Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 29 : Chapter 27 : บางทีเด็กก็น่ารักจนอยากลักไปทิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ธ.ค. 59


Chapter 27 : บางทีเด็กก็น่ารักจนอยากลักไปทิ้ง


วันนี้ท้องฟ้ายังคงแจ่มใสเหมาะแก่การทำกิจกรรมต่างๆ บวกด้วยช่วงนี้อยู่ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิด้วยอากาศจึงไม่ร้อนนัก

มาติน คือชื่อของคนที่กำลังนั่งไขว้ห่างพิงพนักเก้าอี้พร้อมจิบกาแฟชื่นชมธรรมชาติรอบด้านอยู่ในป้อมสีขาวติดกระจกใสทำให้มองเห็นรอบด้านได้

เก้าอี้ตรงข้ามเขาตอนนี้ว่างเปล่า ส่วนบนโต๊ะก็สุมเต็มไปด้วยสิ่งของนานาชนิด มหากาพย์แห่งความรกเลยล่ะ

มาตินมองรั้วเหล็กดัดเลยไปยังซุ้มทางเข้าสถานที่อันกว้างใหญ่ รร.แห่งจอมเวทย์ซิลเลเลีย

เขาคือคนที่มีหน้าที่เฝ้าประตู อ่า...แต่เขาไม่ใช่ภูติหรอกนะ ถึงส่วนใหญ่แล้วเขาจะให้ภูติเป็นผู้เฝ้าประตูก็เถอะ

ใครๆ อาจคิดว่าหน้าที่คนเฝ้าประตูสถานที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ต้องเป็นงานที่โคตรลำบากแน่นอน

แต่สำหรับมาตินแล้วมันช่างง่ายแสนง่าย 

เขาไม่ได้เก่งกล้าสามารถมาจากไหนหรอกแต่สถานที่จะเป็นตัวเกณฑ์คนเข้าออกเอง ฉะนั้น ไม่ต้องตรวจตรารอบๆ แค่เฝ้าประตูดีๆ เป็นพอ

ที่ลำบากจริงๆ ก็มีแค่เรื่องคนเข้าออกเสียมากว่า

การที่จะออกจากรร.แห่งนี้ได้ต้องยื่นเรื่องไปถึงผอ.เพื่อออกบัตรผ่าน แต่บ่อยครั้งที่มาตินนึกสงสัยว่าคุณผอ.ของที่นี่ได้อ่านเอกสารที่ถูกยื่นไปบ้างหรือเปล่า แม้จะมีเหตุผลเข้าท่าๆ พอที่จะอนุญาตให้นักเรียนออกจากรร.ได้ แต่ก็มีเหตุผลบ้าบอคอแตกเช่นกันอย่างเช่น ขี้เกียจเรียนเอย อยากกินเค้กร้านคุณป้าฮันน่าเอย

พอเจออีหรอบนี้ทีไรก็ทำเขาไปไม่เป็นทุกที

อา แต่ก็นะ มาตินเป็นแค่ลูกจ้างตาดำๆ จะว่าอะไรได้ล่ะ ขอแค่วันนี้เป็นวันที่สงบสุขต่อไปก็พอแล้ว

หือ... เหมือนจะมีคนมานะ เอาล่ะทำงานๆ



'จะบ้าตายชีวิต' ผมบ่นพึมพำในใจพร้อมมองค้อนเจ้าคนหน้าระรื่นที่ยืนยิ้มขบขันอยู่ข้างๆ

ตอนนี้เรายืนอยู่ข้างๆ เส้นทางที่น่าจะตรงเจ้าไปในส่วนต่างๆ ของรร. จากตรงนี้ไม่มีทางเดินหิน มีเพียงพื้นดินที่ไม่มีหญ้าเกิดเนื่องจากเป็นเส้นทางสัญจรบ่อยครั้ง

ผมรู้สึกเวียนหัว แม้จะไม่มากนักแต่ก็พาลรู้สึกไม่อยากจะทำอะไร

ตอนนี้ผมรู้ว่าควรจะทำใจได้แล้วเดี่ยวกับเวทนี้ เพราะตราบในที่อยู่กับหมอนี่ผมคงต้องได้เจอมันอย่างเลี่ยงไม่ได้

"ยิ้มอะไรของนาย ไปต่อสิ" ผมมองค้อนใส่คนข้างๆ อีกรอบขณะยกมือนวดขมับตัวเอง

พอนึกๆ ดูแล้ว ผมไม่ได้เวียนหัวเท่าครั้งแรกที่ล่อซะเกือบล้มทั้งยืน ผมคงใกล้ตะชินกับมันเสียแล้ว

"ถ้าคุณว่าอย่างนั้นไปกันเถอะครับ" เวเจนิสไหวไหล่ก่อนจะออกเดินนำไป

"ทำไมนายไม่ใช้เวทนั่นพาเราไปด้านนอกเลยล่ะ" ผมเดินตาม ตอนนี้มองเห็นซุ้มประตูทางออกอยู่ไม่ไกลนัก ข้างๆ นั้นมีป้อมสีขาวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ ในนั้นมีเงาคนด้วยหนึ่งคน หรือจะเป็นยาม?

