Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 16 : Chapter 15 : ชั่วดีอย่างไรก็อย่าริอาจหาอาจารย์เป็นเทพเด็ดขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 พ.ย. 59


Chapter 15 : ชั่วดีอย่างไรก็อย่าริอาจหาอาจารย์เป็นเทพเด็ดขาด

ซิลเลียนพยักหน้าก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว

"ข้อตกลงของเรามีอยู่สามข้อ" เทพแห่งเงากล่าวพร้อมถีบตัวเงื้อดาบฟาดใส่ผมจากด้านหน้า ผมยกดาบขึ้นเตรียมป้องกัน แต่ทว่าคิดผิด

ซิลเลียนหายไป!?

"หนึ่ง" สัมผัสเย็นชืดแตะอยู่ที่คอของผมพร้อมเสียงดังกล่าว ไม่ทราบว่าซิลเลียนไปอยู่ด้านหลังผมตั้งแต่ตอนไหน "นายต้องหลบดาบฉันให้ได้ทุกครั้ง"

บ้าไปแล้วโว้ย!

"คุณจะบ้าเหรอ!?" ผมตะโกนอย่างตกใจก่อนดีดตัวออกห่างแล้วปัดดาบของอีกฝ่ายออกจากคอ เข้าสู่โหมดตั้งรับอย่างเต็มตัว

ถามจริงๆ เถอะใครจะไปหลบดาบของเทพได้หมด แค่เมื่อกี้ผมก็หลบไม่ได้แล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายทำอีท่าไหนถึงหายแวบไปอยู่ข้างหลังได้

"สอง" ซิลเลียนว่าต่อโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของผมเลยสักนิด ไม่วายเดินโทงๆ มาตวัดดาบใส่ผมซึ่งๆ หน้าอีกครั้ง ผมไม่คิดจะหลงกลอีกจึงไม่ได้ตั้งรับและจับตามองซิลเลียนตาไม่กระพริบ

เคร้ง!!

เทพเงาฟาดดาบลงมาตรงหน้าผมอย่างผิดคาด ใบหน้าเบื่อหน่ายผิดกับแรงมหาศาลที่ปะทะกับดาบผมจนมันกระเดนไปไกล

"นายต้องมองฉันให้ขาด" ซิลเลียนตวัดดาบมาอยู่ที่หยุดที่คอผมอีกครั้ง แววตาเรียบนิ่งแล้วผุดยิ้มมุมปาก ผมขนลุกชันขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ "และสาม"

ผมผละตัวออกมาทันทีที่ซิลเลียนเงื้อดาบขึ้นสูง ขาทั้งสองออกแรงวิ่งไปทางที่ดาบตกอยู่อย่างร้อนรน เมื่อคว้าได้ก็ทันเวลาที่ซิลเลียนตามมาลงดาบใส่ผมพอดี

"นายต้องโจมตีฉันให้ได้" ซิลเลียนกล่าวหลังจากเสียงประทะอันดังของดาบทั้งสองแผ่วลง ผมที่คุกเข่าอยู่กัดฟันรับดาบของเทพเงาสุดชีวิตจนรู้สึกราวกับกล้ามเนื้อกำลังจะขาดผึ่ง ทว่าซิลเลียนที่ถือดาบด้วยมือเดียวเพียงกดดาบลงมาเบาๆ เท่านั้น

เป็นอย่างนั้นอยู่นานจนในที่สุดผมก็เป็นฝ่ายแพ้ ดาบหลุดออกจากมือไปอีกรอบ มือทั้งสองข้างผมสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่

"บ้าไปแล้ว..." ผมพึมพำเมื่อฟังข้อตกลงทั้งหมด แทบอยากยกเมื่อขึ้นทึ้งหัวตัวเองแล้วยกธงขาวขอลาออกจากการเป็นศิษย์ของเทพผู้ 'เหี้ยมโหด' คนนี้

แต่เชื่อสิ ผมทำไม่ได้!

"นายเลิกไม่ได้จนกว่าจะทำได้ครบทั้งสามข้อที่ฉันบอกไป" ซิลเลียนพูดต่ออย่างรู้ใจผมเป็นที่สุด นั่นยิ่งทำให้ผมอยากจะเก็บดาบที่อยู่ข้างๆมาแทงตัวเองตายให้รู้แล้วรู้รอด

"แค่แรงคุณผมยังสู้ไม่ได้เลย จะอะไรกับการรับดาบ หลบดาบ แล้วโจมตีคุณได้!? คุณคิดว่าผมเป็นใคร(วะ)?" ผมโวยวายอย่างจนปัญญาเป็นที่สุด จากทั้งสามข้อถ้าเป็นเรื่องอ่านทางอีกฝ่ายนั้นด้วยสติปัญญาของผมอาจพอเป็นไปได้ (ไม่ได้จะชมตัวเองนะ) ส่วนที่เหลือให้พูดไปชัดๆ ก็จะได้ประโยคที่ว่า

เป็น-ไป-ไม่-ได้!

