคุณและผมก็อยากอยู่กับคุณ” เมธานมองตรงมาที่ผมด้วยดวงตาสีฟ้าใสๆ นั้น

            “ต้องได้อยู่แล้ว!” ผมดีดหน้าผากเจ้าหมายักษ์ที่โตแต่ตัวก่อนจะหันหลังเดินกลับไปเก็บเสื้อมาสวม หลังจากนั้นจึงปีนขึ้นไปเกาะบนหลังของเมธาน “ไปหาเลนินกันเถอะ”


--------------------


แฮ่ๆ สวัสดีตอนใหม่ค่ะ  และเราขอโทษทุกคนนะคะที่ต้อง ประกาศลดความยาวของแต่ละตอน กระซิกๆ เราพบว่า 2 ตอนที่ผ่านมายาวมากกกกก และเรากลัวทุกคนไม่มีเวลาอ่าน หรืออาจเบื่อกันไปก่อน ฮ่าๆ  เลยจะลดลงสักหน่อยค่ะ ;w; แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ยังอัพทุกวัน ถ้าใครกลัวขาดตอนก็รอ 3 วันอ่านทีก็ได้นะคะ แฮ่ๆ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคะ รักทุกคนนน <3 #ทีมเมธาน

ปล.ถ้าใครจะค้านหรือมีความเห็นยังไงเรื่องความยาวก็เม้นบอกเรานะคะ จะพิจารณา

1 คอมเม้น 100 กำลังใจนะคะทุกคน (ปล.สนุกไม่สนุกยังไงค่อยว่ากัน ฮ่าาาๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #337 Fktay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 17:46
    เมธานของช้านนนน
    #337
    1
    • #337-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      29 พฤศจิกายน 2559 / 21:40
      เมธานของทุกคนนนนน
      #337-1
  2. #224 kuronekokuroneko (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 16:53
    เมธาน~~~มาให้กอดที`~เเอ้ก/โดนถีบ
    #224
    1
    • #224-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      16 พฤศจิกายน 2559 / 21:50
      ต้องเพิ่มระดับความสัมพันธ์ก่อนถึงจะกอดได้นะคะ//ไม่ใช่ละ
      #224-1
  3. #75 agonizingpain (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 18:57
    เจ้าเมธานมีหึงหวง ขี้อ้อนอีก น่ารักจริงๆ เลย

    #75
    1
    • #75-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:50
      เนอะ~ น้องหมาน่าร้ากกก
      #75-1
  4. #41 Azlyss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 19:34
    เราชอบยาวๆนะ อ่านเพลินมากกกกก
    เราชอบการบรรยายแบบนี้ด้วย
    มันลื่นมันไหล มันดี ;____; กีสส
    เห็นภาพชัดเจนเลย แอบเขินตอนเดลถอดชุด
    ฟวกาหสกาาก เมธานน่ารักเหมือนเดิม
    ถ้าเทียบเมธานกับอายุคนน่าจะอายุเยอะแล้วเนอะ
    แต่นิสัยยังเด็กน้อยขี้อ้อนขี้หวงขี้เซา
    น่ารักม้ากกกก (ชมกี่รอบแล้วเนี่ย5555)
    #41
    1
    • #41-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      11 ตุลาคม 2559 / 19:51
      เดี๋ยวจะพยายามลงให้ยาวขึ้นนะคะ ;---; ตอนนี้ฟ่าขอหลุดจากสภาวะแต่งไม่ทันก่อนนะ
      เรื่องอายุเมธานก็ต้องรอดูกันต่อไป ฮ่าาๆ
      ถ้าไม่อยากชมอย่างเดียว หาคำผิดให้ฟ่าทีค่--- ผิด
      #41-1
  5. #12 gam20122541 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 19:04
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #12
    1
    • #12-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      1 ตุลาคม 2559 / 19:15
      ค่า >v<
      #12-1
  6. #11 gam20122541 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:34
    รอลุ้นตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #11
    1
    • #11-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      1 ตุลาคม 2559 / 06:22
      ค่าาา \>∆ #11-1
  7. #8 gam20122541 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 18:04
    สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #8
    1
    • #8-1 kidochigi(จากตอนที่ 4)
      29 กันยายน 2559 / 18:10
      ขอบคุณค่ะ ฮิฮิ เจอกันพรุ่งนี้ตอน 5 โมงน้าาา
      #8-1