Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : คุณจะรู้สึกว่าใช้วันหยุดไม่คุ้มค่าก็ต่อเมื่อคุณย่างเท้าเข้าใกล้วันเปิดภาคเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 พ.ย. 59


Chapter 13 : คุณจะรู้สึกว่าใช้วันหยุดไม่คุ้มค่าก็ต่อเมื่อคุณย่างเท้าเข้าใกล้วันเปิดภาคเรียน

เราโผล่ออกมาจากประตูที่ผมเคยออกมาครั้งแรก แต่ทิวทัศน์ที่ผมเห็นตอนนี้กลับแตกต่างออกไป

โถงกว้างใหญ่อันตธานหายไปไม่สิ... พังพินาศลงไปหมด อาคารรูปแปดเหลี่ยมเหลือเพียงซากปรักหักพังไม่เหลือชิ้นดี (ไม่ทราบเหมือนกันทำไมประตูนี่ถึงยังตั้งตระหง่านไม่เสียหาย)

เราเหยียบผ่านพรมซึ่งมีรอยไหม้อยู่ประปราย ผ่านความเสียหายที่กินพื้นที่แปลงดอกไม้ข้างทางเดิน สี่วันผ่านไปนี่คือผลของมหาเวทย์ภัยพิบัติ ทุกย่อมหญ้าล้วนไหม้เกรียมเป็นสีน้ำตาลดำ

...ผมเป็นคนทำมันเหรอ?

ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเกิดบ้าอะไรขึ้น...

เราผ่านทางเดินมาอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ส่วนอาคารที่พักนักเรียน พอมามองจากตรงนี้ผมจึงเห็นว่ามีอาคารหอพักแห่งอื่นๆ ตั้งอยู่ล้อมรอบหอพิธีตามแนวรูปแปดเหลี่ยม เราเดินผ่านด้านข้างของหอผู้ใช้พรแห่งแสงเลยเข้าสู่เขตป่าซึ่งมีคฤหาสน์สีดำหลังหนึ่งตั้งอยู่

ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรเลย จนเมื่อผ่านป่าถึงตัวคฤหาสน์

เวเจนิสผลักประตูสีดำสนิทแล้วก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไป ตรงไปสู่บันไดที่ทอดขึ้นบนชั้นสอง เราเลี้ยวไปยังทางเดินด้านซ้าย ผมเห็นว่าสุดทางเดินนั้นคุ้นตา มันคือห้องทำงานของซิลเลียนนั้นเอง

ริน่ากับวิน่าลอยนำไปเปิดประตูก่อนจะพุ่งเข้าใส่ซิลเลียนอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ พวกเธอกอดซิลเลียนแน่นแล้วลอยมานั่งกัดคุ๊กกี้ที่วางอยู่บนโต๊ะ

"ว่าไง พ่อลูกชาย" ซิลเลียนทักผมที่หมอบอยู่บนหลังเมธาน เขาทำหน้านิ่งๆ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความเซ็งอย่างเห็นได้ชัด "นายนี่สุดยอดจริงๆ ไม่ทันไรก็เพิ่มเอกสารบนโต๊ะฉันได้ขนาดนี้"

ซิลเลียนเท้าคางแล้วมองเอกสารกองมหึมาข้างตัว

"ผมไม่รู้เรื่องนะ" ผมแก้ตัวขณะที่เมธานคาบตัวผมลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวแล้วแปลงร่างเป็นเด็กไปแย่งคุ๊กกี้จากริน่าและวิน่าอย่างนิสัยเสีย ดีที่ริน่ากับวิน่าไม่ได้ว่าอะไร

"โอเค ฉันจะอธิบายให้นายฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น เผื่อนายจะรู้เรื่องขึ้นบ้าง" ซิลเลียนพูดอย่างเบื่อหน่าย "เวเจนิส นายเล่าสิ"

เขาบอกจะเป็นคนอธิบายแต่กลับโบ้ยไปทางเวเจนิสเสียอย่างนั้น!

"คุณนี้ใช้งานผมหนักจริงๆ นะครับ" เวเจนิสพูดแล้วยักไหล่ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ประดับใบหน้าก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาเดี่ยวที่กำลังนั่งอยู่ ถึงจะบ่นไปแต่สุดท้ายก็ยอมทำตามอยู่ดี "ตอนที่คุณใกล้หมดสติ ผมก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่แปรปรวน คุณร่ายเวทย์ที่ผมไม่เคยเห็นแล้วก็...บึ้ม! พายุเพลิงทำลายโถงที่คุณอยู่ แล้วค่อยๆ กินพื้นที่ป่าด้านนอก"

"แล้วนักเรียนใหม่ก็เอาท์กันเป็นแถบ" ริน่ากับวิน่าเสริม "พอเห็นท่านหมดสติไปเมธานก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง เขาระเบิดพลังเวทย์แสงจนมิติของพวกข้าพัง"

"หลังจากนั้นมิติก็มีรอยปริแตก พายุเพลิงก็เลยส่งผลออกมาข้างนอก อย่างที่คุณเห็น" เวเจนิสพูดต่อพร้อมหันไปยิ้มหยอกให้ซิลเลียน "ดีที่ไม่ทีใครเป็นอะไรนะครับมิสเตอร์ซิลเวอร์"