"เรื่องนั้นฉันไม่สน" ซิลเลียนหาวแล้วฟาดดาบลงมาอีกครั้งอย่างชิวๆ

ผมฝืนคว้าดาบขึ้นมาอีกครั้งแล้วลุกขึ้นเดินถอยหลังเพื่อหลบ แต่ซิลเลียนที่อยู่ตรงหน้ากลับหายไปอีกครั้ง

ทางไหน?

สัมผัสบางอย่างกระทบที่ด้านซ้าย ผมหันควับไปทางนั้นทันที พบว่าซิลเลียนปรากฏตัวอยู่ตรงนั้นอย่างเหมาะเจาะ คมดาบที่ตวัดมาอย่างไม่เบากระทบกันกับของผมจนเกิดเสียงดังสนั่น

จากบทเรียนก่อนหน้านี้ ทำให้ผมไม่คิดจะทำการยื้อกับซิลเลียน เพราะด้วยแรงของผมมีแต่จะแพ้กับแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

ผมตวัดมือรับดาบเพียงแค่เฉียดๆ เพื่อให้มีเวลาพาตัวเองหลบ แม้จะใช้พอหลบดาบไปได้แต่ก็เหมือนจะเวิร์ค

ทว่าพอผมหลบไปแบบนั้นเรื่อยๆ ซิลเลียนก็เพิ่มแรงเข้าใส่ดาบมากขึ้นอีกและตามมุขผมทันในที่สุด ทำให้ผมได้แต่หลบอย่างเดียวเท่านั้น

อย่างน้อยๆ ตอนนี้ผมก็พอจะเดาทางการผลุบๆ โผล่ๆ ของซิลเลียนได้บ้างทว่าต้องใช้สติพอสมควรถึงจะรู้สึกได้

"คิดสิ" ซิลเลียนพูดออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากโจมตีผมอย่างต่อเนื่องมานาน มือยังตวัดดาบใส่ผมไม่ยั้ง

"คิด...อะไรของ...คุณ" ผมพยายามตอบกลับไปด้วยใบหน้าซีดเผือด ลมหายใจกระชั้นถี่อย่างเหนื่อยๆ เหงื่อกาฬไหลออกมาจนเสื้อเชิร์ตที่ใส่อยู่เปียก ผิดกลับซิลเลียนที่ยังชิวๆ ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับดูเซ็งจิต

ตั้งแต่ต้นถึงตอนนี้เห็นได้ชัดว่าซิลเลียนออมมือมห้ผมมากแค่ไหน ดูจะที่ผมยังไม่ได้แผลเลยคือคำตอบ

"โง่จริง" เทพเงาตอกกลับมาอย่างไม่ปรานีพร้อมแรงของดาบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ผมจำใจรับดาบนั้นแล้วรีบผละถอยออกไปตั้งหลักห่างจากซิลเลียนพอสมควร "คิดและดึงพลังเวทย์ออกมาช่วยเสริมพลังกาย แกนหลักของพลังอยู่ที่หัวใจ นายแค่ลองนึกภาพดูก็เกินพอแล้ว"

ซิลเลียนหยุดยืนนิ่งอยู่เฉยๆ ในที่สุด เขายกมือปิดปากหาวเป็นครั้งที่ร้อยแปดของวัน เทพแห่งเงาไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีผมต่อ รอให้ผมทำตามที่เขาพูดอยู่อย่างสงบ

ผมหลับตาแล้วคิดตามที่ซิลเลียนพูด รู้สึกแปลกพิลึกอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่ที่ได้ร่างนี้มาผมก็สัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกปลอมมากมาย ทั้งเมื่อครู่ที่จับทางซิลเลียนได้ก็เหมือนกัน

เป็นอีกครั้งที่ผมได้รู้สึกถึงสัมผัสใหม่ที่แปลกกว่า ผมรู้ว่ามีพลังงานหลายสายหมุนเวียนอยู่ในร่างกายราวกับระบบไหลเวียนเลือด

ผมค่อยๆ ไล่กระแสพวกนั้นให้ไหลมาที่มือซึ่งถือดาบอยู่จนรู้สึกหนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็เบาอย่างประหลาด เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งผมก็รู้สึกสงบต่างจากเมื่อครู่ที่ผ่านมา

น้ำหนักของดาบในมือก็เบาขึ้นราวกับถือกระดาษ ผมตวัดฟันดูครั้งหนึ่งเสียงอากาศที่ถูกตัดผ่านก็โหยหวนจนน่าสยองขวัญ

"เอาล่ะ... มาอุ่นเครื่องกันต่อดีมั้ย" ซิลเลียนพุ่งเข้าใส่ผมเมื่อพูดจบ ผมยกดาบขึ้นรับการโจมตีอย่างง่ายได้ขึ้นมามาก ทว่าแม้จะสู้ซิลเลียนได้ไม่มากนักแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพรับการโจมตีแบบทุลักทุเลเช่นก่อนหน้านี้

ซิลเลียนยังคงฟาดดาบใส่ผมด้วยรอยยิ้มมุมปาก เสียงดาบที่ประทะกันนั้นเหมือนกับผู้โจมตีกำลังบรรเลงเพลง ความเร็วและความรุนแรงของเทพแห่งเงามากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ ลูกไม้ต่างๆ ถูกงัดออกมาใช้พอเป็นพิธีเช่นภาพลวงตาเป็นต้น

ผมได้แต่ตั้งรับอยู่อย่างนั้นไม่รู้นานเท่าไหร่ แต่เสียงบรรเลงจองซิลเลียนก็ยังไม่จบลง เขาสร้างบาดแผลให้ผมทีละน้อยๆ ด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย

จนในที่สุดผมก็เห็นโอกาส ซิลเลียนใช้เวทย์แล้วหายไปจากด้านหน้าผม มือที่ถือดาบอยู่ฟาดกลับไปด้านหลังโดยที่ผมก็ยังตามร่างกายตัวเองไม่ทัน

แคว๊ก!

