Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 19 : Chapter 17 : พอเรียนจบแล้วถึงได้รู้ว่าประสบการณ์ในรั้วโรงเรียนมันสวรรค์แค่ไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 620
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    13 พ.ย. 59


Chapter 17 : พอเรียนจบแล้วถึงได้รู้ว่าประสบการณ์ในรั้วโรงเรียนมันสวรรค์แค่ไหน 

  ถ้าจะให้เทียบการฝึกของซิลเลียนและเวเจนิสแล้ว... มันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไร ต่างแค่นิดเดียวที่ตลอดการลับฝีมือจะมีเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มผมน้ำเงินดังแทรกขึ้นตลอดทุกๆ สามวินาทีนั้นเอง
  "ฝีมือคุณไม่เบาเลยนะครับ จะพัฒนาไวเกินไปแล้ว หึหึ" เวเจนิสพูดพร้อมลุกไล่ผมเข้ามาอย่างสบายๆ แม้มืออีกข้างหนึ่งจะไพล่หลังไว้ก็ตาม
  "ถึงชมฉันก็ไม่ดีใจหรอกเฟ้ย" ผมตอบกลับไปพร้อมรับดาบของเวเจนิส อีกฝ่ายโจมตีเข้ามารัวเร็วจนผมแทบจะไปนอนซบกับพื้นอย่างยอมแพ้ แต่ก็เห็นๆ อยู่ว่าออมมือ
  "ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอเพิ่มระดับขึ้นหน่อยแล้วกันนะครับ เผื่อว่าคุณจะดีใจกับคำชมมากขึ้น"
เมื่อพูดจบคมดาบก็ฟาดฟันอย่างรสดเร็วจนน่าหวาดกลัว ผมที่รับดาบไม่ทันจึงได้แผลหยอกๆ ที่เวเจนิสทิ้งไว้เป็นระยะ
  "ขี้โกงนี่!" ถึงผมจะเป็นคนเรียนรู้เร็วดีอย่างไรแต่จะให้ตามความเร็วของแสงน่ะไม่ไหวนะ!
  "ที่นี่คือเอเดนเซีย คุณก็มีพลังเวทย์ไม่ใช่น้อย รู้จักดึงออกมาใช้สิครับ" เวเจนิสโปรยยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะฟาดดาบมาใส่ผมตรงๆ ราวกับจงใจให้ผมรับได้อย่างไรอย่างนั้น
  "ฉันใช้เป็นที่ไหนเล่า!" ผมตะโกนใส่พร้อมผลักดาบของเวเจนิสที่น้อยกว่าซิลเลียนอยู่นิดเดียวกลับไปจนอีกฝ่ายต้องถอยไปหนึ่งก้าว
  ผมถือโอกาสหลับตารวมสมาธิแล้วทำสิ่งที่ซิลเลียนเคยสอน ผมรวมสายพลังมาอยู่มือด้านขวาที่ถือดาบซึ่งเวเจนิสให้มาแล้วลืมตาขึ้น
  ผมพุ่งใส่หัวหน้าหอแสงเองเป็นครั้งแรก เรียกรอยยิ้มพอใจจากเจ้าของผ้าคลุมสีดำเป็นอย่างดี เมื่อคมดาบปะทะกันจนเกิดเสียงดังลั่น เวเจนิสก็ผลักดาบของผมแล้วกลับมาเป็นฝ่ายรุกกลับทันที
  ผมหน้าเสียไปแต่ก็ยังรวบรวมสมาธิอยู่ได้ แม้ความเร็มของเวเจนิสจะขนาดไหนทว่าตอนนี้ผมกลับมองทันจนอีกฝ่ายยังแปลกใจ
  "หึๆ คุณเดลลิน ผมว่าคนที่ขี้โกงมันคุณมากกว่าครับ" ชายผมน้ำเงินหันมารับดาบผมที่เร็วขึ้นผิดหูผิดตาเอ่ยปากชม ผมแสยะยิ้มโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างพอใจ
  ในเมื่อโลกมันไม่ธรรมดาแล้วก็ช่วยไม่ได้นี่!
  "นายยังออมมืออยู่เลยนี่ ฉันไม่ได้โกงเสียหน่อย" ผมถอยออกมายืนยักไหล่อยู่ห่างๆ เพื่อพักหายใจ ผมรู้สึกปลอดโปร่งแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อตอนตื่นมาแล้ว ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงได้เบาขึ้นขนาดนี้เหใือนกัน แต่ก็ดีอยู่ล่ะนะ
  "ท่านเดลลินร่างเนื้อสเถียรขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ อีกสักหน่อยคงดึงส่วนที่ท่านพ่อให้มามาใช้ได้หมด" วิน่าบอกอย่างอารมณ์ดีกับการชมการต่อสู้ พวกเธอสร้างโต๊ะกับชุดน้ำชามานั่งดูอย่างสบายอกสบายใจเหลือแสน
  "แต่ท่านอย่าลืมควบคุมสมาธิดีๆ นะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นจะโดนพลังท่านพ่อควบคุมเอา คิกๆ" ริน่าเสริมก่อนทั้งสองจะหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
  ผมนึกขึ้นได้ทันทีว่าเผลอทำอะไรไม่เป็นตัวเอง
  แค่แบ่งสมาธิอันน้อยนิดของตัวเองไปกับการดึงพลังมาที่มือขวาก็จะแย่อยู่แล้ว นี่ต้องพยายามไม่ให้ถูกพลังควบคุมอีกเหรอ...
