Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 27 : Chapter 25 : กับราชวงศ์ตัวร้ายจำเป็นต้องมีมารยาทกับพวกเขาด้วยเหรอ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 ธ.ค. 59



chapter 25 : กับราชวงศ์ตัวร้ายจำเป็นต้องมีมารยาทกับพวกเขาด้วยเหรอ?

ห้องพัก 113 แห่งหอผู้ใช้พรแห่งไฟ ให้เทียบกับห้องในคฤหาสน์ของซิลเลียนที่นี่ไม่ค่อยต่างกันนัก แค่ที่นี่มีแสงสว่างให้ได้พบเห็นมากกว่าเท่านั้น ผนังสีขาว เตียงสีขาว ตู้สีขาว อะไรๆ ดูจะขาวไปหมด ผิดกับผอ.ของที่นี่ซึ่งนิยมโทนขาวดำเสียมากกว่า

ทางด้านขวาสุดของห้องเป็นประตูที่เปิดสู่ระเบียง ส่วนทางด้านซ้ายเป็นประตูทางเข้าห้อง ผมลองสำรวจทุกอย่างในห้องแล้วก็พบว่ามีของที่ผมต้องใช้เรียบร้อย แค่เปิดลิ้นชักข้างเตียงก็พร้อมสำหรับการเรียนพรุ่งนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเสื้อผ้า เพราะเรื่องนั้นก็ไม่ต้องห่วง

แต่เหนือสิ่งอื่นใด...

กริ๊ง!

เงินก็ดีที่สุด! อ่า... ขอบคุณสวรรค์ผมคงพอมีกินบ้างแล้ว

ผมรำพันกับตัวเองในใจก่อนจะเขย่าถุงสีดำเล่นให้ชื่นใจ ผมเจอถุงนี่ตอนที่สำรวจตู้เสื้อผ้า มันถูกวางไว้มุมด้านล่างในช่องเก็บเสื้อผ้าที่ถูกแขวนอยู่ ตอนนั้นแค่เห็นครั้งแรกผมก็ยิ้มปริแล้ว นี่ขนาดยังไม่แตะถุงเลยนะ หึๆ

"ไหนขอดูหน่อยซิ..." ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะเปิดถุงแล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาบนเตียงที่ตัวเองนั่งเอกเขนกอยู่

กริ๊งๆๆ!

เสียงช่างไพเราะเสนาะหู นี่คงเป็นรางวัลสำหรับความเหนื่อยยากของผมในวันนี้ใช่ไหม

"เดล? ทำอะไรอยู่เหรอครับ" เสียงเมธานเรียกความสนใจผมให้เงยหน้าหันไปมอง เมธานในร่างเด็กชายร่างขาวบริสุทธิ์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยร่างกายที่พราวไปด้วยหยดน้ำ

"นับเงินที่ซิลเลียนทิ้งไว้ให้น่ะ ว่าแต่เมธาน ทำไมนายไม่เช็ดตัวให้ดีๆ" ผมละมือจากเหรียญทองก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงไปรวบตัวเจ้าหมาขึ้นมาวางบนเตียง จากนั้นจึงเดินไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบผ้าขนหนูออกมาเช็ดผมที่ยังชุ่มไปด้วยน้ำของเมธาน เจ้าหมาหลับตาแล้วให้ผมทำนู่นทำนี่ให้ตามใจ

"เดี๋ยวมันก็แห้งเองแหละครับ" เมธานเอ่ยตอบหลังจากที่ผมเช็ดผมเช็ดตัวให้อีกฝ่ายเสร็จ เมธานก้าวลงจากเตียงก่อนร่างที่พาดด้วยผ้าขนหนูจะมีแสงมาโอบอุ้มก่อนจะกลายเป็นชุดสีขาวเช่นเดิมที่ใส่อยู่ก่อนหน้านี้

"ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง" ผมเอ่ยพร้อมย่นจมูกเล็กน้อย ขณะเอาผ้าที่ชุ่มๆ อยู่ออกมาตากที่ราวตากผ้าซึ่งอยู่ตรงระเบียง

"เดี๋ยวมันก็หายเองแหละครับ" เมธานที่กำลังปีนขึ้นเตียงอย่างเอื่อยเฉื่อย ร่างเล็กทิ้งตัวเอาหน้าซบลงกับหมอน สภาพหมดมาดหมาแต่ควรเรียกว่าตัวสลอตมากกว่า

ท่าจะเหนื่อยมากนะนั่น

"เมธาน..." ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างอ่อนใจขณะเดินกลับมาที่เตียง