เสียงฉีกขาดดึงขึ้นทันที เทพแห่งเงาซึ่ฝอยู่ด้านหลังผมกระโดดถอยกลับไปยืนอยู่ห่างๆ โดนที่เสื้อเชิร์ตส่วนที่อยู่หน้าอกขาดเป็นแนวขวางยาว

"หึๆ" ซิลเลียนหัวเราะในลำคอแล้วมองมาที่ผม เขายังคงอยู่ในสภาพชิวๆ เช่นเดิม การต่อสู้อันยาวนานไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด

ไม่รู้ว่าเขาเก็บพลังไว้อีกมากมายแต่ไหน

"ผมทำตามข้อตกลงครบแล้วนะ" ผมพูดขึ้นพร้อมยิ้มเผล่ สมาธิและสติที่รวบรวมมาขาดผึ่งทันทีที่การต่อสู้แสนต่อเนื่องขาดตอน แขนขวาที่ถือดาบอยู่ทิ้งนาบไว้ข้างตัวด้วยความที่ยกไม่ขึ้นแล้ว

สภาพตอนนี้เหมือนเพิ่งไปกระโดดลงน้ำที่ไหนมาไม่มีผิดเพราะทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ ความเหนื่อยล้าโจมตีผมจนต้องทรุดลงไปนั่งกับความมืด

"ใช่" ซิลเลียนตอบแบบขอไปทีแล้วยักไหล่ ใบหน้าฉายแววเสียดายและเซ็งๆ "ฉันประมาทไปหน่อย"

"ขอบคุณที่เป็นอย่างนั้น" ผมหอบแฮกแล้วตอบ ได้แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ดลใจให้เทพแห่งเงาประมาท ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นอันจบสักที

ก็อกๆ!

"ยินดีด้วยครับคุณเดลลิน แล้วก็มิสเตอร์ซิลเวอร์ครับ คุณควรกลับมาเคลียร์เอกสารได้แล้วนะครับ" เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเวเจนิส ชายผมน้ำเงินยืนพิงกรอบประตูแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ผมและซิลเลียน

"นายมาสู้กับฉันก่อนสิเวเจนิส ฉันยังไม่อยากทำงานต่อ" ซิลเลียนพูดพร้อมสร้างเก้าอี้มีที่วางแขนมานั่งอย่างเบื่อหน่าย มือข้างขวาถือดาบแกว่งเล่นไปมาราวกับมันเป็นมีทำครัว "สู้กับพ่อลูกชายไม่สนุกสักนิด"

ได้ยินซิลเลียนพูดแผลเล็กๆ ตามตัวผมก็ปวดจี๊ดขึ้นมาทันที

"ขออนุญาตปฏิเสธครับ ตอนนี้เอกสาร 50% บนโต๊ะของคุณเป็นเอกสารเร่งด่วนที่ต้องจัดการในวันนี้ คุณไม่มีเวลาแล้วนะครับผอ." ซิลเลียนตอบพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์

ซิลเลียนทำหน้าเหม็นเบื่อขึ้นมาทันที เขาโยนดาบในมือทิ้งแล้วลุกขึ้น หลังจากนั้นทุกอย่างที่เขาสร้างเสกก็กลายเป็นควันหายไป ไม่เว้นแม้แต่ดาบในมือผม

ผมเดินตามซิลเลียนออกจากมิติไปด้านนอก แผลที่อยู่ตามตัวหายไปทันทีเมื่อผ่านกรอบประตูออกมา

เวเจนิสปิดประตูหลังจากที่เราออกมาด้านนอกกันเรียบร้อย

ผมต้องยกแขนขึ้นบังแสงที่กระทบสายตา เมื่อออกมาด้านนอกมิติ ห้องทำงานโทนสีขาวดำของซิลเลียนสว่างไสวไปด้วยแสงแดดยามเช้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ผ้าม่านที่ปกติถูกปิดไว้ตลอดทั้งสองข้าวถูกเปิดออกอย่างเต็มที่เผยให้เห็นประตูกระจกที่เชื่อมออกไปสู่ระเบียงทั้งสองด้าน

"อรุณสวัสดิ์ครับ" เวเจเอ่ยทักเมื่อเห็นผมหันขวับไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ ส่วนซิลเลียนก็ทำหน้าหงุดหงิดแล้ววิ่งไปดึงผ้าม่านปิดไว้เหมือนเดิม

