Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 20 : Chapter 18 : ไม่มีใครอยากเป็นหัวหน้าห้องก็เพราะมันวุ่นวายน่ะสิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 พ.ย. 59

Chapter 18 : ไม่มีใครอยากเป็นหัวหน้าห้องก็เพราะมันวุ่นวายน่ะสิ

"ทำไมนายพาเด็กมาที่นี่ล่ะ" เทรัลถามแล้วมองมาอย่างฉงนงุงงง ผมก้มหน้ามองตามสายตาของชายผมน้ำตาลทองก็เห็นว่าเป็นเจ้าหมานั่นเอง

"นายหมายถึงเมธานหรือ" เจ้าหมานั่งแกว่งเท้าไปมาอยู่บนตักผม ไม่ยอมสนใจเลยว่ามีใครกล่าวถึงตัวเองอยู่

"โอ้ เด็กน้อยน่ารักนี่ชื่อเมธานหรือ ใช่ๆ ฉันหมายถึงเขาแหละ" คู่สนทนาพยักหน้าหงึกหงักแล้วขยับตัวเอียงมาด้านหน้าผมเพื่อมองเมธาน แววตาฉายแววตื่นเต้นออกนอกหน้า

"เขา... เอ่อ" ผมอึกอัก ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี

"หรือว่าจะเป็นแกรนเดลของนายหรือ?" เทรัลมองเมธานตั้งแต่หัวจรดเท้าจนเจ้าหมาต้องเบื้อนหน้าหนีแทน เมธานดูไม่แยแสแต่เริ่มรำคาญ

"อืม ใช่แล้ว" ผมพยักหน้ารับ ไม่รู้ว่าทำไมเทรัลถึงคิดว่าเมธานเป็นแกรนเดล ทว่าในเมื่อเขายื่นข้ออ้างมาให้ ผมก็พร้อมจะรับไว้ด้วยคร้านจะสรรหาคำอธิบาย

"โว้ว สุดยอดเลย เผ่าพันธุ์ไหนถึงแปลงเป็นมนุษย์ได้เหมือนขนาดนี้!?" ชายผมน้ำตาลทองดี้ด้ายิ่งกว่าเดิม ตอนแรกทำท่าจะเข้ามามองใกล้กว่านี้แต่เพราะเมธานแผ่รังสี 'อย่ามายุ่งกับฉัน' ออกมาคนผมน้ำตาลทองจึงถอยฉากกลับมานั่งดีๆ

"ลาเวียไลธ์น่ะ" ผมตอบกลับไปตรงๆ พร้อมยักไหล่ คำนั้นเรียกสายตาสงสัยของคนรอบๆ ได้เป็นอย่างดี

เหอะๆ ดูท่าผมจะพูดไม่คิดออกไปเสียแล้ว

"พูดเป็นเล่นไปพวก เผ่าพันธุ์นั่นสูญพันธุ์ไปนานแล้ว! นายโดนหลอกแล้วล่ะเพื่อนเอ๋ย" เทรัลฟังแล้วก็หัวเราะ เขามองเมธานก่อนจะทำท่ายื่นมือมาตบไหล่ผม แต่เพราะเมธานจ้องเขม็งชายผมน้ำตาลทองจึงหยุดมือตัวเอง ปากบ่นอุบอิบ "ขี้หวงจังแฮะ"

"เหอะๆ คงอย่างนั้นกระมัง..." ดีนะที่เทรัลพูดแบบนี้ออกมา เลยทำให้สายตาคนรอบข้างเลิกสนใจเราไปพร้อมกับเสียงพูดเป็นเชิง 'ที่แท้ก็ของปลอมนี่เอง'

"แต่ยังไงก็ยังสุดยอดอยู่ดี ฮ่าๆ แต่ฉันไม่อิจฉาหรอกเพราะฉันมีราซินที่น่ารักของฉันเหมือนกัน!" เทรัลว่าแล้วก็ร่ายเวทย์ ร่างเล็กๆ เท่าฝ่ามือปรากฎขึ้นบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเราพร้อมวงเวทย์สีแดง

"เทรัลมีอะไรหรือ?" ภูตตัวน้อยหน้าตาน่ารักลืมตาสีเพลิงมองผู้เป็นนาย ปีกโปร่งใสคู่หนึ่งกระพือพลั่บๆ พาร่างเล็กๆ ลอยขึ้นมาตรงหน้าเทรัล

"ฉันจะแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จัก! นี่เดลลิน ส่วนเดลลินนี่ราซิน" เทรัลยิ้มบานแล้วขยับมือแนะนำผมกับภูติตัวน้อยผู้มีเส้นผมเป็นเปลวเพลิง

"สวัสดี" ผมยิ้มทักทายเจ้าหล่อน

"สวัสดีจ๊ะ ฝากเทรัลด้วยนะ ถึงเขาจะชอบพูดมากไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร" ราซินค้อมศีรษะเล็กๆ ลงเล็กน้อย ริมฝีปากของเธอยกยิ้มอ่อนโยน ดูแล้วมีวัยวุฒิไม่น้อย

"เธอบอกว่า 'สวัสดีจ๊ะ ฝากเทรัลด้วยนะ ถึงจะพูดมากไปหน่อยแต่เป็นคนดี!' " เทรัลทวนคำของภูตจิ๋ว ผมเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้แต่ก็ยอมตามน้ำไปก่อน

"เข้าใจแล้ว" ผมพยักหน้าให้เจ้าของดวงตาสีเพลิงทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างน่ารักน่าชัง