"ไม่เป็นไรกับผีสิ..." ซิลเลียนตอบเสียงยานอย่างเซ็งจิต เขามองกองเอกสารแล้วขมวดคิ้ว "ช่วงนี้ฉันเลยต้องเลื่อนวันเปิดภาคเรียนไปอีกต่างหาก พวกอาจารย์ก็ส่งคำร้องเรียนเข้ามาใหญ่เลยว่ากลัวจะมีเวลาสอนไม่ทัน"

สรุปคือการคัดเลือกครั้งนี้ซิลเลียนแอบกินเวลาปิดเทอมของพวกเด็กใหม่ พอจบงานคัดเลือกวันต่อมาก็ควรจะได้เริ่มเข้าห้องเรียนกันจริงๆ จังๆ แต่เพราะเกิดเหตุผิดพลาดเลยต้องเลื่อนออกไปนั่นเอง

"อ้อ ดีจังนะครับ" ผมตอบไปอย่างส่งๆ พร้อมเคี้ยวคุ๊กกี้ในมือเหมือนว่าเรื่องที่ฟังไม่ใช่เรื่องของตัวเอง "มันแปลกอยู่นะครับ คุณบอกว่าผมจะใช้ได้แค่เวทย์ธาตุไฟนี่"

แต่เวทย์นี่มันใช้สามธาตุนะ แสง ลมและไฟ ผมว่าผมก็ใส่ไอ้ปลอกคอนี่อยู่นะ

"ถอดมันออกมาสิ" ซิลเลียนชี้มาที่คอของผม ผมยกมือที่ยังพอขยับได้แล้วถอดปลอกคอออก พอผมถอดออกมาก็เห็นว่าอัญมณีสีแดงหายไปเหลือเพียงสีขาวขุ่นและรอยของมีคมที่ตัดผ่านมันเข้าไป "สงสัยฉันจะทำลวกๆ เกินไปหน่อย พอโดนกริซลงเวทน์เข้าไปมันเลยเสียพลัง สรุปคือมันเจ้งแล้ว พลังนายช่วงนี้มันยิ่งไม่ค่อนสเถียรด้วย พออารมณ์นายไม่ปกติพลังมันเลยไหลออกหมด วงเวทย์เลยใหญ่อย่างที่บอก"

"ถ้าอย่างนั้นที่ผมขยับไม่ได้ก็เพราะพลังเวทย์โดนสูบไปใช้ตอนนั้นน่ะเหรอ" สี่วันผ่านไปผมยังขยับไม่ได้เลย...

"ใช่ เดี๋ยวฉันทำให้นายใหม่แล้วกัน" ซิลเลียนบอกก่อนเดินมาดึงปลอกคอจากมือผม เขาหันมาทางเมธานที่นั่งอยู่บนตักผมแล้วพูดเสียงเรียบ "เมธาน นายเองก็ควบคุมพลังตัวเองให้ดี ถ้านายไม่ทำฉันจะจับนายยัดกล่องส่งกลับไปให้เลนิน"

ซิลเลียนทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้เมธานคอหดก่อนจะเดินกลับไปนั่งโต๊ะทำงานแล้วสั่งงานเวเจนิส "เวเจนิส นายจัดการเรื่องรายชื่อนักเรียนพิเศษแล้วกัน ใช้แต้มที่ได้จากการแข่งครั้งที่แล้ว ไม่ต้องจัดการคัดเลือกใหม่"

"โอเคครับ" เวเจนิสยิ้มรับก่อนหยิบปากกาและกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่าแล้วเริ่มเขียนขยุกขยิก

         ผมที่พอไม่มีอะไรก็เริ่มนั่งทบทวนเรื่องราวซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่สุดท้ายก็จำไม่ได้ว่าเผลอใช้เวทย์ไปตอนไหน

"เอ่อ... ซิลเลียน คุณพอจะรู้วิธีแก้คำสาปให้เมธานมั้ย" ผมส่งคุ๊กกี้เข้าปากแล้วหันไปถามซิลเลียนที่นั่งเคลียร์เอกสารอยู่

"ง่ายนิดเดียว" ซิลเลียนตอบโดยไม่เงยหน้า เขาผุดยิ้มอย่างนึกสนุก

"ต้องทำยังไงครับ..." เมธานถามเสียงเบาขณะนั่งแกว่งเท้าไปมาอยู่บนตักผม

ซิลเลียนตอบเหมือนเรากำลังคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ "นายต้องตามหาคนที่สาปนาย แล้วก็ฆ่าทิ้ง"

ช่างเป็นวิธีที่ง่ายมาก... ที่ไหนล่ะ!

"ง่ายตรงไหนของคุณ!?" ผมโพล่งออกไปอย่างตกใจจนเมธานสะดุ้ง ริน่ากับวิน่าหัวเราะคิกคักขณะแทะคุ๊กกี้ในมือ

"เรื่องแบบนี้ง่ายนิดเดียวสำหรับท่านพ่อเจ้าค่ะ" ริน่ากับวิน่าพูดขึ้นพร้อมกัน

"แต่ผมไม่รู้นี่ว่าใครสาปผม..." เมธานพูดขณะทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก เห็นแล้วผมก็รู้สึกหนักใจขึ้นมา

"ถึงจะรู้ก็ห้ามฆ่า!" อย่าเที่ยวพูดว่าจะฆ่าใครกันแบบนี้สิ! แล้วนี่มันกี่ร้อยปีแล้ว คนสาปมันน่าจะตายแล้วกระมัง!