"อย่าเปิดม่านโดยพลการ" ซิลเลียนพูดอย่างหงุดหงิดก่อนจะมานั่งบนเก้าอี้โต๊ะทำงานแล้วเคลียร์เอกสารต่อ ส่วนเวเจนิสเพียงยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างไม่สะทกสะท้านต่อไป

"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" ผมขี้เกียจจะเข้าไปยุ่งกับการต่อปากต่อคำระหว่างทั้งสองหอบสังขารเดินไปที่ประตูเตรียมออกจากห้องมุ่งหน้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง

ถึงแม้บาดแผลจะหายไปแต่ความเหนื่อยล้าก็ยังไม่ยอมทิ้งผม แล้วยังสู้กันมายันเช้าขนาดนี้...

"เดินดีๆ ด้วยนะครับ" เสียงเวเจนิสอวยพรไล่หลังผมมาตอนที่กำลังจะเปิดประตู

"อืม" ผมตอบรับไปส่งๆ ก่อนจะเดินกลับห้องไปราวกับซอมบี้

คฤหาสน์ในสายตาผมตอนนี้กว้างขึ้นสองเท่า กว่าจะเดินกลับมาที่ห้องได้แทบแย่ เมื่อเปิดประตูห้องออกผมก็เดินโซซัดโซเซไปทิ้งตัวนอนคว่ำบนที่นอน

ฟ้าจะถล่มดินจะทลายยังไงตอนนี้ผมก็ไม่อยากขยับ เพราะอย่างนั้นอย่าว่าถึงเรื่องอาบน้ำเลย...

ผมหลับตาลง ในใจนึกก่นด่าซิลเลียนสารพัดไปเรื่อยก่อนที่จะจมลงสู่นิทราในที่สุด

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีก็เห็นว่านาฬิกาในห้องบอกเวลาบ่ายโมงกว่า ท้องเจ้ากรรมร้องประท้วงขึ้นมาทันทีหลังจากนั้น ผมเลยลุกจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัว

อีกสาเหตุที่ผมเลือกห้องนี้เพราะมันมีห้องน้ำในตัวและมีข้าวของที่ดูจะครบครันกว่าห้องอื่นนั่นเอง

ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วอาบน้ำ ล้างหน้า ทำธุระต่างๆ จนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จภารกิจ

มาถึงตอนนี้ผมถึงได้สังเกตเห็น เมธานไม่อยู่บนเตียงแล้ว แต่ผมไม่ได้เป็นห่วงเขามากนักเพราะอย่างไรเสียเจ้าหมาคงไม่ได้ไปไหนไกล

ผมเดินออกจากห้องแล้วลงไปที่ห้องครัว เปิดตู้ที่มีรูปแบบการใช้งานเหมือนตู้เย็นออก รู้สึกแปลกใจที่วันนี้มีพวกเนื้อหรือผักอยู่ด้านใน เมื่อวานผมเห็นอย่างดีที่สุดก็แอปเปื้ล เหอะๆ

ผมยักไหล่ก่อนจะหยิบเนื้อสดและผักออกมาอย่างไม่ใส่ใจ หึๆ เห็นแบบนี้ผมก็มีสกิลทำอาหารระดับสูงอยู่ไม่น้อยนะขอบอก

"คุณทำอาหารเป็นด้วยหรือครับเนี่ย" เสียงเวเจนิสดังขึ้นจากหน้าประตู ผมเสมองแวบเดียวก่อนจะหันมาสนใจสเต็กในกระทะที่ส่งกลิ่นหอมฉุยต่อ

"ก็นะ" ผมยักไหล่ยอมรับ เนื่องจากต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวก็เลยหัดทำกินบ้างเพราะไม่มีเงินจะไปนั่งร้านหรูๆ "นายจะเอาด้วยมั้ยล่ะ"

"ก็ดีครับ" เวเจนิสตอบพร้อมเดินเข้ามานั่งรอที่โต๊ะอาหารตัวยาวในห้อง

"นายลงมาทำอะไรที่ห้องครัว" ผมถามขณะยังง่วนอยู่กับเนื้อในกระทะ

"ผมกำลังจะออกไปดูงานก่อสร้างหอประชุมที่เสียหายแทนท่านผอ.น่ะครับ แต่กลิ่นหอมก็เลยตามมาดู"

"เหอะๆ" ผมแค่นหัวเราะแล้วกลับมาสนใจทำอาหารต่อ

"ว่าแต่คุณไปทำอีท่าไหนครับมิสเตอร์ซิลเวอร์ถึงยอมลุกออกจากโต๊ะทำงาน แถมยังดูอยากจะสู้ขนาดนั้น" เวเจนิสถามเมื่อผมถือจานสเต็กที่ตกแต่งจานระดับภัตรตารห้าดาวมาวางตรงหน้า

"ฉันไปถามหานายว่าจะให้ช่วยสอนเรื่องการต่อสู้ให้ แต่เขาดันปลดปล่อยพลังของเทพเงาแล้วบีบให้ฉันต้องยอมให้เขาสอน สุดท้ายก็ลงเอยอย่างที่เห็น" ผมยักไหล่พร้อมเดินถือจานของตัวเองอ้อมโต๊ะไปนั่งตรงข้ามเวเจนิส "ว่าแต่ทำไมนายถึงไม่ลองสู้กับซิลเลียนดูล่ะ"