  "จริงสิ ร่างกายคุณถูกสร้างขึ้นใหม่สินะครับ นับว่าเป็นร่างที่ไม่เลวเลย" เวเจนิสดีดตัวเข้ามาโรมรันกับผมอีกครั้ง ชายหนุ่มผมน้ำเงินใส้ทั้งความเร็วและแรงเข้ามาเต็มที่อย่างน่ากลัว ผมรับดาบได้ทุกครั้งก็จริงแต่วินาทีต่อมามือข้างซ้ายของฝ่ายตรงข้ามก็ออกมาแผงฤทธิ์
  แสงสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณความมืด ผมชะงักและยกมือขึ้นบังดวงตา วินาทีต่อมาสัญญาณอันตรายก็แจ้งเตือนผมว่ากำลังมีบางอยู่มาจากด้านซ้าย
  ผมยกดาบขึ้นได้ทันจึงเกิดเสียงกระทบอย่างแรงของดาบ
  "การเลือกใช้เวทย์ขณะต่อสู้ก็สำคัญเหมือนกันนะครับ" เวเจนิสยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมรุกไล่เข้ามาอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง เขางัดเวทย์เล็กๆ น้อยๆ ออกมาก่แกวนผมเป็นระยะ ผมที่จำบทร่ายเวทย์ยังไม่ได้สักบทจึงตกมาเสียเปรียบอีกครั้งอย่างน่าเศร้าใจ
  สู้กันไปเรื่อยๆ จนผมเห็นวิน่าและวิน่าที่นั่งดูเติมน้ำชาใหม่ไปหลายกา ผมเริ่มเหนื่อยจนหอบแฮก แต่เวเจนิสก็พอๆ กับซิลเลียนคือเขาไม่ให้เวลาผมพักนานนัก เราโรมรันกันอยู่อย่างนั้นจนผมสภาพร่อแร่สะบักสะบอมมีแผลเลือดซิบจำนวนมาก ต่างกับเวเจนิสที่แม้ผมจะมีโอกาสได้โจมตีกลับทว่าเจ้าของผ้าคลุมสีเงินกลับหลบพิ้วเสียเหลือเกิน ผมทำให้ผ้าคลุมเขาขาดไม่ได้ด้วยซ้ำ อา... ผมล่ะอย่างจะร้องไห้
  เคล้ง!
  ผมที่เริ่มประคองสมาธิไม่อยู่โดนเวเจนิสปัดดาบในมือจนมันปลิวไปอีกด้าน เหนื่อยจริงๆ เลย เมื่อเทียบกับการสู้กับซิลเลียน ผมว่าสู้กับเวเจนิสนี่กินแรงกว่าเป็นไหนๆ ถึงทั้งสองคนจะหายแวบไปด้านโน้นด้านนี้แต่ความเร็วของเวเจนิสที่มันคนละเรื่องกันกับพละกำลังของซิลเลียน แถมดูเหมือนการต่อสู้นี้ยังยาวนานกว่าอีก
  ผมทรุดลงไปนอนหมอบกับพื้นทันที หากทีธงขาวติดมือมาผมคงยกขึ้นมาโบกอย่างอ่อนแรง "ยอมแพ้แล้ว ให้ฉันพักเถอะ"
  "ฮ่าๆ ผมยังไม่ทันเหนื่อยเลยนะครับ" เสียงฝีเท้าเวเจนิสเดินเข้ามาหาผมช้าๆ ผมเงยหน้าจะพื้นสีดำมืดขึ้นมองเวเจนิสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
  "นายไม่เหนื่อยแต่ฉันเหนื่อย" ผมย้ำอีกครั้ง แม้ช่วงแรกๆ ของการต่อสู้ผมจะรู้สึกมีพลังมากขนาดไหนแต่ตอนนี้ผมหมดแรงแล้วจริงๆ "ถึงริน่ากับวิน่าจะบอกว่าร่างการฉันสเถียรขึ้นมากแต่มันก็ยังไม่สมบูรณ์นะเฟ้ย..."
  โคลก~!
  รู้อย่างนี้ผมกินข้าวพร้อมกับลาเนียและเวเจนิสเลยดีกว่า ...หิวชะมัด!
  "ฮะๆ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ มาเถอะ" เวเจนิสไหวไหล่แล้วก้มลงมายื่นมือให้ผมจับ "พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าเรียนแล้ว แค่นี้คงพอถูไถไปได้ระดับหนึ่งอยู่ล่ะครับ"
  "เหอะๆ" ผมยิ้มเจื่อนออกมาทันทีที่ได้ฟังประโยคท้าย
  "จะไปแล้วหรือเจ้าคะ" ริน่ากลับวิน่าลอยเข้ามาหาผมที่กำลังยื่นมือไปรับน้ำใจของเวเจนิส ทั้งสอฝส่งสายตาผิดหวังออกมานิดหน่อยก่อนจะยิ้มแย้มน่ารัก "ถ้าว่างๆ มาเล่นเกมกับพวกข้าบ้างนะคะ"
  "ได้สิ" ผมยิ้มให้สองสาวแล้วยื่นมือไปลูบหัวทั้งสอง พวกเธอกุมศีรษะแล้วยิ้มแย้ม
  "แล้วเจอกันเจ้าค่ะ ท่านเวเจนิสก็มาเล่นกับพวกข้าด้วยก็ได้นะเจ้าคะ" ทั้งสองโบกมือลาแล้วจึงค่อยสลายหายไปเป็นควัน
  "พวกเธอคุ้นนายไวมากนะ" ผมยิ้มแหยให้ผู้ร่วมชะตากรรมที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมของทั้งสองกับผมในอนาคต
  "น่าสนุกดีเหมือนกันนะครับ" เวเจนิสยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเดินตรงไปที่ประตูซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
  "เหอะๆ ขอให้มันเป็นเกมที่สนุกจริงๆ เถอะ"