"เด็กน้อยๆ... หึๆ" ซิลเลียนเอ่ยขึ้นอย่างมีเลศนัย เขาหัวเราะเย็นเยียบตามด้วยเสียงหัวเราะของริน่าและวิน่า

"จะว่าไปคุณก็เด็กจริงๆ นั่นแหละครับ ฮ่ะๆ" เวเจนิสเงยหน้าจากเอกสารแล้วพูดประโยคที่ทำให้ผมขมวดคิ้ว ยอมรับว่าผมอายุน้อยกว่าสองแฝดแล้วก็ซิลเลียน ...หรือแม้กระทั่งเมธาน แต่เวเจนิสผมไม่คิดว่าเขาจะอายุมากกว่าผม หน้าเขายังอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้าปีอยู่เลย... แต่ว่าแม้กระทั่งซิลเลียนยังหน้าเท่าคนอายุยี่สิบต้นๆ อยู่เลย...

"เวเจนิส...นายอายุเท่าไหร่" ผมลองถามออกไป ลอบกลืนน้ำลายอย่างลุ้นระทึก

"นายช่างกล้าถามนะ ไอ้ลูกชาย" ซิลเลียนหัวเราะหึๆ ก่อนหันไปเลิกคิ้วบวกยิ้มกวนถามเวเจนิส "ว่าไงล่ะเวเจนิส"

"...อีกไม่กี่เดือนก็จะครบรอบหนึ่งพันสี่ร้อยสามสิบแปดปีแล้วล่ะครับ" เวเจนิสยิ้มเจ้าเล่ห์

ผมกับเมธานเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ "นายต้องล้อฉันเล่นแน่ๆ บอความจริงเถอะ นายเป็นมนุษย์ไม่ใช่เหรอ!?"

"ผมพูดจริงนะครับ หึๆ" เวเจนิสพูดพร้อมขยับตัวนั่งไขว่ห้างพิงโซฟา ในมือยังถือกองเอกสารที่กำลังเปิดอ่านไปเรื่อยๆ "คุณไม่เคยได้ยินเรื่อง The Dragon Of Adensia เหรอครับ"

"เคยได้ยินสิ" ว่าไปหลังจากนี้ผมลองถามซิลเลียนดูดีกว่าว่ามีหนังสือเรื่องนี้อยู่มั้ย จะได้อ่านให้เมธานฟั--

"ผมคือเด็กผู้ชายที่เป็นตัวเอกของเรื่อง" เวเจนิสพูดขึ้นอย่างชิวๆ

...

"...หะ...หา!?" ผมอ้าปากผะงาบๆอย่างตกใจ ตลกเหรอ! ให้มันน้อยๆ หน่อย "นายเนี่ยนะ พูดเป็นเล่น! มันแค่ตำนานไม่ใช่เหรอ!?"

ผมตกใจจนไม่รู้จะตกใจยังไง หมอนี่ล้อผมเล่น... ต้องล้อผมเล่นแน่ๆ! อายุพันสี่ร้อยกว่าปี? นั่นเยอะกว่าเมธานอีกนะ...

จะว่าไม่เจ้าหมานิ่งค้างไปแล้วแฮะ

"ตำนานก็มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องแต่งทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ คิกๆ" ริน่ากับวิน่าแก้ พวกเธอหันหน้าเข้าหากันแล้วหัวเราะร่า

ผมมองไปทางเวเจนิสอย่างคาดคั้นให้เขาเผยความจริงแล้วพูดว่า 'เมื่อกี้ผมล้อเล่นน่ะครับ ฮ่าๆ' อย่างที่ควรจะเป็น

"ไม่ได้โกหกหรอกนะครับ ...รอนเซอร์ นายหลับอยู่รึเปล่า" อยู่ๆ เวเจนิสก็พูดชื่อใครคนหนึ่งขึ้นด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ หลังจากนั้นบนพื้นก็ปรากฏวงเวทย์ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มวลแสงค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นร่างๆ หนึ่ง

"หาว... มีอะไร" ชายหนุ่มผมยาวสีขาวอมแดงปรากฎตัวในท่าปิดปากหาวหวอด เขายกมือขึ้นเสยเส้นผมกระเซิงที่ปรกใบหน้าอยู่ขึ้น เผยให้เห็นดวงตาแบบสัตว์ป่าสีอำพันที่ปรือๆ อย่างง่วงนอน "ทำไมมีมังกรตัวอื่นนอกจากฉันอยู่ด้วย... ช่างเถอะ ฉันง่วงละ ไปนอนต่อแล้ว..."

พูดอยู่คนเดียวชั่วขณะชายหนุ่มคนนั้นก็หายไปพร้อมวงเวทย์ที่จางหาย

"ถ้าคุณเคยอ่านคุณน่าตะรู้จักรอนเซอร์นะครับ" เวเจนิสยิ้มแล้วพลิกเอกสารต่อไป "เขาขี้เซาไปหน่อย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ"

"เมื่อกี้รอนเซอร์ตัวจริงเหรอ!?" เมธานโพล่งออกมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากทำตัวเหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องค้างไปนาน

"ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะครับ" เวเจนิสหัวเราะร่าอย่างพอใจ แต่ยังไม่ละสายตาจากเอกสารในมือ

เมธานมองเวเจนิสด้วยสายตาตื่นเต้นก่อนจะขมวดคิ้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ "แต่เด็กคนนั้นไม่ได้ชื่อเหมือนคุณสักหน่อยนี่นา"

"หมอนี่เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยนั่นแหละ" ซิลเลียนตอบแทนแม้จะง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะ

ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สรุปแล้วเมื่อเทียบกับทุกคนในห้องผมอ่อนสุดอย่างนั้นสินะ...