"ฆ่าตัวตายน่ะสิครับ ฮ่าๆ ผมยืนดูที่คุณสู้กับเขาก็รู้แล้วว่ามันบ้าขนาดไหน ตอนนั้นเขายังไม่ได้เหยียบใกล้เส้นคำว่าเอาจริงเลยด้วยซ้ำกระมังครับ"

"ก็จริง" ผมตอบแล้วหวนนึกถึงคืนนั้น

หลังจากนั้นเราก็จัดการอาหารตรงหน้าเงียบๆ ผมเหม่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนเป็นฉากๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงวางส้อมและมีดถึงเวเจนิสถึงได่หลุดออกมาจากภวัง

"อร่อยมากครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" เวเจนิสพูดแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเดินไปหน้าประตูก่อนจะหันกลับมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ "ส่วนคืนนี้ผมจะช่วยสอนให้ก็ได้ครับ"

"ขอบใจมาก" ผมตอบกลับไปอย่างสุดแสนจะซาบซึ้ง ถ้าวันนี้เวเจนิสไม่ยอมช่วยผมก็มีแผนว่าจะไปหวังพึ่งเทพแห่งเงาต่อ ตอนนี้ดีใจเหลือแสนที่ไม่ต้องกัดฟันไปขอให้ซิลเลียนช่วย

เวเจนิสเพียงยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ผมรีบจัดการอาหารตรงหน้าแล้วจึงเก็บกวาดทำความสะอาดห้องครัวให้เรียบร้อยจึงค่อยออกจากห้องไป

ผมเดินขึ้นไปชั้นสองแล้วเดินไปที่ห้องสมุด เมื่อเปิดเข้าไปก็คิดไม่ผิดที่ไม่นึกห่วงเจ้าหมา เพราะที่แท้เขาก็มาขลุกอยู่ที่นี่นี่เอง

"อรุณสวัสดิ์ครับ" เมธานเงยหน้าขึ้นจากหนังสือแล้วเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเป็นผม

"ตอนนี้ไม่เช้าแล้วนะเมธาน... แต่ก็อรุณสวัสดิ์ก็ได้" ผมเดินมานั่งตรงข้ามเมธานซึ่งเป็นที่เดิมที่เรานั่งเมื่อวาน "อ่านอะไรอยู่น่ะ"

"หนังสือเรื่องเวทย์น่ะครับ" เมธานเปิดหน้าปกหนังสือให้ดู ผมก็เห็นว่ามันเป็นภาษาโบราณของลาเวียไลธ์

"แล้ววันนี้จะฟังต่อมั้ย" ผมหยิบนิทานเล่มเดิมขึ้นโบกไปมาให้เมธานเห็น เจ้าหมาพยักหน้าหงึกหงักแล้วปิดหนังสือในมือทันที

ผมหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู รู้สึกจะมองเห็นหูกับหางของเมธานโผล่ขึ้นมารางๆ

ผมเปิดหนังสือไปยังหน้าที่อ่านค้างไว้แล้วเริ่มอ่านต่อ

เรื่องราวต่อจากที่เวียเจย์และรอนเซอร์หายไปจากอาณาจักรมีดังนี้

รอนเซอร์พาเวียเจย์กลับไปที่บ้านเกิดของตัวเอง ตอนนั้นรอนเซอร์อายุน่าจะไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ สภาพทั้งสองน่าจะเป็นเหมือนเด็กสองคนเดินทางไปด้วยกัน

เสียแต่ทั้งคู่ก็เคยเจอเรื่องโหดร้ายมาด้วยกันทั้งนั้น เรื่องความเป็นเด็กน่ะไม่มีอยู่แล้ว สภาพอันโหดร้ายบ่มเพาะให้ทั้งคู่ทันต่อเล่ห์กลของโลกนี้มากขึ้น และด้วยสติปัญญาของผู้ใช้พรแห่งแสงอย่างเวียเจย์คงไม่ต้องห่วงเรื่องอุปสรรคจิ้บจ้อย

ขณะเดินทางทั้งสองก็แบกรับความรู้สึกที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่ก็หวังว่าจะมีคนที่ผูกพันธ์ด้วยสักคนเหลือรอด

ด้านเวียเจย์เอง เด็กคนนี้ไม่คิดจะกลับไปที่เดิมอีก... แม้จะเป็นคนที่ฉลาด แต่เขาก็ยังเป็นเด็ก ยังยอมรับเรื่องที่จะกลับไปเห็นความพังพินาศของบ้านตนเองไม่ได้

สถานที่ที่รอนเซอร์เคยอยู่...บ้านของมังกรตนนั้นแยกตัวออกจากฝูงมังกรที่มักจะอยู่รวมกัน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ในทางเหนือของอาณาจักร ตัวถ้ำลึกเข้าไปในภูเขาที่มีชื่อว่า 'ซาเควส'