ก่อนที่เวเจนิสจะเปิดประตูออกไปเขาก็หันกลับมาแล้วยื่นผ้าคลุมสีน้ำตาลให้ผม "คราวนี้เก็บเสื้อคลุมผมดีๆ ด้วยนะครับ อย่าทำขาดอีกล่ะครับ"

"รู้แล้วน่า" ผมรับผ้าคลุมมาใส่อย่างจำยอมเพราะรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพรุ่งริ่งมากแค่ไหน ถ้าออกไปแบบนี้ไม่พ้นคงตกเป็นเป้าสายตายิ่งกว่าเดิม

หลังจากนั้นเราจึงออกมาจากห้อง เมื่อกลับมาถึงเคาน์เตอร์หัวหน้าหอแสงก็คืนกุญแจให้ลินดาซึ่งคอยถามไถ่เวเจนิสเรื่องฝึกไม่ขาดปาก กว่าจะผละตัวออกมาได้ก็กินเวลาใช่ย่อย

"หว่านเสน่ห์ไปทั่วชะมัดเลยนะนายเนี่ย" ผมหันไปมองเวเจนิสซึ่งยิ้มหลอกลวงอยู่ข้างๆ พอเห็นหน้าตาหลงไหลของสาวน้อยและผู้ไม่สาวแล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะวกกลับมาพูดเรื่องนี้

"ผูกมิตรดีกว่าสร้างศัตรูครับ" ยิ้มหลอกลวงเปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ไปฉับพลัน

"ผูกมิตรก็ผูกแบบเอาจริงเอาจังหน่อยเหอะ!" ผมกลอกตาขึ้นมองท้องฟ้าที่อาบไล้ไปด้วยแสงจันทร์อย่างเบื่อหน่าย

"ผมก็ผูกจริงจังอยู่หลายคนอยู่นะครับ"

ผมส่งสายตาเป็นความหมายว่า 'เหรอออ!' ใส่ทันที

"โอรอน เชสก้า ฮาวาล เครต้าอย่างไรล่ะครับ" เวเจนิสอธิบาย

"แต่สามวันมานี้ฉันไม่ยักเห็นนายออกไปไหนไกลจากคฤหาสน์ของซิลเลียนเลยนะ แบบนี้เอาเวลาไหนไปคบจริงจังมิทราบ" ผมยิ้มอย่างมีชัย ถือโอกาสเอาคืนที่หมอนี่เอาเรื่องผมมาแฉให้ลาเนียฟังเสียเลย

"พวกเขาเป็นสภานะครับ ก็ต้องยุ่งพอๆ กับผมนั่นแหละ" เวเจนิสยักไหล่ราวกับจะบอกว่าเรื่องแบบนี้ธรรมดา

"แล้วนายไม่ได้ทำหรือไงถึงมาช่วยงานซิลเลียนได้ทั้งวัน" ผมถามออกไปอีก

ได้ข่าวว่าหมอนี่เป็นประธานเลยไม่ใช่หรือ

"ช่วงที่รองผอ.ไม่อยู่ผมต้องมาช่วยงานแทนเขาน่ะครับ เลยต้องให้ตัวแทนทำไป"

"ว่าแต่ตัวแทนนายที่ว่านี่ใคร" เห็นพูดถึงตั้งแต่ตอนที่ปลอมเป็นซิลเลียนครั้งก่อน ตอนนี้ผมถึงได้สงสัยขึ้นมาอีก

"ลาเนียไงล่ะครับ" เวเจนิสยิ้มเจ้าเล่ห์ พอถึงตรงนี้ผมก็นึกขึ้นได้ว่าสองคนนี้หน้าตาเหมือนกันขนาดไหน ถึงแม้ลาเนียจะพอมีความเป็นหญิงอยู่บ้างก็ตาม แต่ถ้ามีเวทย์ลวงตาล่ะก็เรื่องปลอมตัวคงไม่ยาก

ผมพยักหน้าเข้าใจทันที สรุปแล้วที่สาวเจ้าต้องวิ่งวุ่นขนาดนั้นเพราะต้องปลอมตัวเป็นคนภาระเยอะอย่างเวเจนิสนี่เอง

พูดกันไม่ทันไรเราก็มาถึงคฤหาสน์ ผมเงยหน้ามองดวงจันทร์ก็รู้ว่าตอนนี้ใกล้เที่ยงคืนแล้ว

"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวล่ะครับ" เวเจนิสหยุดยืนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า ผมที่กำลังจะผลักประตูเปิดหันกลับไปมอง "พรุ่งนี้ผมจะมารับแล้วกันนะครับ ถ้าจะให้ดีช่วยอ่านคู่มือนักเรียนที่อยู่ในห้องสมุดก่อนด้วยนะครับ"

พูดแค่นั้นเวเจนิสก็เร้นกายหายไปกับความมืดทันที ผมที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ต้องกุมขมับเพราะตอนแรกวางแผนว่าจะกระโดดขึ้นเตียงแล้วหลับยาว แต่งานนี้คงได้แต่ต้องรื้อแผนการใหม่เสียแล้ว

ผมลืมไปเสียสนิทเลยว่าตัวเองยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรสักอย่าง

"เฮ้อ..." คืนนี้คงต้องถ่างตากันอีกยาว...