"ม่านพลังทำให้ผมพามาได้แค่นี้ครับ" เวเจนิสตอบขณะเรียกบางอย่างออกมาจากชายน์โซน

"อ้อเหรอ" ผมมองตามของที่อยู่ในมืออีกฝ่าย มันคือแท่งอะไรสักอย่างที่มีขนาดไม่ยาวมาก พอเวเจนิสกำมันไว้จึงเห็นแค่ปลายด้ามโผล่ออกมา "นั่นอะไรน่ะ"

"บัตรผ่านครับ" เวเจนิสพูดแค่นั้น เรามาถึงป้อมสีขาวก่อนที่จะได้ถามอะไรอีก

ก็อกๆ!

เวเจนิสเคาะกระตกด้านหน้าป้อมซึ่งน่าจะเป็นช่องสำหรับทำการต่างๆ

เงาร่างด้านในที่เห็นการมาของเราแต่แรกนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกระจกอย่างพอดิบพอดี พอเวเจนิสเคาะปุ๊บกระจกก็เลื่อนเปิดปั๊บ

"นี่ครั้งที่ 13 ของเดือนแล้วที่นายมาเคาะกระจกนี่" คนตรงข้ามพอเห็นหน้าเวเจนิสก็กรอกตามองบนทันที อีกฝ่ายเป็นชายหน้าตาราว 30 ต้นๆ ที่ค่อนข้างจะดูดี ผมและตามีสีเดียวกันคือสีเทา

"ฮ่ะๆ สวัสดีครับมิสเตอร์มาติน" เวเจนิสทักทานตามมรรยาทก่อนจะวางแท่งบางอย่างในมือไว้บนรางเลื่อนกระจน "คงต้องรบกวนเวลาดื่มกาแฟของคุณสักหน่อยนะครับ"

"อืมๆ" มิสเตอร์มาตินหยิบกระบอกสีเงินที่มีจุกสีทองลวกลายกุหลายปิดไว้ทั้งสองด้านขึ้นมาดูก่อนจะส่งคืนให้เวเจนิสดังเดิม

"เขาเป็นใครน่ะ" ผมกระซิบถามเมื่อมิสเตอร์มาตินผละจากเก้าอี้เดินไปที่ประตูสีขาวของป้อม

"มิสเตอร์มาตินเป็นคนเฝ้าประตูทางทิศใต้ครับ ถ้าไม่มีเขาไม่ว่าใครจะออกหรือจะเข้าก็ทำไม่ได้ครับ" เวเจนิสตอบขณะเดินไปหามิสเตอร์มาตินที่ออกมายืนอยู่ด้านนอกเรียบร้อย คนผมเงินมีรูปร่างผอมและ...ค่อนข้างเตี้ยทีเดียว อีกฝ่ายอยู่ในชุดเสื้อเชิร์ตกางเกงขายาวเข้ารูป แม้เขาจะไม่สูงแต่ก็ค่อนข้างจะดูดี

ที่นี่คัดคนทำงานที่หน้าตาหรือไงเนี่ย

"วันนี้จะกลับตอนไหน" มิสเตอร์มาตินเอ่นถามขณะยื่นมือให้เวเจนิส เขาเหลือบมองผมแล้วเลิก คิ้วขึ้นข้างหนึ่งเหมือนกับเพิ่งเห็นผมอย่างไรอย่างนั้น "หืม มีคนมาด้วยเหรอ แถมเสื้อคลุมสีแปลกอีกแล้ว"

"สวัสดีครับ ชื่อเดลลินครับ" ผมเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตร อีกฝ่ายจึงพยักหน้ารับ

"วันนี้คงกลับดึกครับ" เวเจนิสยื่นมือไปจับมือคุณมาติน เขายื่นมือให้ผมอีกต่อ "อุ้มเมธานขึ้นมาแล้วจับมือผมไว้สิครับ"

ผมพยักหน้าทำตามที่เวเจนิสบอก เมื่อเรียบร้อยแล้วมิสเตอร์มาตินจึงออกเดินไปยังซุ้มประตูพร้อมพูดคุยกับเวเจนิสไปด้วย

"อืมๆ จะรอรับแล้วกัน" คนผมเงินพนักหน้าส่งๆ ก่อนจะก้าวออกไปด้านนอก ตามด้วยเวเจนิสและผมกับเมธาน

ความรู้สึกตอนเดินผ่านราวกับมีคลื่นบางอย่างกั้นไว้

"อย่าทำอะไรวุ่นวายล่ะ" มิสเตอร์มาตินทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน ผมปล่อยมือจากเวเจนิสก่อนจะลองยืนมือไปด้านในเขตรร. แต่ก็ต้องชะงักเพราะกำแพงที่มองไม่เห็น นี่คงเป็นม่านพลัง

"ไปกันเถอะครับ"

ผมหันกลับไปพยักหน้าให้เวเจนิสก่อนจะออกเดินตามไป



เราออกจากเขตรอบๆ รร.ได้ไม่นานก็เห็นเมืองอยู่ตรงหน้า ตามสองข้างทางผู้คนเปิดร้านรวงต่างๆ อย่างคึกคัก แม้ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ ก็ตาม

"แล้วต้องไปทางไหน" ผมถามเพราะไม่ได้พกแผนที่มาด้วยเพราะเวเจนิสโผล่มาในชั่สโมงเรียนโดยที่ยังไม่มทันตั้งตัวเลยไม่ได้กลับไปหยิบอะไรมาด้วย