"ราตรีสวัสดิ์ครับ" เมธานเอ่ยเสียงอู้อี้เพราะหน้าซุกอยู่กับหมอนก่อนจะหลับไป ผมรวบเหรียญทองเก็บเข้าถุงเช่นเดิมแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเมธาน

ไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลยนะ เจ้าหมาตัวนี้

ผมถือถุงเงินแล้วเดินไปที่โต๊ะอ่านหนังสือก่อนจะเปิดลิ้นชักเพื่อเก็บถุงสีดำไว้ด้านใน ผมดึงเก้าอี้ออกมาก่อนจะนั่งลง

ตรงหน้านี้... ที่บนโต๊ะมีแฟ้มและเอกสารที่ได้มาจากฟีเรียล ผมมองมันอยู่อย่างนั้นแล้วพลันรู้สึกอารมณ์ทิ้งดิ่งลงเหว ความสุขที่ได้เห็นเงินลดลงทันตา

คืนนี้อีกยาว...

ให้ตายเถอะชีวิต ทำไมงานมันเยอะอย่างนี้ แล้วที่สำคัญ ดันซวยต้องไปรับคนจากซานน์ดีนอีก แถมยังเป็นตัวเอ้กขององค์กรอะไรนั่นเสียด้วย

หวังว่าฝ่ายนั้นจะมาทำตามจุดประสงค์ที่บอกนะ เหอะๆ 

ผมยื่นมือไปหยิบเอกสารเกี่ยวกับแขกที่จะมาเยือนในวันเสาร์นี้เงียบๆ เมธานหลับไปแล้ว ห้องนี้จึงเหลือแค่ผมที่ยังเคลื่อนไหวอยู่

เอกสารที่ผมกำลังอ่านอยู่เป็นเอกสารชุดแรกที่ฟีเรียลเอามาให้เมื่อตอนค่ำก่อนที่จะรู้ว่าเทรัลถูกพาตัวไป

ด้านหน้าเป็นสถานที่ เวลาและข้อมูลอื่นๆ ที่ผมเคยอ่านผ่านๆ มาแล้ว สถานที่นัดหมายคือประตูทางเข้าเมือง เวลาหกโมงเย็น ต้องพาคณะเดินทางของพวกนั้นมาถึงรร.ตอนราวๆ หนึ่งทุ่มแล้วค่อยติดต่อฟีเรียล

เอาสารแผ่นต่อมาเป็นแผนที่เมือง จุดที่สำคัญถูกวงกลมไว้ด้วยหมึกสีดำ ประตูเข้าเมืองที่ผมต้องไปเป็นหนึ่งในสี่ประตูที่อยู่ตามแต่ละทิศ ที่ผมต้องไปคือประตูทางทิศใต้แล้วจึงค่อยพาคนเหล่านั้นมาตามเส้นทางที่ถูกขีดไว้

ถ้าวันไหนว่างผมคงต้องหาโอกาสไปสำรวจก่อนล่ะนะ กันไว้ก่อน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีโชคเรื่องเส้นทางเสียด้วยสิ  เหอะๆ...

เมื่อเปิดไปเอกสารแผ่นสุดท้ายผมก็ต้องถอนหายใจเพราะมันคือ 'มารยาทอันสมควรปฏิบัติต่อราชวงศ์ซานน์ดีน' ที่ยาวกินพื้นที่เต็มหน้ากระดาษ...อ่อด้านหลังด้วย

เฮ้อ! ยาวชะมัด...



สีฟ้าเป็นสิ่งแรกที่ผมพบ ผมพบว่าตัวเองอยู่ในท่าคู้ตัวงอเอาหน้าลงไปซบกับโต๊ะ ไม่สิ แผ่นกระดาษต่างหาก

ผมขยับมือขึ้นมาจิ้มจมูกขาวเนียนของเจ้าของดวงตาสีฟ้าที่ไม่รู้มานั่งมองผมหลับตั้งแต่เมื่อไหร่

เมธานหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างหน้าเอ็นดู "อรุณสวัสดิ์ครับ"

"อรุณสวัสดิ์เมธาน" ผมใช้มือทั้งสองข้างดันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ไม้ที่กำลังนั่งอยู่ จากนั้นจึงทำการบิดขี้เกียจหนึ่งทีให้หายเมื่อย "ตอนนี้กี่โมงแล้ว" 

เออลืม... ผมจะถามทำไม ผมมีนาฬิกาข้อมืออยู่

"เพิ่งหกโมงเองหรอกเหรอ" พึมพำกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เมธานพยักหน้าให้ผมครั้งหนึ่งก่อนจะวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบของที่ผมต้องใช้สำหรับทำกิจวัตรในตอนเช้าให้