ผมเปิดประตูเข้าไปในคฤหาสน์แล้วเดินกลับห้อง หลังจากจัดการอาบน้ำทำธุระเสร็จก็ลงไปหาอะไรกินให้หายหิวที่ห้องครัวก่อนจะกลับมาที่ห้องสมุด

"ยังไม่นอนหรือเมธาน" ผมทักเจ้าหมาที่นั่งอ่านหนังสือเวทย์อยู่ เมธานมองผมก่อนจะทำหน้าไม่พอใจ

ผมทำอะไรให้เจ้าหมานี่โกรธล่ะเนี่ย

"เดลออกไปไหนมาครับ" เมธานถามหน้าบึ้ง แต่กลับดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก ผมเดินเข้าไปนั่งที่เดิมของทุกครั้งแล้วจึงตอบ

"ฉันออกไปฝึกกับเวเจนิสมาน่ะ" ผมตอบกลับไปแล้วยิ้มให้เจ้าหมา เผื่อว่าจะดับไฟของอีกฝ่ายได้ "ขอโทษที่ทิ้งนายไว้นะ แต่ฉันเห็นว่านายหลับอยู่"

แค่ฟังประโยคคำถามผมก็รู้แล้วว่าเมธานโกรธที่ผมหายไป

"มันอันตรายนะครับ..." เมธานเอ่ยเสียงอ่อนลงทันทีที่เห็นรอยยิ้มผม เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่สายตายังไม่ชอบใจนักอยู่ดี

"ให้ฉันรู้จักอันตรายบ้างเถอะเมธาน ถ้าฉันยังพึ่งนายอยู่แบบนี้ก็มีแต่จะลำบากกันทั้งสองฝ่ายนะ" ผมพยายามอธิบายให้เมธานเข้าใจ ตลอดมาผมหวังพึ่งแต่เมธานมากเกินไป ผมเข้าใจถึงจุดนั้นดี

มันทำให้เรามีแต่เสียกับเสีย... คำตอบข้อนี้ชัดเจนมากสำหรับผม ตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในการคัดเลือกนั่น

"ผมไม่เคยคิดว่ามันลำบาก..." เมธานเอ่ยเสียงอ๋อยลงไปทันที เจ้าหมาก็คงเข้าใจดีไม่แพ้ผมนั่นแหละ

"แต่ฉันลำบากนะ ที่เห็นนายต้องมาปกป้องฉันแค่ฝ่ายเดียว" ผมพูดอย่างอ่อนใจขณะยื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่าย เมธานพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงยอมรับ เมื่อเห็นแบบนั้นผมก็ยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินหาคู่มือนักเรียนตามความตั้งใจแรก

จากนั้นผมกับเมธานก็นั่งอ่านหนังสือกัน เมธานชวนผมคุยเรื่องเวทมนต์เป็นระยะๆ จนผมอ่านคู่มือไม่คืบหน้า แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะผมก็ถือโอกาสจำเวทย์ไฟบางอันมาใช้ด้วย จนแล้วจนรอดกว่าจะอ่านจบเล่มเวลาก็ล่วงเลยจนเกือบรุ่งสาง เมธานหลับไปก่อนตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้ว ผมอุ้มร่างเด็กชายของเมธานไปนอนที่เตียงแล้วจึงทิ้งตัวหลับบ้าง


ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะรู้สึกถึงแรงสะเทือน เมื่อลืมตาจึงเห็นว่าเป็นเทพเงาที่เข้ามาในห้องเมื่อไรไม่ทราบ

"ซิลเลียน..." ผมผุดลุกขึ้น แสงจากช่องประตูทำให้รู้ว่าตอนนี้เช้าแล้ว ซิลเลียนกอดอกยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ห่างจากเตียงนัก

"เอ้านี่" เทพเงาโยนสิ่งที่อยู่ในมือมาให้ผมที่รับได้อย่างเหมาะเจาะ

มันคือปลอกคอผนึกพลังนั่นเอง

ผมมองสิ่งของเจ้าปัญหาในมือแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ซิลเลียนเห็นก็ทำหน้าเบื่อใส่ผมทันที

"ผมถามได้ไหมว่าทำไมต้องเป็นปลอกคอ" ผมอดไม่ได้ที่จะถาม ปลอกคอ... พอใส่ทีไรผมก็อดนึกถึงบางอย่างไม่ได้

แกร๊ก!

เสียงของบางอย่างที่ยังตกกระทบอยู่ในความทรงจำทำให้รู้สึกสันหลังเย็นวาบขึ้นมาทันที ลมหายใจติดขัดอย่างหวาดกลัว เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกสิ่งที่เคยฝังกลบไว้ครอบงำผมจึงกัดริมฝีปากจนเลือดซิบ

"อย่าโง่น่า ที่ต้องเป็นปลอกคอเพราะสมองจะเป็นส่วนที่ควบคุมการไหลของพลังเวทย์ และคอก็เป็นจุดที่ดีที่จะใช้ปิดกั้นและผนึกพลังไว้" ซิลเลียนที่ยืนมองสถานการณ์มาตลอดถอนหายใจแล้วอธิบายให้ผมฟัง เทพเงากลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายใส่ผมหลังจากนั้น