"ฮิๆ ถ้าอย่างนั้นข้าไปล่ะ โชคดีนะจ๊ะ เทรัล ไอเรียแล้วก็เดลลิน" ราซินกล่าว มือเล็กๆ โบกลาก่อนเจ้าของเสียงจะกลายเป็นเปลวเพลิงแล้วหายไป

"โธ่ ราซินไปเสียแล้ว..." เทรัลบ่นพร้อมใช้มือทั้งสองข้างเท้าคาง ใบหน้าชายหนุ่มมีแววเสียดายหนักมากจนน่าขำ

"ฮ่ะๆ" ผมหลุดหัวเราะออกมาจนได้

"ว่าแต่เดลลิน ฉันกับนายเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า" สีหน้าเสียดายพลันเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดเมื่อเทรัลมองมาที่ผม

"เห? ไม่นะ ฉันว่าฉันเพิ่งเคยเจอนายครั้งแรก" ผมตอบกลับไปหลังจากเค้นสมองอยู่ชั่วขณะ มือยกขึ้นจับศอกลูบคาง พยายามทบทวนความทรงจำเท่าที่จะทำได้

"แต่ฉันคุ้นๆ ว่าเคยเห็นนายที่ไหนนะ..."

"ใช่คนที่... เป็นแรงค์ SSS ในงานคัดเลือกหรือเปล่า" อยู่ๆ ไอเรียที่เงียบมาตลอดก็โพล่งขึ้นเสียงเบา สาวเจ้าก้มหน้างุดทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตา

"อ่ะ! ใช่ๆ นายนั่นเอง! ฉันคงเคยเห็นนายตอนนั้น" เทรัลยกกำปั้นทุบมือ ใบหน้ายิ้มแย้มราวกับเพิ่งประสบความสำเร็จอันใหญ่หลวง "นายรอดมาได้ด้วยหรือเนี่ย ท่าทางฝีมือจะไม่เบาเนอะ ไอเรีย"

"อ่ะ... ชะ- ใช่ ยอดเลยนะ" ไอเรียถูกลากเข้ามาในบทสนทนาอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าสะสวยแดงเรื่อ

เป็นคนขี้อายหรอกหรือเนี่ย

"ไม่ขนาดนั้นหรอก ฉันก็ปางตายเหมือนกัน" ผมยิ้มเผล่เผื่อจะทำให้แม่สาวขี้อายตรงนั้นผ่อนคลายลงบ้าง

"ถ่อมตัวเชียว ฮ่าๆ ว่าแต่นายรอดจากพายุเพลิงมาได้ด้วยหรือเนี่ย"

พายุเพลิง...

"อ่า ว่าแต่เรื่องวันนั้นมันเป็นไงมาไง นายพอจะรู้มั้ย" ผมลองถาม แสดงตัวว่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง

"พวกเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน เพราะแอบอยู่แถวๆ ป่าที่เป็นขอบสนามด้วยแหละ เลยเห็นว่ามีพายุเพลิงโคตรใหญ่อยู่ขอบสนามอีกข้าง เราเกือบโดนพัดไปด้วยเหมือนกัน แต่ดีที่พวกอาจารย์ลงมาคุมสถานการณ์ไว้ได้ก่อนเลยรอดมาได้ กว่าจะจัดการสลายเวทย์ได้ก็ทำเอาหืดขึ้นคอพวกอาจารย์ไปหลายคนเหมือนกัน" เทรัลเล่าเหตุหารณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง ชายผมน้ำตาลทองใช้มือทั้งสองข้างลูบแขนไปมาแสดงความขนพองสยองเกล้า "พอจัดการพายุเสร็จมิติก็ปกคลุมไปด้วยแสงแล้วเริ่มพังทลายลงจนเหลือแค่ความมืด กว่าพวกรุ่นพี่จะหาเราเจอแทบแย่แน่ะ"

"แล้วสาเหตุล่ะ" ดูเหมือนเรื่องราวจากคนนอกจะแตกต่างอยู่พอสมควร เทรัลเองก็ไม่รู้เสียด้วยว่าผมเป็นต้นเพลิง

"หะ- เห็นว่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคอะไรสักอย่างน่ะ" ไอเรียตอบเสียงเบาเมื่อเทรัลส่ายหน้า

"หืม... แย่เลยนะ" ผมตีหน้าเครียด แต่ในใจก็โล่งอกที่ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นสาเหตุ

"ฮ่าๆ เห็นว่าพวกที่อยู่แถวๆ นั้นโดนสอยไปเยอะเลยล่ะ" เทรัลหัวเราะร่าจนบุคคลที่โดนสอยซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุดจ้องมาด้วยสายตาอาฆาต

"เหอะๆ" ผมหัวเราะเสียงเย็น สองมือก็กระชับตัวเมธานแน่นเพื่อกันความหนาวจากแรงกดดันของใครบางคน

"แปลกจังนะ ฉันเพิ่งเคยได้ยินว่าซิลเลเลียรับคนสอบเข้านอกรอบนะ" เสียงที่ไม่รู้จักเรียกสายตาของพวกเราทันที เจ้าของเสียงนั่งอยู่แถวด้านหน้าพวกผม ชายคนนี้มีผมสีแดงเข้มและดวงตาสีฟ้า ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มชวนให้ผ่อนคลาย ทว่าลึกๆ ผมกลับรู้สึกบางอย่างที่ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร "ฉันอยากรู้จังว่านายมีดีอะไรถึงเข้ามาสอบนอกรอบได้"