"เดี๋ยวผมจะพาไปที่ประตูเมืองก่อนแล้วกันครับ"

"โอเค" ผมตอบขณะมองเส้นทางอาคารรอบด้านเพื่อจดจำเส้นทาง

หลังจากนั้นเราก็เดินไปเงียบๆ จนถึงที่หมายแล้วเวเจนิสจึงค่อยชี้เส้นทางต่างๆ ทางจากประตูเมืองจนถึงซิลเลเลียค่อนข้างไกลทีเดียว กว่าจะเสร็จธุระเรื่องเส้นทางตอนนี้ก็ราวๆ 4 โมงเย็นแล้ว

"อ้าว สวัสดีจ๊ะเวเจนิส" ขณะที่กำลังเดินอยู่ในตลาดคนข้างๆ ผมก็ถูกทัก เราหันมองตามต้นเสียงก่อนจะเห็นว่าเป็นคนป้าคนหนึ่งซึ่งกำลังซื้อของอยู่

"สวัสดีครับมิสเจนส์" เวเจนิสยิ้มให้คุณป้าที่กำลังเดินเข้ามาหาเรา

"ทำไมช่วงนี้ไม่ได้แวะมาเลยล่ะ นิมล์งอแงหาเธอตลอดเลย"

"ช่วงนี้ปัญหาค่อนข้างจะเยอะน่ะครับ" เวเจนิสเอื้อมมือไปคว้าตะกร้าของมิสเจนส์มาช่วนถือ

"อ่ะ ขอบคุณจ๊ะ... คงยุ่งน่าดูเลย ว่าแต่จะไปไหนหรือจ๊ะ"

"กำลังจะแวะไปหาคุณนั่นแหละครับ" เวเจนิสตอบพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวตรงหน้า

ช่างใบหน้าอันหาได้ยากอีก หมอนี่นอกจากยิ้มเจ้าเล่ห์กับยิ้มหลอกลวงก็ทำหน้าแบบนี้เป็นนี่

"อ้าวเหรอจ๊ะ ดีจังเลย เด็กๆ คงดีใจมากแน่ๆ" มิสเจนส์กุมมือตัวเองอย่างดีใจ "แล้วพ่อหนุ่มตรงนั้นมาด้วยกันเหรอ แม่หนูลาเนียไม่ได้มาด้วยเหรอ"

"เขาเป็นน้องชายคนใหม่ของผมครับ ส่วนน้องสาวผมไม่ว่างน่ะครับ"

ผมพยักหน้าให้คุณป้าแล้วกระพริบตาปริบๆ ไม่ค่อยชินเท่าไรนักกับฐานะน้องชาย

ผมไม่นับหมอนี่เป็นพี่หรอกนะ ถึงจะเป็นฐานัหลอกๆ ก็ตามทีเถอะ

"อ้าวไม่ใช่ว่ามีกันแค่สองพี่น้องหริกเหรอจ๊ะเนี่ย" มิสเจนส์ยิ้มให้ผมพร้อมถามอย่างสนอกสนใจ

"ลูกบุญธรรมคนใหม่ของผอ. น่ะครับ"

"งั้นเหรอจ๊ะ น้องชายเป็นคนรักสัตว์เหรอ น่ารักจังเลยนะ" คุณป้ายังคงจ้อต่อไป เมธานที่อยู่ในอ้อมแขนผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจที่ถูกเข้าใจว่าเป็นสัตว์เลี้ยงไป

"ครับ" เวเจนิสตอบโดยไม่คิดจะแก้ความเข้าใจผิดให้ผมแม้แต่น้อย

"ตายจริง คุยเพลินไปหน่อย ได้เวลากลับไปทำกับข้าวให้เด็กๆ แล้ว ไปด้วยกันสิจ๊ะ" มิสเจนส์ยิ้มหวานก่อนจะหันหลังเดินนำไป

"เราจะไปไหนกัน" ผมเดินไปตีคู่กับเวเจนิสแล้วถาม เมื่อครู่ไม่มีโอกาสพูดจึงได้แต่ยืนฟังเท่านั้น

"สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าครับ"


"ไม่ยักรู้ว่านายเป็นคนรักเด็ก" ผมเหลือบตามองคนข้างๆ ด้วยสายตาเคลือบแคลง

คนที่เอาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้จะเข้ากับเด็กได้เหร้อ ไม่ค่อยอยากเชื่อเลย

"ฮ่ะๆ แล้วคิดว่าผมเป็นคนแบบไหนล่ะครับ" เวเจนิสสวนกลับมาด้วยคำถามแทน แถมยังยิ้มเจ้าเล่ห์ประตำตัวอีกต่างหาก

"อืม... ก็อย่างคนที่เด็กกลัวจนร้องไห้อะไรแบบนั้น" ผมตอบกลับตามที่ตัวเองคิดพร้อมยกมือทั้งสองประสานกันไพล่ไว้ที่หลังคอ คิดไม่ตกว่าทำยังไงเด็กๆ ถึงจะไม่ร้องไห้จ้าตอนเห็นรอยยิ้มหน้าสงสัยของคนข้างๆ

"หึๆ แต่คุณยังไม่เห็นร้องไห้เลยนะครับ" หมายความว่าไงฟะ

"นายจะบอกว่าฉันก็เป็นเด็กเรอะ ฉันยี่สิบแล้วนะเฟ้ย" ผมเถียงกลับ รู้ดีว่าคู่สนทนาอายุปาไปขนาดไหนแล้ว ขนาดคุณป้าที่เดินนำหน้ายังตามไม่ทันด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าทิ้งห่างไม่ติดฝุ่น

แต่ผมก็มีชีวิตมาแล้ว 'ตั้ง' ยี่สิบปีนะ!