ตึกๆๆ!

เสียงฝีเท้าไม่เบาขัดการสนทนา ผมมองไปที่ประตูไม้ ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ประตูก็เปิดผ่างออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังปัง

หญิงสาวหน้าหล่อคนหนึ่งยืนยกเท้าขึ้นข้างหนึ่งในท่าที่บอกชัดว่า 'ประตูเมื่อกี้ฉันเป็นคนถีบเอง' เธอมีผมยาวสีเพลิงและดวงตาสีเดียวกัน ใบหน้าของเธอทำให้ผมต้องหันไปมองเวเจนิสทันที

"มิส-เตอร์-ซิล-เวอร์!!" น้ำเสียงที่ไม่รู้ว่าควรจะบอกว่าชายหรือหญิงดีออกมาจากปากหญิงสาว เธอทำหน้าเหยเกอย่างไม่พอใจก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในห้องแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของซิลเลียน

ปัง!

"นี่คุณจะให้ฉันจัดการไอ้พวกเวรนั่นไปถึงเมื่อไหร่หา!! รีบๆ เลือกหัวหน้าหอปีหนึ่งสักทีสิวะคะ" หญิงสาวตบโต๊ะอย่างไม่พอใจจนเอกสารส่วนหนึ่งปลิวว่อน

"น้องรักใจเย็น" เวเจนิสเอ่ยแทรกพร้อมแยกเอกสารในมือออกเป็นกองๆ ผมมองหญิงสาวสลับกับเวเจนิสอย่างงุนงง

"พี่ยังจะให้ฉันเย็นเรอะ ไอ้พวกเด็กใหม่เฮงซวย ไร้ระเบียบ น่าหมั่นไส้พวกนั้นสร้างแต่เรื่องในหอไม่หยุดไม่หย่อน แล้วใครที่ต้องดูแลพวกมัน? ฉันไง!" น้องสาวพูดแล้วก็ทึ้งหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด เธอหันกลับไปหาซิลเลียนแล้วเริ่มโวยวายต่อ "อย่างน้อยก็หาผู้ดูแต่ละหอแลชั่วคราวมาทีเถอะ คุณจะให้ฉันดูแลทั้ง 7 หอแบบนี้ไม่ได้!"

"เวเจนิสกำลังจัดการอยู่ ใจเย็นแม่สาวน้อย" ซิลเลียนพูดอย่างไม่เดือดร้อนแล้วชี้ไปที่เวเจนิส "อีกสักครู่เธอค่อยเอาไปประกาศ ไปนั่งกินคุ๊กกี้ตรงนู้นนะ"

ผมฟังที่พวกเขาพูดก็ถึงบางอ้อ สรุปแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นน้องสาวเวเจนิสนั่นเอง

พอได้ยินที่ซิลเวอร์พูดน้องสาวในเสื้อคลุมสีแดงก็ฮึดฮัดมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ ริน่า เหตุการณ์น้องสาวโวยวายดูเหมือนจะเกิดขึ้นบ่อยจนซิลเลียนรับมือได้อย่างไม่ยาก

"คุณเดลลิน ทางนี้คือลาเนียน้องสาวผมครับ" เวเจนิสแนะนำตัวแทนน้องสาวที่อารมณ์ไม่ดีนั่งแทะคุ๊กกี้อยู่ "ส่วนลาเนีย นั่นคือเดลลิน คนที่พี่เคยเจอที่เมืองซานเฟียร์"

"อือ..." ลาเนียมองมาที่ผมก่อนจะขมวดคิ้ว เธอยังคงแทะคุ๊กกี้ในมือ พอมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเสร็จก็หันกลับไปหาเวเจนิส "หล่อดี น่าสนใจ"

"ขอบคุณ" ผมตอบกลับ รู้สึกเขินที่มีผู้หญิงชม น้ำตาแทบไหลแน่ะ!

แต่พอผมมองหน้าลาเนีย ...ถ้าไม่ใช่ว่าหน้าเธอเหมือนเวเจนิสผมคงดีใจกว่านี้... ตอนนี้ไม่รู้จะเขินหรือขนลุกดีจริงๆ 

"กลับมาเรื่องเมธานเถอะ ชักจะออกทะเลไปไกลแล้ว" ซิลเลียนพูดขึ้นพร้อมร่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ผม "ถ้าไม่อยากตามหาตัวคนที่สาปแล้วฆ่า นายต้องไปหายายนั่น"

ผมหยิบกระดาษที่หยุดลงบนโต๊ะตรงหน้าขึ้นมาดู มันเป็นรูปของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่กล้อง(หรืออะไรสักอย่าง) ผมยาวและดวงตาสีฟ้าครามดูสดใสตัดกับใบหน้าเบื่อโลก เพราะภาพมีแค่ส่วนบนๆ ผมถึงไม่เห็นว่าเธอใส่ชุดอะไร เห็นเพียงคอเสื้อเชิร์ตและผ้าคลุมบนไหล่เท่านั้น

"นี่ใครครับ" ผมอ่านข้อมูลที่เขียนประกอบแล้วก็พบว่าเธอเป็นมนุษย์เงือกซึ่งเคยศึกษาอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้ว

"ทีฟ่า" ซิลเลียนพูดพร้อมทำหน้าเหม็นเบื่อยิ่งกว่าตอนมองกองเอกสาร

"ทีฟ่า... เทพแห่งน้ำน่ะเหรอ" ผมมองประวัติอีกครั้ง ทั้งหมดคงเป็นข้อมูลปลอม ว่าไปแล้วพอเห็นหน้าซิลเลียนตอนพูดถึงเธอผมก็นึกได้ว่าแม่เทพแห่งน้ำคนนี้ดูจะมีเกียตรประวัติที่ยิ่งใหญ่ ...ทุกคนที่รู้จักเธอพอพูดถึงเจ้าหล่อนก็ทำหน้าพิลึกกันทั้งนั้น เหอะๆ...