"เหตุผลค่อยข้างพิเศษน่ะ" ผมยักไหล่ไม่ได้โกหกแต่ก็ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด

ปกติแล้วซิลเลเลียเป็นรร.ที่มีชื่อเสียงเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้ามาจากไหนนร.ก็ต้องได้รับการคัดเลือกอย่างยุติธรรมถึงจะเข้ามาได้ เมื่อจบไปทุกๆ หน่วยงานด้านเวทมนต์ล้วนอ้าแขนรับนักเรียนเหล่านี้ แน่นอนในกรณีผมย่อมประหลาดที่สุด (นี่เป็นข้อมูลจากหนังสือในห้องสมุดของซิลเลียน)

"พิเศษ? พิเศษยังไง" ผมหันควับไปมองเจ้าของเสียง เทรัลเลิกคิ้วอย่างใคร่รู้ ผมขมวดคิ้ว ไม่อยากจะตอบเหตุผลจริงๆ...

"เทรัล" เสียงหวานของไอเรียฉายแววห้ามปราม เธอคงจะรู้สึกได้ว่าผมไม่เต็มใจที่จะไขข้อสงสัยนี้

ถ้าผมตอบ ปัญหาคงยิ่งตามมาเป็นเบือแน่

"โทษทีเทรัล ฉันตอบไม่ได้" ผมหลุบตาต่ำ แต่เดิมก็ไม่ใช่คนที่ชอบปิดบังอะไรกับคนที่คิดอยากเป็นเพื่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องที่จะพาผมซวยผมก็ไม่คิดจะบอกอะไรทั้งสิ้น

นี่แหละนะความเป็นมนุษย์

"อ่ะ! ขอโทษๆ ฉันไม่รู้ว่านายจะไม่สะดวกใจ" เทรัลยกมือขอโทษขอโพยแล้วเลื่อนไปลูบท้ายทอยอย่างรู้สึกผิด นั่นเกือบทำให้ผมยิ้มถ้าไม่ใช่เพราะ...

"เหอะ! ไอ้สวะนั่นมันก็แค่ใช้เส้นสายของพ่อมันล่ะวะ" เสียงหนึ่งดังมาอย่างรังเกียจเดียดฉัน

"เห... นายหมายความว่าไง ที่นี่จ่ายทั้งเกาะก็เข้ามาไม่ได้หรอกนะ" ชายผมแดงหันไปสนใจเจ้าของเสียงที่อยู่ด้านหลังสุด ผมหันกลับไปมองชายผมทองด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะคลุกกรุ่น

"มันเป็นลูกบุญธรรมของผอ.ไงล่ะ"

"หุบปากไปซะ" ผมกัดฟันพูดด้วยความเดือดดาล สองมือกำแน่น ตาทั้งสองข้างจ้องเขม็ง

เหยียบฉันขนาดนั้นแล้วยังจะมาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีกเหรอ น้อยๆ หน่อยเถอะ!

"หึ ทำไมวะ! หรือจะใช้เวทย์พายุเพลิงนั่นอีก?" ชายผมทองยิ้มเหนือกว่า ผมรู้สึกโมโห อะไรก็ได้ จะทำผมอย่างไรก็ช่าง แต่ไม่ว่าใครที่อยากทำลายความสงบของผมด้วยการทำแบบนี้ผมไม่ชอบ

นี่คือระเบิดของผม เป็นไฟที่พร้อมจะประทุอย่างไม่อาจควบคุมมาหลายปีแล้ว

"พายุเพลิงหรือ?"

"หรือจะเป็นพายุเพลิงในงานคัดเลือก"

"หา! ไม่มั้ง!?"

เสียงซุบซิบเริ่มดังไปทั่ว ผมกำหมัดแน่นยิ่งกว่าเก่า แล้วย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง "หุบ-ปาก-ซะ"

"เออ ไม่สิ เวทย์นั่นคงเป็นเพราะอุปกรณ์เวทย์มนต์ล่ะสิ แกได้มาจากมาจากใครล่ะ ผอ.?"

คนรอบด้านผมยิ่งมองมาด้วยสายตาแปลกไป ไม่อยากยุ่งเกี่ยว ไม่อยากเข้าใกล้ และดูถูกเหยียดหยาม

ผมกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อดับอารมณ์ลง เตือนสติตัวเองให้มองหาทางออกก่อนที่จะเข้าใจผิดไปใหญ่ ผมหลับตาสูดหายใจเข้าลึกแล้วจึงพูดอย่างสงบ "จริงอยู่ที่ฉันเป็นลูกบุญธรรมของซิลเลียน แต่-"

ผมพูดไม่ทันจบเสียงเปิดประตูพร้อมฝีเท้าของใครบางคนก็เรียกสายตาไปก่อน แรงกดดันของชายหน้าชั้นทำให้แม้แต่คนผมทองที่ยังยิ้มเหยียดหยามผมไปหยกๆ ต้องนิ่งไป

ปึง!

เอกสารจำนวนมากในมือของชายในเสื้อคลุมสีเงินถูกวางลงโต๊ะอย่างแรงทำเอาหลายๆ คนสะดุ้งเฮือก ชายผมแดงตาน้ำตาลผู้มีใบหน้าเรียบนิ่ง มือหนาสวมถุงมือยกขึ้นดันแว่นตาข้างเดียว(โมโนเคิล)ขึ้นแล้วเลื่อนสายตามองนักเรียนใหม่ทุกคนอย่างพินิจพิจารณา

ถ้าจำไม่ผิดเขาคือ มิสเตอร์ ฟีเรียล ที่เป็นเจ้าของหนังสือเวทย์ไฟซึ่งโดนผมเอามาใช้เป็นโล่แล้วขาดกระจุยกระจายในงานคัดเลือก...