เมธานยื่นของทั้งหมดให้ผมด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความคาดหวังบางอย่าง "ขอบใจนะ"

ผมลูบหัวของอีกฝ่ายก่อนจะไปทำธุระส่วนตัว



"วันนี้เรียนอะไรบ้างอ่ะ" เทรัลถามขณะเคี้ยวขนมที่แถวบ้านผมเรียกมันฝรั่งทอดเสียงดังกรุบๆ ส่วนไอเรียที่อยู่ถัดไปก็อยู่ในวิกฤตการณ์อันแสนลำบากใจ

"เธอชื่ออะไรเหรอ ผมไม่เคยเห็นใครที่สวยเท่าคุณมาก่อนเลยนะ" ตัวสร้างความลำบากใจหมายเลขหนึ่งพูดอย่างเอาอกเอาใจ แต่คนถูกพูดใส่ดูจะไม่คิดแบบนั้นนี่สิ

"ใช่ๆ บอกหน่อยสิ" หมายเลขสองพยักหน้าพร้อมเสยผมแบบที่คิดว่าตัวเอง 'หล่อ'

"อะ... ไอเรีย" คนถูกจีบตอบเสียงค่อย มือกำหนังสือที่กำลังอ่านแน่น สายตามองเทรัลเป็นระยะอย่างขอความช่วยเหลือ

คนเจ้าตัวดันไม่รู้ตัวและไม่คิดสนใจเสียอย่างนั้น

"ช่วงเช้าเป็นวิชาการใช้เวทย์ทั่วไป ช่วงบ่ายเป็นวิชาการใช้ศาสตราวุธ" ผมเคาะปากกาขนนกกับโต๊ะเป็นจังหวะเพลงติดปากสมัยก่อน เพลง London bridge อ่ะนะ

ส่วนเมธานน่ะเหรอ จมเข้าไปในหนังสือเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้าเราแวะไปยืมมาจากห้องสมุดของซิลเลียนเพราะผมต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องของอาณาจักรซานน์ดีน เลยได้ที่เมธานพอจะอ่านได้กลับมาด้วย

"หูว... น่าตื่นเต้นชะมัด" เทรัลนั่งเท้าคางมองไปหน้ากระดานพร้อมส่งขนมเข้าปากเป็นระยะ ผมที่กำลังจัดการรายชื่อคนในห้องอยู่ใช้เท้าเตะเจ้าคนมัวแต่กินเข้าทีหนึ่งแล้วบุ้ยปากไปทางไอเรีย

เธอจะร้องไห้แล้วนั่นสนใจหน่อยสิฟะ

เทรัลหันมามองผมพร้อมเลิกคิ้วแต่ก็มองไปทางที่ผมบอก

"ตอนเที่ยงนี่ให้ผมเลี้ยงข้าวไหม สั่งได้ตามสบายเลยนะ ผมเป็นลูกของขุนนางเอกแห่งมีเทีนเลยนะ" หมายเลขหนึ่งยังคงโม้เรื่องตัวเองต่อไป ส่วนไอเรียก็ก้มหน้ามองหนังสืออย่างลำบากใจ

"เอ่อคือ..." ไอเรียตอบกลับ แต่ไม่ทันพูดต่อเทรัลก็โถมตัวไปกอดคอจิ้งจอกสาวเล่นเอาเธอสะดุ้งเฮือก

"โทษทีพวก ไอเรียลำบากใจนะ เพราะเที่ยงนี้เราจะไปกินด้วยกันสามคน" เทรัลพูดพร้อมยักคิ้วทำเอาหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองมองมาด้วยความไม่พอใจ

"อย่างนั้นเหรอ ถ้าวันไหนว่างก็บอกเรานะ" หมายเลขหนึ่งพูดก่อนเดินนำหมานเลขสองไปยังที่นั่งของตัวเองผมแอบได้ยินเสียงจิ้จ้ะอย่างไม่พอใจจากทั้งสองด้วย แต่ก็เท่านั้นแหละ เขาไม่เอาพวกแกจะทำอะไรได้ฟะ

"ไม่เป็นไรนะไอเรีย โทษทีนะ ฉันเห็นเธอลำบากใจ" เทรัลผละออกมาจากไอเรียที่หน้าขึ้นสีเล็กน้อย ไอเรียพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเทรัล

"ขอบคุณ ฉันลำบากใจจริงๆ" ไอเรียยิ้มบางก่อนจะหันกลับไปดูหนังสือตรงหน้าต่อ เทรัลกลับมานั่งเท้าคางกินขนมต่อแล้วพยักหน้าให้จิ้งจอกสาว