"ใช่ ยายนั่นแหละ" ซิลเลียนพูดพร้อมถอนหายใจแล้วทำหน้าเซ็งจิตออกมา "ฉันไม่ขอรับประกันอะไรทั้งนั้น ถ้าเธออารมณ์ดีเธอก็อาจแก้คำสาปให้เมธานได้ ...แต่ถ้าเธออารมณ์ไม่ดี... ก็สุดแล้วแต่บุญกรรมของนายนะลูกชาย"

"พวกคุณพูดถึงอะไรกันอยู่น่ะ" ลาเนียที่นั่งพิงโซฟาอยู่ยกมือขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น ในมือถือคุ๊กกี้ส่งเข้าปาก

เวเจนิสกับผมมองหน้าซิลเลียน ส่วนซิลเลียนที่ก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารก็เงยหน้าขึ้นแล้วผุดยิ้มสนุก "พูดถึงเทพแห่งน้ำทีฟ่าไงล่ะสาวน้อย"

"ไม่ยักรู้ว่าคุณยังเชื่อเรื่องเทพพวกนั้นนะคะมิสเตอร์ซิลเวอร์" ลาเนียพูดกลั้วหัวเราะ ผมมองหน้าเวเจนิส เขาไม่ได้บอกน้องสาวเรื่องผอ.โรงเรียนเป็นเทพแห่งเงาสินะ

ผมขยับปากพูดไร้เสียงใส่เวเจนิส 'นายมันใจร้าย' ผมไม่รู้ว่าหมอนั่นเข้าใจมั้ย เขาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาแล้วใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นเชิงว่าให้ผมเงียบและคอยดู

หมอนี่...แม้แต่น้องสาวนายยังไม่เว้นเลยเหรอ!?

"สาวน้อย เธออยู่มาก็ตั้งกี่ร้อยปีแล้ว เธอกลับไม่เคยเชื่อเรื่องเหล่าเทพเลยเหรอ" ซิลเลียนเลิกสนใจงาน เขานั่งเท้าคางมองมาที่ลาเนีย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่ดวงตากลับนิ่งเรียบ

"อืม... เพราะฉันอยู่มาหลายร้อยปียังไงล่ะ ฉันถึงไม่เชื่อ ถ้าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง ทำไมถึงไม่ช่วยอะไรเราสักอย่าง" ลาเนียพูดเสียงเรียบ แววตาฉายแววดื้อรั้น

ผมไม่รู้ว่าหลายร้อยปีเธอเจออะไรมาบ้าง ทว่าความศัทธาในแววตาของเธอที่มีต่อเหล่าผู้สร้างนั้นไม่มีแล้ว

ผมกับคนอื่นๆ นั่งเงียบๆ ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ผมเห็นแววตาเวเจนิสทอดมองน้องสาวของตัวเองอย่างอ่อนใจ เป็นสายตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน พี่น้องคู่นี้คงผ่านอะไรมาเยอะ (ก็ตั้งหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าปีนี่นะ...)

"พรที่พวกเธอได้รับ คือความช่วยเหลือของพวกเขาอย่างไรล่ะ" ซิลเลียนตอบพร้อมจับปากกาขนนกในมือหมุนไปมา แม้ดวงตาจะมองไปที่ขนนกนั้น แต่คนที่มองอยู่อย่างผมกลับรู้ว่าเขาไม่ได้มองมันจริงๆ แต่กลับทอดสายตาว่างเปล่าราวกับหวนนึกคิดถึงเรื่องเมื่อนานแสนนานมาแล้ว

"ก็จริงนะ" ลาเนียตอบพร้อมหยิบคุกกี้ชิ้นใหม่ขึ้นมานั่งมอง "แต่พวกเขาก็ไม่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากวงจรแห่งความโหดร้ายอยู่ดี"

วงจรแห่งความโหดร้าย... ใช่สิ ไม่มีใครหลุดพ้นจากมันได้ โชคชะตาล้วนพาเราเดินเข้าหาเรื่องร้ายๆ เสมอนั่นแหละ

"ผู้สร้างเหล่านั้นไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชะตาของพวกเธอ" เวเจนิสวางปากกา มุมปากของเขาตกลง สายตามองมาที่ลาเนีย "เพราะฉะนั้นพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์แก้ไขมัน ไม่ว่าใครจะเป็นยังไง"

"คุณหมายความว่า?" ลาเนียส่งคุกกี้ในมือเข้าปากในที่สุด

"พวกเธอมีสิทธิ์ที่จะเดินไปในวงจรที่พวกเธอเลือกเอง ชะตาของเธอก็อยู่ในมือของเธอเองนั่นแหละ"

จนแล้วจนรอดสุดท้ายซิลเลียนก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนกับลาเนีย พวกเขาจบการโต้เถียงเรื่องผู้สร้างเพียงแค่นั้น ลาเนียเพียงยักไหล่แล้วเงียบไป ไม่นานเวเจนิสก็ส่งเอกสารรายชื่อนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้เธอ ลาเนียจึงเดินออกจากห้องไป