"อย่างนั้นเองหรอกหรือ..." ผมผ่อนลมหายใจแล้วลุกขึ้นจากเตียงเตรียมตัวจัดการตัวเองในเช้าวันใหม่ เมื่อมองไปที่นาฬิกาผมก็ถอนหายใจเพราะตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงเช้า ซิลเลเลียเริ่มต้นคาบเรียนแรกตอนเก้าโมง เพราะอย่างนั้นก็แปลว่าผมยังมีเวลาเหลือเฟือ

"ใส่ไว้ด้วยล่ะ ห้ามถอดเด็ดขาดเข้าใจนะพ่อลูกชาย" ซิลเลียนทิ้งท้ายแล้วจึงเดินออกจากห้องผมไป ผมพยักหน้าไล่หลังก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

เมื่อออกมาจากห้องน้ำผมก็เห็นว่าเมธานตื่นแล้ว

"ไปอาบน้ำสิเมธาน วันนี้เราต้องไปรร."ผมบอกเจ้าหมาขณะหยิบเครื่องแบบในตู้เสื้อผ้าขึ้นมาสวมตามที่คู่มือบอกไว้

เจ้าหมาพยักหน้าแล้วจึงเข้าไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย

เมื่อทำทุกอย่างกันเสร็จสิ้นแล้วเราจึงเดินลงมาที่ห้องครัวเพื่อทำอะไรกิน

"นายจะเอาด้วยไหมเมธาน" ผมพูดขณะทำกับข้าวแบบพออยู่พอกินเพราะเมื่อวานใช้เนื้อไปหมดแล้ว

เมธานส่ายหน้า "ผมไม่กินเป็นเดือนก็อยู่ได้ครับ"

ผมฟังแล้วแอบทึ่งแต่ก็พยักหน้ารับก่อนทำแค่ส่วนของตัวเอง... ก็ว่าจะทำแบบนั้นแหละ แต่มีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยเสียก่อน

"ฉันเอาด้วย/ผมเอาด้วยครับ" เสียงทั้งสองประสานกันจนผมต้องหันขวับไปมอง พบว่าบนเก้าอี้โต๊ะอาหารมีซิลเลียนและเวเจนิสมานั่งแจมด้วยตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ

"พวกคุณมาทำอะไรกัน" ผมถามพร้อมเหงื่อตก ไม่เข้าใจว่าทั้งสองจะมาอยู่ตรงนี้ทำไม หนึ่งวันๆ เอาแต่นั่งทำงานในห้อง อีกหนึ่งก็ปกติอยู่แต่อะไรจะเข้ามาเวลาเหมาะเจาะปานนี้

"ฉันหิว" ปกติเทพต้องกินอะไรด้วยเหรอ!?

"ผมมารับคุณครับ" ก็ไปรอรับอยู่ข้างนอกสิฟะ!

ผมมองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทำให้ตามที่ขอ

ดูเหมือนผมจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว

หลังจากที่ผมทำอาหารและเสิร์ฟให้แขกไม่ได้รับเชิญทั้งสองและตัวเองในฐานะพ่อครัวจำเป็นแล้วจึงลงมือจัดการอาหารตรงหน้า

เมื่อเสร็จธุระในครัวกับโต๊ะอาหารผมกับเมธานและเวเจนิสก็เดินออกจากคฤหาสน์ ส่วนซิลเลียนก็พาตัวเองกลับไปที่ห้องทำงานด้วยใบหน้าจำใจ

"ใกล้แปดโมงแล้ว" ผมกล่าวขณะมองนาฬิกาข้อมือซึ่งขอจากซิลเลียนมาอย่างเคยตัว โลกก่อนชีวิตของมนุษย์ทุกคนต้องวิ่งแข่งกับเวลา ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น พอหลายวันมานี้ขาดนาฬิกาไปก็รู้สึกโหวงเหวงชอบกล ไหนๆ ก็ได้มาแล้วขอดูมันให้หนำใจหายคิดถึงเลยเถอะ

"วิ่งหน่อยดีกว่านะครับ" เวเจนิสโพล่งขึ้นมาพร้อมเปลี่ยนตัวเองจากการเดินเอื่อยเฉื่อย (หึๆ ผมตามความเร็วการ 'เดิน' ของหมอนี่ทันแล้วล่ะจะบอกให้) เป็นการก้าวเท้าออกวิ่ง ผมและเมธานเห็นดังนั้นจึงวิ่งตามไป

"ไหงอยู่ๆ ก็วิ่งฟะ" ผมเร่งฝีเท้าตามชายเสื้อคลุมสีเงินมาติดๆ สารภาพว่าตอนนี้หืดขึ้นคอไปเรียบร้อย

เห้ยๆ แกเป็นผู้ใช้พรแห่งแสงนะเว้ย หัดคิดบ้างสิว่าตัวเองเร็วขนาดไหน!

เวเจนิสหันกลับมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมแล้วจึงตอบ "อาคารหอพักห่างจากอาคารเรียน 'แปด' กิโลเมตรครับ คุณคงรู้ใช้ไหมว่าต้องใช้เวลานานขนาดไหนถ้ายังเดินอยู่"

ชายหนุ่มผมน้ำเงินย้ำคำว่า 'แปด' อย่างชัดเจน ระยะเวลาที่ได้ยินทำเอาผมเซวูบไปทันที ดีที่เมธานช่วยดึงผมไว้จึงกลับมาทรงตัวได้

"ฉันต้องตายแน่ๆ" ผมที่ยังวิ่งอยู่ยกมือทั้งสองข้างปิดหน้าอย่างสิ้นหวังในชีวิต พอเห็นแบบนั้นเวเจนิสก็หัวเราะออกมา