"แต่คุณก็ยังเด็กกว่าผมอยู่ดี" เวเจนิสยังคงตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่คิดจะเลิกรา

"อ้อเหรอครับ คุณปู่ทวดๆๆ" ผมกรอกตาใส่อีกฝ่าย ใจจริงอยากเรียกท่านบรรพบุรุษให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจริงๆ เชียว

"ใช่ครับหลานรัก" ยังคงตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นเดิม

"ฉันล่ะยอมแพ้นายจริงๆ" ผมกรอกตาเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ของวัน ตอนนี้ได้แต่ยกมือยอมแพ้ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าคนที่เอาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เหน็บแนมไปเท่าไหร่ก็ไม่ยักมีปฏิกิริยา

"หึๆ ใกล้ถึงแล้ว เตรียมตัวด้วยนะครับ" เวเจนิสเตือนหลังตากที่เราเดินตามตรอกซอยต่างๆ มาสักพัก

"ซนเหรอ" ผมเดา นี่เป็นนิสัยของเด็กอยู่แล้ว

"ฮ่ะๆ เต็มอัตราครับ" เวเจนิสตอบโดยไม่ต้องคิด เขาจัดการรวบเส้นผมยาวสีน้ำเงินของตัวเองอย่างแน่นหนา เสื้อคลุมสีเงินถูกถอดเก็บเข้าชายน์โซนจนเหลือแค่เครื่องแบบสีดำขอบทองด้านใน แขนเสื้อถูกพับเตรียมพร้อมอย่างกับจะไปหาเรื่องใคร

ผมมองอีกฝ่ายตาปริบ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ...

พอดีกับที่เวเจนิสอยู่ในสภาพพร้อมรบ เราก็มาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง รั้วไม้สีขาวติดป้าย 'บ้านเด็กกำพร้าทิสเซน่า' ผ่านประตูสีขาวเจ้าไปถึงด้านหน้าประตูเข้าตัวบ้าน เสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กลอยออกมาและดูวุ่นวาย

"กลับมาแล้วจ้ะเด็กๆ" มิสเจนส์ไขกุญแจก่อนจะพลักประตูเข้าไปทำให้เสียงที่ลอดออกมาดังขึ้นไปอีก

"ยินดีต้อนรับกลับค่าา/คร้าบบ" เด็กสารพัดไซส์พุ่งมายืนต้อนรับหน้าประตูด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม

น่ารักดีเหมือนกันแฮะ ...ถึงตะไม่เท่าเมธานก็เถอะ แต่ทางนี้ดันไม่ค่อยเหมือนเด็กมากนัก ไม่นับๆ

"อ่ะ! พี่เวเจนิสนี่นา!!" พอเราเดินเข้าไปในบ้านแล้วเด็กๆ มองเลยมาเห็นคนผมน้ำเงินที่ตามคุณป้ามาก็ร้องทักกันยกใหญ่

ก่อนจะกระโดดพุ่งเข้าใส่ปานซอมบี้ที่กำลังโหยหิวเล่นเอาคนข้างหน้าผมเซไม่เป็นท่า...

"กับพี่ชายสุดหล่อแล้วก็น้องหมา~!" เด็กผู้หญิงพุ่งเข้ามาล้อมผมแล้วมองเมธานด้วยสายตาเป็นประกายระยับ

"ไม่เห็นหล่อเลย เราหล่อกว่าตั้งเยอะ!" ตามด้วยเด็กผู้ชายที่เพิ่งกระโดดเกาะเวเจนิสที่พุ่งเข้ามาใส่ผมเป็นขบวน

ผมล้มตึงหัวชนประตู หลังจากนั้นก็ต้องเผชิญกับศึกแกะเด็กผีทั้งหลายออกจากตัว ที่สำคัญเมธานโดนเด็กผู้หญิงทั้งหลายรวบไปเรียบร้อย

"หวาาา ขนนุ่มจังเลย" เสียงเด็กที่กำลังฟัดขนเมธานดังขึ้น เจ้าหมาดิ้นขลุกๆ แต่กลับไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือเด็กหญิงทั้งหลายได้

ผมขืนตัวลุกขึ้นทำให้เด็กผู้ชายที่เกาะอยู่ตามตัวห้อยต้องแต่งแล้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน

เกาะแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแกอีกเว้ย!?