"ถ้าไม่ชอบพวกนั้นก็บอกแล้วกัน ฉันก็เป็นไม้กันหมาให้เธอมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วนี่นะ ฮ่าๆ" เทรัลยื่นมือไปขยี้ผมสีส้มของไอเรียจนชี้ไม่เป็นทรง

อะไรกัน... เทรัล... หมอนี่ไม่รู้จริงเหรอว่าไอเรียชอบใคร ซื่อบื้อชะมัด ผมรู้จัดทั้งสองคนไม่ถึงวันก็รู้แล้วนะนั่น

"อื้อ ขอบคุณนะ" ไอเรียยกมือขึ้นลูบผมตัวเองปอยๆ ริมฝีปากยกยิ้มที่ทำให้ผู้ชายแถวนี้ละลายได้ แต่ดันมีคนหนึ่งที่ดันไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด

สู้ต่อไปไอเรีย...

"ว่าไปเช้านี้ไม่หนาวแล้วแฮะ" เทรัลหันไปมองที่นั่งหลังสุดตรงที่เลวินนั่งอยู่ คนผมทองกำลังสนใจบางอย่างตรงหน้ามากกว่าจะมานั่งจ้องผมจนอุณหภูมิห้องกดต่ำ ผมไหวไหล่

สนใจที่ไหนล่ะ หมอนั่นอาจสงบปากสงบคำขึ้นหลังจากเหตุการเมื่อวานก็ได้ใครจะไปรู้ ว่าไปนั่น... นินทาไม่ทันไรคนที่ถูกพูดถึงก็เงยหน้าจ้องเขม็งมาทางนี้อย่างอาฆาตไม่เปลี่ยนแปลง

คนเราก็ไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ อย่างนี้ล่ะน่า

"อย่าไปสนใจหมอนั่นเลย เอาล่ะ ฉันคงต้องทำหน้าที่ สักหน่อย" ถึงจะไม่อยากทำก็เถอะ

ตอนนี้คนในห้องเองก็มาเห็นจะครบแล้ว ไหนๆ ก็ได้งานมาแล้ว รีบๆ ทำให้เสร็จดีกว่าจะได้มีเวลาเตรียมตัวรับศึกหนักต่อไป

แปะๆ!

ผมที่เดินมาถึงพื้นยกหน้าชั้นปรบมือเรียกความสนใจจากคนในห้องที่จับกลุ่มคุยกันบ้าง อ่านหนังสือบ้าง

"สวัสดีทุกคน ผมเดลลิน อย่างที่เห็นกันแล้สเมื่อวานว่าผมได้รับหน้าที่ให้เป็นหัวหน้าห้อง ผมไม่สนว่าใครจะอยากทำความรู้จักกับใครหรือไม่ แต่ในที่นี้เราอยู่ห้องเดียวกัน และผมต้องการคนที่จะมารับหน้าที่คอยช่วยงานในห้องของเรา" ผมร่ายยาว อย่างน้อยก็พอมีสกิลการพูดมาจากการว่อนสัมภาษณ์งานจเมื่อก่อน ดีที่ทุกคนให้ความสนใจ ไม่รู้เพราะหน้าตาตัวเองหรือสกิลการก่อเรื่องเมื่อวานกันแน่...



"เวทย์ทั่วไปเป็นเวทย์ที่สามารถใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นผู้รับพรจากเทพองค์ใด เรื่องนี้ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว" เสียงแหลมไม่น่าฟังของอาจารย์ไม่สาวภายใต้เสื้อคลุมสีเงินเอ่ยเนิบช้า ใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยนิ่งเรียบพร้อมหันหลังจรดช็อคบนกระดานดำเป็นข้อความที่ตัวเองพูดไปแล้ว

หลังจากที่จัดการหน้าที่ในห้องเรีวนต่างๆ เรียบร้อยอย่างเหลือเชื่อ ไม่นานคนในบรรทัดด้านบนก็เข้ามา ผมจดตามที่คนคนหน้าห้องเขียนอย่างเสียไม่ได้ นี่เป็นหนึ่งปัญหาอันยิ่งใหญ่ที่ผมต้องเผชิญคือ 'สิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว'

สาบานเลย ต่อให้ขยันอ่านหนังสือแต่ไหนแต่บางเรื่องก็ยากที่จะเข้าใจ กรณีของเวทย์ทั่วไปเองอาจยังพอถูไถไปได้แต่เรื่องอื่นจากไม่ง่าย...