เมื่อมาถึงภาพที่ชวนให้สิ้นหวังก็ปรากฏสู่สายตารอนเซอร์ เจ้ามังกรรู้ดีตั้งแต่ต้น ว่าที่แห่งนี้จะไม่มีวันเหลือสิ่งใดอีก ...รู้ดีตั้งแต่ต้น

ปากถ้ำคราแรกแทบมองไม่เห็นเพราะปกคลุมไปด้วยเถาวัล แต่รอนเซอร์ยังจำได้ดี เจ้ามังกรดำคืบคานผ่านดงเถาวัลเข้าไปด้านในถ้ำโดยมีเวียเจย์เกาะอยู่บนหลัง เมื่อผ่านเข้ามาพักหนึ่งก็ถึงส่วนที่เต็มไปด้วยความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน

ไม่มีอะไรเหลือ... แม้แต่ซากพี่น้องหรือพ่อแม่ก็ไม่มีเหลือ ถ้ำว่างเปล่าช่างชวนปวดหนึบในใจ

รอนเซอร์เหม่อมองอดีตบ้านของตนเองอยู่นาน ครั้นจะหันหลังกลับเวียเจย์ที่เงียบมาตลอดกลับเอ่ยปากรั้ง

เด็กชายชี้ไปด้านหลังซึ่งเป็นส่วนมุมอับของถ้ำ สัญลักษณ์รูปหัวมังกรสามเขาสีดำขนาดเท่าตัวคนซ่อนอยู่ตรงนั้น

ตามนิสัยมังกรแล้วจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ขี้หวงมาก ถ้าครอบครัวของรอนเซอร์ตัดสินใจจะปักหลักที่นี่และเลือกที่จะทิ้งฝูงก็แปลว่ากำลังเฝ้าอะไรบางอย่าง เวียเจย์ชี้แจงสิ่งที่ตัวเองวิเคราะห์ออกมาให้รอนเซอร์ฟัง

และทันทีที่รอนเซอร์ยื่นหน้าเข้าใกล้สัญลักษณ์ก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง ทั้งสองรับรู้ได้ทันทีถึงคลื่นพลังเวทย์ที่โอบล้อมไปทั่วถ้ำกำลังจะคลายตัวลง

แผ่นหินตรงสัญลักษณ์เปิดไปสู่เส้นทางที่ถูกซ่อนอยู่

รอนเซอร์ยังเด็กเขาจึงยังไม่รู้ว่ามีที่แห่งนี้ซ่อนอยู่ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกเป็นร้อยปีเขาถึงจะได้รับสืบทอดความลับนั้น... สิ่งที่ครอบครัวของเขาเฝ้ามันไว้มาตลอด...

เมื่อเข้าไปจนสุดทางซึ่งน่าจะเป็นใจกลางภูเขา ทั้งคู่ก็ได้เห็น...

สิ่งที่ชวนประหลาดใจเป็นอยู่มาก นั่นคือมังกรโตเต็มวัยตนหนึ่ง มันขดตัวนอนนิ่งอยู่ใต้ผืนน้ำสีฟ้าคราม แน่นิ่งไร้สัญญาณแห่งชีวิต

เกร็ดสีฟ้าครามทำให้ตอนแรกที่เวียเจย์มองลงไปแทบไม่เห็น

เด็กชายสงสัยขึ้นมาว่าทำไมหนอ ทำไมมังกรที่ดูเหมือนจะตายไปแล้วถึงได้มาอนู่ที่นี่ แถมยังดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เวลาสั้นๆ อีกด้วย

...แล้วทำไมเขาถึงได้รับการปกป้องจากมังกรตนอื่น

จนถึงตอนที่รอนเซอร์พูดออกมาเวียเจย์ถึงเข้าใจ มังกรดำหมอบลงกับพื้นอย่างเคารพและเอ่ยคำที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง

องค์ราชา

สิ่งที่ครอบครัวของรอนเซอร์เฝ้ามาตลอดคือราชามังกรที่จมดิ่งอยู่ในเวิ้งน้ำขนาดย่อมในภูเขานั่นเอง

ราชามังกรที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายพันปีก่อนอย่างนั้นหรือ เวียเจย์ก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง เช่นนั้นทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กัน

คำถามมากมายผุดขึ้นมาไม่ต่างจากดอกเห็ด เวียเจย์เอ่ยถามรอนเซอร์ ทว่าก็ไม่ได้เรื่องอะไร เดิมทีที่ทำความเคารพก็เป็นเพราะด้วยสัญชาตญานสั่งให้ทำ เขาแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เวียเจย์ไม่อาจทนต่อความสงสัยของตนเองได้ก็ตัดสินใจพาตัวเองดำดิ่งลงไปด้านล่างโดยไม่สนใจคำคัดค้านของรอนเซอร์

เวียเจย์สัมผัสเกร็ดสีฟ้าครามอย่างชื่นชม เขาผลุบๆ โผล่ๆ ขึ้นจากน้ำหลายรอบจนสำรวจครบถ้วน ...ไม่มีอะไรไขข้อสงสัยให้เขาได้สักอย่าง ไม่มีทางลับไม่มีกุญแจใดๆ ที่เชื่อมต่อเรื่องราว

จนเมื่อขึ้นมาด้านบนอีกครั้งรอนเซอร์จึงทักด้วยความตกใจ เวียเจย์สัมผัสเส้นผมของตัวเองเมื่อเพื่อนทัก เส้นผมยาวเปียกปอนทิ้งตัวอยู่เคลียไหล่ เขามองมันแล้วพบว่าสีเพลิงที่ควรจะเป็นกลับกลายเป็นสีฟ้าเข็มเข้าขั้นน้ำเงิน

หรือจะเป็นคำสาป!?