"สวัสดีทุกคน" เสียงนุ่มทุ้มแต่หนักแน่นออกมาจากปากฟีเรียล ทุกคนเกร็งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว รวมทั้งผมด้วย บรรยากาศในห้องตรึงทุกอย่างไว้จนไม่มีใครกล้าขยับ เมธานก็จ้องไปที่ฟีเรียลไม่วางตา เปิดโหมดระวังตัวเต็มที่ "ตั้งแต่วันนี้ฉันมีหน้าที่ดูแลพวกเธอในฐานะอาจารย์ประจำชั้น ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ดูถูกกันเรื่องอื่นยกเว้นก็แต่... ฝีมือ หากอยากอยู่ที่ซิลเลเลียได้ยืนยาวจงทิ้งทุกความคิดว่าอะไรควรจะเป็น เพราะซิลเลเลียจะแหกกฎทุกอย่าง"

"ครับ/ค่ะ" ทุกคนขานรับพร้อมกันอย่างหวาดหวั่น น้ำเสียงเรียบนิ่งของอาจารย์ประจำชั้นคนนี้ช่วงเย็นเยือกมากกว่าจะเป็นผู้ใช้พรแห่งไฟ

"ฉันชื่อฟีเรียล" เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลยกมือขึ้นดันโมโนเคิลอีกครั้งก่อนจะตบโต๊ะเบาๆ เอกสารบนโต๊ะก็ค่อยๆ ลอยมาหาทุกคน "พวกเธอจะเป็นมิตรหรือศัตรูกันอย่างไรฉันไม่สนทั้งนั้น แต่กระดาษในมือคือบทเรียนแรกของฉัน"

"เฮือก!" ผมสูดหายใจลึกพร้อมกับทุกคนในห้องแล้วเงยหน้าขึ้นเหลือบมองกระดาษในมือของเทรัล เทรัลเองก็มองกระดาษของผมและไอเรียเช่นกัน

"เซอร์ไวเวิลเกม จนกว่าจะเหลือใครสักคนแค่คนเดียว จะไม่มีการหยุดเกมเด็ดขาด" ฟีเรียลกล่าวเสียงเรียบ ทำเอาเหล่านักเรียนผู้โชคร้ายหน้าซีดเผือด

วันแรกก็เอาเลยหรือ...

ตึง!

บู้ตหนังสีดำขอบทองของชายผมแดงกระทบแท่นยืนหน้าห้อง ผนังหรือแม้แต่กระจก ทุกอย่างที่ครอบห้องสี่เหลี่ยมนี้ไว้เริ่มกระเพือมราวกับผิวน้ำที่ถูกกระทบ

"เริ่มเกมได้" สิ้นคำผนังรอบด้านก็ถูกคลุมด้วยความมืด ไร้ที่สิ้นสุด แม้แต่โต๊ะที่นั่งทุกอย่างก็หายไป

เราถูกดึงเข้ามาในมิติอีกแล้ว

ทุกคนในห้องยืนคุมเชิงคนอื่นๆ อย่างระมัดระวัง เสียงชักอาวุธออกจากฝักดังขึ้นเป็นระยะ พอไม่มีใครพุ่งใส่กันสักทีฟีเรียลก็พูดขึ้นอีก

"ถ้าแพ้คะแนนวิชาของฉันพวกเธอจะถูกติดลบ แต่ถ้าชนะ พวกเธอจะได้คะแนนตามจำนวนคนที่กำจัด" ฟีเรียลดันแว่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "แล้วก็เอกสารในมือพวกเธอคือข้อมูลภารกิจเพื่อทำคะแนนตามรายวิชาปกติ"

ผมก้มหน้าลงมองกระดาษในมือ ในนั้นมีข้อความที่เขียนไว้อย่างหวัดๆ แต่ดูดีว่า

'ภารกิจ เดลลิน ฟ.

แย่งกริชของนักเรียนชาย เลวิน ค. มาให้ได้

ลักษณะเป้าหมาย ผมสีทอง ตาสีเขียว ผิวขาว เป็นชาวริเทช เผ่าพนธ์มนุษย์'

ผมยิ้มเย็นเมื่ออ่านรูปลักษณ์ของเป้าหมาย เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นใครผมทองตาเขียวอีกแล้วนอกจากโจทย์เก่าซึ่งยืนจ้องผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ได้เวลาสะสางแล้วล่ะ เจ้าตัวปัญหาเฮงซวยเอ๋ย...!

เคล้ง!