ให้ตายเถอะ เรื่องแบบนี้มันแถๆ ฝึกๆ เองอย่างที่เห็นในการ์ตูนได้ที่ไหนกัน

เวทย์ของที่นี่มีเงื่อนไข มีบทที่ต้องร่าย ขอเป็นคนธรรมดาตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว...

"วันนี้ครูจะทดสอบพวกเธอด้วยเวทย์พื้นๆ เพื่อดูว่าควรจะจัดการสอนมาตราฐานระดับไหน" มิสดีน่าวางช็อคลงเป็นรางกับจะหันกลับมามองทุกคน

ผมถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อยแปดก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือและคำอธิบายจากเมธาน

หลับไปแล้ว... ซวยได้โล่จริงวุ้ย!

"เอาล่ะ ลุกขึ้นทุกคน" อาจารย์ผู้มีผมขาวโพลนสั่ง ฃก่อนที่ทุกคนจะลุกตามพร้อมเสียงโอดโอย

เจ้าพวกนี้นี่... ยังไท่ทันแก่เลยนะเฟ้ย

"เวทย์ที่ต้องใช้เป็นเวทย์เปลี่ยนแปลง ให้ทุกคนเปลี่ยนปากกาขนนกเป็นผ้าเช็ดหน้า เริ่มได้"

เริ่มอะไรล่ะเห้ย!?!

"เห้ย! ทำอะไร ยังไง!" เอิ่ม... นี่ไม่ใช่เสียงผมนะ...

"เทรัล! ทำไมนายทำไมได้!?" ผมหันไปตะเบ็งเสียงกระซิบกับคนข้างๆ ที่กำลังกุมหัวหันไปมองคนนู้นทีคนนี้ทีไม่หยุด

"ฉันจำได้ว่าไม่เคยเรียนมานะ!" เทรัลหันมาพูดตอบผมเสียงเบา ขณะเดียวกันคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนปากกาขนนกเป็นผ้าเช็ดหน้ากันไปอย่างชิวๆ "มันต้องทำยังไงอ่ะ เดลลินนายช่วยฉันทีสิ"

"ฉันช่วยนายไม่ได้!" ผมกุมหน้าพร้อมส่ายหัวอย่างจนใจ ถ้าผมทำได้ล่ะก็ทำไปแล้ว!

"ทำไม!" เทรัลทำท่าจะเอาหัวทุบโต๊ะให้ได้เสียเดี๋ยวนี้แต่ดีที่ไอเรียรั้งไว้

"ฉันก็ไม่เคยเรียน!" ผมทึ้งหัวตัวเองในที่สุด ตอนนี้ทุกคนทำภารกิจเสร็จกันหมดแล้ว และมิสดีน่าก็กำลังเดินตรวจมาเรื่อยๆ ดีที่เราอยู่เกือบหลังสุดจึงยังพอมีเวลา

"หา!? ใช่เวลาเล่นตลกไหมพวก เร็วๆ เถอะ" เทรัลเบ้ปากส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อสุดใจ 

ผมส่ายหน้าก่อนจะมองเลยไปขอความช่วยเหลือจากไอเรีย เธอมองผมอย่างไม่อยากเชื่อเช่นกันแต่ก็สะกิดเทรัลและหยิบปากกาขนนกของตัวเองขึ้นมา

"ฉันพอจะจำได้ มาเถอะ" ไอเรียพูดพร้อมเหลือบมองมิสดีน่าเป็นระยะๆ เทรัลหันไปมองไอเรียอย่างซาบซึ้ง ผมเขยิบเข้าไปร่วมวงด้วยคน

"พูดตามเรานะ" ไอเรียเงยหน้าสบตาผมแล้วจึงหันไปพยักหน้าให้เทรัล เธอใช้มือทั้งสองข้างกุมปากกาไว้ก่อนจะเอ่ย "ด้วยนามแห่งเรา ไอเรีย ขอผู้สร้างจงประทานพรเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ซึ่งเป็นของๆ เรา ให้เป็นสิ่งที่เราต้องการ"

สิ้นคำของไอเรียปากกาขนนกในมือเธอก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีแดงก่อนที่จะกลับมารวมตัวอีกครั้งในรูปร่างของผ้าเช็ดหน้า

ผมอดมองอย่างชื่นชมความงดงามไม่ได้ ขณะเดียวกันก็แอบคิดว่าแบบนี้สะดวกดีแท้ อยากได้อะไรก็แค่ใช้เวทย์เปลี่ยนสิ่งของเป็นอย่างอื่น

"ยอดเลยไอเรีย เธอไปเรียนมาจากไหน" เทรัลมองด้วยความประทับใจ ส่วนไอเรียที่ฟังคำถามก็พลันส่ายหน้าอย่างอ่อนใจแปลกๆ