"น้องสาวนายนี่เอาเรื่องเลยนะ" ผมหันไปหาเวเจนิสแล้วยิ้มแหย ในสายตาผมลาเนียถือว่าเป็นคนที่จัดการยากระดับหนึ่ง จากบทสนทนาเมื่อครู่ ผมเห็นความดื้อรั้นมากมายในตัวเธอ จะรับมือเจ้าหล่อนแต่ละครั้งคงต้องคิดอะไรหลายอย่าง

"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เธอแค่เป็นคนที่อ่อนไหวง่ายเท่านั้นเอง" เวเจนิสยิ้มแล้วหันไปหาซิลเลียน "มาว่าเรื่องทีฟ่ากันต่อดีกว่าครับ"

ซิลเลียนพยักหน้า เขาก้มลงไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา เทพแห่งเงาถือมันแล้วลุกขึ้นเดินมานั่งลงตรงที่ลาเนียเคยนั่ง

เขากางกระดาษไว้บนโต๊ะ ผมถึงเห็นว่ากระดาษแผ่นนั้นคือแผนที่

"ตามแผนที่ฉันจะอธิบายคร่าวๆ ทีฟ่าจะอยู่ที่ทวีปทีฟ่า" ซิลเลียนชี้ไปที่พื้นที่สีฟ้าขนาดใหญ่ ผมก็ใช่ว่าจะดูแผนที่ไม่เป็นนะ แต่ปกติเขาใช้พืนดินเป็นสีฟ้าเหรอ หรือตรงนั้นมีเกาะเล็กๆ?

ผมหรี่ตามองแผนที่ ทว่าจนแล้วจนรอดก็มองไม่เห็นเกาะเลย

ทีฟ่าเป็นเทพแห่งน้ำ...หรือว่า!?

"ทีฟ่าอยู่ในน้ำเหรอ!?" ผมโพล่งออกมาอย่างงุนงง พอมองตัวหนังสือที่เขียนชื่อทวีปกำกับไว้ก็เห็นว่าคำว่า 'ทีฟ่า' เขียนอยู่ในพื้นที่สีฟ้าทั้งหมด

"ใช่น่ะสิ" ซิลเลียนเงยหน้ามองผมแล้วหันไปหาเวเจนิส "เวเจนิส นายควรเปิดคอสสอนลูกชายฉันหน่อยนะ ถ้าให้เข้าเรียนแล้วความรู้ยังเท่าอนุบาลแบบนี้คงขายหน้าตายชัก"

อึก... พูดแบบนี้โหดร้ายชะมัด แต่มันเป็นความจริงก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ...

"ฮ่าๆ ผมว่าแค่ให้เขาไปขลุกในห้องสมุดของคุณก็พอแล้วล่ะครับ" เวเจนิสพูดยิ้มๆ เขามองมาที่ผมแล้วพูดต่อ "ผมคิดว่าถ้าเขาทำความเข้าใจเองไม่ได้ก็คงไม่ต้องเรียนแล้วล่ะครับ"

นี่แกจะสื่อว่าถ้าแค่นี้ฉันยังเรียนเองไม่ได้ฉันก็โง่เกินเยียวยาแล้วใช่มั้ย!?

"แค่นั้นก็พอแล้ว ฉันไม่ต้องให้นายมาสอนหรอก!" ผมเอ่ยอย่างไม่พอใจแล้วก้มมองแผนที่ต่อ "แล้วแบบนี้มันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลนะ มีที่ไหนเรียกพื้นที่สมุทรว่าทวีป"

ปกติทวีปมันต้องเป็นแผ่นดินไม่ใช่เรอะ!?

"ที่นี่ยังไงล่ะพ่อลูกชาย หึๆ พื้นที่สมุทรเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธ์ธาตุน้ำ เพราะอย่างนั้นเลยต้องตั้งชื่อแล้วก็จัดเขตการปกครองออกแยกย่อยไปอีกเยอะ แต่เรื่องนั้นช่างมัน ที่ฉันจะบอกคือนายต้องไปที่นี่" ซิลเลียนอธิบายแล้วชี้ไปใจกลางของพื้นที่มหาสมุทร ผมปวดหัวขึ้นมาทันที ไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าหล่อนจะไปอยู่อะไรแถวนั้น "ทีฟ่า... ยัยนั่นจะอยู่แถวๆ เมืองหลวงของวอเทอริส"

"วอเทอริส... จุดที่ลึกที่สุดและเป็นเมืองหลวงของเผ่าพันธ์มนุษย์เงือก" เวเจนิสพึมพำ มุมปากผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เลือกที่อยู่ไม่เลวเลยนะครับเนี่ย"

"ประเดนมันอยู่ตรงที่ยัยนั่นชอบย้ายที่อยู่ไปเรื่อย" ซิลเลียนพูดอย่างเบื่อหน่าย เขาใช้นิ้วชี้ลากกรอบวงกลมขนาดหนึ่งกำปั้น เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่กว้างพอสมควรหากมองจากขนาดแผนที่ "และวอเทอริสก็ขึ้นชื่อเรื่องเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในเอเดนเซีย"

เวรกรรม... สรุปคือการจะหาทีฟ่าที่ไม่อยู่กับที่ก็เป็นเรื่องยากพอๆ กันกับการงมเข็มในมหาสมุทร