เสียงอาวุธและเสียงพึมพำเวทย์เปิดม่านการโจมตีของทุกคน ผมวางตัวเมธานที่กำลังโอบอุ้มอยู่ลงกับพื้นก่อนจะกระซิบเสียงเบา

"เมธานช่วยกันภูตของหมอนั่นให้ฉันที ที่เหลือฉันจัดการเอง" เมธานมองผมอย่างไม่ชอบใจ แต่สัดท้ายก็ยอมหลับตาลงพยักหน้าหงึกหงัก ทันใดนั้นเจ้าหมาก็แปลงร่างกลับทาเป็นลาเวียไลธ์ จนการต่อสู้ของคนอื่นๆ ชะงักไป แม้แต่เทริลและไอเรียที่กำลังจะพุ่งเข้าโรมรันยังสะดุ้ง

"ตายซะไอ้สวะ!" เลวินพุ่งเข้ามาโจมตีผมพร้อมกริซในมือ เขาร่ายเวทย์แล้วด้านหลังก็ปรากฎร่างบางของภูตสาวทั้งสาม พวกเธอทำท่าจะพุ่งมารุมผม ทว่าเมธานไว้ยอมจึงพุ่งมาขวาง

ผมดึงดาบเล่มที่เคยใช้ตอนฝึกกับเวเจนิสออกมารับคมกริซ ดาบโผล่จากความว่างเปล่าซึ่งปรากฎเปลวเพลิงที่รวมตัวเป็นรูปร่างดาบ (ผมแอบไปขอให้เวเจนิสสอนการใช้เวทย์ที่เรียกว่า 'ชายน์โซน' มานิดหน่อย) เสียงคมกริซที่ปะทะกับดาบเงินเงางามเรียกสติของคนรอบข้างจนพวกเขาเริ่มสู้กับอีกครั้ง

"ถ้าฉันเป็นสวะ นายมันก็แค่ขยะกร่านโลก!" ผมตะโกนใส่หน้าชายผมทองแล้วใช้ดาบต้านแรงกริซในมืออีกฝ่ายก่อนจะโจมตีสวนกลับไป

"แก!!" เลวินแค่นเสียงด้วยความโกรธ กริซในมือยังคอยรับดาบของผมอย่างไม่ยากลำบาก

เราเข้าโจมตีใส่กันอย่างต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะของดาบและกริซส่งมาถึงมือผมจนมันสะท้าน ดูท่าผมต้องเพิ่มระดับเสียแล้ว

ผมหลับตารวบรวมสมาธิไล่สายพลังมาที่มือ ชั่ววินาทีนั้นก็เริ่มฟาดดาบใส่ชายผมทองอีกครั้งด้วยพลังกำลังที่เพิ่มมากกว่าเดิม ตอนนี้ผมค่อนข้างจะชินกับการทำแบบนี้แลัวจึงไม่ต้องตั้งสมาธิมาก และดูเหมือนเมื่อครู่ที่หลับตาลงสายพลังที่ไหลเวียนอยู่ก็เหลือน้อยลง หนึ่งสาย... ไม่สิสอง คงเป็นเพราะพลังผนึกของปลอกคอ

แน่นอนว่านั่นไม่มีผลกับการโจมตี ผมรู้ดีว่าร่างกายตัวเองสเถียรมากขึ้นทุกที เมื่อรู้วิธีผมก็สามารถดึงพลังออกมาใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ...ผมพอใจที่มันเป็นอย่างนั้น!

จำไว้ซะ! ใครดีมาผมก็ดีกลับ ใครร้ายมาผมก็ร้ายกลับ (หมายเหตุ: ประโยคนี้ตะถูกใช้ต่อเมื่อผมอารมณ์ไม่ดีเท่านั้น)

"ว่าไงพวก นายกำลังโดนเจ้าสวะไล่ต้อนอยู่นะ" ผมยิ้มเสแสร้งให้ชายผมทอง ส่งผลให้อีกฝ่ายมีสีหน้าบิดเบี้ยวยิ่งกว่าเดิม

"แก!!!" เลวินแค่นเสียงต่ำ แม้จะโดนผมรุกไล่ขนาดไหนแต่ก็ไม่เสียสมาธิเลยสักนิด ช่างน่าชื่นชมจริงนะ "ได้! แล้วแกจะเสียใจไอ้สวะ!"

อีกฝ่ายถอยไปตั้งหลักเมื่อพูดจบ แต่ผมไม่ยอมให้เวลาคู่ต่อสู้นานนักจึงพุ่งเข้าไปพร้อมร่ายเวทย์เกราะชั้นบางๆ ไว้เพราะประสาทสัมผัสและสัญชาตญานอันเฉียบคมของร่างนี้ร้องเตือนถึงบางอย่างที่อันตราย

ปากของเลวินขยับขึ้นลงเพราะกำลังร่ายเวทย์บางอย่างไม่ผิดแน่ เมื่อผมพุ่งเข้าไปตวัดดาบใส่อีกฝ่ายก็ยังรับได้แม้จะยังไม่ยอมหยุดท่องบทเวทย์ก็ตาม

หมอนี่เก่งจริงๆ ทั้งสมาธิและฝีมือที่เพียบพร้อม น่าเสียดายที่ขาด EQ ไปหน่อยเท่านั้นเอง หึๆ

"เพลิงแห่งพระผู้สร้างสรรค์ ขอจงกำจัดผู้เป็นศัตรูของข้าให้สิ้น!" ผมร่ายเวทย์สั้นๆ (ที่เพิ่งเคยใช้ครั้งแรก) มือซ้ายปรากฎบอลเพลิงขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล ไฟไม่ได้ทำร้ายผม เมื่อเห็นแบบนั้นผมก็โยนมันใส่ชายผมทอง

อีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะเคี้ยวง่ายเสียเมื่อไร เลวินอาศัยจังหวะที่ผมเสียสมาธิจากดาบในมือกระโดดหลบอย่างง่ายดาย

"นายนี่มันเคี้ยวยากชะมัด!" ผมพุ่งเข้าหาอีกคู่ต่อสู้อีกครั้ง การปะทะของเสียงโลหะดังก้องไปทั่วผสมกับเสียงพึมพำเวทย์ของอีกฝ่ายและคนอื่นๆ

ช่างเป็นเสียงที่น่ารำคาญสำหรับคนหูดีเสียเหลือเกิน

"ฟาริเออร์ เอนเชการ์!"