"ไม่หรอก นี่เป็นบทเรียนของเรียนตั้งแต่ชั้นปฐม 3 นะเทรัล นายหลับ" ไอเรียพูดพร้อมยิ้มแหย ส่วนเทรัลผงะไปทันทีก่อนจะเสมองทางอื่นพูดอ้อมแอ้ม

"มันนานแล้ว ฉันแค่จำไม่ได้"

...ผมว่าผมเชื่อที่ไอเรียพูดมากกว่า หึๆ คิดแบบนั้นไหมล่ะ

"ตอนที่ร่ายเวทอย่าลืมนึกถึงภาพของสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วยนะ เร็วๆ เข้า มิสดีน่าใกล้เข้ามาแล้ว" ไอเรียเร่งเร้า ผมเหลือบมองไปที่อาจารย์ผมขาวโพลนก็เห็นว่ามันจริงอย่างที่เธอว่าจึงรีบหยิบปากกาขนนกขึ้นมา เทรัลก็เช่นกัน

"ด้วยนามแห่งเรา เดลลิน ขอผู้สร้างจงประทานพรเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ซึ่งเป็นของๆ เรา ให้เป็นสิ่งที่เราต้องการ" ผมร่ายเวทตามที่ไอเรียทำ พร้อมนึกภาพผ้าเช็ดหน้าธรรมดาๆ ผืนหนึ่ง ทว่าภาพที่เห็นกลับเป็นภาพที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ

ผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ผืนงามที่มีลูกไม้ประดับอยู่ตามขอบเล็กน้อย และภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ที่กำลังถือมันยื่นมาด้านหน้าด้วยรอยยิ้มละมุนละไม

เมื่อหลุดออกจากภวังค์ความคิด ปากกาขนนกในมือผมก็เปลี่ยนเป็นผ้าเช็ดหน้าแบบเดียวกับที่เห็นเมื่อครู่

ผมกัดฟันกรอดพร้อมกำมันแน่นอย่างอดไม่ได้

"เห้ย!?" เสียงคนข้างๆ เรียกความสนใจผมให้หันไปมอง ผมยกมือขึ้นกันบางอย่างซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นบางขนาดใหญ่ที่ร่อนลงมาคลุมตัวผมและคนข้างๆ อย่างช้าๆ

"เทรัล!" ไอเรียกระซิบเสียงดุ

"แหะๆ" เจ้าของชื่อหัวเราะแห้งขณะสาวผ้าผืนบางขนาดใหญ่ที่คลุมหัวตัวเองออก ผมที่โดนลูกหลงไปด้วยก็พยายามปัดผ้าออกเช่นกัน

"นายคิดถึงอะไรของนายเนี่ย!?" ผมกระซิบขณะๆ ที่มือยังคงดึงผ้าให้ไปรวมที่เทรัล

พรึบ!

ยังไม่ทันได้คำตอบผ้าขนาดใหญ่ที่สร้างความชุลมุนให้แกคนรอบข้างและพวกผมก็สลายไปเป็นละอองแสงอีกครั้ง

"คุณเทรัล น่าประทับใจนะที่เธอสามารถทำให้สิ่งเล็กๆ เปลี่ยนแปลงเกินขนาดได้" มิสดีน่าที่ไม่รู้มายืนอยู่ทางเดินข้างๆ โต๊ะของเราตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยพร้อมคว้าปากกาขนนกที่กลายสภาพกลับมาเป็นเช่นเดิมมาไว้ในมือ ดวงตาสีฟ้าเทาหม่นมองเทรัลด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

"แหะๆ ขอบคุณครับ" เทรัลยิ้มเจื่อนขณะรับปากกาขนนกที่มิสดีน่ายื่นคืนมาให้

"แต่เธอควรจะทำตามที่ฉันบอกนะ" มิสดีน่ากอดอกพร้อมถอนหายใจ

"ครับ" เทรัลยังคงยิ้มเจื่อนต่อไป ส่วนมิสดีน่าก็ได้แต่พยักหน้าแล้วหันหลังเดินกลับไปหน้าชั้น คนอื่นๆ ในห้องหันมามองเทรัลพร้อมแอบหัวเราะคิกคักกันยกใหญ่

เฮ้อ... รอดไป

"ให้ตายสิ" ผมหูกระดิกเพราะเสียงพึมพำของมิสดีน่าลอยเข้ามาในหู "ปีนี้ก็มีเจ้าพวกไม่ปกติแบบนี้อีกแล้วรึ"