"ถ้าอย่างนั้น..." เสียงเล็กๆ ของเมธานเอ่ยก่อนวงเวทย์แสงจะเปลี่ยนเด็กชายเป็นร่างจริงของลาเวียไลธ์ ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรผมก็โดนคาบขึ้นไปนั่งขึ้นหลังเมธานเสียอย่างนั้น ส่วนเวเจนิสก็ยังวิ่งต่อไปไม่ได้รับการสนใจจากเผ่าพันธุ์ในตำนาน

"ถ้าอย่างนั้นผมจะเร่งเครื่องแล้วนะครับ" เจ้าของผ้าคลุมสีเงินกล่าวพร้อมเร่งความเร็ววิ่งนำไป ส่วนเมธานก็ไม่น้อยหน้าตามไปติดๆ

สรุปแล้วระยะทาง 8 กม. ก็ทำให้เราเดือดร้อนไม่ได้ไปโดยปริยาย

ไม่ถึงห้านาทีเราก็ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ผมกระโดดลงจากหลังเมธานก่อนมองอาคารแบบเดียวกับหอพักที่สร้างเป็นรูปตัวยูโดยมีสวนซึ่งดอกไม้และอ่างน้ำพุอยู่ตรงกลาง

ผมยืนมองอ่างน้ำพุซึ่งมีหินที่แกะสลักเป็นสัญลักษณ์ของพรแห่งไฟประดับไว้ตรงกลางอย่างชื่นชม

"ที่นี่เป็นอาคารเรียนของผู้ใช้พรแห่งไฟครับ" เวเจนิสอธิบาย ผมพยักหน้ารับเพราะแค่เห็นสัญลักษณ์ก็รู้แล้ว เรื่องพื้นฐานผมเคยอ่านจากหนังสือในห้องสมุดของซิลเลียนมาก่อน "ถ้ามีปัญหาอะไรผมอยู่ที่อาคารข้างๆ นี้ มาหาได้ทุกเมื่อ"

"อืม แล้วลาเนียก็เรียนอยู่อาคารนี่ใช่ไหม" ผมหันไปมองรอบๆ อาคารซึ่งยังไม่ยักเห็นเงาใคร คงเพราะตอนนี้เพิ่งแปดโมงด้วย

"ใช่ครับ" เวเจนิสเลิกคิ้วแล้วตอบ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ถามว่าทำไมผมถึงรู้ "คุณคงรู้ตารางเรียนใช่มั้ยครับ"

"รู้แล้ว" ผมพยักหน้า เห็นแบบนั้นเวเจนิสก็พยักหน้าตอบ

"ถ้าอย่างนั้นแล้วเจอกันครับ" ว่าจบเจ้าของผ้าคลุมสีเงินก็วิ่งหายไปด้วยความเร็วแสง

"ไปกันเถอะเมธาน" ผมหันไปตบๆ ขนสีขาวสะอาดของเมธาน ทันใดนั้นเจ้าหมาก็เปลี่ยนร่างกลับมาเป็นมนุษย์แล้ววิ่งมาจับมือผมข้างหนึ่ง

เราเดินเข้าไปในอาคาร ห้องเรียนประจำของผมอยู่ที่ชั้นสอง ดีที่ผมจำแผนผังอาคารมาก่อนแล้วจึงไม่ยากที่จะไปถึง

ผมผลักประตูห้อง F1/5 ด้านในเป็นห้องเรียนแบบที่มีโต๊ะที่นั่งเรียงตัวขึ้นไปสูงโดยมีโต๊ะอาจารย์อยู่ด้านหน้า ผมพาเมธานเดินไปนั่งตรงแถวรองสุดท้ายขอบหน้าต่าง

ตอนนี้ยังไม่มีใครผมจึงเริ่มมองสำรวจนู่นนี่แทนโดยมีเมธานนั่งหลับอยู่ข้างๆ

ด้านนอกหน้าต่างกระจกคืออาคารอีกอาคาร ซึ่งมีรูปร่างแบบเดียวกับกับที่ผมอยู่ เป็นรูปตัวยูเหมือนกัน ผมเดาว่าอาคารเรียนของแต่ละพรคงจะหันด้านล่างของตัวยูเข้าหากัน

ห้องที่อยู่ตรงข้ามห้องที่ผมอยู่ปิดด้วยม่านจึงไม่เห็นอะไร ผมจึงเลิกสนใจแล้วมองขึ้นไปที่ชั้นสาม มองแล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะตรงชั้นสามมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังโบกมือให้ผมอยู่ เมื่อมองดีๆ จึงเห็นว่าเป็นใคร

แก๊งสภาสาขาผู้ใช้พรแห่งแสงนั่นเอง

ผมโบกมือตอบกลับไปก่อนจะสะดุ้งอีกรอบเพราะเสียงเปิดประตูที่ดังมาจากด้านหลัง พอหันไปมองผมก็เหวอไปทันที บวกกับเมธานที่อยู่ดีๆ ก็สะดุ้งพรวดตื่นขึ้นมา พอเจ้าหมามองไปที่ประตูก็ขู่ฮื่อๆ ในลำคอพร้อมปล่อยจิตสังหารเสียจนบรรยากาศในห้องหนาวเย็นขึ้นมาทันตา

ผู้ที่เดินเข้ามาในห้องคือชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีทองและดวงตาสีเขียว เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบแบบเดียวกับที่ผมใส่ ใบหน้าคุ้นตาเงยขึ้นมองที่มาของจิตสังหารทันที พออีกฝ่ายเห็นหน้าผมก็เผยสีหน้าเกลียดชังทันที

ผมยิ้มแหยให้อีกฝ่ายก่อนจะยื่นมือไปตบบ่าของเมธานเป็นเชิงให้ใจเย็น "ไม่เป็นไรเมธาน ใจเย็นๆ"

รร.นี้มีกฎห้ามทะเลาะวิวาท เจ้าหัวทองนี่คงไม่โง่พุ่งเข้ามาฉะกับผมตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียนหรอกกระมัง...