"แต่เอาเถอะ ฉันจะพยายามติดต่อยัยนั่นให้แล้วกัน" ซิลเลียนตัดบทแล้วพับแผนที่เก็บไว้เหมือนเดิน เขาเอนหลังพิงโซฟาแล้วค่อยพูดต่อแบบเรียบๆ "ยังไงเสียนายก็ไปหาหล่อนตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี"

"ทำไมล่ะ" เมธานถามพร้อมขมวดคิ้ว

"ยังต้องถามอีกเหรอ" ซิลเลียนมองไปที่ผ้าม่านด้านซ้าย ถ้าไม่ติดว่ามีม่านผมคงบอกได้ว่าเขากำลังมองออกไปข้างนอก "อีกสามวันก็จะเปิดภาคเรียนจริงๆ แล้วน่ะสิ"

"ไปตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ" เมธานอิดออด เขานั่งทำหน้าไม่พอใจนักอยู่บนตักผม พอฟังที่เจ้าหมาพูดผมก็อดถอนใจแล้วยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายไม่ได้

"เมธาน... ไม่ต้องรีบร้อนหรอก มีอีกหลายเรื่องที่ฉันไม่รู้เกี่ยวกับเอเดนเซีย ถ้าออกไปตอนนี้เราจะลำบากนะ แถมอยู่ที่นี่คงไม่อันตรายขนาดนั้นหรอกนะ แค่ไม่กี่เดือนเอง" ผมพูดแล้วยิ้มขืน ในโลกที่มีเวทมนต์แบบนี้ถ้าถึงคราวจะอันตรายมันก็ยิ่งน่ากลัว ถ้าผมออกไปเผชิญโลกข้างนอกนั่นตอนนี้ก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วงเมธานเปล่าๆ

"อือ..." เมธานครางรับเสียงเอาแล้วเอนตัวมาพิงผม ...ดีที่เมธานตัวไม่ค่อยหนักนักล่ะนะ ไม่อย่างนั้นขาผมคงชาไปแล้ว

"ว่าแต่ซิลเลียน คุณพูดแบบนี้แปลว่าผมสอบผ่านเหรอ" รู้สึกว่าผมจะแพ้ยับเยินนะได้ข่าว...

"ก็ตามเงื่อนไขยังไงล่ะ ถึงนายแพ้นายก็ไม่ได้เอาท์เสียหน่อย" ซิลเลียนยักไหล่อย่างไม่จริงจังนัก

"อ้อ..." ใช่นี่นะ ตามเงื่อนไขคือผมต้องไม่ถูกจัดการในเวลาหนึ่งวันนั่น แล้วผมก็แค่หมดสติ แถมไม่ได้เอาท์ออกมาข้างนอกแต่ยังอยู่ในมิติถึงสี่วันด้วยซ้ำ

"แล้วคุณจะให้เขาย้ายเข้าหอผู้ใช้พรแห่งไฟเลยหรือเปล่าครับ ผมจะได้จัดการทำเรื่องให้" เวเจนิสถามขึ้น

"ยัง ให้เขาอยู่ที่นี่ก่อน ฉันขอทำผนึกอันใหม่ก่อนแล้วค่อยย้ายไป" ซิลเลียนพูดแล้วก็ลุกขึ้นเดินกลับไปนั่งบนโต๊ะทำงานเตรียมจัดการเอกสารจำนวนมหาศาลบนโต๊ะ

"ไม่เอาปลอกคอแล้วได้มั้ยครับ..." ผมพูดพร้อมยิ้มแหย

"ถ้ามันยากนักให้ฉันฝังอัญมณีลงไปในตัวนายเลยดีมั้ย" ซิลเลียนตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ผมฟังแล้วก็หน้าซีดขึ้นมาทันที

"ปลอกคอก็ได้ครับ" เอาเถอะ ใส่ๆ ไปก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอก... ฮือออ...

---------------------

ปูทางภาคต่อไปไว้ก่อน ฮ่าๆ ภาคนี้ขอวุ่นวายอยู่ในรร.กันต่อไป ฮ่าๆ (ปูไว้ตั้งแต่ตอนนี้กันเลยทีเดียว ฟฟฟฟฟ)