เด็กชายปีนขึ้นมานั่งข้างๆ รอนเซอร์แล้วสำรวจตัวเอง ไม่มีอย่างอื่นบนตัวเขาเปลี่ยนไปนอกจากเส้นผม

เขาค่อนข้างจะกังวลเพราะหากเป็นคำสาปเขาก็ไม่รู้จะแก้อีท่าไหน เด็กชายจึงได้แต่นั่งกุมขมับแล้วส่ายหน้า

รอนเซอร์เป็นห่วงเขาเล็กน้อย เจ้ามังกรต่อว่าที่เด็กชายไม่ยอมฟังคำพูดตนบ้าง แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงได้ไม่โกรธสักนิด

ช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีกลับทำให้เขาผูกพันธ์กับมนุษย์มากขนาดนี้เชียว?

เจ้ามังกรน้อยแอบหงุดหงิดตัวเองในใจแต่ก็ไม่ได้ตัดความรู้สึกที่มีต่อเด็กชายออกไป บางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่อาจตัดใจที่จะทิ้งเด็กมนุษย์คนนี้ก็เป็นได้กระมัง...

เวียเจย์ไม่ได้สนใจอีกว่ามันเป็นคำสาปหรือเปล่า เขาคิดว่าถ้ามันถึงตายก็ช่างปะไร เขาอยู่ไปก็เท่านั้น ...เขาอยากตายมาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ

ทว่าเมื่อถูกรอนเซอร์ต่อว่าเข้าก็กลับรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างประหลาด มีชั่วแวบหนึ่งที่กังวลที่ตัวเองอาจต้องตายขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ปัดความคิดทิ้งไป

เมื่อวิเคราะห์ดูอีกครั้งเวียเจย์ก็เริ่มไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นคำสาป

มังกรจะมานั่งเฝ้าคำสาปทำไม? หรือจะเฝ้าศพของราชามังกรตนนี้?

ทั้งสองปกหลักอยู่ที่ถ้ำหลายวันจนกระทั่งแน่ใจว่าคำสาปไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก ก็ปิดผนึกเส้นทางที่เข้าไปสู่บ่อน้ำแห่งนั้นอีกครั้งจึงจากมา

เพื่อตามหาข้อมูลของราชามังกร

 

ผมหยุดอ่านเมื่อเรื่องถึงตรงนี้ พอเงยหน้าขึ้นจากหนังสือก็พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมานั่งฟังด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ

"เมื่อก่อนพี่ดื้ออย่างนี้เองสินะ แต่เรื่องความอยากรู้จนตัวสั่นนี่ผ่านไปเป็นพันปียังไม่เปลี่ยน" ลาเนียกอดอกพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง เธอนั่งอยู่ข้างๆ เมธานที่หลับไปแล้ว...

"โธ่ น้องรัก... ไม่อยากเชื่อว่าฉบับก่อนปรับปรุงเล่มเดียวที่ไม่สามารถเรียกคืนได้จะอยู่ที่นี่" เวเจนิสพูดกับน้องสาวตัวเองแล้วจึงหันมาพูดกับผม เขานั่งอยู่ข้างๆ ผมนี่เอง

"หือ?" ผมมองเป็นเชิงถามใส่เวเจนิสก่อนเจ้าตัวจะยิ้มเจ้าเล่ห์ฉวยหนังสือไปจากมือผมแล้วนำไปเปิดเล่น

"หนังสือเล่มนี้ผมเป็นคนเขียนเองแหละครับ เพราะเนื้อหาก่อนปรับปรุงเป็นเรื่องจริงหลายส่วนจนเกินไปเลยเรียกคืน แต่มีอยู่เล่มหนึ่งที่ไม่ถูกส่งกลับมาแม้ผมจะเสนอจ่ายค่าชดเชยมากแค่ไหน" เวเจนิสยื่นมือออกมาข้างหน้า อยู่ๆ ละอองแสงก็รวมตัวเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมือนกับเล่มที่เขาเพิ่งแย่งผมไปเด๊ะ! "ตอนนั้นผมกังวลจนผมหงอกจะขึ้น ที่แท้เป็นมิสเตอร์ซิลเลียนที่ซื้อมันไว้"

เป็นเรื่องจริงหลายส่วนมากเกินไปอย่างนั้นหรือ...