"แก..." อีกฝ่ายกัดฟันพูดแล้วมองผมด้วยความเกลียดชังจนจะเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น ส่วนเมธานก็ขู่แฮ่ยิ่งกว่าเดิม

ผมยกมือขึ้นกุมขมับกับบรรยากาศอันแสนมาคุก่อนจะดึงเจ้าหมามากอดเพื่อกันไม่ให้เขาพุ่งไปทำร้ายโจทก์เก่า

"กฎโรงเรียนข้อที่ 3 ห้ามทะเลาะวิวาท หากกระทำจะถูกพักการเรียนตามเห็นสมควร" ผมทวนกฎให้อีกฝ่ายฟังเผื่อเขาไม่ได้อ่าน โล่งอกที่อีกฝ่ายเพียงสะบัดหน้าแล้วเดินขึ้นมานั่งที่นั่งชั้นบนสุดซึ่งเป็นแถวสุดท้าย

"ฉันจะเอาคืนแกแน่ไอ้สวะ" ชายผมทองเอ่ยทิ้งท้ายอย่างเดือดดาลพร้อมชี้หน้าผมอย่างไม่ยอมความ

ผมปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที ไอ้คนที่ควรจะได้เอาคืนมันผมต่างหาก!

"เอาที่สบายใจ" ผมกอดเมธานแน่นก่อนจะหันกลับลงไปมองกระดานหน้าชั้นเพื่อรอเวลา แม้จะพูดเหมือนจะเอาปัญหามาเคลียร์กันทีหลังแต่หนึ่งคนกับหนึ่งตนก็แผ่จิตสังหารใส่กันไม่เลิกจนผมอยากจะหาเสื้อคลุมสักผืนมาสวมทับ

หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนทยอยเข้ามาในห้อง แต่ละคนสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อสัมผัสบรรยากาศอันกดต่ำ พวกเขามองมาที่ผมและชายผมทองอย่างมึนงง ผมได้แต่ยิ้มแหยส่งให้เท่านั้นเพราะคร้านจะห้ามปราม

ไปๆ มาๆ คนที่เข้ามาในห้องก็จับกลุ่มนั่งแข็งทื่อโดยไม่มีใครกล้ามานั่งโต๊ะเดียวกับผมสักคน ผมส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

"เมธานไม่เป็นไรน่า พอแล้ว" ผมกระซิบดุเสียงเบากับเจ้าเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตัก

"แต่..." เมธานพูดเหมือนจะแก้ตัวแต่พอเห็นผมทำหน้าบึ้งใส่เจ้าตัวจึงยอมเก็บจิตสังหารแล้วยอมนั่งอยู่เฉยๆ แทน

"เด็กดี" ผมลูบหัวเมธานแล้วยิ้มพอใจก่อนจะเหลือบตาไปมองชายผมทองซึ่งยังไม่ยอมเก็บจิตสังหารสักทีจนสุดท้ายผมก็ตัดสินใจเลิกสนใจไป

"หวัดดีพวก" ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่ดังมาจากข้างๆ ก็พบว่าเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายชายมีผมสีน้ำตาลทองและดวงตาสีอำพัน ผมที่ยาวระบ่าถูกรวบมัดไปด้านหลัง ใบหน้าอีกฝ่ายบ่องบอกว่าเป็นคนอัธยาศัยดีคนหนึ่ง

ส่วนฝ่ายหญิงเป็นคนที่มีผมสีส้มยาวถึงกลางหลังและมีนัยตาเรียวสีอำพันที่บ่งชี้ว่าเจ้าหล่อนไม่ใช่มนุษย์ ใบหน้าสะสวยดูน่าดึงดูดเป็นพิเศษอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เธอสูงเท่าบ่าของชายหนุ่มเท่านั้น หญิงสาวก้มหน้าเล็กน้อยพร้อมใบหน้าเรียบนิ่งที่ทำให้อ่านไม่ออกว่าเธอคิดอะไรอยู่

"สวัสดี" ผมตอบแล้วยิ้มอย่างเป็นมิตรเท่าที่จะทำได้ให้ทั้งสอง

"ถ้าไม่ว่าอะไรเราขอนั่งด้วยได้ไหม" ชายหนุ่มยิ้มตอบผม

"ไม่มีปัญหา" ผมตอบพร้อมยักไหล่ ได้ยินแบบนั้นพวกเขาจึงเข้ามานั่งด้วย โต๊ะแต่ละตัวนั่งได้สามคนอยู่แล้วทำให้พอทั้งสองเข้ามานั่งมันจึงเต็มพอดี

ผมนั่งอยู่ขอบหน้าต่างถัดมาก็คือชายผมน้ำตาลทอง สุดท้ายคือหญิงสาวผมสีส้ม

"ฉันชื่อเทรัล ส่วนเธอชื่อไอเรีย นายชื่ออะไร" ชายผมน้ำตามทองแนะนำตัว ไอรีนพยักหน้าให้ผมครั้งหนึ่งแล้วหันไปนั่งก้มหน้าก้มตาต่อ