"ฝากดูเด็กๆ ด้วยนะจ๊ะเดี๋ยวป้าจะเข้าไปทำกับข้าว" ป้าเจนส์มองยิ้มๆ ราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติก่อนจะเดินเข้าไปในครัว

"ดะ...เดล ช่วยผมด้วย..." เมธานครวญครางอย่างน่าสงสาร ถ้าไม่ใช่ว่าเห็นอีกฝ่ายเป็นเด็กเขาคงไม่ทนอยู่อย่างนี้

"ฉันยังเอาตัวเองไม่รอดเลย" ตอนนี้ผมมีเด็กเกาะหลังอยู่ 3 ea ที่แขนทั้งสองข้างข้างละ 1 ea ด้านล่างที่กำลังปีนขึ้นมาอีก 2 ea พระเจ้าไม่ช่วยอะไรเลย ณ จุดๆ นี้

ซนเกินไปแล้วโว้ยยย!!!

"ฮ่าๆๆๆ" เวเจนิสสภาพไม่ต่างจากผมหัวเราะอย่างเริงร่างพร้อมเหวี่ยงพวกเด็กไปมาอย่างไม่กลัวเกรง แต่นั่นก็ทำให้พวกเด็กน้อยหัวเราะคิกคักด้วยความสนุกสนาน



"ฉันคงกลัวเด็กไปอีกนานแน่ๆ..." ผมเอนตัวเอาหน้าผากแนบโต๊ะด้วยสภาพน่าอนาถ เหนื่อยแทบสิ้นชีพกว่าจะพวกเด็กที่แสน 'น่ารัก' จะพอใจ

ไม่สิ กว่ามิสเจนส์จะทำอาหารเสร็จต่างหาก พอกินอิ่มเด็กพวกนั้นก็หมดสภาพไปหลายคน ...รวมทั้งผมและเมธานด้วย

"พวกเขาน่ารักออกนะครับ" เวเจนิสที่นั่งอยู่ตรงข้ามเท้าคางหัวเราะอย่างอิ่มเอมผิดวิสัย

"น่าลัก(ขโมย)ไปทิ้งล่ะสิไม่ว่า" ผมบ่นพึมพำเสียงเบา แม้จะพูดเล่นแต่ก็กลัวเด็กพวกนั้นจะได้ยิน "โอ้ย! หลังฉัน!

เล่นเกาะกันขนาดนั้นหลังไม่หักก็ดีเท่าไหร่แล้ว ถึงจะร้าวไปเลยก็เถอะ

อยากร้องไห้...

"พี่ชายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงหน้าตาหน้ารักคนหนึ่งทำให้ผมต้องลุกขึ้นมอง ตอนนี้เรานั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องอาหาร ส่วนมิสเจนส์ขึ้นไปทำธุระส่วนตัวจึงฝากเราเฝ้าห้องไว้ก่อนเผื่อเด็กๆ ต้องการอะไร

เด็กหญิงหน้าตาน่ารักเจ้าของเสียงใสมองผมอย่างเป็นห่วง ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาหมีสีชมพูน่ารักน่าชัง 

"อ่า...ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องห่วงพี่ชายหรอกค่ะ" ผมยื่นมือไปลูบหัวเธออย่างเอ็นดู เด็กผู้หญิงเรียบร้อยกว่าเด็กผู้ชายเป็นไหนๆ ล่ะนะ...

เด็กหญิงพยักหน้าแล้วแย้มยิ้มสดใสก่อนจะเดินกลับไปหาเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวเข้านอน

พูดถึงเป็นไรไม่เป็นไรผมก็อดหันไปมองเมธานไม่ได้...

สภาพย่ำแย่ยิ่งกว่าผมอีก... ตอนนี้เจ้าหมาสลบไสลไปเรียบร้อยแล้ว

"ทำไมถึงมีเด็กเยอะขนาดนี้นะ" ผมพึมพำขณะหันไปมองพวกเด็กๆ อย่างไม่เข้าใจ

ในบ้านเล็กๆ นี่มีเด็กสิบกว่าคนเชียวนะ ปกติแล้วควรเนอะขนาดนี้เหรอ

"พวกเขาส่วนหนึ่งคือเด็กที่เกิดมาไร้พรจนถูกทอดทิ้งยังไงล่ะครับ" เวเจนิสตอบเสียงเบา พอได้ยินแบบนั้นผมก็พาลรู้สึกสงสารพวกเขาขึ้นมาทันที

"แค่ไม่มีพลังก็ถูกทิ้งแล้วงั้นเหรอ" ผมถามอย่างไม่พอใจ

"ก็ไม่เชิงครับ เพราะเด็กบางคนก็มีพลังอยู่ แต่ก็ถูกทิ้งอยู่ดี"

ผมคร่ำเครียดขึ้นมาทันที ไม่แปลกหรอกที่จะมีเด็กถูกทิ้ง ขนาดโลกเดิมที่ไม่มีพลัง ก็ยังมีเด็กที่ถูกเอาไปทิ้งหรือถูกทำแท้งออกก็มาก นับประสาอะไรกับโลกที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์มากมายขนาดนี้

"เด็กคนเมื่อกี้เธอเป็นเด็กดีใช่ไหมล่ะครับ" เวเจนิสพูดแล้วเหลือบมองไปทางเด็กผู้หญิงที่อุ้มตุ๊กตาหมีอยู่ตลอดเวลา ผมพยักหน้ารับ เวเจนิสจึงพูดต่อ "เธอก็เป็นผู้มีพลังครับ อยู่ที่นี่มาได้ห้าปีแล้ว"

"ห้าปี? ไม่มีใครคิดจะรับไปเลี้ยงเลยเหรอ" ผมเลิกคิ้วแล้วขยับตัวนั่งหันข้างเพื่อให้เห็นพวกเด็กๆ ที่อยู่ห้องรับแขก

ชะตากรรมช่างเล่นตลกไม่ไว้หน้าใครจริงๆ...