โรมรันกันอยู่นานเลวินก็ร่ายเวทย์สำเร็จ เขาตะโกนเสียงดังก้อง ตอนนั้นเองที่บอลเพลิงขนาดใหญ่ (โคตรๆ) ปรากฎขึ้นเหนือหัวของชายผมทอง

เจ้าของเวทย์ลอยตัวขึ้นสูง มือข้างที่ถือกริซปล่อยลงข้างตัวส่วนอีกขึ้นยกขึ้นสูงราวกับกำลังประคองบอลไฟขนาดใหญ่

ผมไม่โง่ขนาดจะพุ่งเข้าไปใส่จึงถอยออกมาห่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

"เดล!" เสียงเมธานร้องขึ้น ผมเห็นสิ่งมีชีวิตสีขาววิ่งเข้ามาหาตัวเองก็รู้ว่าเมธานจัดการตัวเกะกะเรียบร้อย "นั่นมันฟาริเออร์ เอนเชการ์นี่ครับ!?"

"เฮ้ย! ฟาริเออร์ เอนเชการ์!"

"สงบศึกชั่วคราว!"

"หนีสิรอไร!?"

"มีคนใช้เวทย์นี่เหลืออยู่ด้วยหรือนี่!?!"

เสียงการต่อสู้หยุดลงเพราะทุกคนกำลังวุ่นวานอยู่กับการหนีกันหางแทบจุกตูด ผมมองเวทย์เพลิงขนาดยักษ์แล้วแล้วกระโดดขึ้นหลังเมธาน

"มันเป็นเวทย์อะไร" ผมก้มตัวจนหน้าอยู่ใกล้ใบหูเจ้าของขนสีขาวบริสุทธิ์แล้วกระซิบเสียงเบา

ทุกคนหนีไปกันหมดแบบนี้คงเป็นเวทย์ที่ไม่เบาแน่นอน

"ฟาริเออร์ เอนเชการ์ เป็นเวทย์ทำลายล้างสูงที่เลือกผู้ใช้ครับ รูปแบบการโจมตีคือการระเบิดของกลุ่มก้อนพลังจนสร้างความเสียหายไปทั่วบริเวณด้วยคุณสมบัติของความร้อน บทร่ายเวทย์ยาวกินพื้นที่หกหน้ากระดาษ ไม่นึกว่าจะมีคนจำได้เลยนะครับ" เมธานอธิบายเสียงเรียบแล้วขยับตัวถอยหลังห่างจากบอลเพลิงยักษ์นั่น

"เดลลิน!" เสียงเทรัลที่ดังใกล้เข้ามาเรียกความสนใจของผมและเมธาน เทรัลและไอเรียวิ่งเข้ามาหาพวกผมหน้าตาตื่น

"พวกนายวิ่งมานี่ทำไม!" ผมตะโกนใส่ทั้งสองซึ่งเข้ามาถึงจุดที่เราอยู่แล้ว เทรัลขมวดคิ้วมุ่นเมื่อมองเห็นบอลเพลิงขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือหัวเราไม่ไกลนัก

"รีบหนีเร็วเข้า นายรับมือเวทย์นั่นไม่ไหวหรอก"

ยังจะห่วงฉันอีก ห่วงตัวเองหน่อยสิฟะ!

"ต้องรีบแล้วเทรัล เวทย์ใกล้จะสมบูรณ์แล้ว!" ไอเรียแทบจะกรีดร้อง ความอายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อเจอกับสถานการณ์คับขัน

"ฉันไม่เป็นไร พวกนายนั่นแหละรีบหนีไป!"ผมหันไปตะโกนใส่ทั้งสองคนที่ไม่รู้จักรักตัวกลัวตาย ผมมั่นใจว่าที่เมธานยังยืนนิ่งอยู่ตรงนี้เพราะอีกฝ่ายแน่ใจว่าเอาอยู่ แต่ถ้าพวกเทรัลมานี่ด้วยผมก็ไม่ค่อยอยากรับประกันความปลอดภัยเท่าไร

"ใครจะยอมให้หนีกัน ไอ้พวกสวะไร้น้ำยา!" เลวินตะโกนเสียงดังก้องเมื่อเห็นว่าบอลเพลิงขนาดใหญ่นั่นสมบูรณ์แล้ว แสงสว่างจากกลุ่มก่อนเพลิงนั้นมองไปก็ราวกับเห็นดวงอาทิตย์ ถึงตอนนี้อารมณ์อย่างอื่นผมก็หายไปหมด มีแต่ความรู้สึกตกใจและตื่นตัวใสที

บอลเพลิงระเบิดออกเป็นวงกว้างสามร้อยหกสิบองศา เสียงร้องอย่างตกใจของเทรัลและไอเรียดังขึ้นข้างๆ ผม เมื่อคลื่นไฟระเบิดเข้ามาใกล้เราตรงหน้าก็เกิดการปะทะระหว่างกำแพงที่มองไม่เห็นและคลื่นพลังจนมันถูกดันไปทางอื่นไม่สามารถเข้าถึงตัวเราทั้งสี่ได้