แล้วเจอกันส่วนที่เหลือพรุ่งนี้ค่ะ รักทุกคนนนนน <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #273 G.U.M.M.Y (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:22
    ใส่ปลอกคอต่อไปนะเดล5555
    #273
    1
    • #273-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 20:00
      เดล: ครับ เหอะๆ...
      #273-1
  2. #148 GeenStoy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 22:35
    ขอให้พระเอกฝึกฝนตัวเองเร็วๆ...ชอบค่าสนุก
    #148
    1
    • #148-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      2 พฤศจิกายน 2559 / 04:25
      เรื่อยๆ นะคะ ฮ่าๆ ใจเย็นๆ ขอเวลาเดลปรับพื้นฐานนิดหนึ่ง <3
      #148-1
  3. #145 PND.KK. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:23
    อ้ากกก อยากอ่านอีกT^T(อัพด่วนนน=///=)
    #145
    1
    • #145-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 05:23
      อ้ากกก อยากต่ออีก (แต่งแปป lwl)
      #145-1
  4. #141 กวิ้นเองว์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 20:14
    ชอบเวลาซิลเลียนเรียก พ่อลูกชายอะ น่าร๊าก มีความหลงลูกใช่เล่นนะเราอะ 55555555 ที่เลือกปลอกคอนี้แสดงความเป็นเจ้าของใช่มั้ยคะ--- แค่ก
    #141
    1
    • #141-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 05:28
      อาจมีหลงนิดๆ-- อะแฮ่ม ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ส่วนเหตุผลที่เลือกปลอกคอ...ไรท์คิดว่าฮีคงไม่น่ารักขนาดนั้น หุหุ
      #141-1
  5. #140 วลัยพร แสงคำ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 19:57
    ปลงแทนเดลจริงๆอย่างอื่นก็น่าจะมีแต่ดันเลือกให้ใส่ปอกคอคุณพ่อคิดอะไรอยู่นะ
    ปล.สู้ๆนะคะไรท์เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
    #140
    1
    • #140-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 05:24
      ปลงไปค่ะ บางทีเรื่องนี้อาจมีเงื่อนงำ #ผิด
      ปล.ของคุณมากค่ะ 737
      #140-1
  6. #139 PND.KK. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 21:52
    มาแล้วๆ ตอนต่อไปค่ะๆ(กดF5รอตลอด555)
    #139
    2
    • #139-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 22:09
      เจอกันพรุ่งนี้นะคะ ฮ่าๆ ราวๆ 1 ทุ่มกว่า (ขนาดนั้นกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ)
      #139-1
    • #139-2 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 22:11
      เจอกันพรุ่งนี้นะคะ ฮ่าๆ ราวๆ 1 ทุ่มกว่า (ขนาดนั้นกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ)
      #139-2
  7. #138 Vindice Sakura (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 21:21
    เวเจนิสนายมัน....แก่!!!//ชี้หน้--- แล้วคนที่ทำร้ายหนูเดลสภาพเป็นไงบ้างแล้วละนั่น - -;; รีบมาต่อน้าา สนุกมากๆเลย ><
    #138
    1
    • #138-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 22:06
      เวเจนิส:สนใจรับคนแก่คนนี้ไปดูแลมั้ยล่ะครับ//ยิ้มหลอกลวง (คนที่เกือบจัดการเดลลินได้ยังอยู่ดีครับ ไม่ต้องห่วง)
      #138-1
  8. #137 Anønymøus (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 18:55
    เวเจนิสปูนนั้นแล้วยังดูดีอยู่เลย -///- แอ่ก // โดนกระโจนตบต่อด้วยฉีกกระชากลากถู (เฮ้ยๆๆ ไม่ใช่แล้ว)

    เฮียขี้กั๊กความลับจังเลยเนี่ย 555
    #137
    1
    • #137-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 19:45
      เวเจนิส:เพราะอายุปูนนี้ยังไงล่ะครับ ฮ่าๆ ความลับของผมยังเหลืออีกเยอะ นั่งเล่าเป็นปีคุณคงฟังไม่หมด หึหึ
      #137-1
  9. #136 คิสึกิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 18:51
    เอ่อ....... (ค้างสนิท) มีแต่คนแก่ทั้งนั้น
    เลย เดลคงต้องปลงนะคะ
    มาต่อเร็วๆน้าาา
    #136
    1
    • #136-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 19:47
      เวเจนิส:ผมยังไม่แก่นะครับ ฮ่าๆ แค่พันเศษๆ เทียบมิสเตอร์ซิลเวอร์ไม่ได้หรอกครับ
      #136-1
  10. #135 คิสึกิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:21
    สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #135
    1
    • #135-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 06:12
      ได้เลยฮะ ×∆×
      #135-1
  11. #134 วลัยพร แสงคำ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:55
    สนุกค่าชอบมากสู้ๆนะคะไรท์ (ขอบคุณที่ตอบคอมเมนต์หลายๆครั้งที่ผ่านมานะคะ)
    ปล.รักไรท์ที่สุดเลย
    #134
    1
    • #134-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 06:13
      ขอบคุณค่ะ (ขอบคุณที่เม้นเช่นกันค่ะ)
      ปล.รักหลีดเช่นกันค่ะ
      #134-1
  12. #133 Kronos-Hades (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:55
    สนุกมากค่าาาา
    #133
    1
    • #133-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 06:13
      ขอบคุณค่ะ
      #133-1
  13. #132 Kronos-Hades (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:55
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #132
    1
    • #132-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      30 ตุลาคม 2559 / 06:14
      จะพยายามน้าา
      #132-1
  14. #131 PND.KK. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:25
    รออ่านต่อค้าาา
    (ไรท์สนใจคนอ่านมากๆเลย ตอบเกือบทุกคอมเมนต์อะ-////-)
    #131
    1
    • #131-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      29 ตุลาคม 2559 / 19:29
      โอเคจ้า
      (ไรท์สนใจทุกความเห็นของทุกคน =////=)
      #131-1
  15. #130 juso kung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:17
    ไรท์อะ
    #130
    1
    • #130-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      29 ตุลาคม 2559 / 19:31
      อ่ะแฮะ >wo
      #130-1
  16. #129 Anønymøus (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 18:54
    อยากรู้ว่าไอคุณผมทองจะเป็นไงมั่ง โดนพลังเวทเดลซัดซะ...

    รอค่ะ กำลังหนุกเลย~
    #129
    1
    • #129-1 KisegiJi(จากตอนที่ 14)
      29 ตุลาคม 2559 / 19:30
      ยังไม่ถึงคิวค่ะ ให้หัวทองคุงรอไปก่อน ฮ่าๆ
      #129-1