"เด็กๆ หรือใครก็ตามที่ไร้พรถูกกล่าวหาอย่างไร้ที่มาที่ไปครับ" เวเจนิสผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ก่อนจะหลับตาคล้ายกำลังรำลึกถึงเรื่องราวบางอย่าง "ก็เหมือนกับบางแห่งบนเอเดนเซียที่คิดว่าอีกาเป็นสัตว์ที่จะนำความตายให้มาเยือน หรือแมวดำจะนำพาความโชคร้ายมาให้ เด็กๆ ที่น่าสงสารเหล่านี้ก็เหมือนกัน"

"มนุษย์ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยนะ" ผมอดถอดถอนใจไม่ได้ ความมืดพาดผ่านใบหน้าเพราะเรื่องราวของเด็กที่นี่สะเทือนถึงความทรงจำที่ผมปิดไว้

"ฮ่าๆๆ คุณเองก็เป็นมนุษย์นะครับ แต่สำหรับผม ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนก็ล้วนมีเหตุผลของตัวเองครับ มนุษย์เราก็แค่หนีจากสิ่งที่น่าหวาดหวั่นเท่านั้น พวกเราก็ล้วนรักชีวิตจริงไหมครับ" เวเจนิสเท้าคางมองออกไปไกลแสนไกล ประโยคที่เอ่ยออกมาทำให้รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาไม่น้อยเลย

"แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำร้ายคนอื่นได้ เด็กๆ ไม่มีความผิด พวกเขาไม่มีพิษภัย" มั้งนะ ส่วนเรื่องจะโตขึ้นไปเป็นอย่างไรก็อีกเรื่อง

"นั่นก็ถูกครับ เราถึงต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย" เวเจนิสพูดพร้อมกับหรี่ตาลง

"อืม" เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้มีเด็กสักกี่คนที่ถูกกระทำเช่นนี้ กรณีถูกทิ้งยังถือว่าดีอยู่ ถ้าเลวร้ายกว่านี้มีอีกคงไม่ดีแน่

ผมหวังว่าจะไม่เกิดยุคล่าแม่มดอะไรเทือกนั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้แม่มดจะไม่มีพลังก็ตาม

"ผมส่งรอนเซอร์ไปคอยสืบเรื่องราวเพิ่มเติมอยู่ เดี๋ยวคงต้องตามไปสมทบกันทีหลัง" เวเจนิสกล่าวก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกาข้างผนัง

หนึ่งทุ่มกว่าๆ แล้ว

"รอนเซอร์... มังกรดำในนิทานนั่นน่ะเหรอ" ผมพึมพำ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยอยากเขื่อเท่าไหร่นักว่าอีกฝ่ายจะเป็นเวียเจย์ "เวียเจย์?"

"อย่าพูดชื่อนั้นเลยครับ ตอนนี้ผมคือเวเจนิสต่างหากล่ะ" เวเจนิสตอบกลับเมื่อผมเอ่ยชื่อของตัวเอกในนิทานออกไป

"ทำไมถึงเปลี่ยนล่ะ สะเทือนใจกับอดีตหรือยังไง" ผมย้อนใส่อีกฝ่ายเสียงติดตลกเพื่อไม่ให้บรรยากาศเครียดเกินไป

จริงๆ มันเป็นคำถามเล่นๆ ที่หวังคำตอบล่ะนะ

"ไม่ใช่หรอกครับ เรื่องนั้นผมสะสางเรียบร้อยแล้ว คุณคงไม่คิดว่าผ่านไปเป็นพันปีผมยังคิดแค้นฝังใจเจ็บอยู่หรอกนะครับ ฮ่าๆๆ" เวเจนิสหัวเร่ะร่วนก่อนจะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะความถี่เนิบช้าแล้วจึงเอ่ยต่อ "การแฝงตัวอยู่กับมนุษย์ คุณไม่คิดเหรอครับว่ามันจะเป็นที่น่าสงสัยถ้ามีใบทะเบีนนประวัติระบุว่ามีบุคคลอายุกว่าพันปี"

"อ๋อ..." ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจระบบตัดการประชากรของที่นี่แต่ก็ต้องมีการยืนยันตัวตนเหมือนโลกที่ผมเคยอยู่ด้วยสินะ

ให้ตายเถอะ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องของที่นี่เลย จะถามเมธานเจ้าหมาก็หมกอยู่ในป่านิรันดร์เป็นร้อยๆ ปี แถมคนละเผ่าพันธุ์ คงไม่ค่อยได้ความ