เหอะๆ เสียใจด้วยนะครับอาจารย์



"เอาล่ะ ทุกคนมาถึงที่นี่กันครบแล้วใช่ไหมจ้ะ" อาจารย์สาวหุ่นดินระเบิดชวนน้ำลายไหลเดินวนรอบๆ แถวนักเรียนที่เข้าแถวตอนเรียงสามอยู่ ในมือสาวเจ้าคือขวานงามเล่มใหญ่ที่ไม่รู้ว่าแม่คุณเอาแรงมาจากไหนเพื่อถือมันพาดบ่าแล้วเดินวนไปมา

"ครับ/ค่ะ" เสียงตอบรับจากนักเรียน 30 คนในห้องดังพร้อมกัน

ตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ในสนามขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนโคลอสเซียมของโรxในโลกก่อน แต่ที่ต่างคือสภาพที่ดีกว่า

"หุ่นอาจารย์สุดยอดชะมัด" เทรัลที่อยู่ข้างหลังผมพึมพำ ผมแอบหันกลับไปมองแวบหนึ่งก็เห็นคนพูดกำลังยกมือเช็ดน้ำลายขณะมองตามอาจารย์สาวด้วยใบหน้าเคลิบเคริ้ม

ตรงกันข้ามกับไอเรียที่ชักจะอึมครึมขึ้นมาทุกที

"มีสมาธิหน่อย" ผมหันไปกระซิบ แม้จะแอบคิดแบบเดียวกันกับอีกฝ่ายแต่ผมก็เชียร์ไอเรียอยู่ดี ฮ่าๆ...

"เอาล่ะ!" แม่สาวหุ่นดินระเบิดเดินวนจนกลับมาถึงหน้าตรงหน้าแถว ผมสีชมพูตัดสั้นระต้นคอทำให้เจ้าหล่อนดูทะมัดทะแมง ดวงตาสีส้มฉายแววที่ทำให้ไม่มีใครกล้าดูถูกแม้เธอจะเป็นหญิงก็ตาม "ฉันชื่อว่า ชิเนเล่ย์ ตั้งแต่วันนี้ฉันจะเป็นครูสอนการใช้ศาสตราวุธ ในเทอมแรกจะเรียนการใช้อาวุธพื้นฐานแต่ละอย่าง ส่วนเทอมสองจะเป็นการประยุกต์ ไม่ว่าเธอจะดีเด่มาจากไหน เราตะเริ่มกันใหม่แต่ต้นทั้งหมด!"

"โห่~!!" เสียงโห่จากคนรอบข้างดังลั่น แต่สำหรับผมล่ะอยากจะร้องเย้ใจจะขาด แต่อย่าแสดงออกนอกหน้าดีกว่า ฮะๆ

"โห่ไปเถอะ แล้วจะรู้สึก เอาล่ะ ก่อนจะเริ่มเรียนมีใครจะถามอะไรไหม" อาจารย์สาวยักคิ้วพร้อมยกยิ้ม

"ครับๆ!"

ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองคนที่กำลังยกมืออย่างกระตือรือร้น

"เชิญจ่ะ" มิสชิเนเลย์ยิ้ม พร้อมยืนรอฟังอย่างตั้งใจ

"อาจารย์มีแฟนยังครับ" คนที่เพิ่งยกมือเอ่ยถาม ก่อนที่นักเรียนคนอื่นๆ จะผิวปากอย่างชอบใจ

"ดีมากที่ถาม" มิสชิเนเลน์หัวเราะอย่างชอบใจหลังจากพูด เธอเคาะนิ้วเข้ากับด้ามขวานก่อนจะเอ่ยตอบ

"ฉันมีแฟนและเพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อ 30 ปีก่อน"

"หา!?" ทุกคนพูดคำเดียวกะนโดยไม่ได้นัดหมาย

ประเดนมันไม่ใช่ที่เธอแต่งงานแล้ว แต่ตรงที่ระยะเวลาต่างหาก มิสชิเนเลย์ดูแล้วเพิ่งอายุ 30 ต้นๆ เองนะ!?