"ฉันเดลลิน" ผมยิ้มพร้อมแนะนำตัวเอง


--------------
     เจอโจทก์เก่าตั้งแต่วันแรกแบบนี้ไม่รู้ว่าควรจะเรียกโชคดีหรือโชคร้าย 555555
อีกเรื่องคือชื่อภาค(รร.แห่งจอมเวทย์ซิลเลเลีย) ไรท์รู้สึกพลาดมาก นี่ปาไป 17 ตอนถึงจะเข้าข่ายชื่อภาค ไรท์ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันอ่ะว่ามันจะยาวขนาดนี้ รู้งี้คงย้ายภาคนี่มาอยู่ส่วนของภาคสอง แล้วตั้งชื่อภาคแรกว่า จุดเริ่มต้นหรืออะไรเทือกนั้น ถถถถว์ ขออภัยทุกคนจริงๆ ค่ะ 555555
ปล.ขออนุญาตเลื่อนเวลาอัพมาเป็นตอน 1 ทุ่มกว่าของทุกวันนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #202 walaisaeng (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 19:22
    เย้ๆเริ่มเรียนแล้ว
    ปล.อัพช้าไม่เป็นไรแต่ขอให้อัพก็พอ
    ปล2.รอเสมอค่าสู้ๆนะคะไรท์
    #202
    1
    • #202-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 20:49
      เรียน ฮะๆ...
      ปล.ขอคุณจ้า
      #202-1
  2. #196 agonizingpain (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 10:07
    โรงเรียนนี้ท่าจะเนื้อที่มาก ขนาดตึกเรียนกับหอยังห่างกันตั้ง 8 กม. เต่าคลานคงหมดสิทธิ์ 555

    นางมาจนได้ ผมทองเจ้าเก่า ทำท่าจะกัดกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียนเลย... (เรื่องปลอกคอนี่ เหมือสุนัขเหรอเดล--- #ผิดมาก ล้อเล่นจ่ะ)

    ในที่สุดก็จะเริ่มเรียนแล้ว ตื่นเต้นนน *-*
    #196
    2
    • #196-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      13 พฤศจิกายน 2559 / 20:47
      ไม่เก่งเข้ารร.นี้ไม่ได้ค่ะ ;3;

      นางจะมาเผื่อแผ่แรงอาฆาตใส่เดลแล้วเค่อะ เหอะๆ

      ใกล้จะเริ่มเรียนแล้วสินะคะ ;;;;-;;;;
      #196-1
    • #196-2 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      13 พฤศจิกายน 2559 / 21:17
      ไม่เก่งเข้ารร.นี้ไม่ได้ค่ะ ;3;

      นางจะมาเผื่อแผ่แรงอาฆาตใส่เดลแล้วเค่อะ เหอะๆ

      ใกล้จะเริ่มเรียนแล้วสินะคะ ;;;;-;;;;
      #196-2
  3. #195 -SO-REAL_TIME (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 22:57
    ต่อๆๆๆๆ
    #195
    1
    • #195-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      13 พฤศจิกายน 2559 / 20:44
      สักครู่ฮะ
      #195-1
  4. #194 kemchaya (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 22:48
    ถ้าเจ้าหัวทองยังไม่เลิกแผ่จิตสังหาร ก็ให้หนูเดลจับย่างสดซะเลย กฏรร.ช่างมัน มีปะป๊าใหญ่หนุนหลัง =w=
    #194
    1
    • #194-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      13 พฤศจิกายน 2559 / 20:43
      แหม~ ไม่ดีนะคะแบบนั้น หึหึ
      #194-1
  5. #192 lovely-candy-07 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 20:31
    มาต่อไวๆ นร้.....
    #192
    1
    • #192-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      13 พฤศจิกายน 2559 / 20:41
      โอเคฮะ <3
      #192-1
  6. #191 rilima1711 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 12:24
    อาชีพนี้ท่าจะรุ่งนะ 555555
    #191
    1
    • #191-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      12 พฤศจิกายน 2559 / 18:56
      เดล: ไม่มั้งครับ...
      #191-1
  7. #190 -SO-REAL_TIME (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 22:38
    มาแล้วววว รอนานนนน555
    #190
    1
    • #190-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      12 พฤศจิกายน 2559 / 05:43
      แหม~ ไรท์ขอโทษษษ
      #190-1
  8. #189 diarmo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:06
    หนุกๆ 5555
    #189
    1
    • #189-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      11 พฤศจิกายน 2559 / 20:20
      ถ้าสนุกก็ตามกันไปนานๆ นะคะ owo
      #189-1
  9. #186 -SO-REAL_TIME (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 08:07
    ต่อๆเร็วๆ5555 อยากอ่านแล้ววว
    #186
    1
    • #186-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      11 พฤศจิกายน 2559 / 20:18
      หวา~ รอหน่อยน้าาา//งืออ ไรท์จะพยายามกลับมาอัพตรงเวลานะ
      #186-1
  10. #185 kemchaya (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 07:14
    ไม่ว่าฮะ ขอแค่อัพก็พอ/ซื้ออาหารมากักตุนบนเสื่อ / เราก็จะนั่งรอบนเสื่อต่อปาย~
    #185
    1
    • #185-1 kidochigi(จากตอนที่ 19)
      11 พฤศจิกายน 2559 / 20:17
      งุ้ยยย เดี๋ยวไรท์จะกลับมาอัพตรงเวลาให้ได้เลย!//นั่งบนด้วยคน
      #185-1