"อ่าา ตายจริงๆ คุยกับคุณดาลินนานไปหน่อย ขอโทษพวกเธอด้วยนะ ขอบคุณที่ช่วยดูเด็กๆ นะจ๊ะ เอาล่ะนี่ก็ดึงแล้วพวกเธอกลับเถอะจ๊ะ ฉันจะพาเด็กๆ เข้านอนแล้ว" คุณป้าเจนส์บอกหลังจากแง้มใบหน้ามองมาในครัวก่อนจะเดินไปห้องนั่งเล่นไปหาเด็กๆ ที่บางคนเริ่มแบตหมดแล้ว "อ่ะ! เวเจนิสป้าอบคุกกี้ไว้ในกระปุกบนโต๊ะ ถ้ายังไงแบ่งเอาได้เลยนะจ๊ะ"

คุกกี้? ผมมองหันกลับมามองเวเจนิสที่กำลังเอิ่มมือไปหยิบกระปุกคุกกี้อย่างตกตะลึง

"ไม่คิดว่านายจะชอบคุกกี้นะ" ไม่เข้ากับอิมเมจเลย พอๆ กับฟีเรียล คนที่นี่ขยันแหกกฎกันเหลือเกิน ทำไมไม่ทำอะไรเข้ากับหน้าตัวเองบ้าง

"ชิมดูคุณก็จะรู้เองล่ะครับ" เวเจนิสยื่นกระปุกขนาดกลางมาทางผมขณะกัดคุกกี้ในมือ ผมมองคุกกี้ตรงหน้าก็ไม่ได้ปฎิเสธแล้วหยิบมาหนึ่งชิ้น

"นี่มัน..." คุกกี้เหมือนที่อยู่ห้องของซิลเลียน!?

"คุกกี้นี่เทพยังยอมรับเลยนะครับ" คนที่กำลังส่งคุกกี้ในมือเข้าปากยิ้มอย่างชอบใจ

ถึงมันจะอร่อยมากที่ก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับที่สุด แต่สิ่งที่อบอวนอยู่ในนี้... ผมส่งคุกกี้ส่วนที่เหลือในมือเข้าปากอีกครั้ง

"อุ่นใจดีใช่ไหมล่ะครับ" เวเจนิสเรียกถุงผ้าเล็กๆ ออกจากชายน์โซนก่อนจะหยิบคุกกี้ใส่ถุงไปจำนวนหนึ่ง

อย่างที่เวเจนิสพูด คราแรกที่กินผมก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักจึงไม่รู้สึกอะไร แต่พอกินตอนนี้ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ลองพิจารณาสิ่งที่อยู่ในเนื้อคุกกี้สีน้ำตาลอ่อนรสหวานกำลังดีนี้ กลับชวนให้อุ่นใจอย่างประหลาด

เสียงหัวเราะของเด็กๆ และบรรยากาศของสถานที่ที่แม้เหล่าเด็กน้อยจะขาดสิ่งที่ควรมีไป แต่ก็ยังมีความสุขได้ด้วยความรักของคุณป้าคนหนึ่งที่มีจิตใจเมตตาขนาดนี้

ถ้ามีคนที่รับพวกเขาไปเลี้ยงก็หวังว่าจะเป็นคนที่ดี ไม่เหมือนคนที่เคยทิ้งพวกเขาไป

อย่าได้เหมือนผม...

"เดลลิน!?!" เสียงเวเจนิสเรียกสติผมให้หลุดจากภวังค์ ผมที่ไม่รู้ว่ามองโต๊ะสีน้ำตาลด้านหน้าตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่เงยหน้ามองเจ้าของเสียงเรียก

ลมสายหนึ่งพัดผ่านอย่างไร้ที่มาทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นบนแก้ม เมื่อยกมือสัมผัสตรงนั้นผมก็เบิกตากว้าง

"คุณไม่เป็นไรนะครับ" ความกังวลที่แฝงมากับน้ำเสียงของคนผมน้ำเงินทำให้ผมเลิกคิ้ว มองใบหน้าที่ปกติเจือด้วยความเจ้าเล่ห์เสมอกลับนิ่งเรียบแฝงด้วยความเป็นห่วงเสียแทน

อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา...

"ไม่เป็นไร" แต่ในใจผมกลับค่อนข้างจะว่างเปล่าพิลึก

ผมรีบเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าตัวเองมีสีหน้าเช่นไร หวังว่าจะไม่แย่เกินไป

"คุกกี้อร่อยเกินไปเหรอครับ" เวเจนิสเอ่ยยิ้มๆ ใบหน้ากลับมาเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอกเช่นเคยเหมือนใบหน้าก่อนนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

"คงงั้นมั้ง" ผมยักไหล่ก่อนจะแย่งโถคุกกี้ในมืออีกฝ่ายมา



หลังจากนั้นเราก็ออกมาจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของป้าเจนส์ เนื่องจากถนนหน้าสถานที่แห่งนี้อยู่ค่อนข้างห่างจากถนนที่เป็นตลาดตอนนี้จึงเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากเสาที่ด้านในมียอดเป็นรูปร่างคล้ายตะเกียงเจ้าพายุเท่านั้นที่ยังส่องแสงสีส้มนวลตา มีคนเดินผ่านทางนี้เป็นระยะๆ ถือว่าเปลี่ยวที่เดียว

เมธานในอ้อมแขนผมยังหลับปุ๋ยไม่ได้สติ จึงต้องอุ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"นายจะไปไหนต่อ" ผมมองเวเจนิสที่ยืนมองท้องฟ้าอยู่