สมแล้วที่เป็นเมธาน

ผมหรี่ตาเล็กน้อยเพราะคลื่นความร้อนระอุที่เล็ดลอยเข้ามาได้ เมธานคำรามเสียงดังครั้งหนึ่งความร้อนก็หายไปทันที "เยี่ยมมากเมธาน"

ผมยื่นมือไปลูบหัวเจ้าหมาก่อนหันไปมองร่างของเพื่อนใหม่ทั้งสองคนที่ยังอยู่ดีและหนึ่งยกแขนขึ้นบังหน้า อีกหนึ่งด้านหลังปรากฎหางสีส้มห้าหางซึ่งตวัดมาด้านหน้าเพื่อกันภัยร้ายที่กำลังจะมาถึง

ไอเรียเป็นเผ่าพันธุ์จิ้งจอกเองหรอกเหรอ

ผมไม่ได้บอกทั้งสองว่าเมธานช่วยต้านไว้แล้วเป็นการแกล้งทั้งสองที่พุ่งเข้ามาไม่รักตัวกลัวตายก่อนจะหันมาร่ายเวทย์เผด็จศึกที่เคยท่องจำไว้เมื่อวาน

"เทวะแห่งพระเพลิงอันเจิดจรัญ

ด้วยนามแห่งข้าเดลลิน ฟรีเวนท์ร้องขอมหาเทพผู้สร้างกริฟิก

ผู้ซึ่งรักมนุษย์เหนือใคร ขอจงประทานพรเพื่อสนองคำขอของข้า..."

บทร่ายเวทย์(คำสรรเสริญ?)อันยาวเหยียดออกมาจากปากผมอย่างรวดเร็ว ผมถือโอกาสที่เวทย์ ฟาริเออร์ เอนเชการ์ยังไม่หมดฤทธิ์เตรียมตัวจัดเวทย์โต้กลับไป

ปากก็ท่องไปส่วนตาก็มองพวกไอเรียแลเทรัลไป เมื่อเห็นทั้งสองคลายการระวังตัวลงแล้วมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าตัวเองไม่เป็นไรก็มองมาที่พวกผมอย่างตกตะลึง

"นายต้านเวทย์ ฟาริเออร์ได้ด้วยหรือ!?" เทรัลตะโกนอย่างตกใจจนผมแทบลืมบทเวทย์ที่กำลังท่องอยู่ ผมส่ายหน้าให้อีกฝ่ายแฃ้วชี้ลงมาที่ตัวเมธาน

ไอเรียและเทรัลทำหน้าตกใจยิ่งกว่าเดิม พวกเขามองสำรวจรอบด้านที่เต็มไปด้วยคลื่นพลังไฟที่ยังไหลไปไม่หยุด

"เอนทริเกเออร์ ไรเทต" เมื่อสิ้นสุดถึงประโยคสุดท้ายผมก็พูดชื่อเวทย์นั้น พร้อมกันนั้นเองคลื่นพลังไฟก็สิ้นสุดลงเผยให้เห็นเลวินที่ยิ้มเหยียดอยู่

เมื่อชายผมทองเห็นผมยังอยู่รอดปลอดภัยก็ยิ้มค้างไปทันที ด้านหลังผมปรากฎวงเวทย์ขนาดกลางสามวงซึ่งยังเรืองแสงพร้อมรอรับคำสั่ง

"เอาล่ะ ตาฉันบ้างนะ" ผมยิ้มเย็นส่งให้คู่ต่อสู้



--------------------

สังเกตว่าเลวินจะพูดเป็นแค่คำเดียวคือ "แก" #ผิด  เอาล่ะ เราจะทิ้งท้ายตอนนี้ไว้แค่นี้ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ จุ๊บๆ (คงไม่ค้างกันหรอกเนอะ)


ประกาศผลกิจกรรมจ้า  มาเที่ยวเอเดนเซียกันเถอะ!