"ว่าแต่สรุปน้ำในบ่อนั่นคืออะไร" ผมแย่งหนังสือกลับมาไว้ในมือ

เวเจนิสยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก "อ่านต่อเอาเองเถอะครับ"

"ขี้อุบชะมัด"

"หึๆ"

"ว่าแต่พวกนายมาทำอะไรที่นี่" ผมมองหน้าลาเนียสลับกับเวเจนิส

"ค่ำแล้ว เราหิวข้าว" ลาเนียยิ้มสดใส "ได้ข่าวว่านายทำอาหารเก่ง"

นี่พวกแกมาเพื่อขออาหารเนี่ยนะ!?!

----------------------------

จบตอนที่ 15 แล้ว... จริงๆ นิทานของเวียเจย์กับรอนเซอร์มีฉบับสั้นนะคะ แต่ในห้องสมุดของซิลเลียนไม่มีฉบับสั้น 55555 ต้องฟังกันไปอีกยาววว

ที่เหลือก็อีกหนึ่งวันเท่านั้นก็จะเปิดภาคเรียนจริงๆ//ต้องขออภัยแต่ไรท์จะไม่ข้ามไปสักวันนะคะ เรื่องก็จะดำเนินไปเรื่อยๆ ต่อไปอย่างนี้แหละ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบกัน

ส่วนใครที่เห็นกิจกรรมแล้วก็มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เจอกันพรุ่งนี้น้ออ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #357 Fktay (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 16:35
    ชอบจังค่ะ
    #357
    1
    • #357-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      2 ธันวาคม 2559 / 05:17
      ขอบคุณค่ะ
      #357-1
  2. #170 วลัยพร แสงคำ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 19:08
    สนุกมากๆค่ะอ่านนิยายไม่ได้หลายวันคิดถึ๊งคิดถึง
    #170
    1
    • #170-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      7 พฤศจิกายน 2559 / 20:02
      แหม ไรท์ก็คิดถึงค่ะ <3
      #170-1
  3. #169 คิสึกิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 00:05
    สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆน้าาา
    #169
    1
    • #169-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      7 พฤศจิกายน 2559 / 05:33
      ได้เลยค่าา
      #169-1
  4. #168 PND.KK. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 22:47
    สนุกดีคะ อยากให้พระเอกเก่งขึ้นเร็วๆจัง555
    #168
    1
    • #168-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      7 พฤศจิกายน 2559 / 05:32
      เราก็คงต้องรอกันต่อไปค่ะ...
      #168-1
  5. #167 Anønymøus (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:55
    เอาล่ะสิ อาหารฝีมือเดล (พูดแล้วหิวเลย)
    เอาแบบเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบแบบนี้เราชอบนะ จะได้อ่านนิยายไรท์อีกนานๆ ไง //-//
    #167
    1
    • #167-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 21:13
      หนุ่มโสดอยู่คนเดียวก็ต้องฝึกสกิลเป็นธรรมดา//ไม่ใช่ละ
      ดีใจที่ชอบน้า เราจะเรื่อยๆ ไปด้วยกัน~
      #167-1
  6. #166 Kronos-Hades (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:12
    เป็นกำลังใจให้ค่ะสู้ๆสนุกมากๆเลยค่ะ
    #166
    1
    • #166-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 21:12
      ขอบคุณค่ะ <3
      #166-1
  7. #163 Anønymøus (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 10:44
    รอเดลอ่านนิทานค่ะ 555 
    #163
    1
    • #163-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 11:25
      นิทานเรื่องนี้ยังอีกยาวไกลค่ะ ฮ่าๆ
      #163-1
  8. #162 arij-joint (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 07:52
    อยากให้เดลเมพไวๆจัง
    #162
    1
    • #162-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 08:52
      ฮึมๆ เราก็ต้องรอกันต่อไปนะคะ//หนูเดลเป็นแค่มนุษย์อยู่ ต้องใจเย็นๆ นะคะ 3_3
      #162-1
  9. #161 PND.KK. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:52
    สู้ๆค้าา สนุกทุกตอนน
    #161
    1
    • #161-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      6 พฤศจิกายน 2559 / 02:32
      ขอบคุณน้าาา//เราจะเรื่อยๆ ไปด้วยกัน
      #161-1
  10. #160 XvX090 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:02
    พยายามเข้านะคะ
    #160
    1
    • #160-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 20:31
      ขอบคุณค่ะ. <3
      #160-1
  11. #159 คิสึกิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:01
    ไรท์ไม่ต้องเร่งรีบหรอกค่ะเดียวปวดหัวไม่สบาย แต่ขอบคุณนะคะที่มาต่อให้
    รอต่อนะคะ
    #159
    1
    • #159-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 20:33
      ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ lwl ไรท์ดีใจที่ได้แต่งให้ทุกคนอ่านค่ะ เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอกน้อ ขอบคุณที่รอเสมอนะ <3
      #159-1
  12. #157 Anønymøus (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 09:43
    ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจ
    #157
    1
    • #157-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 19:01
      ขอบคุณค่ะ iwi
      #157-1
  13. #156 คิสึกิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 08:01
    รับทราบ รอนะคะ
    #156
    1
    • #156-1 KisegiJi(จากตอนที่ 16)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 19:03
      มาแล้วนะคะ <3
      #156-1