"วันนี้มีงานประมูลใต้ดินของซานน์ดีนครับ ผมต้องไปดู" ผมเวนิสพูดพร้อมถอดเสื้อคลุมสีเทาคู่ใจมาถือไว้

"ฉันไปด้วยได้ไหม" ผมโพล่งออกไปหลังจากเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง เวเจนิสหันกลับมามองหลังจากนั้น

"ได้อยู่แล้วครับ ใครบอกว่าผมจะให้คุณกลับ" เวเจนิสฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเรียกผ้าคลุมสีดำออกมาสองผืนพร้อมส่งเสื้อคลุมสีเงินตัวเองกลับเข้าชายน์โซน

อืม ดีนะที่ผมตัดสินใจจะไปเอง ไม่อย่างนั้นคงเซ็งน่าดูที่โดนบังคับ

"ต้องใช้เวทเคลื่อนย้ายเหรอ" ผมเอ่ยพร้อมรับผ้าคลุมจากอีกฝ่ายมาสวม

"ครับ แต่คงต้องแวะพักหลายที่เพราะเวทจำกัดระยะทางพอสมควร" เวเจนิสพูดพร้อมดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะจนปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง

"เวลาที่งานเริ่มล่ะ" ผมถามหลังจากจัดการผ้าคลุมเรียบร้อย

งานแฝงตัว เหอะๆ เสี่ยงมากเลยนะเนี่ย หวังว่าจะราบรื่นนะ

"เที่ยงคืนครับ ไปกันเถอะ กว่าจะถึงที่นั่นคุณก็คงชินกับเวทนี่พอดีล่ะครับ" เวเจนิสทิ้งท้ายหลังจากเดินมาจับแขนผม

อ่า สวัสดีเพื่อนยาก ในเมื่อฉันหนีนายไม่พ้นสักทีก็มาเจอกันสักตั้งเป็นไง!

วงเวทย์ใต้เท้าวาดตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่เราจะหายไปจากตรงนั้น

------------
???? : ยินดีต้อนรับสู่ซานน์ดีน

เวเจนิส : ช่วงนี้ใกล้สอบใครที่ยังเรียนอยู่อย่าลืมอ่านหนังสือกันด้วยนะครับ

อ่าใช่ๆ จนกว่าจะจบการสอบกลางภาคทีฟ่าจะลงแค่วันเว้นวันนะครับ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #421 bee72469277 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 11:23
    ป้าจะคิดตอนสักที ขอน่ารักๆดิ๊
    #421
    1
    • #421-1 KisegiJi(จากตอนที่ 29)
      4 มกราคม 2560 / 23:29
      ก็เนื้อเรื่องมันไม่น่ารักอ่ะ -3--
      #421-1
  2. #419 rainbowpig (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 20:32
    เพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรกค่าาา >```< สนุกมากเลย ช๊อบชอบค่ะ รออ่านต่อนะคะ (^w^)
    #419
    0
  3. #418 MoePuncH (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 07:54
    ให้ทิ้งเดลอะ น่าสงสัยน่าสงสัย
    #418
    0
  4. #417 chontikam2546 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 11:32
    เมธานของช้านนน
    #417
    1
    • #417-1 KisegiJi(จากตอนที่ 29)
      20 ธันวาคม 2559 / 22:00
      เวเจนิส : เมธานผู้น่าสงสาร
      #417-1
  5. #415 เอลิซ่า (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 14:23
    ชักตะหงิดชื่อตอน....คงเจอเด็กป่วนแน่เลย
    #415
    1
    • #415-1 KisegiJi(จากตอนที่ 29)
      18 ธันวาคม 2559 / 21:41
      เดล : ผมคงกลัวเด็กไปหลายวันเลยล่ะครับ...
      #415-1
  6. #414 MoePuncH (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 21:35
    สู้ๆไรท์ ฮือ~~อีกไม่กี่วันก็จะสอบเเล้ว//ปาดนำ้ตาเเปย
    #414
    1
    • #414-1 KisegiJi(จากตอนที่ 29)
      18 ธันวาคม 2559 / 05:36
      ฮืออออ นั่นสินะ ;;-;;//ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
      #414-1
  7. #413 วลัยพร แสงคำ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:08
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ปล.สู้ๆนะคะไรท์
    #413
    1
    • #413-1 KisegiJi(จากตอนที่ 29)
      17 ธันวาคม 2559 / 20:13
      ขอบคุณน้าาา//ซับน้ำตา
      ปล.แค่เม้นไรท์ก็ดีใจละ ตะพยานามให้มากๆๆๆๆๆ
      #413-1
  8. #412 MoMosai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:52
    ในที่สุดไรท์ก็อัพ ? O ? ตั้งหน้าตั้งโทรศัพท์รอ//อีก 65%ค่ะ รอๆ
    #412
    1
    • #412-1 KisegiJi(จากตอนที่ 29)
      17 ธันวาคม 2559 / 19:58
      คิดถึงจังเลย ฮืออออ ;;-;; ไรท์อยากแต่งนิยาย ไม่อยากอ่านหนังสือทำการบ้าน แต่ไรท์ต้องเรียน//ร้องไห้
      บางทีไรท์ก็คิดว่า fav 800กว่าเป็นภาพลวงตา... #บ่นแปป
      #412-1