SEATEAR มหาศึกมนตราจอมราชันย์


ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ เรามาร่วมเหนื่อยไปด้วยกันเถอะค่ะ หึๆๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #227 kuronekokuroneko (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 21:04
    พรุ่งนี้~~~
    #227
    1
    • #227-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      16 พฤศจิกายน 2559 / 21:49
      วันนี้แหละค่ะ ไรท์แค่อัพดึก ;;w;;
      #227-1
  2. #223 por2543 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 12:44
    ค้างงงงงงง
    #223
    1
    • #223-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      16 พฤศจิกายน 2559 / 21:50
      ต่อแล้ววว
      #223-1
  3. #222 rilima1711 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 10:38
    อู้ววว ต้องแบบนี้สิ ตอบโต้กลับให้สมเป็นลูกเทพ(?)
    #222
    1
    • #222-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      16 พฤศจิกายน 2559 / 21:51
      เอ๊ะ? 5555
      #222-1
  4. #221 walaisaeng (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 08:41
    จัดการมันเลยเดล ลุย!!!!
    สนุกมากๆค่ะรอนะคะสู้ๆค่าไรท์
    #221
    1
    • #221-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      16 พฤศจิกายน 2559 / 21:51
      มาต่อแล้วน้าาา lwl
      #221-1
  5. #220 Kronos-Hades (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 05:51
    รอๆๆๆๆๆ
    #220
    0
  6. #219 anom0206 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 22:52
    อ่านเจอ "หมาเทพ" หลุดขำทันใด
    #219
    1
    • #219-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 23:03
      อุ้ยตาย 55555 ไรท์ยังไม่ได้ดูคำผิด //เขิลแป
      #219-1
  7. #218 SoSompreal (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 22:35
    ค้างมากทำไมไรท์ชอบแกล้งให้ค้างอ่ะ. T^T
    #218
    1
    • #218-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 23:08
      ไรท์เป็น s #ไม่ใช่ละ
      ถ้าต่อเดียวมันยาวเกินเกณฑ์ค่ะ แหะๆ
      #218-1
  8. #217 fhaniko (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 22:08
    ได้เวลาโชว์เมพแล้ว *^*! เย้ๆๆๆ /สู้กันเสร็จเป็นเพื่อนกันได้มั้ยง่าา คงแปลกพิลึก(??) #ข้ามคนเม้นปาย~
    #217
    1
    • #217-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 23:09
      ไรท์: ไง เป็นเพื่อนกันได้มั้ย
      เดล: เป็นไปไม่ได้ครับ //ยิ้มเย็น
      เลวิน: ไม่มีวัน!
      #217-1
  9. #215 jusokung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 18:18
    อ่าเดลลนั้นมันเจ้าบ้าที่บังอาจทำร้ายเดลนะ//ฆ่ามันไปเลย ศพเดี๋ยวชินเลียนเก็บให้ไม่ต้องสงสาร
    #215
    1
    • #215-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:34
      อยากให้เดลเข้าสู่เดอะดาร์คไซด์หรือคะ 55555
      #215-1
  10. #213 kemchaya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 16:30
    หนูเดล!!ย่างสดเลย =w= ตัดปัญหารำคาญใจ ส่วนศพก็ให้ปะป๊าช่วย(มีพ่อใหญ่ใครจะกล้าหือ)+_+/ข้ามเม้นนี้ไป
    #213
    1
    • #213-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:35
      เดล:แน่ใจหรือครับว่าซิลเลียนจะช่วย ฮ่ะๆ...
      #213-1
  11. #212 d6079 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 14:53
    ไรท์ที่เหลือหายไปไหนอ่าาา มาต่อเลยนะรออยู่
    #212
    1
    • #212-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:39
      ที่เหลือมาแล้วจ้าาา
      #212-1
  12. #211 Kronos-Hades (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 06:09
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #211
    1
    • #211-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:39
      ขอบคุณค่ะ
      #211-1
  13. #210 walaisaeng (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 22:51
    สองคนนี้จะเป็นเพื่อนกันได้ไหมนะกัดเอ้ย!สู้กันตลอดเลย
    #210
    1
    • #210-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:40
      เดล:เป็นไปไม่ได้ครับ
      เลวิน:ฉันไม่คิดจะเป็นเพื่อนกับมัน!
      #210-1
  14. #208 por2543 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 22:33
    เล่นมันให้ยับเลย หึหึ
    #208
    1
    • #208-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:47
      welcome to the dark side กันเลยทีเดียว หึหึ
      #208-1
  15. #207 fhaniko (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 21:51
    เอาเลยเดล! ตอกหน้ามัน!/ชูป้ายไฟ(?) รีบมาต่อน้าาา~
    #207
    1
    • #207-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:45
      มาต่อแล้วค่ะ lwl //โบกป้ายไปเป็นเพื่อน
      #207-1
  16. #206 -SO-REAL_TIME (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 21:46
    ต่อด่วนนน ค้างสุดๆๆ
    #206
    1
    • #206-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      15 พฤศจิกายน 2559 / 21:44
      มาแล้วฮะ!
      #206-1
  17. #204 walaisaeng (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 19:29
    มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์อยู่นี่ตั้งหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตนเลยนะเดล
    #204
    1
    • #204-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 20:48
      เดลคงลืมไปค่ะ...
      #204-1
  18. #203 jusokung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 19:28
    ไรท์ที่รักจ้ามาต่อไวๆน้าา
    #203
    1
    • #203-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 20:48
      มาต่อละฮะ
      #203-1
  19. #201 ZymnosX (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 09:01
    หืม...แสดงว่าคนอื่นไม่ได้ยินเสียงของภูติสินะ...ไม่ก็พูดคนละภาษา?
    #201
    1
    • #201-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 20:52
      คนที่เป็นนายได้ยินค่ะ แต่คนอื่นจะไม่ได้ยิน... อุ้ปส์!
      #201-1
  20. #200 kemchaya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 07:39
    การบ้านเป็นดั่งมารผจญในการอ่านนิยายเช่นกันค่ะ สู้ๆนะคะ / ปูเสื้อพร้อมลากพัดลมมา
    #200
    1
    • #200-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 20:54
      มันคือมารที่น่ากลัวค่ะ lwl //นั่งบังพัดลม
      #200-1
  21. #199 gam20122541 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 22:49
    อย่าฝืนไปนะคะไรท์ จะได้ไม่เป็นหวัดแล้วมาแต่งต่อได้ มาต่อเร็วๆน้าาา
    #199
    1
    • #199-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 04:38
      ขอบคุณจ้า <3
      #199-1
  22. #197 agonizingpain (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 21:42
    'ความผิดพลาดทางเทคนิค' ที่ว่าคือการระเบิดพลังของเดล o_o

    ไรท์สู้ๆ
    #197
    1
    • #197-1 kidochigi(จากตอนที่ 20)
      13 พฤศจิกายน 2559 / 22:06
      เดล : เหอะๆ ดีนะครับที่เขาไม่บอกว่าเพราะผม//โล่งอกแล้วโล่งอกอีก...
      #197-1