---------------
เวเจนิส: จบไปอีกตอนแล้วครับ ผมไม่มีอะไรจะพูดเพราะช่วงนี้ผมไม่มีบท จริงๆ ค่าตัวผมก็ไม่ได้แพงนะครับ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #403 mutuma (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 21:55
    อ่านตั้งเเต่เริ่มนะค่ะ อยากจะเม้นเเล้วเเต่ที่เดียวเลยดีกว่า555 ไม่คิดว่าเวเจจะเป็นคนในตำนานที่เค้าเล่ากันมาคืออ่านไปเเล้ว omg!!! พีคเลย
    โดยส่วนตัวเเล้วชอบนิสัยลาเนียมากเลยค่ะอะไรจะเเมนปานนั้น555
    เเล้ว ผอ.นี่จะไม่ไปพบปะผู้คนเลยหรอค่ะทำเอกสารทั้งวัน(บางที่สงสาร555)
    ปล.เราชอบโมเม้นเวเจกับเดล(?_?!!)-///-เลือดวายนี้พุ่งกระจาย5555
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะค่ะ จะเม้นบ่อยๆเลยเเละไรท์ห้ามรำคาณ
    สู้ๆ จะรอติดตามค่ะ
    #403
    1
    • #403-1 KisegiJi(จากตอนที่ 27)
      12 ธันวาคม 2559 / 21:16
      เดล: ทีฟ่าเธอไม่รำคาญหรอกครับ เห็นอ่าคอมเม้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทุกที โดยเฉพาะเม้นยาวๆ แบบนี้ ฮะๆ//มองข้ามประโยคเวเจกับเดลเขียนไว้
      เวเจนิส: หึๆ แน่นอนครับ ใครจะนึกว่าผมเป็นกันล่ะ ก็มันผ่านมากี่ปีแล้วนี่นะครับ
      ลาเนีย: ฉันว่าฉันก็ไม่ได้แมนขนาดนั้นนะ แต่ก็ขอบคุณนะ ฉันมีแฟนขลับกับเขาแล้วสินะ//ซับน้ำตา
      #403-1
  2. #399 Wh!te [S]ky (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:23
    สนุกมากๆเลยค่ะ ไรต์ใช้ภาษาดี อ่านง่าย ดีใจที่เปิดมาเจอเรื่องนี้มากๆ เป็นนิยายกลิ่นอายแฟนตาซีจริงๆไม่เหมือนนิยานตลาดช่วงนี้ มาอัพต่อไวๆนะคะ ~\(???)/~
    #399
    1
    • #399-1 KisegiJi(จากตอนที่ 27)
      11 ธันวาคม 2559 / 20:32
      เดล: ขอบคุณครับ ดีใจที่ชอบครับ ถึงผมจะไม่รู้ว่านิยายตลาดช่วงนี้เป็นยังไงก็เถอะ มาอัพแล้วนะครับ
      #399-1
  3. #398 MoMosai (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:02
    555ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยมาอ่านช่วงเกือบ100% เราก็รอไรท์ต่อไป //หนูเดลหวุดหวิดไปหน่อยนะ 0w0
    #398
    1
    • #398-1 KisegiJi(จากตอนที่ 27)
      11 ธันวาคม 2559 / 20:33
      เดล: ไม่เป็นไรครับ แค่ยังไม่ทิ้งกันก็พอ //ช่วงนี้ทีฟ่าจะไม่ออกมาเจอทุกคนแล้วนะครับ ต้องขอโทษด้วยที่ผมอาจตามตอยเ้มนไม่ได้
      #398-1
  4. #397 arij-joint (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:42
    คือตัวมันเล็กอ่ะ ทำไมขยายอักษรไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #397
    1
    • #397-1 KisegiJi(จากตอนที่ 27)
      10 ธันวาคม 2559 / 20:52
      เอ้ะ ขออภัยครับ พอดีเธอคนนั้นตรวจสอบผ่านแอพ เลยไม่รู้ว่ามันตัวเล็ก เดี๋ยวจะดำเนินการให้ครับ//เวเจนิส
      #397-1
  5. #396 jusokung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 21:56
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #396
    1
    • #396-1 KisegiJi(จากตอนที่ 27)
      10 ธันวาคม 2559 / 04:09
      วันนี้จะรวบอัพสำหรับ 2 วันครับ ขอบคุณครับ
      #396-1
  6. #395 G.U.M.M.Y (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 10:36
    สิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว..ยกเว้นเดล
    #395
    0
  7. #394 วลัยพร แสงคำ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 09:49
    งานเข้าอีกแล้ว
    #394
    0
  8. #393 MoePuncH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 07:18
    สู้ต่อไปไอเรีย5555
    #393
    0
  9. #392 PND.KK. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 23:00
    เดลแย่แน่ๆ
    #392
    0
  10. #391 เมิ่งเมิ่ง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 22:38
    ทำไงล่ะทีนี้
    #391
    0
  11. #390 MoePuncH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 09:00
    รอตอนต่อไปค่า
    #390
    0
  12. #389 Kronos-Hades (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 08:31
    รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #389
    0
  13. #388 mangpor43 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:56
    555 งานอยอะจริงๆ
    #388
    0
  14. #387 PND.KK. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:44
    งานพุ่งสุดๆเลยนะเดลลล
    #387
    0